LOGINประโยคที่ออกมาจากปากของนิลตราไม่ได้ทำให้สีฝุ่นตกใจนักเพราะเธอเองก็คิดเหมือนกันเพียงแค่ยังไม่มั่นใจและไม่กล้าที่จะพูดออกไปด้วยเกรงว่าจะทำให้นิลตราเครียดและพาลกลัวไปด้วย
แต่เมื่อเพื่อนพูดยืนยันออกมาแบบนี้ทั้งสองคนจึงได้แต่มองหน้ากันด้วยแววตาที่วูบไหวพร้อมกับฝ่ามือเล็กที่จับกระชับกันเอาไว้ให้แน่นมากยิ่งขึ้นในขณะที่ก้าวเดินเข้ามายืนชิดติดกัน
“มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง ทางที่เราเดินเข้ามามันก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลยนะ”
นิลตราพูดบอกด้วยความรู้สึกที่ไม่เข้าใจ เพราะไหนจะทางที่เป็นทางตรงทอดยาวเพียงแค่ทางเดียว และไหนจะสัญลักษณ์ที่เธอใช้มีดกรีดฝังลงไปในเนื้อไม้ซึ่งมันไม่มีทางหายไปได้เพียงแค่สายลมพัดผ่าน
“หรือว่าป่านี้จะมีอะไร”
“แต่นิลจำได้ว่าตาไม่เคยเล่าเรื่องอะไรแบบนั้นให้ฟังเลยนะ”
“จะเล่าทำไมให้นิลกลัวล่ะ เดี๋ยวก็พาลเป็นห่วงไม่ยอมให้ตาไปทำงานอีก”
“ฝุ่น นิลขอโทษ”
“ไม่ต้องขอโทษฝุ่นเลย นิลไม่ได้ทำอะไรผิด”
“ผิดสิ ผิดที่พาฝุ่นมาที่นี่”
“แต่ฝุ่นจะยิ่งรู้สึกผิดถ้าปล่อยให้นิลมาที่นี่คนเดียว”
“...”
“ไม่มีอะไรหรอก บางทีเดินต่อไปอีกหน่อยอาจจะเจอหมู่บ้านก็ได้นะ เหมือนในละครไง”
สีฝุ่นพูดบอกด้วยน้ำเสียงสดใสและออกแรงกระชับบีบมือให้กำลังใจนิลตราที่กำลังจิตตกและเอาแต่โทษตัวเอง ใบหน้าสวยและดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยความกังวลจึงมองสบตาเพื่อนด้วยความรู้สึกผิดและขอบคุณจากใจ
“ถ้าเกิดอะไรขึ้น ฝุ่นหนีไปเลยนะ นิลจะรับผิดชอบทุกอย่างเอง”
“อย่ามาพูดแบบนี้นะนิล ไม่ว่าป่านี้มันจะมีอะไรหรือไม่มีอะไรเราก็ต้องอยู่ด้วยกัน มาด้วยกัน กลับด้วยกัน”
“แต่ตาของนิลไม่ได้กลับออกไป”
“เพราะคนที่มากับเขาไม่ใช่เพื่อนไงนิล”
สีฝุ่นปล่อยมือนิลตราแล้วยกขึ้นมาจับต้นแขนเล็กแล้วมองจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำสีใส แล้วเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบแต่เต็มไปด้วยความจริงใจและหนักแน่นแม้ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ก็ตาม
“ตั้งสติ เราแค่หลงป่า แล้วเราก็แค่เดินไปเรื่อย ๆ เพื่อหาทางออกมันไม่มีอะไรน่ากลัว”
“ใช่ ไม่มีอะไรต้องกลัว”
“เก่งมาก”
“เพราะฉะนั้นเราเดินกันต่อเถอะ ถ้าโชคดีเจอน้ำตกจะได้ไปโพสท่าถ่ายรูปสวย ๆ”
“ใช่แล้ว เป็นความคิดที่ดีมาก”
ทั้งสองคนส่งยิ้มให้กันหลังจากที่ปลุกพลังและฮีลใจกันกลับมาได้แล้วพากันเดินต่อไปตามทางที่เริ่มไม่ราบเรียบ เพราะทางเดินที่ทอดยาวนั้นมันกลายเป็นทางตันและมีเถาวัลย์ขึ้นปกคลุมจนนิลตราต้องใช้มีดตัดออก
จนเมื่อเดินมาได้สักพักก็เริ่มเหนื่อย เสียงน้ำไหลที่ได้ยินมาจากไกล ๆ ก็เริ่มชัดเจนมากยิ่งขึ้น แต่กลับไม่เห็นน้ำตกหรือทางน้ำไหลที่เป็นต้นกำเนิดของเสียงนั้นเห็นเพียงแค่...
“ฝุ่น ดูนั่นสิ”
“ดูอะไร...โห สวยมากเลย”
ทั้งสองคนต่างยืนตกตะลึงกับภาพเบื้องหน้าหลังจากที่พวกเธอแทรกตัวผ่านเถาวัลย์ที่ปกคลุมหนาขึ้นเรื่อย ๆ เข้ามาได้ แล้วปรากฏเห็นเป็นถ้ำขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าโดยที่ทางเข้านั้นเต็มไปด้วยดอกไม้สีแดงที่พวกเธอไม่อาจจะทราบได้ว่าเป็นดอกไม้ชนิดใด ห้อยเป็นพวงระย้าปิดทางเข้าและโดยรอบถ้ำ อีกทั้งยังส่งกลิ่นหอมจนพวกเธอต้องเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ ด้วยความตกตะลึง
“สวยจัง เหมือนเป็นม่านดอกไม้เลย”
“คงเพราะแบบนี้ เขาถึงได้เรียกที่นี่ว่าชุมชนม่านแดง”
สีฝุ่นตอบกลับนิลตราอย่างเห็นด้วยแล้วต่างยืนมองดอกไม้และสูดกลิ่นหอมที่ให้ความรู้สึกสดชื่น และความเหนื่อยล้าที่พวกเธอเดินทางมาเป็นระยะทางหลายกิโลเมตรเพื่อหาทางออก ก็พลันหายเป็นปลิดทิ้งอย่างที่พวกเธอก็ไม่ทันได้รู้ตัว
“หรือว่าข้างในนี้จะเป็นที่สักการะ”
“อาจจะใช่ เพราะตอนนี้เรากำลังเดินย้อนกลับมา แล้วเมื่อกี้อาจจะเลี้ยวมาทางนี้โดยไม่รู้ตัว ถ้าแบบนั้นก็แสดงว่าไปผิดทางตั้งแต่แรก”
“ทางลัดในป่าลึกลับสุด ๆ”
“เดี๋ยวจะโดนนะนิล พูดเองแล้วก็จะกลัวเอง”
นิลตราหันมาย่นจมูกใส่สีฝุ่นหลังจากที่โดนเพื่อนดุ เพราะทางที่พวกเธอเดินมามันค่อนข้างจะสมบุกสมบันจริง ๆ จนเหมือนไม่มีใครเคยเดินผ่านทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ยังเห็นพวกชาวบ้านเดินสวนทางออกมาอยู่เลย
ทรหดแค่ไหนก็ดูจากรอยพองที่มือของเธอก็แล้วกัน เพราะต้องตัดและดึงเถาวัลย์มาตลอดทั้งทาง คิดได้ดังนั้นนิลตราก็ดึงมือของตัวเองที่กำลังจับดอกไม้เบื้องหน้ามาดูแผลแต่กลับพบว่า อาการพองและรอยแดงต่าง ๆ มันหายไปหมดเลย
เรือนผืนป่า“เอาไว้ครั้งหน้านิลจะทำอย่างอื่นให้พี่กินอีก”เสียงหวานเอ่ยบอกด้วยสีหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มในขณะที่นั่งเอนกายพิงอกเขาอยู่บนแคร่ไม้ไผ่หน้าเรือนเพื่อดูพระจันทร์ที่คืนนี้นั้นเต็มดวงหลังจากที่มื้อค่ำได้ผ่านพ้นไปซึ่งแม้ว่าหมู่บ้านแห่งนี้จะถูกโอบล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่แต่บริเวณหน้าเรือนของผืนป่ากลับมองเห็นได้อย่างชัดเจน“เอ็งทำอะไร พี่ก็กิน”“แม้ว่าจะไม่ถูกปากน่ะเหรอคะ”“ถูกหมดทุกอย่าง เพราะเอ็งทำ”“ปากหวานมากค่ะ”“ไม่ได้พูดเอาใจ พูดจริง”“เฮ้อ นิลมีความสุขจัง”นิลตราเงยหน้ามองเขาด้วยรอยยิ้มก่อนจะลากสายตามองไปยังดวงจันทร์ในขณะที่มือก็ประสานอยู่กับมือเขา แล้วไล้นิ้วมืออีกข้างเล่นหลังมือที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดของเขาอย่างเพลิดเพลิน“พี่ก็รู้สึกไม่ต่าง”“นิลรักที่ป่ามาก ๆ เลยนะคะ”“พี่ก็รักเอ็ง”“รักนิลแบบนี้ไปนาน ๆ เลยได้ไหมคะ”“ทั้งชีวิตของพี่ รักแค่เอ็ง”นิลตราหลับตาลงด้วยความสุขอยู่ในอ้อมกอดเขาหลังจากที่ได้ยินคำบอกรักที่ไม่ว่าจะฟังกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ และเมื่อพูดจบผืนป่าก็ก้มหน้ามาหอมแก้มนิ่มและโอบกอดเธอไว้ด้วยสองแขนของเขา“พี่ป่าคะ”แต่หลับตาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มได้เพียงไม่นานน
ตกค่ำเสียงริมฝีปากกดจูบยังผิวเนื้อบอบบางยังคงคลอเคล้าไปกับเสียงพูดคุยของเธอและเขาทำให้ภายในเรือนที่เคยเงียบเหงาอบอวลไปด้วยความสุขสมจนแทบไม่อยากออกไปไหน“ปากนี้ทำไมซนนักคะ”นิลตราที่กำลังนั่งหวีผมและส่องกระจกอยู่บริเวณโต๊ะไม้ไผ่ตัวเล็กที่ผืนป่าเป็นคนทำให้ เพื่อที่นิลตราจะได้ไว้วางของใช้ส่วนตัวพวกเครื่องประทินผิวที่เธอขนเอาเข้ามา แม้ว่าจะนำไปฝากน้ำอบเยอะพอสมควรแต่ที่มีเหลืออยู่ก็ไม่น้อยเลยใบหน้าสวยหันกลับไปมองคนหน้าหล่อที่นั่งชันเข่าซ้อนอยู่ด้านหลังเธอ ริมฝีปากก็กดจูบไปทั่วแผ่นหลังและหัวไหล่เล็กและดูเหมือนจะลามมาถึงแก้มขาวของเธอเสียแล้ว“ยังไม่อิ่ม”“เพราะงั้นต้องไปหาอะไรกินได้แล้วค่ะ”“กินเอ็ง”“หมดแล้วค่ะ หมดแรง”นิลตราหันมาย่นจมูกใส่เขาพร้อมกับเลื่อนใบหน้าเข้าไปหอมแก้มเขาทั้งซ้ายและขวาด้วยความมันเขี้ยว ก่อนจะลุกขึ้นนั่งคุกเข่าแล้วหันกลับมาหาเพื่อจับมือใหญ่ของเขาทั้งสองข้างเขย่าเบา ๆ ด้วยใบหน้าที่แสนอ้อน“พานิลไปเติมพลังหน่อย”“กินพี่”“ถ้าอยากให้นิลมีแรงมากินพี่ทั้งตัว ก็ต้องพานิลไปหาอะไรใส่ท้องก่อน หิวแล้ว”มือเรียวยกขึ้นลูบหน้าท้องแบนราบของตัวเองเพื่อบอกว่าตอนนี้เธอหิวมาก ซึ่งผืน
นิลตรามองตามนิ้วเรียวของเขาที่ยกขึ้นชี้ไปยังพุ่มไม้ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งนิลตราจำได้ว่าตอนนั้นที่เธอกับสีฝุ่นมานั่งพักเหนื่อยรู้สึกได้ว่ากำลังถูกมอง“เห็นเอ็ง”“จริงเหรอคะ สวยแต่ก็โยนนิลทิ้งจนตัวปลิวเลย”“ก็แค่สวย แต่ยังไม่วางใจ ตอนนั้นไร้เสน่ห์”“ไร้เสน่ห์?!”“อืม”“ไร้เสน่ห์แต่ก็มองนิลไม่หยุดเลยนะคะ”พอได้ยินเขาบอกว่าเธอไร้เสน่ห์ทั้ง ๆ ที่นิลตราแอบคาดหวังว่าจะได้ยินเขาสารภาพว่าตกหลุมรักเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่พบหน้า ก็มองหน้าเขาด้วยสายตาขุ่นเคืองแต่พอโดนเขาเลื่อนหน้าเข้ามาหอมแก้มราวกับกำลังง้อ ก็ถึงกับวางของที่อยู่ในมือแล้วหันกลับไปกอดเอวหนาแล้วซบหน้าอยู่กับแผงอกกว้าง“เลิกมองไม่ได้”“แสดงว่าพี่ก็มองนิลจริง ๆ สินะ แล้วทำไมถึงเลิกมองไม่ได้คะ”“ใจพี่เต้นแรง”“...”“เจอกี่ครั้งก็เห็นเพียงแค่เอ็งก่อนผู้อื่นเสมอ”“...”“หนักเข้าแม้แต่ตอนนอนก็ยังนึกถึงหน้าเอ็ง”“...”“พี่เลิกมองไม่ได้ จึงต้องนำเอ็งมาเป็นของพี่ จะได้มองทั้งตอนก่อนหลับและตอนตื่น”ยิ่งได้ฟังเขาพูดก็ยิ่งร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้าเพราะไม่ใช่แค่เขาคนเดียวหรอกที่ชอบมอง เธอเองก็เอาแต่มองเขาไม่หยุดเหมือนกัน มีอย่างที่ไหนเห็นเขาเมื่อใดจะต
สองวันต่อมาน้ำตกบริเวณปากถ้ำผ้าสีแดงผืนใหญ่ถูกนำมาปูอยู่บริเวณริมลำธารก่อนจะวางกระจาดผลไม้มากมายที่ผืนป่าเป็นคนถือมาจากเรือนไว้ตรงกลาง และตามด้วยหนุ่มรูปงามอย่างเขาที่กึ่งนั่งกึ่งนอนชันขาขึ้นข้างหนึ่งพิงโขดหินมามองมาที่นิลตรา ซึ่งท่านี้เหมือนจะเป็นท่านั่งประจำของเขาแต่นิลตราที่เห็นประจำกลับไม่ชินเอาเสียเลยเพราะทั้งรูปร่าง ใบหน้าหล่อเหลา และสายตามีเสน่ห์ของเขายามที่นั่งแล้วมองมาที่เธอแบบนี้ มันยิ่งทำให้เขาหล่อมากขึ้นอย่างที่เธอไม่อาจจะหาคำไหนมาจำกัดความได้เลย“แดดแรงรึ”“ไม่นะคะ”“แล้วเหตุใดเมียพี่ถึงหน้าแดง”“...”“หรือมองหน้าพี่แล้วคิดอะไร”“ปะ เปล่านะคะ นิลไม่ได้คิดอะไรเลย”“คิดได้พี่ไม่ว่า คิดไว้แล้วค่อยกลับไปกระทำพี่ที่เรือน”“นิลเหรอทำ พี่นั่นแหละทำนิลไม่หยุด”คนตัวเล็กที่นั่งพับเพียบหันหลังพิงตัวเขาอยู่นั้นหันหน้ากลับไปพูดตัดพ้อด้วยความเขินอายเพราะตั้งแต่ที่เธอกลับมา เขาเอาแต่กอดเธอไว้ไม่ให้ห่างกายไม่ว่าจะทำอะไรก็จะต้องมีส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกายของเธอและเขาที่สัมผัสโดนกันเสมอเรียกได้ว่าหนุ่มในฝันที่เสพติดการสัมผัสโดนตัวนั้น เธอได้ผู้ชายคนนั้นมาครอบครองแล้ว“แล้วอยากให้พี่หยุ
“พี่ไม่ปล่อยให้เอ็งตกหรอก”“...”“มีแต่จะปล่อยให้เอ็งแตก...ซ้ำแล้วซ้ำเล่า”ประโยคสุดท้ายเขากระซิบเสียงเบาชิดแก้มใสก่อนจะแนบริมฝีปากร้อนพรมจูบคลอเคลียไม่ห่าง แล้วพาเธอมาหยุดยืนอยู่บริเวณริมหน้าต่างสร้างความตื่นเต้นให้หัวใจดวงเล็กทำงานหนักและรีบเบียดชิดเข้าหาเขาด้วยความกลัวกลัวว่าเขาจะเปิดมันออก เพราะว่าเขามั่นใจในคาถาวิชาของตัวเองจนแทบจะพาเธอเดินแก้ผ้าลงเล่นน้ำในทุกคืนอยู่แล้ว“กลัวพี่เปิดรึ”“แล้วคิดจะเปิดหรือเปล่าล่ะคะ”“หากเอ็งร้อนพี่จะช่วยเปิด”“เปิดหมดทั้งหลังคานิลก็ไม่หายร้อนหรอก เพราะตัวต้นเหตุที่ทำให้นิลร้อน ยังกอดนิลไม่ปล่อยอยู่แบบนี้”“ไม่ปล่อย จวบจนถึงเช้าพี่ก็ไม่ปล่อย”ปึก!“อ๊า นิลจุกนะ”“จุกหรือถูกใจ หน้าเอ็งแดงก่ำ แววตาเป็นประกายถึงเพียงนี้”“คนขี้แกล้ง”เมื่อไม่อาจจะเถียงชนะเขาได้นิลตราก็ซบหน้าเข้าหาไหล่กว้างเพื่อหลบสายตาที่แสนจะเจ้าเล่ห์ ในขณะที่ผืนป่าเองปกติมักจะทำหน้านิ่งกลับยิ้มได้บ่อยเมื่ออยู่กับเธอริมฝีปากนุ่มกดจูบยังกลุ่มผมหอมแล้วกอดรัดเนื้อตัวนุ่มนิ่มให้แนบชิดอยู่กับตัวเขาแล้วขยับเอวสอดใส่เข้าออกในร่องสีหวาน ที่บัดนี้เริ่มแดงช้ำเพราะโดนกระทำติดต่อกันโดยไม่ให้เ
ท่อนเนื้อแข็งถูกสอดใส่เข้าไปในร่องรักเปียกแฉะและกดแช่ค้างไว้จนนิลตราสั่นเทิ้มด้วยความเสียวกระสัน เพราะความยาวของเขาที่เข้าไปโดนตุ่มไตที่ไวต่อความรู้สึกและอ่อนไหวของเธอนั้น ทำเอาแทบจะเสร็จตั้งแต่ที่เขายังไม่ทันจะได้ขยับ“เป็นอย่างไร ลึกอีกดีไหม”“พะ พอแล้วพี่ป่า นิลจะแตก”“แตกแล้วอย่างไร เอ็งแตกได้อีกซ้ำ ๆ”“อื้อ ของพี่มันใหญ่นะ กดเข้ามาแบบนี้นิลได้ตายพอดี”นิลตรานั่งงอตัวแล้วเอ่ยพูดด้วยความงอแงสองมือที่วางอยู่บนไหล่กว้างก็ออกแรงจิกข่วนฝังไปในผิวเนื้อของเขาเพื่อระบายความรู้สึก แต่ผืนป่าก็ไม่ได้ว่าเพราะนอกจากเขาจะไม่เจ็บยังชอบให้เธอทำลอยทิ้งไว้บนตัวเขาด้วยซ้ำ“อ่า รัดพี่แน่นนัก”“นิลรัดพี่แน่น หรือของพี่ใหญ่จนเต็มของนิลกันแน่”“ใหญ่แค่ไหนเอ็งก็ครอบครองพี่ไว้ได้ทั้งหมด”ผืนป่าเลื่อนหน้าเข้ามากระซิบชิดใบหูเล็กแล้วแลบลิ้นปาดเลียสลับกับขบกัดด้วยความมันเขี้ยวจนนิลตราต้องเอียงคอหนีด้วยความขนลุก“เห็นทีว่าเอ็งจะใหญ่กว่า”“อ๊ะ ของนิลไม่ได้ใหญ่สักหน่อยเพราะพี่นั่นแหละที่เข้ามา...ขยายมัน”“พี่เชื่อ เห็นอยู่เต็มตาว่ามันขยายปริออกถึงเพียงนี้”“พี่ป่าอย่า อ๊า!”นิลตราโต้เถียงอย่างไม่ยอมด้วยใบหน้างอง
ปึก ปึก ปึก“อ๊ะ อ๊ะ พี่ป่าขา อ๊า พี่ป่า”จากเรือนที่เคยเงียบและมืดสนิทกลับกลายเป็นเรือนที่มีเสียงหวานเปล่งครางให้เขาได้ฟังอย่างสุขสม ภายใต้แสงตะเกียงที่ไม่เคยดับลง เช่นเดียวกันกับเขาและเธอที่ไม่เคยหยุดปรารถนาซึ่งกันและกันร่างเล็กขาวผ่องแสนบอบบางได้แต่นั่งเงยหน้าบิดเร่าอยู่บนตัวเขาด้วยความทรมาน มื
สองวันต่อมาการใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ที่เต็มไปด้วยผู้คนรูปกายภายนอกแปลกตา แต่นิสัยภายในกลับไม่ได้ร้ายกาจแม้ว่าพวกเขาจะยังไม่วางใจพวกเธอมากเท่าไหร่ แต่เพราะประสบการณ์ที่เคยพบเจอผู้คนที่หลงเข้ามามีแต่เรื่องราวดี ๆ พวกเขาจึงไม่ได้ตั้งแง่คิดร้ายแล้วต่างคนต่างอยู่ไม่ได้มาทำอะไรให้เธอจะมีก็แต่แก๊
บ้านแม่เฒ่า“อยู่ไม่ได้? ถ้าอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้วพวกหนูจะเจอคนที่แม่เฒ่าบอกได้ยังไงล่ะคะ”“แล้วแต่วาสนานำพา ถ้าพวกเอ็งจะรอดก็จะได้เจอ หากไม่รอดก็คงไม่ได้เจอ”นิลตราและสีฝุ่นหันมองหน้ากันด้วยใบหน้าที่เริ่มซีดเพราะนี่ไม่ต่างไปจากการไล่พวกเธอให้ออกไปจากหมู่บ้าน แล้วหาทางเอาตัวรอดอยู่ในป่าเพื่อรอวาสนาได
กลางป่าสายตาคมนิ่งเรียบทั้งสองคู่ภายใต้หัวสวมต่างจับจ้องมองไปรอบ ๆ ป่าเพื่อหาความผิดปกติรวมถึงคนแปลกหน้า ซึ่งคนหนึ่งก็นอนเหยียดยาวกอดอกอยู่บนกิ่งก้านของต้นไม้ใหญ่ อีกคนก็ยืนพิงต้นไม้อยู่เบื้องล่างด้วยสีหน้านิ่งเรียบที่แม้ว่าคนพวกนั้นจะอยู่ใกล้ไกลแค่ไหนหูและดวงตาของพวกเขาก็สามารถเล็งเห็นและได้ยินเ







