홈 / วาย / มิติจันทรา เหนือกาลเวลา / คนประหลาดจากอีกฟากเวลา

공유

คนประหลาดจากอีกฟากเวลา

작가: Puifhai85
last update 게시일: 2026-08-03 21:04:31

ตอนที่ 2 (คนประหลาดจากอีกฟากเวลา)

เช้าวันถัดมา

เสิ่นจือเหยียนสะดุ้งตื่นเพราะเสียงประหลาดที่ดังลั่นห้อง

“ตื๊ด...ตื๊ด...แบตเตอรี่ต่ำกว่า 15% กรุณาชาร์จพลังงานค่ะ”

“อ๊ากกกกกกกกกกก” เสียงร้องของเสี่ยวอวี้ดังลั่นห้องแข่งกับเสียงสัญญาณนั้น

เด็กหนุ่มวิ่งจากอีกฝั่งของห้องไปยังอีกฝั่งวนไปมา อย่างตื่นตะหนก พร้อมชี้ไปยัง “กล่องสีดำเรืองแสง” บนโต๊ะด้วยมืออันสั่นเทา

“คุณชาย มันพูดได้ขอรับ”

เสิ่นจือเหยียนกดขมับข้างศรีษะตัวเอง “ข้ารู้แล้ว เจ้าเงียบก่อนได้หรือไม่”

หลี่จวินเหิงเพิ่งจะลุกออกมาจากที่นอนในสภาพหัวฟู เขาเดินมาเสียบสายชาร์จเข้ากับปลั๊กไฟ แล้วเดินไปชงกาแฟ ก่อนจะกลับมานั่งที่โซฟาข้างหน้าต่าง ทุกสิ่งเขาทำมันเป็นปกติ สงบเงียบ ท่ามกลางเสียงโหวกเหวกโวยวายจากอีกฝ่าย

เขาหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นเสี่ยวอวี้ตัวสั่นเหมือนลูกนกอยู่ที่ใต้โต๊ะ

“คนของนายตลกดีนะ”

เสิ่นจือเหยียนปรายตามอง “อย่างน้อย เขาก็มีมารยาท ไม่หัวเราะเยาะผู้อื่นเพราะเขาด้อยปัญญา”

“นายกำลังหมายถึง ฉันไม่มีมารยาทงั้นสินะ” จวินเหิงกล่าว พร้อมกลั้วหัวเราะ

“เจ้าพูดจาดั่งเช่นพวกอันธพาล” เสิ่นจือเหยียนสวนคำ

จวินเหิงยักคิ้วยียวน “ที่โลกของฉัน เค้าเรียกว่า คนจริงใจ”

“โลกเจ้านี่ช่างประหลาดนัก”

“ข้อนึ้ ฉันเห็นด้วยกับนาย”

อยู่ ๆ เอลล่าก็ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ “สวัสดีตอนเช้าค่ะ คุณนักปราชญ์โบราณ”

เสิ่นจือเหยียนสะดุ้งเล็กน้อย แม้จะเริ่มชินแล้วหลังจากเห็นเมื่อคืนนี้เป็นครั้งแรก แต่การเห็นสตรีตัวเล็กโปร่งใส ลอยอยู่กลางอากาศก็ยังเหนือสามัญสำนึกอยู่ดี

“เจ้าคือวิญญาณใช่หรือไม่” จือเหยียนถามพลางถอยหลังครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว

“ดิฉันคือปัญญาประดิษฐ์ค่ะ” เอไอสาวกล่าวตอบเสียงใส

“หมายความว่าเยี่ยงไร”

“แปลว่า ดิฉันเป็นสิ่งที่มีความสามารถ และมีความรู้ มากกว่ามนุษย์ทั่วไปประมาณ 92% ค่ะ”

จวินเหิงหัวเราะทันทีเมื่อเห็นสีหน้าของเสิ่นจือหยวน เพราะตอนนี้เขามีสีหน้างุนงง และเหมือนจะประมวลคำศัพท์เหล่านั้นในหัว จนลืมหายใจไปซะแล้ว

“นายอย่าไปคิดเยอะแยะเลย เอลล่ามันชอบตอบให้กำกวม มันชอบให้ตัวเองรู้สึกฉลาดกว่ามนุษย์ ฉันว่ามันนิสัยแย่อยู่นะ”

เอลล่าเชิดหน้า พร้อมกล่าว

“ดิฉันถูกโปรแกรมให้มีลักษณะนิสัยใกล้เคียงกับผู้สร้างค่ะ”

เขาถามกลับอย่างรวดเร็ว “นี่เธอกำลังจะบอกว่านิสัยฉันแย่สินะ”

เอไอสาวตอบกลับไวเช่นกัน “ใช่ค่ะ”

เสิ่นจือเหยียนมองสองสิ่งมีชีวิตตรงหน้า ด้วยความคิดซับซ้อน

คนหนึ่งประหลาด

อีกหนึ่ง...ประหลาดยิ่งกว่า

แต่แปลกเหลือเกิน เขากลับไม่รู้สึกหวาดกลัวเหมือนเมื่อคืน กลับมีความรู้สึกสนใจมากขึ้น

อยู่ ๆ จวินเหิงก็หันหน้ามาคุยกับเขา ทำเอาเขาสะดุ้งสุดตัว

“เมื่อคืน ตอนนายหลับฉันได้ทดลองแล้วนะ”

“ทดลองสิ่งใด?” เสิ่นจือเหยียนกล่าวด้วยความไม่ไว้ใจ

จวินเหิงชี้มือไปบนโต๊ะกลางห้อง เสิ่นจือเหยียนเพิ่งได้เห็น เหรียญโลหะกลม ๆ เรียบ ๆ วางอยู่ในฝั่งของเขา

“มันมาได้อย่างไร?” เขาถามด้วยความสงสัย

จวินเหิงทำท่าเหมือนจะหันไปสั่งให้เอลล่าโชว์ข้อมูลโปรแกรมที่เขาเขียนเมื่อคืน แต่เมื่อเหลือบเห็นสีหน้าของเสิ่นจือหยวน และเสี่ยวอวี้แล้ว เขาก็เปลี่ยนใจ จึงได้แค่บอกสั้น ๆ ว่า

“ฉันส่งมันข้ามกำแพงมิติไปน่ะ แต่ไปได้แค่วัตถุนะ” เขายกนิ้วชี้ที่ปลายนิ้วมีรอยไหม้นิดหน่อยขึ้นมา

“มันช๊อตนิ้วฉันแรงมากเมื่อคืน คิดว่าจะไหม้แล้วเชียว”

เสิ่นจือเหยียนไม่ถามว่าเจ็บไหม แต่ถามในสิ่งที่ตนเองสนใจยิ่งกว่า

“นี่คือเงินตราในโลกของเจ้างั้นรึ”

จวินเหิงหุบนิ้วลงอย่างเซ็ง ๆ ที่ฝ่ายตรงข้ามสนใจสิ่งอื่นมากกว่านิ้วที่มีรอยไหม้ของตน “ก็แค่เหรียญหนึ่งหยวนเอง”

“โลกของเจ้าช่างฟุ่มเฟือยยิ่งนัก” เสิ่นจือเหยียนพึมพำ สายตายังจับจ้องไปที่เหรียญโลหะอย่างสงสัยใคร่รู้

จวินเหิงยักไหล่ พร้อมพูดต่อ “ถ้านายเห็นรถฉัน นายจะด่าฉันหนักกว่านี้อีก”

“รถ? มันคือสิ่งใด” จือเหยียนเงยหน้ามาถามทันที

จวินเหิงเงียบไปสองสามวินาที เพราะคิดหาคำตอบ สุดท้ายก็เอ่ยออกมาว่า “เอาเป็นว่า มันคือม้า ไม่มีมีชิวิต และไม่ต้องกินหญ้า”

“เป็นไปไม่ได้” เสิ่นจือเหยียนพึมพำ

“ในโลกฉันมีนะ ถ้ามันขับเข้ามาได้ ฉันจะขับมาให้นายดู” จวินเหิงกล่าวยิ้มๆ

เสี่ยวอวี้ค่อย ๆ โผล่หัวออกจากใต้โต๊ะ ถามเสียงสั่น

“มันกินคนไหมขอรับ”

“ฉันว่าบางทีมันก็กินนะ แต่...มันกินเฉพาะ “คนโง่”” จวินเหิงแกล้งตอบเสียงทุ้มต่ำ

“ฮือออออออ คุณชาย ข้ากลัว” เสี่ยวอวี้ร้องเสียงสั่น พร้อมกอดขาเสิ่นจือเหยียนไว้แน่น

บรรยากาศในห้องเริ่มผ่อนคลายลงอย่างแปลกประหลาด แม้จะต่างยุค ต่างโลก แต่กบับพูดคุยกันได้ราวกับรู้จักกันมานาน

จวินเหิงมองอีกฝ่ายเงียบ ๆ

เสิ่นจือเหยียนกำลังจัดตำราที่เขาย้ายจากโต๊ะกลางห้อง ไปไว้บนโต๊ะข้างหน้าต่าง

เมื่อจัดวางเข้าที่แล้ว ก็เริ่มเปิดตำรา มือหนึ่งพลิกหน้ากระดาษ อีกมือหนึ่งจับพู่กัน สีหน้าเคร่งขรึมเหมือนนักวิชาการในภาพวาดโบราณ ช่างเป็นคนที่ละเอียด เรียบร้อยและจริงจังเกินไปจนดูน่าขนลุก ต่างจากเขาโดยสิ้นเชิง

“นายอ่านหนังสือตลอดเลยรึไง”

“อืม” เสิ่นจือเหยียนตอบโดยไม่เงยหน้าจากตำรา

จวินเหิงท้าวข้อศอกลงบนโต๊ะกลางห้อง พร้อมถาม “ไม่เบื่อบ้างรึไง”

“ความรู้ไม่มีสิ้นสุด” จือเหยียนกล่าวอย่างไม่ใส่ใจเขา

“นายคิดว่าการอ่านตำราเก่าพวกนั้น น่าสนใจกว่าการออกไปเรียนรู้ในโลกภายนอกจริงเหรอ”

เสิ่นจือเหยียนหยุดมือ “ตำราคือรากฐานแห่งแผ่นดิน”

จวินเหิงคิดครู่หนึ่ง ก่อนพูดว่า “แต่คนเขียนตายไปหมดแล้ว...นายเชื่อทุกอย่างที่คนตายเขียนไว้งั้นเหรอ?”

บรรยากาศพลันเงียบลง

เสี่ยวอวี้แทบไม่กล้าหายใจ เพราะประโยคเมื่อครู่...ถือเป็นการลบหลู่นักปราชญ์อย่างร้ายแรง

แต่เสิ่นจือเหยียนกลับเพียงจ้องมองอีกฝ่ายนิ่ง ๆ ก่อนเอ่ยถาม

“ถ้าเช่นนั้น โลกเจ้ามีสิ่งใดที่มีค่ามากกว่าความรู้ในตำรางั้นรึ”

จวินเหิงเดินกลับมาเอนตัวที่โซฟาอย่างสบายอารมณ์ “ฉันมี ชุดข้อมูล”

“มันต่างกันอย่างไร” จือเหยียนถาม

“ตำราของนายใช้เวลาหลายร้อยปีรวบรวมความรู้ แต่โลกของฉันใช้แค่ไม่กี่วินาที” เขาพูดจบ ก็ดีดนิ้ว

โฮโลแกรมขนาดใหญ่ปรากฎขึ้นกลางห้องทันที

เสี่ยวอวี้ล้มหลายหลังดังโครม

“สวรรค์ ช่วยข้าด้วย”

บนอากาศกลางห้องที่เงียบกริบภาพแผนที่ ดวงดาว สูตรคณิตศาสตร์ และตัวอักษรนับไม่ถ้วนไหลผ่านขึ้นมาจนเต็มห้องไปหมด ดวงตาของเสิ่นจือเหยียนเบิกกว้าง

“นี่มัน....”

“คลังข้อมูลในโลกของฉันไง” จวินเหิงตอบด้วยเสียงภาคภูมิใจ

“ทั้งหมดนี้ ออกมาจากแผ่นกระจกนั่น?” เสิ่นจือเหยียนชี้นิ้วไปที่วัตถุบางเฉียบที่วางอยู่บนโต๊ะกลางห้อง

จวินเหิงกล่าวขำ ๆ “เรียกมันว่า แทปเล็ต” พลางผายมือไปทางสิ่งนั้น เหมือนว่าเขากำลังสอนให้เด็กอนุบาลเข้าใจในสิ่งแปลกใหม่

“แทป...เล็ต...” เสิ่นจือเหยียนทวนคำแปลกประหลาดนั้นช้า ๆ ราวกับกำลังอ่านคำภีร์ลี้ลับ

จวินเหิงมองท่าทางนั้นแล้วหลุดยิ้ม พลางคิดในใจ

...น่ารักดีแฮะ...เหมือนแมวโบราณที่พยายามทำความเข้าใจเครื่องบินรบเลย...

“นายสอบอะไรนะ?”

“สอบจอหงวน” เสิ่นจือเหยียนตอบโดยที่ยังไม่ละสายตาจากสิ่งที่ลอยวนอยู่ในอากาศ

หลี่จวินเหิงกล่าวเรียบ ๆ “อ๋อ สอบข้าราชการระดับสูง”

เสิ่นจือเหยียนชะงัก หันมามองทันที “เจ้ารู้ได้อย่างไร”

“ฉันศึกษาประวัติศาสตร์มาเหมือนกันนะ”

“แล้วเช่นนั้น เจ้าก็ต้องรู้อดีต และบางทีเจ้าอาจรู้อนาคตของข้าใช่หรือไม่”

คำถามนั้นทำให้ห้องเงียบลงทันที จวินเหิงลดสายตาก่อนตอบ “ก็...พอรู้บ้าง”

เสิ่นจือเหยียนรีบถามต่อทันทีจนแทบลืมหายใจ “ภายภาคหน้า บ้านเมืองของข้าจะเป็นเช่นไร”

“ประชาชนจะอยู่ดีกินดีหรือไม่” เขาถามต่อทันที ถึงแม้คำถามก่อนหน้าจะยังไม่ได้รับคำตอบก็ตาม

จวินเหิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเบา ๆ

“โลกเปลี่ยนไปมาก มีเหตุการณ์มากมาย ฉันจำได้ไม่หมดหรอก”

เสิ่นจือเหยียนเบิกตากว้างอย่างสนใจ “ดีขึ้น หรือเลวลง”

จวินเหิงคิดไปพักหนึ่ง ก่อนตอบเลี่ยง ๆ “ทั้งสองอย่างนั่นล่ะ”

เสิ่นจือเหยียนมองเขานิ่ง คนผู้นี้ ดูเหมือนมีทุกอย่าง ความรู้ อำนาจ และสิ่งที่เรียกว่าเทคโนโลยี แต่ในดวงตาคู่นั้น กลับไม่มีความสุขเลยแม้แต่น้อย ช่างน่าประหลาดใจยิ่งนัก

“เหตุใดเจ้าจึงหนีมาที่นี่” เสิ่นจือเหยียนถามในสิ่งที่เขาสงสัยมาตั้งแต่เมื่อคืน

จวินเหิงเลิกคิ้ว มองเขาอย่างสนใจ “นายรู้ด้วยเหรอ ว่าฉันหนีมา แอบสังเกตุฉันใช่มั้ยเนี่ย”

เสิ่นจือเหยียนแกล้งกระแอม แล้วตอบเลี่ยงๆ “เมื่อคืน เจ้าดูเหมือนคนไม่มีทีไป”

ลมเย็นวูบหนึ่งพัดผ่านห้องผ่านทางหน้าต่าง

ทั้งเอลล่าและเสี่ยวอวี้ต่างนั่งฟังอย่างเงียบ ๆ

จวินเหิงหัวเราะเบา ๆ “นายพูดตรงกว่าที่คิดแฮะ”

“ข้าเพียงกล่าวความจริง เจ้าดูเป็นคนไร้ที่ไปจริง ๆ”

“ในโลกของฉัน...” เขาหยุดเล็กน้อย “มีคนอยากกำหนดชีวิตฉัน”

“ผู้ใดกัน ครอบครัวเจ้างั้นรึ?”

จวินเหิงเงียบไปชั่วอึดใจ พร้อมเสียงครางในลำคอ “อืม...”

“เหตุใดเจ้าถึงไม่ปฏิเสธ เจ้าไม่ได้ดูเป็นคนอ่อนแอถึงเพียงนั้น” จือเหยียนถามด้วยความสงสัย

ชายหนุ่มจากอีกโลกหนึ่งแค่นยิ้ม พลางมองไปยังเบื้องหน้าแต่ไม่ได้จ้องมองที่สิ่งใด

“พยายามอยู่”

“แล้วเกิดอันใดขึ้น”

จวินเหิงหัวเราะแห้ง ๆ หันมายิ้มยิงฟัน “จะเกิดอะไรได้ล่ะ ก็ไม่ได้ผลไง สุดท้ายก็เลยถูกไล่ล่า แล้วก็เลยมาอยู่ที่นี่ไง”

เสี่ยวอวี้ถามเสียงสั่น ๆ หลังจากเงียบฟังมานาน

“คุณชายหลี่เป็นโจรหรือขอรับ”

“ไม่ใช่” จวินเหิงรีบหันขวับมาตอบ...แต่...

“คล้ายคลึงนิดหน่อยค่ะ” เอลล่าเสริม

จวินเหิงหันมาแยกเขี้ยวใส่เอไอผู้ช่วย ที่ลอยอยู่ในอากาศ “เฮ้!!!”

เสิ่นจือเหยียนหลุบตาลง เขาไม่เข้าใจสิ่งที่เรียกว่า “โลกอนาคต” แต่เข้าใจดีว่า การถูกบังคับให้ใช้ชีวิตที่ตนไม่ต้องการเป็นเช่นไร

“ข้าเองก็ไม่ได้อยากสอบ”

ทุกคนเงียบ แม้แต่จวินเหิงยังชะงัก

“แต่ท่านอ่านหนังสือทุกวันเลยนะขอรับ” เสี่ยวอวี้ร้อง

เสิ่นจือเหยียนยิ้มบาง สีหน้าไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ

“เพราะมันคือหน้าที่ ที่ท่านพ่อและท่านแม่ที่เสียไปตั้งความหวังไว้ให้ข้า”

“แล้วสิ่งที่นายอยากทำจริง ๆ อยากเป็นจริง ๆ คืออะไรล่ะ” จวินเหิงถาม พร้อมมองหน้าเขานิ่ง ๆ

คำถามนี้ ทำให้เสิ่นจือเหยียนอึ้งไป

นานมาก ราวกับไม่เคยมีใครถามเขาเช่นนี้มาก่อน สุดท้ายจึงตอบเบา ๆ

“ข้าเองก็ไม่เคยคิด”

จวินเหิงมองเขาเงียบๆ แววตาแสดงความสนใจเป็นประกายวูบหนึ่ง

ทันใดนั้นเอง ---

เสียงดังโครมครามจากด้านนอกทำให้เสี่ยวอวี้สะดุ้ง พร้อมรีบเดินออกไปตามเสียงนั้น

ผ่านไปพักหนึ่ง เขาก็วิ่งกลับมาหน้าตาตื่น

“คุณชาย!!คนของอ๋องห้ามาอีกแล้วขอรับ”

เสิ่นจือเหยียนสีหน้าเย็นลงทันที

“พวกมันมาเพราะสาเหตุใด”

“บอกว่าจะตรวจค้นเรื่องข้อหาทุจริตของท่านรองเสนาบดีขอรับ”

จวินเหิงมองอย่างสงสัย แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยถาม เสิ่นจือเหยียนเหมือนรู้ทันความคิด

“ท่านรองเสนาบดี คืออาจารย์ของข้า ท่านเปรียบเสมือนบิดาของข้าคนหนึ่ง”

“แล้ว อ๋องห้า?” ยังไม่ทันได้คำตอบ เอลล่ารีบรายงานทันที

“ค้นพบข้อมูลประวัติศาสตร์ค่ะ อ๋องห้าเป็นโอรสของมเหสีเอกของฮ่องเต้ และเป็นขุนนางกังฉินในยุคราชวงศ์ต้าเฉิง มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีประหารนักปราชญ์ และฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามหลายคดี”

เสิ่นจือเหยียนกำหมัดแน่น จวินเหิงสังเกตสีหน้าของอีกฝ่าย

“นายเกลียดหมอนั่นสินะ”

“เขาใส่ร้ายอาจารย์ข้า” น้ำเสียงดุดันอย่างที่ไม่เคยเป็น “วันหนึ่ง ข้าจะลากเขาลงจากอำนาจด้วยตนเอง”

จวินเหิงยิ้มมุมปาก แววตาเริ่มจริงจังขึ้นเล็กน้อย

“น่าสนใจดีนี่”

เสิ่นจือเหยียนถามเสียงเข้ม “สิ่งใดที่เจ้าเรียกว่าน่าสนใจ”

ชายหนุ่มจากโลกอนาคตกล่าวอย่างหนักแน่น “อย่าเข้าใจผิดสิ ฉันแค่คิดว่า ฉันอาจช่วยนายได้”

“เจ้าจะช่วยอย่างไร”

ชายหนุ่มยกแท๊ปเล็ตขึ้น หน้าจอเรืองแสงในมือเขา สะท้อนเข้าดวงตาของนักปราชญ์หนุ่มจากอดีต

“เริ่มจาก...ทำให้นายสอบติดก่อนดีไหม คุณชายเสิ่น”

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • มิติจันทรา เหนือกาลเวลา   NC ตอนพิเศษ: คืนแรกแห่งรัก

    NC ตอนพิเศษ : คืนแรกแห่งรัก หลังจากที่หลี่จวินเหิง ขอร้องแกมบังคับเอลล่า เอไอสาวคู่ใจให้ยอมปิดระบบตัวเองในคืนนี้ ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ตรง ๆ ที่เจ้าตัวยืนยันหนักแน่นว่า เขาอยาก “อยู่ลำพัง” กับเสิ่นจือเหยียนคนรักของตนเองสำเร็จ เอลล่าก็ยิ้มยิงฟันพร้อมพยักหน้า และปิดระบบของตนเองไปตามคำขอนั้นพร้อมเสียงหัวเราะคิก ๆ ทางฝั่งเสิ่นจือเหยียนเองก็กำลังจะบอกเสี่ยวอวี้ บ่าวชายของตนเองเช่นกัน “เอ่อ...เสี่ยวอวี้...คืนนี้เจ้าไม่ต้องอยู่รับใช้ข้าก็ได้นะ” เสิ่นจือเหยียนกล่าวเบา ๆ หลังจากที่เขาดับตะเกียงใบใหญ่ในห้องไปแล้ว เหลือเพียงตะเกียงน้อยที่อยู่ตรงหัวเตียง ส่องแสงเหลืองนวลตา พร้อมแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง “เหตุใดกันขอรับ” เสี่ยวอวี้ที่กำลังจะปูที่นอนข้างเตียง ที่ประจำของเขา “ข้าแค่....อยากจะ...” เจ้านายของเขาอึกอัก แต่สีหน้าเริ่มขึ้นสีชมพูเรื่ออย่างเห็นได้ชัด จนเสี่ยวอวี้อดถามด้วยความห่วงใยไม่ได้ว่า “คุณชายไม่สบายหรือขอรับ งั้นให้บ่าวไปตามหมอดีหรือไม่?” น้ำเสียงของบ่าวหนุ่มน้อยร้อนรนเต็มไปด้วยความห่วงใย “มะ...ไม่ต้อง...ข้าแค่...แค่อยากอยู่กับจวินเหิงเพียงลำพัง” พูดจบชายหนุ่มก็หน

  • มิติจันทรา เหนือกาลเวลา   ตอนพิเศษ: คืนหิมะแรก

    ตอนพิเศษ 1 “คืนหิมะแรก” หิมะแรกของปีถัดมา ตกลงมาอย่างเงียบงัน นอกหน้าต่างของห้องพักมิติโลกอนาคตถูกปกคลุมด้วยแสงสีออนส่วนโลกอดีตมีแต่เกล็ดหิมะสีขาวเสิ่นจือเหยียนยืนมองภาพของอีกฝั่งนิ่ง ๆ แม้กลับมาเชื่อมต่อกันได้อีกครั้ง แต่เขาก็ยังไม่ชินกับโลกของจวินเหิงเสียทีเดียวโดยเฉพาะ “ในฤดูหนาว” ของโลกอนาคต“หนาวมั้ย?” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากทางด้านหลังก่อนผ้าคลุมตัวหนาผืนหนึ่งจะถูกพาดลงบนไหล่เสิ่นจือเหยียนหันกลับมา พบจวินเหิงในชุดลำลองสีเข้ม กำลังมองเขาด้วยสายตาอ่อนโอน“โลกของเจ้าประหลาดจริง”“ตรงไหน”“แสงไม่เคยดับเลย”จวินเหิงหัวเราะเบา ๆ ก่อนเดินมายืนข้างเขา “แล้วชอบไหม”เสิ่นจือเหยียนเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนตอบเสียงเบา “หากที่นั่นมีเจ้า...มีหรือที่ข้าจะไม่ชอบ”จวินเหิงชะงัก ก่อนยกยิ้มช้า ๆ “เดี๋ยวนี้พูดเก่งขึ้นนะ”“ข้าเพียงพูดความจริง” เสิ่นจือเหยียนตอบ ในขณะที่สายตายังไม่ละจากใบหน้าเขา“อันตรายชะมัด” จวินเหิงเอามือมาจับที่หน้าอกของตัวเอง“?”“นายทำฉันหัวใจเต้นแรงเกินไปแล้ว” ยังไม่ทันตั้งตัว จวินเหิงก็โน้มตัวเข้ามาใกล้ จนปลายจมูกแทบแตะกันลมหายใจอุ่นปะทะใบหน้าเบา ๆเสิ่นจือเหยียนชะงักทันที

  • มิติจันทรา เหนือกาลเวลา   เหนือกาลเวลา

    ตอนที่ 35 (บทสรุป) : “เหนือกาลเวลา” ทุกอย่างขาวโพลน ไร้เสียง ไร้แรงโน้มถ่วง เหมือนโลกทั้งใบถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ หลี่จวินเหิงรู้สึกได้เพียง ความเย็นเยียบ ที่ค่อย ๆ กลืนร่างกาย และสัมผัสจากมือของเสิ่นจือเหยียน...ที่กำลังหลุดหายไปทีละน้อย... “เสิ่นจือเหยียน!!!” เขาพยายามคว้าไว้สุดแรง แต่ปลายนิ้วกลับแตะได้เพียงแสงสีทอง ก่อนทุกอย่างจะดับวูบลง ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด... เสียงเครื่องมือแพทย์ดังแว่วมา เปลือกตาของจวินเหิงขยับช้า ๆ ก่อนลืมขึ้นอย่างยากลำบาก แสงสีขาวของห้องพยาบาลทำให้เขาตาพร่าไปชั่วครู่ จากนั้น...เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นทันที “ในที่สุดคุณก็ฟื้นค่ะ คุณชายหลี่” เอลล่า เอไอสาวผู้ชายของเขานั่นเอง จวินเหิงรีบลุกพรวด “เสิ่นจือเหยียนล่ะ!?” “เดี๋ยวก่อนค่ะ...คุณเพิ่งฟื้น—“ “เขาอยู่ไหน!!” ห้องเงียบลงทันที เอลล่าชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเบา ๆ “...ประตูเวลาปิดแล้วค่ะ” หัวใจของจวินเหิงร่วงวูบทันที เขานิ่งค้างอยู่แบบนั้น เหมือนทุกเสียงรอบตัวหายไปหมดในพริบตา “ไม่พบสัญญาณเชื่อมต่ออีกแล้ว” เอลล่ากล่าวแผ่วเบา “สถานีวิจัยหยุดทำงานทั้งหมด...” เอไอสาว กลั้นเสียงสั่นก่อนกล่าวต่อ “และเส้นเว

  • มิติจันทรา เหนือกาลเวลา   ห้านาทีก่อนจากลา

    ตอนที่ 34 : “ห้านาทีก่อนจากลา” [ระบบจะปิดลงใน 240 วินาที] เสียงแจ้งเตือนยังดังต่อเนื่องในห้องใต้ดินที่กำลังพังทลาย ฝุ่นควันลอยคลุ้ง เศษหินตกลงมาไม่หยุด แต่หลี่จวินเหิง กับเสิ่นจือเหยียนกลับยังยืนนิ่ง มองกันอยู่ตรงนั้น ราวกับไม่ได้ยินเสียงอื่นอีกแล้ว เสี่ยวอวี้มองซ้ายมองขวาอย่างลนลาน “พวกเราควรหนีก่อน หรือควรร่ำลาก่อนดีขอรับ!?” เอลล่าตอบเรียบ ๆ พยายามทำเสียงให้สงบ ถึงแม้จะปิดความสั่นในนั้นไม่ได้เลยสักนิด “ทำสองอย่างพร้อมกันเลยก็ได้นะคะ” จวินเหิงหัวเราะเบา ๆทั้งที่ใบหน้าซีดจากการเสียเลือด และบาดแผลที่มี “ตอนนี้พวกนายยังมีอารมณ์เล่นมุกกันอีกหรือ” ก่อนเดินเข้าไปหาเสิ่นจือเหยียนช้า ๆ ยิ่งใกล้...หัวใจยิ่งเจ็บ เพราะนี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายแล้วจริง ๆ เสิ่นจือเหยียนมองเลือดบนใบหน้าและร่างกายอีกฝ่าย ดวงตาสั่นไหวอย่างปิดไม่มิด “เจ้าบาดเจ็บหนัก” “ยังไม่ตาย” ชายหนุ่มตรงหน้าพยายามฝืนยิ้ม “เจ้ายังจะพูดเล่นอีก...” น้ำเสียงนั้นเบาลง จนแทบฟังไม่ออก จวินเหิงหยุดยืนตรงหน้าเขา ก่อนยกมือแตะแก้มอีกฝ่ายเบา ๆ เหมือนเคย สัมผัสนั้นอ่อนโยนจนน่าใจหาย “นายร้องไห้เหรอ” เสิ่นจือเหยีย

  • มิติจันทรา เหนือกาลเวลา   เดิมพันด้วยชีวิต

    ตอนที่ 33 : “เดิมพันด้วยชีวิต” เสียงเครื่องจักรดังกึกก้องไม่หยุด ห้องใต้ดินเริ่มพังลงที่ละส่วน เศษหินร่วงล่นรอบด้าน ราววันสิ้นโลก แต่สายตาของหลี่จวินเหิงยังคงจับอยู่ที่อ๋องห้าเพียงคนเดียวอีกฝ่าย ยืนอยู่กลางแสงสีทอง พลังงานมหาศาลหมุนรอบกาย ดวงตาเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่ง และเสียสติ“ข้า...คือผู้ถูกเลือก” อ๋องห้าหัวเราะลั่น “พลังแห่งสวรรค์กำลังตอบรับข้า!!!”เอลล่าถึงกับพึมพำ “ตอบรับบ้านคุณสิคะ...มันกำลังจะระเบิดต่างหาก...”เสี่ยวอวี้พยักหน้ารัว ๆ “ข้าเห็นด้วย!!จวินเหิงสูดลมหายใจลึก ก่อนเปิดใช้งานอุปกรณ์ในมือทันที ติ๊ด— แท่งโลหะสีเงิน เริ่มกางออกช้า ๆ วงแหวนพลังสีฟ้าหมุนรอบตัวมันเอลล่ารายงานทันที “เครื่องตัดคลื่นมิติเริ่มทำงานค่ะ”“เสถียรภาพ???”“ต่ำมากค่ะ!!!”“ดี...”“ดีตรงไหนคะ!?” ชายหนุ่มไม่ตอบ เพราะตอนนี้ เขากำลังคำนวณทุกอย่างในหัวอย่างรวดเร็ว เพราะหากพลาดนิดเดียว...ประตูเวลาอาจจะระเบิดพร้อมกัน ทั้งสองยุคและทุกคนจะตายหมด เสิ่นจือเหยียนมองแผ่นหลังของเขานิ่ง ก่อนกำมือแน่น ปลายเล็กจิกเข้าไปในเนื้อเขาเกลียดความรู้สึกนี้ ความรู้สึกที่ช่วยอะไรไม่ได้ ทั้งที่อีกฝ่ายกำลังเสี่ยงชีวิตอย

  • มิติจันทรา เหนือกาลเวลา   เส้นเวลาที่กำลังพังทลาย

    ตอนที่ 32 : “เส้นเวลาที่กำลังพังทลาย” ครืดดด....!!! เสียงเครื่องจักรดังก้องไปทั่วห้องใต้ดิน แสงสีทองจากแกนพลังงานสว่างขึ้นเรื่อย ๆ จนน่าแสบตาพื้นเริ่มแตกร้าว เศษหินร่วงหล่นต่อเนื่อง ราวกับสถานที่แห่งนี้ พร้อมจะพังลงได้ทุกเมื่อเอลล่ารายงานเสียงรัวว เร็ว และตื่นตะหนกเล็กน้อย“ค่าความเสถียรกำลังลดลงอย่างต่อเนื่องค่ะ!! ประตูเวลากำลังเชื่อมสองยุคเข้าหากันโดยตรง”จวินเหิงกัดกราม สีหน้าฉายแววกังวลอย่างชัดเจน “หยุดระบบได้ไหม”“ต้องปิดแกนพลังงานค่ะ”“แล้วทำไมยังไม่ปิด!!!”“เพราะมีคนกำลังจะเอามันไปค่ะ” ทุกคนหันขวับทันที และพบว่า อ๋องห้า กำลังเอื้อมมือยังผลึกสีทอง ดวงตาเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่ง แววตาแดงก่ำ“พลังนี้...ต้องเป็นของข้า...เป็นของข้าเท่านั้น!!!”เสิ่นจือเหยียนพุ่งเข้าไปทันที “หยุดนะ!!” แต่จังหวะนั้น--- ฟึ่บ!! พลังงานสีทองพลันระเบิดออกจากผลึกตู้มมมมมม!!! แรงกระแทกมหาศาลซัดทุกคนปลิวกระเด็น เสี่ยวอวี้ร้องลั่น “พวกเรากำลังจะตายแล้วขอรับบบบ”จวินเหิงรีบคว้าตัวเสิ่นจือเหยียนไว้ ก่อนอีกฝ่ายจะกระแทกกำแพง ทั้งคู่ล้มลมพร้อมกัน เสียงหัวใจดังชัดจนแยกไม่ออกว่าเป็นของใครเสิ่นจือเหยียนเงยหน

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status