LOGINวันต่อมา เสิ่นม่านเหยาเดินผ่านห้องโถง เห็นมู่เจียวเจียวกำลังเลือกเสื้อผ้าอยู่กับมู่หลันฮวา นางจะเดินไปอีกทางแต่ก็ถูกเห็นเสียก่อน
" ม่านเหยา"
" ม่านเหยามานี่สิ"
มู่หลันฮวากวักมือเรียก
" เจ้าว่าชุดนี้เป็นอย่างไรบ้าง เหมาะกับข้าไหม ข้ากำลังเลือกชุดใส่ไปงานเลี้ยงชมบุพผาในวัง ท่านแม่บอกว่าชุดนี้เหมาะกับข้ามากกว่า แต่ข้าก็ชอบชุดนี้ด้วย เลือกอยู่นานก็ตัดสินใจไม่ได้ เจ้าช่วยข้าเลือกหน่อยสิ เอาชุดไหนดีชุดนี้หรือชุดนี้"
เสิ่นม่านเหยามองดูเสื้อผ้าที่กองอยู่บนโต๊ะล้วนเป็นผ้าเนื้อดี ตัดเย็บอย่างปราณีต นางก้มมองตัวเองที่ใส่แค่ผ้าฝ้ายเนื้อหยาบ มู่หลันฮวารู้ถึงความคิดของนางจึงรีบพูดขึ้น
" ม่านเหยา ชุดพวกนี้สั่งตัดเย็บก่อนหน้าที่เจ้าจะมา ช่างตัดเย็บวัดตัวของเจียวเจียวไว้ชุดพวกนี้จึงมีแต่ของนาง เจ้ามากระทันหันข้ายังไม่เวลาเตรียมเสื้อผ้าให้เจ้า เจ้าก็ใส่ชุดเก่าไปก่อนนะ ไว้วันหลังข้าจะพาไปซื้อชุดใหม่"
มู่เจียวเจียวมองมู่ม่านเหยายกยิ้มมุมปากสายตาเยาะเย้ย นางไม่ใส่ใจแบมือไปตรงหน้ามู่หลันฮวา
" จะรอวันหลังทำไม ก็ซื้อวันนี้แหละ และก็ไม่ต้องลำบากท่านพาไปด้วย เอาเงินมาให้ข้า ข้ากำลังจะไปเดินเล่นที่ตลาดพอดี เดี๋ยวข้าไปซื้อเอง"
มู่หลันฮวาชะงัก ก่อนจะล้วงเอาถุงเงินส่งให้เสิ่นม่านเหยาเปิดดูข้างใน มีเพียงตำลึงเงินไม่กี่ก้อน นางแบมือออกไปอีก
" อะไร"
" ไม่พอ หลิวลี่บอกว่าคืนนี้จะมีงานเลี้ยงในวัง บุตรสาวขุนนางล้วนไปเข้าร่วม ข้าที่เป็นบุตรสาวตัวจริงย่อมต้องไปด้วย ชุดที่สวมใส่ย่อมต้องซื้อในราคาแพง เงินในถุงนี้จะไปพอได้อย่างไร เสื้อผ้าพวกนี้ที่กองอยู่คงหลายหมื่นตำลึง หรือท่านอยากให้ข้าไปป่าวประกาศบอกทุกคนให้รู้ ว่าท่านลำเอียงกับบุตรสาวตัวจริง ให้เศษเงินมาใช้แค่ไม่กี่สิบ"
" ไม่ใช่เช่นนั้น แต่งานเลี้ยงในวังเจ้าอย่าไปดีกว่า"
" ทำไมข้าถึงไปไม่ได้"
" ม่านเหยา ท่านแม่เป็นห่วงเจ้า กลัวว่าเจ้าจะอึดอัด ในงานมีแต่บุตรสาวขุนนาง เจ้าพึ่งกลับมายังไม่รู้จักใคร อีกทั้งขนบธรรมเนียมในวังเจ้าก็ไม่รู้"
" จะบอกว่าข้ามาจากชนบทไม่คู่ควรสินะ"
" ไม่ใช่ เจ้าอย่าเข้าใจผิด"
" งั้นข้าก็จะไปดูสักหน่อยว่าไอ้งานชมบุพผาเนี่ยมันมีบุพผาอะไรให้น่าชมบ้าง เอาเงินมา ข้าจะไปหาซื้อชุดแพงๆใส่ให้สมฐานะบุตรสาวตัวจริงของตระกูลมู่"
นางพูดเน้นคำว่าบุตรสาวตัวจริง มู่หลันฮวาอ้าปากเหมือนจะพูดอะไร สุดท้ายก็ไม่พูดสั่งให้สาวใช้ไปเอาตั๋วเงินมา สาวใช้หยิบตั๋วเงินมาหลายใบ เสิ่นม่านเหยารีบคว้ามายัดใส่สาบเสื้อยิ้มกว้าง
" ขอบคุณเจ้าค่ะ ไปกันเถอะหลิวลี่"
นางจูงมือหลิวลี่เดินจากไป มู่หลันฮวาตวัดสายตามองสาวใช้
" เหตุใดเจ้าถึงเอามาหลายใบนัก ทั้งหมดเท่าไหร่"
" ห้าใบ ใบละแสนตำลึงเจ้าค่ะ"
" อะไรนะ นี่ นี่เจ้า"
" ก็นางเป็นคุณหนูตระกูลมู่ เป็นบุตรสาวแท้ๆของท่าน เงินนั่นไม่ใช่ว่านางสมควรได้เหรอเจ้าคะ ให้ไปทีเดียวจะได้ไม่ต้องมาขออีก อีกอย่างนางเองก็ยังไม่มีเสื้อผ้าใหม่สักชุด ไหนจะเครื่องประดับอีก ไหนจะ"
" พอ พอแล้ว เจ้าจะไปที่ไหนก็ไปไป"
มู่หลันฮวาโบกมือไล่สาวใช้คนนั้น
เสิ่นม่านเหยามองดูตัวเองในกระจกเงา สวมชุดผ้าไหมชั้นดีสีชมพูปักลายดอกมู่ตานเกล้าผมใส่เครื่องประดับ ปักปิ่นมุกระย้าหลิวลี่ดูแลความเรียบร้อย
" เสร็จแล้วเจ้าค่ะคุณหนู ท่านงามมาก งามกว่าคุณหนูเจียวเจียวเสียอีก"
" เจ้าพูดจริงเหรอ"
" จริงเจ้าค่ะ คุณหนูเจียวเจียวถึงจะถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี แต่รูปร่างทรวดทรงเทียบคุณหนูไม่ได้สักนิด ผอมบางหน้าอกก็แบนราบคุณหนูม่านเหยาทั้งอวบอิ่มทรวดทรงเย้ายวน โดยเฉพาะตรงนี้"
หลิวลี่จิ้มไปที่หน้าอกของเสิ่นม่านเหยา
" ใหญ่จนล้นออกมาแล้ว คิกๆ"
เสิ่นม่านเหยาจ้องมองอกอวบของตัวเองยิ้มภูมิใจ
" คุณหนูท่านจะไปงานเลี้ยงจริงๆเหรอเจ้าคะ "
" จริงสิ ทำไมหรือเจ้าก็คิดว่าข้าไม่สมควรไป"
" ไม่ใช่เจ้าค่ะ ข้าแค่เป็นห่วงท่าน กลัวว่าท่านจะถูกคนอื่นดูหมิ่นในงาน"
" ไม่ต้องห่วง ข้าไม่ให้ใครมารังแกข้าได้หรอก"
มาถึงหน้าจวนก็เจอเพียงพ่อบ้านฝางยืนอยู่นางกวาดสายตามอง
" คนอื่นยังไม่มาเหรอ แล้วรถม้าหล่ะทำไมยังไม่มาจอดรออีก"
พ่อบ้านมีสีหน้าลำบากใจก่อนจะเอ่ยขึ้น
" คุณหนูคือว่า เอ่อคุณชายใหญ่ ฮูหยินกับคุณหนูเจียวเจียวไปแล้วขอรับ"
" ไปแล้ว แล้วคุณหนูของข้าหล่ะหรือว่าจะให้ตามไปทีหลัง งั้นก็ไปตามรถม้ามาสิจะได้รีบไป"
หลิวลี่พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
" คือว่า ฮูหยินสั่งว่าไม่ให้ท่านตามไปขอรับ ให้ข้าบอกท่านว่า ท่านพึ่งมาเมืองหลวงไม่คุ้นชินกับที่นี่ ให้ท่านพักผ่อนแต่ในจวน"
" หลิวลี่ไปเรียกรถม้ามา"
" เจ้าค่ะ"
" คุณหนู ข้าว่าท่านอย่าไปเลยนะขอรับ"
หลิวลี่ไปแป๊บเดียวก็มาพร้อมรถม้า เสิ่นม่านเหยาขึ้นไปนั่งบนรถม้า พ่อบ้านฝางมองตามด้วยสายตาไม่ไว้ใจ
" ไม่ต้องห่วง งานเลี้ยงอะไรนั่นข้าไม่ไปหรอก"
เสิ่นม่านเหยาพูดพลางปิดผ้าม่านลง
" ฮูหยินกับคุณชายทำแบบนี้ไม่ถูกเลย งานเลี้ยงครั้งนี้ท่านสมควรไปมากกว่าคุณหนูเจียวเจียวเสียอีก รู้ทั้งรู้ว่าท่านกำลังแต่งตัวแต่จงใจไปก่อนเวลา เพื่อจะได้ไม่ให้ท่านไปด้วย ยังคำพูดที่ให้พ่อบ้านฝางมาบอกท่านอีก บอกให้อยู่แต่ในจวน"
" พวกเขาคงกลัวว่าคนที่มาจากชนบทอย่างข้า จะไปทำให้พวกเขาขายหน้านั่นแหละ"
" คุณหนู ที่ท่านบอกกับพ่อบ้านว่าจะไม่ไปงานเลี้ยง ท่านจะไม่ไปจริงๆเหรอเจ้าคะ"
เสิ่นม่านเหยาพยักหน้า
" งั้นท่านจะไปที่ใด"
เดิมทีนางไม่คิดจะกลับมาด้วยซ้ำ หากท่านแม่ของนางที่เลี้ยงดูนางมาไม่ขอร้องให้นางกลับมา นึกถึงคำพูดของท่านแม่ตอนนั้น" เหยาเอ๋อ ตระกูลมู่ร่ำรวย จะทำให้เจ้าสุขสบาย เจ้าลำบากมามาก ควรจะได้กลับไปใช้ชีวิตจริงๆในที่ของเจ้าเสียที"" ท่านแม่ข้าไม่อยากไป ข้าไม่อยากเป็นคุณหนูอะไรนั่นด้วย ข้าอยากอยู่กับท่านที่นี่หรือว่าท่านไม่ต้องการข้าแล้ว"" ใครบอกว่าแม่คนนี้ไม่ต้องการเจ้า ความจริงแม่ก็ไม่อยากให้เจ้าไปหรอก แต่แม่ก็ไม่อาจเห็นแก่ตัวได้ ถึงอย่างไรเจ้าก็คือคุณหนูตระกูลมู่ ควรกลับไปสักครั้ง หากพวกเขาปฎิบัติกับเจ้าไม่ดีก็ให้กลับมา แม่กับพี่ชายของเจ้ารอเจ้าเสมอ"" ใช่แล้วเหยาเอ๋อ หากพวกเขารังแกเจ้าก็ไม่ต้องทน เอาคืนให้สาสมแล้วก็รีบกลับมาหาพวกเรา"นางจึงยอมมา แต่ไม่ใช่เพราะต้องการสุขสบายหรอกนะ นางต้องการมาเอาเงินทองไปให้แม่กับพี่ชายนางต่างหาก ตอนนี้นางกำลังจะกลับไปแล้ว มีเงินไปฝากเยอะด้วยทีนี้จะได้สร้างบ้านใหม่จะได้มีอาหารอร่อยๆดีๆกินกัน นางจะหาซื้อของดีในเมืองไปฝากด้วย ส่วนหลิวลี่นางจะเป็นแม่สื่อให้พี่ชายนางเองระหว่างกำลังกินอาหารอยู่ในโรงเตี๊ยม เสียงสนทนาของโต๊ะข้างหลังทำเอานางตั้งใจเงี่ยหูฟัง" จะทำ
" เลือกเร็วสิ ข้ามีเวลาไม่มากนะ เลือกมาบุตรสาวตัวปลอมหรือตัวจริง เจ้าเลือกได้แค่คนเดียวเท่านั้น"" ทำไมต้องเลือกด้วย เจ้าบอกว่าถ้าข้าเอาเงินมาจะปล่อยพวกนางไง"" ข้าบอกว่าจะปล่อย แต่ไม่ได้บอกว่าจะปล่อยทั้งสองนี่ ฮ่าฮ่า"" ท่านแม่ข้ากลัว ฮือฮือ"" เจียวเจียวไม่ต้องกลัวนะ แม่มาช่วยแล้วปล่อยนาง รีบปล่อยนางเร็ว"มู่หลันฮวาชี้ไปที่มู่เจียวเจียว เสิ่นม่านเหยาหันหน้าหนี นางรู้อยู่แล้วว่ามู่หลันฮวาไม่มีทางเลือกนางหรอก ถึงจะไม่ผิดอย่างที่คิดไว้ แต่ใจของนางก็ยังรู้สึกเจ็บปวดอยู่ดี นางพยายามแก้มัดให้ตัวเอง โดยที่พวกโจรไม่ทันสังเกตุ" เจ้าแน่ใจนะว่าเลือกนาง หากข้าปล่อยนางอีกคนข้าก็จะพาไปบำเรอพวกข้าที่รังโจร"มู่หลันฮวาเบิกตากว้างตกใจ ก่อนจะมองไปที่เสิ่นม่านเหยา แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด แต่มือก็ยังชี้ไปที่มู่เจียวเจียวอย่างมั่นคง" รีบปล่อยบุตรสาวของข้ามา"มู่เจียวเจียวถูกปล่อยตัวออกมา นางวิ่งเข้าไปหามู่หลันฮวาร้องไห้โฮ มู่หลันฮวาโอบกอดมู่เจียวเจียว รีบพากันเดินออกไป ก่อนจะหยุดชะงักหันกลับมามองเสิ่นม่านเหยา" ม่านเหยา ข้าผิดต่อเจ้า แต่เจียวเจียวร่างกายอ่อนแอ ข้าขอโทษ เจ้าไม่ต้องกลัวนะ กลับไปข้า
เสิ่นม่านเหยานึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า ก่อนที่รถม้าจะวิ่งผ่านบริเวณที่เกิดเหตุ คนขับรถม้าได้หยุดรถม้าเพื่อถอดม้าพาไปพักกินน้ำกินหญ้า นางเห็นมู่เจียวเจียวกับคนขับรถม้าส่งสายตาให้กัน พอกลับมารถวิ่งไปได้แป๊บเดียวก็เกิดเหตุ แถมคนขับรถม้าก็กระโดดขึ้นหลังม้าหนีหายเตลิดไปพร้อมกัน ดูก็รู้ว่าจงใจชัดๆ นางเห็นความผิดปกติตั้งนานแล้ว พอกลับขึ้นรถม้าอีกจึงระวังตัวอยู่ตลอด เมื่อรถม้าหยุดกะทันหันพร้อมเสียงม้าร้องตกใจ นางจึงรีบกระโดดออกทางหน้าต่างทันทียามจื่อ นางยังไม่นอน นั่งดูพระจันทร์อยู่ริมหน้าต่าง กำลังคิดอะไรเพลินๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้น นางขมวดคิ้ว ดึกป่านนี้แล้วใครมา นางเดินไปเปิดประตู คาดไม่ถึงว่าจะเป็นมู่หลันฮวามารดาแท้ๆของนาง 94วันที่นางมาอยู่ที่นี่ นี่คือครั้งแรกที่สตรีคนนี้มาหานาง" ท่านมีธุระอะไรถึงมาหาข้าดึกดื่นป่านนี้"มู่หลันฮวาเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะน้ำชา วางกล่องไม้ในมือลง เปิดออกให้เห็นเครื่องประดับที่อยู่ข้างใน " ข้าเอามาให้เจ้า ดูสิว่าชอบไหม "นางมองเครื่องประดับในกล่องด้วยสายตาเรียบเฉย"ที่ผ่านมาข้าไม่ได้ใส่ใจเจ้า ไม่มีเวลาพูดคุยด้วยมากนัก เป็นเพราะเจียวเจียวเกิดที่ชายแดนตะวันตก ที
" อ้อ แล้วก็เรื่องที่นางตกน้ำ ข้าก็ไม่ได้ผลักนาง เป็นนางที่กระโดดลงไปเอง ข้าคิดว่านางคงร้อนเลยอยากลงไปแช่น้ำเล่น เลยยืนดูเฉยๆ ส่วนเขาก็วิ่งเข้ามาบอกว่านางว่ายน้ำไม่เป็น ข้าเห็นนางตะเกียกตะกายอยู่ในน้ำ เขามัวแต่กวักมือเรียกคนมาช่วย ข้าเกรงว่าจะไม่ทันการ เลยถีบเขาให้ลงไปช่วยนางเอง ใครจะไปรู้ว่าบุรุษอกสามศอก"เสิ่นม่านเหยาจ้องมองจางซู่อวี่" หือ ผอมกะหร่องแบบนี้ จะถึงสามศอกหรือเปล่านะ "จางซู่อวึ่ถลึงตาดุดันใส่นาง "นั่นแหละ ใครจะไปคิดว่าเขาจะว่ายน้ำไม่เป็น"" เจ้าโกหก เจียวเจียวว่ายน้ำไม่เป็นนางจะกระโดดลงไปในสระน้ำทำไม ข้าว่าเป็นเจ้านั่นแหละที่ผลักนาง"" หากฮูหยินมู่คิดแบบนั้นก็ตามใจท่านเถอะไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม งั้นข้าจะไปเดินเล่นต่อ"เสิ่นม่านเหยาพูดจบก็หมุนตัวเดินออกไป ไม่สนใจสายตาใครจะมองนางยังไงเดินออกมาจากห้องโถงก็เจอหลิวลี่ที่รีบวิ่งเข้ามา สายตาสำรวจทั่วตัวเสิ่นม่านเหยา" คุณหนูท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหมเจ้าคะ ข้าได้ยินพวกบ่าวในจวนพูดกัน ว่าท่านผลักคุณหนูเจียวเจียวตกน้ำ แต่ข้าไม่เชื่อหรอกว่าท่านจะทำแบบนั้น"" ทำไมถึงไม่เชื่อหล่ะว่าเป็นฝีมือข้า"" ถึงข้าจะรู้จักท่านไม่นาน อยู่กับท่านไม่
หอลมโชยบุรุษเปลือยอกท่อนล่างใส่แต่กางเกง ห้าคนกำลังรุมล้อมเอาใจเสิ่นม่านเหยา นางอ้าปากรับองุ่นจากบุรุษข้างซ้าย ก่อนจะหันไปจิบสุราที่บุรุษฝั่งขวาป้อน บุรุษอีกคนดึงบุรุษฝั่งซ้ายออกป้อนขนมให้นาง บุรุษอีกคนก็บีบนวดบ่าให้นางอยู่ข้างหลัง บุรุษอีกคนก็บรรเลงผีผาให้ฟัง นางหัวเราะคิกคักลูบอกแกร่งบุรุษคนนั้นทีคนนี้ที ก่อนจะหันไปมองหลิวลี่ที่นั่งตัวลีบหน้าแดงกร่ำหลบมุมอยู่" เอ้า หลิวลี่ เจ้าไปนั่งแอบอะไรอยู่ตรงนั้นพวกเจ้าไปดูแลนางด้วยสิ"" ไม่ ไม่ต้องมา ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้านั่งรอท่านอยู่ตรงนี้ดีแล้ว พวกเจ้าไม่ต้องมา"หลิวลี่โบกมือปฏิเสธพัลวัน แต่บุรุษสองคนก็เดินเข้าไปหานาง กุมมือนางมาสัมผัสอกแน่นๆ นางเบิกตากว้างกับสัมผัส สายตาซุกซนก้มมองลงกลางหว่างขา ลอบกลืนน้ำลายดังเอื้อกยามโฉว่ เสิ่นม่านเหยากับหลิวลี่เดินกอดคอกันโซซัดโซเซเข้าจวน รู้สึกตัวตื่นมาอีกทีก็เป็นช่วงสายของอีกวัน กินข้าวเสร็จนางออกไปเดินเล่นในสวนริมสระน้ำ มองดูปลาแหวกว่ายไปมา" ม่านเหยา "มู่เจียวเจียวเดินเข้ามา ดึงปิ่นปักผมออกมาชูอวด" นี่เป็นปิ่นปักผมประการังแดง ที่ฮองเฮาทรงประทานให้ข้าเป็นรางวัล ที่ข้าประชันบทกวีชนะเมื่อคืน"มู่ม่
วันต่อมา เสิ่นม่านเหยาเดินผ่านห้องโถง เห็นมู่เจียวเจียวกำลังเลือกเสื้อผ้าอยู่กับมู่หลันฮวา นางจะเดินไปอีกทางแต่ก็ถูกเห็นเสียก่อน" ม่านเหยา"" ม่านเหยามานี่สิ"มู่หลันฮวากวักมือเรียก" เจ้าว่าชุดนี้เป็นอย่างไรบ้าง เหมาะกับข้าไหม ข้ากำลังเลือกชุดใส่ไปงานเลี้ยงชมบุพผาในวัง ท่านแม่บอกว่าชุดนี้เหมาะกับข้ามากกว่า แต่ข้าก็ชอบชุดนี้ด้วย เลือกอยู่นานก็ตัดสินใจไม่ได้ เจ้าช่วยข้าเลือกหน่อยสิ เอาชุดไหนดีชุดนี้หรือชุดนี้"เสิ่นม่านเหยามองดูเสื้อผ้าที่กองอยู่บนโต๊ะล้วนเป็นผ้าเนื้อดี ตัดเย็บอย่างปราณีต นางก้มมองตัวเองที่ใส่แค่ผ้าฝ้ายเนื้อหยาบ มู่หลันฮวารู้ถึงความคิดของนางจึงรีบพูดขึ้น" ม่านเหยา ชุดพวกนี้สั่งตัดเย็บก่อนหน้าที่เจ้าจะมา ช่างตัดเย็บวัดตัวของเจียวเจียวไว้ชุดพวกนี้จึงมีแต่ของนาง เจ้ามากระทันหันข้ายังไม่เวลาเตรียมเสื้อผ้าให้เจ้า เจ้าก็ใส่ชุดเก่าไปก่อนนะ ไว้วันหลังข้าจะพาไปซื้อชุดใหม่"มู่เจียวเจียวมองมู่ม่านเหยายกยิ้มมุมปากสายตาเยาะเย้ย นางไม่ใส่ใจแบมือไปตรงหน้ามู่หลันฮวา" จะรอวันหลังทำไม ก็ซื้อวันนี้แหละ และก็ไม่ต้องลำบากท่านพาไปด้วย เอาเงินมาให้ข้า ข้ากำลังจะไปเดินเล่นที่ตลาดพอดี เดี๋







