หน้าหลัก / วัยรุ่น / มักสาวอิปิ๊ / ตอนที่ 5 กาแฟสด ต้มสด ๆ ยกล้อ

แชร์

ตอนที่ 5 กาแฟสด ต้มสด ๆ ยกล้อ

ผู้เขียน: Chalam whale
last update วันที่เผยแพร่: 2026-01-30 19:24:56

ตอนที่ 5 กาแฟสด ต้มสด ๆ  ยกล้อ

ท่ามกลางแสงแดดที่เริ่มแผดจ้าขึ้นทุกขณะ กริชเดินลากเท้าผ่านคันนาที่ขรุขระด้วยความทุลักทุเล มือหนึ่งพยายามประคองโสร่งที่พร้อมจะหลุดทุกเมื่อ อีกมือหนึ่งก็ปาดเหงื่อที่ไหลย้อยเข้าตาจนแสบไปหมด ฝูงวัวของย่าบุญมาเดินทอดน่องเล็มหญ้าอย่างสบายใจ โดยมีอิปิ๊เดินนำหน้าแกว่งไม้เรียวไปมาอย่างคล่องแคล่ว

“นั่นล่ะอ้าย... ออฟฟิศใหม่ของสุภาพบุรุษสถาปนิก” อิปิ๊ชี้ไม้เรียวไปทางสิ่งปลูกสร้างเล็กๆ ที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางทุ่ง

กริชเงยหน้ามองตาม และสิ่งที่เห็นทำให้เขาแทบอยากจะทรุดตัวลงนอนกลางคันนา มันคือ ‘เถียงนา’ หรือกระท่อมไม้หลังเล็กสภาพเก่าคร่ำคร่า หลังคามุงสังกะสีที่มีรอยสนิมเกาะกิน ใต้ถุนยกสูงพอประมาณ ภายในที่ควรจะเป็นที่พักผ่อนกลับเต็มไปด้วยกระสอบปุ๋ย ถังฉีดยาฆ่าแมลง จอบ เสียม และเครื่องมือทำนาที่วางระเกะระกะจนแทบไม่มีที่ว่าง

“ย่าบอกว่า ต่อไปนี้ให้อ้ายมาคุมงานอยู่ที่นี่ ที่นาห้าสิบไร่นี่ล่ะคือโครงการมรดกที่อ้ายต้องดูแล” อิปิ๊หันมาบอกพลางยิ้มกริ่ม

กริชก้าวขึ้นไปบนเถียงนาอย่างระมัดระวัง เสียงไม้กระดานดัง เอี๊ยด... เหมือนจะหักลงมาได้ทุกเมื่อ เขาใช้นิ้วแตะลงบนขอบไม้แล้วก็ต้องรีบชักมือกลับเพราะฝุ่นหนาเตอะ

“นี่มันโกดังเก็บของชัดๆ เลยนะปิ๊! ทั้งฝุ่น ทั้งกลิ่นปุ๋ย แล้วนั่น... ขี้จิ้งจกใช่ไหม ผมทำงานที่นี่ไม่ได้หรอก มัน... มันไม่ถูกสุขลักษณะอย่างแรง” กริชเอ่ยพลางกวาดสายตามองด้วยความแหยง 

“ผมว่าผมจะจ้างบริษัททำความสะอาดจากในเมืองมาบิ๊กคลีนนิ่งที่นี่หน่อย แล้วก็ว่าจะกั้นกระจก ติดแอร์...”

“หยุดๆๆ! อ้ายกริช!” อิปิ๊เบรกเสียงหลง 

“จ้างบริษัทอิหยังกะด้อกะเดี้ย ย่าบุญมาเพิ่นบ่มักให้คนมารุ่มร่ามของ ของเพิ่น และห้ามใช้เงินแก้ปัญหา ห้ามจ้างคนอื่น อ้ายต้องเฮ็ดเอง"

"อีกอย่าง ของในเถียงนานี่มีแต่ของสำคัญ ทั้งจอบ ทั้งเสียบ อุปกรณ์ทำนาเพิ่น ย่าเพิ่นย่านของหาย เพิ่นเลยบ่ให้คนนอกเข้ามาวุ่นวาย”

“แต่มันสกปรกมากเลยนะปิ๊ ผมเพิ่งเดินทางมาเหนื่อย ๆ เมื่อคืนก็นอนไม่ค่อยหลับเพราะ... เอ่อ... ผีสีหมอกของย่านั่นแหละ วันนี้ขอพักก่อนได้ไหม ผมยังปรับตัวไม่ได้จริงๆ” กริชใช้ไม้ตายหน้าเศร้าอ้อนวอน

อิปิ๊มองสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้ใบหน้าขาวๆ เริ่มแดงก่ำเพราะแดดเผา สภาพโสร่งรุงรังกับผมที่ยุ่งเหยิงทำให้เธอนึกสงสารขึ้นมานิดๆ (แต่ขำมากกว่า)

“เออๆ ... เห็นว่าเพิ่งมามื้อแรก ข่อยสิยอมให้พักวันนึงกะได้ แต่ตอนนี้ข่อยเริ่มหิวน้ำแล้ว อ้ายกริชอยากไปหาอิหยังดื่มเย็น ๆ ในหมู่บ้านบ่” กริชหูผึ่งทันที 

“มีร้านกาแฟสดไหมปิ๊ ผมขอแบบอาราบิก้าคั่วกลาง ลาเต้ร้อนไม่ใส่น้ำตาลนะ หรือถ้ามีร้านสไตล์มินิมอลที่มีไวไฟด้วยจะดีมาก” อิปิ๊หัวเราะพรืดจนตัวโยน 

“กาแฟสดเบาะ มี แถวนี้เพิ่นเน้น ‘สด’ จากเตาเลยล่ะ ป่ะ... ซ้อนซาเล้งมา เดี๋ยวปิ๊จัดให้!”

การเดินทางกลับเข้าสู่ตัวหมู่บ้านเป็นความท้าทายครั้งใหม่ กริชต้องนั่งขดตัวอยู่บนตะแกรงเหล็กของซาเล้ง พยายามถกโสร่งขึ้นมาเหนือกองขยะเพื่อไม่ให้มันเข้าไปพันในซี่ลวดล้อรถ ขณะที่ซาเล้งกระแทกกระทั้นไปตามถนนดินลูกรัง อิปิ๊ก็พากริชมาจอดสนิทหน้าร้านไม้เก่าที่มีสังกะสีมุงบังแดด หน้าร้านมีป้ายเขียนด้วยชอล์กว่า ‘ร้านป้าแดง กาแฟยกล้อ’

ชาวบ้านที่นั่งล้อมวงกันอยู่หน้าร้าน ทั้งลุงสมานที่กำลังลับมีด และป้าจ้อยที่กำลังเด็ดผักบุ้ง ต่างหยุดกิจกรรมทุกอย่างแล้วจ้องมองกริชเป็นจุดเดียว

“ปาดดดด! นั่นหลานแม่ใหญ่บุญมาเบาะอีปิ๊ คือมาขาวปานหลอดไฟนีออนแท้ล่ะหึ” ป้าแดงเจ้าของร้านร้องทักพลางเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน

“แม่นแล้วป้าแดง เพิ่นอยากกินกาแฟสด เลยพามาหาป้านี่ล่ะ” อิปิ๊ตอบแทน

กริชเดินลงจากรถด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ เขาพยายามส่งยิ้มสุภาพให้ทุกคน 

“สวัสดีครับ... เอ่อ ผมขอถามหน่อยครับ ที่นี่มีเมนูอเมริกาโน่เย็นเมล็ดคั่วกลางบ้างไหมครับ” ป้าแดงขมวดคิ้วทำหน้ามึนตึ๊บ 

“อเมริกา... อิหยังนะหลานชาย ป้าฟังบ่รู้เรื่อง เว้าไทยคือจั่งดาราแท้ล่ะหึ”

“เพิ่นถามว่ามีกาแฟบ่จ้าป้า!” อิปิ๊รีบแปลภาษา 

“อ้ายกริช... ป้าแดงเพิ่นบ่รู้จักอเมริกาโน่ของอ้ายดอก บ้านนี่มีแต่โอเลี้ยง กาแฟโบราณ... เอา ‘กาแฟยกล้อ’ บ่ รับรองตาสว่างยันชาติหน้า”

“ยกล้อ มันคือพันธุ์อาราบิก้าเหรอครับปิ๊” กริชถามอย่างซื่อ ๆ อิปิ๊แอบขำจนไหล่สั่น 

“เออ... สายพันธุ์อีหลี (พันธุ์แท้) เลยล่ะป้า จัดมายกล้อสองถุง”

ไม่นานนัก กริชก็ได้พบกับกาแฟของเขา มันไม่ได้อยู่ในแก้วพลาสติกทรงสูงที่มีโลโก้สวยงาม แต่มันถูกบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกขนาดใหญ่ที่ใส่น้ำแข็งป่นจนล้น ราดด้วยน้ำโอเลี้ยงดำขลับและปิดท้ายด้วยนมข้นจืดที่เทลงไปจนขาวโพลนเหมือนภูเขาหิมะ จากนั้นป้าแดงก็เอาถุงนั้นซ้อนลงใน ‘ถุงกระดาษหนังสือพิมพ์’ อีกชั้นหนึ่งแล้วยื่นให้

“เอ้า... กาแฟยกล้อ กินแล้วสิตาแข็งจนฮอดมื้อเช้าเด้อหลาน!”

กริชรับมาอย่างงง ๆ เขาพยายามมองหาหลอดแต่พบว่ามันเป็นถุงมัดยางวง 

“กินยังไงครับปิ๊ มันไม่มีแก้วเหรอ”

“ดูดโลดอ้าย! หลอดมันกะอยู่ในถุงหั่นล่ะ!” อิปิ๊สาธิตด้วยการดูดจ๊วบใหญ่จนน้ำแข็งพร่องลงไปครึ่งถุง

กริชจำใจดูดตาม ทันทีที่ของเหลวเข้าปาก ความหวานระดับน้ำตาลเรียกพี่และความขมฝาดของโอเลี้ยงโบราณก็พุ่งปรี๊ดขึ้นสมอง 

“โอ้โห... หวานมากครับป้า นี่น้ำตาลหรือกาแฟเชื่อมครับเนี่ย”

ชาวบ้านรอบ ๆ เริ่มขยับเข้ามาใกล้กริชด้วยความอยากรู้อยากเห็น ลุงสมานวางมีดแล้วถามขึ้น

 “.อยู่กรุงเทพฯ เฮ็ดงานอิหยังล่ะ คือมาใส่เสื้อเชิ๊ตแขนยาวพาวัวลงทุ่งน้อ”

“อ๋อ... ผมเป็นสถาปนิกครับ ออกแบบตึก ออกแบบอาคารน่ะครับ” กริชพยายามอธิบายด้วยภาษากลางที่ชัดเจนลุ งสมานหันไปหาป้าจ้อย 

“หือ เพิ่นว่าเพิ่นเป็นอาสา... อิหยังนะ เพิ่นมาฉีดยาวัวเบาะอีปิ๊”

“บ่แม่นลุง เพิ่นเป็นคนเขียนแบบบ้าน” อิปิ๊ตะโกนบอกชาวบ้าน

“อ๋ออ เขียนหวยเบาะ งวดนี้เลขออกอิหยังล่ะหลาน บอกป้าแน ป้าสิได้ปลดหนี้ธกส. ” ป้าจ้อยขยับเข้ามาใกล้จนกริชแทบจะสำลักกาแฟยกล้อ

“ไม่ใช่หวยครับป้า ผมออกแบบโครงสร้างอาคารครับ” กริชพยายามย้ำอีกครั้งพร้อมทำท่ามือประกอบเป็นรูปหลังคาบ้าน 

“Architect ครับ”

“อา-ชิ-เต็ก หือ... เพิ่นสิมาเปิดเต็ก (เทค) อยู่บ้านเฮาเบาะอีปิ๊ คือสิม่วนน้อ”

 เสียงหัวเราะของชาวบ้านดังระงมไปทั่วร้านกาแฟ ทุกคนมองกริชด้วยสายตาเอ็นดูผสมขำขันในความพยายามอธิบายของเขา

กริชได้แต่ยืนนิ่ง ดูดกาแฟจากถุงกระดาษที่เริ่มเปื่อยยุ่ยในมือ เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่ามรดกที่ย่ามอบให้ ไม่ใช่แค่ที่ดิน แต่มันคือการต้องสู้กับ "กำแพงภาษา" และ "วัฒนธรรมถุงกระดาษ" ที่เขาสถาปนิกเมืองกรุงต้องใช้ใจแปลให้ได้มากกว่าการใช้พจนานุกรม!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง

    ตอนที่ 53: รอยไหม้ที่ปลายทุ่ง เปลวเพลิงสีส้มที่โหมกระหน่ำท่ามกลางความมืดมิดของโคกอีแหลว ไม่ได้แผดเผาเพียงแค่ความฝันในโรงเรือนจิ้งหรีดของกริชเท่านั้น แต่มันกำลังจะกลายเป็นโศกนาฏกรรมของทั้งหมู่บ้าน ลมทุ่งที่พัดแรงในช่วงรุ่งหอบเอาลูกไฟปลิวว่อนไปทางแปลงนาข้างเคียงที่ชาวบ้านเพิ่งจะลงฟางเตรียมดินไว้ กลิ่นควันไฟฉุนกะทัดรัดปลุกให้หัวใจของคนในตำบลตื่นตระหนก"ไฟไหม้ ช่วยด้วย ไอ้รุ่งมันเผานา" เสียงตะโกนของอิปิ๊ดังก้องไปทั่วคุ้งน้ำเพียงไม่กี่อึดใจ แสงไฟฉายจากบ้านเรือนรอบๆ ก็สว่างขึ้นมาดั่งหิ่งห้อยนับร้อยดวง ชาวบ้านทั้งชายและหญิงต่างหิ้วถังน้ำ ถือจอบ ถือเสียม วิ่งกรูมายังพิกัดที่เกิดเหตุด้วยความโกรธแค้น เพราะพวกเขารู้ดีว่าหากไฟลามเข้าป่าข้าวหรือฟางนาในฤดูแล้งแบบนี้ ความฉิบหายจะไม่ได้หยุดแค่ที่นาของกริช แต่มันจะเผาผลาญปากท้องของคนทั้งหมู่บ้านให้วอดวายไปด้วยในขณะที่กริชและอิปิ๊กำลังง่วนกับการดับไฟที่โรงเรือน บักรุ่งที่นอนมอมแมมอยู่ในร่องน้ำพยายามจะตะเกียกตะกายหนี แต่มันกลับหนีไม่พ้นศาลเตี้ยของชาวบ้านที่มาถึงก่อนตำรวจ"มึงสิหนีไปไสไอ้รุ่ง มึงมันหนักแผ่นดิน" ลุงหวังที่วิ่งมาถึงคนแรกตะโกนลั่นพร้อมก

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัว

    ตอนที่ 52: ตามใจผู้จัดการส่วนตัวสองสัปดาห์ผ่านไป... บรรยากาศในที่นาของพ่อไกรเปลี่ยนจากพื้นที่ขัดแย้งกลายเป็นพื้นที่แห่งชีวิตใหม่ แผลที่สีข้างของกริชสมานตัวจนเกือบสนิททิ้งไว้เพียงแผลเป็นแห่งเกียรติยศที่เขาภูมิใจ สถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นพับแขนและกางเกงเล บัดนี้ไม่ได้ถือเพียงตลับเมตร แต่เขายังสะพายย่ามที่เต็มไปด้วยสมุดสเก็ตช์ภาพและดินสอไม้ ที่ชานเรือนใหม่กริชกางกระดาษไขแผ่นใหญ่ลงบนโต๊ะไม้ ผัง "นาสีทองตัวอย่าง" ถูกร่างขึ้นอย่างประณีต"ปิ๊ มาดูนี่สิ อ้ายแบ่งโซนเสร็จแล้วนะ" กริชตะโกนเรียกหญิงสาวที่กำลังง่วนอยู่หลังบ้านอิปิ๊ วิ่งร่าเข้ามาในสภาพที่เนื้อตัวมอมแมมไปด้วยดิน แต่มันคือดินที่เธอภูมิใจเสนอที่สุด เธอยกถังใส่ดินดำขลับที่มีกลิ่นหอมของใบไม้หมักขึ้นมาวางโชว์"นี่ไงอ้ายกริชดินปลูกสูตรนางสิงห์ ปิ๊หมักตามธรรมชาติ ใช้ทั้งรำละเอียด แกลบเผา แล้วก็มูลควายจากคอกพ่อผู้ใหญ่ผสมกับน้ำหมักชีวภาพที่ปิ๊บ่มไว้ในโอ่ง รับรองว่าปลูกอะไรก็งาม พืชผลสิอวบอัดปานคนเลี้ยงเลยล่ะ" อิปิ๊หัวเราะร่วนพลางปาดเหงื่อที่ปลายจมูกจนเลอะดินเป็นปื้น กริชยิ้มอย่างเอ็นดู เขาหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับรอยเลอะบนหน้าให้เธออย่

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้ม

    ตอนที่ 51 พระจันทร์ยิ้มบนชานเรือนที่ปูสาดสีสวย สำรับอาหารมื้อเย็นถูกล้อมรอบด้วยคนสำคัญในชีวิตของกริช พ่อผู้ใหญ่บ้าน ลุงหวัง ย่าบุญมา และอิปิ๊ กริชนั่งพิงเสาเรือนเพราะยังเจ็บแผลอยู่เล็กน้อย โดยมีอิปิ๊คอยตักอ่อมไก่ใส่ถ้วยให้ไม่ขาด"กริช... เรื่องนายทุนมันจบลงแล้วกะจริง" พ่อผู้ใหญ่บ้านเอ่ยเสียงเข้มขึ้น"แต่ข่อยมีเรื่องหนึ่งสิถามเจ้าในฐานะคนที่เป็นพ่อ... เจ้าสิรับมือจั่งใด๋กับความรู้สึกของชาวบ้านบางคนที่เขายังเสียดายเงินของนายทุนอยู่ถึงมื้อนี้เขาเห็นความจริง แต่ความจนมันกะยังค้ำคอเขาอยู่เด้อ" กริชวางช้อนลง เขาไม่ได้ตอบทันทีแต่มองออกไปที่ผืนนาสีดำขลับในยามโพล้เพล้ "นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่กลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ครับพ่อผู้ใหญ่ ผมจะพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าที่ดินมันงอกเงยเป็นเงินได้มากกว่าเงินฟาดหัวของนายทุน ผมจะเริ่มทำนาสีทองให้เป็นต้นแบบ ใครอยากมีรายได้ผมจะสอนให้ทำโฮมสเตย์สอนให้แปรรูปข้าวและผมจะหาตลาดรองรับให้เองด้วยคอนเนกชันที่ผมมี""อ้ายกริชสิทำจริง ๆ บ่จ้ะ" อิปิ๊ถาม แววตาเต็มไปด้วยความหวัง "ปิ๊สิเป็นคนแรกที่ลงแรงช่วยอ้ายเอง""อ้ายทำจริงแน่ปิ๊... แต่อ้ายทำคนเดียวไม่ได้" กริชหันมาสบตาอิปิ๊กลาง

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊

    ตอนที่ 50 กฎเหล็กของปิ๊ภายในห้องพักฟื้นที่เคยเงียบเหงา บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยมวลความสุขที่แผ่ออกมาผ่านเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่หยอกล้อกันอย่างไม่ลดละ กริชที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้เริ่มมีสีเลือดฝาดบนใบหน้ามากขึ้น เขาใช้สายตาเจ้าเล่ห์นิด ๆ มองจ้องไปที่หญิงสาวที่กำลังขะมักเขม้นกับการปอกแอปเปิลให้เขาอย่างตั้งใจ"โถ่ปิ๊... นี่อ้ายเป็นถึงสถาปนิกเกียรตินิยมนะ จะไม่ให้รางวัลคนทำงานเหนื่อย ๆ ด้วยวิสกี้สักเป๊กสองเป๊กเลยเหรอ" กริชแกล้งทำเสียงออดอ้อนพลางยื่นมือไปสะกิดแขนเสื้อของเธอ"บ่ได้จ้ะอ้ายกริช" อิปิ๊ตอบเสียงแข็งแต่แววตาระยิบระยับด้วยความสนุก "เป็นสถาปนิกเกียรตินิยมกะต้องรักษาสุขภาพเแมะ อีกอย่าง... เงินน่ะ ปิ๊สิเอาไปซื้อแม่พันธุ์วัว ซื้อปุ๋ยคอกมาใส่ที่นาเฮาเบิด อ้ายอยากดื่มกะดื่มน้ำมะพร้าวเผาฝีมือปิ๊ไปก่อนแล้วกันเด้อ""โห... นี่ขนาดยังไม่ได้แต่งนะเนี่ย กฎเหล็กมาเป็นชุดเลย" กริชหัวเราะเบา ๆ จนต้องเอามือกุมแผล "โอ๊ย... เจ็บนะเนี่ย ปิ๊แกล้งให้อ้ายหัวเราะจนแผลสะเทือนใช่ไหม""สมน้ำหน้าจ้ะ ใครใช้ให้หัวเราะล่ะ" อิปิ๊ค้อนวงใหญ่แต่ก็รีบวางจานผลไม้แล้วขยับเข้าไปใกล้เตียงเพื่อเช็คดูอาการ "ไหน... เจ็บมา

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียง

    ตอนที่ 49: คำสารภาพริมเตียงแสงแดดยามเช้าลอดผ่านม่านสีขาวของโรงพยาบาลอำเภอ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ อบอวลอยู่ในห้องพักฟื้นที่เงียบสงบ บนเตียงคนไข้ กริช ค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ความเจ็บปลาบที่สีข้างยังคงอยู่ แต่มันเบาบางลงมากเมื่อเทียบกับความรู้สึกหนักอึ้งเมื่อคืนสายตาของเขาปะทะเข้ากับใบหน้าจิ้มลิ้มของ อิปิ๊ ที่นั่งสัปหงกอยู่ข้างเตียง ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยและยังมีคราบฝุ่นจางๆ ตามเสื้อผ้า ส่วน ย่าบุญมา นั่งเคี้ยวหมากอยู่อีกฝั่ง พอเห็นหลานชายขยับตัว ย่าก็อุทานออกมาด้วยความดีใจ"กริช ฟื้นแล้วบ่หลาน ย่าอยู่นี่เด้อ" อิปิ๊สะดุ้งตื่นตาเบิกโพลงพอเห็นกริชลืมตาเธอก็ลุกลี้ลุกลนทันที "อ้ายกริช อ้ายฟื้นแล้วเจ็บหม่องใด๋บ่ ปิ๊สิไปตามหมอ""ปิ๊..." กริชเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า เขาแกล้งทำหน้าเหยเกเหมือนเจ็บปวดแสนสาหัส "อย่าเพิ่งไป... อ้ายหิวน้ำ... เจ็บแผลเหลือเกิน ลุกไม่ไหวเลย"อิปิ๊ที่เคยเป็นนางสิงห์ถือเสียมไล่ทุบรถนายทุน บัดนี้กลับกลายเป็นลูกแมวเชื่อง ๆ เธอรีบรินน้ำใส่แก้วแล้วประคองหลอดให้กริชดื่มอย่างระมัดระวัง"ค่อย ๆ จิบเด้ออ้าย ปิ๊บอกแล้วว่าอย่าซ่า เห็นบ่... เกือบได้ไปเฝ้ายมบาลแล้ว" เธอพ

  • มักสาวอิปิ๊   ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุน

    ตอนที่ 48 เอาผิดนายทุนความชุลมุนกลางลานวัดเริ่มคลี่คลายลงเมื่อรถกระบะของลุงหวังเบรกดังสนั่นที่ข้างเวที พ่อผู้ใหญ่บ้านและชายฉกรรจ์อีกสองสามคนรีบช่วยกันประคองร่างที่ชุ่มเลือดของกริชขึ้นหลังรถ อิปิ๊กระโดดขึ้นไปนั่งประคองศีรษะของเขาไว้บนตักทันที มือเล็กๆ ยังคงกดผ้าขาวม้าที่เริ่มชุ่มเลือดไว้แน่นที่หน้าท้องของกริช"อ้ายกริช... อดทนเด้ออ้าย อย่าหลับเด้อ!" อิปิ๊ร้องเรียกเสียงหลง ร่างกายเธอสั่นเทาไปหมด"ปิ๊... ใจเย็น ๆ ลูก เบิ่งแผลอ้ายดี ๆ" พ่อผู้ใหญ่บ้านที่รีบตามขึ้นมาดูสำรวจรอยกระสุนอย่างละเอียดภายใต้แสงไฟฉาย "กระสุนมันถากเข้าแฉลบสีข้างไปหน่อยเดียว แผลดูน่ากลัวเพราะเลือดออกเยอะ แต่น่าจะบ่เข้าจุดสำคัญ... กริช มึงยังมีสติอยู่บ่" กริชพยักหน้าเล็กน้อย ลมหายใจยังติดขัดแต่แววตาเริ่มกลับมามีความรู้สึก "ผม... ยังไหวครับพ่อผู้ใหญ่..."เมื่อรู้ว่ากริชพ้นขีดอันตรายในเบื้องต้น พ่อผู้ใหญ่บ้านและย่าบุญมาที่ตามขึ้นมาสมทบก็ถอนหายใจออกมาอย่างสุดตัว ย่าบุญมาทรุดลงกอดเข่ากริชพลางลูบหัวหลานชายด้วยน้ำตา "เทวดาคุ้มครองหลานย่าแท้ๆ ... พ่อไกรคุ้มครองเจ้าแล้ว"ในขณะที่ทุกคนกำลังโล่งใจ แต่อิปิ๊กลับไม่ได้คิดแค่นั้น

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status