LOGIN3
แคว้นฉินเดิมทีแล้วมีทหารปกครองเมื่อหลายปีก่อน บริเวณแถวนี้มีอาหารและน้ำอุดมสมบูรณ์ หลังจากสงครามต่อสู้แย่งชิงทรัพยากร ทำให้
ทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างที่เห็น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้นำแคว้นฉินเล่าให้หนิงเอ๋อฟัง แล้วเขาก็คือคนที่เดินเข้ามาทักทายนางเป็นคนแรกหนิงเอ๋อที่ได้สร้างบ้านอยู่แคว้นฉิน จึงหาวิธีที่จะนำน้ำจากแม่น้ำมาใช้แล้วสร้างทางน้ำเพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้กัน แต่วิธีที่ว่านี้จะต้องใช้ระยะเวลานานพอสมควร
วันนี้ผู้ใหญ่บ้านอาสาเป็นไกด์นำทางไปยังแม่น้ำที่เคยไหลผ่านแคว้นฉิน
“บริเวณนี้เคยมีน้ำไหลผ่านตัดไปยังแม่น้ำ
เจ้ามาดูตรงนี้สิ นี่ไง ทางน้ำเก่า มันแห้งแล้งมาก”หนิงเอ๋อเดินไปดูทางน้ำเก่าตามที่ผู้ใหญ่บ้านบอก มันแห้งแล้งไม่มีน้ำเหลือสักหยดเดียว นางพอเข้าใจแล้วว่าทำไมชาวบ้านแถวนี้ถึงได้เดินทางไกลเพื่อไปเอาน้ำที่แม่น้ำซึ่งอยู่ไกลจากที่นี่
ที่จริงแล้วพวกชาวบ้านสามารถย้ายถิ่นฐานไปปรักหลักบริเวณริมแม่น้ำก็ได้ เพราะที่นี่เป็นบ้านเกิดของพวกเขา ฟังดูมันแปลกอยู่นะ
ยอมอดตายเพื่อที่จะได้อยู่บ้านเกิด
“การฟื้นฟูทางน้ำเก่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
อีกไม่นานข้าคงต้องย้ายไปอยู่แคว้นใกล้เคียง ถึงจะน่าสงสารพวกชาวบ้านแต่ข้าก็ไม่อยากอดตายหรอก คนอย่างข้าเห็นแก่ตัวใช่ไหม?”“ไม่หรอกค่ะ ชีวิตเราเลือกเองได้ มันไม่ใช่เรื่องเห็นแก่ตัวหรอกนะคะ”
เมื่อได้พูดคุยกันถึงเรื่องความลำบาก ทำให้
หนิงเอ๋อคิดอะไรได้บางอย่างมิติแห่งความต้องการถูกเปิดออก หนิงเอ๋อนำของบางอย่างออกมา ไม่รู้ว่านางต้องการทำอะไร
“นั่นคืออะไร?”
“เขาเรียกว่า เครื่องตรวจวัดน้ำใต้ดิน”
“…”
ผู้ใหญ่บ้านไม่เข้าใจสิ่งนี้ แต่ว่าสิ่งนี้แหละที่จะช่วยให้แคว้นฉินมีน้ำไว้ใช้
หนิงเอ๋อใช้เครื่องตรวจวัดน้ำเพื่อค้นหาน้ำตรงทางน้ำเก่า ซึ่งมันมีน้ำอยู่แต่ต้องใช้เวลาขุดลงไปนานพอสมควร ไม่ว่ายังไงงานนี้จะต้องใช้แรงงานชาวบ้านเพื่อขุดหลุมช่วยกัน
อุปกรณ์ขุดดินถูกนำออกมาจากมิติ เตรียมเอาไว้ให้ชาวบ้านเอาไปใช้ขุนดินกัน
“ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยไปเรียกชาวบ้านมาที่นี่ให้ข้าที ข้าจะให้พวกเขาช่วยขุดดินตรงนี้”
“ได้สิ”
ผู้ใหญ่บ้านไปตามชาวบ้านมาทั้งหมดทุกคนเพื่อให้พวกชาวบ้านขุนดินตามคำสั่งของหนิงเอ๋อ ชาวบ้านมากันพร้อมหน้า พวกเขาไม่ปฏิเสธคำขอของผู้มีพระคุณสำหรับพวกเขา
อย่างว่าแหละ มีบุญคุณมันก็ต้องตอบแทนกันเป็นเรื่องธรรมดา
ชาวบ้านช่วยกันขุนดิน แต่ติดปัญหาตรงที่ไม่สามารถขุดให้ลึกลงได้ หากมีน้ำช่วยเพื่อให้ดินมันอ่อนนุ่มอย่างน้อยก็พอขุดลงไปได้บ้าง
ชาวบ้านเริ่มเหนื่อยกัน ขุดมานานแล้วยังไม่ถึงไหนเลย
(มิติแห่งความต้องการ หากเราต้องการสิ่งนั้นล่ะ มันจะได้ไหมนะ)
.
.
.
จอบและเสียมไม่สามารถขุดดินที่แห้งแล้งได้ สิ่งที่จะขุดได้มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น
รถแม็คโคร
ใช่แล้ว รถแม็คโครสามารถขุดดินแห้งแล้งได้สบาย หนิงเอ๋อลองใช้มิติแห่งความต้องการเพื่อที่จะเอารถแม็คโครออกมาขุดดิน
ทำเหมือนเดิม หนิงเอ๋อใช้มือหยิบจับเข้าไปข้างในมิติก่อนจะดึงมันออกมา
ถึงจะเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อ แต่หนิงเอ๋อสามารถดึงรถแม็คโครออกมาได้ด้วยตัวคนเดียว
(ไม่คิดว่าจะทำได้นะเนี่ย สุดท้ายไปเลยมิติของเรา)
รถแม็คโครคันใหญ่นี้เป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่ในโลกแห่งนี้ แต่หนิงเอ๋อสามารถทำให้มันมีได้
“นี่คือรถแม็คโคร เอาไว้สำหรับขุดดินโดยเฉพาะ”
ชาวบ้านถึงกับตกใจพร้อมความฉงนในใจว่าสิ่งนี้มันคืออะไร ชาวบ้านจึงแห่กันเข้ามาดูใกล้ๆ
ให้เห็นกับตาตัวเองหลังจากได้รถแม็คโครมาแล้ว หนิงเอ๋อจึงอ่านคู่มือการใช้งานรถแม็คโคร นี่เป็นครั้งแรกเลยแหละ ถึงจะไม่เคยขับมาก่อนแต่ด้วยความที่มีคู่มือก็พอที่จะช่วยให้สามารถขับได้
ถึงเวลาแล้วที่หนิงเอ๋อจะได้ขับรถแม็คโคร
เมื่อเข้ามาในรถ นางก็เริ่มบังคับหันซ้ายหันขวา ขับไปข้างหน้าและถอยไปข้างหลัง
“เอาล่ะ ที่เหลือก็ขุด”
รถแม็คโคเริ่มขุดดินตรงที่เป็นเป้าหมาย เพียงแค่ครั้งเดียว ดินที่แห้งแล้งก็ถูกขุดออกมาเป็นหลุมขนาดใหญ่ แต่มันยังเป็นดินแห้งแล้งอยู่ดี
“ต้องขุดให้ลึกกว่านี้”
ขุดแล้วก็ขุด
!?
ดูเหมือนว่าการกระทำเช่นนี้มันจะไม่สูญเปล่า หนิงเอ๋อเริ่มเห็นดินชื้นและมีน้ำทะลักขึ้นมา
“สำเร็จ!”
หนิงเอ๋อดีใจยกใหญ่ก่อนจะลงจากรถแม็คโครมาดูให้เห็นใกล้ๆ
ชาวบ้านที่อยู่ด้วยก็เข้ามาดู ใช่แล้ว มันมีน้ำจากใต้ดิน
(ดีใจจังเลย ชาวบ้านมีน้ำใช้แล้ว)
มันยังไม่จบแค่นั้น หนิงเอ๋อจะต้องขุดทางน้ำเก่านี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไปถึงแม่น้ำซึ่งอยู่ไกลพอสมควร นางจึงบังคับใช้แรงงานชาวบ้านให้ขับรถแม็คโครและสอนการขับเบื้องต้น
พวกชาวบ้านใช้เวลาเรียนรู้ในการขับรถ
แม็คโครไม่นานก็สามารถขับเป็นได้เหมือนอาชีพหนิงเอ๋อนำรถแม็คโครออกมาจากมิติหลายคันเพื่อให้ชาวบ้านได้ขับ พอทำแบบนี้จะได้สร้างทางน้ำจากแคว้นฉินไปยังแม่น้ำโดยใช้เวลาไม่นาน
ช่วยกันเดี๋ยวเดียวก็เสร็จ
ที่เหลือปล่อยเป็นหน้าที่ชาวบ้าน
“แม่หนู เจ้าไปเรียนวิชามาแต่ใดกัน?”
ผู้ใหญ่บ้านถามด้วยความอยากรู้จริง
“เรียนมาจากอาจารย์ของข้า แต่ท่านเสีย
ไปแล้ว”หนิงเอ๋อมโนไปทั้งอย่างนั้น แต่ผู้ใหญ่บ้านแกก็เชื่อนะ
หนิงเอ๋อในตอนนี้กลายเป็นผู้สร้างปาฏิหาริย์ให้แก่ชาวบ้านแคว้นฉิน ต่อจากนี้ไป นางจะสร้างปาฏิหาริย์อะไรกันหนอ
...
24 ชาวบ้านในแคว้นใหญ่ทั้งสี่ได้รู้เรื่องมาจากเมืองหลวงให้ส่งตัวนักปราชญ์ของพวกเขา แน่นอนว่าไม่มีชาวบ้านคนไหนทำสิ่งที่ทางเมืองหลวงประกาศ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก “เส้าหลันคิดจะให้พวกเราอยู่ใต้อาณัติของมัน ทว่าสิ่งที่มันกำลังกระทำอยู่นี้ไม่ใช่แค่ต้องการตัวพวกเรา มันข่มขู่ชาวบ้านทางอ้อมให้ตื่นกลัว หากเจ้าอ่านใบประกาศตรงนี้จะเข้าใจ” หนิงเอ๋อชี้นิ้วให้เหยาอ่านใบกระกาศและให้ทำความเข้าใจ ก่อนหน้าจะเรื่องนี้ขึ้น หนิงเอ๋อได้ขอความช่วยเหลือจากจางลี่และเจียง รวมถึงชาวบ้านเดินทางไปยังแคว้นและหมู่บ้านทั้งหมดเพื่อแจ้งกับชาวบ้านให้ได้รู้กันว่าอาจจะเกิดเรื่องขึ้นเพื่อไม่ได้ตื่นตระหนกตกใจรวมถึงเรื่องสิ่งมีชีวิตเหนือจินตนาการด้วย 
23 ขบวนรถม้าของเส้าหลันเดินทางออกจากเมืองแคว้นฉินเป็นที่เรียบร้อย สายตาอันนับร้อยจับจ้องไปที่ขบวนรถม้าที่กำลังจะอันตรธานหายไป มีเพียงเหยาที่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ เขาไม่สามารถทำอะไรได้ ทำได้เพียงยอมรับมันเท่านั้น “ข้า ทำอะไรไม่ได้เลย” น้ำเสียงแผ่วเบาหลุดลอยออกมาทำให้หนิงเอ๋อที่อยู่กับเขามานานเข้าใจความรู้สึกของเหยาดี “แม้เส้นหลันจะไม่ได้เอ่ยกล่าวว่าจะกระทำอันใดก็เถิด ข้าเกรงว่ามันจะเกิดเรื่องขึ้น อีกไม่นานนี้อย่างแน่นอน ข้าพูดอยู่ฝ่ายเดียวว่าปฏิเสธแต่ว่าข้าไม่ได้ไถ่ถามชาวบ้านเลย” เหยาทำหน้าเศร้าหมอง เขาหันมองชาวบ้านแต่ละคนด้วยความรู้สึกเป็นกังวล
22 ใบหน้าที่หยาบราวกับหินผา ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดที่จ้องจะทำร้ายทุกคนที่ขัดขวาง หนวดยาวจรดถึงหน้าอกอย่างกับราชสีห์ ชุดจีนโบราณดูมีราคาที่แม้แต่ชาวบ้านจับต้องไม่ได้ มีเพียงขุนนางและผู้มียศถาบรรดาศักดิ์เท่านั้นที่สามารถสวมใส่มันได้ เมื่อชาวบ้านได้เห็นว่าบุคคลข้างในรถเป็นถึงขุนนาง พวกเขาจึงทำความเคารพ หากไม่ทำเช่นนั้นอาจจะถูกจับแล้วถูกตัดหัวก็ได้ ป่าเถื่อนอะไรเช่นนี้ “ข้าเป็นขุนนางมาจากเมืองหลวง นามของข้าคือ เส้าหลัน ข้ามาที่นี่ก็เพื่อต้องการมาพิสูจน์ด้วยตาคู่นี้ของข้าเองว่าแคว้นฉินนั้นถูกฟื้นฟูขึ้นมาใหม่อีกครั้ง มันเป็นจริงหรือไม่ ตอนนี้ข้าได้เห็นแล้ว แคว้นฉินถูกฟื้นฟูกลับขึ้นมาจริง มันเป็นเรื่องน่ายินดีอะไรเช่นนี้” แม้เส้าหลันจะเอ่ย
21 ขบวนรถม้าที่มักจะเห็นในเมืองหลวง ทว่ามันกลับได้มาเห็นในป่าระหว่างเดินทางไปยังหมู่บ้านของแคว้นหนาน มันเป็นรถม้าดูสง่างามประหนึ่งว่าอยู่ในโลกของแฟนตาซีที่มักจะเห็นกันอยู่บ่อยครั้ง ไม่ใช่แค่นั้นนะ ทหารหลายนายขี่ม้าประกบด้านหน้าและด้านหลังเพื่อคุ้มกันความปลอดภัยของขุนนางที่นั่งอยู่ภายในรถม้า เมื่อรถม้าของขุนนางไกลเข้ามาเต็มที เหยาจึงควบคุมม้าให้หยุดเดินเพื่อรอให้รถม้าของขุนนางเดินทางผ่านไปเสียก่อน สิ่งที่ต้องต่อจากนี้ก็คือลงจากรถม้าแล้วต้องทำความเคารพ ทว่าหนิงเอ๋อและเหยาไม่คิดจะทำเช่นนั้น “หนิงเอ๋อ เจ้าคงคิดเหมือนกับข้าสินะ” &ldq
20 ณ ห้องแห่งหนึ่ง ห้องแห่งนี้ไม่ใช่ห้องของคนทั่วไป มันเป็นห้องสำหรับคนที่มีตำแหน่งเทียบเท่าขุนนาง มันเอาไว้ใช้ในการสนทนาในเรื่องสำคัญ แล้วตอนนี้มันก็ถูกเปิดออกให้ได้เห็น ลักษณะภายในห้องเป็นแบบจีนโบราณ มีโต๊ะกลมและเก้าอี้ล้อมรอบเอาไว้สำหรับนั่งประชุม แล้วมันก็ถูกใช้ครบคนด้วยกัน บุคคลที่อยู่ภายในห้องแห่งนี้ไม่อาจที่จะเปิดเผยใบหน้าได้ แม้ว่าจะมีบุคคลตำแหน่งขุนนางอยู่ร่วมด้วยก็ตาม เพราะนี่เป็นการประชุมลับสุดยอด “หลายสิบปี ที่พวกเรามานั่งประชุมลับด้วยกัน ที่ผ่านมาต่างคนต่างมีเรื่องและหน้าที่ที่รับผิดชอบ ก็ย่อมที่จะไม่มีเวลากันเท่าไหร่ แต่เรื่องนี้สำคัญยิ่งกว่าหน้าที่ของพวกท่าน เมื่อหลายวันก่อน ข้าไปได้ยินเรื่องหนึ่งจากชาวบ้านในเมืองหลวงแห่งนี้ ชาวบ
19 หลังจากได้ทำข้อตกลงกับผู้นำทหาร หนิงเอ๋อและเหยาจึงออกเดินทางเพื่อไปยังเมืองหลวง “คนพวกนั้นเชื่อใจได้จริงเหรอเหยา?” “ข้าเชื่อใจพวกเขานะ แล้วก็ ข้าน่ะดูคนเป็นนะ ใครจะดีใครจะชั่ว มันดูที่การกระทำ” “คิดง่ายเกินไปแล้ว” “สำหรับตัวข้า การที่เหล่าทหารมีความคิดไม่ต่างจากข้า นั่นก็เท่ากับว่าพวกเขาน่ะจะไม่ทำร้ายชาวบ้าน แล้ก็อีกเรื่อง ถึงข้าจะไม่ได้ถามพวกนั้นแต่ข้าพอจะรู้ว่าพวกนั้นไปที่ใด” “แล้วพวกเขาไปที่ใดกัน?” “หมู่บ้านก่อนหน้านี้น่ะ แต่ข้าไม่รู้ว่าไปทำไม พอข้าได้เห็นสัมภาระของทหาร







