LOGIN
ณ คฤหาสน์ ศิลาแดง ของ อศิร ศิลาหัตร์ทัย หรือที่ทุกคนรู้จักเขาในนามเสี่ยโอมพร้อมภรรยา อดีตนางแบบคนสวยครีมหอม นับเวลานี้ผ่านมาสามสิบกว่าปีเห็นจะได้ แต่ทุกสิ่งอย่างภายในบ้านยังคงเหมือนเดิม เรือนรับรองก็ยังคงตั้งตระหง่านอยู่มุมเดิมของบ้าน ต่างก็แต่ตัวคฤหาสน์ที่ถูกต่อเติมออกไปอีกเพื่อรองรับสี่หน่อของทั้งคู่ ในเวลาเดียวกันนั้นชั้นบนสุดของคฤหาสน์ที่ติดกับมุมสวน ดูกำลังมีเรื่องให้วุ่นวายเฉกเช่นทุกวันเนื่องจากที่ตรงนั้นเป็นห้องทำงานของลูกชายคนโตจอมเอาแต่ใจและหัวร้อนของพวกเขา…
“ ถ้ามันว้อนมาก ก็จัดการส่งมันไปพบยมบาลซะ!” เสียงเข้มและเยือกเย็น สั่งเสียงดังก้อง พร้อมเอกสารในมือฟาดลงบนโต๊ะอย่างหัวเสีย “ รับทราบครับบอส!” เอลิก ผู้ช่วยของ เจ้าไฟ อนาลา ศิลาหัตร์ทัย รับคำสั่งจากหัวหน้าของเขาซึ่งกำลังนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานตรงหน้า หลังจากนั้นเอลิกก็เดินออกไปจัดการตามที่ได้รับคำสั่งทันที “นายน้อยไฟคะ!” “หยุด! จะเข้าไปทำไม!” แม่บ้านชื่อแต๋วร้องตะโกนและกำลังจะวิ่งสวนกับเอลิกเข้าไปในห้องทำงานของอนาลา แต่กลับถูกการ์ดหน้าประตูขวางเอาไว้ “โอ้ย! ถ้าฉันบอกว่า นายหญิงครีมหอมให้มาเรียกนายน้อยไฟไปพบเดี๋ยวนี้! จะให้เข้าไหมหะ!” แต๋วยืนเท้าเอวใส่การ์ดอย่างไม่เกรงกลัว “เออ เธอกลับไปก่อน เดี๋ยวฉันจะแจ้งบอสเอง” “อย่าลืมบอกนายน้อยด้วยน่ะ ว่าเรื่องด่วน!” พอแต๋วเดินหนีไป การ์ดคนดังกล่าวก็จะเดินเข้าไปรายงานตามที่ได้ยิน “บอสครับ” “ไม่ต้อง” เมื่อการ์ดกำลังจะเอ่ยปาก อนาลาหรือเจ้าไฟที่ได้ยินทุกอย่างแล้วเขาก็ลุกขึ้นขัด พลางเตรียมเดินออกไป เผยให้เห็นว่าเขาเป็นชายหนุ่มร่างสูงสง่า ไหล่กว้างและทรงพลัง เขาเป็นคนที่ดูสุขุมและเคร่งขรึมอยู่เสมอ คิ้วหนาเข้มที่เรียงตัวอย่างสมบูรณ์แบบช่วยขับเน้นดวงตาคมกริบที่มักมองด้วยสายตาแน่วแน่เหมือนสามารถอ่านใจคนได้ ผิวขาวเนียนของเขาชวนให้นึกถึงความบริสุทธิ์ที่ตัดกับบุคลิกอันหนักแน่นและลึกลับ เขาสวมชุดสูทสีแดงเลือดทับกับเสื้อเชิ้ตสีดำ ชุดนั้นกระชับพอดีตัว เผยให้เห็นความแข็งแกร่งของรูปร่าง ราวกับนักล่าผู้ทรงอำนาจในเงามืด เขาเดินอย่างทะมัดทะแมง ออกไปพบผู้เป็นแม่ที่เรียกหา “อ้าว! พี่ไฟมานั่นพอดีเลยครับแม่!” อนาคิน น้องชายของอนาลา ชายหนุ่มเจ้าชู้ขี้เล่นที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ร่างกายของเขาสมส่วนกำยำไม่แพ้พี่ชาย แต่ผิวกลับออกไปเข้มอย่างนักกีฬาดูน่าดึงดูดใจ ดวงตาซุกซน และรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาเผยถึงความมั่นใจเต็มเปี่ยมตอนที่เรียกชื่อพี่ชายเสียงดัง “แม่เรียกผมทำไมครับ?” เจ้าไฟเอ่ยเมื่อเดินมาจนถึงทั้งสอง “นั่งก่อนสิ” เขาจึงนั่งลงข้างๆ หญิงวัยกลางคน ผู้มีรูปร่างสง่างามสมกับอดีตนางแบบชื่อดัง แต่ชายหนุ่มกลับดูออกว่าใบหน้าของแม่นั้นดูไม่ค่อยสดใสนัก “แม่ได้ยินมาจากพ่อว่าไฟจะไปอเมริกาจริงหรือเปล่า?” ครีมหอมคุณหญิงแม่คนสวยของทั้งสองหนุ่ม ถามด้วยความกังวลใจ คนฟังอย่างเขาก็เผยยิ้มจางที่มุมปาก “ครับ ตอนที่ไปเรียนต่อ ผมได้ซื้อเกาะไว้ ตั้งใจว่าจะทำรีสอร์ท” ครีมหอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อได้ยินที่ลูกบอก ในขณะเดียวกันเจ้าไฟเองก็อมยิ้มบางๆ เพราะรีสอร์ทที่เขาบอกมานั้น ก่อสร้างใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่เขาแค่ยังไม่ได้บอกครอบครัว “แน่ใจนะ ว่าจะไปทำรีสอร์ท? ไม่ใช่ไปทำอะไรที่ไม่ดีลับหลังแม่กับพ่อหรอกใช่ไหม!” เจ้าไฟชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินคำพูดของแม่ ก่อนจะรีบแก้ตัวทันที “บ้าน่าแม่! ผมจะไปทำรีสอร์ทจริงๆ ครับ!” ครีมหอมสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดพลางมองต่ำอย่างไม่เชื่อ “แม่จะเชื่อก็ได้ แต่จะไปยังไง เอาใครไปด้วยหรือเปล่า?” ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก ก่อนจะอธิบายแผนการของตน “ก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอกครับ จะเอาคนไปมากมายทำไม เพราะคนงาน ผมก็เตรียมหาไว้ที่นั่นแล้ว คนที่จะไปด้วยจากที่นี่ก็มีแค่เอลิกกับนีวาย” ครีมหอมขมวดคิ้วทันที “นีวาย? แล้วเขาจะไปกับลูกจริงเหรอ?” เธอถามอย่างไม่เชื่อ แม้จะรู้ว่าทั้งสองสนิทกัน “ครับ แต่แม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจ้างนีวายไป ไม่ได้ให้มันไปทำให้ฟรีๆ มันเป็นสถาปนิกที่เก่ง แม่ก็รู้” “คิดแบบนั้นก็ดี แล้วจะเริ่มไปกันเมื่อไหร่?” “เดือนหน้านี่แหละครับ ขอผมเคลียร์งานทางนี้ก่อน ถ้าปล่อยให้คีรินดูแลต่อเลย ผมกลัวว่าน้องจะไม่ไหว เพราะมันคงไม่ได้มีแค่เรื่องงานที่คีรินต้องรับผิดชอบแทนผม” เขาพูดพลางกัดฟันเหมือนคิดแค้นถึงใครในใจ “แม่ขอเถอะ จะทำอะไรก็ให้คิดหน้าคิดหลัง เพราะชีวิตคนมีค่า ไม่ใช่ว่าลูกจะทำอะไรก็ได้ ลูกไม่ใช่พระเจ้านะ!” ครีมหอมย้ำเสียงแข็ง เนื่องจากรู้ดีว่าลูกชายคนนี้ชอบทำอะไรที่ไม่ถูกต้องอยู่ตลอด เจ้าไฟจึงหันมาทำหน้าตาออดอ้อนใส่แม่ พลางทำเสียงสองเสียงสามที่มีแค่แม่เท่านั้นที่จะได้รับ เพราะเขาไม่เคยอ่อนโยนต่อผู้หญิงคนไหน “โธ่แม่ครับ ไม่ต้องห่วงเลย ผมโตแล้ว คนที่แม่ต้องห่วงคือไอ้คินต่างหาก!” ประโยคสุดท้ายเขาเบี่ยงประเด็นไปทางน้องชายซึ่งนั่งเขี่ยมือถือร่วมอยู่ข้างๆ “เอ้า! โยนมาทางผมเฉยเลย!” อนาคินขมวดคิ้วทันที” อย่านะแม่ แม่อย่ามามองคินแบบนี้นะ” อนาคินรีบยกมือปรามแม่ที่กำลังจะหันมาบ่นตัวเอง ครีมหอมถอนหายใจ ลูกชายสองคนนี้แหละที่ชอบทำตัวให้เธอหนักใจอยู่เรื่อย “ แม่รู้น่า เห็นน้าคิตตี้บอกว่าลูกไปปรึกษาน้าเขา อยากจะทำผับงั้นเหรอ” “ ใช่ครับ” อนาคินตอบรับด้วยสีหน้าตื่นเต้น แต่แม่กลับทำหน้าเป็นกังวลจนเขาต้องรีบอธิบายเพิ่ม “ก็คินชอบเที่ยวกลางคืนชอบดื่มนี่ครับแม่ ไหนแม่บอกว่าถ้าพวกผมทำอะไรแม่จะไม่ห้ามไม่ใช่เหรอ คินก็ไม่ได้คิดจะทำอะไรเลวๆ เหมือนพี่ไฟสักหน่อย” “ เอ้า” คนพี่สะดุ้งที่ถูกน้องโยนบาปคืนมาให้ สีหน้าของเขาแสดงถึงความโกรธอย่างเห็นได้ชัด “ไหนมาโยนให้ฉันแบบนี้วะ ไอ้น้องเวร” “ พอๆ เลยนะ!” ครีมหอมที่เป็นคนกลางรีบปรามก่อนที่เรื่องจะไปกันใหญ่ “อย่ามาทะเลาะกันให้แม่เห็นนะ แม่ไม่ชอบ เอาเป็นว่าอย่าให้แม่รู้ก็แล้วกันว่าลูก กับลูก!” เธอเอ่ยพลางชี้นิ้วจิ้มอกลูกชายทั้งสองสลับกัน “ทำอะไรที่ไม่ดีขึ้นมาล่ะก็ แม่จะตัดขาดให้หมดเลย!” ลูกชายทั้งสองนั่งเงียบในทันทีก่อนจะยิ้มแห้งๆ อย่างมีพิรุธเพราะที่แน่ๆ ไม่มีใครฟังคนเป็นแม่สักคน เนื่องจากนิสัยของลูกชายสองคนนี้ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุหลายสัปดาห์ต่อมาที่เกาะ เจ้าไฟนั่งเท้าแก้มอยู่ในครัวของโรงอาหาร มองดูแก้มขวัญทำขนมเพื่อแจกคนงาน โดยมีเอลิกกับโสนเป็นลูกมือคอยสังเกตดูทั้งคู่อยู่ไม่ไกล “ ช่วงนี้หัวหน้าเขาไม่ค่อยสบายเหรอ” โสนกระซิบถามกับเอลิกที่ยืนข้างกัน “ ทำไมถึงถามแบบนี้” “ ก็ช่วงนี้ฉันเห็นเขายิ้มตลอด ไม่รู้ว่ายิ้มอะไร ทีแต่ก่อนเคยมีเรื่องดีๆ ที่ควรดีใจมากมายก็ยังไม่เห็นเขายิ้มเลย” เอลิกฟังแบบนั้นเขาก็แอบขำเบาๆ “ สงสัยคงมีความรักนะ” โสนนิ่งไปพลางจ้องไปที่แก้มขวัญ ด้วยอิจฉาเล็กน้อย “ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีผู้หญิงที่มาทำให้หัวหน้าไฟหลงรักได้ด้วย” โสนบ่นกับตัวเองเบาๆ ก่อนก้มหน้าปั้นแป้งขนมต่อ ซึ่งทุกอย่างเอลิกก็ได้มองอยู่ “ พี่ไฟไม่คิดจะมาช่วยกันหน่อยเหรอ” แก้มขวัญเห็นว่าเขาเอาแต่จ้องจึงรู้สึกแปลกๆ เธอเลยหันไปถาม ชายหนุ่มก็ตอบกลับอย่างไม่ต้องคิด “ ไม่ว่าง” “ ธุระของพี่คือนั่งยิ้มงั้นเหรอคะ?” “ ใช่” แก้มขวัญทำได้เพียงส่ายหน้า เวลานั้นนีวายก็เดินเข้ามา “ อะหืม~ ขอโทษนะที่มารบกวน แต่ว่าหัวหน้าไฟกรุณาไปทำงานด้วยนะ” นีวายเดินมาหยุดต่อหน้าเจ้าไฟพลางจ้องเขา เนื่องจากช่วงนี้ดูเหมือนจะมีบางคนคลั่งรักมากจนไม่เป็น
เวลาผ่านไปไม่นานชายแก่ก็ได้ทานขนมที่เขาอยากสมใจ แชมป์น้ำตาซึมทันทีเมื่อตักเข้าปากไปคำแรก “ อืมรสชาติต่างไปคนล่ะแบบกับที่ลูกสาวลุงเคยทำให้ทานเลย แต่ก็อร่อยมาก” น้ำตาของเขาหยดลงมาแต่ใบหน้ากลับเปื้อนยิ้ม “ คุณลุงคงจะรักลูกสาวมากสินะคะ” “ อืม รักมาก จนลุงลืมตัว…พยายามฝืนคิดว่าลูกสาวยังอยู่ ทั้งๆ ที่เธอจากไปนานแล้ว…” แชมป์สะอื้นพลางยกมือปาดน้ำตา “แต่ก็ต้องขอบใจหนูมากๆ นะ” แก้มขวัญตาโตชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “ หนูเหรอคะ?” “ ใช่ ถ้าไม่มีหนูเข้ามาเมื่อวาน ลุงคงไม่ได้ฝันเห็นลูกสาวเหมือนเมื่อคืน รู้หรือเปล่าว่าเมื่อคืนโรแซนเขามาบอกลุงว่าอะไร”แชมป์จ้องแก้มขวัญก่อนละสายตาจ้องไปยังชายหาด “ โรแซนบอกลุง ขอร้องลุงว่าไม่ให้ยึดติด ตัวเธอถึงจะอยากกลับมาหา ก็คงมาหาไม่ได้แล้ว โรแซนอยากให้ลุงได้ทำในสิ่งที่อยากทำในช่วงบั้นปลายของชีวิต เธอไม่อยากให้ลุงมานั่งอมทุกข์รออยู่อย่างนี้” แชมป์ร้องไห้โฮออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ แก้มขวัญจึงรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าให้ แชมป์ยื่นมือหยิบเอกสารบนโต๊ะใส่ในมือเธอเปลี่ยนกลับผ้าเช็ดหน้าที่หญิงสาวส่งให้ “ ลุงยกให้” “ อะไรกันคะ” “ ที่ดินผืนนั้นไง” เมื่อได้ยินแบบนั้นเธอก็ยกมือปฏ
กึก!! “ โอ้ยย” แชมป์ขับรถวีลแชร์ไปชนเข้ากับก้อนหิน ทำให้รถคว่ำเขาจึงร้องออกมาด้วยความเจ็บ “ คุณลุง! เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” แก้มขวัญที่เดินมาเก็บว่าวของเธอเห็นเข้า จึงได้รีบเข้ามาช่วยพยุงลุงแชมป์ “ ขอบใจๆ” แชมป์รีบแสดงความขอบคุณหญิงสาวแต่พอเขาได้มองหน้าเธอชัดขึ้น กลับตะลึงตาโตติดดีใจจนเกือบจะพูดไม่ออก “ โรแซน ลูกพ่อ…” “ กีรติกร หายไปดื้อที่ไหนอีกแล้ว” เจ้าไฟที่เดินไปคุยโทรศัพท์กับสำเนาไม่นาน กลับมายังจุดเล่นว่าวก็ดันตามหาคนตัวเล็กที่เขาทิ้งให้เล่นคนเดียวไม่เจอ ชายหนุ่มเริ่มใจเสียเขาวิ่งไปมาทั่วชายหาดอย่างร้อนรน มือก็รีบล้วงเอามือถือขึ้นมาโทรตาม “ กีรติกร!!” ณ เวลานั้นที่บ้านริมทะเลของชายชรา “ คุณลุงเป็นยังไงบ้างคะ ไม่เจ็บตรงไหนแล้วใช่มั้ย” แก้มขวัญมาส่งชายแก่ที่บ้านด้วยความเป็นห่วงเพราะเห็นว่าอยู่คนเดียว เธอจึงขออาสาอยู่เป็นเพื่อนเขาสักพัก เช่นตอนนี้เธอก็ไปเอาน้ำมาให้เขา พลางนั่งลงข้างวีลแชร์ แชมป์ก็มองมาที่เธอด้วยแววตาซาบซึ้งก่อนจะร้องไห้ ทำแก้มขวัญสงสัยและสงสาร “ โรแซน ลูกไปไหนมา รู้ไหมว่าพ่อรอลูกมาตลอด เฝ้ามองหาลูกอยู่ตรงชายหาดที่ลูกเคยวิ่งเล่นทุกวัน รู้ไหมว่าพ่อต้องทนเ
“ อืม…” ร่างเล็กสะดุ้งตื่นขึ้นมา ในยามเช้า เธอดูตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเขานอนกอดเธอเอาไว้อยู่ จนต้องรีบเงยหน้าเชยชมเขา ใบหน้าที่กำลังหลับ ดูอิดโรยเล็กน้อยอาจเพราะเขาคงจะนอนดึก ก็เมื่อคืนเขาเล่นเธอจนสลบและไม่รู้ว่าเขาหยุดทำกี่โมง แก้มขวัญอมยิ้มให้กับใบหน้าอันแสนมีเสน่ห์ตรงหน้าของเธอ เขากำลังหลับสนิทหรือเปล่านะ ดูขนตานั่นสิ ช่างเรียงเส้นสวย ไหนจะจมูกโด่งๆ ริมฝีปากนั่น มองแล้วมันดูเข้ากันไปเสียหมด “ หล่อ…” ไม่คิดเฉยเธอยื่นมือจะไปสัมผัสที่ใบหน้าเขา “ ว๊าย!!” ก่อนร้องออกมาเพราะตกใจเนื่องจากคนที่เธอคิดว่าเขาหลับ ดันตื่นขึ้นมาจับมือข้างนั้นของเธอไว้ก่อนที่จะไปถึงจุดหมาย “ คิดจะทำอะไร” ใบหน้าของเขาก้มลงมามอง คนใต้ล่างจึงรู้สึกหน้าร้อน เธอก้มหน้าและมุดหัวเข้าตรงอกแกร่ง พลางแอบยิ้มอ่อน “ แก้มแค่มีความสุข ที่ตื่นมาแล้วยังเห็นพี่นอนอยู่ข้างๆ” คนฟังเผยยิ้ม ก่อนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ บนหัวคนตัวเล็กจนต้องเผลอก้มลงไปสูดดม “ ทีแต่ก่อน เธอยังแอบหนีฉันไปหาผู้ชายคนอื่นอยู่เลย” “ ตอนไหนคะ!!” แก้มขวัญรีบหันไปถามพลันพลิกตัวคว่ำให้ศอกยันเตียง เพื่อให้เธอจ้องหน้าเขาที่นอนตะแคงอยู่ให้ชัดขึ้น “ ก็ตอนที่เธอ
ณ โรงแรม “ พี่ไฟเลือกชุดอะไรให้เราเนี่ย โอ้ย” แก้มขวัญนั่งอยู่บนเตียงพร้อมกับมองสภาพตัวเอง เธอโดนคนพี่บังคับให้ใส่ชุดนอนที่เขาเลือกให้ พลางคิดไปว่าคืนนี้เธอคงไม่รอดแน่ “ อือฮื้อ” ร่างบางดีดดิ้นไปมาอยู่ไม่สุข เมื่อในหัวคิดมโนภาพไปล่วงหน้า เวลานั้นอีกคนก็เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ เจ้าไฟเดินออกมาพลางปรายตามองคนบนเตียงที่อยู่ในท่าทางแปลกๆ เธอนอนเอนกายบนเตียงเนื้อผ้านุ่ม ลำคอแหงนขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นเส้นไหปลาร้าที่เรียวสวยรับกับสายสร้อยเส้นบางที่ประดับอยู่บนผิวเนียนละเอียด แสงจากหลอดไฟ กระทบเนื้อผ้าซาตินสีดำที่แนบไปตามเรือนร่างของหญิงสาว เนื้อผ้าลื่นไหลราวกับสายน้ำ บางเบาแต่เย้ายวน ชุดเดรสตัวนี้เป็นซาตินดำสนิท ประดับลูกไม้ตรงขอบอก เพิ่มเสน่ห์ชวนมอง เส้นสายของชุดออกแบบมาเพื่อเน้นส่วนเว้าส่วนโค้ง ผ่าข้างเล็กน้อยเผยให้เห็นเรียวขาขาวสวย และรูปร่างอันเป็นหญิงของเจ้าตัวเล็ก ด้ายรูดปรับขนาดตรงสะโพกยิ่งทำให้ดูอ่อนหวานปนน่าเสน่หา เส้นริบบิ้นที่ปล่อยชายระอยู่ข้างตัว คล้ายกับกำลังรอคอยให้ใครสักคนเข้าไปแตะต้อง มือเรียวของเธอวางแนบลำตัว นิ้วขยับเล็กน้อยเหมือนกำลังคลึงปลายผ้า ลมหายใจเร็วแรงสะท้อนถึงคว
“ ตกลงว่าคุณยอมยกให้ผมได้ไหมล่ะ” เยโด่ได้ทีก็เอาใหญ่ เห็นว่าชายหนุ่มยอมมาขอร้องด้วยตัวเองจึงหวังอยากได้ผู้หญิงที่มากับเขา “ อืม..” เจ้าไฟที่เป็นฝ่ายถูกขอเขายิ้มมุมปากเล็กน้อย แต่พอเห็นว่าเยโด่เริ่มดีใจ เขาจึงได้พูดบางอย่างออกมา “ คิดว่าผมมาขอร้องคุณถึงที่ แล้วคุณจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ!!!” เยโด่ถึงกับตกใจให้กับท่าทางและน้ำเสียงดูโกรธเคืองของชายหนุ่ม เขาคิดว่าเด็กสาวนั่นเป็นเพียงของเล่นของเจ้าไฟไม่มีความหมายอะไรเสียอีก เขาคิดผิดงั้นเหรอ เยโด่คิดในเวลาเดียวกันก็จ้องหน้าของอีกคนที่มองมายังเขาด้วยคิ้วขมวด และเม้มปากแน่น “ ผมจะไม่เช่าท่าเรือของคุณแล้ว!!” เจ้าไฟตะโกนออกมาด้วยท่าทีเด็ดขาด ก่อนรีบสาวขาเดินออกไป “ กีรติกร! กลับ!” มือใหญ่ดึงแขนเล็กที่กำลังจับขนมใส่ปากพลันรีบดึงลากเธอออกไป “ ไอ้โบ่ม!! ไหนมึงบอกว่ามันอยากได้ท่าเรือกู กูจะต่อลองยังไงก็ได้ไง” เยโด่ที่มองทั้งสามเดินหายไปรีบหันไปต่อว่าลูกน้องซึ่งยืนอยู่ทางด้านหลังของเขาทันที “ สิ่งที่นายขออาจจะมากเกินไป ดูจากหน้านายอนาลานั่นแล้ว ผู้หญิงคนนั้นดูจะสำคัญกว่า คงไม่ใช่แค่เล่นๆ นะครับ” เยโด่กำมือแน่นพลางทุบลงโต๊ะเสียงดัง “







