Home / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 5 กาแฟสด ต้มสด ๆ ยกล้อ

Share

ตอนที่ 5 กาแฟสด ต้มสด ๆ ยกล้อ

Author: Chalam whale
last update Last Updated: 2026-01-30 19:24:56

ตอนที่ 5 กาแฟสด ต้มสด ๆ  ยกล้อ

ท่ามกลางแสงแดดที่เริ่มแผดจ้าขึ้นทุกขณะ กริชเดินลากเท้าผ่านคันนาที่ขรุขระด้วยความทุลักทุเล มือหนึ่งพยายามประคองโสร่งที่พร้อมจะหลุดทุกเมื่อ อีกมือหนึ่งก็ปาดเหงื่อที่ไหลย้อยเข้าตาจนแสบไปหมด ฝูงวัวของย่าบุญมาเดินทอดน่องเล็มหญ้าอย่างสบายใจ โดยมีอิปิ๊เดินนำหน้าแกว่งไม้เรียวไปมาอย่างคล่องแคล่ว

“นั่นล่ะอ้าย... ออฟฟิศใหม่ของสุภาพบุรุษสถาปนิก” อิปิ๊ชี้ไม้เรียวไปทางสิ่งปลูกสร้างเล็กๆ ที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางทุ่ง

กริชเงยหน้ามองตาม และสิ่งที่เห็นทำให้เขาแทบอยากจะทรุดตัวลงนอนกลางคันนา มันคือ ‘เถียงนา’ หรือกระท่อมไม้หลังเล็กสภาพเก่าคร่ำคร่า หลังคามุงสังกะสีที่มีรอยสนิมเกาะกิน ใต้ถุนยกสูงพอประมาณ ภายในที่ควรจะเป็นที่พักผ่อนกลับเต็มไปด้วยกระสอบปุ๋ย ถังฉีดยาฆ่าแมลง จอบ เสียม และเครื่องมือทำนาที่วางระเกะระกะจนแทบไม่มีที่ว่าง

“ย่าบอกว่า ต่อไปนี้ให้อ้ายมาคุมงานอยู่ที่นี่ ที่นาห้าสิบไร่นี่ล่ะคือโครงการมรดกที่อ้ายต้องดูแล” อิปิ๊หันมาบอกพลางยิ้มกริ่ม

กริชก้าวขึ้นไปบนเถียงนาอย่างระมัดระวัง เสียงไม้กระดานดัง เอี๊ยด... เหมือนจะหักลงมาได้ทุกเมื่อ เขาใช้นิ้วแตะลงบนขอบไม้แล้วก็ต้องรีบชักมือกลับเพราะฝุ่นหนาเตอะ

“นี่มันโกดังเก็บของชัดๆ เลยนะปิ๊! ทั้งฝุ่น ทั้งกลิ่นปุ๋ย แล้วนั่น... ขี้จิ้งจกใช่ไหม ผมทำงานที่นี่ไม่ได้หรอก มัน... มันไม่ถูกสุขลักษณะอย่างแรง” กริชเอ่ยพลางกวาดสายตามองด้วยความแหยง 

“ผมว่าผมจะจ้างบริษัททำความสะอาดจากในเมืองมาบิ๊กคลีนนิ่งที่นี่หน่อย แล้วก็ว่าจะกั้นกระจก ติดแอร์...”

“หยุดๆๆ! อ้ายกริช!” อิปิ๊เบรกเสียงหลง 

“จ้างบริษัทอิหยังกะด้อกะเดี้ย ย่าบุญมาเพิ่นบ่มักให้คนมารุ่มร่ามของ ของเพิ่น และห้ามใช้เงินแก้ปัญหา ห้ามจ้างคนอื่น อ้ายต้องเฮ็ดเอง"

"อีกอย่าง ของในเถียงนานี่มีแต่ของสำคัญ ทั้งจอบ ทั้งเสียบ อุปกรณ์ทำนาเพิ่น ย่าเพิ่นย่านของหาย เพิ่นเลยบ่ให้คนนอกเข้ามาวุ่นวาย”

“แต่มันสกปรกมากเลยนะปิ๊ ผมเพิ่งเดินทางมาเหนื่อย ๆ เมื่อคืนก็นอนไม่ค่อยหลับเพราะ... เอ่อ... ผีสีหมอกของย่านั่นแหละ วันนี้ขอพักก่อนได้ไหม ผมยังปรับตัวไม่ได้จริงๆ” กริชใช้ไม้ตายหน้าเศร้าอ้อนวอน

อิปิ๊มองสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้ใบหน้าขาวๆ เริ่มแดงก่ำเพราะแดดเผา สภาพโสร่งรุงรังกับผมที่ยุ่งเหยิงทำให้เธอนึกสงสารขึ้นมานิดๆ (แต่ขำมากกว่า)

“เออๆ ... เห็นว่าเพิ่งมามื้อแรก ข่อยสิยอมให้พักวันนึงกะได้ แต่ตอนนี้ข่อยเริ่มหิวน้ำแล้ว อ้ายกริชอยากไปหาอิหยังดื่มเย็น ๆ ในหมู่บ้านบ่” กริชหูผึ่งทันที 

“มีร้านกาแฟสดไหมปิ๊ ผมขอแบบอาราบิก้าคั่วกลาง ลาเต้ร้อนไม่ใส่น้ำตาลนะ หรือถ้ามีร้านสไตล์มินิมอลที่มีไวไฟด้วยจะดีมาก” อิปิ๊หัวเราะพรืดจนตัวโยน 

“กาแฟสดเบาะ มี แถวนี้เพิ่นเน้น ‘สด’ จากเตาเลยล่ะ ป่ะ... ซ้อนซาเล้งมา เดี๋ยวปิ๊จัดให้!”

การเดินทางกลับเข้าสู่ตัวหมู่บ้านเป็นความท้าทายครั้งใหม่ กริชต้องนั่งขดตัวอยู่บนตะแกรงเหล็กของซาเล้ง พยายามถกโสร่งขึ้นมาเหนือกองขยะเพื่อไม่ให้มันเข้าไปพันในซี่ลวดล้อรถ ขณะที่ซาเล้งกระแทกกระทั้นไปตามถนนดินลูกรัง อิปิ๊ก็พากริชมาจอดสนิทหน้าร้านไม้เก่าที่มีสังกะสีมุงบังแดด หน้าร้านมีป้ายเขียนด้วยชอล์กว่า ‘ร้านป้าแดง กาแฟยกล้อ’

ชาวบ้านที่นั่งล้อมวงกันอยู่หน้าร้าน ทั้งลุงสมานที่กำลังลับมีด และป้าจ้อยที่กำลังเด็ดผักบุ้ง ต่างหยุดกิจกรรมทุกอย่างแล้วจ้องมองกริชเป็นจุดเดียว

“ปาดดดด! นั่นหลานแม่ใหญ่บุญมาเบาะอีปิ๊ คือมาขาวปานหลอดไฟนีออนแท้ล่ะหึ” ป้าแดงเจ้าของร้านร้องทักพลางเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน

“แม่นแล้วป้าแดง เพิ่นอยากกินกาแฟสด เลยพามาหาป้านี่ล่ะ” อิปิ๊ตอบแทน

กริชเดินลงจากรถด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ เขาพยายามส่งยิ้มสุภาพให้ทุกคน 

“สวัสดีครับ... เอ่อ ผมขอถามหน่อยครับ ที่นี่มีเมนูอเมริกาโน่เย็นเมล็ดคั่วกลางบ้างไหมครับ” ป้าแดงขมวดคิ้วทำหน้ามึนตึ๊บ 

“อเมริกา... อิหยังนะหลานชาย ป้าฟังบ่รู้เรื่อง เว้าไทยคือจั่งดาราแท้ล่ะหึ”

“เพิ่นถามว่ามีกาแฟบ่จ้าป้า!” อิปิ๊รีบแปลภาษา 

“อ้ายกริช... ป้าแดงเพิ่นบ่รู้จักอเมริกาโน่ของอ้ายดอก บ้านนี่มีแต่โอเลี้ยง กาแฟโบราณ... เอา ‘กาแฟยกล้อ’ บ่ รับรองตาสว่างยันชาติหน้า”

“ยกล้อ มันคือพันธุ์อาราบิก้าเหรอครับปิ๊” กริชถามอย่างซื่อ ๆ อิปิ๊แอบขำจนไหล่สั่น 

“เออ... สายพันธุ์อีหลี (พันธุ์แท้) เลยล่ะป้า จัดมายกล้อสองถุง”

ไม่นานนัก กริชก็ได้พบกับกาแฟของเขา มันไม่ได้อยู่ในแก้วพลาสติกทรงสูงที่มีโลโก้สวยงาม แต่มันถูกบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกขนาดใหญ่ที่ใส่น้ำแข็งป่นจนล้น ราดด้วยน้ำโอเลี้ยงดำขลับและปิดท้ายด้วยนมข้นจืดที่เทลงไปจนขาวโพลนเหมือนภูเขาหิมะ จากนั้นป้าแดงก็เอาถุงนั้นซ้อนลงใน ‘ถุงกระดาษหนังสือพิมพ์’ อีกชั้นหนึ่งแล้วยื่นให้

“เอ้า... กาแฟยกล้อ กินแล้วสิตาแข็งจนฮอดมื้อเช้าเด้อหลาน!”

กริชรับมาอย่างงง ๆ เขาพยายามมองหาหลอดแต่พบว่ามันเป็นถุงมัดยางวง 

“กินยังไงครับปิ๊ มันไม่มีแก้วเหรอ”

“ดูดโลดอ้าย! หลอดมันกะอยู่ในถุงหั่นล่ะ!” อิปิ๊สาธิตด้วยการดูดจ๊วบใหญ่จนน้ำแข็งพร่องลงไปครึ่งถุง

กริชจำใจดูดตาม ทันทีที่ของเหลวเข้าปาก ความหวานระดับน้ำตาลเรียกพี่และความขมฝาดของโอเลี้ยงโบราณก็พุ่งปรี๊ดขึ้นสมอง 

“โอ้โห... หวานมากครับป้า นี่น้ำตาลหรือกาแฟเชื่อมครับเนี่ย”

ชาวบ้านรอบ ๆ เริ่มขยับเข้ามาใกล้กริชด้วยความอยากรู้อยากเห็น ลุงสมานวางมีดแล้วถามขึ้น

 “.อยู่กรุงเทพฯ เฮ็ดงานอิหยังล่ะ คือมาใส่เสื้อเชิ๊ตแขนยาวพาวัวลงทุ่งน้อ”

“อ๋อ... ผมเป็นสถาปนิกครับ ออกแบบตึก ออกแบบอาคารน่ะครับ” กริชพยายามอธิบายด้วยภาษากลางที่ชัดเจนลุ งสมานหันไปหาป้าจ้อย 

“หือ เพิ่นว่าเพิ่นเป็นอาสา... อิหยังนะ เพิ่นมาฉีดยาวัวเบาะอีปิ๊”

“บ่แม่นลุง เพิ่นเป็นคนเขียนแบบบ้าน” อิปิ๊ตะโกนบอกชาวบ้าน

“อ๋ออ เขียนหวยเบาะ งวดนี้เลขออกอิหยังล่ะหลาน บอกป้าแน ป้าสิได้ปลดหนี้ธกส. ” ป้าจ้อยขยับเข้ามาใกล้จนกริชแทบจะสำลักกาแฟยกล้อ

“ไม่ใช่หวยครับป้า ผมออกแบบโครงสร้างอาคารครับ” กริชพยายามย้ำอีกครั้งพร้อมทำท่ามือประกอบเป็นรูปหลังคาบ้าน 

“Architect ครับ”

“อา-ชิ-เต็ก หือ... เพิ่นสิมาเปิดเต็ก (เทค) อยู่บ้านเฮาเบาะอีปิ๊ คือสิม่วนน้อ”

 เสียงหัวเราะของชาวบ้านดังระงมไปทั่วร้านกาแฟ ทุกคนมองกริชด้วยสายตาเอ็นดูผสมขำขันในความพยายามอธิบายของเขา

กริชได้แต่ยืนนิ่ง ดูดกาแฟจากถุงกระดาษที่เริ่มเปื่อยยุ่ยในมือ เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่ามรดกที่ย่ามอบให้ ไม่ใช่แค่ที่ดิน แต่มันคือการต้องสู้กับ "กำแพงภาษา" และ "วัฒนธรรมถุงกระดาษ" ที่เขาสถาปนิกเมืองกรุงต้องใช้ใจแปลให้ได้มากกว่าการใช้พจนานุกรม!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 10 : ปฏิบัติการเปลี่ยนเพิงร้างเป็นแลนด์มาร์ค

    แสงเงินแสงทองเริ่มจับขอบฟ้า ทุ่งนาสีเขียวขจีถูกปกคลุมด้วยม่านหมอกบางๆ ส่งกลิ่นดินผสมกลิ่นน้ำค้างที่สดชื่นจนกริชลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างประหลาด เขาไม่ได้ตื่นมาเพราะเสียงนาฬิกาปลุกดิจิทัล แต่ตื่นเพราะเสียงไก่ขันและเสียงนกกาเหว่าที่ร้องรับกันเป็นทอดๆ“ตื่นได้แล้วอ้ายกริช ตะเว็นสิเลียก้นแล้ว” เสียงใสๆ ของอิปิ๊ดังมาจากทางสระน้ำ เธอเดินกลับมาพร้อมล้างหน้าล้างตาจนสดใส ในมือถือขันน้ำอะลูมิเนียมใบเล็ก กริชบิดขี้เกียจบนเปลญวน พลางสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ“ปิ๊... เชื่อไหม นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผมตื่นมาแล้วไม่ปวดหัวเรื่องเดตไลน์งานเลย”“กะดีแล้วจ้า แต่มื้อนี่ล่ะเดตไลน์ของจริง!” อิปิ๊ชี้ไปที่เถียงนาสภาพเขรอะ“อ้ายสิเปลี่ยนมันเป็นสตูดิโออิหยังนั่นบ่แม่นเบาะ ฟ้าวสิ ข่อยสิช่วยเป็นลูกมือให้มื้อหนึ่ง”08.30 น. ปฏิบัติการ "รื้อเพื่อสร้าง"กริชเริ่มใช้ทักษะสถาปนิกที่ร่ำเรียนมา เขาไม่ได้เริ่มด้วยการทุบ แต่เริ่มด้วยการ "จัดระเบียบ" เขาหยิบสมุดสเก็ตช์ภาพออกมา วาดแปลนเถียงนาคร่าวๆ แบ่งสัดส่วนพื้นที่อย่างชาญฉลาด แบ่งห้องทำงาน ห้องเก็บของ“ปิ๊... มุมทิศตะวันออกนี่ แสงตอนเช้าสวยมาก ผม

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 9 : ตั้งวงข้าวริมกองไฟ

    ซาเล้งของอิปิ๊แล่นผ่านความมืดขรุขระของคันนามาจนถึงจุดหมาย แสงไฟจากหน้ารถสาดส่องให้เห็นเงาตะคุ่มของเถียงนาไม้ที่กริชเพิ่งวิ่งหนีมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน บรรยากาศเงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดเรไรที่ประสานเสียงกันระงมจนกริชเผลอกระชับเป้ในมือแน่น“เอ้า... ถึงแล้วอ้ายกริช อย่ามัวแต่ยืนสั่น รีบลงมาช่วยกันจัดที่ทางก่อนสิค่ำไปกว่านี้”อิปิ๊กระโดดลงจากรถอย่างคล่องแคล่วกริชก้าวลงจากรถด้วยความระแวง สายตามองขึ้นไปบนเถียงนาที่มืดมิด“ปิ๊... คุณแน่ใจนะว่ายาสมุนไพรนั่นได้ผล ผมยังหลอนท่าทางสะบัดหางของเจ้าบ้านตัวลายไม่หายเลย”“เชื่อใจข่อยเถอะน่า” อิปิ๊พูดพลางหยิบแผ่นโซลาร์เซลล์ขนาดพกพาสามสี่แผ่นออกมาจากหลังรถ เธอเดินไปติดมันไว้ตามมุมเสาเถียงนาและกิ่งไม้ใกล้ๆ เพียงครู่เดียว แสงไฟสีนวลตาจากหลอด LED เล็กๆ ก็สว่างขึ้นรอบเถียงนา เปลี่ยนบรรยากาศที่น่ากลัวให้ดูอบอุ่นและปลอดภัยขึ้นทันตา“โอ้โห... คุณมีโซลาร์เซลล์ด้วยเหรอ นึกว่าจะมีแต่ตะเกียงน้ำมันก๊าดซะอีก” กริชอุทานด้วยความทึ่งในความไฮเทคของสาวบ้านนา“อ้ายกริช... นี่มันปีไหนแล้วจ้า ข่อยกะต้องใช้เทคโนโลยีช่วยคือกันล่ะ” อิปิ๊หัวเราะร่วนก่อนจะสั่งการต่อ“เอ้า!

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 8: คืนที่ต้องกลายเป็นยามเฝ้าเถียงนา

    หลังจากเหตุการณ์ “ตุ๊กแกบุกสตูดิโอของกริช” จนสถาปนิกหนุ่มต้องวิ่งหน้าตั้งลืมมาด อิปิ๊ก็ทำหน้าที่มัคคุเทศก์จำเป็นกึ่งพี่เลี้ยง พาเขานั่งซาเล้งไปที่ร้านค้าท้ายหมู่บ้านเพื่อซื้ออาวุธลับที่เธออ้างว่า “เอาอยู่” ยิ่งกว่ายาฆ่าแมลงกระป๋องไหนๆ“เอ้า... นี่ล่ะอ้ายกริช สมุนไพรไล่ตุ๊กแกสูตรเด็ด” อิปิ๊ยื่นก้อนถุงผ้าเล็ก ๆ ที่ส่งก“เอาไปแขวนไว้ตามมุมมืดๆ หม่องที่เห็นไข่มันนั่นล่ะ กลิ่นนี่สิเฮ็ดให้พวกเพิ่นแสบจมูกแล้วย้ายสำมะโนครัวออกไปเองแบบสันติวิธี”เมื่อกลับมาถึงเถียงนา กริชยังคงยืนกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่ที่โคนบันได จนอิปิ๊ต้องเดินนำขึ้นไปแขวนถุงสมุนไพรตามจุดต่าง ๆ อย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับหันมาสอนเขาใช้สเปรย์สมุนไพรฉีดพ่นไล่สัตว์เลื้อยคลานอื่น ๆ ทั้งตะขาบและแมงมุมที่อาจซ่อนตัวอยู่ตามซอกไม้“จำไว้อ้าย... เฮาบ่ได้มาฆ่าเพิ่น เฮาแค่มาขอแบ่งที่อยู่ เพิ่นแสบเพิ่นกะไปเอง” อิปิ๊เอ่ยเสียงใสขณะฉีดฟึ่ดๆ เข้าไปในรูไม้ที่แม่ตุ๊กแกเคยโผล่หน้าออกมาแต่ปัญหาใหม่ที่กริชเพิ่งนึกได้ก็คือ ของที่เขาอุตส่าห์แบกออกมาวางไว้กลางเถียงนาเพื่อเตรียมทำความสะอาด ทั้งอุปกรณ์ทำนาของย่า อุปกรณ์เขียนแบบราคาแพง และเครื่องมือช่างสารพัดอ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 7: เถียงนามหาภัย

    แสงสีส้มทองทอประกายผ่านรอยแตกของฝาบ้านไม้ขัดมันยับ กริชตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ความหวาดระแวงในเสียงตุ๊กแกหรือจิ้งหรีดเมื่อคืนเริ่มจางลง แทนที่ด้วยความเคยชินบางอย่าง เขาขยับตัวลุกขึ้นจากมุ้งสีขาวสะอาด พับเก็บอย่างมีระเบียบตามที่อิปิ๊เคยสอน (แม้จะยังเบี้ยวไปบ้าง) ก่อนจะเดินลงไปที่ชานเรือน ย่าบุญมานั่งรออยู่ก่อนแล้วพร้อมขันข้าวเหนียวและกับข้าวใส่บาตร ท่านยิ้มจนตาปิดเมื่อเห็นหลานชายสวมโสร่งเดินลงมาอย่างคล่องแคล่วขึ้น“ตื่นสายกะสิว่า ตื่นเช้ากะสิย่อง (ชม) เด้อนี่... มา ๆ ฟ้าวล้างหน้ามาปั้นข้าวรอพระ” ย่ากวักมือเรียกหลังจากใส่บาตรเสร็จเรียบร้อย ทั้งคู่ก็นั่งล้อมวงกินข้าวเช้ากันบนแคร่ไม้ใต้ถุนบ้าน เมนูวันนี้เรียบง่ายตามสไตล์คนบ้านป่า น้ำพริกแจ่วปลาร้า รสจัดจ้าน ผักลวก สด ๆ จากหลังบ้าน และ ปลาทูทอด ที่หอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้าน“ย่าครับ แจ่วอันนี้มันเผ็ดน้อยกว่าเมื่อวานไหมครับ หรือว่าลิ้นผมมันเริ่มชินแล้วก็ไม่รู้” กริชเอ่ยพลางปั้นข้าวเหนียวจิ้มแจ่วส่งเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย“มันบ่ได้เผ็ดน้อยลงดอกหลานเอ๊ย ใจเจ้าของมันเปิดรับแล้วรสชาติมันกะนัวเองล่ะ” ย่าบุญมาหัวเราะพลางคัดเลือกเนื้อปลา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่6 โลกอีกใบของอิปิ๊

    หลังจากกาแฟยกล้อในถุงกระดาษเริ่มหมดฤทธิ์ความหวาน กริชก็นั่งซ้อนท้ายซาเล้งกลับมาที่หน้าบ้านย่าบุญมาด้วยสภาพที่ "สว่าง" จนตาแข็ง อิปิ๊เบรกรถจนฝุ่นสีแดงตลบอีกครั้งก่อนจะหันมาบอกเขา“เอ้า... ฮอดแล้วอ้ายกริช ลงไปพักผ่อนซะเด้อ ข่อยสิไปเฮ็ดงานในสวนต่อแล้ว มัวแต่มาหยอกอ้าย บักเขือเทศข่อยสิเหี่ยวตายเบิดก่อน”กริชกระโดดลงจากรถพลางจัดโสร่งให้เข้าที่ “งานในสวน คุณไม่ได้แค่ขี่ซาเล้งไปมาแซวชาวบ้านไปวัน ๆ เหรอปิ๊ แล้วที่บอกว่าเป็นนักเกษตรอินทรีย์นี่คือยังไง ปลูกผักกินเองเฉย ๆ น่ะเหรอ”อิปิ๊เลิกคิ้วสูง หัวเราะหึในลำคอ “ปาดดด... ดูถูกกันคักน้ออ้าย ข่อยเรียนจบเกษตรมาเด้อจ้า บ่ได้ปลูกแค่กินซื่อ ๆ ข่อยเฮ็ดฟาร์มอินทรีย์แบบครบวงจร ส่งขายโรงพยาบาล ส่งร้านอาหารคลีนในเมืองพู้น งานข่อยมันละเอียดกว่าการขีดเส้นในกระดาษอ้ายหลาย!”กริชขมวดคิ้วด้วยความสงสัย งานเกษตรที่เขาเคยเห็นในข่าวส่วนใหญ่คือการใส่ชุดชาวนาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน แต่แววตาของอิปิ๊ตอนพูดเรื่องนี้มันดูเชี่ยวชาญและจริงจังจนเขาอดสงสัยไม่ได้“ส่งโรงพยาบาลเลยเหรอ ผมงงไปหมดแล้ว งานเกษตรอินทรีย์มันต้องทำอะไรขนาดนั้นเลยเหรอปิ๊ ผมขอตามไปดูด้วยได้ไหม ไหน ๆ วันน

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 5 กาแฟสด ต้มสด ๆ ยกล้อ

    ตอนที่ 5 กาแฟสด ต้มสด ๆ ยกล้อท่ามกลางแสงแดดที่เริ่มแผดจ้าขึ้นทุกขณะ กริชเดินลากเท้าผ่านคันนาที่ขรุขระด้วยความทุลักทุเล มือหนึ่งพยายามประคองโสร่งที่พร้อมจะหลุดทุกเมื่อ อีกมือหนึ่งก็ปาดเหงื่อที่ไหลย้อยเข้าตาจนแสบไปหมด ฝูงวัวของย่าบุญมาเดินทอดน่องเล็มหญ้าอย่างสบายใจ โดยมีอิปิ๊เดินนำหน้าแกว่งไม้เรียวไปมาอย่างคล่องแคล่ว“นั่นล่ะอ้าย... ออฟฟิศใหม่ของสุภาพบุรุษสถาปนิก” อิปิ๊ชี้ไม้เรียวไปทางสิ่งปลูกสร้างเล็กๆ ที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางทุ่งกริชเงยหน้ามองตาม และสิ่งที่เห็นทำให้เขาแทบอยากจะทรุดตัวลงนอนกลางคันนา มันคือ ‘เถียงนา’ หรือกระท่อมไม้หลังเล็กสภาพเก่าคร่ำคร่า หลังคามุงสังกะสีที่มีรอยสนิมเกาะกิน ใต้ถุนยกสูงพอประมาณ ภายในที่ควรจะเป็นที่พักผ่อนกลับเต็มไปด้วยกระสอบปุ๋ย ถังฉีดยาฆ่าแมลง จอบ เสียม และเครื่องมือทำนาที่วางระเกะระกะจนแทบไม่มีที่ว่าง“ย่าบอกว่า ต่อไปนี้ให้อ้ายมาคุมงานอยู่ที่นี่ ที่นาห้าสิบไร่นี่ล่ะคือโครงการมรดกที่อ้ายต้องดูแล” อิปิ๊หันมาบอกพลางยิ้มกริ่มกริชก้าวขึ้นไปบนเถียงนาอย่างระมัดระวัง เสียงไม้กระดานดัง เอี๊ยด... เหมือนจะหักลงมาได้ทุกเมื่อ เขาใช้นิ้วแตะลงบนขอบไม้แล้วก็ต้องรี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status