Masuk“บ่าวแค่ไม่คิดว่าคุณหนู จะเรียนรู้การต่อสู้ และไม่รู้สึกกลัวต่อคนพวกนี้เท่านั้นเจ้าค่ะ”
“เจ้าจำวันก่อนที่ข้าถูกทำร้ายได้หรือไม่ ข้าถูกทำร้ายสาหัสจริง แต่ในความโชคร้ายก็มีความโชคดี จุดตันเถียนของข้าถูกเปิด พลังที่กักเก็บมานาน ได้ไหลวนกลับสู่เส้นลมปราณ บวกกับที่ข้าไม่อยากตาย เลยจดจำกระบวนท่าต่างๆ จากนิยายที่ขายตามตลาดในเมืองหลวง ที่เราเคยไปนั่งอ่านอย่างไรเล่า”
หญิงสาวเอาความทรงจำเก่าเจ้าของร่าง มาแต่งเติมให้มันดูสมเหตุสมผลขึ้นมาหน่อย อย่างน้อยก็ทำให้สีหน้าระแวดระวังของเสี่ยวไป๋ ลดลงไปเพราะกำลังใช้ความคิด ตรึกตรองตามคำของนางอยู่ ‘ข้าก็แต่งเรื่องได้เก่งเลยนี่ ว่างๆ จะเขียนนิยายขายสักหน่อย’
ในชีวิตเดิมของนาง ใครๆ ต่างมองเห็นเพียงความเย็นชา จะมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่รู้ว่าแท้จริงนางเป็นคนอารมณ์ขัน ขี้เล่นเพียงใด แต่ด้วยตำแหน่งแม่ทัพ หากทำเช่นนั้นใครเล่าจะยำเกรง นางจึงกลายเป็นสตรีน้ำแข็งแดนเหนือ ในสายตาของผู้คนเสมอมา
“คุณหนู บ่าวขอโทษนะเจ้าคะ ที่คิดไปเรื่อยเปื่อยเช่นนี้”
เสี่ยวไป๋ เอ่ยขอโทษผู้เป็นนาย ด้วยน้ำเสียงอ่อย ๆ มือก็ช่วยแต่งกายให้แก่นายสาว
“พาคนที่ยังหายใจอยู่ เตรียมตัวออกจากจวน พวกเขาบาดเจ็บไม่น่าจะหนักอย่างเจ้าคิด แค่อายุอานามร่วมร้อยปีกันแล้ว ผลักเบาๆ ก็ล้ม ถึงกระนั้นข้าก็ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เว้นแต่...”
หญิงสาวไม่ได้เอ่ยสิ่งที่อยู่ภายในใจออกมา อย่างไรเสียไม่ช้า สิ่งที่นางกำลังคิด จะต้องปรากฏออกมาให้เห็น ไม่ต้องเร่งร้อนแหวกหญ้าให้งูตื่น สู้รอให้งูมันย่ามใจ โผล่หัวออกมาเองจะดีกว่า
“เว้นแต่อะไรเจ้าคะ”
“ไม่ช้าเจ้าจะรู้เอง”
หลังจากแต่งกายเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวเดินไปดึงผ้าปูเตียงขึ้น ก่อนจะเห็นตั๋วเงินจำนวนหนึ่ง แล้วนำมันหยัดเข้าไปในอกเสื้อ ชายแดนหรือตลาดที่มีคนเดินเยอะ การพกถุงเงินข้างเอวแบบชาวเมืองหลวง ก็ไม่ต่างจากเอาเงินวางใส่มือหัวขโมย
“ฟังข้าให้ดี เอาแค่สิ่งของมีค่าไป”
หญิงสาวกำชับเสี่ยวไป๋ ก่อนจะเดินหายออกจากห้อง หญิงสาวปรายตามองไปที่หนึ่งในสาวใช้สูงวัย บาดเจ็บอย่างนั้นรึ! การแสดงของพวกเจ้า ยังมิได้ครึ่งของข้า
ลับหลังหญิงสาวไปแล้ว สาวใช้ที่แสดงอาการเจ็บปวด ได้ผุดลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะมองไปที่บ่าวชายหญิงคนอื่น ที่นอนนอนสิ้นเรี่ยวแรง เพราะถูกมือสังหารทั้งสาม ลงมืออย่างไร้ปราณี แม้ไม่ตายก็ใช่จะมีเรี่ยวแรงไปช่วยเหลือใครได้
สาวใช้สูงวัย รีบลุกขึ้นก่อนจะเหลียวมอง ไปยังบ่าวที่ยังรอดชีวิต ฉึก! ฉึก! ฉึก! เข็มพิษถูกชัดออกไปใส่ร่างของคนทั้งหมด ก่อนจะรีบก้าวติดตามคุณหนูใหญ่ออกไป
แม้ใจจะอยากเข้าไปจัดการกับเสี่ยวไป๋ แต่หากล่าช้าก็จะติดตามคุณหนูใหญ่ไม่ทัน สาวใช้สูงวัยจึงปล่อยเสี่ยวไป๋ไว้ก่อน เพราะอย่างไรเสี่ยวไป๋ ก็ต้องรอคุณหนูกลับมาอยู่ดี
เมื่อก้าวพ้นประตูบ้านออกมา สาวใช้สูงวัยก็ต้องชะงักค้าง เมื่อคนที่นางคิดจะติดตามไป ได้ยืนรอท่าอยู่ก่อนแล้ว…
“ใจดำเกินไปไหม ที่ลงมือกับคนแก่เหล่านั้น”
หญิงสาวเอ่ยถามออกไป ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นางรู้อยู่แล้วว่าจะต้องมีหนอนบ่อนไส้ แต่ไม่คิดว่าหยิงแก่ผู้นี้ จะลงมือต่อสหายที่อยู่ร่วมกันมานาน
“เจ้าเป็นใครกันแน่!”
“เจ้ามองดูข้าให้ดีๆ ว่ามีตรงไหนที่ข้ามิใช่นายเจ้า ถงหว่านเหนียน”
“หึๆ ข้าไม่คิดว่าบุตรสาวไร้ค่าของท่านเสนาบดี จะเก็บซ่อนตัวตนได้ดีเยี่ยมขนาดนี้”
“ตรงไหนที่ข้าเก็บซ่อนกัน หากข้าทำอย่างเจ้าว่ามา ข้าจะทำให้เจ้าเห็นเช่นนั้นรึ!”
“เจ้ารู้!”
“ไม่เลย...แต่เจ้าบอกข้าเอง”
“เป็นไปไม่ได้ ข้ามิเคยบอกสิ่งใดแก่เจ้าเลย”
“ก็บอกอยู่นี่ไง...”
สาวใช้สูงวัยได้ล้วงเข็มพิษออกมาเตรียมพร้อม สำหรับจัดการกับเป้าหมาย ตามคำสั่งของผู้เป็นนาย
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร”
“ก็สิ่งที่เจ้าทำอยู่นี่อย่างไรเล่า ที่บอกข้า...ว่าเป็นเจ้า! คนทรยศ...ออ...ไม่สิ! เจ้าไม่เคยภักดีต่อข้าอยู่แล้ว แต่ข้าก็จะไม่ถามนะ ว่าทำไมนายของเจ้า ถึงเลือกลงมือกับข้าตอนนี้ ทั้งที่โอกาสมีมากมาย เพราะข้าชอบค้นหาความจริงด้วยตนเอง”
“อย่ามามากความ! ให้เสียเวลา เจ้ารับความตายให้ดีก็พอ”
เอ่ยจบ! เข็มพิษถูกซัดออกไปพร้อมกันหลายเล่ม ฟึ่บ! ทว่า...ร่างงามกลับเคลื่อนกายหลบได้อย่างง่ายดาย นั่นทำให้สาวใช้ดึงมีดสั้นออกมาจากฝัก พุ่งเข้าหาหญิงสาวในทันที
“ฮึ! เจ้าทำให้ข้าต้องรังแกคนแก่ เป็นที่น่าอับอายนัก”
ปึก! ร่างของสาวใช้ ร่วงลงแข็งค้างอยู่บนพื้นดิน คงมีเพียงดวงตาที่กรอกไปมาด้วยอาการลนลาน เมื่อคุณหนูใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้า
“วันนี้ข้ามีธุระต้องรีบจัดการ จึงไม่สามารถเล่นกับหนอนตัวอ้วนพีอย่างเจ้าได้ อย่าโทษที่ข้าต้องส่งเจ้าไปรายงานตัว ต่อยมบาลแทนตัวข้า”
อ๊อก! เสียงสุดท้ายที่ดังออกมาจากลำคอของสาวใช้ หลังถูกเท้าของหญิงสาว เตะเข้าที่ลำคอด้วยพลังเพียงห้าส่วน ซึ่งมันมากพอจะจบชีวิตมือสังหาร ในคราบสาวใช้ได้
“ดูถูกข้าเกินไปแล้ว คิดได้อย่างไร ส่งมือสังหารชรามาจัดการข้า พลอยทำให้ข้าเป็นคนไม่ดีไปด้วย ที่ลงมือกับคนแก่”
หญิงสาวพึมพำเบาๆ ก่อนจะใช้เพียงมือเดียว ลากร่างไร้ลมหายใจนั้น ไปพิงไว้หลังพุ่มไม้ข้างประตูบ้าน ไม่แปลกใจเลย ที่จะไม่มีใครรู้เห็นสิ่งที่เกิดในบ้าน ไกลผู้คนเสียนี่กระไร
เท้าบางก้าวเดินไปตามเส้นทาง มุ่งเข้าสู่ตัวตลาด ตามความทรงจำเจ้าของร่าง สิ่งแรกที่นางต้องทำ คือเพิ่มจำนวนเงิน หาบ้านสำหรับพักพิง เมืองชายแดน ล้วนมีแหล่งหาเงิน ซึ่งนางรู้ดีว่าต้องเริ่มจากตรงไหน
จะเกิดใหม่ทั้งที ไยไม่รวยไปเลยนะ ทำไมยังต้องให้ข้าลำบากหาเงินสร้างตัวอีก แต่ก็ยังดีที่นางยังเป็นคนแคว้นหลู่อยู่ มิหนำซ้ำนางยังอ่อนเยาว์ กว่าชีวิตเดิมตั้งหลายปี
ข้าจะพาเจ้าทวงความเป็นธรรม ทั้งเกียรติและศักดิ์ศรีของเจ้าคืนมา ถงหว่านเหนียน ถือว่าเป็นค่าตอบแทน สำหรับร่างกายนี้ที่ทำให้ข้าหายใจได้อีกครั้ง
“พี่ใหญ่!!! ไยเป็นเช่นนี้” ถงหว่านอี้ หวีดร้องเสียงหลง ก่อนจะใช้สองมือ ปิดใบหน้าเอาไว้ นางสั่นเทาอย่างคนเสียขวัญ ภาพที่เห็นช่างน่าสยดสยองยิ่งนัก หากหัวที่อยู่ในกล่องนั้น เป็นของพี่สาวคนโต นางคงจะสุขใจกว่านี้ แต่นี่ไยจึงกลายเป็นหัวของพี่ชายไปได้เล่า! ท่านอัครมหาเสนาบดี ช้าหนึบไปทั้งร่าง มันจะเป็นได้อย่างไร ที่หัวในห่องเบื้องหน้า เป็นของบุตรชายคนโต ไยจึงไม่หัวของตัวหายนะนั่นเล่า ท่านอัครมหาเสนาบดี ค่อย ๆ ก้าวตรงไปยังกล่องไม้ ที่เวลานี้ภรรยาได้คว้าไปกอดเอาไว้แนบอก นางร้องไห้ปริ่มขาดใจ“เกิดอันใดขึ้นเจ้าคะ!”ทว่ายังไม่ทันจะก้าวไปถึง เสียงที่เต็มไปด้วยความแตกตื่น ของอนุคนโปรด พลันดังแทรกขึ้นเสียก่อน ร่างที่อ่อนเยาว์กว่าภรรยาเอก ก้าวยาว ๆ เข้ามาภายในห้อง“ไสหัวออกไป!”ถงฮูหยิน หันไปตวาดอนุของสามี ด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความชิงชัง หญิงแพศยานี่ คงหาหนทางกดหัวนางเป็นแน่ ในตอนนี้นางไร้บุตรชายสืบสายเลือดแล้ว นังตัวซวยนั่นคนเดียวแท้ ๆ นางไม่น่าจะทนเก็บมันเอาไว้เลย“ท่านพี่ ไยพี่หญิงจึงขับไล่ข้าเช่นนี้ มีเรื่องอันใดกันเจ้าคะ”อนุเจียงเดินเข้าไปหาสามี ก่อนจะเอ่ยถามด้วยเสียง ที่เต็ม
สิบวันถัดมา ณ เมืองหลวง ม้าเร็วที่เดินทางไม่หยุดพัก ได้มาหยุดอยู่หน้าจวนอัครมหาเสนาบดีถง ชายสวมชุดสีเข้ม ได้เหวี่ยงกายลงจากหลังม้า ก่อนจะกระตุกผ้าที่ผูก กล่องไม้ขนาดไม่ไม่ใหญ่มากนัก เขานำกล่องนั้น ถือเดินเข้าไปยังหน้าประตูจวน ก่อนจะจับห่วงเหล็กกระแทกกับประตูสามครั้งเพียงครู่เดียวประตูบานใหญ่ ได้เปิดออกเพียงครึ่ง ชายชราผมขาวโพลน ได้เยี่ยมหน้าออกมามอง ว่าผู้ใดกันมาเคาะเรียก คิ้วหนาสีดอกเลา ขมวดย่นจนชิดกัน เมื่อเห็นชายแปลกหน้า ยืนถือกล่อง ที่มีไอน้ำเกาะอยู่ เหมือนกับมีของเย็นจัดอยู่ด้านใน “ต้องการพบผู้ใด” ชายชราเอ่ยถาม“ข้าเป็นคนส่งของ จากชายแดนตะวันตก นี่สำหรับท่านอัครมหาเสนาบดีถง กับครอบครัว โปรดผู้ชรารับไปเถิด”ชายหนุ่มยื่นส่งกล่องไม้ ให้แก่ชายชรา ซึ่งเขาไม่ต้องเดาว่านี้เป็นใคร เพราะคงมีเพียงพ่อบ้านเท่านั้น ที่จะได้สวมชุดดูดี รองจากเจ้าของบ้าน“นี่คือสิ่งใด”ชายชราเอ่ยถาม เพราะครั้งก่อนที่ของส่งมาจากชายแดน ทำให้คนทั้งจวนแตกตื่นยิ่งนัก“มิใช่สิ่งที่ข้าต้องสอดรู้”ชายหนุ่มตอบกลับเสียงเรียบ แววตาไม่มีคิดจะสอดส่ายไปข้างใน หรืออย่างรู้สิ่งใด นอกเหนือจากหน้าที่ของเขา นั่น
“นางมันคือปีศาจ ฆ่านางให้ได้” ถงเฮ่อถง พูดด้วยเสียงที่อันสั่นเทา ทั้งความเจ็บปวด และความกลัว กำลังตีรวนอยู่ในหัว ถ้าเขาไม่ตายก็กลายเป็นคนไร้ค่า เมื่อคิดถึงการถูกผู้คนหยามเหยียด ถงเฮ่อหลง อกของเขาแทบระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ สองผู้ติดตามที่พุ่งเข้าหาหญิงสาว เวลานี้ต่างก็อยู่ในสภาพที่ไม่สู้ดีนัก เพียงแค่ไม่กี่กระบวนท่า พวกเขาก็รับรู้ได้ทันที ว่าฝีมือของหญิงสาว เหนือกว่าพวกเขาอยู่หลายขั้น เรียกว่าเทียบนางมิติดเลยทีเดียว “ไปฆ่านาง!” ดวงตาที่เริ่มจะพล่าเลือน จากการเสียเลือด มองไปที่น้องสาว ซึ่งยืนมองมาที่นาง และผู้ติดตามที่ยังอยู่กับเขา ด้วยสองคนนั้นแน่นิ่งไป ภายใต้คมอาวุธของนางไปแล้ว ชายหนุ่มไม่อาจขัดคำสั่งได้ เขาลุกขึ้น พุ่งเข้าหาหญิงสาว ด้วยความรวดเร็ว ฉับ! ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ลงมือ แม้เพียงครึ่งกระบวนท่าเสียด้วยซ้ำ ลมหายใจพลันขาดสะบั้นลง โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าอาวุธของนาง ตวัดใส่ร่างเขาตั้งแต่เอไหร่ “เจ้ามันปีศาจ ถงหว่านเหนียน!” ถงเฮ่อหลงพยายามกระถดถอยหนี จากคนที่ก้าวช้า ๆ มาที่เขาอยู่ในตอนนี้ คนของเขาที่เหลือเล่า ไยไม
“ถงหว่านเหนียน เจ้าไม่มีทางเหนือกว่าข้าไปได้!” ถงเฮ่อหลง ตะโกนก้องด้วยความคับแค้นใจ เมื่อตัวเขา ไม่อาจที่จะเข้าถึงตัวของถงหว่านเหนียนได้เลย มันจะเป็นไปได้อย่างไร ที่ฝีมือนางจะเหนือกว่าเขา หญิงขี้โรคอ่อนแอ ปวกเปียก นี่คือสิ่งที่คนของบิดา คอยรายงานกลับไปให้รับรู้อยู่เสมอแต่วันนี้สิ่งที่เขาเห็น นางไม่เพียงแต่ไม่เจ็บป่วย ทว่านางยังคงมีฝีมือในเชิงยุทธ ในระดับที่ดีอีกด้วย หรือว่าคนของบิดา ได้หลอกลวงพวกเขามาโดยตลอดเหตุผลที่สกุลถงยังไม่เอาชีวิตนาง เพราะยังเป็นช่วงไว้ทุกข์ให้แก่ท่านย่า จึงยังคงไม่อาจลงมือต่อนางได้อย่างโจ่งแจ้ง ด้วยสายตาของหลายคนยังจับจ้องเรื่องของนางอยู่ บุตรสาวที่มีคู่หมายเป็นถึงท่านอ๋องจิ้ง แต่ตอนนี้ครบการไว้ทุกข์สามปีแล้ว ถงหว่านเหนียน ก็ควรติดตามลงไปปรนนิบัติท่านย่าในยมโลก มิสมควรอยู่เป็นภัยให้แก่คนในตระกูล และขัดขวางเส้นทาง ของน้องสาวคนรอง ในการออกเรือน “ถงเฮ่อหลง หึ ๆ เจ้าอยากได้หัวของข้า ก็ต้องมาดูกันว่า ความเร็วของเจ้า จะมีเหนือกว่าข้าสักแค่ไหน” ถงหว่านเหนียน แค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน มีฝีมือเพียงเท่านี้ คิดจะสู้กับนาง ยังห่างช
“ถงหว่านเนียน! เจ้ากำลังด่าทอข้าอย่างนั้นรึ” ถงเฮ่อหลง ตวาดกลับเสียงกร้าว ใบหน้าของชายหนุ่ม มืดครึ้ม ด้วยความไม่พอใจอย่างที่สุด ยิ่งเห็นแววตาเยาะหยันจากน้องสาว ความเคียดแค้นและชิงชัง ยิ่งทวีคูณมากขึ้นเท่านั้น นางกล้าดีอย่างไร ถึงได้อาจหาญ ด่าทอว่าเขาเป็นสุนัข “ข้าเอ่ยชื่อเจ้าหรือ” หญิงสาว ถามกลับด้วยน้ำ อันเสียงอ่อนโยน ทว่ารอยยิ้มของนางนั้น หาได้เป็นเยี่ยงคำพูดไม่ เพราะทุกอย่างมันล้วนเต็มไปด้วยความขบขัน นี่หรือ...บุตรชายคนโตของสกุลถง โอหังแต่ไร้ สามารถ ลำพองตนแต่ขลาดเขลาเบาปัญญา มิน่าเล่าถึงยังไม่ก้าวหน้าในราชสำนัก หากนางมีบุตรชายเช่นนี้ คงกลั้นใจตายไปแล้ว เทียบไม่ได้กับนางในชีวิตเดิม ยังได้ไม่ถึงขี้เล็บ มาทำพองขนต่อหน้านาง ช่างไม่รู้ที่ตายเอาเสียเลย “หากไม่ใช่ข้าแล้วจะเป็นผู้ใดเล่า ในเมื่อภายในห้องนี้ มีเพียงเจ้ากับข้าเท่านั้น” ถงเฮ่อหลง ตอบกลับด้วยเสียง ที่เต็มไปด้วยโทสะอันคุกรุ่น ยิ่งเห็นท่าทางไม่ยี่หระต่อสิ่งใดของนาง ความชิงชังก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ราวกับทำนบน้ำที่พังทลาย “เช่นนั้น ก็ตามแต่พี่ใหญ่จะคิด ก็แล้วกันเจ้าค่ะ” หญิง
ห้าวันต่อมา ณ กระท่อมชายป่า แว่วใบไม้เสียดสียามสายลมพัดผ่าน ดังแววให้ได้ยินเป็นระยะ กลิ่นอายของธรรมชาติ ทำให้คนที่อาศัยอยู่ใกล้ชายป่า รู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายนิ่งนัก ถงหว่านเหนียนนั่งจิบชาอยู่เงียบ ๆ เพียงลำพัง สายตาของนางมองผ่านช่องหน้าต่างบานใหญ่ ออกไปยังสวนดอกไม้ป่าที่นางให้คนปลุกเอาไว้ แขกของนางคงกำลังใกล้จะมาถึงแล้ว นี่ถือเป็นการสละเวลาให้สายเลือดเจ้าของร่าง ก่อนที่นางจะเดินทางเข้าเมืองหลวง เพื่อสะสางเรื่องราวต่าง ๆ ให้มันจบลง ภายหน้าจะได้ไม่ต้องยุ่งยากอีก ชีวิตแบบนี้สิที่นางต้องการ ร่ำรวยและเรียบง่าย แต่ชีวิตในความเป็นจริง มันช่างไม่เป็นอย่างที่วาดฝันเอาไว้เลยสักนิด จบเรื่องหนึ่งก็มีเรื่องหนึ่งวนเวียนเกิดขึ้นมามิเว้นวัน แต่เมื่อยังหายใจอยู่ ก็ไม่อาจปฏิเสธที่จะสู้รบกับชะกรรมได้ “คุณหนู พวกเขามาแล้วเจ้าค่ะ” เสี่ยวไป๋รีบเข้ามารายงาน เมื่อเห็นว่ามีคนมาหยุดยืนอยู่หน้าทางเข้ากระท่อม ท่าทางของผู้มาเยือน ไม่ได้เป็นมิตรสักนิด “เจ้าพาท่านป้าหวงไปเถอะ ทางนี้ข้าจัดการเอง” การแสดงสิ้นสุดลงแล้ว เมื่อเหยื่อมาถึง นักแสดงก้ต้องออกจากที่นี่ เพื







