เข้าสู่ระบบ
เสียงกลองรัวเป็นจังหวะสามช่าดังลั่นลานใต้ตึกคณะ นอร์ธในชุดนักศึกษาปล่อยชายเสื้อยืนกอดอกอยู่ท้ายแถว สายตาคมกริบกวาดมองกลุ่มเด็กปีหนึ่งที่กำลังนั่งหน้าดำคร่ำเครียดกับเกมละลายพฤติกรรม จนกระทั่งไมโครโฟนของเพื่อนประธานเชียร์ประกาศเรียกหมายเลขของกลุ่มให้ส่งตัวแทนมาเต้นโชว์
“เรานั่นแหละ ใช่เรา...ลุกเลยครับ อย่ามัวแต่เกี่ยงกัน”
ร่างเพรียวบางในชุดนักศึกษาใหม่เอี่ยม เสื้อสีขาวถูกระเบียบติดกระดุมถึงคอ และกระโปรงพลีทยาวคลุมเข่า ค่อยๆหยัดกายลุกขึ้นมา ท่ามกลางเสียงเชียร์ของเพื่อน ก่อนเสียงปรบมือจะดังระงมทันทีที่ปรากฏร่างเล็กนั้น
ร่างเล็กขยับแว่นหนาเตอะ ก่อนจะก้มหน้าก้มตากึ่งเดินกึ่งวิ่งจากปลายแถวไปยังหัวแถว ข้างหน้าที่มีรุ่นพี่หลายคนยืนรออยู่ ป้ายชื่อกระดาษแข็งเขียนด้วยลายมือหวัดๆห้อยด้วยเชือกฟางสีชมพูขยับปลิวตามแรงเดิน จนมันพันกันยุ่งเหยิงสุดท้ายป้ายคว่ำไม่สามารถมองเห็นชื่อ จนรุ่นพี่ต้องเป็นฝ่ายจับมันมาแก้ให้แล้วก้มลงมองเอง
“น้องพรีม?”
“ค่ะ พรีมค่ะ”
เธอเอ่ยเสียงเบาจนรุ่นพี่ต้องยื่นไมโครโฟนไปจ่อปาก
“อีกที...ชื่ออะไรนะครับ”
ท่าทางเขินอาย และใบหน้าที่ไร้การเติมแต่งเปลี่ยนสีเป็นแดงระเรื่อ เป็นที่สะดุดตาของนอร์ธตั้งแต่แรกเห็น
“ชื่อ...พรีมค่ะ”
“ชื่อจริงละครับ”“กานต์พิชชา วรเวชต์โสภณ..ค่ะ”
“ชื่อโคตรจำยากเลยว่ะ...รหัสล่ะครับ”
ก่อนประโยคนี้ของรุ่นพี่จะเรียกเสียงหัวเราะของคนทั้งลาน ดูท่าเธอคนนี้จะถูกมองออกว่าเป็นคนหน้าตาดีแม้จะมีแว่นหนาเตอะ และนั่นกลับเรียกร้อยยิ้มของนอร์ธไปด้วย ร่างสูงที่ยืนตระหง่านอยู่ด้านหลัง เขาแทบไม่ต้องทำอะไรเลยก็เป็นที่จับตามองให้กับผู้คนที่เดินผ่าน และทุกคนที่หันมาเห็น ด้วยเอกลักษณ์รูปร่างและหน้าตาหล่อเหลาของเขาเอง เผลอยกยิ้มอบอุ่นให้กับความเขินอายของรุ่นน้องคนนี้ ที่มีมากขึ้นไปอีกหลังจากถูกแซว
“0805 ค่ะ”
“โอเคครับ.. พี่อยากกินไก่อ่า เสิร์ฟไก่ย่างให้พี่หน่อย เอ้าพวกเรา.. ไก่ย่างถูกเผา สาม สี่!”
.
.
“หึ..”
ภาพเด็กสาวชุดนักศึกษาที่กำลังเต้นท่าไก่ย่างเก้ๆกังๆ แบบร่างกายไม่เป็นมิตรกับสมอง และเสียงใสๆที่ตะโกนชื่อตัวเองแข็งกับเสียงกลอง มันเป็นความทรงจำที่ทำให้เขาไม่มีวันลืม
ทว่า...รอยยิ้มนั้นกลับหุบลงฉับพลันในวินาทีต่อมา
สายตาของนอร์ธเหลือบไปเห็นกระเป๋าใส่ปืนสไนเปอร์วางอยู่ ความเย็นยะเยือกก็แล่นปราดเข้าสู่ร่างกายทันที แววตาที่อ่อนโยนเปล่งแสงประกายในทีแรกหม่นหมองลง เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้น ความโหยหาที่ดูดดึงออกไปแทนที่ด้วยความว่างเปล่าเหมือนเดิม
เขากระตุกยิ้ม มือหนายกขึ้นมาลูบหน้า ความรู้สึกบางอย่างส่งผ่านมือสากนั้น มือที่แปดเปื้อนเลือด หากต้องไปกุมมือบางที่แสนบริสุทธ์ มีแต่จะทำให้มือของเธอติดกลิ่นเหม็นคาวไปด้วย
และนี่คือเหตุผลที่จำเป็นต้องสั่งตัวเองให้หยุดชอบ และเก็บความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้ เหลือเพียงความทรงจำ เพราะในโลกที่มืดมนของเขา ไม่มีสิทธิ์ลากเธอที่แสนซื่อบริสุทธิ์มาเกี่ยวข้องอยู่แล้ว
.
.
หลายวันต่อมา
พรีมยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม คือไปมาระหว่างมหาลัยและผับจนกระทั่งถึงวันหยุด กลางวันวันนี้เธอจึงอยู่แต่ในห้อง โชคดีที่ก่อนหน้าไม่ได้ถูกเจ้าหนี้คุกคาม แต่ว่านั่นก็เพียงชั่วคราว ไม่นานพวกมันคงมาดักรอใหม่
ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปทั่วห้อง เป็นครั้งแรกที่ไม่ได้รีบร้อนเลยมองทุกอย่างภายในห้องได้ชัดขึ้น หากแต่ความสบายใจไม่ได้ถูกหยุดเพียงแค่นั้น เธอยังมีความคิดที่เวียนวนและก่อกวนจนเครียด คือรายได้ที่ได้มาจากงานพาร์ทไทม์ซึ่งถูกจ่ายแค่เพียงรายชั่วโมง ไม่ได้ทิปเหมือนกับตอนทำตำแหน่งพีอาร์ คืนนั้นคืนเดียวที่ได้มาจ่ายค่าข้าวตั้งหลายวัน ถ้าทำอีกสักอาทิตย์หรือสองอาทิตย์คิดว่าคงพอค่าดอกเบี้ยหนี้ก้อนนั้นแน่ ส่วนต้นก็ได้จากเงินเดือน ถึงจะเจียดมาจ่ายค่าห้องก็ยังคงพอ
ทว่าเธอย้ายแผนกแล้ว สาเหตุเพราะความกลัวในคืนนั้น ทำให้เธอต้องมาเป็นแม่บ้านในตอนนี้
“เฮ้อ..”
พอมีเวลาก็ยิ่งทำให้ต้องคิดไม่ตก ร่างบางในชุดเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์กับกางเกงขาสั้น นอนแผ่หราอยู่บนเตียงในลักษณะกลอกตาไปมามองเพดาน จนกระทั่ง..เผลอหลับไป
มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนได้ยินเสียงคนพูดคุยกันอยู่หน้าห้อง และเสียงลากอะไรสักอย่างคล้ายกำลังย้ายของ ถึงจะยังรู้สึกหนักอึ้งกับเปลือกตา แต่ก็ยังอุตส่าห์ฝืนตัวเอง ร่างบางดึงตัวเองลุกขึ้นมานั่ง รอให้หายมึนงงอยู่พักหนึ่งถึงจะหันไปมองเวลา พบว่าเธอหลับไปนานถึงสามชั่วโมง
อะไรมันจะหลับเหมือนซ้อมตายขนาดนี้ ไม่พอ..เธอยังรู้สึกเหมือนเพิ่งนอนเอง และพอได้ยินมากๆเข้าถึงอดที่จะสงสัยไม่ได้ ความอยากรู้ทำให้ต้องลุกขึ้นเดินไปมองตาแมว ก็พบว่าเป็นเพื่อนร่วมงานที่กำลังลากกระเป๋า และบางห้องถูกเปิดอ้าคล้ายกำลังย้ายของ
ความอยากรู้แต่ไม่อยากออกไปจึงทำให้เธอได้แต่ยืนมอง เห็นเป็นน้ำหวาน และกล้วย ที่ยืนหันหลังอยู่ ส่วนคนอื่นได้ยินเสียงอยู่ข้างในห้อง เดาได้ว่าพวกหล่อนกำลังย้ายมาอยู่ที่นี่ พักชั้นเดียวกันกับเธอ คำถามที่มีคือย้ายทำไม หรือเจ้อนุญาตแล้ว?
..และแน่นอนว่าการไม่อยากเผชิญหน้าชนะความอยากรู้ทั้งหมด เธอเลือกที่จะเดินกลับมานั่งอยู่ปลายเตียง ก่อนหาอะไรทำแก้เบื่อ ซึ่งหนีไม่พ้นการเก็บกวาดและทำความสะอาดห้อง จัดห้อง
“ของสะสมค่ะ”เขาเปิดฝากล่องออกดูเพียงครู่เดียว ก่อนปิดลงเหมือนเดิม“เอาไป”“ยังไม่ได้ดูเลยว่ามีอะไร”“ของหนู ก็ต้องสำคัญกับหนูสิ”ประโยคนั้นทำให้มือของพรีมหยุดลง เธอมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่กำลังถือกล่องออกไป ความรู้สึกบางอย่างค่อย ๆ อุ่นขึ้นในอก ไม่นานนัก ห้องที่เคยเต็มไปด้วยข้าวของของเธอก็ค่อย ๆ ว่างลง ตู้เสื้อผ้าเหลือเพียงไม่กี่ชุด ชั้นหนังสือโล่งขึ้น โต๊ะเครื่องแป้งเหลือเพียงของจำเป็นพรีมยืนมองห้องนั้นอยู่ตรงกลางสถานที่แห่งนี้เคยเป็นทั้งบ้าน เป็นที่หลบซ่อน และเป็นความทรงจำที่เธอไม่อยากย้อนกลับไปหาแต่วันนี้...เธอกำลังเดินออกจากมันด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไป นอร์ธเดินกลับมาหยุดข้างเธอ“พร้อมหรือยัง”พรีมมองไปรอบห้องอีกครั้ง“ค่ะ”เธอปิดไฟ ก่อนเดินออกมา แต่เมื่อถึงหน้าประตู เธอกลับหยุดแล้วหันกลับไปมองอีกครั้งนอร์ธไม่ได้เร่ง เขายืนรออยู่ตรงนั้น...พัชร พรีมช่วยพัชรได้แค่นี้นะ ไม่ว่าพัชรกำลังทำอะไรอยู่ พรีมจะไม่เป็นตัวถ่วงพรีมยิ้มบาง ๆ ก่อนปิดประตูลง เสียงกลอนประตูดัง กึก เหมือนเป็นการปิดฉากชีวิตช่วงหนึ่งของเธอไว้ และเปิดประตูให้กับอีกช่วงหนึ่งที่ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้างแต่ครั้ง
และในที่สุดก็กลายเป็นความโกรธอย่างชัดเจน นี่เขาพลาดไปตอนไหน ทำไมถึงไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน“เคยเป็นผู้หญิงของมันงั้นหรือ..”เขาลุกขึ้นยืน คำนี้หลุดออกมาจากริมฝีปากราวกับเป็นเรื่องน่าขันที่สุดในโลก เขาเดินไปยังหน้าต่างบานสูง มองออกไปยังสวนมืดด้านนอก ภาพในอดีตย้อนกลับเข้ามา พัชร...พี่ชายของพรีม ชายที่เขาจับเอาไว้บนเรือ และบีบให้ยอมทำตามเงื่อนไขของเขา เพราะสิ่งเดียวที่เขาต้องการคือพรีม เขาต้องการให้พัชรยอมยกน้องสาวให้เขา แต่สุดท้าย...ปาร์คหลับตาลงชั่วครู่ และกรามขบแน่นยาก..ยากกว่าเดิมจู่ๆก็รู้สึกแค้นใจที่ถูกปิดบัง พัชรพี่ชายของพรีมไม่เคยพูดเรื่องนี้“ไอ้พัชรมันรู้ไหมว่าผัวน้องมันเป็นมือปืน”“ไม่แน่ใจครับ” เพล้ง!แก้วคริสตัลในมือถูกขว้างกระแทกกำแพง เศษแก้วแตกกระจายลงบนพื้นเสียงดังสนั่นลูกน้องทุกคนสะดุ้ง แต่ไม่มีใครกล้าขยับ ปาร์คหอบหายใจเล็กน้อย ก่อนใช้มือปาดริมฝีปากตัวเอง“น่าขำชะมัด”เขาหันกลับมา ดวงตาเต็มไปด้วยความหึงหวงจนแทบปิดไม่มิด“เธอจำฉันไม่ได้ หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้จักฉันกันแน่”ไม่มีคำตอบ เพราะไม่มีใครกล้าเสี่ยงตอบผิด ปาร์คเดินกลับมาที่โต๊ะ ก่อนหยิบขวดเหล้าขึ้นมาเทลงแก้วใหม่
นอร์ธไม่ได้หันกลับไปมองชายกลุ่มนั้นอีกเขาเพียงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาทางพรีมที่ยังยืนมองเขาด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ“เข้าไปข้างในเถอะ”น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พรีมพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินนำเข้าไปในบ้านของตัวเอง นอร์ธตามหลังเธอเข้ามา ก่อนจะเป็นคนปิดประตู เสียงประตูปิดลงเบา ๆ ตัดโลกภายนอกออกไปในทันที แต่คำถามในหัวของเขากลับไม่ได้เงียบลงไปทั้งหมดถ้าต้องการเงินจริง ทำไมยังยืนมองเธออยู่แบบนั้น?เขาจำแววตาของพวกมันได้ มันไม่ใช่สายตาของเจ้าหนี้ที่เพิ่งได้รับเงินครบแล้วกำลังจะกลับ มันเหมือนคนที่กำลังตรวจสอบอะไรบางอย่างหรือบางที...กำลังรอให้แน่ใจว่า พรีมยังอยู่ที่นี่ และอยู่คนเดียว“พี่นอร์ธ?”เสียงเรียกของเธอดึงเขากลับมาชายหนุ่มกะพริบตาช้า ๆ ก่อนมองไปรอบๆบ้าน บ้านหลังนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร เฟอร์นิเจอร์เก่าบางชิ้นถูกใช้งานจนเห็นร่องรอยของเวลา บนโต๊ะมีของใช้ไม่กี่อย่าง ทุกอย่างเรียบง่ายจนแทบไม่มีสิ่งไหนบอกได้ว่าเจ้าของบ้านเคยมีชีวิตเป็นอย่างไรเขาไม่เคยเห็นมันไม่เคยรู้ว่าเธออยู่ที่นี่อย่างไรและตลอดสองปีที่ผ่านมา...เขาไม่เคยรู้เลยว่าเธอต้องใช้ชีวิตแบบไ
ตาต้านั่งนิ่งอยู่กับโทรศัพท์ในมือ เธอมองหน้าจอที่ดับลงด้วยความรู้สึกประหลาดใจไม่เข้าใจว่าทำไมพัชรถึงพูดเหมือนกำลังบอกลา และไม่รู้เลยว่าในวินาทีเดียวกันนั้นคนที่เธอเพิ่งคุยด้วยกำลังถูกลากตัวออกจากห้องใต้ท้องเรือ ไปโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน รวมถึงพรีมเองก็ด้วย. ค่ำแล้วกว่าพรีมจะเดินออกจากอาคารเรียนพร้อมตาต้าแล้วก็โบกลากันเหมือนอย่างเคยเมื่อพ่อของเธอมารับ แสงไฟสีส้มจากเสาไฟริมถนนทอดยาวลงบนพื้นเปียกชื้น หลังฝนเพิ่งหยุดตกไปไม่นาน หญิงสาวสะพายกระเป๋าขึ้นบนไหล่ พลางกวาดตามองไปรอบๆ อย่างเหนื่อยล้าก่อนจะเห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่ไม่ไกลจากประตูมหาวิทยาลัยกระจกฝั่งคนขับลดลง คนที่อยู่หลังพวงมาลัยมองเธอผ่านกระจกด้วยสายตานิ่งๆ“ขึ้นรถครับ”พรีมยิ้มบางๆ“มารับจริงๆด้วย”“บอกแล้วไงว่าจะมา”เธอเปิดประตูขึ้นนั่ง ก่อนจะคาดเข็มขัด รถเคลื่อนออกจากมหาวิทยาลัยไปอย่างเงียบๆระหว่างทาง พรีมมองแสงไฟนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย จนกระทั่งเมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่ถนนเส้นเดิม เธอก็หันมามองเขา“วันนี้กลับบ้านเก่านะคะ อย่าลืม”นอร์ธเหลือบมองเธอ“ครับ”เขาไม่ได้ถามอะไรต่อ เพียงเปลี่ยนเส้นทางตามที่เธอบอก แต่
หลังจากทานข้าวเสร็จ พวกเขาก็แยกกันที่โรงอาหาร ในขณะพรีมกับตาต้ากลับมาที่ห้องเรียน คนที่เป็นเพียงศิษย์เก่าอย่างนอร์ธ ก็ขับรถออกจากมหาลัยไป ครั้งนี้เขาไม่ได้กลับที่พักหรือไปธุระที่อื่นอาทิเช่นโต๊ะสนุ๊ก สถานที่ที่เคยไปมั่วสุมกับเพื่อนสนิทของเขา แต่เลือกที่จะไปหาคนที่สืบเรื่องราวของคนอื่นเพื่อที่จะนัดรับข้อมูลแทนการลืมของเธอทำให้เขาอยากย้อนอดีตขึ้นมาจริงๆแล้วครั้งนี้ ต่อให้ผลเสียที่ตามมาหนักหน่วงสักแค่ไหน ก็จะไม่สนใจอีกรถสีดำจอดนิ่งอยู่บนถนนลูกรังที่ทอดผ่านพื้นที่รกร้างนอกชานเมือง รอบด้านเงียบจนได้ยินเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดหญ้าเป็นระยะ นอร์ธยืนพิงข้างรถอยู่คนเดียว บุหรี่ในมือถูกจุดขึ้นเป็นมวนที่สอง ทั้งที่มวนแรกยังทิ้งกลิ่นควันจางๆเอาไว้บนเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มของเขาชายหนุ่มสูดควันเข้าปอดลึกกว่าปกติ ก่อนจะผ่อนออกช้าๆ ดวงตาสีเข้มทอดมองไปยังถนนว่างเปล่าตรงหน้า แต่สิ่งที่อยู่ในหัวกลับไม่ใช่ภาพตรงนั้นเลย“สองปี…”คำพูดของนักสืบยังวนกลับมาอยู่ในหัวข้อมูลที่เขาเพิ่งได้รับไม่ได้มากพอจะตอบทุกอย่าง แต่กลับมากพอที่จะทำให้เรื่องที่เขาพยายามฝังมาตลอดสองปีเริ่มตอผุดขึ้นมาอีกครั้งโดยเฉพาะคำหนึ่งที่อ
คราวนี้ดวงตานีน่าลุกเป็นไฟ เธอขึงตาใส่อีกคน ความอับอายเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่นั้น เมื่อหันมองรอบๆ แล้วเห็นว่านักศึกษาหลายคนกำลังให้ความสนใจอยู่ ถึงการประจานของตาต้าจะไม่ได้เสียงดังมาก แต่เชื่อว่าคนที่อยู่ใกล้เคียงจะได้ยินหล่อนเกือบจะกรี๊ดแล้ว ถ้าไม่ติดว่าคนที่กำลังพูดถึงกำลังเดินเข้ามา และใกล้กว่าเดิมแล้ว ไม่อย่างนั้น คงได้เปิดศึกหยุมหัวกันตาต้าขยิบตาให้ ก่อนจะเดินเร็วไปหาพรีม แล้วหมุนตัวเดินขนาบข้าง โดยตอนนั้นคนที่เดินตามหลังมาติดๆคือร่างสูง เขาไม่ได้สนใจใครเลย นอกจากมองบรรยากาศที่แสนจะคุ้นเคย แต่ตอนนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไปสำหรับเขา“ไง ยัยไวไฟ พามาได้ไงเนี่ย”ตาต้าใช้หัวไหล่เล็กกระแทกต้นแขนพรีม บีบเสียงล้อเลียน เป็นจังหวะเดียวกับที่สายตาพรีมปะทะกับนีน่าพอดี เธอรู้ทันทีว่าฝ่ายนั้นไม่พอใจเธอ เพียงแต่ไม่รู้ว่าสาเหตุนั้นไม่ใช่เรื่องเมื่อคืนที่ทะเลาะกัน แต่เป็นความหึงหวง และอิจฉา ยิ่งมารู้ทีหลังว่าแฟนของพรีมตามที่พัชรเคยเล่าว่าน้องสาวกำลังมีความรัก สมัยยังคงคบกันนั้นเป็นคนนี้ ก็ยิ่งทวีคูณความริษยาเข้าไปอีกหล่อนหมายปองนอร์ธมานาน เพียงแต่เข้าไม่ถึงตัวทว่าเด็กปรุงจืดอย่างพรีม ที่หล่อนมักมองว







