แชร์

บทที่ 2

ผู้เขียน: หรงเย่า / นาย่า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-04 19:02:16

“นี่! ที่โทรมาเนี่ย ตั้งใจโทรมาบ่นอย่างเดียวหรือไง”

“เปล่าจะบอกว่าคุณลุงโทรหาเหม่ยเหม่ยหลายครั้งแล้ว เห็นไม่รับสายเลยเป็นห่วง”

“อ๋อ พอดียุ่งอยู่ว่าจะโทรกลับช่วงสายๆ หน่อย”

“เออ ให้มันจริงเถอะ ถ้าคุณลุงโทรมาหาพลอยอีกรอบ ไปถึงกรุงเทพเมื่อไหร่พลอยจะจับเหม่ยเหม่ยย่างกินเสียเลย แค่นี้นะ” พิมพ์พลอยพูดจบก็วางสายเพราะไม่อยากเซ้าซี้ ฐานะคนกลางระหว่างเหม่ยเซียนกับบิดาบุญธรรมของเธอ ทำให้รู้สึกเหมือนน้ำท่วมปากพูดอะไรมากก็ไม่ได้ เนื่องจากเอริค ลี นั้นเป็นเพื่อนของบิดา และเหม่ยเซียนเองก็เป็นเพื่อนรักของเธอตั้งแต่เด็กๆ

เรื่องราววัยเด็กของเหม่ยเซียน พิมพ์พลอยรู้ชัดทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องที่เหม่ยเซียนเป็นเด็กกำพร้าซึ่ง เอริค ลี รับมาอุปการะ ในตอนที่เขาเดินทางมาเปิดสนามกอล์ฟที่เชียงใหม่ สนามกอล์ฟที่บิดาของเธอและเอริค ลี ลงทุนร่วมกัน

ตอนเอริคพบเหม่ยเซียนที่หน้าคฤหาสน์ของเขา เหม่ยเซียนที่อายุสองเดือนถูกห่อหุ้มด้วยผ้าไหมเนื้อดี เด็กน้อยถูกใส่ลงไปในตะกร้าหวาย ตามเนื้อตัวสะอาดสะอ้าน ผิวพรรณหรือก็ขาวเนียนราวน้ำนม ทั้งยังเป็นเด็กที่เลี้ยงง่ายไม่งอแงเลยสักนิด แม้ว่าจะมีคนแปลกหน้าอุ้มไปมาก็ตาม

ของเพียงอย่างเดียวที่อยู่ในตะกร้า คือหยกแก้วที่แม้แต่เอริค ลี ผู้เชี่ยวชาญเรื่องหยกคนหนึ่ง ยังไม่อาจประมูลคุณค่าได้ ไม่เพียงเท่านั้นใจกลางหยกแก้วชิ้นนั้นยังมีอักษรจีนสีแดง ‘เหม่ยเซียน[1]’ ล้อมกรอบด้วยมังกรสีทองที่กอดเกี่ยวอักษรราวกำลังปกป้องด้วยความหวงแหน ซึ่งดูๆ แล้วฝีมือที่ประณีตเช่นนี้ เขาไม่มั่นใจว่าประเทศใดสามารถทำได้ โดยที่ไม่ทำลายเนื้อหยกแก้วใสมันวาวงดงามจนเสียหาย

เอริค ลี เก็บหยกชิ้นนั้นเอาไว้เงียบๆ และต้องการรับอุปการะเหม่ยเซียนไว้เป็นลูกของตัวเอง ทั้งนี้ พจน์ พิทักษ์ชัย เพื่อนสนิทของเขาต้องเซ็นรับอุปการะเหม่ยเซียนแทนเอริค เพราะการที่ชาวต่างชาติจะรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมนั้น ต้องเดินเรื่องผ่านกระบวนการทางกฎหมายอย่างถูกต้องก่อน และมีขั้นตอนที่ซับซ้อนกว่ามาก เนื่องจากเขาพบเหม่ยเซียนที่เชียงใหม่ กว่าเขาจะได้รับตัวเหม่ยเซียนกลับไปประเทศจีนด้วยก็ใช้เวลาเกือบปี

เรื่องราวยุ่งๆ เริ่มขึ้นหลังจากตอนนี้เอง ภรรยาของเอริค ประกาศชัดเจนว่าไม่ยอมรับตัวเด็ก เพราะเข้าใจว่าเหม่ยเซียนเป็นลูกเมียเก็บของสามี

เอริคไม่มีทางเลือกจำต้องส่งเหม่ยเซียนกลับมาเมืองไทย โดยฝากเอาไว้กับพจน์ผู้ซึ่งเป็นบิดาของพิมพ์พลอยนั่นเอง

เหม่ยเซียนเติบโตมาท่ามกลางความรักของตระกูลพิทักษ์ชัย เพราะพจน์และภรรยาเลี้ยงดูเธอด้วยความรักใคร่ ทั้งสองรักเธอไม่น้อยไปจากบุตรสาวของตัวเองอย่างพิมพ์พลอย อีกทั้งเหม่ยเซียนและพิมพ์พลอยก็เข้ากันได้ดีมาโดยตลอด ทำให้ในที่สุดเหม่ยเซียนก็เลือกที่จะอยู่เมืองไทยมากกว่ากลับจีนกับเอริค

ห้าปีก่อนหน้านี้ทั้งพิมพ์พลอยและเหม่ยเซียน ต่างก็ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้[2] ประเทศจีน ตามคำขอของเอริคที่ต้องการใช้เวลาร่วมกันกับเหม่ยเซียนบ้าง

ภายใต้คำแนะนำของพจน์สองสาวจึงลงเรียนหลักสูตรภาษาจีนสำหรับนักศึกษาต่างชาติระยะยาวหนึ่งปีในที่สุด และทั้งคู่ก็ตัดสินใจเรียนต่อจนกระทั่งจบปริญญาตรี แต่เพราะพิมพ์พลอยกับเหม่ยเซียนเรียนภาษาอังกฤษควบคู่ไปด้วย ทั้งสองจึงได้ปริญญาตรีมาสองใบ

เหม่ยเซียนตัดสินใจกลับมาเมืองไทยทันที โดยลากพิมพ์พลอยกลับมาด้วยหลังจากที่ได้รับหยกคืนจากเอริค ทั้งที่มีบริษัทมากมายติดต่อมาเพราะสนใจรับทั้งสองเข้าทำงาน

พิมพ์พลอยรู้ดีว่าสาเหตุก็คงจะมาจากเรื่องที่เอริคเพิ่งจะยอมคืนหยกให้เหม่ยเซียนทั้งที่ผ่านไปนานกว่ายี่สิบสามปี เหตุผลหลักก็เพราะก่อนหน้านี้เอริคเคยขายหยกชิ้นนั้นไป

เรื่องประหลาดเกิดขึ้นมากมาย เอริคฝันร้ายมาโดยตลอดจนไม่อาจนอนหลับสนิท ดังนั้นจึงได้แต่พยายามหาทางซื้อมันคืนมา เงินที่เขาจ่ายไปเพื่อให้ได้หยกแก้วคืนมา แทบจะทำให้เขาล้มละลาย จนเป็นเหตุให้ภรรยาของเขาโทรมาประกาศตัดขาดกับเหม่ยเซียน ทั้งยังห้ามไม่ให้เหม่ยเซียนพบกับเอริคอีกทันทีที่รู้เรื่อง

เหม่ยเซียนส่งยิ้มให้พนักงานร้านกาแฟ “สวัสดีค่ะคาปูชิโน่ร้อนกับเค้กมะพร้าว ทานที่นี่นะคะ” หญิงสาวเอ่ยออกไปพร้อมกับควานหากระเป๋าสตางค์ในกระเป๋าถือ

“คนไทยหรือคะ” พนักงานเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม

“เอ่อ...ค่ะ”

“หน้าตาเหมือนคนจีนเลยค่ะ ลูกครึ่งหรือคะ ขอโทษที่ถามนะคะแต่คุณสวยจริงๆ”

หญิงสาวได้แต่ยิ้มแหยแทนคำตอบ มือก็ลูบไปยังจี้ที่ห้องคออยู่ จี้หยกแก้วที่เธอเพิ่งจะได้รับมาจากเอริค เธอเองก็เคยสงสัยว่าตัวเองน่าจะเป็นลูกครึ่งหรืออะไรทำนองนั้น แต่ในเมื่อบิดาบุญธรรมอย่างพจน์ และเอริคยังไม่สามารถสืบหาตัวตนของเธอได้ เวลาผ่านมาตั้งยี่สิบสามปีแล้วเธอยังจะหวังอะไรอีกเล่า

“กาแฟกับเค้กเสิร์ฟที่โต๊ะนะคะ”

“ขอบคุณค่ะ เสิร์ฟที่โต๊ะด้านนอกนะคะบรรยากาศน่านั่งดี” เหม่ยเซียนรับใบเสร็จมาแล้วเอ่ยขอบคุณ ก่อนจะหันหลังเดินไปนั่งที่โต๊ะด้านนอกซึ่งยังว่างอยู่ ทว่าในยามที่เปิดประตูออกมานั้น กลิ่นหอมของดอกโบตั๋นพลันโชยมาจากที่ไหนสักแห่ง

เหม่ยเซียนขมวดคิ้วแล้วมองไปรอบๆ เพราะมั่นใจว่ากลิ่นนั้นเป็นกลิ่นหอมของดอกโบตั๋น ดอกไม้ที่เธอชอบมากที่สุด

“หรือว่าน้ำหอม แต่กลิ่นน้ำหอมก็ทำได้ไม่เหมือนขนาดนี้มั้ง หรือว่ามีคนปลูกอยู่แถวนี้ ...ก็ไม่น่าจะใช่” พึมพำพร้อมกับมองหาโดยที่หญิงสาวไม่ได้รู้เลยว่าที่มาของกลิ่นนั้น ก็คือจี้หยกที่เธอสวมอยู่

ที่สำคัญมังกรทองที่โอบกอดอักษรภายในหยกแก้วนั้น ได้เปลี่ยนอิริยาบถเป็นหันออกมาจับจ้องไปด้านหน้า ราวกำลังระวังภัยแทน!!

[1]เหม่ยเซียน แปลว่า นางฟ้าแสนสวย

[2] Shanghai International Studies University หรือ SISU

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 124 จบ

    “ผมยังอยากคุยกับคุณ” เขาเอ่ยออกมาเสียงเบาทั้งยังไม่ยอมให้เหม่ยเซียนปิดประตู“กลับมาค่อยคุยก็ได้นี่คะ”จะให้เขาเข้าไปในห้องไม่ได้อีกเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเขาต้องเห็นกระเป๋าเดินทางที่เธอจัดเอาไว้ ทั้งนี้ก็เพื่อเซอร์ไพรส์เขาโดยเฉพาะ“คุณบินพรุ่งนี้ ควรกลับไปนอนพักผ่อนได้แล้ว”“แต่...” ฉู่เฟิงยังคงไม่ยินยอมเหม่ยเซียนแทบจะหัวเราะออกมาดังๆ กับท่าทางเหมือนเด็กของเขา “ฉันต้องทำงานดังนั้นคงไปส่งคุณไม่ได้ เดินทางปลอดภัยนะคะ”พูดจบก็ยิ้มหวานจากนั้นก็ค่อยๆ ดันเขาออกไปแล้วปิดประตูตาม ปล่อยให้ร่างสูงยืนทำหน้าเหงาหน้าประตู โดยที่ไม่รู้เลยว่าตัวต้นเหตุยังแอบมองเขาผ่านช่องประตูห้องเหม่ยเซียนพยายามบังคับให้ตัวเองใจแข็ง เนื่องจากวางแผนหลอกเขามาได้ตั้งนานเพื่อทำให้เขาประหลาดใจ ดังนั้นเธอต้องอดทน ถึงอย่างนั้นเมื่ออาบน้ำและกำลังจะเตรียมตัวเข้านอน เสียงมือถือของเธอกลับดังขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของฉู่เฟิงก็ได้แต่อ่อนใจหญิงสาวกดตัดสายจากนั้นก็ถอนหายใจแล้วเดินออกมาจากห้อง มือเล็กยกขึ้นกดออดคอนโดห้องตรงกันข้าม ซึ่งฉู่เฟิงเองก็เปิดออกแทบจะทันทีอาการหอบหายใจของเขาบอกได้ดีว่าเขารีบวิ่งมาเปิดประตูอย่างลนลานแค่

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 123

    “ผมเตรียมเกี้ยวเอาไว้ มีเสี่ยวหลงเปาด้วย เดี๋ยวซื้ออะไรไปทำอีกสักสองอย่างคงพอ ส่วนเกี้ยวกับเสี่ยวหลงเปาผมทำเผื่อไว้คุณเอาใส่ตู้เย็นไว้อุ่นกินวันหลังยังได้”“จริงเหรอ”แล้วบทสนทนาก็กลายมาเป็นเรื่องของกินล้วนๆ ฉู่เฟิงมองใบหน้าอารมณ์ดีของเหม่ยเซียนแล้วอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ เขายังคิดว่าเธอจะโกรธนานกว่านี้ที่เห็นเขานั่งคุยอยู่กับเฮเลน ไม่คาดว่าถามแค่ไม่กี่คำหญิงสาวก็ไม่ติดใจอะไรแล้ว แถมตั้งแต่แรกเธอก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะเข้าใจผิดเลยด้วยซ้ำ“คุณไม่ค่อยสนิทกันกับพี่สาวบุญธรรมสินะครับ”“ไม่สนิทเหรอคะ?! คุณดูยังไงว่าเราไม่สนิทกัน ต้องเรียกว่าไม่ถูกกันเลยต่างหาก! ขอเตือนนะถึงฉันจะไม่ใช่ผู้หญิงงี่เง่าที่ชอบโกรธหรืองอนกับเรื่องไร้สาระ แต่ฉันเป็นคนขี้หึง! ดังนั้น ทำตัวให้ดีอย่าให้ตัวเองตกเป็นเครื่องมือของผู้หญิงได้ง่ายๆ อ้อ ยกเว้นฉันไว้คนเดียวก็แล้วกัน”“ครับ” เขาหลุดหัวเราะออกมาตั้งแต่ได้พบกับเธอเขาก็พบว่ามีหลายเรื่องที่เขาคาดไม่ถึง รวมไปถึงเรื่องนี้ด้วย เหม่ยเหม่ยของเขาร้ายกาจจริงๆ เฮเลนไหนเลยจะใช้ลูกไม้ตื้นๆ แบบเมื่อครู่กับเธอได้งานแถลงข่าวจบลงอย่างราบรื่น แม้ว่าบางกระแสจะซุบซิบว่าทั้งสองแถลงข

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 122

    เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จเหม่ยเซียนก็ออกมานั่งลงที่โต๊ะกินข้าวซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังเคาเตอร์ครัว พื้นที่ใช้สอยและการตบแต่งคอนโดของพิมพ์พลอยแตกต่างไปจากคอนโดของเธอ ดังนั้นพอออกมาเหม่ยเซียนจึงมีโอกาสได้มองแผ่นหลังกว้างกำลังก้มหน้าง่วนอยู่หน้าเตา“อีกเดี๋ยวนะครับ”“อืม” เหม่ยเซียนก้มลงมองจานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ก่อนจะมองนมสดในแก้ว ข้างๆ ยังมีกาแฟดำของฉู่เฟิง “กาแฟของฉันล่ะ”“วันนี้ไม่ต้องทำงานไม่ใช่หรือครับ โน้ตบุ๊กน่าจะอยู่ที่คอนโดหลังเสร็จธุระจะหาทางเอามาให้ วันนี้ฉวยโอกาสนอนพักสักหน่อย งดกาแฟสักวันนะครับ”“ไม่ได้หรอกเดี๋ยวปวดหัว จิบนิดๆ ก็แล้วกัน” หญิงสาวส่ายหน้าอย่างไม่ยินยอม สายตาก็มองความคล่องแคล่วของฉู่เฟิง ทั้งในยามที่มือใหญ่คว้าจาน แก้วน้ำ และจับตะหลิวในครัว รวมไปถึงใบหน้าสุขุมเวลาชวนเธอคุย “คุณนี่...”“ทำไมหรือครับ”“กลัวฉันโกรธแล้วโทษว่าเป็นความผิดของคุณเหรอคะ ดูคุณไม่มีความมั่นใจเลย ไม่เหมือนตอนที่...” หญิงสาวชะงักคำพูดเพราะเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าเขาจำตัวเองในตอนที่เป็นฉินฉางเหยียนไม่ได้“ช่างเถอะ ฉันไม่โกรธหรอก เรื่องนี้จะโทษคุณฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ ฉันมันรนหาที่เอง อีกอย่างเรื่องที่เฮ

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 121

    “คุณกับน้องสาวเป็นคนมีชื่อเสียง ฉันพอจะเข้าใจค่ะว่าคงเลี่ยงเรื่องข่าวไม่พ้น แต่สิ่งที่คุณทำวันนี้มันส่งผลกระทบต่อหลายคนคุณเคยคิดเรื่องนี้บ้างไหมคะ ไหนจะพ่อกับแม่และน้องสาวของฉัน ไหนจะเรื่องงาน หลังจากเรื่องวันนี้ฉันมั่นใจว่านักข่าวจะขุดคุ้ยเรื่องของฉัน และมันจะส่งผลกระทบต่อคนที่ฉันรักหลายคน” เหม่ยเซียนเอ่ยจบก็ก้าวลงไปจากรถ จากนั้นก็หันกลับมาหาเขาอีกครั้ง “กลับไปก่อนเถอะค่ะ ฉันอยากคิดอะไรคนเดียว ชุดนี้เดี๋ยวจะส่งกลับไปให้ทีหลัง”ฉู่เฟิงมองดูแผ่นหลังของหญิงสาวที่เดินจากไปด้วยความกระวนกระวาย ถึงอย่างนั้นเขาก็พยักหน้าให้คนขับออกรถไป เนื่องจากเขายังมีเรื่องอีกมากให้ต้องจัดการไหนจะเรื่องข่าวที่จะออกมาพรุ่งนี้ไหนจะเรื่องที่หญิงสาวกังวล นั่นคือเรื่องที่นักข่าวต้องขุดคุ้ยเรื่องของเธอและครอบครัวของเธอขึ้นมาแน่ๆ“เหม่ยเหม่ย!!”พิมพ์พลอยตะโกนมาตามสายทันทีที่อีกฝ่ายกดรับ “รออยู่เลยนี่ถ้ายังไม่โทรมาจะปิดเครื่องแล้ว” เหม่ยเซียนหัวเราะ “เดี๋ยว อย่าเพิ่งโวยวาย ตอนนี้อยู่กับคุณพ่อคุณแม่หรือเปล่า” “ใช่ โทรไปที่คอนโดแต่ไม่มีใครรับ ห่วงกันจะแย่” “เหม่ยเหม่ยอยู่ที่คอนโดของพลอย มา

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 120

    ฉู่เฟิงที่กำลังระงับอารมณ์พลุ่งพล่านมองริมฝีปากแดงเรื่อตรงหน้าอย่างหลงใหล ขณะที่พูดลมหายใจอบอุ่นของเขาเป่ารดลงไปยังแก้มนวล ทำให้หญิงสาวหน้าแดงซ่านขึ้นอย่างจนใจ แม้ไม่ได้สบตาแต่กลับรับรู้ได้ถึงสายตาร้อนแรงที่อีกฝ่ายจ้องมองหน้าอกที่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ กระทั่งไม่อาจแยกแยะว่าจังหวะรัวแรงถี่ยิบนั้นเป็นของใครกันแน่ เสียงหอบหายใจและสายตาร้อนแรงของฉู่เฟิง ทำให้เหม่ยเซียนร่างแข็งทื่อไม่กล้าขยับ เธอก้มหน้าลงมองแผ่นอกแกร่งตรงหน้า ไม่มีความกล้าที่จะเงยขึ้นสบตากับเขาภาพความทรงจำในอดีตที่มาพร้อมกับจุมพิตของเขา ทำให้เหม่ยเซียนพ่ายแพ้เธอรักเขา...ไม่ว่าเขาจะเป็นเทพมังกรจื่อหมิงฉินฉางเหยียนหรือแม้กระทั่งตอนนี้เขากลายเป็นฉู่เฟิงที่จดจำเรื่องราวก่อนหน้านี้ไม่ได้เหม่ยเซียนร้องไห้ออกมาเงียบๆ และนั่นทำให้ฉู่เฟิงตกใจ เขารั้งหญิงสาวเข้าสู่อ้อมกอด กดศีรษะเล็กให้พิงเข้ากับบ่ากว้าง “ผมขอโทษ”ประโยคนั้นทำให้เหม่ยเซียนมั่นใจ จุมพิต...ไม่อาจคืนความทรงจำใดๆ ให้เขา ดังนั้นเธอจึงเงยหน้าขึ้นและยกมือทั้งสองข้างขึ้นโอบรอบคอเขา รั้งเขาให้ก้มลงมาหาริมฝีปากอิ่มกดริมฝีปากหนาของเขาแผ่วเบา จากน

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 119

    ห้องรับแขกที่รกรุงรังเกิดเสียงโครมครามขึ้นเป็นระยะๆ ฉู่เฟิงทำได้เพียงแค่อมยิ้มและแอบเหลือบมอง จากนั้นเขาก็กลับมามีสมาธิกับอาหารเช้าสำหรับสองคนต่อไปผ่านไปครู่หนึ่งไข่คนเคียงคู่มากับขนมปัง ไส้กรอก แฮม และแพนเค้กมันฝรั่งก็พร้อมเสิร์ฟ กลิ่นหอมของอาหารเช้าช่วยหยุดคำต่อว่าก่อนหน้านี้ได้เป็นอย่างดีถึงอย่างนั้นระหว่างที่กำลังทำสงครามกับไข่คนแสนอร่อยอย่างจริงจัง สายตาของหญิงสาวกลับเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าฉู่เฟิ่งสวมเพียงชุดลำลองที่ดูไม่เป็นทางการฉู่เฟิงก้มลงมองตัวเองก่อนจะเข้าใจในสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามนั้น “ผมเพิ่งซื้อห้องที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม จากวันนี้เราเป็นเพื่อนบ้านกันแล้ว”เคร้ง!!เสียงมีดกับส้อมกระทบจานทำให้ฉู่เฟิงเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว “ดีใจขนาดนั้นเลย?” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเป็นเชิงถาม “จากนี้ก็ฝากตัวด้วยนะครับ จนกว่าคุณจะใจอ่อนยอมตกลงทำความฝันของผมให้เป็นความจริง ตั้งแต่วันนี้ผมก็จะมาคอยตามตื้อคุณทุกวัน”“นี่!!!” เหม่ยเซียนถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียวนับจากวันที่ฉู่เฟิงจู่โจมเข้าไปในคอนโดของเหม่ยเซียน หญิงสาวตระหนักว่าทุกอย่างที่พูดเขาหมายความตามนั้นจริงๆ ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่รู้สึกอะไรเพราะหัวใจ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status