Beranda / โรแมนติก / ม่านรักพนาเร้น / ม่านรักพนาเร้น ตอนที่ 6

Share

ม่านรักพนาเร้น ตอนที่ 6

last update Tanggal publikasi: 2026-03-26 14:53:37

สีฝุ่นหันกลับมามองหน้านิลตราในตอนที่เอ่ยถามมือก็ยกโทรศัพท์ขึ้นส่องไฟไปยังสิ่งนั้น ทำให้นิลตรานั้นต้องมองตามอย่างเลี่ยงไม่ได้ แล้วเมื่อได้เห็นว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าพวกเธอคืออะไร นิลตราก็ถึงกับขาอ่อนแล้วขยับถอยหลังด้วยความตกใจทันที

เพราะสิ่งที่สีฝุ่นเห็นคือใครคนนั้นที่นิลตราหันกลับไปเห็นในตอนที่วิ่งหนี และตอนนี้เขาก็กำลังยืนกอดอกอยู่บนต้นไม้ใบหน้าหันตรงมายังเธอคล้ายกำลังสบตากันและกัน เพียงแค่นิลตราไม่เห็นดวงตาของเขาเพราะใบหน้านั้นราวกับหน้ากากที่กลมกลืนไปกับร่างกายเป็นหนึ่งเดียว

ตุบ!ตุบ!ตุบ!

“กรี๊ด! /กรี๊ด!”

เสียงกรีดร้องจนสุดเสียงดังลั่นไปทั้งป่าในวินาทีที่สิ่งนั้นกระโดดลงมายืนที่พื้นตรงหน้าพวกเธอ จนสีฝุ่นเองก็ล้มลงและผสานเสียงร้องพร้อมกับนิลตรา

เมื่อเห็นว่าสิ่งนั้นมันไม่ได้มีเพียงแค่หนึ่งแต่กลับมีถึงสาม และตอนนี้ก็กำลังยืนเท้าเอวล้อมรอบพวกเธออยู่

พรึบ!

“ตายหรือเปล่า”

น้ำเสียงแข็งกระด้างไร้ซึ่งความอ่อนโยนเอ่ยถามพร้อมกับยกมือขึ้นมาปิดจมูก มือที่ถือกระบองไม้อยู่ก็ใช้มันเขี่ยไปที่ขาของสีฝุ่นเบา ๆ

“ยัง แต่คุยกันแล้วไม่ใช่รึว่าให้แยกกันดัก มึงทำให้พวกมันสลบทำไม”

“เห็นเอง”

“เออ ถูกของมัน เสือกส่องไฟสอดรู้ก็ปล่อยให้นอนอยู่ตรงนี้”

ชายผู้ที่ไม่ชอบกลิ่นกายของสีฝุ่นและนิลตราเอ่ยเข้าข้างชายคนที่ยืนนิ่งเงียบและเป็นคนที่ทำให้หญิงสาวทั้งสองคนถึงกับยืนช็อกเมื่อเห็นเขา

แต่จะโทษเขาคนเดียวก็ไม่ได้เพราะคราแรกที่เห็นพวกเธอเพียงแค่ช็อกแต่ยังไม่ได้สลบไป แต่มากรีดร้องจนนอนหมดสติแบบนี้ก็ในตอนที่อีกสองคนกระโดดตามลงมาจากต้นไม้นั่นแหละ

“ปล่อยนอนอยู่นี่แหละ กลับกันเถอะ กูปีนต้นไม้ทั้งวันจนเมื่อยไปหมดแล้ว”

ชายหนุ่มผู้ที่ไม่ชอบกลิ่นกายสาวเอ่ยบอกแล้วบิดตัวไปมาด้วยความเมื่อยล้า ก่อนที่อีกคนจะพยักหน้าเห็นด้วยแล้วพากันหันหลังเดินกลับเข้าไปในหมู่บ้านซึ่งอีกไม่ไกลจากตรงนี้พวกเธอก็จะถึงแล้วด้วยซ้ำ

เพราะหลังจากนี้พวกเขาไม่จำเป็นต้องไล่ต้อน แต่พวกเธอจะเป็นคนเดินเข้าไปหาเอง

ซึ่งคล้อยหลังที่สองคนนั้นเดินไป เจ้าของสายตาคมกริบนิ่งเรียบที่อยู่ภายใต้สิ่งที่สวมทับ ก็ก้มหน้ามองจ้องไปยังคนที่นอนอยู่สักพัก ก่อนจะหลับตาลงเพื่อสวดท่องบางอย่างแล้วเป่ารดลงไปยังสองร่างที่นอนอยู่ก่อนที่เขาจะเดินตามคนอื่นไป

เช้า

นิลตรา

แสงที่กระทบม่านตาในวินาทีแรกที่ฉันรู้สึกตัวตื่นแล้วลืมตาขึ้นมองทำให้ต้องหลับตาลงอีกครั้ง พร้อมกับยกมือขึ้นมาบดบังความเจิดจ้าของพระอาทิตย์ที่ส่องแสง บ่งบอกว่าตอนนี้เข้าสู่ช่วงเช้าของอีกวันแล้ว หลังจากที่เมื่อคืนนี้ฉันกับสีฝุ่น...

พรึบ

เพียงแค่นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนขึ้นมาได้ภาพที่เห็นก็แวบเข้ามาในหัวเป็นฉาก ๆ จนฉันต้องดีดตัวลุกขึ้นนั่งด้วยความตกใจและหวาดกลัว ซึ่งก็พบว่าสีฝุ่นยังคงนอนหลับอยู่บนพื้นข้าง ๆ ฉันและรอบข้างเรานั้นไม่มีใคร รวมถึงไม่มีคนที่ดูเหมือนคน แต่ก็เหมือนจะไม่ใช่คน

“ฝุ่น! ตื่นได้แล้ว ฝุ่น”

“อื้อ นิล”

“รีบตื่นเร็วเข้า ก่อนที่พวกนั้นจะกลับมา”

“...พวกนั้น กรี๊ด! อุ๊บ!”

ฉันรีบใช้มือปิดปากสีฝุ่นก่อนที่เธอจะส่งเสียงกรีดร้องจนใครมาได้ยิน ทำให้เธอรีบลุกขึ้นนั่งแล้วจับตัวฉันพลิกไปมาราวกับกำลังสำรวจตรวจหาบาดแผล ก่อนจะก้มลงมองตัวเองทั้งซ้ายและขวาด้วยความลนลาน 

แต่เมื่อพบว่าทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่มีอะไรสึกหรอก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

“เมื่อคืนนี้ มันเรื่องบ้าอะไรกัน”

“นิลก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ว่าตอนนี้เรารีบไปที่หมู่บ้านนั้นก่อนดีกว่า”

“ยังจะไปอีกเหรอนิล ถ้าหมู่บ้านข้างหน้าเป็นที่อยู่ของ...พวกมันล่ะ”

“แต่จนถึงตอนนี้พวกเขาก็ไม่ได้ทำอะไรเรานะ”

“...”

“บางทีเขาอาจจะแค่ตามดูเพราะเห็นว่าเราเป็นคนแปลกหน้าก็ได้”

“นึกออกแล้ว!”

อยู่ดี ๆ สีฝุ่นที่นั่งกะพริบตามองฉันด้วยสีหน้าคิดหนักก็พูดโพล่งขึ้นมาเสียงดังจนฉันต้องยกมือขึ้นมาปากเธอไว้อีกครั้ง สีฝุ่นจึงดึงมือฉันออกแล้วเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้เพื่อกระซิบบอกบางอย่างที่เธอนึกออก

“พวกนั้นที่เราเจอ นิลว่าหน้าพวกเขาเหมือนอะไร”

“ไม่รู้ แต่พวกเขาน่ากลัวมากจริง ๆ”

“เงาะป่าไง! ตัวดำ นุ่งผ้าสีแดง แถมหน้าพวกเขาก็ไม่เหมือนเรา แต่เหมือนคนที่สวมหัวบางอย่างคลุมหน้าไว้”

“แต่มันกลมกลืนกับเนื้อตัวพวกเขามากเลยนะ”

“อันนี้ฝุ่นก็ไม่รู้ แต่อาจจะเป็นเพราะว่าตอนกลางคืนมันมืดมาก พวกเราเลยมองไม่ชัด...มั้ง”

ฉันมองหน้าสีฝุ่นด้วยความคิดหนักเพราะตอนแรกฉันก็มัวแต่กลัวจนไม่ทันได้คิดว่าพวกเขาหน้าตาเหมือนอะไร เพราะอย่างที่บอกคือทุกอย่างที่ฉันเห็นมันเหมือนคนที่หน้าตาแปลกประหลาด ไม่เหมือนกับเงาะป่าที่ฉันเคยเห็นในละคร

เพราะละครที่มาเล่นให้ดูในช่วงเสาร์อาทิตย์เงาะป่าก็ยังหน้าตาเหมือนคน แต่หน้าของพวกเขามันเหมือนคนใส่หน้ากากเสียมากกว่า

“ถ้าเป็นเงาะป่าจริงก็ไม่แปลกที่พวกเขาไม่ยอมออกมาเจอพวกเรา”

“ทำไมล่ะ”

ฉันมองหน้าสีฝุ่นแล้วขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ แต่เธอกลับยิ้มออกมาจนฉันเริ่มสงสัยว่าเธอจะกลัวจนสติแตกไปแล้วหรือเปล่า

“นิลไม่เคยได้ยินเหรอว่าเงาะป่าบ้าใบ้

“ยังจะมาพูดเล่นอยู่อีก”

“แต่ก็เห็นด้วยใช่ไหมล่ะ ฮ่า ๆ”

“จะเป็นใบ้หรือเปล่าไม่รู้ แต่ขออย่าให้เป็นบ้าเลย”

ฟิ้ว ปึก! ปึก!

นั่งคุยกันอยู่ดี ๆ ฉันก็รู้สึกเจ็บจี๊ดที่ขาแล้วพอหันไปมองก็เห็นว่ามีลูกดอกที่มาจากทิศทางไหนก็ไม่รู้ปักอยู่ที่ขาของตัวเอง ก่อนจะเห็นว่าที่ขาของสีฝุ่นนั้นก็มีเหมือนกัน

“นิล/ฝุ่น”

และนั่นก็เป็นคำสุดท้ายที่เราสองคนสามารถพูดออกมาได้หลังจากที่ดวงตาและสมองรู้สึกพร่าเบลอแบบเฉียบพลัน ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนที่เดิมและเห็นภาพใบหน้าของกันและกันเป็นภาพสุดท้าย ก่อนที่ฉันจะไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีกแล้ว

ตุบ!

“หนวกหู”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ม่านรักพนาเร้น   ม่านรักพนาเร้น ตอนที่ 94

    เรือนผืนป่า“เอาไว้ครั้งหน้านิลจะทำอย่างอื่นให้พี่กินอีก”เสียงหวานเอ่ยบอกด้วยสีหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มในขณะที่นั่งเอนกายพิงอกเขาอยู่บนแคร่ไม้ไผ่หน้าเรือนเพื่อดูพระจันทร์ที่คืนนี้นั้นเต็มดวงหลังจากที่มื้อค่ำได้ผ่านพ้นไปซึ่งแม้ว่าหมู่บ้านแห่งนี้จะถูกโอบล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่แต่บริเวณหน้าเรือนของผืนป่ากลับมองเห็นได้อย่างชัดเจน“เอ็งทำอะไร พี่ก็กิน”“แม้ว่าจะไม่ถูกปากน่ะเหรอคะ”“ถูกหมดทุกอย่าง เพราะเอ็งทำ”“ปากหวานมากค่ะ”“ไม่ได้พูดเอาใจ พูดจริง”“เฮ้อ นิลมีความสุขจัง”นิลตราเงยหน้ามองเขาด้วยรอยยิ้มก่อนจะลากสายตามองไปยังดวงจันทร์ในขณะที่มือก็ประสานอยู่กับมือเขา แล้วไล้นิ้วมืออีกข้างเล่นหลังมือที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดของเขาอย่างเพลิดเพลิน“พี่ก็รู้สึกไม่ต่าง”“นิลรักที่ป่ามาก ๆ เลยนะคะ”“พี่ก็รักเอ็ง”“รักนิลแบบนี้ไปนาน ๆ เลยได้ไหมคะ”“ทั้งชีวิตของพี่ รักแค่เอ็ง”นิลตราหลับตาลงด้วยความสุขอยู่ในอ้อมกอดเขาหลังจากที่ได้ยินคำบอกรักที่ไม่ว่าจะฟังกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ และเมื่อพูดจบผืนป่าก็ก้มหน้ามาหอมแก้มนิ่มและโอบกอดเธอไว้ด้วยสองแขนของเขา“พี่ป่าคะ”แต่หลับตาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มได้เพียงไม่นานน

  • ม่านรักพนาเร้น   ม่านรักพนาเร้น ตอนที่ 93

    ตกค่ำเสียงริมฝีปากกดจูบยังผิวเนื้อบอบบางยังคงคลอเคล้าไปกับเสียงพูดคุยของเธอและเขาทำให้ภายในเรือนที่เคยเงียบเหงาอบอวลไปด้วยความสุขสมจนแทบไม่อยากออกไปไหน“ปากนี้ทำไมซนนักคะ”นิลตราที่กำลังนั่งหวีผมและส่องกระจกอยู่บริเวณโต๊ะไม้ไผ่ตัวเล็กที่ผืนป่าเป็นคนทำให้ เพื่อที่นิลตราจะได้ไว้วางของใช้ส่วนตัวพวกเครื่องประทินผิวที่เธอขนเอาเข้ามา แม้ว่าจะนำไปฝากน้ำอบเยอะพอสมควรแต่ที่มีเหลืออยู่ก็ไม่น้อยเลยใบหน้าสวยหันกลับไปมองคนหน้าหล่อที่นั่งชันเข่าซ้อนอยู่ด้านหลังเธอ ริมฝีปากก็กดจูบไปทั่วแผ่นหลังและหัวไหล่เล็กและดูเหมือนจะลามมาถึงแก้มขาวของเธอเสียแล้ว“ยังไม่อิ่ม”“เพราะงั้นต้องไปหาอะไรกินได้แล้วค่ะ”“กินเอ็ง”“หมดแล้วค่ะ หมดแรง”นิลตราหันมาย่นจมูกใส่เขาพร้อมกับเลื่อนใบหน้าเข้าไปหอมแก้มเขาทั้งซ้ายและขวาด้วยความมันเขี้ยว ก่อนจะลุกขึ้นนั่งคุกเข่าแล้วหันกลับมาหาเพื่อจับมือใหญ่ของเขาทั้งสองข้างเขย่าเบา ๆ ด้วยใบหน้าที่แสนอ้อน“พานิลไปเติมพลังหน่อย”“กินพี่”“ถ้าอยากให้นิลมีแรงมากินพี่ทั้งตัว ก็ต้องพานิลไปหาอะไรใส่ท้องก่อน หิวแล้ว”มือเรียวยกขึ้นลูบหน้าท้องแบนราบของตัวเองเพื่อบอกว่าตอนนี้เธอหิวมาก ซึ่งผืน

  • ม่านรักพนาเร้น   ม่านรักพนาเร้น ตอนที่ 92

    นิลตรามองตามนิ้วเรียวของเขาที่ยกขึ้นชี้ไปยังพุ่มไม้ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งนิลตราจำได้ว่าตอนนั้นที่เธอกับสีฝุ่นมานั่งพักเหนื่อยรู้สึกได้ว่ากำลังถูกมอง“เห็นเอ็ง”“จริงเหรอคะ สวยแต่ก็โยนนิลทิ้งจนตัวปลิวเลย”“ก็แค่สวย แต่ยังไม่วางใจ ตอนนั้นไร้เสน่ห์”“ไร้เสน่ห์?!”“อืม”“ไร้เสน่ห์แต่ก็มองนิลไม่หยุดเลยนะคะ”พอได้ยินเขาบอกว่าเธอไร้เสน่ห์ทั้ง ๆ ที่นิลตราแอบคาดหวังว่าจะได้ยินเขาสารภาพว่าตกหลุมรักเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่พบหน้า ก็มองหน้าเขาด้วยสายตาขุ่นเคืองแต่พอโดนเขาเลื่อนหน้าเข้ามาหอมแก้มราวกับกำลังง้อ ก็ถึงกับวางของที่อยู่ในมือแล้วหันกลับไปกอดเอวหนาแล้วซบหน้าอยู่กับแผงอกกว้าง“เลิกมองไม่ได้”“แสดงว่าพี่ก็มองนิลจริง ๆ สินะ แล้วทำไมถึงเลิกมองไม่ได้คะ”“ใจพี่เต้นแรง”“...”“เจอกี่ครั้งก็เห็นเพียงแค่เอ็งก่อนผู้อื่นเสมอ”“...”“หนักเข้าแม้แต่ตอนนอนก็ยังนึกถึงหน้าเอ็ง”“...”“พี่เลิกมองไม่ได้ จึงต้องนำเอ็งมาเป็นของพี่ จะได้มองทั้งตอนก่อนหลับและตอนตื่น”ยิ่งได้ฟังเขาพูดก็ยิ่งร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้าเพราะไม่ใช่แค่เขาคนเดียวหรอกที่ชอบมอง เธอเองก็เอาแต่มองเขาไม่หยุดเหมือนกัน มีอย่างที่ไหนเห็นเขาเมื่อใดจะต

  • ม่านรักพนาเร้น   ม่านรักพนาเร้น ตอนที่ 91

    สองวันต่อมาน้ำตกบริเวณปากถ้ำผ้าสีแดงผืนใหญ่ถูกนำมาปูอยู่บริเวณริมลำธารก่อนจะวางกระจาดผลไม้มากมายที่ผืนป่าเป็นคนถือมาจากเรือนไว้ตรงกลาง และตามด้วยหนุ่มรูปงามอย่างเขาที่กึ่งนั่งกึ่งนอนชันขาขึ้นข้างหนึ่งพิงโขดหินมามองมาที่นิลตรา ซึ่งท่านี้เหมือนจะเป็นท่านั่งประจำของเขาแต่นิลตราที่เห็นประจำกลับไม่ชินเอาเสียเลยเพราะทั้งรูปร่าง ใบหน้าหล่อเหลา และสายตามีเสน่ห์ของเขายามที่นั่งแล้วมองมาที่เธอแบบนี้ มันยิ่งทำให้เขาหล่อมากขึ้นอย่างที่เธอไม่อาจจะหาคำไหนมาจำกัดความได้เลย“แดดแรงรึ”“ไม่นะคะ”“แล้วเหตุใดเมียพี่ถึงหน้าแดง”“...”“หรือมองหน้าพี่แล้วคิดอะไร”“ปะ เปล่านะคะ นิลไม่ได้คิดอะไรเลย”“คิดได้พี่ไม่ว่า คิดไว้แล้วค่อยกลับไปกระทำพี่ที่เรือน”“นิลเหรอทำ พี่นั่นแหละทำนิลไม่หยุด”คนตัวเล็กที่นั่งพับเพียบหันหลังพิงตัวเขาอยู่นั้นหันหน้ากลับไปพูดตัดพ้อด้วยความเขินอายเพราะตั้งแต่ที่เธอกลับมา เขาเอาแต่กอดเธอไว้ไม่ให้ห่างกายไม่ว่าจะทำอะไรก็จะต้องมีส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกายของเธอและเขาที่สัมผัสโดนกันเสมอเรียกได้ว่าหนุ่มในฝันที่เสพติดการสัมผัสโดนตัวนั้น เธอได้ผู้ชายคนนั้นมาครอบครองแล้ว“แล้วอยากให้พี่หยุ

  • ม่านรักพนาเร้น   ม่านรักพนาเร้น ตอนที่ 90

    “พี่ไม่ปล่อยให้เอ็งตกหรอก”“...”“มีแต่จะปล่อยให้เอ็งแตก...ซ้ำแล้วซ้ำเล่า”ประโยคสุดท้ายเขากระซิบเสียงเบาชิดแก้มใสก่อนจะแนบริมฝีปากร้อนพรมจูบคลอเคลียไม่ห่าง แล้วพาเธอมาหยุดยืนอยู่บริเวณริมหน้าต่างสร้างความตื่นเต้นให้หัวใจดวงเล็กทำงานหนักและรีบเบียดชิดเข้าหาเขาด้วยความกลัวกลัวว่าเขาจะเปิดมันออก เพราะว่าเขามั่นใจในคาถาวิชาของตัวเองจนแทบจะพาเธอเดินแก้ผ้าลงเล่นน้ำในทุกคืนอยู่แล้ว“กลัวพี่เปิดรึ”“แล้วคิดจะเปิดหรือเปล่าล่ะคะ”“หากเอ็งร้อนพี่จะช่วยเปิด”“เปิดหมดทั้งหลังคานิลก็ไม่หายร้อนหรอก เพราะตัวต้นเหตุที่ทำให้นิลร้อน ยังกอดนิลไม่ปล่อยอยู่แบบนี้”“ไม่ปล่อย จวบจนถึงเช้าพี่ก็ไม่ปล่อย”ปึก!“อ๊า นิลจุกนะ”“จุกหรือถูกใจ หน้าเอ็งแดงก่ำ แววตาเป็นประกายถึงเพียงนี้”“คนขี้แกล้ง”เมื่อไม่อาจจะเถียงชนะเขาได้นิลตราก็ซบหน้าเข้าหาไหล่กว้างเพื่อหลบสายตาที่แสนจะเจ้าเล่ห์ ในขณะที่ผืนป่าเองปกติมักจะทำหน้านิ่งกลับยิ้มได้บ่อยเมื่ออยู่กับเธอริมฝีปากนุ่มกดจูบยังกลุ่มผมหอมแล้วกอดรัดเนื้อตัวนุ่มนิ่มให้แนบชิดอยู่กับตัวเขาแล้วขยับเอวสอดใส่เข้าออกในร่องสีหวาน ที่บัดนี้เริ่มแดงช้ำเพราะโดนกระทำติดต่อกันโดยไม่ให้เ

  • ม่านรักพนาเร้น   ม่านรักพนาเร้น ตอนที่ 89

    ท่อนเนื้อแข็งถูกสอดใส่เข้าไปในร่องรักเปียกแฉะและกดแช่ค้างไว้จนนิลตราสั่นเทิ้มด้วยความเสียวกระสัน เพราะความยาวของเขาที่เข้าไปโดนตุ่มไตที่ไวต่อความรู้สึกและอ่อนไหวของเธอนั้น ทำเอาแทบจะเสร็จตั้งแต่ที่เขายังไม่ทันจะได้ขยับ“เป็นอย่างไร ลึกอีกดีไหม”“พะ พอแล้วพี่ป่า นิลจะแตก”“แตกแล้วอย่างไร เอ็งแตกได้อีกซ้ำ ๆ”“อื้อ ของพี่มันใหญ่นะ กดเข้ามาแบบนี้นิลได้ตายพอดี”นิลตรานั่งงอตัวแล้วเอ่ยพูดด้วยความงอแงสองมือที่วางอยู่บนไหล่กว้างก็ออกแรงจิกข่วนฝังไปในผิวเนื้อของเขาเพื่อระบายความรู้สึก แต่ผืนป่าก็ไม่ได้ว่าเพราะนอกจากเขาจะไม่เจ็บยังชอบให้เธอทำลอยทิ้งไว้บนตัวเขาด้วยซ้ำ“อ่า รัดพี่แน่นนัก”“นิลรัดพี่แน่น หรือของพี่ใหญ่จนเต็มของนิลกันแน่”“ใหญ่แค่ไหนเอ็งก็ครอบครองพี่ไว้ได้ทั้งหมด”ผืนป่าเลื่อนหน้าเข้ามากระซิบชิดใบหูเล็กแล้วแลบลิ้นปาดเลียสลับกับขบกัดด้วยความมันเขี้ยวจนนิลตราต้องเอียงคอหนีด้วยความขนลุก“เห็นทีว่าเอ็งจะใหญ่กว่า”“อ๊ะ ของนิลไม่ได้ใหญ่สักหน่อยเพราะพี่นั่นแหละที่เข้ามา...ขยายมัน”“พี่เชื่อ เห็นอยู่เต็มตาว่ามันขยายปริออกถึงเพียงนี้”“พี่ป่าอย่า อ๊า!”นิลตราโต้เถียงอย่างไม่ยอมด้วยใบหน้างอง

  • ม่านรักพนาเร้น   ม่านรักพนาเร้น ตอนที่ 8

    “ไม่ต้องกลัว”“คุณยาย อึก คุณยายเป็นใครคะ ทำไมถึงได้มีของแบบนี้”นิลตราเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นเพราะต่อให้จะเคยอ่านหนังสือหรือดูละครที่เกี่ยวกับ เงาะป่า มาไม่น้อยเพราะเธอเป็นคนชอบวรรณคดีหรือละครไทย ๆ แต่พอมาเห็นของจริงก็อดจะกลัวไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าของจริงกับสิ่งที่เป็นเพียงแค่บทประพันธ์มันเ

  • ม่านรักพนาเร้น   ม่านรักพนาเร้น ตอนที่ 7

    ร่างสูงใหญ่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแรงทั้งกล้ามแขน แผงอกกว้าง และหน้าท้องแข็งที่เรียงเป็นก้อนอย่างสวยงามแต่ก็ไม่ได้ดูตัวใหญ่จนน่ากลัว หากแต่สิ่งที่ทำให้น่ากลัวแก่ผู้คนที่ไม่เคยพบเห็นก็คือสีผิวที่ดำสนิทและหน้าตาที่ไร้ซึ่งดวงตา จมูก และริมฝีปากเหมือนพวกคนทั่วไป เพราะใบหน้าที่แท้จริงนั้นหลบซ่อนอยู่ภาย

  • ม่านรักพนาเร้น   ม่านรักพนาเร้น ตอนที่ 5

    ทั้งสองคนพากันมาหลบอยู่บริเวณซุ้มเถาวัลย์ที่ด้านหน้ามีก้อนหินขนาดใหญ่ปิดกั้นบดบังจากสายตาหากมองผ่านๆ ก็อาจจะไม่สังเกตเห็น แต่เพราะสีฝุ่นเป็นคนช่างสังเกตจึงไม่อาจจะรอดพ้นสายตาของเธอไปได้ ก่อนจะพานิลตราที่ยังคงตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นเข้ามาหลบเพื่อใส่รองเท้าและพักหายใจหายคอกันก่อนหน่วยก้านสูงใหญ่ ผิวกา

  • ม่านรักพนาเร้น   ม่านรักพนาเร้น ตอนที่ 4

    “มีอะไรหรือเปล่า”“เปล่าจ้ะ เราเข้าไปข้างในนี้กันไหม”นิลตราเลือกที่จะไม่พูดอะไรให้เพื่อนสงสัยและกังวลไปด้วย ก่อนจะพูดเสนอทางเลือกที่ไม่ว่าจะเป็นทางไหนก็สุ่มเสี่ยงเหมือนกัน“ไปสิ ต้องไปอยู่แล้ว”สีฝุ่นตอบกลับด้วยน้ำเสียงสดใสนิลตราจึงส่งยิ้มไปให้แล้วแหวกม่านดอกไม้สีแดงก้าวเดินเข้าไปข้างในที่มืดพอสมค

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status