LOGINเหนือหงส์ในวัยสิบขวบ กำลังค่อย ๆ คลานเข้าใกล้โกดังอย่างเงียบที่สุด
“มีสามคนด้านหน้า อีกสองด้านหลัง” เธอพึมพำกับตัวเอง
ปัง!
เสียงบางอย่างกระแทกดังขึ้นด้านหลังโกดัง
“เฮ้ย! เสียงอะไร!” ชายสองคนรีบวิ่งออกไปดู เหนือหงส์ไม่รอช้า พุ่งเข้าไปทันที
ภายในโกดัง ธารัชเงยหน้าขึ้น
“ใคร”
ปั้ก!
หมัดเล็กแต่หนักแน่นกระแทกเข้าที่หน้าชายคนหนึ่งจนล้มลง นางเล็กใช้วิธีการกระโดดเพราะตัวเตี้ยะกว่า ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถจัดการศัตรูได้
อีกคนหันขวับไปมองในทันที
“เด็กที่ไหนวะ” ศอกฟาดเข้าเต็มคาง ร่างนั้นล้มลงไปอีกคน เหนือหงส์หันไปมองเด็กชายที่ถูกมัดอยู่
“ลุกไหวไหม” เสียงนั้นนิ่งเย็น ธารัชชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนจะพยักหน้า
“ไหว” เธอรีบแก้มัดให้
“ตามมา อย่าทำเสียงดัง ที่นี่มีคนของพวกมันอยู่” ทั้งสองวิ่งฝ่าฝนออกจากโกดัง เสียงตะโกนไล่ล่าดังขึ้นด้านหลัง
“มันหนีไปแล้ว!”
“จับมัน!”
“ทางนี้!” เหนือหงส์รีบดึงแขนธารัช พาวิ่งลัดเข้าป่าทึบ กิ่งไม้ข่วนแขน โคลนกระเด็นเปื้อนเสื้อผ้า แต่ไม่มีใครหยุด
“ระวัง!” ธารัชคว้าแขนเธอไว้ทัน ก่อนที่เธอจะเหยียบหลุมลึก เหนือหงส์ชะงัก
“ขอบใจ” เธอพูดสั้น ๆ เสียงปืนดังขึ้น
ปัง!
กระสุนเฉียดต้นไม้ข้างตัวไป
“ก้ม!”
ธารัชดึงเธอลง ทั้งสองล้มกลิ้งลงเนินเล็ก ๆ หายใจหอบ
“ทำไมเธอมาช่วยฉัน” เด็กชายถามเสียงเบา เหนือหงส์มองเขานิ่ง
“ฉันเห็นเธอโดนจับตัวมาด้วยความบังเอิญ ก็เลยตามมาช่วย”
“ห๊า... เธอกล้าหาญมากน้องสาวตัวน้อย กล้ามาคนเดียวนี่นะ”
“พ่อฉันเป็นขาใหญ่ที่นี่”
“สุดยอด” ธารัชไม่เคยเห็นเด็กที่แข็งแกร่งเช่นนี้มาก่อน
เสียงไซเรนดังขึ้นในระยะไกล
“ตำรวจ!” หนึ่งในพวกมันตะโกน เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ห่างออกไป ไม่นาน ไฟฉายสาดเข้ามา
“อยู่นี่ครับ!” เจ้าหน้าที่วิ่งเข้ามา
“คุณหนูธารัช!” ชายวัยกลางคนรีบเข้ามากอดเด็กชายแน่น
“ลูกพ่อไม่เป็นอะไรนะ!” ธารัชนิ่งไปเล็กน้อย
ก่อนจะพยักหน้า แต่สายตากลับมองไปที่เหนือหงส์
“เธอ…” เขาเดินเข้าไปหา น้ำฝนไหลผ่านใบหน้า ดวงตาคมสั่นเล็กน้อย
“ขอบคุณนะ” เหนือหงส์ยืนเงียบ
ธารัชถอดแหวนวงหนึ่งออกจากนิ้ว เป็นแหวนเงินเรียบ ๆ สลักลายเล็กน้อย
“ฉันมีอยู่สองวง” เขายื่นมันให้เธอ
“เอาไป” เหนือหงส์ขมวดคิ้ว
“ทำไม” ธารัชยิ้มจาง ๆ
“เธอคือผู้มีพระคุณของฉัน” เขาจ้องตาเธอ
“ถ้าวันหนึ่งเราได้เจอกันอีก แหวนนี้จะทำให้เราจำกันได้ แล้วฉันจะขอเธอแต่งงาน”
ลมฝนพัดผ่าน ช่วงเวลาสั้น ๆ กลับเหมือนหยุดนิ่ง เหนือหงส์มองแหวนในมือเขา ก่อนจะยื่นมือออกไปรับมันเอาไว้
“งั้นอย่าลืมล่ะ โตมานายจะต้องเป็นเจ้าบ่าวของฉัน” เธอเอ่ยเสียงเบา
“แล้วฉันจะปกป้องนายเอง” ธารัชหัวเราะเบา ๆ
“ฉันก็จะปกป้องเธอแม่หนูน้อย”
“คุณหนูครับ ต้องไปแล้วครับ!” เสียงเรียกดังขึ้น
ธารัชหันไปมอง ก่อนจะหันกลับมาอีกครั้ง
“ชื่อเธอคืออะไร” เหนือหงส์เงียบไปนิดหนึ่ง ยังไม่ทันได้ตอบ ร่างของธารัชก็เป็นลมล้มพับลงไป คนรอบข้างต่างตกใจ
“รีบพาไปหาหมอเร็ว ๆ”
ก่อนที่ธารัชจะถูกพาออกไป ทิ้งไว้เพียงเด็กหญิงคนหนึ่ง ยืนอยู่ท่ามกลางสายฝน พร้อมแหวนในมือ และคำสัญญา
ธารัชป่วยหนักเป็นอาทิตย์ เขาฟื้นขึ้นมาสติก็รางเลือน แต่ประโยคแรกที่พูดคือ แม่หนูกน้อย
“คุณหนูฟื้นแล้ว” แม่บ้านประจำคฤหาสน์เอ่ยอย่างดีใจ
“ผมเป็นอะไรไป”
“สลบไปค่ะ”
“นานแค่ไหน”
“เป็นอาทิตย์เลยค่ะ”
“แล้วคนที่ช่วยชีวิตฉันเอาไว้ล่ะ”
“คุณพ่อของคุณให้คนออกตามหาเพื่อที่จะขอบคุณเธอ แต่ไม่มีใครหาร่องรอยเธอเจอเลยค่ะ” แม่บ้านรู้เรื่องนี้เพราะในคฤหาสน์รู้ดีว่าคนที่ช่วยธารัชเอาไว้เป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักแต่กล้าหาญมาก
“หาไม่เจออย่างนั้นเหรอ” ธารัชพูดเสียงเศร้า เขายังอยากเจอเธออีก
“ใช่ค่ะ”
“ไม่เป็นไร ผมจะค่อยๆ หาตัวเธอไป” เขาจำเหตุการณ์ความเข้มแข็งของเธอได้ดี เขาเองก็ต้องเข้มแข็งเช่นนั้นเหมือนกัน ต่อไปจะได้ปกป้องตัวเองและปกป้องเธอด้วย
หลายปีผ่านไป...
เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังกรุ๊งกริ๊ง
“อเมริกาโน่เย็นหนึ่งค่ะ” เสียงหวานใสเอ่ยขึ้น หญิงสาวในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกับเอี๊ยมผ้ากันเปื้อนสีครีมเงยหน้าขึ้นก่อนจะยิ้มบาง ๆ แว่นกรอบบางช่วยบดบังความคมของดวงตาไว้ครึ่งหนึ่ง เธอเข้าสู่เมืองใหญ่เพื่อสืบหาเรื่องราวบางอย่าง นั่นคือบิดามารดาที่แท้จริง
“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ” เธอคือเหนือหงส์ อัศวเดชบุตรสาวเพียงคนเดียวของเสี่ยเสือ ที่ซ่อนตัวอย่างแนบเนียนกลายเป็นสาวน้อยธรรมดาที่ไม่สะดุดตา
บิดาไม่อยากให้เธอมีอันตราย น้อยคนนักถึงจะรู้ว่าเธอเป็นลูกของพยัคฆ์ หลายปีก่อนเธอได้ช่วยตำรวจทลายแก๊งค้าเด็ก ทำให้มีคนสืบหาตัว บิดาไม่อยากให้มีคนตามเจอ ไม่ว่าจะมาดีหรือไม่ดีก็ไม่อยากประมาท จึงปิดร่องรอยของเธอเอาไว้ เพราะกลัวเธอจะเป็นอันตราย
ตอนนี้เธอเป็นเจ้าของร้านกาแฟเล็ก ๆ ชื่อ Hidden Swan และไม่มีใครรู้ว่าผู้หญิงที่ดูธรรมดาคนนี้ คือคนที่ทั้งภาคใต้ไม่กล้าหือ
เสียงเครื่องบดกาแฟดังครืดเบา ๆ กลิ่นหอมลอยอบอวลไปทั่วร้าน เหนือหงส์ชงกาแฟอย่างคล่องแคล่ว ท่าทางนิ่ง สุขุม
“ช่วงนี้เงียบจังนะร้านนี้” ลูกค้าคนหนึ่งพูดขึ้น
“ก็ดีค่ะ สงบดี” เธอยิ้มตอบอย่างเรียบง่าย เป็นธรรมชาติ ไม่มีพิษภัย แค่เปิดร้านกาแฟบังหน้า แต่ฉากหลังเธอต้องช่วยบิดาคุมธุรกิจมากมาย ทั้งบนดินและใต้ดิน รวมถึงต้องเลี้ยงลูกน้องไว้นับร้อย
ทันทีที่เสียงประตูปิดลง รอยยิ้มนั้นหายไป ดวงตาหลังเลนส์แว่นเย็นลงในพริบตา โทรศัพท์ในกระเป๋าสั่นเบา ๆ เธอหยิบขึ้นมา
“ว่าไง” น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที ปลายสายพูดอะไรบางอย่าง เหนือหงส์หรี่ตาเล็กน้อย
“คุณปู่พูดเล่นใช่ไหมคะ”“ฉันไม่เคยพูดเล่นในเรื่องนี้” น้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย“ผู้หญิงแบบเธอเหมาะกับตระกูลวรเวช” เหนือหงส์ยกมือปิดปากนิด ๆ ก่อนกลั้นยิ้ม“งั้นก่อนจะไปถึงขั้นนั้น นั่งพักให้สบายใจก่อนดีไหมคะ” เธอลุกขึ้น“นี่ร้านหนูเองค่ะ” ไม่นาน ป้ายร้าน Hidden Swan ปรากฏตรงหน้า ธนวัฒน์มองอย่างสนใจสำหรับเหนือหงส์แล้ว ในชีวิตประจำวันเธอก็คือคนธรรมดา มีความอ่อนโยนและมักช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอ แต่ในช่วงเวลาที่ต้องตัดสินใจบิดาสอนให้เด็ดขาด เธอก็ต้องตัดสินใจให้เด็ดขาด ถึงแม้จะผิดพลาดก็ต้องรับผลที่ตามมา“ร้านของหนูเหรอ”“ค่ะ” ภายในร้าน บรรยากาศช่างอบอุ่น สงบ ต่างจากโลกวุ่นวายภายนอกโดยสิ้นเชิงเหนือหงส์เดินเข้าไปหลังเคาน์เตอร์ สวมผ้ากันเปื้อน ทำให้ภาพลักษณ์เปลี่ยนไปทันที“จะรับอะไรดีคะ” เธอยิ้ม ธนวัฒน์หัวเราะเบา ๆ“เมื่อกี้ยังต่อยคนอยู่เลย ตอนนี้กลายเป็นแม่ค้าแล้วเหรอ”“ทำมาหากินค่ะ ไม่ทำงานก็ไม่มีเงินสิคะ” เธอตอบเรียบ ๆ แต่เต็มไปด้วยความเป็นกันเอง ทำให้ชายชราหัวเราะเบา ๆ ไม่นาน กาแฟและขนมก็ถูกวางตรงหน้า“ขนมของร้าน ไม่ใส่น้ำตาล ใช้วัตถุดิบธรรมชาติที่ให้ความหวานทั้งหมด และหวานน้อยด้วยค่ะ”
“ใครกล้าเข้ามาในเขตของฉัน” เธอวางแก้วกาแฟลงอย่างเบามือ“รออยู่ที่เดิม ฉันจะไปจัดการเอง”เครื่องบินส่วนตัวออกเดินทางอย่างทันใจเวลาต่อมา ลานโกดังร้างริมทะเล เสียงคลื่นซัดฝั่งดังสม่ำเสมอ ลมแรงพัดเสื้อผ้าให้ปลิวไหว ชายฉกรรจ์นับสิบยืนเรียงแถว ก้มหัวทันทีที่เห็นเธอก้าวลงจากรถ“สวัสดีครับคุณหนู” เสียงดังพร้อมเพรียงหญิงสาวคนเดิม แต่ไร้แว่น ไร้ความอ่อนโยน เหลือเพียงความเย็นชาที่กดดันทุกลมหายใจ“ใคร” เธอถามสั้น ๆ ลูกน้องรีบลากชายคนหนึ่งออกมา“มันลักลอบขนของครับ” เหนือหงส์มองนิ่ง“รู้กฎไหม” ชายคนนั้นสั่น“ผะ…ผม”ปัง!เสียงปืนดังขึ้นทันทีร่างนั้นทรุดลงกับพื้น ความเงียบปกคลุมทั้งพื้นที่ เหนือหงส์หมุนปืนในมืออย่างชำนาญ ก่อนจะส่งคืนให้ลูกน้อง“ของทุกอย่างในภาคใต้ ต้องผ่านฉัน ใครเอาของไม่ดีมาสอดไส้ผ่านท่าเรือของเรา ต้องเจอแบบนี้” เธอเอ่ยช้า ๆ“ทุกคนจำไว้ ใครไม่ฟังคำของฉัน คิดทรยศก็ไม่ต้องอยู่” ดวงตาคมกริบกวาดมองทุกคน“ครับคุณหนู”“เจตน์” เธอเรียกลูกน้องคนสนิท“ครับคุณหนู”“พ่อไปมาเลย์กี่วัน” เธอหมายถึงบิดาบุญธรรมที่ไปจัดการธุรกิจคาสิโนที่โน่น“ไม่มีกำหนดครับ ที่นี่เสี่ยบอกว่าให้คุณหนูจัดการตามสมคว
เหนือหงส์ในวัยสิบขวบ กำลังค่อย ๆ คลานเข้าใกล้โกดังอย่างเงียบที่สุด“มีสามคนด้านหน้า อีกสองด้านหลัง” เธอพึมพำกับตัวเองปัง!เสียงบางอย่างกระแทกดังขึ้นด้านหลังโกดัง“เฮ้ย! เสียงอะไร!” ชายสองคนรีบวิ่งออกไปดู เหนือหงส์ไม่รอช้า พุ่งเข้าไปทันทีภายในโกดัง ธารัชเงยหน้าขึ้น“ใคร”ปั้ก!หมัดเล็กแต่หนักแน่นกระแทกเข้าที่หน้าชายคนหนึ่งจนล้มลง นางเล็กใช้วิธีการกระโดดเพราะตัวเตี้ยะกว่า ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถจัดการศัตรูได้อีกคนหันขวับไปมองในทันที“เด็กที่ไหนวะ” ศอกฟาดเข้าเต็มคาง ร่างนั้นล้มลงไปอีกคน เหนือหงส์หันไปมองเด็กชายที่ถูกมัดอยู่“ลุกไหวไหม” เสียงนั้นนิ่งเย็น ธารัชชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนจะพยักหน้า“ไหว” เธอรีบแก้มัดให้“ตามมา อย่าทำเสียงดัง ที่นี่มีคนของพวกมันอยู่” ทั้งสองวิ่งฝ่าฝนออกจากโกดัง เสียงตะโกนไล่ล่าดังขึ้นด้านหลัง“มันหนีไปแล้ว!”“จับมัน!”“ทางนี้!” เหนือหงส์รีบดึงแขนธารัช พาวิ่งลัดเข้าป่าทึบ กิ่งไม้ข่วนแขน โคลนกระเด็นเปื้อนเสื้อผ้า แต่ไม่มีใครหยุด“ระวัง!” ธารัชคว้าแขนเธอไว้ทัน ก่อนที่เธอจะเหยียบหลุมลึก เหนือหงส์ชะงัก“ขอบใจ” เธอพูดสั้น ๆ เสียงปืนดังขึ้นปัง!กระสุนเฉียดต้นไม้ข้
“นันพี่อยู่นี่” พยัคฆ์กอดร่างภรรยาเอาไว้ก่อนที่น้ำตาลูกผู้ชายจะไหลหยดลงมา นันทาคือคู่ชีวิตที่อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตั้งแต่เขายังไม่มีอะไรเลย เธอไม่เคยบ่น ไม่เคยท้อแท้ ยังต่อสู้ฝ่าฟันมากับเขา แต่พอเขามีทุกอย่างพร้อม เธอกลับไม่อยู่รอเสวยสุขกับเขา กลับจะทิ้งกันไป“ฝากดูแลเหนือหงส์ด้วย แม้เขาจะไม่ใช่ลูกสาวที่แท้จริงของเรา แต่พี่ต้องดูแลเธอให้ดี ในช่วงที่ผ่านมา เธอทำให้ชีวิตของนันมีความสุขมาก โตขึ้นพี่ก็บอกความจริงกับเธอนะคะ บางทีเธออาจได้พบเจอพ่อแม่ที่แท้จริง” เสียงนั้นแผ่วเบา แต่ทุกคำพยัคฆ์ได้ยินชัดเจน“พี่สัญญา”“คุณแม่” เหนือหงส์เรียกมารดาก่อนจะวิ่งเข้ามาในชุดนักเรียน นันทายิ้มออกมา ลูบศีรษะของลูกสาวบุญธรรมไปมาเบา ๆ“หงส์จำเอาไว้นะลูก ว่าแม่รักลูกเสมอ จงใช้ชีวิตให้ดี อย่าให้ใครมารังแกเด็ดขาด” มือนั้นค่อย ๆ ตกลงจากศีรษะ“แม่! ไม่นะ คุณแม่อย่าจากหนูกับพ่อไป” เหนือหงส์ตกใจ ร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา พยัคฆ์กอดร่างภรรยาแนบอก น้ำตาไหลอาบแก้ม ก่อนจะดึงร่างบุตรสาวบุญธรรมมากอดด้วยความเศร้าสุดหัวใจงานศพถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย เพราะพยัคฆ์รู้ดีว่าภรรยาไม่ชอบอะไรฟุ่มเฟือย และชอบความเงียบสงบ เหนือ
ณ คฤหาสน์หิรัญญา กลางใจเมืองที่ไม่เคยหลับใหล แสงไฟสีทองนวลสาดส่องผ่านม่านผืนบาง เผยให้เห็นความหรูหราที่ถูกสร้างขึ้นจากอำนาจและเงินตรา ทุกอย่างเงียบสงบผิดจากเดิม เงาร่างหนึ่งเคลื่อนไหวอยู่ในความมืดมิดของราตรีกาล“หลับให้สบายเถอะนะคะคุณผู้หญิง” เสียงกระซิบแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปากของหญิงสาวในชุดแม่บ้าน เธอคือสร้อยฟ้า ดวงตาของเธอวาววับด้วยความโลภและแผนการร้ายกาจที่วางเอาไว้ตั้งแต่แรกบนเตียงขนาดใหญ่ คุณหญิงมาลินี หิรัญญานอนนิ่งไม่ไหวติง ลมหายใจสม่ำเสมอราวกับคนที่จมลึกอยู่ในห้วงนิทราฤทธิ์ยานอนหลับที่ถูกผสมลงในนมก่อนนอน ทำให้ทั้งคฤหาสน์ตกอยู่ในความเงียบงัน ไม่มีใครตื่น ไม่มีใครรู้ ว่าวันนี้ กำลังจะมีบางอย่างถูกพรากไปตลอดกาลสร้อยฟ้าหันไปมองเปลเด็กข้างเตียง ร่างเล็ก ๆ ของเด็กทารกกำลังนอนหลับสนิท ผิวขาวเนียน ริมฝีปากอิ่มแดงน้อย ๆ ขยับเบา ๆ ราวกับกำลังฝันหวานเด็กคนนั้นคือทายาทตัวน้อยเพียงคนเดียวของตระกูลหิรัญญา มือของสร้อยฟ้าสั่นเล็กน้อย“ขอให้เธอโชคดีก็แล้วกันนะคุณหนูน้อย” น้ำเสียงแหบพร่าเหมือนจะสงสาร แต่สายตากลับเย็นชาเธอก้มลงอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาแนบอกอย่างระมัดระวัง ผ้าห่มผืนเล็กถูกห่อกร







