Masuk“คุณปู่พูดเล่นใช่ไหมคะ”
“ฉันไม่เคยพูดเล่นในเรื่องนี้” น้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย
“ผู้หญิงแบบเธอเหมาะกับตระกูลวรเวช” เหนือหงส์ยกมือปิดปากนิด ๆ ก่อนกลั้นยิ้ม
“งั้นก่อนจะไปถึงขั้นนั้น นั่งพักให้สบายใจก่อนดีไหมคะ” เธอลุกขึ้น
“นี่ร้านหนูเองค่ะ” ไม่นาน ป้ายร้าน Hidden Swan ปรากฏตรงหน้า ธนวัฒน์มองอย่างสนใจ
สำหรับเหนือหงส์แล้ว ในชีวิตประจำวันเธอก็คือคนธรรมดา มีความอ่อนโยนและมักช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอ แต่ในช่วงเวลาที่ต้องตัดสินใจบิดาสอนให้เด็ดขาด เธอก็ต้องตัดสินใจให้เด็ดขาด ถึงแม้จะผิดพลาดก็ต้องรับผลที่ตามมา
“ร้านของหนูเหรอ”
“ค่ะ” ภายในร้าน บรรยากาศช่างอบอุ่น สงบ ต่างจากโลกวุ่นวายภายนอกโดยสิ้นเชิง
เหนือหงส์เดินเข้าไปหลังเคาน์เตอร์ สวมผ้ากันเปื้อน ทำให้ภาพลักษณ์เปลี่ยนไปทันที
“จะรับอะไรดีคะ” เธอยิ้ม ธนวัฒน์หัวเราะเบา ๆ
“เมื่อกี้ยังต่อยคนอยู่เลย ตอนนี้กลายเป็นแม่ค้าแล้วเหรอ”
“ทำมาหากินค่ะ ไม่ทำงานก็ไม่มีเงินสิคะ” เธอตอบเรียบ ๆ แต่เต็มไปด้วยความเป็นกันเอง ทำให้ชายชราหัวเราะเบา ๆ ไม่นาน กาแฟและขนมก็ถูกวางตรงหน้า
“ขนมของร้าน ไม่ใส่น้ำตาล ใช้วัตถุดิบธรรมชาติที่ให้ความหวานทั้งหมด และหวานน้อยด้วยค่ะ” เธอเริ่มอธิบาย
“ดีๆ เดี๋ยวนี้คนใส่ใจสุขภาพกันเยอะ”
“ใช่ค่ะ รับรองกินแล้วไม่อ้วน ไม่ทำลายสุขภาพ ส่วนกาแฟก็เป็นสูตรเพื่อสุขภาพค่ะ”
ธนวัฒน์ลองชิม ดวงตาเป็นประกาย
“อร่อย” เขาพยักหน้าช้า ๆ
“ทั้งเก่ง ทั้งดูแลสุขภาพ ทั้งมีมารยาทดี สวยฉลาด นี่แหละหลายสะใภ้ของฉัน” สายตาชายชรามองเด็กสาวอย่างพึงพอใจมากขึ้น
“ล้อเล่นอีกแล้วค่ะ” เหนือหงส์ยิ้มกว้าง
“ฉันอยากได้เธอมาเป็นหลานสะใภ้จริง ๆ นะ เอาไว้ปราบเจ้าหลานชายตัวดีของฉัน” เหนือหงส์หัวเราะเบา ๆ
“เรียกฉันว่าปู่ดีกว่า เราจะได้สนิทกัน” ชายชรายิ้มกว้างอย่างเอ็นดูเด็กสาวตรงหน้า
“คุณปู่ยังไม่รู้จักหนูดีเลยนะคะ”
“ไม่จำเป็น” เขาตอบทันที
“แค่รู้ว่าปู่ถูกชะตาหนูก็พอแล้ว” ลูกน้องที่ยืนอยู่ด้านหลังถึงกับมองหน้ากัน ไม่เคยเห็นเจ้าสัววรเวชชอบใครขนาดนี้มาก่อน
เหนือหงส์วางแก้วกาแฟลง รอยยิ้มยังคงอยู่ แต่แววตาลึกลงไปนิ่งสงบ
“ถ้ามีโอกาส ค่อยคุยกันใหม่ก็ได้ค่ะ” เธอเอ่ยเบา ๆ ธนวัฒน์ยิ้ม
วันถัดมา...
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นเบา ๆ
“เหมือนเดิมนะหนูหงส์” เสียงคุ้นเคยดังขึ้นทันที
“ธนวัฒน์ วรเวช” เดินเข้ามาในร้าน Hidden Swan อย่างสบายอารมณ์ ใบหน้ายิ้มแย้มราวกับที่นี่เป็นบ้านหลังที่สอง
“ค่ะคุณปู่” เหนือหงส์เงยหน้าขึ้นยิ้ม
“อเมริกาโน่ไม่หวาน กับขนมอัลมอนด์ใช่ไหมคะ”
“รู้ใจปู่ที่สุด” ธนวัฒน์หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะนั่งลงโต๊ะประจำ ไม่นานกาแฟและขนมถูกยกมาเสิร์ฟ เหนือหงส์วางจานลงอย่างเรียบร้อย
“ช่วงนี้คุณปู่มาบ่อยนะคะ”
“ก็คนมันติดใจ” เขาตอบทันที ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมา
“แต่วันนี้ฉันมีของจะให้ดู” เหนือหงส์เลิกคิ้วนิดหนึ่ง
“อะไรคะ” ธนวัฒน์กดหน้าจอ ก่อนจะยื่นรูปหนึ่งมาให้
“หลานชายฉัน” ภาพชายหนุ่มในชุดสูทปรากฏขึ้น ใบหน้าหล่อคม ดวงตาคมเข้ม ท่าทางมั่นใจ แม้จะเป็นแค่รูปถ่ายแต่ก็สะดุดตาอย่างชัดเจน
“หล่อใช่ไหมล่ะ” ธนวัฒน์ยิ้มภูมิใจในตัวหลานชาย เขาอุตส่าห์ให้ลูกน้องคัดเลือกรูปที่หลานชายหล่อที่สุดเพื่อมาโปรโมทให้ว่าที่หลานสะใภ้ได้ดูล่วงหน้าก่อนเจอตัวจริง
“ปู่บอกเลยนะ หลานปู่คนนี้” เขาเอนตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย
“หล่อสุด ๆ” เหนือหงส์มองรูปนิ่ง ๆ ก่อนจะยิ้มบาง
“ก็หล่อจริงค่ะ”
“เห็นไหม!” ธนวัฒน์ตบโต๊ะเบา ๆ อย่างพอใจ
“หนูถูกใจใช่ไหมล่ะ” ชายชราหัวเราะชอบใจ เหนือหงส์ได้แต่ยิ้มเก้อๆ คนเป็นปู่หลงตัวเองนิดๆ ส่วนหลานจะหลงตัวเองประมาณไหนนะ แต่อย่างไรชายชราก็มีนิสัยน่ารักเป็นกันเอง ไม่ถือตัวอีกด้วย
“ปู่ไม่ได้อวยนะ นี่หล่อของจริง!”
“ชื่ออะไรนะคะ”
“ธารัช วรเวช” เหนือหงส์พยักหน้าเบา ๆ
“ชื่อเพราะดีค่ะ”
“ไม่ใช่แค่ชื่อเพราะนะ!” ธนวัฒน์เริ่มเข้าโหมดโฆษณาหลานชายเต็มตัว
“หล่อ รวย ฉลาด ครบทุกอย่าง!” เหนือหงส์หลุดขำเล็กน้อย
“ฟังดูดีเกินจริงนะคะ”
“จริงหมด!” ชายชรายืนยันเสียงแข็ง
“แค่ตอนนี้มันขี้เกียจนิดหน่อยเที่ยวเก่งไปบ้าง” ชายชราไอเบา ๆ
“แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา” เหนือหงส์กลั้นยิ้ม ในใจคิดเงียบ ๆ หล่อขนาดนี้ถ้ายังต้องมาหาคู่ให้ แปลว่านิสัยต้องมีอะไรแน่ ๆ แต่เธอไม่ได้พูดออกมา
“แล้วหนูหงส์ล่ะ คิดยังไง” ธนวัฒน์มองเด็กสาวอย่างคาดหวัง
“ยังไม่รู้จักเลยค่ะ” เธอตอบอย่างสุภาพ
“งั้นก็ต้องรู้จักสิ” ชายชรายิ้มเจ้าเล่ห์เล็กน้อย
“ปู่ยกให้เลยนะ หนูอยากได้อะไรปู่จะยกให้หนูทั้งหมด ถ้าหนูยอมรับเจ้าหลานชายของปู่เป็นสามี”
“แค่ก แค่ก แค่ก” เหนือหงส์สำลัก ก่อนจะตบอกไปมา นี่มันรุกแรงเกินเบอร์ไปแล้ว!
“คุณปู่คะ” เหนือหงส์หัวเราะเบา ๆ
“การแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ เราจะมาตกลงกันแบบนี้ไม่ได้นะคะ เกิดหลานชายของคุณปู่ไม่ยอมขึ้นมา คุณปู่จะทำยังไงคะ”
“เจ้าหลานชายของปู่น่ะถึงแม้ว่ามันจะติดเล่นไปบ้าง แต่ถ้ามันเห็นหนูมันต้องชอบเหมือนที่ปู่ชอบหนูแน่ ๆ” ชายชรายังมั่นใจ
“เหรอคะ” เหนือหงส์หัวเราะเก้อ ๆ ไม่ได้ถือสาชายชรามากนัก คงอาจจะเป็นอยากให้หลานเป็นฝั่งเป็นฝาประมาณนั้นกระมัง แตกต่างจากเธอ บิดาเลี้ยงมาให้มีความคิดเป็นของตัวเองแต่เด็ก อยากทำอะไรก็ทำ ถ้าสิ่งนั้นไม่เดือดร้อนใคร เธอสามารถคิดและตัดสินใจได้เอง แม้จะผิดพลาดก็แค่รับผลของมัน ถ้ามันถูกต้องก็ไปต่อ บิดาไม่เคยซ้ำเติมหรือบีบบังคับให้เธอต้องทำตามใจของท่านเลย สำหรับเหนือหงส์แล้ว บิดาคือคนที่ดีที่สุดในชีวิต
บรรยากาศในร้านเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย จนกระทั่ง เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นอีกครั้ง
กรุ๊งกริ๊ง…
ทั้งสองหันไปมองโดยอัตโนมัติ เงาร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาจากแสงแดดด้านนอก เสื้อเชิ้ตสีเข้มปลดกระดุมสองเม็ดแรก กางเกงสแลคพอดีตัว ผมเซ็ตลวก ๆ แต่ดูดีอย่างเป็นธรรมชาติ
ทุกก้าวเต็มไปด้วยความมั่นใจ สายตาคมกวาดมองภายในร้านอย่างไม่รีบร้อน
บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกกดให้เงียบลงเล็กน้อย ลูกค้าบางคนเงยหน้ามอง บางคนถึงกับหยุดบทสนทนา
เขาหล่อแบบที่ไม่ต้องพยายาม และอันตรายแบบที่ไม่ต้องแสดงออก
ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่กลางร้าน ก่อนจะเลื่อนสายตามาหยุดที่โต๊ะของธนวัฒน์ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
“คุณปู่พูดเล่นใช่ไหมคะ”“ฉันไม่เคยพูดเล่นในเรื่องนี้” น้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย“ผู้หญิงแบบเธอเหมาะกับตระกูลวรเวช” เหนือหงส์ยกมือปิดปากนิด ๆ ก่อนกลั้นยิ้ม“งั้นก่อนจะไปถึงขั้นนั้น นั่งพักให้สบายใจก่อนดีไหมคะ” เธอลุกขึ้น“นี่ร้านหนูเองค่ะ” ไม่นาน ป้ายร้าน Hidden Swan ปรากฏตรงหน้า ธนวัฒน์มองอย่างสนใจสำหรับเหนือหงส์แล้ว ในชีวิตประจำวันเธอก็คือคนธรรมดา มีความอ่อนโยนและมักช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอ แต่ในช่วงเวลาที่ต้องตัดสินใจบิดาสอนให้เด็ดขาด เธอก็ต้องตัดสินใจให้เด็ดขาด ถึงแม้จะผิดพลาดก็ต้องรับผลที่ตามมา“ร้านของหนูเหรอ”“ค่ะ” ภายในร้าน บรรยากาศช่างอบอุ่น สงบ ต่างจากโลกวุ่นวายภายนอกโดยสิ้นเชิงเหนือหงส์เดินเข้าไปหลังเคาน์เตอร์ สวมผ้ากันเปื้อน ทำให้ภาพลักษณ์เปลี่ยนไปทันที“จะรับอะไรดีคะ” เธอยิ้ม ธนวัฒน์หัวเราะเบา ๆ“เมื่อกี้ยังต่อยคนอยู่เลย ตอนนี้กลายเป็นแม่ค้าแล้วเหรอ”“ทำมาหากินค่ะ ไม่ทำงานก็ไม่มีเงินสิคะ” เธอตอบเรียบ ๆ แต่เต็มไปด้วยความเป็นกันเอง ทำให้ชายชราหัวเราะเบา ๆ ไม่นาน กาแฟและขนมก็ถูกวางตรงหน้า“ขนมของร้าน ไม่ใส่น้ำตาล ใช้วัตถุดิบธรรมชาติที่ให้ความหวานทั้งหมด และหวานน้อยด้วยค่ะ”
“ใครกล้าเข้ามาในเขตของฉัน” เธอวางแก้วกาแฟลงอย่างเบามือ“รออยู่ที่เดิม ฉันจะไปจัดการเอง”เครื่องบินส่วนตัวออกเดินทางอย่างทันใจเวลาต่อมา ลานโกดังร้างริมทะเล เสียงคลื่นซัดฝั่งดังสม่ำเสมอ ลมแรงพัดเสื้อผ้าให้ปลิวไหว ชายฉกรรจ์นับสิบยืนเรียงแถว ก้มหัวทันทีที่เห็นเธอก้าวลงจากรถ“สวัสดีครับคุณหนู” เสียงดังพร้อมเพรียงหญิงสาวคนเดิม แต่ไร้แว่น ไร้ความอ่อนโยน เหลือเพียงความเย็นชาที่กดดันทุกลมหายใจ“ใคร” เธอถามสั้น ๆ ลูกน้องรีบลากชายคนหนึ่งออกมา“มันลักลอบขนของครับ” เหนือหงส์มองนิ่ง“รู้กฎไหม” ชายคนนั้นสั่น“ผะ…ผม”ปัง!เสียงปืนดังขึ้นทันทีร่างนั้นทรุดลงกับพื้น ความเงียบปกคลุมทั้งพื้นที่ เหนือหงส์หมุนปืนในมืออย่างชำนาญ ก่อนจะส่งคืนให้ลูกน้อง“ของทุกอย่างในภาคใต้ ต้องผ่านฉัน ใครเอาของไม่ดีมาสอดไส้ผ่านท่าเรือของเรา ต้องเจอแบบนี้” เธอเอ่ยช้า ๆ“ทุกคนจำไว้ ใครไม่ฟังคำของฉัน คิดทรยศก็ไม่ต้องอยู่” ดวงตาคมกริบกวาดมองทุกคน“ครับคุณหนู”“เจตน์” เธอเรียกลูกน้องคนสนิท“ครับคุณหนู”“พ่อไปมาเลย์กี่วัน” เธอหมายถึงบิดาบุญธรรมที่ไปจัดการธุรกิจคาสิโนที่โน่น“ไม่มีกำหนดครับ ที่นี่เสี่ยบอกว่าให้คุณหนูจัดการตามสมคว
เหนือหงส์ในวัยสิบขวบ กำลังค่อย ๆ คลานเข้าใกล้โกดังอย่างเงียบที่สุด“มีสามคนด้านหน้า อีกสองด้านหลัง” เธอพึมพำกับตัวเองปัง!เสียงบางอย่างกระแทกดังขึ้นด้านหลังโกดัง“เฮ้ย! เสียงอะไร!” ชายสองคนรีบวิ่งออกไปดู เหนือหงส์ไม่รอช้า พุ่งเข้าไปทันทีภายในโกดัง ธารัชเงยหน้าขึ้น“ใคร”ปั้ก!หมัดเล็กแต่หนักแน่นกระแทกเข้าที่หน้าชายคนหนึ่งจนล้มลง นางเล็กใช้วิธีการกระโดดเพราะตัวเตี้ยะกว่า ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถจัดการศัตรูได้อีกคนหันขวับไปมองในทันที“เด็กที่ไหนวะ” ศอกฟาดเข้าเต็มคาง ร่างนั้นล้มลงไปอีกคน เหนือหงส์หันไปมองเด็กชายที่ถูกมัดอยู่“ลุกไหวไหม” เสียงนั้นนิ่งเย็น ธารัชชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนจะพยักหน้า“ไหว” เธอรีบแก้มัดให้“ตามมา อย่าทำเสียงดัง ที่นี่มีคนของพวกมันอยู่” ทั้งสองวิ่งฝ่าฝนออกจากโกดัง เสียงตะโกนไล่ล่าดังขึ้นด้านหลัง“มันหนีไปแล้ว!”“จับมัน!”“ทางนี้!” เหนือหงส์รีบดึงแขนธารัช พาวิ่งลัดเข้าป่าทึบ กิ่งไม้ข่วนแขน โคลนกระเด็นเปื้อนเสื้อผ้า แต่ไม่มีใครหยุด“ระวัง!” ธารัชคว้าแขนเธอไว้ทัน ก่อนที่เธอจะเหยียบหลุมลึก เหนือหงส์ชะงัก“ขอบใจ” เธอพูดสั้น ๆ เสียงปืนดังขึ้นปัง!กระสุนเฉียดต้นไม้ข้
“นันพี่อยู่นี่” พยัคฆ์กอดร่างภรรยาเอาไว้ก่อนที่น้ำตาลูกผู้ชายจะไหลหยดลงมา นันทาคือคู่ชีวิตที่อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตั้งแต่เขายังไม่มีอะไรเลย เธอไม่เคยบ่น ไม่เคยท้อแท้ ยังต่อสู้ฝ่าฟันมากับเขา แต่พอเขามีทุกอย่างพร้อม เธอกลับไม่อยู่รอเสวยสุขกับเขา กลับจะทิ้งกันไป“ฝากดูแลเหนือหงส์ด้วย แม้เขาจะไม่ใช่ลูกสาวที่แท้จริงของเรา แต่พี่ต้องดูแลเธอให้ดี ในช่วงที่ผ่านมา เธอทำให้ชีวิตของนันมีความสุขมาก โตขึ้นพี่ก็บอกความจริงกับเธอนะคะ บางทีเธออาจได้พบเจอพ่อแม่ที่แท้จริง” เสียงนั้นแผ่วเบา แต่ทุกคำพยัคฆ์ได้ยินชัดเจน“พี่สัญญา”“คุณแม่” เหนือหงส์เรียกมารดาก่อนจะวิ่งเข้ามาในชุดนักเรียน นันทายิ้มออกมา ลูบศีรษะของลูกสาวบุญธรรมไปมาเบา ๆ“หงส์จำเอาไว้นะลูก ว่าแม่รักลูกเสมอ จงใช้ชีวิตให้ดี อย่าให้ใครมารังแกเด็ดขาด” มือนั้นค่อย ๆ ตกลงจากศีรษะ“แม่! ไม่นะ คุณแม่อย่าจากหนูกับพ่อไป” เหนือหงส์ตกใจ ร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา พยัคฆ์กอดร่างภรรยาแนบอก น้ำตาไหลอาบแก้ม ก่อนจะดึงร่างบุตรสาวบุญธรรมมากอดด้วยความเศร้าสุดหัวใจงานศพถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย เพราะพยัคฆ์รู้ดีว่าภรรยาไม่ชอบอะไรฟุ่มเฟือย และชอบความเงียบสงบ เหนือ
ณ คฤหาสน์หิรัญญา กลางใจเมืองที่ไม่เคยหลับใหล แสงไฟสีทองนวลสาดส่องผ่านม่านผืนบาง เผยให้เห็นความหรูหราที่ถูกสร้างขึ้นจากอำนาจและเงินตรา ทุกอย่างเงียบสงบผิดจากเดิม เงาร่างหนึ่งเคลื่อนไหวอยู่ในความมืดมิดของราตรีกาล“หลับให้สบายเถอะนะคะคุณผู้หญิง” เสียงกระซิบแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปากของหญิงสาวในชุดแม่บ้าน เธอคือสร้อยฟ้า ดวงตาของเธอวาววับด้วยความโลภและแผนการร้ายกาจที่วางเอาไว้ตั้งแต่แรกบนเตียงขนาดใหญ่ คุณหญิงมาลินี หิรัญญานอนนิ่งไม่ไหวติง ลมหายใจสม่ำเสมอราวกับคนที่จมลึกอยู่ในห้วงนิทราฤทธิ์ยานอนหลับที่ถูกผสมลงในนมก่อนนอน ทำให้ทั้งคฤหาสน์ตกอยู่ในความเงียบงัน ไม่มีใครตื่น ไม่มีใครรู้ ว่าวันนี้ กำลังจะมีบางอย่างถูกพรากไปตลอดกาลสร้อยฟ้าหันไปมองเปลเด็กข้างเตียง ร่างเล็ก ๆ ของเด็กทารกกำลังนอนหลับสนิท ผิวขาวเนียน ริมฝีปากอิ่มแดงน้อย ๆ ขยับเบา ๆ ราวกับกำลังฝันหวานเด็กคนนั้นคือทายาทตัวน้อยเพียงคนเดียวของตระกูลหิรัญญา มือของสร้อยฟ้าสั่นเล็กน้อย“ขอให้เธอโชคดีก็แล้วกันนะคุณหนูน้อย” น้ำเสียงแหบพร่าเหมือนจะสงสาร แต่สายตากลับเย็นชาเธอก้มลงอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาแนบอกอย่างระมัดระวัง ผ้าห่มผืนเล็กถูกห่อกร







