Share

บทที่ 4

last update publish date: 2026-07-16 23:52:57

4

          การสร้างทางน้ำเก่าเพื่อให้ใช้ได้อีกครั้ง จำเป็นจะต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู

          หนิงเอ๋อมอบหมายหน้าที่ให้ชาวบ้านขุดทางน้ำเก่าด้วยรถแม็คโคร ส่วนนางกำลังแนะนำชาวบ้านที่เหลือในเรื่องของการปลูกพืชในดินแล้ง

          นอกจากเรื่องเพาะปลูกพืชแล้วยังมีการแนะนำเลี้ยงสัตว์เอาไว้กินและเอาไว้ขาย อย่างน้อยมันก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย

          “คำแนะนำของข้ามีแค่นี้แหละ”

          ชาวบ้านทำตามคำแนะนำหนิงเอ๋อ ไม่มีคนบ่นสักคนเดียว พวกชาวบ้านที่มีหน้าที่ให้ทำพวกเขาดูมีความสุขมากกว่าตอนที่นางเจอพวกเขา จะบอกว่ามันเป็นความสุขเล็กๆ ก็ได้

          เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา หนิงเอ๋อก็ได้เดินสำรวจบริเวณรอบแคว้นอีกครั้ง ดูเหมือนว่าจะมีสิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้

          (บ้านของชาวบ้านมันดูทรุดโทรม แบบนี้ไม่เรียกว่าบ้านแล้ว)

          มิติแห่งความต้องการถูกเปิดออก หนิงเอ๋อนำของบางอย่างออกมากองโตเท่าภูเขา นี่ไม่ใช่เสบียงเหมือนครั้งก่อน แต่นี่เป็นกองไม้สำหรับเอาไว้สร้างบ้าน

          “ผู้ใหญ่บ้าน กองไม้พวกนี้เอาไว้สำหรับสร้างบ้านนะ ฝากจัดการผู้ใหญ่บ้านดูด้วย”

          “อ่า เข้าใจแล้ว เจ้าทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ

อันที่จริงไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้”

          “มันเป็นหน้าที่ของข้าที่ต้องทำ”

          ความจริงแล้ว มิติแห่งความต้องการสามารถดึงบ้านออกมาทั้งหลังได้ แต่หนิงเอ๋อไม่ทำ เพราะว่าหากชาวบ้านติดความสบายจนเกินไป อาจจะทำให้ความเป็นอยู่และชีวิตแย่ลงไปอีก นางอยากให้ชาวบ้านมีความขยันและเอาใจใส่ชีวิตของตนเองให้มากยิ่งขึ้น

          ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีในระยะยาว

          “จะว่าไปข้ายังไม่ได้ถามชื่อของเจ้าเลย”

          “อ้อ ข้าชื่อหนิงเอ๋อ”

          “ข้าเป็นผู้ใหญ่บ้านชื่อหาว หลังจากนี้เจ้าอยากจะทำอะไรกับแคว้นฉินอีก”

          “ทำให้แคว้นฉินเป็นแคว้นการเกษตร ผู้ใหญ่บ้านดูรอบแคว้นสิ พื้นที่กว้างขวางนี้สามารถทำการเกษตรได้ แต่ก็ต้องใช้เวลาสักหน่อย”

          “นานแค่ไหน?”

          “ข้าเองก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน แต่หากชาวบ้านช่วยกันสร้างมันขึ้นมา สักวันมันก็จะเห็นผลและประสบความสำเร็จ”

          คำพูดของหนิงเอ๋อมันดูทันสมัยไปสักหน่อย ทำให้ผู้ใหญ่บ้านฟังไม่ค่อยได้ศัพท์เท่าไหร่ ยังดีที่ผู้ใหญ่บ้านพอจะเข้าใจในสิ่งที่นางพูดอยู่บ้าง

          “ผู้ใหญ่บ้านหาว ข้าอาจจะไม่ได้อยู่ดูที่นี่ไปตลอดหรอกนะ เพราะข้ายังมีแคว้นอื่นอีกที่ต้องไป ข้าอาจจะต้องฝากให้ผู้ใหญ่บ้านเป็นคนดูแล เมื่อถึงเวลาข้าจะกลับมาอีก”

          “หากเป็นคำขอของเจ้าแม่นางหนิงเอ๋อแล้ว ข้าคนนี้ทำให้ได้อยู่แล้ว”

          “ขอบคุณมากค่ะ”

          “ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก ข้าต่างหากที่ต้องของคุณ”

          เอาเป็นว่า หนิงเอ๋อทำได้แค่นี้ นางยังมีแคว้นอื่นที่ต้องไปอีกหลายแคว้น คงไม่ได้มาอยู่ดูแคว้นฉินตลอดรอดฝั่ง

          .

          .

          .

          จากแคว้นฉินเดินทางมาตามเส้นทางเพื่อไปยังแคว้นต่อไป

          หนิงเอ๋อนางมีความกังวลที่แคว้นฉินว่าตอนนี้พวกชาวบ้านยังทำหน้าที่ของตนเองบ้างหรือเปล่า กำลังทำอะไรอยู่กันแน่ ได้แต่เป็นห่วงอยู่ที่ห่างไกล

          หนิงเอ๋อเดินทางมาไกลจึงหยุดพักที่ทะเลสาบ ซึ่งเป็นทะเลสาบที่นางเกิดใหม่

          ไม่ใช่ที่เดิมหรอกนะ

          ทะเลสาบสายนี้เป็นทะเลสาบที่ยาวออกไปไกลหลายกิโลเมตร แต่แรกนางมองดูแค่ว่าเป็นทะเลสาบที่ไม่ใหญ่ แต่พอได้เดินทางออกมาความคิดนั้นก็เปลี่ยนไป ถึงยังไม่รู้ว่ามันจะยาวสัก

แค่ไหน

          หลังจากหยุดเดินพักได้ครู่หนึ่ง หนิงเอ๋อ

จึงเดินทางต่อ

          “เราเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว จะมาเดินทางในป่าแบบนี้ไม่ได้หรอกนะ เกิดเจอเหตุการณ์ไม่ดีขึ้นมาจะทำไงอ่า”

          หนิงเอ๋อพูดกับตนเองเพื่อไม่ให้ดูเหงาเกินไป

          เมื่อเดินทางมาได้หลายชั่วโมง หนิงเอ๋อเห็นอะไรบางอย่างอยู่ข้างหน้า มันเป็นรถโบราณที่ใช้ม้าในการเคลื่อนที่จอดอยู่ใต้ต้นไม้ ข้างในรถม้ามีคนนอนอยู่

          หนิงเอ๋อชำเรืองมองเข้าไปข้างใน เป็นผู้ชายอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกับหนิงเอ๋อ การแต่งตัวเป็นแบบชาวบ้านทั่วไป คงจะเป็นคนแถวนี้และน่าจะรู้เส้นทางที่จะไปยังข้างหน้า

          ท่าทางนอนหลับสบายดี เสียงกรนยังดัง

อีกด้วย

          (จะปลุกดีไหมนะ?)

          !?

          ไม่ทันจะได้ปลุก ชายหนุ่มก็ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความงงงวย

          “เจ้าเป็นใคร?”

          หนิงเอ๋อตกใจตื่นจนล้มลงกับพื้น ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่งจ้องมองนางด้วยความฉงนพร้อมกับท่าทางที่ยังตื่นไม่เต็มตา

          “ข้าชื่อหนิงเอ๋อ ข้าเดินทางมาจากแคว้นฉิน”

          “แคว้นฉิน เดินมาเนี่ยนะ”

          “อ่า ใช่แล้วข้าเดินมา”

          ชายหนุ่มยังคงไม่เชื่อในสิ่งที่หนิงเอ๋อพูดออกมา

          หนิงเอ๋อเดินทางจากแคว้นฉินตั้งแต่เช้ามืดมาจนถึงที่นี่ช่วงเวลาน่าจะบ่ายโมงเห็นจะได้ ไม่รู้ว่าที่โลกแห่งนี้นับเวลากันอย่างไร ซึ่งมันไกลเอามากๆ แล้วชาวบ้านที่แคว้นฉินก็ไม่มีรถม้าสักคันเดียว หนิงเอ๋อต้องทำใจเดินทางมาอย่างที่เห็น

          “ผู้หญิงเดินทางมาคงลำบาก โชคดีที่เจ้าไม่เจอกับพวกโจร ไม่อย่างนั้นเจ้าคงได้กลายเป็นเมียพวกโจรแน่”

          “ปากเสีย”

          “ข้าพูดจริง ที่นี่น่ะ มีพวกโจรอยู่กันเยอะ เดินทางคนเดียวจะต้องระวังตัว นับว่าเจ้าโชคดีแล้วล่ะ ว่าแต่ว่า เจ้าจะไปไหน?”

          “แคว้นหนาน”

          “ไกลอยู่นะ ข้าว่าเจ้าต้องจ้างรถม้าไปส่งแล้วแหละ เดินไปน่ะไม่ไหวหรอก แถวนั้นน่ะมีสัตว์ป่าดุร้ายเยอะ ถ้าหากเจ้าอยากไปแล้วละก็ ข้าไปส่งเจ้าได้นะ แต่เจ้าต้องจ่ายเงินข้าก่อน เงินมางานเดิน”

          (หมอนี่มันพูดมากจริง)

          “ก็ได้ เป็นอันว่าตกลงตามนี้”

          “พูดคำไหนคำนั้น จริงสิ ข้าชื่อเหยา เจ้าล่ะ?”

          “หนิงเอ๋อ”

          “หนิงเอ๋อ เป็นชื่อที่เหมาะกับเจ้าดี”

          หลังจากนั้น หนิงเอ๋อจึงได้นั่งรถม้าออกเดินทางไปยังแคว้นหนานซึ่งเป็นเป้าหมายต่อไป

          ...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มิติของข้ามีไว้ช่วยชาวบ้านผู้ยากไร้   บทที่ 24 จบ

    24 ชาวบ้านในแคว้นใหญ่ทั้งสี่ได้รู้เรื่องมาจากเมืองหลวงให้ส่งตัวนักปราชญ์ของพวกเขา แน่นอนว่าไม่มีชาวบ้านคนไหนทำสิ่งที่ทางเมืองหลวงประกาศ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก “เส้าหลันคิดจะให้พวกเราอยู่ใต้อาณัติของมัน ทว่าสิ่งที่มันกำลังกระทำอยู่นี้ไม่ใช่แค่ต้องการตัวพวกเรา มันข่มขู่ชาวบ้านทางอ้อมให้ตื่นกลัว หากเจ้าอ่านใบประกาศตรงนี้จะเข้าใจ” หนิงเอ๋อชี้นิ้วให้เหยาอ่านใบกระกาศและให้ทำความเข้าใจ ก่อนหน้าจะเรื่องนี้ขึ้น หนิงเอ๋อได้ขอความช่วยเหลือจากจางลี่และเจียง รวมถึงชาวบ้านเดินทางไปยังแคว้นและหมู่บ้านทั้งหมดเพื่อแจ้งกับชาวบ้านให้ได้รู้กันว่าอาจจะเกิดเรื่องขึ้นเพื่อไม่ได้ตื่นตระหนกตกใจรวมถึงเรื่องสิ่งมีชีวิตเหนือจินตนาการด้วย 

  • มิติของข้ามีไว้ช่วยชาวบ้านผู้ยากไร้   บทที่ 23

    23 ขบวนรถม้าของเส้าหลันเดินทางออกจากเมืองแคว้นฉินเป็นที่เรียบร้อย สายตาอันนับร้อยจับจ้องไปที่ขบวนรถม้าที่กำลังจะอันตรธานหายไป มีเพียงเหยาที่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ เขาไม่สามารถทำอะไรได้ ทำได้เพียงยอมรับมันเท่านั้น “ข้า ทำอะไรไม่ได้เลย” น้ำเสียงแผ่วเบาหลุดลอยออกมาทำให้หนิงเอ๋อที่อยู่กับเขามานานเข้าใจความรู้สึกของเหยาดี “แม้เส้นหลันจะไม่ได้เอ่ยกล่าวว่าจะกระทำอันใดก็เถิด ข้าเกรงว่ามันจะเกิดเรื่องขึ้น อีกไม่นานนี้อย่างแน่นอน ข้าพูดอยู่ฝ่ายเดียวว่าปฏิเสธแต่ว่าข้าไม่ได้ไถ่ถามชาวบ้านเลย” เหยาทำหน้าเศร้าหมอง เขาหันมองชาวบ้านแต่ละคนด้วยความรู้สึกเป็นกังวล

  • มิติของข้ามีไว้ช่วยชาวบ้านผู้ยากไร้   บทที่ 22

    22 ใบหน้าที่หยาบราวกับหินผา ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดที่จ้องจะทำร้ายทุกคนที่ขัดขวาง หนวดยาวจรดถึงหน้าอกอย่างกับราชสีห์ ชุดจีนโบราณดูมีราคาที่แม้แต่ชาวบ้านจับต้องไม่ได้ มีเพียงขุนนางและผู้มียศถาบรรดาศักดิ์เท่านั้นที่สามารถสวมใส่มันได้ เมื่อชาวบ้านได้เห็นว่าบุคคลข้างในรถเป็นถึงขุนนาง พวกเขาจึงทำความเคารพ หากไม่ทำเช่นนั้นอาจจะถูกจับแล้วถูกตัดหัวก็ได้ ป่าเถื่อนอะไรเช่นนี้ “ข้าเป็นขุนนางมาจากเมืองหลวง นามของข้าคือ เส้าหลัน ข้ามาที่นี่ก็เพื่อต้องการมาพิสูจน์ด้วยตาคู่นี้ของข้าเองว่าแคว้นฉินนั้นถูกฟื้นฟูขึ้นมาใหม่อีกครั้ง มันเป็นจริงหรือไม่ ตอนนี้ข้าได้เห็นแล้ว แคว้นฉินถูกฟื้นฟูกลับขึ้นมาจริง มันเป็นเรื่องน่ายินดีอะไรเช่นนี้” แม้เส้าหลันจะเอ่ย

  • มิติของข้ามีไว้ช่วยชาวบ้านผู้ยากไร้   บทที่ 21

    21 ขบวนรถม้าที่มักจะเห็นในเมืองหลวง ทว่ามันกลับได้มาเห็นในป่าระหว่างเดินทางไปยังหมู่บ้านของแคว้นหนาน มันเป็นรถม้าดูสง่างามประหนึ่งว่าอยู่ในโลกของแฟนตาซีที่มักจะเห็นกันอยู่บ่อยครั้ง ไม่ใช่แค่นั้นนะ ทหารหลายนายขี่ม้าประกบด้านหน้าและด้านหลังเพื่อคุ้มกันความปลอดภัยของขุนนางที่นั่งอยู่ภายในรถม้า เมื่อรถม้าของขุนนางไกลเข้ามาเต็มที เหยาจึงควบคุมม้าให้หยุดเดินเพื่อรอให้รถม้าของขุนนางเดินทางผ่านไปเสียก่อน สิ่งที่ต้องต่อจากนี้ก็คือลงจากรถม้าแล้วต้องทำความเคารพ ทว่าหนิงเอ๋อและเหยาไม่คิดจะทำเช่นนั้น “หนิงเอ๋อ เจ้าคงคิดเหมือนกับข้าสินะ” &ldq

  • มิติของข้ามีไว้ช่วยชาวบ้านผู้ยากไร้   บทที่ 20

    20 ณ ห้องแห่งหนึ่ง ห้องแห่งนี้ไม่ใช่ห้องของคนทั่วไป มันเป็นห้องสำหรับคนที่มีตำแหน่งเทียบเท่าขุนนาง มันเอาไว้ใช้ในการสนทนาในเรื่องสำคัญ แล้วตอนนี้มันก็ถูกเปิดออกให้ได้เห็น ลักษณะภายในห้องเป็นแบบจีนโบราณ มีโต๊ะกลมและเก้าอี้ล้อมรอบเอาไว้สำหรับนั่งประชุม แล้วมันก็ถูกใช้ครบคนด้วยกัน บุคคลที่อยู่ภายในห้องแห่งนี้ไม่อาจที่จะเปิดเผยใบหน้าได้ แม้ว่าจะมีบุคคลตำแหน่งขุนนางอยู่ร่วมด้วยก็ตาม เพราะนี่เป็นการประชุมลับสุดยอด “หลายสิบปี ที่พวกเรามานั่งประชุมลับด้วยกัน ที่ผ่านมาต่างคนต่างมีเรื่องและหน้าที่ที่รับผิดชอบ ก็ย่อมที่จะไม่มีเวลากันเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้สำคัญยิ่งกว่าหน้าที่ของพวกท่าน เมื่อหลายวันก่อน ข้าไปได้ยินเรื่องหนึ่งจากชาวบ้านในเมืองหลวงแห่งนี้ ชาวบ

  • มิติของข้ามีไว้ช่วยชาวบ้านผู้ยากไร้   บทที่ 19

    19 หลังจากได้ทำข้อตกลงกับผู้นำทหาร หนิงเอ๋อและเหยาจึงออกเดินทางเพื่อไปยังเมืองหลวง “คนพวกนั้นเชื่อใจได้จริงเหรอเหยา?” “ข้าเชื่อใจพวกเขานะ แล้วก็ ข้าน่ะดูคนเป็นนะ ใครจะดีใครจะชั่ว มันดูที่การกระทำ” “คิดง่ายเกินไปแล้ว” “สำหรับตัวข้า การที่เหล่าทหารมีความคิดไม่ต่างจากข้า นั่นก็เท่ากับว่าพวกเขาน่ะจะไม่ทำร้ายชาวบ้าน แล้ก็อีกเรื่อง ถึงข้าจะไม่ได้ถามพวกนั้นแต่ข้าพอจะรู้ว่าพวกนั้นไปที่ใด” “แล้วพวกเขาไปที่ใดกัน?” “หมู่บ้านก่อนหน้านี้น่ะ แต่ข้าไม่รู้ว่าไปทำไม พอข้าได้เห็นสัมภาระของทหาร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status