LOGIN
ติ้ง!
เสียงแจ้งเตือนจากข้อความพยายามโทรกลับผุดขึ้นมาบนหน้าจอ ระหว่างชาร์จและกรอกใบสมัครไปด้วย พรีมลากสายตาไปมองก็เห็นว่าเป็นเพื่อนสนิทของเธอ
ต้า 3 สายไม่ได้รับ
หญิงสาวหยิบมันขึ้นมาเตรียมจะโทรกลับ แต่พอนึกถึงตอนที่ต้องเล่าเรื่องให้หล่อนฟัง ทั้งที่ยังไม่พร้อม แล้วมาจบลงตรงนี้ บอกว่าเธอมาสมัครงานในตำแหน่ง PR มีหวังจะต้องโดนบ่นหูชาแน่ จึงเปลี่ยนใจวางมันไว้ที่เดิมแล้วหันมาสนใจใบสมัครแทน
ครืด... ครืด... ครืด...
ทว่าข้อความเปิดเครื่องของเธอคงไปขึ้นที่นั่น ต้าถึงได้โทรกลับมา พรีมเห็นชื่อนั้นบนจอกลับมองเฉยๆ ปล่อยให้มันดับไปเอง ผ่านไปสิบวินาที กลับมีการสั่นสะเทือนอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นพี่ชายของเธอไม่ใช่เพื่อนสนิท
“พัชร!”
(แฮ่ก.. แฮ่ก.. พรีม)
เพียงแค่ได้ยินเสียงการหายใจที่กระชั้น คิ้วบางก็ขมวดเข้าหากันทันที หญิงสาวถึงกับวางปากกา ตั้งใจคุยสายนั้นก่อน
“พัชร ได้ยินพรีมไหม”
(พรีม เป็นอะไรหรือเปล่า)
“ไม่ พรีมไม่เป็นไร พัชรตอนนี้พรีมเลิกเรียนแล้ว แต่ไม่ได้กลับบ้านนะ พวกมัน..”
(แล้วตอนนี้พรีมอยู่ไหน)
“พรีมอยู่ซอยข้างๆ หนีพวกมันมา ตอนนี้พรีมกำลังสมัครงานอยู่”
(งานเหรอ? งานอะไร...)
“เอ่อ...งาน”
(ช่างเถอะ มีที่พักหรือเปล่า)
“หะ...หมายความว่าไง”
(ที่ทำงานพรีมน่ะ มีที่ให้ค้างหรือเปล่า ถ้ามีพัชรอยากให้พรีมอยู่ที่นั่นไปก่อน แต่ถ้าไม่ ไปขอความช่วยเหลือจากต้านะ เดี๋ยวพัชรจะรีบกลับไป ขอเคลียร์ทางนี้ให้เสร็จ พรีมอย่าให้พวกมันเจอนะ อย่าให้มันเจอจนกว่าพัชรจะกลับไป)
เธออยากถามว่าทำไมมาก แต่ดูท่าทางเขารีบร้อนขนาดนั้นแล้ว..
“ละ แล้วตอนนี้พัชรอยู่ไหน”
เธอจึงพับเก็บความอยากรู้นั้นเอาไว้ ดึงเฉพาะคำถามที่อยากรู้ออกมาจริงๆ ทว่ากลับไม่ได้คำตอบอยู่ดี
(พรีม พัชรต้องวางแล้วอ่ะ ไว้พัชรจะหาทางโทรไปนะ)
“ดะ เดี๋ยวสิ...ไหนว่ามีเงินห้าพันก็จบไง แล้วตอนนี้พัชรอยู่ไหน แล้วทำไมต้องหาทางโทร พัชร พัชร.. ฮัลโหล”
ตรู๊ด... ตรู๊ด...
“อ๊ะ..........”
เพราะพี่ฝาแฝดของเธอเลือกที่จะไม่บอก
ไม่แม้แต่จะปริปาก
“เหมือนคนไม่มีสมองเลยแฮะ..”
ใช่ พัชรมักทำให้เธอคิดแบบนั้น คิดว่าตัวเองไร้ประโยชน์ซะจนพี่ชายของเธอไม่กล้าที่จะเล่าอะไรให้ฟัง
หญิงสาวส่ายศีรษะ ก้มหน้าก้มตาเขียนใบสมัครต่อ หลังที่ลดโทรศัพท์ลงจากหูแล้ว เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ปานวาดเดินกลับเข้ามาพอดี
“ว่าไงสาวน้อย..” หล่อนเดินเข้ามาอย่างกระฉับกระเฉง อ้อมมานั่งตรงข้ามกันกับเธอ คือโต๊ะทำงานของหล่อนนั่นเอง “เสร็จแล้วเหรอ”
“เสร็จแล้วค่ะ”
“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ ก่อนไปเห็นยังดีๆอยู่เลย”
“คือ..หนูมีเรื่องจะถามค่ะ”
“ว่า...”
คราวนี้ปานวาดไม่ได้หยิบบุหรี่ แต่หยิบแก้วและไวน์ขึ้นมาเปิดแทน จากนั้นก็รินลงไปประมาณเศษหนึ่งส่วนสี่ หยิบขึ้นมาควงเบาๆ ก่อนมองหน้าพรีมเพื่อรอฟัง
เธอที่เห็นหล่อนทำตัวสบายๆ ราวกับรู้จักเธอมาเป็นสิบปี ทั้งที่เพิ่งจะเจอกันไม่ถึงชั่วโมง และนั่นทำให้เธอรู้สึกโล่งใจและไว้ใจไม่น้อย อย่างน้อยว่าที่หัวหน้างานของเธอก็เป็นคนที่ใจกว้าง ดูเหมือนจะพึ่งพาได้ ถัดไปทางใจดีเสียด้วยซ้ำ
หากแต่ว่าคำพูดก่อนหน้านี้ ที่ถามว่าสีหน้าแตกต่างจากที่เคย ควรเป็นเธอมากกว่าที่จะต้องพูด เพราะหล่อนเองก็ไม่ต่าง ก่อนออกไปยังดูผ่อนคลายดีอยู่เลย แต่ทำไมพอเข้ามาอีกทีถึงกลายเป็นแบบนี้ล่ะ
“ที่นี่มีที่พักให้พนักงานไหมคะ”
“หืม..” เหมือนว่าคำถามนี้ของพรีมจะทำให้คนถือไวน์เตรียมดื่มชะงักค้าง พลางเลิกคิ้วสูง “ที่พักอย่างนั้นเหรอ”
“ใช่ค่ะ”
“เกิดปัญหาอะไรขึ้นกับเธอ”
“คะ...”
“โดนไล่ออกจากบ้านรึไง”
“เอ่อ เปล่าค่ะ...แต่ก็ไม่เชิง หนูกลับบ้านไม่ได้”
เอาจริง ไม่รู้เพราะอะไร ทั้งที่หล่อนเป็นคนสวย รูปร่างดี เหมือนสาววัยสี่สิบต้นๆที่ดูแลตัวเองเป็นพิเศษถึงได้ดูสวยสะพรั่งสง่างามเทียบกับสาวมหาลัยได้ หากแต่มีบางอย่างเผยแพร่ออกมาจากภายใน มันคล้ายกับคลื่นความเป็นผู้ใหญ่จนน่ายำเกรง ราวกับว่าสถานการณ์ทุกอย่างไม่ว่าจะเลวร้ายขนาดไหน เธอคนนี้เอาอยู่ และอีกอย่างความรู้สึกของพรีม...อบอุ่นมากเมื่ออยู่ใกล้ผู้หญิงคนนี่
“พูดมาเถอะ อย่าได้โกหกเชียว”
“ของสะสมค่ะ”เขาเปิดฝากล่องออกดูเพียงครู่เดียว ก่อนปิดลงเหมือนเดิม“เอาไป”“ยังไม่ได้ดูเลยว่ามีอะไร”“ของหนู ก็ต้องสำคัญกับหนูสิ”ประโยคนั้นทำให้มือของพรีมหยุดลง เธอมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่กำลังถือกล่องออกไป ความรู้สึกบางอย่างค่อย ๆ อุ่นขึ้นในอก ไม่นานนัก ห้องที่เคยเต็มไปด้วยข้าวของของเธอก็ค่อย ๆ ว่างลง ตู้เสื้อผ้าเหลือเพียงไม่กี่ชุด ชั้นหนังสือโล่งขึ้น โต๊ะเครื่องแป้งเหลือเพียงของจำเป็นพรีมยืนมองห้องนั้นอยู่ตรงกลางสถานที่แห่งนี้เคยเป็นทั้งบ้าน เป็นที่หลบซ่อน และเป็นความทรงจำที่เธอไม่อยากย้อนกลับไปหาแต่วันนี้...เธอกำลังเดินออกจากมันด้วยความรู้สึกที่ต่างออกไป นอร์ธเดินกลับมาหยุดข้างเธอ“พร้อมหรือยัง”พรีมมองไปรอบห้องอีกครั้ง“ค่ะ”เธอปิดไฟ ก่อนเดินออกมา แต่เมื่อถึงหน้าประตู เธอกลับหยุดแล้วหันกลับไปมองอีกครั้งนอร์ธไม่ได้เร่ง เขายืนรออยู่ตรงนั้น...พัชร พรีมช่วยพัชรได้แค่นี้นะ ไม่ว่าพัชรกำลังทำอะไรอยู่ พรีมจะไม่เป็นตัวถ่วงพรีมยิ้มบาง ๆ ก่อนปิดประตูลง เสียงกลอนประตูดัง กึก เหมือนเป็นการปิดฉากชีวิตช่วงหนึ่งของเธอไว้ และเปิดประตูให้กับอีกช่วงหนึ่งที่ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้างแต่ครั้ง
และในที่สุดก็กลายเป็นความโกรธอย่างชัดเจน นี่เขาพลาดไปตอนไหน ทำไมถึงไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน“เคยเป็นผู้หญิงของมันงั้นหรือ..”เขาลุกขึ้นยืน คำนี้หลุดออกมาจากริมฝีปากราวกับเป็นเรื่องน่าขันที่สุดในโลก เขาเดินไปยังหน้าต่างบานสูง มองออกไปยังสวนมืดด้านนอก ภาพในอดีตย้อนกลับเข้ามา พัชร...พี่ชายของพรีม ชายที่เขาจับเอาไว้บนเรือ และบีบให้ยอมทำตามเงื่อนไขของเขา เพราะสิ่งเดียวที่เขาต้องการคือพรีม เขาต้องการให้พัชรยอมยกน้องสาวให้เขา แต่สุดท้าย...ปาร์คหลับตาลงชั่วครู่ และกรามขบแน่นยาก..ยากกว่าเดิมจู่ๆก็รู้สึกแค้นใจที่ถูกปิดบัง พัชรพี่ชายของพรีมไม่เคยพูดเรื่องนี้“ไอ้พัชรมันรู้ไหมว่าผัวน้องมันเป็นมือปืน”“ไม่แน่ใจครับ” เพล้ง!แก้วคริสตัลในมือถูกขว้างกระแทกกำแพง เศษแก้วแตกกระจายลงบนพื้นเสียงดังสนั่นลูกน้องทุกคนสะดุ้ง แต่ไม่มีใครกล้าขยับ ปาร์คหอบหายใจเล็กน้อย ก่อนใช้มือปาดริมฝีปากตัวเอง“น่าขำชะมัด”เขาหันกลับมา ดวงตาเต็มไปด้วยความหึงหวงจนแทบปิดไม่มิด“เธอจำฉันไม่ได้ หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้จักฉันกันแน่”ไม่มีคำตอบ เพราะไม่มีใครกล้าเสี่ยงตอบผิด ปาร์คเดินกลับมาที่โต๊ะ ก่อนหยิบขวดเหล้าขึ้นมาเทลงแก้วใหม่
นอร์ธไม่ได้หันกลับไปมองชายกลุ่มนั้นอีกเขาเพียงยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับมาทางพรีมที่ยังยืนมองเขาด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ“เข้าไปข้างในเถอะ”น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พรีมพยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินนำเข้าไปในบ้านของตัวเอง นอร์ธตามหลังเธอเข้ามา ก่อนจะเป็นคนปิดประตู เสียงประตูปิดลงเบา ๆ ตัดโลกภายนอกออกไปในทันที แต่คำถามในหัวของเขากลับไม่ได้เงียบลงไปทั้งหมดถ้าต้องการเงินจริง ทำไมยังยืนมองเธออยู่แบบนั้น?เขาจำแววตาของพวกมันได้ มันไม่ใช่สายตาของเจ้าหนี้ที่เพิ่งได้รับเงินครบแล้วกำลังจะกลับ มันเหมือนคนที่กำลังตรวจสอบอะไรบางอย่างหรือบางที...กำลังรอให้แน่ใจว่า พรีมยังอยู่ที่นี่ และอยู่คนเดียว“พี่นอร์ธ?”เสียงเรียกของเธอดึงเขากลับมาชายหนุ่มกะพริบตาช้า ๆ ก่อนมองไปรอบๆบ้าน บ้านหลังนี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไร เฟอร์นิเจอร์เก่าบางชิ้นถูกใช้งานจนเห็นร่องรอยของเวลา บนโต๊ะมีของใช้ไม่กี่อย่าง ทุกอย่างเรียบง่ายจนแทบไม่มีสิ่งไหนบอกได้ว่าเจ้าของบ้านเคยมีชีวิตเป็นอย่างไรเขาไม่เคยเห็นมันไม่เคยรู้ว่าเธออยู่ที่นี่อย่างไรและตลอดสองปีที่ผ่านมา...เขาไม่เคยรู้เลยว่าเธอต้องใช้ชีวิตแบบไ
ตาต้านั่งนิ่งอยู่กับโทรศัพท์ในมือ เธอมองหน้าจอที่ดับลงด้วยความรู้สึกประหลาดใจไม่เข้าใจว่าทำไมพัชรถึงพูดเหมือนกำลังบอกลา และไม่รู้เลยว่าในวินาทีเดียวกันนั้นคนที่เธอเพิ่งคุยด้วยกำลังถูกลากตัวออกจากห้องใต้ท้องเรือ ไปโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน รวมถึงพรีมเองก็ด้วย. ค่ำแล้วกว่าพรีมจะเดินออกจากอาคารเรียนพร้อมตาต้าแล้วก็โบกลากันเหมือนอย่างเคยเมื่อพ่อของเธอมารับ แสงไฟสีส้มจากเสาไฟริมถนนทอดยาวลงบนพื้นเปียกชื้น หลังฝนเพิ่งหยุดตกไปไม่นาน หญิงสาวสะพายกระเป๋าขึ้นบนไหล่ พลางกวาดตามองไปรอบๆ อย่างเหนื่อยล้าก่อนจะเห็นรถคันหนึ่งจอดอยู่ไม่ไกลจากประตูมหาวิทยาลัยกระจกฝั่งคนขับลดลง คนที่อยู่หลังพวงมาลัยมองเธอผ่านกระจกด้วยสายตานิ่งๆ“ขึ้นรถครับ”พรีมยิ้มบางๆ“มารับจริงๆด้วย”“บอกแล้วไงว่าจะมา”เธอเปิดประตูขึ้นนั่ง ก่อนจะคาดเข็มขัด รถเคลื่อนออกจากมหาวิทยาลัยไปอย่างเงียบๆระหว่างทาง พรีมมองแสงไฟนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย จนกระทั่งเมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่ถนนเส้นเดิม เธอก็หันมามองเขา“วันนี้กลับบ้านเก่านะคะ อย่าลืม”นอร์ธเหลือบมองเธอ“ครับ”เขาไม่ได้ถามอะไรต่อ เพียงเปลี่ยนเส้นทางตามที่เธอบอก แต่
หลังจากทานข้าวเสร็จ พวกเขาก็แยกกันที่โรงอาหาร ในขณะพรีมกับตาต้ากลับมาที่ห้องเรียน คนที่เป็นเพียงศิษย์เก่าอย่างนอร์ธ ก็ขับรถออกจากมหาลัยไป ครั้งนี้เขาไม่ได้กลับที่พักหรือไปธุระที่อื่นอาทิเช่นโต๊ะสนุ๊ก สถานที่ที่เคยไปมั่วสุมกับเพื่อนสนิทของเขา แต่เลือกที่จะไปหาคนที่สืบเรื่องราวของคนอื่นเพื่อที่จะนัดรับข้อมูลแทนการลืมของเธอทำให้เขาอยากย้อนอดีตขึ้นมาจริงๆแล้วครั้งนี้ ต่อให้ผลเสียที่ตามมาหนักหน่วงสักแค่ไหน ก็จะไม่สนใจอีกรถสีดำจอดนิ่งอยู่บนถนนลูกรังที่ทอดผ่านพื้นที่รกร้างนอกชานเมือง รอบด้านเงียบจนได้ยินเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดหญ้าเป็นระยะ นอร์ธยืนพิงข้างรถอยู่คนเดียว บุหรี่ในมือถูกจุดขึ้นเป็นมวนที่สอง ทั้งที่มวนแรกยังทิ้งกลิ่นควันจางๆเอาไว้บนเสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มของเขาชายหนุ่มสูดควันเข้าปอดลึกกว่าปกติ ก่อนจะผ่อนออกช้าๆ ดวงตาสีเข้มทอดมองไปยังถนนว่างเปล่าตรงหน้า แต่สิ่งที่อยู่ในหัวกลับไม่ใช่ภาพตรงนั้นเลย“สองปี…”คำพูดของนักสืบยังวนกลับมาอยู่ในหัวข้อมูลที่เขาเพิ่งได้รับไม่ได้มากพอจะตอบทุกอย่าง แต่กลับมากพอที่จะทำให้เรื่องที่เขาพยายามฝังมาตลอดสองปีเริ่มตอผุดขึ้นมาอีกครั้งโดยเฉพาะคำหนึ่งที่อ
คราวนี้ดวงตานีน่าลุกเป็นไฟ เธอขึงตาใส่อีกคน ความอับอายเริ่มเกิดขึ้นตั้งแต่นั้น เมื่อหันมองรอบๆ แล้วเห็นว่านักศึกษาหลายคนกำลังให้ความสนใจอยู่ ถึงการประจานของตาต้าจะไม่ได้เสียงดังมาก แต่เชื่อว่าคนที่อยู่ใกล้เคียงจะได้ยินหล่อนเกือบจะกรี๊ดแล้ว ถ้าไม่ติดว่าคนที่กำลังพูดถึงกำลังเดินเข้ามา และใกล้กว่าเดิมแล้ว ไม่อย่างนั้น คงได้เปิดศึกหยุมหัวกันตาต้าขยิบตาให้ ก่อนจะเดินเร็วไปหาพรีม แล้วหมุนตัวเดินขนาบข้าง โดยตอนนั้นคนที่เดินตามหลังมาติดๆคือร่างสูง เขาไม่ได้สนใจใครเลย นอกจากมองบรรยากาศที่แสนจะคุ้นเคย แต่ตอนนี้มีบางอย่างเปลี่ยนไปสำหรับเขา“ไง ยัยไวไฟ พามาได้ไงเนี่ย”ตาต้าใช้หัวไหล่เล็กกระแทกต้นแขนพรีม บีบเสียงล้อเลียน เป็นจังหวะเดียวกับที่สายตาพรีมปะทะกับนีน่าพอดี เธอรู้ทันทีว่าฝ่ายนั้นไม่พอใจเธอ เพียงแต่ไม่รู้ว่าสาเหตุนั้นไม่ใช่เรื่องเมื่อคืนที่ทะเลาะกัน แต่เป็นความหึงหวง และอิจฉา ยิ่งมารู้ทีหลังว่าแฟนของพรีมตามที่พัชรเคยเล่าว่าน้องสาวกำลังมีความรัก สมัยยังคงคบกันนั้นเป็นคนนี้ ก็ยิ่งทวีคูณความริษยาเข้าไปอีกหล่อนหมายปองนอร์ธมานาน เพียงแต่เข้าไม่ถึงตัวทว่าเด็กปรุงจืดอย่างพรีม ที่หล่อนมักมองว







