Masuk
ณ คฤหาสน์ ศิลาแดง ของ อศิร ศิลาหัตร์ทัย หรือที่ทุกคนรู้จักเขาในนามเสี่ยโอมพร้อมภรรยา อดีตนางแบบคนสวยครีมหอม นับเวลานี้ผ่านมาสามสิบกว่าปีเห็นจะได้ แต่ทุกสิ่งอย่างภายในบ้านยังคงเหมือนเดิม เรือนรับรองก็ยังคงตั้งตระหง่านอยู่มุมเดิมของบ้าน ต่างก็แต่ตัวคฤหาสน์ที่ถูกต่อเติมออกไปอีกเพื่อรองรับสี่หน่อของทั้งคู่ ในเวลาเดียวกันนั้นชั้นบนสุดของคฤหาสน์ที่ติดกับมุมสวน ดูกำลังมีเรื่องให้วุ่นวายเฉกเช่นทุกวันเนื่องจากที่ตรงนั้นเป็นห้องทำงานของลูกชายคนโตจอมเอาแต่ใจและหัวร้อนของพวกเขา…
“ ถ้ามันว้อนมาก ก็จัดการส่งมันไปพบยมบาลซะ!” เสียงเข้มและเยือกเย็น สั่งเสียงดังก้อง พร้อมเอกสารในมือฟาดลงบนโต๊ะอย่างหัวเสีย “ รับทราบครับบอส!” เอลิก ผู้ช่วยของ เจ้าไฟ อนาลา ศิลาหัตร์ทัย รับคำสั่งจากหัวหน้าของเขาซึ่งกำลังนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานตรงหน้า หลังจากนั้นเอลิกก็เดินออกไปจัดการตามที่ได้รับคำสั่งทันที “นายน้อยไฟคะ!” “หยุด! จะเข้าไปทำไม!” แม่บ้านชื่อแต๋วร้องตะโกนและกำลังจะวิ่งสวนกับเอลิกเข้าไปในห้องทำงานของอนาลา แต่กลับถูกการ์ดหน้าประตูขวางเอาไว้ “โอ้ย! ถ้าฉันบอกว่า นายหญิงครีมหอมให้มาเรียกนายน้อยไฟไปพบเดี๋ยวนี้! จะให้เข้าไหมหะ!” แต๋วยืนเท้าเอวใส่การ์ดอย่างไม่เกรงกลัว “เออ เธอกลับไปก่อน เดี๋ยวฉันจะแจ้งบอสเอง” “อย่าลืมบอกนายน้อยด้วยน่ะ ว่าเรื่องด่วน!” พอแต๋วเดินหนีไป การ์ดคนดังกล่าวก็จะเดินเข้าไปรายงานตามที่ได้ยิน “บอสครับ” “ไม่ต้อง” เมื่อการ์ดกำลังจะเอ่ยปาก อนาลาหรือเจ้าไฟที่ได้ยินทุกอย่างแล้วเขาก็ลุกขึ้นขัด พลางเตรียมเดินออกไป เผยให้เห็นว่าเขาเป็นชายหนุ่มร่างสูงสง่า ไหล่กว้างและทรงพลัง เขาเป็นคนที่ดูสุขุมและเคร่งขรึมอยู่เสมอ คิ้วหนาเข้มที่เรียงตัวอย่างสมบูรณ์แบบช่วยขับเน้นดวงตาคมกริบที่มักมองด้วยสายตาแน่วแน่เหมือนสามารถอ่านใจคนได้ ผิวขาวเนียนของเขาชวนให้นึกถึงความบริสุทธิ์ที่ตัดกับบุคลิกอันหนักแน่นและลึกลับ เขาสวมชุดสูทสีแดงเลือดทับกับเสื้อเชิ้ตสีดำ ชุดนั้นกระชับพอดีตัว เผยให้เห็นความแข็งแกร่งของรูปร่าง ราวกับนักล่าผู้ทรงอำนาจในเงามืด เขาเดินอย่างทะมัดทะแมง ออกไปพบผู้เป็นแม่ที่เรียกหา “อ้าว! พี่ไฟมานั่นพอดีเลยครับแม่!” อนาคิน น้องชายของอนาลา ชายหนุ่มเจ้าชู้ขี้เล่นที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ร่างกายของเขาสมส่วนกำยำไม่แพ้พี่ชาย แต่ผิวกลับออกไปเข้มอย่างนักกีฬาดูน่าดึงดูดใจ ดวงตาซุกซน และรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขาเผยถึงความมั่นใจเต็มเปี่ยมตอนที่เรียกชื่อพี่ชายเสียงดัง “แม่เรียกผมทำไมครับ?” เจ้าไฟเอ่ยเมื่อเดินมาจนถึงทั้งสอง “นั่งก่อนสิ” เขาจึงนั่งลงข้างๆ หญิงวัยกลางคน ผู้มีรูปร่างสง่างามสมกับอดีตนางแบบชื่อดัง แต่ชายหนุ่มกลับดูออกว่าใบหน้าของแม่นั้นดูไม่ค่อยสดใสนัก “แม่ได้ยินมาจากพ่อว่าไฟจะไปอเมริกาจริงหรือเปล่า?” ครีมหอมคุณหญิงแม่คนสวยของทั้งสองหนุ่ม ถามด้วยความกังวลใจ คนฟังอย่างเขาก็เผยยิ้มจางที่มุมปาก “ครับ ตอนที่ไปเรียนต่อ ผมได้ซื้อเกาะไว้ ตั้งใจว่าจะทำรีสอร์ท” ครีมหอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อได้ยินที่ลูกบอก ในขณะเดียวกันเจ้าไฟเองก็อมยิ้มบางๆ เพราะรีสอร์ทที่เขาบอกมานั้น ก่อสร้างใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่เขาแค่ยังไม่ได้บอกครอบครัว “แน่ใจนะ ว่าจะไปทำรีสอร์ท? ไม่ใช่ไปทำอะไรที่ไม่ดีลับหลังแม่กับพ่อหรอกใช่ไหม!” เจ้าไฟชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินคำพูดของแม่ ก่อนจะรีบแก้ตัวทันที “บ้าน่าแม่! ผมจะไปทำรีสอร์ทจริงๆ ครับ!” ครีมหอมสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดพลางมองต่ำอย่างไม่เชื่อ “แม่จะเชื่อก็ได้ แต่จะไปยังไง เอาใครไปด้วยหรือเปล่า?” ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก ก่อนจะอธิบายแผนการของตน “ก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอกครับ จะเอาคนไปมากมายทำไม เพราะคนงาน ผมก็เตรียมหาไว้ที่นั่นแล้ว คนที่จะไปด้วยจากที่นี่ก็มีแค่เอลิกกับนีวาย” ครีมหอมขมวดคิ้วทันที “นีวาย? แล้วเขาจะไปกับลูกจริงเหรอ?” เธอถามอย่างไม่เชื่อ แม้จะรู้ว่าทั้งสองสนิทกัน “ครับ แต่แม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจ้างนีวายไป ไม่ได้ให้มันไปทำให้ฟรีๆ มันเป็นสถาปนิกที่เก่ง แม่ก็รู้” “คิดแบบนั้นก็ดี แล้วจะเริ่มไปกันเมื่อไหร่?” “เดือนหน้านี่แหละครับ ขอผมเคลียร์งานทางนี้ก่อน ถ้าปล่อยให้คีรินดูแลต่อเลย ผมกลัวว่าน้องจะไม่ไหว เพราะมันคงไม่ได้มีแค่เรื่องงานที่คีรินต้องรับผิดชอบแทนผม” เขาพูดพลางกัดฟันเหมือนคิดแค้นถึงใครในใจ “แม่ขอเถอะ จะทำอะไรก็ให้คิดหน้าคิดหลัง เพราะชีวิตคนมีค่า ไม่ใช่ว่าลูกจะทำอะไรก็ได้ ลูกไม่ใช่พระเจ้านะ!” ครีมหอมย้ำเสียงแข็ง เนื่องจากรู้ดีว่าลูกชายคนนี้ชอบทำอะไรที่ไม่ถูกต้องอยู่ตลอด เจ้าไฟจึงหันมาทำหน้าตาออดอ้อนใส่แม่ พลางทำเสียงสองเสียงสามที่มีแค่แม่เท่านั้นที่จะได้รับ เพราะเขาไม่เคยอ่อนโยนต่อผู้หญิงคนไหน “โธ่แม่ครับ ไม่ต้องห่วงเลย ผมโตแล้ว คนที่แม่ต้องห่วงคือไอ้คินต่างหาก!” ประโยคสุดท้ายเขาเบี่ยงประเด็นไปทางน้องชายซึ่งนั่งเขี่ยมือถือร่วมอยู่ข้างๆ “เอ้า! โยนมาทางผมเฉยเลย!” อนาคินขมวดคิ้วทันที” อย่านะแม่ แม่อย่ามามองคินแบบนี้นะ” อนาคินรีบยกมือปรามแม่ที่กำลังจะหันมาบ่นตัวเอง ครีมหอมถอนหายใจ ลูกชายสองคนนี้แหละที่ชอบทำตัวให้เธอหนักใจอยู่เรื่อย “ แม่รู้น่า เห็นน้าคิตตี้บอกว่าลูกไปปรึกษาน้าเขา อยากจะทำผับงั้นเหรอ” “ ใช่ครับ” อนาคินตอบรับด้วยสีหน้าตื่นเต้น แต่แม่กลับทำหน้าเป็นกังวลจนเขาต้องรีบอธิบายเพิ่ม “ก็คินชอบเที่ยวกลางคืนชอบดื่มนี่ครับแม่ ไหนแม่บอกว่าถ้าพวกผมทำอะไรแม่จะไม่ห้ามไม่ใช่เหรอ คินก็ไม่ได้คิดจะทำอะไรเลวๆ เหมือนพี่ไฟสักหน่อย” “ เอ้า” คนพี่สะดุ้งที่ถูกน้องโยนบาปคืนมาให้ สีหน้าของเขาแสดงถึงความโกรธอย่างเห็นได้ชัด “ไหนมาโยนให้ฉันแบบนี้วะ ไอ้น้องเวร” “ พอๆ เลยนะ!” ครีมหอมที่เป็นคนกลางรีบปรามก่อนที่เรื่องจะไปกันใหญ่ “อย่ามาทะเลาะกันให้แม่เห็นนะ แม่ไม่ชอบ เอาเป็นว่าอย่าให้แม่รู้ก็แล้วกันว่าลูก กับลูก!” เธอเอ่ยพลางชี้นิ้วจิ้มอกลูกชายทั้งสองสลับกัน “ทำอะไรที่ไม่ดีขึ้นมาล่ะก็ แม่จะตัดขาดให้หมดเลย!” ลูกชายทั้งสองนั่งเงียบในทันทีก่อนจะยิ้มแห้งๆ อย่างมีพิรุธเพราะที่แน่ๆ ไม่มีใครฟังคนเป็นแม่สักคน เนื่องจากนิสัยของลูกชายสองคนนี้ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุวันหนึ่งที่รีสอร์ท มีวัยรุ่นสองคนกำลังจับกลุ่มคุยกัน “ มึง เด็กผู้หญิงที่เราเจอเมื่อตอนสายๆ นะ เธอเป็นใครกัน” ชายหัวทองพูดกับเพื่อนหัวดำของเขา “ ใครวะ” เพื่อนของชายหนุ่มก็ย้อนถามกลับ “ เอ้า ก็ผู้หญิงที่ใส่เสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่ๆ กับขาเกงขากระบอกไง” “ อ๋อ คนที่ตัวขาวๆ ผิวเนียนๆ นะเหรอ” “ ใช่ โคตรถูกใจกูเลยว่ะ นี่ขนาดแต่งตัวมิดชิดยังเห็นว่าขาวเนียนขนาดนั้นนะ” ชายหัวทองพูดพลางเพ้อฝันไปไกล “ มึงอย่า” เพื่อนของเขาที่พึ่งนึกขึ้นได้จึงรีบปราม “ ทำไม!ห้ามกูทำไม หรือว่ามึงก็อยากได้หะ” “ จะบ้าเหรอ ผู้หญิงคนนั้นนะ เมียเจ้าของรีสอร์ทนะเว้ย” เพื่อนของเขาเอ่ยเสียงแผ่วพร้อมตบที่แขนชายหัวทองเบาๆ “ แล้วยังไงวะ บางทีน้องคนนั้นอาจจะอยากเปลี่ยนแนวมาชอบเจ้าของบริษัทส่งออกรถหรูแบบกูก็ได้นี่” นายหัวทองเอ่ยออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจ “ หึ มึงอย่าได้คิด หยุดความคิดบ้าๆ ของมึงไว้เลยนะเว้ย มึงไม่รู้จัก อนาลา ศิลาหัตร์ทัยหรือไง คนที่ร้อยรุมหนึ่งเขาก็สามารถเอาชนะมาได้นะ” “ ห๊ะ ใช่คนเดียวกันเหรอวะ” “ ก็เอ้อนะสิ เขาว่ากันว่าคุณอนาลาเขาหวงเมียเข้ากระดูกเลยนะ ถ้ามึงยังอยากใช้ชีวิตบนโลกนี้อย่างสงบสุขละก็
ก๊อกๆ หลังจากไล่ลูกน้องกลับไปเจ้าไฟก็เดินมาเคาะที่ประตูห้องนอน ร้องเรียกเมียที่คิดว่าคงจะรออยู่ในห้อง “ เมียจ๋าอยู่ในห้องไหม พี่จะเข้าไปแล้วนะ” ชายหนุ่มเปิดประตูเข้าไปในห้องด้วยสีหน้าระรื่น หวังจะเข้ามากอดมาสัมผัสเมียให้ชื่นใจ แต่เขาก็ต้องชะงักเมื่อไม่เห็นใครอยู่ในนั้น “ กีรติกร!!” เขาแผดเสียงเรียกชื่อเธอเสียดังลั่น “เมียจ๋าไปไหนแล้ว” ชายหนุ่มคิ้วขมวดยกมือขึ้นกุมขมับ เพราะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอชอบออกไปข้างนอกโดยไม่บอกเขา “ ดื้อจริงๆ” เขาบ่นพลางสาวขาเดินลงบันได ก่อนขึ้นรถขับออกไปที่รีสอร์ท ณ เวลานั้นแก้มขวัญก็กำลังนั่งคุยเล่นอยู่กับโสนแถวโรงครัวของรีสอร์ท “ สวยปะแก้ม ต่อไปนี้ฉันคงจะได้กลับมาที่เกาะแค่เสาร์-อาทิตย์แล้วนะ เพราะฉันต้องไปเรียนแล้ว” โสนอวดโบรชัวร์ภาพมหาลัยให้กับแก้มขวัญได้ดู แก้มขวัญเห็นแบบนั้นเธอก็นึกดีใจกับเพื่อนด้วย “ ดีจังที่โสนมีโอกาสได้เรียน …” โสนจ้องหน้าแก้มขวัญเธอก็ดูออกทันทีว่าหญิงสาวตรงหน้า ก็คงเคยมีความคิดอยากเรียนต่อมหาลัยเช่นเดียวกับเธอ โสนจึงรีบพูดตัด “ แล้วแก้มไม่อยากไปเรียนกับฉันเหรอ!” แก้มขวัญที่ตอนแรกก็ยังไม่ได้คิดอะไรถึงกับชะงัก “ จะไปได้ยั
“ ทำอะไรอยู่ตรงนี้เหรอครับเมียจ๋า” เจ้าไฟเดินออกมาหาภรรยาของเขาที่ยืนหลบอยู่ตรงอีกมุมของงาน เนื่องจากเห็นว่าเธอแอบยืนอ่านอะไรบางอย่างอยู่ในมือถือ พอเห็นเขาเดินมาก็เงยหน้ายิ้มอ่อนให้ “ พี่นีวายไลน์มาค่ะ” “ ห๊ะ !” เจ้าไฟรีบแย่งมือถือเมียไปตรวจดูข้อความที่ว่าทันที “ บล็อกมันไปเลยนะ!!” “ พี่ไฟ ใจร้ายไปหรือเปล่า” เจ้าไฟคิ้วขมวดนิ่วไม่พอใจ แก้มขวัญจับที่แขนเขาและเขย่าเบาๆ “ อย่างอนนะ แก้มรักพี่คนเดียวน้า” เจ้าไฟยังคงหน้าบึ้งมองไกลไม่สนใจเมีย “ อะแห่ม!!” เสียงกระแอมดังขึ้นทำทั้งสองรีบหันไปมอง จึงเห็นว่าเป็นเจ้าสัวที่ยิ้มอ่อนเดินมาหา ชายแก่เดินเข้ามาหยุดต่อหน้าทั้
บ้านพงษ์พิสิฐ “ ลูกเป็นยังไงบ้าง” คุณหมอไนยะที่พึ่งกลับมาจากโรงพยาบาลหลังไปเป็นอาจารย์หมอสอนนักศึกษา เขารีบเดินมาหาเมียที่ยืนมองลูกชายของเขาอยู่ “ ก็จะเป็นยังไงล่ะคะคุณ” คุณหญิงณิหลาสะกิดให้สามีมองลูกชายของพวกเขาให้เต็มตา “ ตั้งแต่กลับมาจากไปเยี่ยมหนูแก้มขวัญวันนั้น ก็เอาแต่เงียบ กลับมาจากที่ทำงานมาทานข้าวกับคุณย่า เขาก็เอาแต่นั่งเหม่อลอย ไม่ยอมออกไปไหนเหมือนแต่ก่อนด้วย แล้วยิ่งรู้ว่าสองคนนั้นจะแต่งงานกันเดือนหน้านี้ ลูกก็ยิ่งซึมไปใหญ่เลยค่ะ” ณิหลาอธิบายปฏิกิริยาที่เธอคอยสังเกตจากลูกชายให้สามีของเธอฟัง “ เฮ้อ ผมก็ไม่คิดว่าลูกชายผู้แสนดีของเราจะแพ้คนแบบเจ้าไฟด้วยเรื่องความรักแบบนี้” คุณหมอกอดอกพึมพำอย่างหนักใจ “ เรื่องหัวใจมันเอามาแข่งกันได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ ถ้าคุณเป็นแก้มขวัญ รู้สึกรักกับเจ้าไฟ แต่คุณจะเลือกมาคบกับนีวายเพราะเขาแสนดีงั้นเหรอ” คุณหมอจ้องหน้าเมียที่ช่างเปรียบเปรยให้เขาฟัง ก่อนจะมองเธอด้วยตาหวานย้อย “ ก็นั่นแหละครับ แล้วแบบนี้เราจะทำยังไงดี ผมกลัวว่าลูกจะกลับไปเป็นเหมือนสมัยที่อกหักช่วงมัธยมนะ กว่าจะผ่านตรงนั้นมาได้เราก็สู้กันแทบตายไม่ใช่เหรอ” คุณหมอไนยะพูดพ
หลายอาทิตย์ต่อมา ณ บ้านศิลาแดง เสียงของเจ้าไฟนั้นดังสนั่นทั่วโซนมุมห้องทำงานของเขา “ ทำงานกันยังไงหะ แค่นี้ก็ช่วยกันดูไม่ได้เหรอ นี่ถ้าฉันต้องอยู่ที่นี่ต่ออีกเดือน รีสอร์ทก็คงเจ๊งเลยใช่ไหม!” เจ้าไฟเดือดดาลใส่มือถือ เนื่องจากลูกน้องโทรมารายงานว่าทางนู้นเกิดมีปัญหาหลายอย่างตอนที่เขาไม่อยู่ เขารีบวางสายอย่างหัวเสียก่อนหันหลังและเห็นว่าเมียของเขายืนดูอยู่ “ นี่เมียจ๋ามายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” เจ้าไฟเดินจับขาของเขาที่ยังเจ็บและค่อยๆ เดินตรงไปหาเมีย แก้มขวัญเห็นแบบนั้นเธอจึงเข็นรถวีลแชร์ไปให้เขา “ ขาเจ็บอยู่แต่ชอบลุกยืนจังเลยนะคะ เดี๋ยวถ้าพลาดล้มขึ้นมาคงได้เจ็บอีกแน่!” เธอบ่นเขาด้วยความเป็นห่วงแกมดุนิดๆ เพราะบาดแผลจากการต่อสู้ครั้งนั้นยังคงอยู่ ร่างกายของชายหนุ่มเต็มไปด้วยรอยแผลและรอยช้ำ หลังที่ปวดเวลาก้มต่ำ และขาที่ยังใช้งานหนักไม่ได้ “ มันไกลหัวใจน้า” เขานั่งลงบนรถที่เมียเข็นมาอย่างว่านอนสอนง่ายก่อนหันไปขโมยหอมแก้มเธอ “ อือ มาให้หอมชื่นใจก่อนสิ” ตอนเห็นเธอจะเบือนหน้าหนี เขาก็รีบใช้มือดันให้หน้าเธอขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะหอมแล้วหอมอีกจนพอใจ “ พี่ไฟ พอแล้วเดี๋ยวคนอื่นมาเห็
“ คุณแม่โทรมาบอกพี่ว่า ให้เราไปดูใจพี่ไฟ…” “ อะ พี่ไฟ!! ไม่จริง!! เป็นไปไม่ได้ อึก” แก้มขวัญเหมือนจะสติหลุดไป เธอกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ลลิซเห็นแบบนั้นก็พูดอะไรไม่ออก ได้แต่สวมกอดหญิงสาวรุ่นน้องพลางร้องไห้ไปจนสุดท้าย โรงพยาบาล เมื่อรถจอดทั้งสองสาวก็รีบวิ่งมายังห้องที่เป็นจุดหมาย “ พี่ไฟ!!” แก้มขวัญรีบวิ่งเข้ามาในห้องพบร่างคนรักที่ถูกผ้าพันแผลพันรอบร่างกายไว้อย่างกับมัมมี่บนเตียงก็ใจสลาย เธอมองยังสายออกซิเจนบนหน้าเขาก่อนหันไปดูพ่อกับแม่ของชายหนุ่มที่ยืนเศร้าร้องไห้อยู่ข้างๆ “ ไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม…” แก้มขวัญเอ่ยถามกับคนที่อยู่ก่อน ทุกคนเอาแต่ก้มหน้า มีเพียงเสี่ยที่เป็นตัวแทนเอ่ยปากตอบเธอ “ ชีพจรของเจ้าไฟอ่อนลงมาก หมอบอกว่าให้พวกเราทำใจไว้น่ะลูก” สิ้นคำพูดร่างของแก้มขวัญก็ทรุดลงกอดร่างอันไร้สติบนเตียง “ ไม่จริง! ฮื้อ มันไม่ใช่ความจริง พี่ไฟจะทิ้งแก้มไปแบบนี้ไม่ได้ ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ!! พี่ไฟ!!” เธอซุกหน้าลงบนตัวเขาพลางร้องไห้สะอื้น “แก้มรักพี่มากพี่รู้หรือเปล่า ตื่นขึ้นมาเถอะ แก้มขวัญคนนี้สัญญาว่าจะทำตัวดีๆ จะไม่ดื้อไม่หนีพี่ไปไหนอีกแล้ว แก้มจะยอมพี่ทุกอย่าง ขอร้อง
ในห้องนอน เอลิกพยุงแก้มขวัญมาส่ง แล้วเขาก็เดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาให้ “ ให้ผมช่วยใส่ยาให้ไหมครับ” “ ไม่เป็นไรค่ะ ฉันทำเองดีกว่า ว่าแต่…” แก้มขวัญจ้องไปที่หน้าของเอลิกด้วยแววตาสงสัย “ฉันถามอะไรหน่อยได้ไหม ผู้ชายที่หน้าเหมือนพี่ไฟคนนั้นเป็นใครเหรอ” “ อ๋อ คนนั้นนายน้อยคิน เขาเป็นน้องชายแท้ๆ ของ
“ อือ” แก้มขวัญได้สติตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็ตอนที่ฟ้าสางแสงแดดส่องผ่านเข้ามาทาบลงบนตัวเธอ ร่างเล็กค่อยๆ ดันร่างกายที่อ่อนล้าขึ้น “ พี่ไฟ” เธอเรียกหาชายคนนั้นเบาๆ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้อยู่ในห้องแล้ว แก้มขวัญจึงค่อยๆ พยุงร่างกายขึ้นนั่งก่อนที่เธอจะแสดงสีหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ “ เมื่อคืน มันครั้งแร
“ กีรติกร” “ พี่ไฟ ยังไม่นอนเหรอคะ ” หญิงสาวหน้าแดงจนต้องรีบหลบสายตา เวลานั้นเขาก็ลุกขึ้นนั่ง “ เธอเป็นอะไร” เขาจ้องเธอด้วยใบหน้านิ่งขรึม “ แก้มฝันร้าย” มุมปากข้างซ้ายของเจ้าไฟกระตุกขึ้นในทันทีเมื่อได้เห็นท่าทีที่เธอแสดงออก เขาเดินลงจากเตียงและเดินสาวขายาวไปหาน้องที่มุมประตู “ เธอเลยจะมาขอนอน
เมื่อแสงแดดยามเช้ามาเยือนอีกครา ร่างใหญ่ของเจ้าไฟก็เริ่มได้สติ เขาตื่นขึ้นมาในห้องนอนของตัวเอง สายตากวาดมองไปรอบห้องก่อนที่จะลุกขึ้นนั่งบนเตียง ก้มดูสภาพของตัวเองที่ยังสวมใส่ชุดของเมื่อวาน “ เมื่อวาน…” เขานึกย้อนไปกลับรู้สึกปวดหัว เนื่องจากตอนนี้มันมึนหัวไปหมด “ อ้าว บอสตื่นแล้วเหรอครับ” เอลิกเ







