Share

บทที่ 3

last update Last Updated: 2026-01-04 19:02:20

“เหม่ยเหม่ย! นี่มันหมายความว่ายังไงกัน!” เสียงตะโกนของพิมพ์พลอย ซึ่งหากไม่คิดว่าโอเวอร์ไป เหม่ยเซียนคิดว่ามันน่าจะเกินเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเดซิเบล

หญิงสาวจำต้องพลิกกายหลบมือที่กำลังลากให้ลุกจากเตียง เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปเกือบตีหนึ่ง เพราะพิมพ์พลอยยืนยันว่าจะไม่นั่งแท็กซี่มาคอนโดเพียงลำพัง ดังนั้นเหม่ยเซียนจึงนั่งรถเมล์ไปยังสนามบิน ก่อนจะพาอีกฝ่ายนั่งรถแท็กซี่กลับมายังคอนโด ขากลับยังโดนอีกฝ่ายบ่นจนหูชาเรื่องที่ไม่ยอมซื้อรถขับสักที ยังไม่พอพิมพ์พลอยยังตะโกนโหวกเหวกตั้งแต่ยังไม่หกโมงเช้าด้วยซ้ำ

“โธ่พลอย ขอนอนต่อสักชั่วโมงนะแล้วจะยอมให้พลอยโวยวายต่อทั้งวันเลย” เหม่ยเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงงัวเงีย

“ไม่ได้! ลุกขึ้นมาคุยกับพลอยเดี๋ยวนี้เลย นี่มันเรื่องอะไรกัน!” พิมพ์พลอยไม่พูดเปล่าแต่กลับยื่นหนังสือเล่มหนึ่งออกมาต่อหน้าเหม่ยเซียน

“อ้อ ก็เรื่อง The Baby From Nowhere เขียนโดยดิแอนเจลนี่ไง” เหม่ยเซียนตอบด้วยน้ำเสียงราวกับยังตื่นไม่เต็มตา ซึ่งนั่นยิ่งทำให้พิมพ์พลอยหัวเสีย

“อย่ามาทำไขสือนะ เมื่อครู่พลอยอ่านไปหน่อยหนึ่ง นี่มันเรื่องตอนเด็กของเหม่ยเหม่ยนี่!”

“ก็ใช่”

“แล้วเอามาเขียนทำไม นี่มันไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นนะ เหม่ยเหม่ยเป็นพี่สาวพลอย เป็นลูกสาวคุณพ่อคุณแม่ แล้วนี่อะไร” พิมพ์พลอยร้องไห้ออกมาอย่างสุดจะกลั้น

เรื่องที่เหม่ยเซียนเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกพ่อแม่เอามาทิ้งไว้หน้าคฤหาสน์ คนในครอบครัวพิทักษ์ชัยทุกคนพยายามปกป้องเหม่ยเซียนมาโดยตลอด ดังนั้นวันเวลาผ่านไปหลายปีผู้คนจึงคิดว่าเหม่ยเซียนเป็นลูกสาวบ้านพิทักษ์ชัย แต่การที่เหม่ยเซียนเอาเรื่องของตัวเองมาเขียนเป็นหนังสือโดยไม่ปรึกษาครอบครัวเช่นนี้ ทำให้พิมพ์พลอยรู้สึกราวกับถูกอีกฝ่ายหักหลัง

“พลอย” เหม่ยเซียนตกใจจนตาสว่างเมื่อเห็นว่าพิมพ์พลอยกำลังร้องไห้ แต่ไหนแต่ไรมาทั้งสองคนไม่เคยทะเลาะกันจริงๆ จังๆ เลยสักครั้ง อย่าว่าแต่การทำให้พิมพ์พลอยร้องไห้เลย

“พลอยเห็นเหม่ยเหม่ยเป็นพี่สาว ทั้งรัก เคารพและถือเป็นแบบอย่าง แต่เหม่ยเหม่ยทำแบบนี้กลับไม่ปรึกษาพลอยสักคำ ไหนจะคุณพ่อคุณแม่อีก ท่านจะรู้สึกยังไง” พิมพ์พลอยนั่งลงแล้วเริ่มร้องไห้หนักขึ้น จนเหม่ยเซียนต้องรั้งอีกฝ่ายเข้ามาเพื่อกอดปลอบ

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะพลอย เหม่ยเหม่ยขอโทษที่ทำไปไม่ได้คิดไปไกลถึงขนาดนั้น อีกอย่างในหนังสือไม่ได้เขียนทุกเรื่องของเหม่ยเหม่ยเสียหน่อย ไม่มีใครรู้นามปากกานี้คือใครเสียหน่อย อย่าร้องไห้เลยนะ เหม่ยเหม่ยผิดไปแล้ว”

ในขณะที่พูดปลอบอกปลอบใจพิมพ์พลอยนั้น เหม่ยเซียนที่รู้สึกผิดเต็มหัวใจก็ได้แต่ครุ่นคิด เพราะเธอเพียงต้องการระบายเรื่องในใจออกมาจึงได้เริ่มต้นเขียนนิยายเรื่องนี้ขึ้น ความจริงเรื่องนี้เธอไม่ต้องการให้คนในครอบครัวรู้ เนื่องจากไม่อยากให้พวกเขาคิดมาก หากได้รับรู้ถึงความรู้สึกของเธอที่ส่งผ่านตัวอักษรออกมา

...ไม่ว่าจะอย่างไร เด็กกำพร้าที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ก็ยังอยากมีโอกาสติดตามหาพ่อและแม่แท้ๆ ของตน แม้กลัวคำตอบหากพบว่าจนถึงที่สุดทั้งพ่อและแม่ที่แท้จริงไม่ต้องการตน แต่หญิงสาวก็ยังอยากถามพวกเขาทั้งสองคนเหลือเกินว่าเหตุใดจึงทอดทิ้งเธอ

เพราะอะไรจึงไม่ต้องการเธอ ...เพราะอะไรจึงยกเธอให้คนอื่น ไม่รักเธอแล้วหรือเพราะอะไรจึงทำเช่นนี้

ความต้องการนั้นผลักดันจนเธอลืมความเป็นจริงข้อหนึ่งไปสนิท ความจริงที่ว่าในตอนนี้ครอบครัวที่เธอต้องคำนึงถึงก่อนสิ่งใด ก็คือครอบครัวพิทักษ์ชัย หาใช่ผู้ที่เคยทอดทิ้งเธอไปไม่...

การที่หนังสือเรื่องนี้ได้รับการตอบรับจากสำนักพิมพ์ชื่อดังของอังกฤษ เป็นสิ่งที่เธอไม่คาดคิดมาก่อน ทุกคนในครอบครัว รวมไปถึงพิมพ์พลอยรู้มาว่าหนังสือเรื่องแรกที่เธอเขียน และได้ตีพิมพ์คืออีกเรื่องหนึ่ง แต่ความจริงแล้วเรื่องนี้ที่ใช้อีกนามปากกาต่างหากที่เป็นเรื่องแรก

เกือบครึ่งชั่วโมงในที่สุดพิมพ์พลอยก็หายโกรธและหยุดร้องไห้ แต่คำถามมากมายก็ทำเอาเหม่ยเซียนเวียนหัว

“จริงสิ บทที่ว่า That Man – ชายคนนั้น มันคืออะไรกัน” พิมพ์พลอยเอ่ยถามด้วยความสงสัย และนั่นทำให้เหม่ยเซียนเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ

“อ่านเร็วถึงขนาดนั้นเชียว นั่นมันบทท้ายๆ แล้วนี่”

“เปล่า เปิดผ่านๆ น่ะ พอดีเห็นเลยลองอ่านดูคร่าวๆ” พิมพ์พลอยหัวเราะออกมา

“อืม... มีอยู่เรื่องหนึ่งแปลกมาก แปลกมากจริงๆ นะ เรื่องนี้ยังไม่เคยเล่าให้พลอยหรือใครฟังเลย”

“เรื่องอะไรหรือ” พิมพ์พลอยมีท่าทางตื่นเต้นขึ้นมาทันควัน

“เหม่ยเหม่ยฝัน”

“ว่า…”

“ฝันว่าตัวเองติดอยู่ในโลงศพ”

“หา!” พิมพ์พลอยอุทานออกมาเสียงดัง “งั้นไปทำบุญกัน” เอ่ยจบก็พยายามลากเหม่ยเซียนลงจากเตียงนอน

“นี่ ฟังให้จบก่อน”

“ไม่ได้นะนี่มันเรื่องใหญ่ คุณแม่...ต้องโทรบอกคุณแม่ให้พาเหม่ยเหม่ยไปสะเดาะเคราะห์”

“ใจเย็นๆ หน่อยพลอย จะฟังไหมถ้าไม่ฟังจะได้ไม่ต้องเล่าต่อ”

“ฟังก็ได้ เล่ามาเลยเรื่องผู้ชายน่ะ That man เจอเขาที่ไหน เมื่อไหร่ เขาเป็นใคร พลอยเคยเจอเขาหรือเปล่า” เอ่ยถามด้วยดวงตาวิบวับส่องประกายอยากรู้อยากเห็น

เหม่ยเซียนอดที่จะถอนใจออกมาทีหนึ่งไม่ได้ “เหม่ยเหม่ยไม่เคยเจอเขา ไม่รู้ว่าหน้าตาเป็นไง...” หญิงสาวเล่าไปก็พยายามนึกภาพที่ตนเองพอจะจำได้ ไป

ความฝันนั้นช่างเลือนรางเหลือเกิน...

ในคืนที่เป็นวันคล้ายวันเกิดอายุครบยี่สิบ เหม่ยเซียน ผล็อยหลับไปบนโซฟาในห้องพักใกล้กับมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ที่เช่าอยู่กับพิมพ์พลอย

...ครั้งแรกของความฝัน ภาพในความฝันช่างน่าตื่นตาตื่นใจ สิ่งที่เหม่ยเซียนได้เห็นคือถ้ำน้ำแข็งขนาดใหญ่ บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยบุปผานานาพรรณส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่ว น่าแปลกที่ดอกไม้นานาชนิดเหล่านั้น กลับยังสามารถเติบโต และแข่งขันกันออกดอกเบ่งบานท่ามกลางน้ำแข็งอันเย็นเยียบ ตรงกลางของถ้ำนั้นยังมีก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ทรงสี่เหลี่ยมตั้งอยู่ ด้านในนั้นยังมีร่างของบุรุษผู้หนึ่งนอนอยู่ และนั่นก็ทำให้เหม่ยเซียนสะดุ้งตกใจตื่น

ครั้งที่สองของความฝัน...เหม่ยเซียนพบว่าตนยังคงฝันเห็นถ้ำที่มีโลงน้ำแข็งตั้งอยู่ ครั้งนี้หญิงสาวทำใจดีสู้เสือเดินเข้าไปสำรวจ แต่ไม่ว่าจะเดินไปโดยรอบโลงน้ำแข็งนั้น หรือพยายามจดจ้องใบหน้าของบุรุษในโลงเท่าไร ใบหน้าของเขาก็ยังคงพร่าเลือนจนยากจะมองเห็นกระทั่งหญิงสาวถอดใจ และตัดสินเดินสำรวจดอกไม้นานาชนิดแทน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 124 จบ

    “ผมยังอยากคุยกับคุณ” เขาเอ่ยออกมาเสียงเบาทั้งยังไม่ยอมให้เหม่ยเซียนปิดประตู“กลับมาค่อยคุยก็ได้นี่คะ”จะให้เขาเข้าไปในห้องไม่ได้อีกเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเขาต้องเห็นกระเป๋าเดินทางที่เธอจัดเอาไว้ ทั้งนี้ก็เพื่อเซอร์ไพรส์เขาโดยเฉพาะ“คุณบินพรุ่งนี้ ควรกลับไปนอนพักผ่อนได้แล้ว”“แต่...” ฉู่เฟิงยังคงไม่ยินยอมเหม่ยเซียนแทบจะหัวเราะออกมาดังๆ กับท่าทางเหมือนเด็กของเขา “ฉันต้องทำงานดังนั้นคงไปส่งคุณไม่ได้ เดินทางปลอดภัยนะคะ”พูดจบก็ยิ้มหวานจากนั้นก็ค่อยๆ ดันเขาออกไปแล้วปิดประตูตาม ปล่อยให้ร่างสูงยืนทำหน้าเหงาหน้าประตู โดยที่ไม่รู้เลยว่าตัวต้นเหตุยังแอบมองเขาผ่านช่องประตูห้องเหม่ยเซียนพยายามบังคับให้ตัวเองใจแข็ง เนื่องจากวางแผนหลอกเขามาได้ตั้งนานเพื่อทำให้เขาประหลาดใจ ดังนั้นเธอต้องอดทน ถึงอย่างนั้นเมื่ออาบน้ำและกำลังจะเตรียมตัวเข้านอน เสียงมือถือของเธอกลับดังขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของฉู่เฟิงก็ได้แต่อ่อนใจหญิงสาวกดตัดสายจากนั้นก็ถอนหายใจแล้วเดินออกมาจากห้อง มือเล็กยกขึ้นกดออดคอนโดห้องตรงกันข้าม ซึ่งฉู่เฟิงเองก็เปิดออกแทบจะทันทีอาการหอบหายใจของเขาบอกได้ดีว่าเขารีบวิ่งมาเปิดประตูอย่างลนลานแค่

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 123

    “ผมเตรียมเกี้ยวเอาไว้ มีเสี่ยวหลงเปาด้วย เดี๋ยวซื้ออะไรไปทำอีกสักสองอย่างคงพอ ส่วนเกี้ยวกับเสี่ยวหลงเปาผมทำเผื่อไว้คุณเอาใส่ตู้เย็นไว้อุ่นกินวันหลังยังได้”“จริงเหรอ”แล้วบทสนทนาก็กลายมาเป็นเรื่องของกินล้วนๆ ฉู่เฟิงมองใบหน้าอารมณ์ดีของเหม่ยเซียนแล้วอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ เขายังคิดว่าเธอจะโกรธนานกว่านี้ที่เห็นเขานั่งคุยอยู่กับเฮเลน ไม่คาดว่าถามแค่ไม่กี่คำหญิงสาวก็ไม่ติดใจอะไรแล้ว แถมตั้งแต่แรกเธอก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะเข้าใจผิดเลยด้วยซ้ำ“คุณไม่ค่อยสนิทกันกับพี่สาวบุญธรรมสินะครับ”“ไม่สนิทเหรอคะ?! คุณดูยังไงว่าเราไม่สนิทกัน ต้องเรียกว่าไม่ถูกกันเลยต่างหาก! ขอเตือนนะถึงฉันจะไม่ใช่ผู้หญิงงี่เง่าที่ชอบโกรธหรืองอนกับเรื่องไร้สาระ แต่ฉันเป็นคนขี้หึง! ดังนั้น ทำตัวให้ดีอย่าให้ตัวเองตกเป็นเครื่องมือของผู้หญิงได้ง่ายๆ อ้อ ยกเว้นฉันไว้คนเดียวก็แล้วกัน”“ครับ” เขาหลุดหัวเราะออกมาตั้งแต่ได้พบกับเธอเขาก็พบว่ามีหลายเรื่องที่เขาคาดไม่ถึง รวมไปถึงเรื่องนี้ด้วย เหม่ยเหม่ยของเขาร้ายกาจจริงๆ เฮเลนไหนเลยจะใช้ลูกไม้ตื้นๆ แบบเมื่อครู่กับเธอได้งานแถลงข่าวจบลงอย่างราบรื่น แม้ว่าบางกระแสจะซุบซิบว่าทั้งสองแถลงข

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 122

    เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จเหม่ยเซียนก็ออกมานั่งลงที่โต๊ะกินข้าวซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังเคาเตอร์ครัว พื้นที่ใช้สอยและการตบแต่งคอนโดของพิมพ์พลอยแตกต่างไปจากคอนโดของเธอ ดังนั้นพอออกมาเหม่ยเซียนจึงมีโอกาสได้มองแผ่นหลังกว้างกำลังก้มหน้าง่วนอยู่หน้าเตา“อีกเดี๋ยวนะครับ”“อืม” เหม่ยเซียนก้มลงมองจานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ก่อนจะมองนมสดในแก้ว ข้างๆ ยังมีกาแฟดำของฉู่เฟิง “กาแฟของฉันล่ะ”“วันนี้ไม่ต้องทำงานไม่ใช่หรือครับ โน้ตบุ๊กน่าจะอยู่ที่คอนโดหลังเสร็จธุระจะหาทางเอามาให้ วันนี้ฉวยโอกาสนอนพักสักหน่อย งดกาแฟสักวันนะครับ”“ไม่ได้หรอกเดี๋ยวปวดหัว จิบนิดๆ ก็แล้วกัน” หญิงสาวส่ายหน้าอย่างไม่ยินยอม สายตาก็มองความคล่องแคล่วของฉู่เฟิง ทั้งในยามที่มือใหญ่คว้าจาน แก้วน้ำ และจับตะหลิวในครัว รวมไปถึงใบหน้าสุขุมเวลาชวนเธอคุย “คุณนี่...”“ทำไมหรือครับ”“กลัวฉันโกรธแล้วโทษว่าเป็นความผิดของคุณเหรอคะ ดูคุณไม่มีความมั่นใจเลย ไม่เหมือนตอนที่...” หญิงสาวชะงักคำพูดเพราะเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าเขาจำตัวเองในตอนที่เป็นฉินฉางเหยียนไม่ได้“ช่างเถอะ ฉันไม่โกรธหรอก เรื่องนี้จะโทษคุณฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ ฉันมันรนหาที่เอง อีกอย่างเรื่องที่เฮ

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 121

    “คุณกับน้องสาวเป็นคนมีชื่อเสียง ฉันพอจะเข้าใจค่ะว่าคงเลี่ยงเรื่องข่าวไม่พ้น แต่สิ่งที่คุณทำวันนี้มันส่งผลกระทบต่อหลายคนคุณเคยคิดเรื่องนี้บ้างไหมคะ ไหนจะพ่อกับแม่และน้องสาวของฉัน ไหนจะเรื่องงาน หลังจากเรื่องวันนี้ฉันมั่นใจว่านักข่าวจะขุดคุ้ยเรื่องของฉัน และมันจะส่งผลกระทบต่อคนที่ฉันรักหลายคน” เหม่ยเซียนเอ่ยจบก็ก้าวลงไปจากรถ จากนั้นก็หันกลับมาหาเขาอีกครั้ง “กลับไปก่อนเถอะค่ะ ฉันอยากคิดอะไรคนเดียว ชุดนี้เดี๋ยวจะส่งกลับไปให้ทีหลัง”ฉู่เฟิงมองดูแผ่นหลังของหญิงสาวที่เดินจากไปด้วยความกระวนกระวาย ถึงอย่างนั้นเขาก็พยักหน้าให้คนขับออกรถไป เนื่องจากเขายังมีเรื่องอีกมากให้ต้องจัดการไหนจะเรื่องข่าวที่จะออกมาพรุ่งนี้ไหนจะเรื่องที่หญิงสาวกังวล นั่นคือเรื่องที่นักข่าวต้องขุดคุ้ยเรื่องของเธอและครอบครัวของเธอขึ้นมาแน่ๆ“เหม่ยเหม่ย!!”พิมพ์พลอยตะโกนมาตามสายทันทีที่อีกฝ่ายกดรับ “รออยู่เลยนี่ถ้ายังไม่โทรมาจะปิดเครื่องแล้ว” เหม่ยเซียนหัวเราะ “เดี๋ยว อย่าเพิ่งโวยวาย ตอนนี้อยู่กับคุณพ่อคุณแม่หรือเปล่า” “ใช่ โทรไปที่คอนโดแต่ไม่มีใครรับ ห่วงกันจะแย่” “เหม่ยเหม่ยอยู่ที่คอนโดของพลอย มา

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 120

    ฉู่เฟิงที่กำลังระงับอารมณ์พลุ่งพล่านมองริมฝีปากแดงเรื่อตรงหน้าอย่างหลงใหล ขณะที่พูดลมหายใจอบอุ่นของเขาเป่ารดลงไปยังแก้มนวล ทำให้หญิงสาวหน้าแดงซ่านขึ้นอย่างจนใจ แม้ไม่ได้สบตาแต่กลับรับรู้ได้ถึงสายตาร้อนแรงที่อีกฝ่ายจ้องมองหน้าอกที่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ กระทั่งไม่อาจแยกแยะว่าจังหวะรัวแรงถี่ยิบนั้นเป็นของใครกันแน่ เสียงหอบหายใจและสายตาร้อนแรงของฉู่เฟิง ทำให้เหม่ยเซียนร่างแข็งทื่อไม่กล้าขยับ เธอก้มหน้าลงมองแผ่นอกแกร่งตรงหน้า ไม่มีความกล้าที่จะเงยขึ้นสบตากับเขาภาพความทรงจำในอดีตที่มาพร้อมกับจุมพิตของเขา ทำให้เหม่ยเซียนพ่ายแพ้เธอรักเขา...ไม่ว่าเขาจะเป็นเทพมังกรจื่อหมิงฉินฉางเหยียนหรือแม้กระทั่งตอนนี้เขากลายเป็นฉู่เฟิงที่จดจำเรื่องราวก่อนหน้านี้ไม่ได้เหม่ยเซียนร้องไห้ออกมาเงียบๆ และนั่นทำให้ฉู่เฟิงตกใจ เขารั้งหญิงสาวเข้าสู่อ้อมกอด กดศีรษะเล็กให้พิงเข้ากับบ่ากว้าง “ผมขอโทษ”ประโยคนั้นทำให้เหม่ยเซียนมั่นใจ จุมพิต...ไม่อาจคืนความทรงจำใดๆ ให้เขา ดังนั้นเธอจึงเงยหน้าขึ้นและยกมือทั้งสองข้างขึ้นโอบรอบคอเขา รั้งเขาให้ก้มลงมาหาริมฝีปากอิ่มกดริมฝีปากหนาของเขาแผ่วเบา จากน

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 119

    ห้องรับแขกที่รกรุงรังเกิดเสียงโครมครามขึ้นเป็นระยะๆ ฉู่เฟิงทำได้เพียงแค่อมยิ้มและแอบเหลือบมอง จากนั้นเขาก็กลับมามีสมาธิกับอาหารเช้าสำหรับสองคนต่อไปผ่านไปครู่หนึ่งไข่คนเคียงคู่มากับขนมปัง ไส้กรอก แฮม และแพนเค้กมันฝรั่งก็พร้อมเสิร์ฟ กลิ่นหอมของอาหารเช้าช่วยหยุดคำต่อว่าก่อนหน้านี้ได้เป็นอย่างดีถึงอย่างนั้นระหว่างที่กำลังทำสงครามกับไข่คนแสนอร่อยอย่างจริงจัง สายตาของหญิงสาวกลับเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าฉู่เฟิ่งสวมเพียงชุดลำลองที่ดูไม่เป็นทางการฉู่เฟิงก้มลงมองตัวเองก่อนจะเข้าใจในสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามนั้น “ผมเพิ่งซื้อห้องที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม จากวันนี้เราเป็นเพื่อนบ้านกันแล้ว”เคร้ง!!เสียงมีดกับส้อมกระทบจานทำให้ฉู่เฟิงเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว “ดีใจขนาดนั้นเลย?” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเป็นเชิงถาม “จากนี้ก็ฝากตัวด้วยนะครับ จนกว่าคุณจะใจอ่อนยอมตกลงทำความฝันของผมให้เป็นความจริง ตั้งแต่วันนี้ผมก็จะมาคอยตามตื้อคุณทุกวัน”“นี่!!!” เหม่ยเซียนถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียวนับจากวันที่ฉู่เฟิงจู่โจมเข้าไปในคอนโดของเหม่ยเซียน หญิงสาวตระหนักว่าทุกอย่างที่พูดเขาหมายความตามนั้นจริงๆ ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่รู้สึกอะไรเพราะหัวใจ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status