LOGIN“ใครกล้าเข้ามาในเขตของฉัน” เธอวางแก้วกาแฟลงอย่างเบามือ
“รออยู่ที่เดิม ฉันจะไปจัดการเอง”
เครื่องบินส่วนตัวออกเดินทางอย่างทันใจ
เวลาต่อมา ลานโกดังร้างริมทะเล เสียงคลื่นซัดฝั่งดังสม่ำเสมอ ลมแรงพัดเสื้อผ้าให้ปลิวไหว ชายฉกรรจ์นับสิบยืนเรียงแถว ก้มหัวทันทีที่เห็นเธอก้าวลงจากรถ
“สวัสดีครับคุณหนู” เสียงดังพร้อมเพรียง
หญิงสาวคนเดิม แต่ไร้แว่น ไร้ความอ่อนโยน เหลือเพียงความเย็นชาที่กดดันทุกลมหายใจ
“ใคร” เธอถามสั้น ๆ ลูกน้องรีบลากชายคนหนึ่งออกมา
“มันลักลอบขนของครับ” เหนือหงส์มองนิ่ง
“รู้กฎไหม” ชายคนนั้นสั่น
“ผะ…ผม”
ปัง!
เสียงปืนดังขึ้นทันที
ร่างนั้นทรุดลงกับพื้น ความเงียบปกคลุมทั้งพื้นที่ เหนือหงส์หมุนปืนในมืออย่างชำนาญ ก่อนจะส่งคืนให้ลูกน้อง
“ของทุกอย่างในภาคใต้ ต้องผ่านฉัน ใครเอาของไม่ดีมาสอดไส้ผ่านท่าเรือของเรา ต้องเจอแบบนี้” เธอเอ่ยช้า ๆ
“ทุกคนจำไว้ ใครไม่ฟังคำของฉัน คิดทรยศก็ไม่ต้องอยู่” ดวงตาคมกริบกวาดมองทุกคน
“ครับคุณหนู”
“เจตน์” เธอเรียกลูกน้องคนสนิท
“ครับคุณหนู”
“พ่อไปมาเลย์กี่วัน” เธอหมายถึงบิดาบุญธรรมที่ไปจัดการธุรกิจคาสิโนที่โน่น
“ไม่มีกำหนดครับ ที่นี่เสี่ยบอกว่าให้คุณหนูจัดการตามสมควรเลยครับ”
“อืม รู้แล้ว” จริงๆ บิดาให้อำนาจการตัดสินใจแก่เธอตั้งแต่อายุสิบแปด ตอนนั้นเธอเข้าเรียนมหาวิทยาลัยชื่อดังของภาคใต้ที่หาดใหญ่พอดี และช่วยบิดาดูแลแก๊งเหนือพยัคฆ์อย่างเป็นทางการ พอเธอเรียนจบบิดาก็วางมืออย่างสิ้นเชิง
ตกค่ำ สนามฝึกส่วนตัวหลังคฤหาสน์อัศวเดชในเมืองใหญ่ แสงไฟสาดลงบนลานกว้าง เหนือหงส์สวมถุงมือมวย ยืนประจันหน้ากับลูกน้องร่างใหญ่
“เริ่ม”
ปั้ก!
หมัดพุ่งเข้าใส่ทันที
เธอหลบ สวนกลับด้วยศอก
“ช้า” เสียงเย็นเอ่ย อีกฝ่ายพุ่งเข้าหาอีกครั้ง เหนือหงส์ก้าวหลบก่อนเตะตัดขา
ตึง!
ร่างนั้นล้มลงอย่างรวดเร็ว ไม่ทันพัก เธอหยิบธนูขึ้นมาดึงสาย ก่อนจะปล่อยอย่างแม่นยำ
ฟึบ!
ลูกธนูปักเป้ากลางวงอย่างแม่นยำ ต่อด้วยสนามยิงปืน
ปัง! ปัง! ปัง!
ทุกนัดเข้าเป้า เธอฝึกหนักทุกวัน เพราะต้องเอาตัวรอดให้ได้ทุกสถานการณ์
“คุณหนูเก่งมากพี่เจตน์ ขนาดแชมป์มวยยังล้มคุณหนูไม่ได้” ลูกน้องคนหนึ่งพูดกับเจตน์
“เสี่ยฝึกคุณหนูมาแต่เด็ก ไม่เก่งก็แปลกแล้ว” เขาเป็นเด็กชายที่ถูกเลี้ยงดูมาให้เป็นลูกไล่ของเหนือหงส์ คอยรับใช้ตามติดมาแต่เด็ก จึงรู้ดีว่าเหนือหงส์เป็นคนแข็งแกร่งเช่นไร ถึงจะเป็นหญิงแต่เธอแตกต่างจากคนอื่นโดยสิ้นเชิง
ในค่ำคืนเดียวกัน เสียงเครื่องยนต์รถสปอร์ตคำรามสนั่นถนนเลียบชายทะเล เหนือหงส์ในชุดหนังสีดำ ขับรถด้วยความเร็วสูง ไม่มีความลังเล ไม่มีความกลัว เธอคือทุกอย่าง นักสู้ นักธุรกิจ ผู้นำและทายาทหัวหน้าแก๊งมาเฟียภาคใต้
การฝึกวิชาการต่อสู้ทำให้ผ่อนคลาย รู้สึกว่าได้ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า และการขับรถรับลมก็ทำให้เธอรู้สึกดีเช่นกัน
เช้าวันถัดมา เสียงกระดิ่งร้านกาแฟดังขึ้นอีกครั้ง หญิงสาวใส่แว่นคนเดิมเงยหน้าขึ้น
“รับอะไรดีคะ” รอยยิ้มอ่อนโยนกลับมาอีกครั้ง
ช่วงสายของวัน ถนนกลางเมืองคึกคักไปด้วยผู้คน เสียงรถ เสียงพูดคุย และความวุ่นวายปะปนกัน ชายชราคนหนึ่งเดินช้า ๆ อยู่ริมฟุตบาท ในมือถือกระเป๋าหนังใบหนึ่งแน่น
เขาคือ “ธนวัฒน์ วรเวช” เจ้าสัวใหญ่ผู้ทรงอิทธิพล วันนี้ไม่ได้มีลูกน้องตามติดเพราะอยากใช้ชีวิตเป็นชายชราธรรมดา ๆ คนหนึ่งบ้าง
“ขอทางหน่อยครับ” เขาเอ่ยอย่างสุภาพ แต่ยังไม่ทันก้าวพ้นฝูงชน
ฉึก!
แรงกระชากจากด้านหลังทำให้กระเป๋าหลุดจากมือ
“เฮ้ย!” ชายวัยรุ่นสองคนวิ่งหนีไปทันที
“กระเป๋าของฉัน” ธนวัฒน์ชะงัก หัวใจเต้นแรงผิดจังหวะ ใบหน้าซีดเผือด
“โอ๊ย” ภาพตรงหน้าพร่าเลือน ร่างสูงทรุดลงกับพื้น
“คุณท่าน!” ลูกน้องที่ตามมาด้านหลังรีบวิ่งเข้ามา ถึงจะโดนห้ามไม่ให้เดินตามติด แต่ก็เดินคอยดูแลอยู่ห่าง ๆ เนื่องจากธารัชบอกให้ดูแลปู่ของเขาให้ดี หากมีอะไรผิดพลาดจะโดนเอาผิดได้
“เรียกรถพยาบาลเร็ว!” แต่ก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายไปกว่านั้น เงาร่างหนึ่งพุ่งผ่านฝูงชนออกไป รวดเร็วและแม่นยำ
“หยุด!” เสียงผู้หญิงดังขึ้น ชายสองคนหันกลับไปมอง
“เสือกอะไรด้วยวะ” ยังไม่ทันได้พูดต่อ
ปั้ก!
หมัดสวนเข้าที่หน้าจนล้มลง อีกคนพยายามวิ่งหนี แต่ถูกเตะตัดขาจนล้มคว่ำ
“อึก!” เหนือหงส์ยืนอยู่เหนือร่างพวกมัน ดวงตาเย็นเฉียบ
“ของที่ไม่ใช่ของตัวเองอย่าคิดแตะ” เธอก้มลงหยิบกระเป๋าหนังขึ้นมา ตรวจดูอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันหลังกลับ
“คุณท่านครับ!” ลูกน้องกำลังวุ่นวาย เหนือหงส์ก้าวเข้าไป ย่อตัวลงข้างร่างชายชรา
“ขอฉันดูหน่อย” เสียงเธอนิ่ง แต่มั่นใจ มือเรียวแตะชีพจรเบา ๆ
“แค่ตกใจ ความดันขึ้นนิดหน่อย ยังไม่อันตราย” เธอหันไปสั่ง
“พาไปนั่งที่ร่มก่อน แล้วเอาน้ำมา” ลูกน้องชะงักเล็กน้อย
ก่อนจะรีบทำตาม ไม่กี่นาทีต่อมา ธนวัฒน์ค่อย ๆ ลืมตา ภาพแรกที่เห็นคือหญิงสาวหน้าตาสวยคม กำลังนั่งอยู่ตรงหน้า
“กระเป๋าของท่านค่ะ” เหนือหงส์พูดอย่างสุภาพก่อนยื่นให้ เขารับมาอย่างช้า ๆ สายตามองเธอไม่วาง
“เธอเป็นคนช่วยฉันเหรอ”
“ค่ะ” ตอบสั้น ๆ ธนวัฒน์หัวเราะเบา ๆ
“สมัยนี้ยังมีคนเก่งแบบเธออยู่อีกเหรอ” แววตาเขาเต็มไปด้วยความพอใจ
“ทั้งกล้าหาญ ทั้งสงบนิ่ง ทั้งไม่กลัวใคร” เขามองเธออย่างพิจารณา
“ถูกใจฉันจริง ๆ” เหนือหงส์ยิ้มบาง
“แค่บังเอิญผ่านมาค่ะ”
“ไม่บังเอิญหรอก” ธนวัฒน์ส่ายหน้า ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ลูกน้องถึงกับสะดุ้ง
“มาเป็นหลานสะใภ้ฉันไหม”
“...”
เหนือหงส์ชะงักไปหนึ่งวินาที ก่อนจะหลุดหัวเราะเบา ๆ
“คุณปู่พูดเล่นใช่ไหมคะ”“ฉันไม่เคยพูดเล่นในเรื่องนี้” น้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย“ผู้หญิงแบบเธอเหมาะกับตระกูลวรเวช” เหนือหงส์ยกมือปิดปากนิด ๆ ก่อนกลั้นยิ้ม“งั้นก่อนจะไปถึงขั้นนั้น นั่งพักให้สบายใจก่อนดีไหมคะ” เธอลุกขึ้น“นี่ร้านหนูเองค่ะ” ไม่นาน ป้ายร้าน Hidden Swan ปรากฏตรงหน้า ธนวัฒน์มองอย่างสนใจสำหรับเหนือหงส์แล้ว ในชีวิตประจำวันเธอก็คือคนธรรมดา มีความอ่อนโยนและมักช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอ แต่ในช่วงเวลาที่ต้องตัดสินใจบิดาสอนให้เด็ดขาด เธอก็ต้องตัดสินใจให้เด็ดขาด ถึงแม้จะผิดพลาดก็ต้องรับผลที่ตามมา“ร้านของหนูเหรอ”“ค่ะ” ภายในร้าน บรรยากาศช่างอบอุ่น สงบ ต่างจากโลกวุ่นวายภายนอกโดยสิ้นเชิงเหนือหงส์เดินเข้าไปหลังเคาน์เตอร์ สวมผ้ากันเปื้อน ทำให้ภาพลักษณ์เปลี่ยนไปทันที“จะรับอะไรดีคะ” เธอยิ้ม ธนวัฒน์หัวเราะเบา ๆ“เมื่อกี้ยังต่อยคนอยู่เลย ตอนนี้กลายเป็นแม่ค้าแล้วเหรอ”“ทำมาหากินค่ะ ไม่ทำงานก็ไม่มีเงินสิคะ” เธอตอบเรียบ ๆ แต่เต็มไปด้วยความเป็นกันเอง ทำให้ชายชราหัวเราะเบา ๆ ไม่นาน กาแฟและขนมก็ถูกวางตรงหน้า“ขนมของร้าน ไม่ใส่น้ำตาล ใช้วัตถุดิบธรรมชาติที่ให้ความหวานทั้งหมด และหวานน้อยด้วยค่ะ”
“ใครกล้าเข้ามาในเขตของฉัน” เธอวางแก้วกาแฟลงอย่างเบามือ“รออยู่ที่เดิม ฉันจะไปจัดการเอง”เครื่องบินส่วนตัวออกเดินทางอย่างทันใจเวลาต่อมา ลานโกดังร้างริมทะเล เสียงคลื่นซัดฝั่งดังสม่ำเสมอ ลมแรงพัดเสื้อผ้าให้ปลิวไหว ชายฉกรรจ์นับสิบยืนเรียงแถว ก้มหัวทันทีที่เห็นเธอก้าวลงจากรถ“สวัสดีครับคุณหนู” เสียงดังพร้อมเพรียงหญิงสาวคนเดิม แต่ไร้แว่น ไร้ความอ่อนโยน เหลือเพียงความเย็นชาที่กดดันทุกลมหายใจ“ใคร” เธอถามสั้น ๆ ลูกน้องรีบลากชายคนหนึ่งออกมา“มันลักลอบขนของครับ” เหนือหงส์มองนิ่ง“รู้กฎไหม” ชายคนนั้นสั่น“ผะ…ผม”ปัง!เสียงปืนดังขึ้นทันทีร่างนั้นทรุดลงกับพื้น ความเงียบปกคลุมทั้งพื้นที่ เหนือหงส์หมุนปืนในมืออย่างชำนาญ ก่อนจะส่งคืนให้ลูกน้อง“ของทุกอย่างในภาคใต้ ต้องผ่านฉัน ใครเอาของไม่ดีมาสอดไส้ผ่านท่าเรือของเรา ต้องเจอแบบนี้” เธอเอ่ยช้า ๆ“ทุกคนจำไว้ ใครไม่ฟังคำของฉัน คิดทรยศก็ไม่ต้องอยู่” ดวงตาคมกริบกวาดมองทุกคน“ครับคุณหนู”“เจตน์” เธอเรียกลูกน้องคนสนิท“ครับคุณหนู”“พ่อไปมาเลย์กี่วัน” เธอหมายถึงบิดาบุญธรรมที่ไปจัดการธุรกิจคาสิโนที่โน่น“ไม่มีกำหนดครับ ที่นี่เสี่ยบอกว่าให้คุณหนูจัดการตามสมคว
เหนือหงส์ในวัยสิบขวบ กำลังค่อย ๆ คลานเข้าใกล้โกดังอย่างเงียบที่สุด“มีสามคนด้านหน้า อีกสองด้านหลัง” เธอพึมพำกับตัวเองปัง!เสียงบางอย่างกระแทกดังขึ้นด้านหลังโกดัง“เฮ้ย! เสียงอะไร!” ชายสองคนรีบวิ่งออกไปดู เหนือหงส์ไม่รอช้า พุ่งเข้าไปทันทีภายในโกดัง ธารัชเงยหน้าขึ้น“ใคร”ปั้ก!หมัดเล็กแต่หนักแน่นกระแทกเข้าที่หน้าชายคนหนึ่งจนล้มลง นางเล็กใช้วิธีการกระโดดเพราะตัวเตี้ยะกว่า ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถจัดการศัตรูได้อีกคนหันขวับไปมองในทันที“เด็กที่ไหนวะ” ศอกฟาดเข้าเต็มคาง ร่างนั้นล้มลงไปอีกคน เหนือหงส์หันไปมองเด็กชายที่ถูกมัดอยู่“ลุกไหวไหม” เสียงนั้นนิ่งเย็น ธารัชชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนจะพยักหน้า“ไหว” เธอรีบแก้มัดให้“ตามมา อย่าทำเสียงดัง ที่นี่มีคนของพวกมันอยู่” ทั้งสองวิ่งฝ่าฝนออกจากโกดัง เสียงตะโกนไล่ล่าดังขึ้นด้านหลัง“มันหนีไปแล้ว!”“จับมัน!”“ทางนี้!” เหนือหงส์รีบดึงแขนธารัช พาวิ่งลัดเข้าป่าทึบ กิ่งไม้ข่วนแขน โคลนกระเด็นเปื้อนเสื้อผ้า แต่ไม่มีใครหยุด“ระวัง!” ธารัชคว้าแขนเธอไว้ทัน ก่อนที่เธอจะเหยียบหลุมลึก เหนือหงส์ชะงัก“ขอบใจ” เธอพูดสั้น ๆ เสียงปืนดังขึ้นปัง!กระสุนเฉียดต้นไม้ข้
“นันพี่อยู่นี่” พยัคฆ์กอดร่างภรรยาเอาไว้ก่อนที่น้ำตาลูกผู้ชายจะไหลหยดลงมา นันทาคือคู่ชีวิตที่อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตั้งแต่เขายังไม่มีอะไรเลย เธอไม่เคยบ่น ไม่เคยท้อแท้ ยังต่อสู้ฝ่าฟันมากับเขา แต่พอเขามีทุกอย่างพร้อม เธอกลับไม่อยู่รอเสวยสุขกับเขา กลับจะทิ้งกันไป“ฝากดูแลเหนือหงส์ด้วย แม้เขาจะไม่ใช่ลูกสาวที่แท้จริงของเรา แต่พี่ต้องดูแลเธอให้ดี ในช่วงที่ผ่านมา เธอทำให้ชีวิตของนันมีความสุขมาก โตขึ้นพี่ก็บอกความจริงกับเธอนะคะ บางทีเธออาจได้พบเจอพ่อแม่ที่แท้จริง” เสียงนั้นแผ่วเบา แต่ทุกคำพยัคฆ์ได้ยินชัดเจน“พี่สัญญา”“คุณแม่” เหนือหงส์เรียกมารดาก่อนจะวิ่งเข้ามาในชุดนักเรียน นันทายิ้มออกมา ลูบศีรษะของลูกสาวบุญธรรมไปมาเบา ๆ“หงส์จำเอาไว้นะลูก ว่าแม่รักลูกเสมอ จงใช้ชีวิตให้ดี อย่าให้ใครมารังแกเด็ดขาด” มือนั้นค่อย ๆ ตกลงจากศีรษะ“แม่! ไม่นะ คุณแม่อย่าจากหนูกับพ่อไป” เหนือหงส์ตกใจ ร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา พยัคฆ์กอดร่างภรรยาแนบอก น้ำตาไหลอาบแก้ม ก่อนจะดึงร่างบุตรสาวบุญธรรมมากอดด้วยความเศร้าสุดหัวใจงานศพถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย เพราะพยัคฆ์รู้ดีว่าภรรยาไม่ชอบอะไรฟุ่มเฟือย และชอบความเงียบสงบ เหนือ
ณ คฤหาสน์หิรัญญา กลางใจเมืองที่ไม่เคยหลับใหล แสงไฟสีทองนวลสาดส่องผ่านม่านผืนบาง เผยให้เห็นความหรูหราที่ถูกสร้างขึ้นจากอำนาจและเงินตรา ทุกอย่างเงียบสงบผิดจากเดิม เงาร่างหนึ่งเคลื่อนไหวอยู่ในความมืดมิดของราตรีกาล“หลับให้สบายเถอะนะคะคุณผู้หญิง” เสียงกระซิบแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปากของหญิงสาวในชุดแม่บ้าน เธอคือสร้อยฟ้า ดวงตาของเธอวาววับด้วยความโลภและแผนการร้ายกาจที่วางเอาไว้ตั้งแต่แรกบนเตียงขนาดใหญ่ คุณหญิงมาลินี หิรัญญานอนนิ่งไม่ไหวติง ลมหายใจสม่ำเสมอราวกับคนที่จมลึกอยู่ในห้วงนิทราฤทธิ์ยานอนหลับที่ถูกผสมลงในนมก่อนนอน ทำให้ทั้งคฤหาสน์ตกอยู่ในความเงียบงัน ไม่มีใครตื่น ไม่มีใครรู้ ว่าวันนี้ กำลังจะมีบางอย่างถูกพรากไปตลอดกาลสร้อยฟ้าหันไปมองเปลเด็กข้างเตียง ร่างเล็ก ๆ ของเด็กทารกกำลังนอนหลับสนิท ผิวขาวเนียน ริมฝีปากอิ่มแดงน้อย ๆ ขยับเบา ๆ ราวกับกำลังฝันหวานเด็กคนนั้นคือทายาทตัวน้อยเพียงคนเดียวของตระกูลหิรัญญา มือของสร้อยฟ้าสั่นเล็กน้อย“ขอให้เธอโชคดีก็แล้วกันนะคุณหนูน้อย” น้ำเสียงแหบพร่าเหมือนจะสงสาร แต่สายตากลับเย็นชาเธอก้มลงอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาแนบอกอย่างระมัดระวัง ผ้าห่มผืนเล็กถูกห่อกร







