Beranda / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 3: ตีสี่มหาโหด กับบทเรียนแรก

Share

ตอนที่ 3: ตีสี่มหาโหด กับบทเรียนแรก

Penulis: Chalam whale
last update Tanggal publikasi: 2026-01-29 11:42:20

ค่ำคืนแรกในหมู่บ้านโคกอีแหลวสำหรับ กริช ไม่ต่างอะไรกับการถูกขังอยู่ในกรงที่เต็มไปด้วยเสียงประหลาดมากมายตั้งแต่คืนแรก ภายใต้มุ้งสีขาวที่ดูเหมือนป้อมปราการสุดท้าย กริชนอนเบิกตากว้างท่ามกลางความมืดสนิทที่คนเมืองอย่างเขาไม่เคยสัมผัส มืดจนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้วตัวเอง บ้านย่าจะมีไฟแค่พอสลัว ๆ ตรงบันไดทางขึ้นบ้าน

เสียงรอบกายที่อิปิ๊บอกว่าเป็นธรรมชาติ กลับกลายเป็นวงดนตรีออร์เคสตราที่ชวนขนลุก เสียงจิ้งหรีดที่กรีดปีกประสานเสียงกันจนหูอื้อ เสียง "ตับแก! ตับแก!" ของตุ๊กตาเจ้าถิ่นที่ดังกังวานมาจากขื่อบ้านไม้ และที่หนักที่สุดคือเสียงลมพัดยอดพร้าวที่ฟังดูเหมือนใครบางคนกำลังเดินวนอยู่รอบเรือน

"ผีโพง... มันคงไม่ชอบตับสถาปนิกหรอกมั้ง" เขาพึมพำปลอบใจตัวเองพลางกระชับผ้าห่มแน่น

แกรก... แกรก...

เสียงบางอย่างลากผ่านฝาบ้านไม้ดังขึ้นใกล้หู กริชสะดุ้งสุดตัวลุกขึ้นนั่งพรวด หัวใจเต้นรัวเป็นจังหวะกลองรบ ทันใดนั้น เงาดำตะคุ่มขนาดใหญ่ก็โผล่มาทาบทับอยู่บนผ้ามุ้งสีขาว พร้อมกับเสียง “ฟึ่ดดด! แง้ววววว!”

“เฮ้ย!!! ผี!! ช่วยด้วยยยย!”

กริชแหกปากร้องลั่นบ้านพลางดิ้นขลุกขลักอยู่ในมุ้งจนมุ้งแทบหลุดหล่นลงมากอง พริบตานั้น แสงสว่างจากไฟฉายกระบอกยาวก็ส่องวาบเข้ามาที่ใบหน้าของเขา พร้อมกับร่างของย่าบุญมาที่เดินถือตะเกียงออกมาจากห้องนอนด้วยอาการตกใจ

“เป็นอิหยังบักหลานชาย! ร้องซะบ้านสิแตก!” ย่าบุญมาดุพลางส่องไฟฉายไปรอบๆ กริชตัวสั่นชี้มือไปที่นอกมุ้ง

“ผี... ผีโพงครับย่า! มันมาลากข้างฝาบ้านตรงผมนอน เงาเบ้อเริ่มเลย”

ย่าบุญมาถอนหายใจยาวพลางเดินไปดูที่ขอบหน้าต่าง ก่อนจะอุ้มเจ้า ‘สีหมอก’ แมวสีครามตัวโตที่ย่าเลี้ยงไว้ขึ้นมาโชว์

“นี่แม่บ่ ผีโพงเจ้า บักสีหมอก... มันมาจับจิ้งจกกินซื่อ ๆ ดอก แหม... ตัวโตเป็นควายใจเสาะปานมดแท้น้อ” กริชหน้าเสีย รีบทรุดตัวลงนอนมุดผ้าห่มด้วยความอับอาย

“ผม... ผมแค่ไม่ชินครับย่า”

ตีสี่ตรง...

ยังไม่ทันที่แสงแรกจะจับขอบฟ้า ความเงียบสงัดของราตรีกาลก็ถูกทำลายลงด้วยเสียง ‘ก๊ก... ก๊ก... ก๊ก...’ มันคือเสียงสากกระทบลงบนครกไม้ดังแว่วมาจากใต้ถุนบ้าน ตามมาด้วยเสียงฟันไม้ฟืน ‘โป๊ก! โป๊ก!’ ที่จังหวะหนักแน่นสม่ำเสมอ

กริชสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยดูภูมิฐานตอนนี้ยับยู่ยี่ เขาพยายามจะข่มตาหลับต่อ แต่กลิ่นบางอย่างก็เริ่มลอยขึ้นมาตามร่องไม้กระดาน... กลิ่นควันไฟจางๆ ที่มีความหอมอบอวลของข้าวเหนียวสุกใหม่ๆ กลิ่นควันจากฟืนไม้สะเดาที่ย่าบุญมาใช้ก่อเต้าหุงหาอาหาร เป็นกลิ่นที่กระตุ้นความทรงจำวัยเด็กแต่มันช่างขัดใจคนรักการตื่นเที่ยงวันอาทิตย์อย่างเขาเหลือเกิน

มอออออ... เสียงวัวของย่าที่อยู่ในคอกที่อยู่ห้างจากตัวบ้านไปหน่อยก็ร้อง ใต้ถุนบ้านก็มีเสียงร้องรับเสียงไก่ที่ประสานเสียงกันราวกับนัดหมาย กริชทนไม่ไหวต้องมุดตัวออกจากมุ้ง เดินงัวเงียลงมายังชานเรือน

เขาเห็นย่าบุญมาในชุดเดิมแต่คาดผ้าซิ่นผืนใหม่ ท่านกำลังนั่งอยู่หน้าเตาฟืน แสงไฟจากฟืนสะท้อนใบหน้าที่เต็มไปด้วยร่องรอยประสบการณ์ ย่ากำลังปั้นข้าวเหนียวร้อนๆ ใส่กระติ๊บ

“อ้าว... ตื่นแล้วเบาะบักหลานชาย ย่ายังบ่ทันได้ไปปลุกอยู่” ย่าบุญมาเอ่ยทักโดยไม่หันมามอง

“ไปล้างหน้าล้างตาซะลูก พระเพิ่นใกล้สิมาแล้ว”

“ย่าครับ... นี่มันยังมืดอยู่เลยนะครับ พระท่านเดินไหวเหรอครับ ยังไม่สว่างเลยครับ” กริชถามพลางขยี้ตา

“พระเพิ่นกะเดินตามแสงเทียน แสงธรรมนั่นล่ะ มาๆ อย่าเว้าหลาย ไปเตรียมตัวใส่บาตรหน้าบ้าน”

กริชที่ต้องไปล้างหน้าล้างตา เพื่อมาใส่บาตรพร้อมย่าบุญมา

เวลา 05.50 น.

แสงทองรำไรเริ่มฉาบทั่วท้องทุ่งนาสีเขียวขจี หมอกบางๆ ปกคลุมยอดหญ้าส่งกลิ่นหอมดินโชยมาตามลม กริชถูกบังคับให้นุ่งผ้าโสร่งไหมสีหมากสุกของพ่อที่ย่าบุญมาประคบประหงมเก็บรักษาไว้ในหีบไม้อย่างดี พร้อมพาดผ้าขาวม้าลายหมากรุกเฉียงบ่า ท่าทางของเขาดูขัดเขินประหม่า มือหนึ่งคอยพะวงจับปมผ้าโสร่งที่เอวเพราะกลัวมันจะหลุดร่วงลงมาให้อับอายชาวบ้าน ยิ่งเมื่อต้องมายืนรอพระอยู่ที่ซุ้มประตูหน้าบ้านพร้อมกับย่าในชุดเต็มยศแบบนี้ เขายิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนักแสดงหลงโรง

ไม่นานนัก เงาร่างในจีวรสีส้มเข้มก็ปรากฏขึ้นท่ามกลางสายหมอกจางๆ พระสงฆ์สองรูปเดินเท้าเปล่าด้วยอาการสำรวมผ่านถนนลูกรังที่ขรุขระ เสียงนกกระยางร้องเรียกกันแว่วมาแต่ไกล ยิ่งขับเน้นให้เช้านี้ดูขลังและสงบอย่างที่กริชไม่เคยสัมผัสในเมืองกรุง

เมื่อพระมาหยุดยืนที่หน้าซุ้มประตู ย่าบุญมารีบนั่งคุกเข่าลงอย่างคล่องแคล่ว กริชรีบทำตามจนเข่ากระแทกพื้นดินดัง ปึก จนเขาต้องกัดฟันสะกดความเจ็บ หลวงพ่อผู้เป็นเจ้าอาวาสวัดป่าในหมู่บ้านหยุดเดิน ท่านมองดูชายหนุ่มหน้าตาหมดจดที่นั่งข้างย่าบุญมาด้วยสายตาเมตตา ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเรียบ

“โยมแม่ใหญ่... มื้อนี่มีแขกบ้านแขกเมืองมานำเบาะ หน้าตาคุ้นๆ คือจั่งเห็นเงาโยมไกรซ้อนทับอยู่” ย่าบุญมาประนมมือไหว้ มือก็ค่อยๆ หยิบห่อหมกปลาและขนมเทียนใส่ลงในบาตรอย่างประณีต

“สาธุเจ้าค่ะหลวงพ่อ นี่บักกริชลูกชายบักไกรมันเจ้าค่ะ มันเพิ่งกลับมาแต่กรุงเทพฯ มาแจ้งข่าวว่าพ่อมันเสียแล้วเจ้าค่ะ” กริชยกมือขึ้นไหว้ก้มกราบหลวงพ่อ

“เจริญพร... ถึงว่าหน้าตาถอดแบบกันมา” หลวงพ่อหันมามองกริช

“กลับมาบ้านเฮากะดีแล้วลูกเอ๊ย ดินหม่องนี่มันถ่าน้ำใจเจ้าของมาดน (รอใจเจ้าของมานาน) อยู่ให้เป็นสุขเด้อ” กริชพยักหน้ารับอย่างเก้ๆ กังๆ ย่าบุญมาสะกิดไหล่เขาแรงๆ

“ฟ้าวใส่บาตรลูก ข้าวเหนียวกำลังฮ้อนๆ”

กริชเอื้อมมือลงไปในกระติ๊บสานด้วยไม้ไผ่ ทันทีที่นิ้วสัมผัสกับข้าวเหนียวที่เพิ่งนึ่งสุกใหม่ๆ ความร้อนจัดก็แล่นเข้าสู่ปลายนิ้วจนเขาแทบจะสะดุ้งโหยง

‘ร้อน! ร้อนชะมัด!’ เขาอุทานในใจ แต่สายตาของย่าและสายตาที่สงบนิ่งของหลวงพ่อทำให้เขาต้องฝืนทน

กริชพยายามปั้นข้าวเหนียวที่เหนียวติดมือและร้อนจี๋ให้เป็นก้อนกลมเล็กๆ แต่ด้วยความไม่ชิน ก้อนข้าวเกือบจะหลุดจากมือจนเขาต้องรีบตะครุบไว้กลางอากาศอย่างทุลักทุเล ก่อนจะบรรจงวางลงในบาตรพระทีละรูป

ในจังหวะที่เขาก้มลงกราบพระกลางถนนลูกรัง กลิ่นข้าวสุกและอากาศเย็นเยือกยามเช้าซึมเข้าสู่โสตประสาท ความเงียบสงัดที่มีเพียงเสียงสวดให้พรเป็นภาษาบาลีสั้นๆ กลับทำให้หัวใจที่เคยวุ่นวายอยู่กับตัวเลข แบบแปลน และความเร่งรีบของสถาปนิกเมืองกรุงเริ่มนิ่งลงอย่างน่าประหลาด เขาสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นตอนที่ย่ากรวดน้ำ ที่ส่งผ่านมาจากมือของย่าที่แตะไหล่เขาไว้ขณะรับพร ความรู้สึกโหยหาที่เขาไม่เคยเข้าใจว่าทำไมพ่อถึงชอบนั่งเหม่อมองไปทางทิศตะวันออกบ่อยๆ บัดนี้มันเริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างขึ้นมาในใจของเขาแล้ว

“สถาปนิกกะสร้างตึกได้... แต่คนบ้านทุ่งเขาใช้ 'ใจ' สร้างความสุขเด้ออ้าย”

เสียงแว่วของอิปิ๊ที่แอบมองอยู่ไกลๆ ดังขึ้นในหัวของเขา กริชถอนหายใจยาว ความเงียบสงบในเช้านี้เหมือนเป็นยาขนานเอกที่กำลังเริ่มรักษาแผลใจจากการสูญเสียพ่อ และเริ่มเตรียมความพร้อมให้เขาสำหรับ "นรกกลางทุ่งนา" ที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า!

หลังจากพระสงฆ์เดินลับหายไปกับสายหมอก ความเงียบสงบที่กริชเพิ่งได้รับมาเป็นยาขนานเอกรักษาแผลใจ ก็ถูกทำลายลงอย่างยับเยินด้วยเสียงระเบิดของท่อไอเสียรถซาเล้งคู่ใจของอิปิ๊

“บรืนนนนนนนน! ปังๆๆ!”

รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างสภาพผ่านศึกมาโชกโชนเบรกเอี๊ยดจนฝุ่นสีแดงตลบอบอวล กลบชุดโสร่งไหมมัดหมี่ราคาแพงที่กริชเพิ่งจะนุ่งเสร็จ อิปิ๊ในชุดเชิ้ตลายสก็อตแขนยาวที่พับขึ้นถึงศอก สวมรองเท้าบูทยางสีส้มปรี๊ดกระโดดลงจากรถพร้อมเสียงหัวเราะใสที่เป็นเอกลักษณ์

“ปาดดดด! อ้ายกริช นุ่งโสร่งคือจั่งกำนันแท้จ้า! คือสิฟิตคักน้ออ้าย สงสัยมื้อคืนผีโพงบ่ได้ลักกินตับเบาะ” เธอเอ่ยแซวพลางปัดฝุ่นที่ลอยฟุ้ง กริชไอค่อกแค่ก ปัดฝุ่นออกจากโสร่งพลางขมวดคิ้วสวนกลับ

“ถ้าผีโพงมีจริง ผมว่ามันคงหนีไปตั้งแต่ได้ยินเสียงรถคุณแล้วล่ะปิ๊ เสียงดังปานรถถังขนาดนี้ ใครจะไปหลับลง” ย่าบุญมาหัวเราะหึๆ ในลำคอพลางลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ

“เซาเว้าหยอกกันได้แล้วพวกเจ้า มาๆ บักหลานชาย มาช่วยย่าพาวัวลงทุ่งแน มื้อนี่ตาสีเพิ่นบ่อยู่ ย่าเลยต้องพึ่งแฮงเจ้าล่ะ” กริชหน้าเหวอ หันไปมองทางคอกวัวที่อยู่ข้างบ้านที่เริ่มมีเสียงกุกกัก เสียงร้อง

“พาวัวเหรอครับย่า ผมต้องทำยังไงบ้าง ต้องจ้างรถบรรทุกมาไหมครับ”

“รถบรรทุกอิหยังกะด้อกะเดี้ย!” ย่าส่ายหน้า

“กะแค่จูงมันออกไปจากคอก พามันไปกินหญ้าหม่องเถียงนาพู้นล่ะ ไปลูกไปอย่ามัวแต่ลีลา” ย่าบุญมาเดินนำลงจากเรือนไปยังคอกไม้ใต้ถุนบ้าน กลิ่น "หอมรัญจวน" ของมูลวัวและฟางเปียกชื้นลอยมาแตะจมูกกริชจนเขาต้องดึงผ้าขาวม้าขึ้นมาปิดจมูก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนพิเศษ: กำเนิด "ไอ้หนูนาสีทอง" ขวัญใจชาวโคกอีแหลว

    ตอนพิเศษ: กำเนิด "ไอ้หนูนาสีทอง" ขวัญใจชาวโคกอีแหลวค่ำคืนกลางฤดูเก็บเกี่ยว กลิ่นรวงข้าวหอมมะลิที่สุกงอมโชยมาตามลมหนาวที่พัดผ่านทุ่งนาสีทอง แสงดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้าที่บ้านโคกอีแหลวดูจะนิ่งสงบผิดปกติ ทว่าในเรือนไม้หลังงามของผู้ใหญ่กริช กลับมีความโกลาหลเล็กๆ เกิดขึ้น"โอ๊ย อ้ายกริช ปิ๊เจ็บท้อง" เสียงร้องของอิปิ๊ดังฝ่าความเงียบ ทำเอาผู้ใหญ่บ้านหนุ่มที่กำลังนั่งตรวจแบบแปลนโรงเรียนดินถึงกับปากกากระเด็น"ปิ๊ เป็นอะไรจ๊ะ หรือว่ามะขามป้อมเมื่อเย็นมันแผลงฤทธิ์" กริชพุ่งตัวไปที่เตียงหน้าตาตื่น"บ่ใช่ มันเจ็บแบบ... แบบสิออกแล้วอ้าย ฮืออออ อ้ายกริช ปิ๊ปวด" อิปิ๊หน้าซีดเผือด มือเรียวจิกหมอนจนแน่น กริชสติกระเจิง ทำอะไรไม่ถูก จะอุ้มเมียก็กลัวจะทำหล่น จะโทรหาหมอก็ลืมรหัสล็อกหน้าจอ"สติจ๊ะกริช... สติ" กริชตบหน้าตัวเองซ้ายทีขวาทีจนแก้มแดงเถือก แต่มันก็ยังระงับอาการมือไม้สั่นไม่ได้"ปิ๊ อ้าย... อ้ายต้องทำยังไงก่อน กระเป๋า ใช่ กระเป๋าเตรียมคลอด" กริชลนลานวิ่งไปที่ตู้เสื้อผ้าแต่แทนที่จะคว้ากระเป๋าผ้าอ้อม เขากลับคว้าเอา ม้วนพิมพ์เขียวกับตลับเมตรคู่ใจออกมากอดไว้แน่น"อ้ายกริช""ฮึ่ย! เอาตลับเมตรมาทำไม

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 60 (ตอนจบ) : นาสีทองที่ถักทอด้วยรัก

    ตอนที่ 60 (ตอนจบ) : นาสีทองที่ถักทอด้วยรัก แสงทองของดวงอาทิตย์ยามเช้าทอดผ่านทุ่งรวงข้าวที่สุกปลั่งส่งกลิ่นหอมละมุนไปทั่วอาณาบริเวณ “นาสีทองโมเดล” ในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่เกษตรกรรม แต่มันคือสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จของชายหนุ่มสถาปนิกที่เคยเกือบจะทิ้งความฝัน และหญิงสาวสู้ชีวิตที่มี “ซาเล้ง” เป็นอาวุธคู่กายวันนี้คือวันสำคัญที่สุด... วันเปิดตัว “ห้องสมุดดินและศูนย์เรียนรู้เยาวชนนาสีทอง” ผลงานมาสเตอร์พีซที่กริชทุ่มเททั้งความรู้และความรักสร้างขึ้นมาบรรยากาศที่หน้าอาคารดินทรงหอยทากคึกคักไปด้วยผู้คน แต่เจ้าของโครงการอย่าง ผู้ใหญ่กริช กลับอยู่ในสภาพที่ใครเห็นเป็นต้องอมยิ้ม เขาไม่ได้ยืนสง่าผ่าเผยเหมือนสถาปนิกในนิตยสาร แต่กลับนั่งอยู่บนเก้าอี้หวาย มือหนึ่งถือยาดมตราโป๊ยเซียนจ่อจมูก อีกมือกุมพุงตัวเองไว้ราวกับคนท้องเสีย“อึก... ปิ๊จ๋า... ให้ใครเอาไอ้รถโม่ปูนที่จอดอยู่ไปเก็บที อ้ายได้กลิ่นฝุ่นปูนแล้วมันพะอืดพะอมอย่างบอกไม่ถูก” กริชโอดยิ้มๆ หน้าซีดเป็นไก่ต้ม“อดทนเอาเด้ออ้ายกริช” อิปิ๊ในชุดผ้าซิ่นพื้นเมืองสีเขียวน้ำไหล เดินนวยนาดมาตบหลังสามีเบาๆ วันนี้เธอผิวพรรณผุดผ่อง แก้มอมชมพูผิดกับกริชรา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 59 : ความฮอตของผู้ใหญ่บ้านกริช

    ตอนที่ 59 : ความฮอตของผู้ใหญ่บ้านกริชความฮอตของ "ผู้ใหญ่กริช" เริ่มลามปามไปไกลกว่าที่คิด เมื่อเพจท่องเที่ยวชื่อดังลงรูปผู้ใหญ่บ้านในลุคสถาปนิกมาดเซอร์ ยืนกางพิมพ์เขียวท่ามกลางทุ่งนาสีทอง พร้อมแคปชั่น“ผู้ใหญ่บ้านหล่อบอกต่อด้วย... อยากนอนเถียงนาพ่อผู้ใหญ่ ” ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่จากเมืองกรุงแห่กันจองห้องพักโฮมสเตย์นาสีทองจนเต็มไปถึงปีหน้า!บ่ายวันนั้น ขณะที่อิปิ๊กำลังนั่งเคี้ยวมะยมดองจนหน้าเบี้ยวเพราะอาการแพ้ท้อง เธอก็เหลือบไปเห็นแขกสาวสวยกลุ่มหนึ่งในชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาวพลิ้วไหว เดินนวยนาดมาหาผู้ใหญ่กริชที่กำลังนั่งล้างคราบโคลนออกจากขาอยู่ที่ม้านั่งใต้ต้นจามจุรี"อุ๊ย ผู้ใหญ่ขา... รบกวนหน่อยค่ะ" เสียงหวานหยดย้อยแว่วมาถึงหูอิปิ๊"พอดีแอร์ในห้องพักหลังที่ 2 มันมีเสียงแปลก ๆ แถมไม่ค่อยเย็นเลยค่ะ ผู้ใหญ่ช่วยเข้าไปดูให้หน่อยได้ไหมคะ พวกเราเปิดแอร์ไม่เป็นหรือเครื่องมันจะเสียก็ไม่รู้ค่ะ"กริชเงยหน้าขึ้นเช็ดมือ"อ๋อ... แอร์หลังนั้นผมเพิ่งล้างไปเมื่ออาทิตย์ก่อนเองนะ เดี๋ยวผม" ยังไม่ทันที่กริชจะพูดจบ"เคร้ง!" เสียงถาดสเตนเลสที่อิปิ๊ถืออยู่ร่วงลงพื้นเสียงดังสนั่น แขกสาวสะดุ้งโหยง ส่วนกริชหน้าซีดเผ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 58: ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่

    ตอนที่ 58: ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่บรรยากาศการใส่บาตรกรวดน้ำผ่านพ้นไปพร้อมกับเสียงหัวเราะแซวของย่าบุญมา แต่เรื่องราวที่ "เรือนใหม่นาสีทอง" ยังไม่จบลงแค่นั้น เพราะวันนี้ถือเป็นวันมงคลสองต่อ นอกจากจะเป็นวันเริ่มต้นชีวิตคู่ของกริชและอิปิ๊แล้ว ยังเป็นวันที่ชาวบ้านนาสีทองต้องมารวมตัวกันเพื่อหา "ผู้ใหญ่บ้านคนใหม่" มาแทน พ่อผู้ใหญ่(พ่อของอิปิ๊) ที่เพิ่งได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้านให้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็น กำนันคนใหม่ของตำบลสายวันนั้น ชาวบ้านนับร้อยต่างพากันมานั่งล้อมวงกันที่ลานใต้ถุนเรือนกำนันคนใหม่ กลิ่นหอมของลาบเทาและต้มไก่บ้านโชยมาเป็นระยะ กำนันในชุดกากีเต็มยศยืนยิ้มหน้าบานมองดูลูกเขยคนเก่งที่กำลังเดินจูงมือลูกสาวลงมาหาชาวบ้าน"เอาล่ะ พี่น้องชาวนาสีทอง" กำนันหมายประกาศเสียงก้อง "ตอนนี้ตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านมันว่างลง ข้อยกะเป็นกำนันแล้ว สิให้เบิ่งแยงทั้งตำบลมันกะสิไม่ทั่วถึง วันนี้ข้อยเลยอยากฟังเสียงพวกเจ้าว่า อยากได้ใครมาดูแลหมู่บ้านนาสีทองของเราต่อ"เสียงชาวบ้านซุบซิบกันไปมา จนกระทั่ง ลุงมิ่ง อดีตนักเลงเก่าประจำหมู่บ้านตะโกนขึ้นมา "สิไปหาไกลทำไมล่ะพ่อกำนันก็ไอ้เจ้ากริชลูกเขยพ่อนั่นแหละ มันจบกรุง

  • มักสาวอิปิ๊   บทที่ 57 : ข้าวใหม่ปลามัน(ตอนตีสี่)

    บทที่ 57 : ข้าวใหม่ปลามัน(ตอนตีสี่)บรรยากาศรอบเรือนหอยังคงถูกปกคลุมด้วยหมอกบางสีขาวนวล เสียงไก่ป่าเริ่มขยับปีกขันรับกันเป็นทอด ๆ ประสานกับเสียงนกกระแตแต้แว็ดที่บินผ่านท้องนาไป กลิ่นหอมกรุ่นของดินและน้ำค้างยามเช้าลอยลอดผ่านหน้าต่างไม้เข้ามาเบา ๆบนเตียงไม้ที่เมื่อคืนผ่าน "ศึกหนัก" มาจนหมอนกระจัดกระจาย กริชค่อยๆ ลืมตาขึ้นขยับกายเข้าไปสวมกอดร่างบางที่กำลังหลับสนิทจากด้านหลัง เขาฝังจมูกลงบนไหล่เนียนที่โผล่พ้นผ้าห่มผืนหนาออกมา"ปิ๊ เมียอ้าย ตื่นหรือยังจ๊ะ" กริชกระซิบเสียงพร่า พลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นจนแผ่นหลังของเธอแนบชิดกับอกแกร่ง"อื้อ... อ้ายกริชปล่อยก่อนจ้ะ ปิ๊จะรีบไปนึ่งข้าวเดี๋ยวตักบาตรไม่ทัน" อิปิ๊งึมงำตอบทั้งที่ยังหลับตาพยายามขยับตัวหนีคนขี้อ้อน"ตักบาตรน่ะทันอยู่แล้ว แต่ตอนนี้อ้ายอยากตักตวงความสุขจากเมียก่อนนี่นา" เขาไม่พูดเปล่า กลับซุกไซ้ปลายจมูกไปตามลำคอระหง ขบเม้มเบาๆ อย่างหยอกเย้า "เมื่อคืนอ้ายยังไม่อิ่มเลย ปิ๊แกะกระดุมให้อ้ายอีกรอบได้ไหมจ๊ะ""อ้ายกริชเสื้อก็ยังไม่ได้ใส่ จะให้แกะอะไรอีกล่ะ" อิปิ๊ลืมตาขึ้นมาค้อนวงใหญ่หน้าแดงระเรื่อเมื่อนึกถึงวีรกรรม "เตียงสั่น" เมื่อคืน"

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 56 ความลับคืนเข้าหอ

    ตอนที่ 56 ความลับคืนเข้าหอบรรยากาศยามค่ำคืนที่นาสีทองอบอวลไปด้วยกลิ่นดอกมะลิป่าและกลิ่นอายแห่งความสุข หลังจากมื้ออาหาร "งันเฮือน" ที่ครื้นเครงผ่านไป แสงตะเกียงเจ้าพายุบนเรือนไม้พะยูงหลังใหม่ส่องสว่างนำทางเข้าสู่พิธีสุดท้ายที่บ่าวสาวรอคอย (และเกรงกลัว) นั่นคือ "พิธีส่งตัวเข้าหอ"ที่หน้าห้องหอ พ่อผู้ใหญ่บ้าน ย่าบุญมา และบรรดา "นกต่อ" หรือคู่ผัวเมียตัวอย่างที่ครองรักกันมานานจนหัวหงอกหัวขาวอย่าง ลุงหวังกับป้าเนียน นั่งรออยู่บนเสื่อน้ำมันลายสวยด้วยสีหน้ายิ้มกริ่ม มีนัยยะหยิกแกมหยอก"มาแล้ว ๆ บ่าวสาวมาแล้ว" ป้านวลตะโกนบอกคนข้างล่างที่แอบมาจอบฟังภายในห้องหอที่กริชออกแบบให้มีช่องลมรับแสงจันทร์และระบายอากาศได้อย่างดีเยี่ยม เตียงไม้หลังใหญ่ถูกปูด้วยผ้าห่มแพรสีแดงสด ย่าบุญมาเชิญลุงหวังและป้าเนียนขึ้นไปนั่งและนอนบนเตียงเป็นปฐมฤกษ์"เอ้า... ตาหวัง ยายเนียน ลงไปนอนให้เด็กมันดูซิ" ย่าบุญมาสั่งสองสามีภรรยาที่อยู่กินกันมานานลุงหวังแกล้งล้มตัวลงนอนคว่ำแล้วกรนเสียงดัง ครอก... ฟี้ ก่อนจะพลิกตัวมากอดป้าเนียนกลมดิ๊ก "โอ๊ย... เตียงสถาปนิกนี่มันนุ่มดีแท้แม่เนียนเอ๊ย นอนแล้วมันอยากมีลูกอีกสักคนเด้""ลุงนี

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้ม

    ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้มบนชานเรือนที่ปูสาดสีสวย สำรับอาหารมื้อเย็นถูกล้อมรอบด้วยคนสำคัญในชีวิตของกริช พ่อผู้ใหญ่บ้าน ลุงหวัง ย่าบุญมา และอิปิ๊ กริชนั่งพิงเสาเรือนเพราะยังเจ็บแผลอยู่เล็กน้อย โดยมีอิปิ๊คอยตักอ่อมไก่ใส่ถ้วยให้ไม่ขาด"กริช... เรื่องนายทุนมันจบลงแล้วกะจริง" พ่อผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้มขึ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียง

    ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียงแสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวของโรงพยาบาลอำเภอ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ อบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นที่เงียบสงบ บนเตียงคนไข้ กริช ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ความเจ็บปลาบที่สีข้างยังคงอยู่ แต่มันเบาบางลงมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อคืนสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มข

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 47: กระสุนที่ปิดปาก

    ตอนที่ 47: กระสุนที่ปิดปากท้องฟ้าเหนือหมู่บ้านโคกอีแหลวในยามเย็นถูกฉาบด้วยสีแดงเพลิงราวกับลางบอกเหตุ กลิ่นธูปจางๆ จากในโบสถ์ลอยมาปะทะกับลมทุ่งที่พัดกระโชกแรง ลานวัดที่เคยใช้จัดงานบุญ บัดนี้ถูกดัดแปลงเป็นลานพิพากษา กริชในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบง่ายที่ตอนนี้ดูหลวมโพล่งไปเล็กน้อยจากการตรากตรำงาน กำลั

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 45: หน้ากากสถาปนิก

    แสงแดดจัดจ้าสะท้อนกระจกตึกระฟ้า กริชก้าวเข้ามาในออฟฟิศด้วยมาดสถาปนิกหนุ่มผู้ทรงพลัง เขาสวมสูทเนี้ยบใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มที่ดูผ่อนคลายจนเชอรี่ถึงกับตายใจ เธอเชื่อสนิทใจว่า "เงินและอำนาจ" ได้ดึงกริชกลับมาสู่โลกของเธอเรียบร้อยแล้ว"กริชคะ วันนี้คุณดูดีจังเลยค่ะ" เชอรี่เกาะแขนกริชพลางพาเดินไปที่ห้อง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status