LOGIN“หากเมืองหลวงส่งคนมา?” “ข้าจัดการเอง” น้ำเสียงไม่มีช่องให้โต้แย้ง เขารู้ดีว่าหากฮ่องเต้รู้เรื่องจะเปลี่ยนทันที พระชายาที่ถูกประทานสมรสหายออกจากจวนอ๋อง อาจถูกตีความว่าเขากักขังนาง ทำร้ายนาง ฆ่านาง หรือนางขโมยความลับของชายแดนหนีไป ฉางเยี่ยไม่ยอมให้ใครแตะนางด้วยข้อหาใดทั้งสิ้น แม้แต่ในวันที่ยังหาไม่พบ
“หากขายเล่า?” “ยี่สิบถึงยี่สิบห้า” “หากเจ้าของยืนยันว่าของเก่า?” หลงจู๊ถามนาง “ไม่รับ”เรียบง่ายมาก หลงจู๊มองแจกัน ก่อนเรียกลูกจ้าง “เอาไปให้ช่างจางดู” ครึ่งชั่วยามต่อมาคำตอบกลับมาเหมือนกัน ของใหม่ทำเลียนแบบลูกจ้างที่ประเมินสามสิบตำลึงหน้าซีด หว่านอี๋ไม่ได้หัวเราะ เพียงหยิบชาขึ้นจิบ หลงจู๊นั่งลงตร
บทที่ 34 หลังม่านโรงรับจำนำ หว่านอี๋พักอยู่หลังโรงรับจำนำเหอจี้ครบสามวัน สามวันนั้นไม่มีใครถามนางแม้แต่คำเดียวว่าจะอยู่ถึงเมื่อใด หลงจู๊ให้คนจัดห้องเล็กด้านหลังสุดของเรือน เป็นห้องที่เดิมใช้รับรองญาติจากต่างเมือง มีเตียง โต๊ะ ตู้เสื้อผ้า และหน้าต่างซึ่งมองออกไปเห็นต้นไห่ถังต้นหนึ่ง เทียบกับเรือนใหญ
หว่านอี๋หยิบช้อน กินได้เพียงคำเดียวกลิ่นน้ำมันงาจากผักข้างชามลอยขึ้น ท้องพลันปั่นป่วนนางรีบวางช้อน ยกมือปิดปาก หลงจู๊ขมวดคิ้ว“เป็นมานานหรือยัง” “ไม่กี่วัน” “มีไข้?” “ไม่มี” หว่านอี๋ส่ายหน้า เขามองนางอยู่ครู่หนึ่งก่อนเรียกคน “ไปตามหมอมา” “ไม่ต้อง” หว่านอี๋รีบกล่าว “ข้าพักก็พอ” “หน้าท่านขาวกว่ากร
บทที่ 33 สิ่งที่ติดตามนางมา วันที่ห้าหลังออกจากเมืองเหนือ หว่านอี๋เปลี่ยนขบวนเดินทางเป็นครั้งที่สี่ นางไม่ได้วางแผนไว้ละเอียดถึงเพียงนี้ตั้งแต่ต้น รู้เพียงอย่างเดียวว่า—ต้องไม่เดินเป็นเส้นตรง ยิ่งไม่ควรอยู่กับคนกลุ่มเดิมนานเกินไป นางเคยเห็นบัญชีการค้าของชายแดนเหนือมาหลายเดือน รู้ว่าพ่อค้าจากเมืองใด
ฝีเท้าเขาหยุดลงเพียงชั่วอึดใจ ฉางเยี่ยหันกลับมาออกคำสั่งเสียงดัง “แยกคนออกเป็นห้ากอง” คำสั่งพรั่งพรู เส้นทางพ่อค้าทุกสาย จุดพักเมืองเล็ก ทางแยก ทุกอย่างถูกสั่งตรวจ แต่เวลาที่เสียไปครึ่งวันเอากลับคืนไม่ได้ หว่านอี๋ไม่ได้อยู่กับขบวนเดิมแล้ว หลังเดินทางประมาณยี่สิบกว่าลี้ นางลงตรงจุดพักสินค้า จ่ายเงินใ







