Share

ตอนที่ 4

last update publish date: 2026-08-28 23:01:01

แสงแดดจ้าในยามเช้าของวันใหม่สาดส่องผ่านกระจกใสเข้ามาในห้องนอนใหญ่ พรีมลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่แปลกไปจากเดิม แม้ความกังวลเรื่องคำขู่ของเสกสรรค์จะยังคงหลงเหลืออยู่ก้นบึ้งของจิตใจ แต่การได้พูดคุยเคลียร์ใจกับคิมหันต์เมื่อคืนก่อนกลับทำให้ความหวาดกลัวลดทอนลงไปครึ่งหนึ่ง อย่างน้อยเธอก็รู้ว่าผู้ชายเย็นชาคนนั้นไม่ได้นิ่งดูดาย และพร้อมจะปกป้องเธอในฐานะภรรยาตามสัญญา

เมื่อก้าวลงมาจากห้องนอน ป้าอิ่มก็ต้อนรับเธอด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเช่นเคย พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟและอาหารเช้าที่จัดเตรียมไว้อย่างเรียบร้อย ทว่าสิ่งที่ผิดสังเกตไปจากวันก่อนคือ บรรยากาศรอบคฤหาสน์ดูแน่นขนัดและเข้มงวดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ชายชุดดำรูปร่างกำยำสวมแว่นกันแดดเดินตรวจตราตามจุดต่างๆ รอบตัวอาคารอย่างขันแข็ง ไม่เว้นแม้แต่บริเวณสวนหย่อมหรือประตูทางเข้า

"อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณพรีม ทานข้าวเช้าก่อนนะคะ วันนี้คุณคิมสั่งกำเนิดพิเศษให้ดูแลความปลอดภัยของคุณพรีมอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษค่ะ" ป้าอิ่มเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขณะรินชาอุ่นๆ ให้

พรีมพยักหน้ารับเบาๆ "ค่ะป้าอิ่ม... แล้วคุณคิมหันต์ล่ะคะ ไปทำงานตั้งแต่เช้าอีกแล้วเหรอ?"

"ค่ะ คุณคิมออกไปประชุมด่วนกับหุ้นส่วนใหญ่ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง แต่ท่านฝากบอกว่าช่วงบ่ายจะรีบกลับมาทานมื้อกลางวันด้วยค่ะ" ป้าอิ่มยิ้มกริ่มเล็กน้อย แววตาฉายแววเอ็นดู "ตั้งแต่คุณพรีมเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ ป้าสังเกตว่าคุณคิมดูใส่ใจรายละเอียดรอบตัวมากขึ้นนะคะ ปกติท่านไม่เคยสั่งกำชับเรื่องความปลอดภัยของใครเป็นพิเศษแบบนี้มาก่อนเลย"

พรีมรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เธอรีบก้มหน้าลงตักข้าวต้มในชามเพื่อกลบเกลื่อนอาการเขินอาย 'ใส่ใจอะไรกันเล่า... เขาก็แค่กลัวว่าเธอจะเป็นภาระทำให้เขาเสียหน้าหรือเดือดร้อนต่างหาก' เธอบอกตัวเองในใจ แม้ลึกๆ จะแอบหวั่นไหวกับคำพูดของป้าอิ่มอยู่ไม่น้อยก็ตาม

หลังทานอาหารเช้าเสร็จ พรีมตั้งใจจะใช้เวลาช่วงเช้าในการทบทวนตำราเรียนสำหรับเตรียมสอบกลางภาคที่กำลังจะมาถึง ทว่าความสงบสุขก็อยู่กับเธอได้ไม่นานนัก เมื่อเสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวบนโต๊ะทำงานในห้องนอนดังขึ้นอีกครั้ง

พรีมสะดุ้งเล็กน้อย เธอเดินเข้าไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอแสดงเบอร์โทรเข้าที่เป็น 'เบอร์แปลก' อีกแล้ว หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ความหวาดระแวงพวยพุ่งขึ้นมาทันที เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตัดสินใจกดรับสายเพื่อเผชิญหน้า

"ฮัลโหล..." พรีมกรอกเสียงลงไปอย่างระมัดระวัง

"เก่งมากนี่ที่กล้ารับสายฉันอีก..." เสียงทุ้มแหบพร่าและเย็นเยียบของเสกสรรค์ดังลอดออกมาจากปลายสาย "คิดเหรอว่ามีพวกหมาเฝ้าบ้านยืนล้อมคฤหาสน์เป็นสิบคนแล้วจะปลอดภัยจากเงื้อมมือฉันได้? บอกสามีตัวดีของเธอไว้ซะล่ะ... ว่าถ้าไม่อยากเห็นศพคนใกล้ตัว หรือไม่อยากให้ตระกูลภักดีณรงค์ต้องพังพินาศ คืนนี้ตอนเที่ยงคืน... ให้เธอมาพบฉันตามลำพังที่โกดังร้างท่าเรือเก่า ไม่อย่างนั้น... เตรียมตัวรับผลที่จะตามมาได้เลย!"

ตู๊ด... ตู๊ด...

สายถูกตัดไปอย่างรวดเร็วอีกครั้ง ทว่าคำขู่ครั้งนี้รุนแรงและเจาะจงมากกว่าเดิม พรีมยืนมือสั่นเทา หน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ความกลัวแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย เธอนัดหมายให้เธอไปพบตามลำพังที่โกดังร้าง! ถ เธอไป... เธออาจจะไม่รอดกลับมา แต่ถ้าเธอไม่ไป... คนรอบตัว คิมหันต์ หรือแม้แต่เพื่อนสนิทอย่างน้ำตาลอาจจะต้องตกอยู่ในอันตราย!

ในขณะที่พรีกำลังยืนเคว้งคว้างด้วยความเครียดและสับสน เสียงเปิดประตูห้องนอนก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงสง่าของคิมหันต์ที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขากลับมาจากบริษัทเร็วกว่ากำหนดเพราะความเป็นห่วง

ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าที่ซีดเผือดและหยาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมของพรีม ท่าทีที่ผิดปกติวิสัยทำให้คิมหันต์ขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นทันที เขาก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวเธอในพริบตา มือหนาเอื้อมไปจับไหล่บางทั้งสองข้างไว้

"พรีม! เกิดอะไรขึ้น ทำไมหน้าซีดเป็นไก่ต้มแบบนี้ ใครทำอะไรเธอ?" เสียงทุ้มต่ำเอถามด้วยความร้อนรนและดุดันในเวลาเดียวกัน

พรีมเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เอ่อล้นไหลทะลักลงมาอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ ความอัดอั้นตันใจทั้งหมดระเบิดออกมา เธอยกมือขึ้นกำเสื้อสูทของเขาแน่น

"ฮือก... คุณคิมหันต์... มันโทรมาอีกแล้วค่ะ..." พรีมสะอื้นฮัก เสียงสั่นเครือ "มันบอกว่า... คืนนี้ตอนเที่ยงคืน ให้ฉันไปพบมันที่โกดังร้างท่าเรือเก่าตามลำพัง ไม่อย่างนั้น... มันจะทำลายทุกอย่าง..."

สิ้นคำพูดของพรีม รังสีอำมหิตและไอเย็นยะเยือกแผ่พุ่งออกมาจากร่างของคิมหันต์จนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ลุกโชนอย่างน่ากลัว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด การที่มันกล้าอาจหาญถึงขนาดส่งสสารมาขู่ภรรยาของเขาถึงในบ้าน และคิดจะลักพาตัวเธอไป ถือเป็นการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและท้าทายอำนาจของประมุขตระกูลภักดีณรงค์อย่างถึงที่สุด!

"บังอาจนัก..." คิมหันต์เค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรี้ยว มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูด "มันคิดว่าฉันเป็นใคร ถึงกล้าแตะต้องคนของฉัน!"

พรีมสะดุ้งด้วยความหวาดกลัวต่อท่าทีที่น่ากลัวของเขา เธอเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาอ้อนวอนและสั่นเครือ "คุณคิมหันต์... เราจะทำยังไงดีคะ? ฉันกลัว... ฉันไม่อยากตาย และไม่อยากให้คุณเป็นอันตรายเพราะฉัน..."

คำพูดของพรีมราวกับเบรกมือชั้นดีที่ดึงสติของคิมหันต์ให้กลับมา เขาก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขนที่ตอนนี้กำลังตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบีบคั้นในอกด้านซ้าย เขายกมือขึ้นโอบร่างเล็กเข้ามาแนบอกช้าๆ ฝ่ามืออุ่นลูบแผ่นหลังบางเบาๆ เพื่อปลอบประโลม

"ไม่ต้องกลัว..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำหนักเสียงที่หนักแน่นและจริงจังกว่าครั้งไหนๆ "ฉันอยู่ที่นี่แล้ว จะไม่มีใครหน้าไหนทำร้ายเธอได้ทั้งนั้น... จำคำพูดของฉันไว้ พรีม เธอคือภรรยาของคิรากร ภักดีณรงค์ ไม่มีวันยอมให้ไอ้สวะที่ไหนมาพรากเธอไปจากฉันเด็ดขาด"

สัมผัสที่อบอุ่นและคำพูดที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของผู้ชายคนนี้ ทำให้หัวใจที่หวาดผวาของพรีมค่อยๆ สงบลง ความรู้สึกอุ่นวาซ่านแล่นพล่านขึ้นมาในอก เธอซบหน้าลงกับอกแกร่งของเขาและพยักหน้ารับช้าๆ

"ค่ะ... ฉันเชื่อคุณ"

คิมหันต์ผายร่างออกเล็กน้อย ดวงตาคมกริบฉายแวววางแผนอย่างเยือกเย็นและเฉียบขาด "ในเมื่อมันอยากเล่นเกมนี้... เราก็จะจัดให้มันสาสม! คืนนี้ ฉันจะต้อนรับมันด้วยของขวัญชิ้นใหญ่ที่มันไม่มีวันลืม!"

เวลาล่วงเลยผ่านไปจนกระทั่งยามค่ำคืนคลี่คลาย ความมืดมิดโรยตัวปกคลุมทั่วเมืองใหญ่ ณ โกดังร้างริมท่าเรือเก่า แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนสาดส่องกระทบโครงเหล็กขึ้นสนิม บรรยากาศเงียบสงัดและวังเวง เสกสรรค์ในชุดสูทสีเข้มยืนรอคอยอย่างใจจดใจจ่อบนชั้นลอยของโกดัง รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้าที่มีแผลเป็น เมื่อเขามองนาฬิกาข้อมือที่กำลังบอกเวลาเกือบเที่ยงคืนตรง

"ใกล้เวลาแล้วสินะ... แม่หนูน้อยแกะดำ จะกล้ามาตามนัดหรือเปล่านะ หึๆ" เสกสรรค์หัวเราะในลำคออย่างได้ใจ โดยมีลูกน้องสมุนยืนถืออาวุธครบมือรายล้อมรอบทิศทาง

ทว่า... ในวินาทีที่เข็มนาฬิกาขยับเข้าสู่เวลาเที่ยงคืนตรง เสียงเครื่องยนต์คำรามกึกก้องสนั่นหวั่นไหวก็ดังผ่าความเงียบสงัดขึ้นมาจากด้านนอก ไม่ใช่เสียงรถยนต์คันเล็กๆ ของผู้หญิงมาคนเดียวอย่างที่เขาคิด แต่เป็นขบวนรถตู้สีดำสนิทนับสพคันที่พุ่งทะยานพังประตูเหล็กโกดังเข้ามาอย่างเหี้ยมเกรียม!

เอี๊ยดดดดด! ปัง!

ประตูเหล็กบานใหญ่พังทลายลงมาตามแรงกระแทกของรถยนต์คันนำหน้า เสกสรรค์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ หน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นกลุ่มชายชุดดำนับสิบชีวิตกรูลงมาจากรถพร้อมอาวุธปืนอานุภาพสูงในมือ และตรงกลางขบวนนั้น... ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำสนิทของคิมหันต์ก้าวลงมาจากรถด้วยท่าทีเยือกเย็น ดั่งพญายมที่ก้าวออกมาจากขุมนรก

"ไอ้... ไอ้คิมหันต์! แกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!" เสกสรรค์ตะโกนลั่นด้วยความตระหนก ชักปืนพกออกเล็งไปยังเป้าหมายทันที

คิมหันต์หยุดเดิน เขายกมือขึ้นจัดปกเสื้อสูทเล็กน้อย ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตากริบดั่งพญาอินทรีมองตรงไปยังเสกสรรค์ด้วยแววตาสมเพชเวทนา

"เซอร์ไพรส์ไหมล่ะ เสกสรรค์..." คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลัง กังวานก้องไปทั่วโกดัง "แกคิดว่ามุกตลกตื้นๆ ของแกจะหลอกฉันได้เหรอ? การที่แกกล้าแตะต้องคนของฉัน... ทำให้แกมีสิทธิ์ได้ลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงเร็วกว่ากำหนดแล้วล่ะ!"

สิ้นคำสั่งของคิมหันต์ สงครามขนาดย่อมก็ปะทุขึ้นทันที เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวประกายไฟแลบแปล๊บปลาบไปทั่วโกดังร้าง กลุ่มลูกน้องของคิมหันต์เคลื่อนไหวอย่างเป็นระเบียบและเฉียบขาด เข้าจัดการสมุนของเสกสรรค์จนล้มคว่ำไม่เป็นท่าในเวลาไม่กี่นาที

เสกสรรค์หน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว เขารู้ตัวแล้วว่าตกหลุมพรางของจอมมาเฟียเข้าอย่างจัง กำลังจะหันหลังวิ่งหนีขึ้นบันไดหนีไฟ ทว่า... ร่างสูงของคิมหันต์กลับพุ่งเข้ามาประชิดตัวเขาด้วยความเร็วราวกับเสือชีตาร์ มือหนากระชากคอเสื้อของเสกสรรค์แล้วเหวี่ยงกระแทกกับพื้นคอนกรีตอย่างแรงจนเลือดกบปาก!

อั่ก!

"แก... แกมันปีศาจ!" เสกสรรค์ร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด พยายามจะหยิบปืนขึ้นมาสู้แต่ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทของคิมหันต์กลับถูกจ่อตรงมาที่ระหว่างคิ้วของเขาพพอดี

คิมหันต์ยืนค้ำหัวมองศัตรูตัวฉกาจด้วยแววตาดุดันและเยือกเย็น ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ "เกมของแกมันจบลงแค่นี้... และจำใส่กะโหลกไว้ ว่าใครก็ตามที่กล้าแตะต้องภรรยาของฉัน... จุดจบของมันจะมีแค่วิธีเดียวเท่านั้น"

ปัง!

เสียงปืนดังสนั่นก้องกังวาน ปิดฉากความแค้นและภัยคุกคามที่คอยตามรังควานในยามมืดมิดลงอย่างเด็ดขาด คิมหันต์เก็บปืนเข้าซองช้าๆ ใบหน้าคมคายหันหลังเดินกลับขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับคฤหาสน์ โดยทิ้งให้ลูกน้องจัดการเคลียร์พื้นที่ที่เหลือทั้งหมด

ณ คฤหาสน์ภักดีณรงค์ในยามดึกสงัด พรีมนั่งกอดเข่ารอคอยด้วยความกระวนกระวายใจอยู่บนโซฟาห้องรับแขก ตลอดเวลาหลายชั่วโมงที่ผ่านมา หัวใจของเธอแขวนอยู่บนเส้นด้ายด้วยความเป็นห่วงสามีหมาดๆ ทันทีที่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์รถแล่นเข้ามาจอดเทียบท่า เธอรีบผุดลุกขึ้นแล้ววิ่งไปที่ประตูหน้าบ้านทันที

แกร็ก!

ประตูห้องเปิดออก ร่างสูงของคิมหันต์ก้าวเข้ามาในบ้าน สภาพชุดสูทมีรอยฝุ่นเล็กน้อยแต่ใบหน้าคมคายยังคงความสุขุมและเยือกเย็นเอาไว้ได้เป็นอย่างดี พรีมมองสำรวจตามเนื้อตัวของเขาด้วยความตื่นตระหนกและโล่งใจเมื่อไม่เห็นบาดแผลใดๆ

"คุณ... คุณคิมหันต์ ปลอดภัยดีใช่ไหมคะ?" พรีมเอ่ยถามเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาแห่งความโล่งใจเอ่อคลอเบ้า

คิมหันต์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาที่เป็นห่วงเป็นใยอย่างจริงใจของหญิงสาวตรงหน้า เขาถอนหายใจยาวเบาๆ ก่อนจะสาวเท้ายาวเข้ามาใกล้ แล้วเอื้อมมือหนาโอบกอดร่างเล็กเข้ามาแนบอกอุ่น

"ฉันไม่เป็นไร... ปลอดภัยดีทุกอย่าง" คิมหันต์กระซิบเสียงนุ่มข้างหูเธอ "ปัญหาทั้งหมดถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว จะไม่มีใครหน้าไหนกล้ามาทำร้ายเธออีก... สัญญา"

พรีมซบหน้าลงกับอกแกร่งของเขา แขนเรียวเล็กยกขึ้นโอบกอดรอบเอวสอบของเขาแน่น ความอบอุ่นและความปลอดภัยที่ได้รับจากผู้ชายคนนี้ ทำให้กำแพงความเย็นชาที่เคยสร้างไว้พังทลายลงจนหมดสิ้น

ภายใต้แสงไฟสลัวยามค่ำคืน การแต่งงานที่เริ่มต้นจากสัญญาและผลประโยชน์... บัดนี้ได้เริ่มถักทอความรู้สึกที่ลึกซึ้งและจริงใจขึ้นทีละน้อย โดยที่ทั้งสองคนต่างก็ค่อยๆ ก้าวข้ามผ่านกำแพงในใจ เพื่อเตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับอนาคตที่ไม่อาจคาดเดาได้ข้างหน้า

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มาเฟียร้ายพ่ายรัก   ตอนที่ 5

    ค่ำคืนอันเงียบสงบหลังจากพายุลูกใหญ่ผ่านพ้นไป ท้องฟ้ายามดึกเหนือคฤหาสน์ตระกูลภักดีณรงค์ประดับประดาไปด้วยหมู่ดาวระยิบระยับ แสงจันทร์นวลสาดส่องผ่านกระจกใสลงมายังห้องนอนกว้างขวาง ทอดเงายาวทับซ้อนกันของคนทั้งสองที่ยังคงตื่นอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน พรีมขยับตัวเล็กน้อยภายในอ้อมกอดอุ่นของคิมหันต์ ความตึงเครียดและความหวาดกลัวที่เกาะกุมจิตใจมาตลอดหลายวันราวกับถูกปัดเป่าให้จางหายไปจนหมดสิ้น เมื่อตระหนักได้ว่าภัยคุกคามจากเสกสรรค์ถูกกำจัดและสะสางลงอย่างเด็ดขาดแล้ว หัวใจที่เคยหวาดผวาจึงกลับมาเต้นเป็นจังหวะปกติอีกครั้ง คิมหันต์ก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขน ใบหน้าหวานที่ซบอยู่ตรงอกแกร่งของเขากำลังผ่อนคลายลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าความเหนื่อยล้าและแรงกดดันทางจิตใจทำให้เธอเริ่มเคลิ้มหลับไป ทว่าตัวเขาเองกลับยังคงมีเรื่องให้ครุ่นคิดมากมาย ดวงตาคมกริบมองทอดออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาครุ่นคิด การกำจัดเสกสรรค์เป็นเพียงแค่ชัยชนะขั้นแรกเท่านั้น ในโลกของมาเฟียและอำนาจมืด การล้มศัตรูคนหนึ่งมักจะเปิดทางให้ศัตรูรายใหม่ก้าวขึ้นมาแทนที่เสมอ ตระกูลภักดีณรงค์มีศัตรูรอบด้าน และการที่เขามี 'จุดอ่อน' อย่างพรีมเพิ่

  • มาเฟียร้ายพ่ายรัก   ตอนที่ 4

    แสงแดดจ้าในยามเช้าของวันใหม่สาดส่องผ่านกระจกใสเข้ามาในห้องนอนใหญ่ พรีมลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่แปลกไปจากเดิม แม้ความกังวลเรื่องคำขู่ของเสกสรรค์จะยังคงหลงเหลืออยู่ก้นบึ้งของจิตใจ แต่การได้พูดคุยเคลียร์ใจกับคิมหันต์เมื่อคืนก่อนกลับทำให้ความหวาดกลัวลดทอนลงไปครึ่งหนึ่ง อย่างน้อยเธอก็รู้ว่าผู้ชายเย็นชาคนนั้นไม่ได้นิ่งดูดาย และพร้อมจะปกป้องเธอในฐานะภรรยาตามสัญญา เมื่อก้าวลงมาจากห้องนอน ป้าอิ่มก็ต้อนรับเธอด้วยรอยยิ้มอบอุ่นเช่นเคย พร้อมกับกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟและอาหารเช้าที่จัดเตรียมไว้อย่างเรียบร้อย ทว่าสิ่งที่ผิดสังเกตไปจากวันก่อนคือ บรรยากาศรอบคฤหาสน์ดูแน่นขนัดและเข้มงวดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ชายชุดดำรูปร่างกำยำสวมแว่นกันแดดเดินตรวจตราตามจุดต่างๆ รอบตัวอาคารอย่างขันแข็ง ไม่เว้นแม้แต่บริเวณสวนหย่อมหรือประตูทางเข้า "อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณพรีม ทานข้าวเช้าก่อนนะคะ วันนี้คุณคิมสั่งกำเนิดพิเศษให้ดูแลความปลอดภัยของคุณพรีมอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษค่ะ" ป้าอิ่มเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขณะรินชาอุ่นๆ ให้ พรีมพยักหน้ารับเบาๆ "ค่ะป้าอิ่ม... แล้วคุณคิมหันต์ล่ะคะ ไปทำงานตั้งแต่เช้าอีกแล้วเหรอ?" "ค่ะ คุณคิ

  • มาเฟียร้ายพ่ายรัก   ตอนที่ 3

    นาฬิกาแขวนผนังโบราณในห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ภักดีณรงค์ตีบอกเวลาสองทุ่มตรง เสียงกังวานทุ้มต่ำดังก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด พรีมในชุดเสื้อยืดสีขาวเนื้อนุ่มและกางเกงวอร์มขายาวสบายๆ สำหรับใส่นอน กำลังนั่งกอดเข่าอยู่บนโซฟาปลายเตียงในห้องนอนกว้างขวาง สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ที่เผยให้เห็นสวนหย่อมด้านล่างและเงาไม้ที่ไหวเอนตามแรงลมยามค่ำคืน เหตุการณ์โทรศัพท์ลึกลับเมื่อช่วงบ่ายยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอราวกับแผ่นเสียงตกร่อง แม้เธอจะพยายามบอกตัวเองว่ามันอาจจะเป็นแค่การกลั่นแกล้งไร้สาระของพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือใครสักคนที่เกลียดชังเธอ แต่ลางสังหรณ์บางอย่างในใจกลับบอกว่า... เรื่องนี้มันมีเงื่อนงำและอันตรายกว่าที่คิด “ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะครับ ความสุขจอมปลอมในคฤหาสน์หลังนั้น อาจจะพังทลายลงมาฝังพวกคุณไว้ทั้งเป็น...” เสียงนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในความทรงจำ ทำให้พรีมรู้สึกหนาวยะเยือกขึ้นมาที่สันหลังอย่างช่วยไม่ได้ เธอขยับตัวเข้าหากันแน่นขึ้นเพื่อหาความอบอุ่นให้กับร่างกายที่เริ่มเย็นเฉียบ ทันใดนั้น เสียงเครื่องยนต์รถยนต์คันหรูที่แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าคฤหาสน์ก็ดังขึ้น ทำล

  • มาเฟียร้ายพ่ายรัก   ตอนที่ 2

    แสงแดดอ่อนยามเช้าสาดส่องผ่านผ้าม่านโปร่งสีขาวเนื้อดีเข้ามาภายในห้องนอนขนาดใหญ่โตหรูหราที่ถูกตกแต่งในโทนสีเทาเข้มและดำ ซึ่งสะท้อนถึงรสนิยมอันสุขุมและเยือกเย็นของผู้เป็นเจ้าของ พรีมกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัสสายตาให้คุ้นเคยกับบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย เธอขยับตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอนคิงไซส์นุ่มฟูที่กว้างจนดูอ้างว้าง ก่อนจะยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ เพื่อบรรเทาอาการปวดหัวตุบๆ จากการนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน เหตุการณ์เมื่อวานนี้ยังคงฉายชัดอยู่ในความทรงจำ การจดทะเบียนสมรส การเซ็นสัญญา และคำพูดเฉือดเฉือนหัวใจจากคิมหันต์ ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากราวกับความฝันอันเลวร้าย แต่กระดาษสมรสที่วางอยู่บนหัวเตียงยืนยันอย่างชัดเจนว่านี่คือความจริง... เธอกลายเป็นภรรยาตามกฎหมายของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลไปเสียแล้ว พรีมถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะก้าวลงจากเตียงแล้วเดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่อจัดการธุระส่วนตัว เธอเลือกสวมเสื้อผ้าที่เตรียมมา เป็นชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบๆ กับกระโปรงยาวคลุมเข่าสีน้ำตาลอ่อนที่ดูสุภาพเรียบร้อยเหมาะสมกับการเป็นนักศึกษา เพราะวันนี้เธอยังมีเรียนภาคเช้าที่มหาวิทยาลัย ถึงแม้สถานะชีวิตจะเปลี่ยนไปในชั่วข้ามคืน แต

  • มาเฟียร้ายพ่ายรัก   ตอนที่1 คำสัญญา

    เสียงนาฬิกาโบราณภายในห้องรับรองของคฤหาสน์ตระกูลภักดีณรงค์ดังสะท้อนก้อง กลิ่นอายของความอึดอัดและตึงเครียดลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศ ราวกับออกซิเจนในห้องนี้ถูกสูบออกไปจนแทบหายใจไม่ออก ณัฐณิชา หรือ พรีม ในชุดเดรสสีครีมเรียบง่ายที่ดูแตกต่างจากความหรูหราอลังการรอบตัวโดยสิ้นเชิง กำลังนั่งกุมมือตัวเองแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ดวงตากลมโตมองเอกสารฉบับหนึ่งบนโต๊ะกระจกใสตรงหน้า เอกสารที่เปลี่ยนสถานะชีวิตนักศึกษาปี 3 ธรรมดาๆ ของเธอให้กลายเป็น 'ภรรยาตามกฎหมาย' ของบุคคลที่น่ากลัวที่สุดคนหนึ่งในประเทศ "เซ็นซะ" น้ำเสียงทุ้มต่ำ เยียบเย็น และไร้ซึ่งความรู้สึกดังขึ้นจากมุมห้อง มืดสลัวหลังแสงอาทิตย์ยามเย็นที่กำลังลับขอบฟ้า คิรากร หรือ คิมหันต์ ทายาทหนุ่มแห่งตระกูลมาเฟียผู้ทรงอิทธิพล ก้าวออกมาจากเงานั้น ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูป ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีมองมาที่เธอราวกับมองสิ่งของไร้ค่าชิ้นหนึ่ง พรีมเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา หัวใจดวงน้อยกระหน่ำรัวด้วยความหวาดกลัว แต่เธอก็พยายามเชิดหน้าขึ้นเพื่อไม่ให้ตัวเองดูอ่อนแอไปมากกว่านี้ "ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้อยากแต่งงานกับฉัน เช่นเดียวกับฉ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status