Share

บทที่ 3

last update Last Updated: 2026-01-04 19:02:20

“เหม่ยเหม่ย! นี่มันหมายความว่ายังไงกัน!” เสียงตะโกนของพิมพ์พลอย ซึ่งหากไม่คิดว่าโอเวอร์ไป เหม่ยเซียนคิดว่ามันน่าจะเกินเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเดซิเบล

หญิงสาวจำต้องพลิกกายหลบมือที่กำลังลากให้ลุกจากเตียง เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปเกือบตีหนึ่ง เพราะพิมพ์พลอยยืนยันว่าจะไม่นั่งแท็กซี่มาคอนโดเพียงลำพัง ดังนั้นเหม่ยเซียนจึงนั่งรถเมล์ไปยังสนามบิน ก่อนจะพาอีกฝ่ายนั่งรถแท็กซี่กลับมายังคอนโด ขากลับยังโดนอีกฝ่ายบ่นจนหูชาเรื่องที่ไม่ยอมซื้อรถขับสักที ยังไม่พอพิมพ์พลอยยังตะโกนโหวกเหวกตั้งแต่ยังไม่หกโมงเช้าด้วยซ้ำ

“โธ่พลอย ขอนอนต่อสักชั่วโมงนะแล้วจะยอมให้พลอยโวยวายต่อทั้งวันเลย” เหม่ยเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงงัวเงีย

“ไม่ได้! ลุกขึ้นมาคุยกับพลอยเดี๋ยวนี้เลย นี่มันเรื่องอะไรกัน!” พิมพ์พลอยไม่พูดเปล่าแต่กลับยื่นหนังสือเล่มหนึ่งออกมาต่อหน้าเหม่ยเซียน

“อ้อ ก็เรื่อง The Baby From Nowhere เขียนโดยดิแอนเจลนี่ไง” เหม่ยเซียนตอบด้วยน้ำเสียงราวกับยังตื่นไม่เต็มตา ซึ่งนั่นยิ่งทำให้พิมพ์พลอยหัวเสีย

“อย่ามาทำไขสือนะ เมื่อครู่พลอยอ่านไปหน่อยหนึ่ง นี่มันเรื่องตอนเด็กของเหม่ยเหม่ยนี่!”

“ก็ใช่”

“แล้วเอามาเขียนทำไม นี่มันไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นนะ เหม่ยเหม่ยเป็นพี่สาวพลอย เป็นลูกสาวคุณพ่อคุณแม่ แล้วนี่อะไร” พิมพ์พลอยร้องไห้ออกมาอย่างสุดจะกลั้น

เรื่องที่เหม่ยเซียนเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกพ่อแม่เอามาทิ้งไว้หน้าคฤหาสน์ คนในครอบครัวพิทักษ์ชัยทุกคนพยายามปกป้องเหม่ยเซียนมาโดยตลอด ดังนั้นวันเวลาผ่านไปหลายปีผู้คนจึงคิดว่าเหม่ยเซียนเป็นลูกสาวบ้านพิทักษ์ชัย แต่การที่เหม่ยเซียนเอาเรื่องของตัวเองมาเขียนเป็นหนังสือโดยไม่ปรึกษาครอบครัวเช่นนี้ ทำให้พิมพ์พลอยรู้สึกราวกับถูกอีกฝ่ายหักหลัง

“พลอย” เหม่ยเซียนตกใจจนตาสว่างเมื่อเห็นว่าพิมพ์พลอยกำลังร้องไห้ แต่ไหนแต่ไรมาทั้งสองคนไม่เคยทะเลาะกันจริงๆ จังๆ เลยสักครั้ง อย่าว่าแต่การทำให้พิมพ์พลอยร้องไห้เลย

“พลอยเห็นเหม่ยเหม่ยเป็นพี่สาว ทั้งรัก เคารพและถือเป็นแบบอย่าง แต่เหม่ยเหม่ยทำแบบนี้กลับไม่ปรึกษาพลอยสักคำ ไหนจะคุณพ่อคุณแม่อีก ท่านจะรู้สึกยังไง” พิมพ์พลอยนั่งลงแล้วเริ่มร้องไห้หนักขึ้น จนเหม่ยเซียนต้องรั้งอีกฝ่ายเข้ามาเพื่อกอดปลอบ

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะพลอย เหม่ยเหม่ยขอโทษที่ทำไปไม่ได้คิดไปไกลถึงขนาดนั้น อีกอย่างในหนังสือไม่ได้เขียนทุกเรื่องของเหม่ยเหม่ยเสียหน่อย ไม่มีใครรู้นามปากกานี้คือใครเสียหน่อย อย่าร้องไห้เลยนะ เหม่ยเหม่ยผิดไปแล้ว”

ในขณะที่พูดปลอบอกปลอบใจพิมพ์พลอยนั้น เหม่ยเซียนที่รู้สึกผิดเต็มหัวใจก็ได้แต่ครุ่นคิด เพราะเธอเพียงต้องการระบายเรื่องในใจออกมาจึงได้เริ่มต้นเขียนนิยายเรื่องนี้ขึ้น ความจริงเรื่องนี้เธอไม่ต้องการให้คนในครอบครัวรู้ เนื่องจากไม่อยากให้พวกเขาคิดมาก หากได้รับรู้ถึงความรู้สึกของเธอที่ส่งผ่านตัวอักษรออกมา

...ไม่ว่าจะอย่างไร เด็กกำพร้าที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ก็ยังอยากมีโอกาสติดตามหาพ่อและแม่แท้ๆ ของตน แม้กลัวคำตอบหากพบว่าจนถึงที่สุดทั้งพ่อและแม่ที่แท้จริงไม่ต้องการตน แต่หญิงสาวก็ยังอยากถามพวกเขาทั้งสองคนเหลือเกินว่าเหตุใดจึงทอดทิ้งเธอ

เพราะอะไรจึงไม่ต้องการเธอ ...เพราะอะไรจึงยกเธอให้คนอื่น ไม่รักเธอแล้วหรือเพราะอะไรจึงทำเช่นนี้

ความต้องการนั้นผลักดันจนเธอลืมความเป็นจริงข้อหนึ่งไปสนิท ความจริงที่ว่าในตอนนี้ครอบครัวที่เธอต้องคำนึงถึงก่อนสิ่งใด ก็คือครอบครัวพิทักษ์ชัย หาใช่ผู้ที่เคยทอดทิ้งเธอไปไม่...

การที่หนังสือเรื่องนี้ได้รับการตอบรับจากสำนักพิมพ์ชื่อดังของอังกฤษ เป็นสิ่งที่เธอไม่คาดคิดมาก่อน ทุกคนในครอบครัว รวมไปถึงพิมพ์พลอยรู้มาว่าหนังสือเรื่องแรกที่เธอเขียน และได้ตีพิมพ์คืออีกเรื่องหนึ่ง แต่ความจริงแล้วเรื่องนี้ที่ใช้อีกนามปากกาต่างหากที่เป็นเรื่องแรก

เกือบครึ่งชั่วโมงในที่สุดพิมพ์พลอยก็หายโกรธและหยุดร้องไห้ แต่คำถามมากมายก็ทำเอาเหม่ยเซียนเวียนหัว

“จริงสิ บทที่ว่า That Man – ชายคนนั้น มันคืออะไรกัน” พิมพ์พลอยเอ่ยถามด้วยความสงสัย และนั่นทำให้เหม่ยเซียนเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ

“อ่านเร็วถึงขนาดนั้นเชียว นั่นมันบทท้ายๆ แล้วนี่”

“เปล่า เปิดผ่านๆ น่ะ พอดีเห็นเลยลองอ่านดูคร่าวๆ” พิมพ์พลอยหัวเราะออกมา

“อืม... มีอยู่เรื่องหนึ่งแปลกมาก แปลกมากจริงๆ นะ เรื่องนี้ยังไม่เคยเล่าให้พลอยหรือใครฟังเลย”

“เรื่องอะไรหรือ” พิมพ์พลอยมีท่าทางตื่นเต้นขึ้นมาทันควัน

“เหม่ยเหม่ยฝัน”

“ว่า…”

“ฝันว่าตัวเองติดอยู่ในโลงศพ”

“หา!” พิมพ์พลอยอุทานออกมาเสียงดัง “งั้นไปทำบุญกัน” เอ่ยจบก็พยายามลากเหม่ยเซียนลงจากเตียงนอน

“นี่ ฟังให้จบก่อน”

“ไม่ได้นะนี่มันเรื่องใหญ่ คุณแม่...ต้องโทรบอกคุณแม่ให้พาเหม่ยเหม่ยไปสะเดาะเคราะห์”

“ใจเย็นๆ หน่อยพลอย จะฟังไหมถ้าไม่ฟังจะได้ไม่ต้องเล่าต่อ”

“ฟังก็ได้ เล่ามาเลยเรื่องผู้ชายน่ะ That man เจอเขาที่ไหน เมื่อไหร่ เขาเป็นใคร พลอยเคยเจอเขาหรือเปล่า” เอ่ยถามด้วยดวงตาวิบวับส่องประกายอยากรู้อยากเห็น

เหม่ยเซียนอดที่จะถอนใจออกมาทีหนึ่งไม่ได้ “เหม่ยเหม่ยไม่เคยเจอเขา ไม่รู้ว่าหน้าตาเป็นไง...” หญิงสาวเล่าไปก็พยายามนึกภาพที่ตนเองพอจะจำได้ ไป

ความฝันนั้นช่างเลือนรางเหลือเกิน...

ในคืนที่เป็นวันคล้ายวันเกิดอายุครบยี่สิบ เหม่ยเซียน ผล็อยหลับไปบนโซฟาในห้องพักใกล้กับมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ที่เช่าอยู่กับพิมพ์พลอย

...ครั้งแรกของความฝัน ภาพในความฝันช่างน่าตื่นตาตื่นใจ สิ่งที่เหม่ยเซียนได้เห็นคือถ้ำน้ำแข็งขนาดใหญ่ บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยบุปผานานาพรรณส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่ว น่าแปลกที่ดอกไม้นานาชนิดเหล่านั้น กลับยังสามารถเติบโต และแข่งขันกันออกดอกเบ่งบานท่ามกลางน้ำแข็งอันเย็นเยียบ ตรงกลางของถ้ำนั้นยังมีก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ทรงสี่เหลี่ยมตั้งอยู่ ด้านในนั้นยังมีร่างของบุรุษผู้หนึ่งนอนอยู่ และนั่นก็ทำให้เหม่ยเซียนสะดุ้งตกใจตื่น

ครั้งที่สองของความฝัน...เหม่ยเซียนพบว่าตนยังคงฝันเห็นถ้ำที่มีโลงน้ำแข็งตั้งอยู่ ครั้งนี้หญิงสาวทำใจดีสู้เสือเดินเข้าไปสำรวจ แต่ไม่ว่าจะเดินไปโดยรอบโลงน้ำแข็งนั้น หรือพยายามจดจ้องใบหน้าของบุรุษในโลงเท่าไร ใบหน้าของเขาก็ยังคงพร่าเลือนจนยากจะมองเห็นกระทั่งหญิงสาวถอดใจ และตัดสินเดินสำรวจดอกไม้นานาชนิดแทน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 18

    เรื่องนี้ชักจะเกินกว่าที่หญิงสาวคาดเอาไว้ว่าจะเจอ เพราะภูตแห่งการเวลารับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะดึงหญิงสาวกลับทันทีที่มีภัย แต่สถานการณ์นี้แม้แต่ตัวนางเองก็ยังบอกไม่ถูกว่าเขาคือภัยคุกคามหรือไม่ชั่วขณะที่จื่อหมิงกำลังคิดจะโยนร่างเล็กกว่าลงบนพื้น ด้วยนึกรังเกียจในกิริยาที่ไม่สำรวมของคนตรงหน้า หญิงสาวกลับตัดสินใจใช้ท่อนแขนวางบนไหล่เขาเพื่อถ่วงน้ำหนัก ก่อนจะหยัดตัวขึ้นไปหาปิ่นในมือเขา แต่นั่นกลับทำให้หน้าอกของนางกระแทกเข้ากับใบหน้าของเขาอย่างจังจื่อหมิงหายใจหอบทั้งยังหน้าแดงก่ำ แต่นั่นเป็นเพราะเขากำลังโกรธหาใช่ความรู้สึกอื่น ต่างจากหญิงสาวที่ดูเหมือนไม่รู้ว่าได้ทำอะไรลงไปเขาเอนตัวไปด้านหลังแต่ก็ต้องเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ เนื่องจากไม่คาดว่าหญิงสาวตรงหน้าไม่มีทีท่าว่าจะหยุดมองหน้าเขาด้วยซ้ำตรงกันข้ามนางกลับเอาแต่จ้องปิ่นปักผมในมือตนและยังดิ้นรนจะแย่งมันกลับไปให้ได้ กระทั่งเหมือนไม่สนใจเรื่องที่บุรุษและสตรีซึ่งไม่ใช่สามีภรรยากันไม่ควรถูกเนื้อต้องตัว“เอาของของข้าคืนมา!” เหม่ยเซียนยังคงตวาดแหวพร้อมกับเตะขาทั้งสองข้างใส่เขาอย่างไม่เกรงกลัว“ศิษย์พี่ ท่านกำลังทำอะไรอยู่หรือเจ้าคะ” เสียง

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 17

    เหม่ยเซียนเอื้อมมือดึงปิ่นปักผมสองตัวออกมา ทำให้เรือนผมยาวสลวยร่วงลงมาคลอเคลียไหล่ทั้งสองข้าง ก่อนหญิงสาวจะจับผมทั้งหมดรวบขึ้นม้วนเป็นมวยง่ายๆ พร้อมกับยึดเอาไว้ด้วยปิ่นเพียงตัวเดียว แล้วถือถือปิ่นหยกแก้วแห่งกาลเวลาที่เป็นกุญแจสำคัญของการเดินทางเอาไว้ในมือเมื่อมือหนึ่งคว้าปิ่นปักผม อีกมือคว้าหนังสือเพลงพิณ ความสนใจทั้งหมดย่อมตกอยู่กับบทเพลงในตำรา ในที่สุดก็เผลอวางปิ่นลงบนโต๊ะเพื่อพลิกเปิดหน้าตำรา ลืมแม้กระทั่งว่าห้องนี้ไม่ใช่ห้องนอนของตนแต่เป็นห้องของบุรุษอื่นดูไปได้สักพักก็ตระหนักรู้แล้วว่าเจ้าของห้องคงจะยังไม่กลับมาเร็วๆ นี้จึงหันไปมองยังเตียงนอน ร่างเล็กลากชุดยาวรุ่ยร่ายเดินไปยังเตียงนอน แล้วนอนคว่ำลงไปบนฟูกเพื่อพลิกหนังสือต่อไปชั่วขณะนั้นหญิงสาวลืมสิ้นถึงคำเตือนของภูตแห่งกาลเวลาที่ย้ำหนักหนาว่าห้ามวางปิ่นปักผมเอาไว้ไกลจากตัวไป กระทั่งเสียงประตูห้องถูกเปิดออกใบหน้าหล่อเหลาสง่างามซึ่งปรากฏขึ้นระหว่างรอยแยกของบานประตู ทำให้ผู้บุกรุกตกตะลึงราวกับถูกต้องมนต์เรือนผมยาวสีดำเกล้าขึ้นสูง ครึ่งหนึ่งถูกรวบไว้ยึดเอาไว้ภายใต้เกี้ยวครอบผมทรงสูงสีขาว ลักษณะคล้ายเขาของมังกรซึ่งเป็นหนามแหลมยาว

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 16

    “ได้” เหม่ยเซียนรับปากด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แต่ความรู้สึกของภูตทั้งสองกลับรู้สึกว่าผู้เป็นนายกำลังรู้สึกตื่นเต้นสนุกสนานอยู่“ข้ารับปากแล้วว่าจะทำตามทุกอย่างที่พวกเจ้าบอก ดังนั้นไว้ใจข้าเถอะนะ ข้าจะระมัดระวังให้มาก” เหม่ยเซียนกล่าวเมื่อเห็นใบหน้าไม่สบายใจของภูตทั้งสอง “เช่นนั้นเรามาเริ่มกันเลยดีหรือไม่ ต้องทำอย่างไรบ้างเล่า”“ภูตโบตั๋นเจ้าช่วยนายหญิงแต่งตัวเหมือนจะไปร่วมงานชมบุปผา อย่าให้โดดเด่นมากนัก แต่ก็อย่าให้น้อยหน้าเทพธิดาองค์ใด ข้าจะออกไปรอด้านนอกเสร็จแล้วก็เรียกข้าด้วย”“ได้เลย เรื่องนี้ข้าถนัด!”จากนั้นเหม่ยเซียนพลันนึกถึงตุ๊กตาแสนสวยที่ตนมีอยู่ในคอนโดหลายตัว พวกมันทุกตัวล้วนถูกจับแต่งด้วยเสื้อผ้าชุดต่างๆ ทำผมทรงนั้นทรงนี้และประดับด้วยริบบิ้นสวยๆ กระทั่งเล่นเบื่อแล้วตุ๊กตาตัวนั้นจึงถูกวางลงเหม่ยเซียนชักจะเข้าใจความรู้สึกของตุ๊กตาเหล่านั้นแล้ว หากว่าพวกมันมีชีวิตจิตใจ ก็คงรู้สึกไม่ต่างจากตนในยามนี้ที่ถูกภูตโบตั๋นจับแต่งตัวนักหลังจากหวีผมที่ถูกภูตโบตั๋นใช้มนต์พรางตาทำให้ยาวขึ้นจนจดแผ่นหลัง แล้วปักด้วยปิ่นหยกแก้วแห่งกาลเวลาและปิ่นทองหลายอันชุดตัวสวยที่มีถึงเก้าชั้นก็ถูกภูตโบตั

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 15

    “ใช่เจ้าค่ะ และนั่นยิ่งทำให้เรื่องมันยากกว่าเดิม เพราะนางมีสายเลือดมังกรที่เป็นสตรีเพียงผู้เดียวที่หลงเหลืออยู่ ดังนั้นนางจึงเป็นผู้ที่สามารถให้กำเนิดทายาทมังกรที่จะสืบทอดต่อจากเทพมังกร แต่เทพมังกรยืนกรานต่อหน้าทวยเทพแล้วว่าจะไม่แต่งชายา เพียงเพราะต้องการทายาทมังกรอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าเอ่ยถึงเรื่องนี้อีก”“ทำไมเล่า ทำไมเขาไม่แต่งนางเป็นชายา” เหม่ยเซียนเอ่ยถามด้วยความอยากรู้“โธ่นายหญิง ก็เพราะท่านเทพมังกรต้องการแต่งท่านเป็นพระชายาน่ะสิเจ้าคะจะอะไรอีกเล่า” ภูตโบตั๋นพูดจบก็หัวเราะคิก“เอ๋ ตอนนั้นเขากับข้ารู้จักกันแล้วหรือ”“ใช่เจ้าค่ะ ท่านกับท่านเทพมังกรพบกันที่สระทิพย์ในงานบุปผาอย่างไรเล่าเจ้าคะ”“เป็นเช่นนั้นหรือ แล้วเจ้าพอจะรู้หรือไม่เหตุใดเฟิ่งเซียนจึงไม่ชอบจื่อเหยาเล่า”“เรื่องนี้...ว่ากันว่าก่อนที่นางจะเข้ามาอยู่ที่ตำหนักหวงหลง นางเคยมีใจให้เทพอสูรมังกรเขียว แต่เพราะนางหวาดกลัวเทพอสูรหงส์แดงเฟิ่งเซียน นางจึง...”“อ้อ นั่นสินะก็นางน่ากลัวออกปานนั้น” ในที่สุดก็เข้าใจท่าทีของเฟิ่งเซียนที่มีต่อจื่อเหยาเสียที “แล้วข่าวลือเรื่องอนุเทพมังกรเริ่มมีขึ้นตั้งแต่ตอนไหนหรือ”เหตุใ

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 14

    “ไม่ลองแล้วจะรู้ได้อย่างไร อย่างน้อยข้าก็ต้องรู้ให้ได้ว่าดวงจิตของเทพมังกรอีกสองดวงซ่อนอยู่ที่ไหน บางทีข้าอาจจะปลอมตัวเป็นเหม่ยเหรินแล้วหลอกถามเทพมังกรว่าเขาให้ข้าเก็บเอาไว้ที่ไหน เมื่อครู่ก็ไม่ใช่ว่าข้าไปมาแล้วหรอกหรือ” เหม่ยเซียนหรี่ตาลงแล้วเอ่ยอย่างใช้ความคิด“แต่นั่นเป็นเพราะท่านครุ่นคิดถึงแต่เรื่องเทพมังกร ดังนั้นตอนที่ข้าพยายามออกมาจากหยกแก้วแห่งกาลเวลาจึงได้นำท่านย้อนกลับไปยังอดีต หากข้าดึงท่านออกมาช้ากว่านี้แล้วมีใครพบท่านเข้าจะทำเช่นไรขอรับ”“ก็ปลอมตัวเป็นเทพธิดาเหม่ยเหรินอย่างไรเล่า หากไม่ทำตัวน่าสงสัยมีหรือจะถูกสงสัยได้”ภูตแห่งกาลเวลาเงียบลงเพราะทั้งหมดนั้นเขาเองก็เคยคิด ยิ่งไปกว่านั้นผู้เป็นนายของเขาก็ดูเหมือนเป็นคนเดิมทุกอย่าง หากไม่ใช่ว่าสองคนมายืนเคียงข้างกันคงจะไม่มีเทพองค์ใดสงสัยเป็นแน่ อีกอย่างหากได้พบและพูดคุยกับเทพมังกรจื่อหมิงอีกสักครั้ง นั่นอาจจะทำให้ความทรงจำของนางกลับคืนมาได้บ้าง เนื่องจากเขารู้ดีว่าผู้เป็นนายชื่นชมในตัวของเทพมังกรผู้นี้เพียงใด ยิ่งไปกว่านั้นหากนางสามารถหาจิตมังกรพบ แน่นอนว่านั่นจึงจะเป็นเรื่องดีที่สุดขณะที่เหม่ยเหรินกำลังสนทนากับภูตแห่งกาลเว

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 13

    เสียงนั้นขาดๆ หายๆ ทว่าบทสนทนาที่เกี่ยวกับเทพมังกรทำให้เหม่ยเซียนรู้สึกสงสัย แต่แม้จะพยายามเงี่ยหูฟังเท่าไรก็ไม่ได้ยิน หนำซ้ำภาพทุกอย่างกลับพร่าเลือนก่อนจะหายไป เมื่อลืมตาขึ้นสิ่งที่มองเห็นกลับกลายเป็นม่านหน้าเตียงในเรือนหลักของตำหนักหวงหลง“นายหญิง” เสียงเล็กๆ นั้นเป็นเสียงของเด็กผู้ชาย นางจดจำได้แม่นว่าคนที่อยู่เป็นเพื่อนนางในห้องคือภูตโบตั๋น แล้วเด็กผู้ชายมาจากที่ใดกันเล่า “เจ้าเป็นใคร” กล่าวจบก็ดึงขาทั้งสองข้างของตนขึ้นมากอดเอาไว้แนบอก เพราะคนตัวเล็กผู้นั้นกำลังขยับเข้ามาหานางบนเตียง“นายหญิงท่านจำข้าไม่ได้แล้วหรือ ท่านจำข้าไม่ได้” เขาฟุบตัวลงเริ่มร้องห่มร้องไห้ด้วยท่าทางน่าสงสาร แต่ก็ไม่ได้พยายามขยับเข้ามาใกล้หญิงสาว“เจ้า...เป็นใครหรือ ข้าเพิ่งมาถึงที่นี่ จดจำผู้ใดไม่ได้เลย ข้าไม่เคยพบเจ้ามาก่อน”“ข้าอยู่กับท่านมาตลอดเลย แต่ท่านกลับจดจำข้าไม่ได้” เขายังคงก้มหน้าก้มตาร้องไห้อย่างจริงจังด้วยท่าทางน่าสงสาร“แล้วภูตโบตั๋นเล่า เจ้าเห็นนางหรือไม่ หากนางเข้ามาอาจช่วยบอกข้าได้ว่าเจ้าคือใคร” ที่บอกไปแบบนั้นเนื่องจากนางยังไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายเป็นมิตรหรือไม่…นางยังไม่ได้ยินเทพอสูรเอ่ยถึงเด็

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status