로그인ครึ่งชั่วยามต่อมา
หญิงสาวเดินมาถึงตลาดในเมือง ความคึกครื้นยังคงไม่มีเปลี่ยนแปลง หญิงสาวที่มีผ้าคาดใบหน้าผืนบาง หยุดเหลียวมองไปรอบๆ ก่อนจะก้าวตรงไปยังร้านผ้า
หากจะไปยังสถานที่นั้น นางจะต้องไม่ไปในรูปลักษณ์ของสตรี เพราะมันจะนำพาความยุ่งยากมาให้ ที่สำคัญใบหน้างดงามเกิดกว่าจะเสี่ยงเผยโฉมแท้จริงได้ ร่างสูงโปร่งกว่าสตรีทั่วไป ก้าวเข้าไปภายในร้าน พร้อมบอกถึงสิ่งที่ต้องการกับเถ้าแก่เนี้ย
นางจะเสียเวลามากไปกว่านี้มิได้ เพราะเสี่ยวไป๋อยู่เพียงลำพัง หากมีมือสังหารเพิ่มขึ้นมาอีก จะไม่เป็นผลดีเท่าใดนัก อีกอย่างตอนนี้ยังเช้าอยู่มาก มือฉมังที่ใช้เวลาในที่แห่งนั้นมาตลอดค่ำคืน หรืออาจหลายคืนติดกัน กำลังอ่อนล้ากันไม่น้อย นางจำต้องรีบฉกฉวยโอกาสนี้ให้ได้ ก่อนจะมีคนกลุ่มใหม่เข้าไป
ใช้เวลาเพียงไม่นาน ร่างระหงก็อยู่ในชุดสีเข้มแบบบุรุษ ใบหน้าที่มีร่องรอยบวมช้ำ ก็ถูกปกปิดด้วยแป้งประทินผิว ที่เจ้าของร้านจัดหาให้ โดยหญิงสาวเลือกที่จะสวมทับอีกชั้น ด้วยหน้ากากสีเงินครึ่งเสี้ยว เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย หญิงสาวกล่าวขอบคุณเจ้าของร้าน โดยไม่ลืมที่จะเพิ่มเงิน จากค่าสิ่งของที่นางเลือกซื้อ เพื่อเป็นการเบิกเส้นทางเอาไว้ ก่อนจะเดินออกจากร้านไปอย่างเร่งรีบ แต่ยังคงความสง่าเยี่ยงนักรบ
ครึ่งก้านธูปต่อมา ณ โรงน้ำชาหลั่วเจิ้ง
ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ทว่าดูผอมเพรียวกว่าบุรุษทั่วไป ได้เดินมาหยุดอยู่หน้าโรงน้ำชาชื่อดัง ของชายแดนตะวันตก แววตาที่ทอดมองนั้น เต็มไปด้วยความคุ้นเคย
ก่อนที่นางจะสลัดมันทิ้งไป เมื่อนึกถึงความเป็นจริงในตอนนี้ นางอยู่ในร่างของใครอีกคน ที่ไม่เคยพานพบกันมาก่อน ทว่าชะตาคงสัมพันธ์กัน หรือสวรรค์ยังต้องการให้นางชดใช้กรรม จึงส่งให้มาอยู่ในร่างนี้ พร้อมวิบากกรรมอันสุดรันทด
“คุณชายเชิญด้านในขอรับ”
เสี่ยวเอ้อรีบออกมาต้อนรับชายหนุ่ม ในชุดที่บอกถึงฐานะว่ามิใช่ชาวบ้านยากไร้ ก่อนจะเดินนำแขกเข้าไปด้านใน เพื่อดื่มชาและอาหารยามเช้า ทว่าพอก้าวพ้นประตูร้านเข้ามา ชายหนุ่มกลับยืนนิ่งกวาดสายตามองไปรอบๆ
“ข้าอยากผ่อนคลาย นกกระจอกตื่นหรือยัง”
น้ำเสียงที่ถูกดัดให้เข้มขึ้น เอ่ยรหัสลับที่ทำให้เสี่ยวเอ้อนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมายิ้มพรายให้แก่ชายหนุ่ม ต้องเป็นคนที่ได้รับการแนะนำมาเท่านั้น จึงจะเอ่ยรหัสลับนั้นออกมา
“ยังมิทันนอน จะตื่นได้อย่างไร คุณชายเชิญทางนี้”
เป็นการตอบรับคำของชายหนุ่ม ก่อนที่เสี่ยวเอ้อจะพาเขาเดินตรงไปยังห้อง ที่อยู่อีกด้านของโรงน้ำชา แม้ว่าจะเป็นบ่อนที่ได้รับอนุญาตให้เปิดจากทางการ ทว่ายังมีอีกส่วนที่เข้าได้ เฉพาะคนบางกลุ่มเท่านั้น แน่นอนว่าการใช้จ่าย ย่อมไม่ให้ทางการมายุ่มย่าม ฉะนั้นคนที่จะเข้าไปได้ ล้วนต้องมีรหัสลับ
แน่นอนว่าเงินหนามากพอ ที่จะปิดปากทางการเสียสนิท ซึ่งมันคือการจัดการของฝ่ายปกครอง นางในชีวิตเดิม ย่อมไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายหน้าที่ของเจ้าเมือง
ซึ่งหากจะพูดกันตามความเป็นจริงแล้ว เพียงไม่กี่ปีเท่านั้น ที่กองทัพของนาง ได้ย้ายมาประจำอยู่ชายแดนตะวันตก ด้วยอดีตแม่ทัพตะวันตก ต้องการย้ายติดตามครอบครัว กลับไปยังแดนเหนือ นางจึงได้ย้ายมาอยู่ชายแดนตะวันตกแทนเขา
ถงหว่านเหนียน ยกยิ้มน้อยๆ ก่อนจะขยับพัดในมือเบาๆ ขณะเดินตามเสี่ยวเอ้อไป มันคือการเดิมพันที่สมน้ำสมเนื้อ จึงจะทำให้วันนี้ นางมีเงินตั้งตัวในเร็ววัน จะผิดถูกหาได้สำคัญ เพราะร่างกายนางในตอนนี้ มิใช่คนในราชสำนัก เพียงสตรีบอบบางผู้มีกิเลสโดยทั่ว ๆ ไปเท่านั้น
ยิ่งพอนึกถึงพี่ชายร่วมสาบานของร่างเดิม นางก็อดยิ้มไม่ได้กับความมีประโยชน์ในครานี้ เมื่อรหัสลับที่จ้าวไค ชายที่เป็นทั้งพี่ใหญ่ และศิษย์พี่ตัวร้าย เคยบอกแก่นางเอาไว้ ว่าแต่ละทิศของเมืองชายแดน มีรหัสลับใดบ้าง
‘หากเวลานี้ท่านอยู่ด้วย คงดีไม่น้อยเลยพี่ใหญ่’
หญิงสาวคิดถึงพี่ชายร่วมสาบาน ที่ตอนนี้แม้พบกัน นางก็คงกลายเป็นเพียงคนแปลกหน้าไปเสียแล้ว หญิงสาวในคราบของชายหนุ่ม ชะงักเล็กน้อย เมื่อมีคำพูดที่เอ่ยถึงร่างเดิมของนาง
‘ปีหนึ่งแล้วอย่างนั้นรึ!’
หญิงสาวรำพันอยู่ภายในใจ แม่ทัพสาวฉีหลินอิง ตายไปแล้วเป็นปี นางนึกว่าแค่เพียงเสี้ยวเวลาเท่านั้น อะไรกันนี่! แต่ก็อย่างว่า...ขนาดตัวนางยังมาตื่นในร่างนี้ ทุกอย่างบนโลก ล้วนมีสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ...
“คุณชายทางนี้ขอรับ”
หญิงสาวตื่นจากภวังค์ในทันที เมื่อเสียงของเสี่ยวเอ้อ ดังอยู่ข้างกายของนาง หญิงสาวเดินไปยังโต๊ะขนาดใหญ่ ที่บรรดาผู้มีอันจะกินทั้งหลาย กำลังนั่งหน้าตาเคร่งเครียด เมื่อสิ้นเสียงทอยลูกเต๋า เหล่ามือพนัน ต่างพากันวางเงินในมือ ตามตำแหน่งที่คิดว่าจะคว้าชัยชนะ
เรียวปากงามบิดขึ้นน้อย ๆ เจ้ามือที่นี่ยังนับว่าเถรตรงในเรื่องลูกเต๋าอยู่ เงินมากถ้าคดโกง คงไม่อาจเปิดกิจการได้นาน น้ำหนักลุกเต๋าไม่หนักไม่เบา คาดเดาได้ไม่ยากเย็นอันใด
“พี่ใหญ่!!! ไยเป็นเช่นนี้” ถงหว่านอี้ หวีดร้องเสียงหลง ก่อนจะใช้สองมือ ปิดใบหน้าเอาไว้ นางสั่นเทาอย่างคนเสียขวัญ ภาพที่เห็นช่างน่าสยดสยองยิ่งนัก หากหัวที่อยู่ในกล่องนั้น เป็นของพี่สาวคนโต นางคงจะสุขใจกว่านี้ แต่นี่ไยจึงกลายเป็นหัวของพี่ชายไปได้เล่า! ท่านอัครมหาเสนาบดี ช้าหนึบไปทั้งร่าง มันจะเป็นได้อย่างไร ที่หัวในห่องเบื้องหน้า เป็นของบุตรชายคนโต ไยจึงไม่หัวของตัวหายนะนั่นเล่า ท่านอัครมหาเสนาบดี ค่อย ๆ ก้าวตรงไปยังกล่องไม้ ที่เวลานี้ภรรยาได้คว้าไปกอดเอาไว้แนบอก นางร้องไห้ปริ่มขาดใจ“เกิดอันใดขึ้นเจ้าคะ!”ทว่ายังไม่ทันจะก้าวไปถึง เสียงที่เต็มไปด้วยความแตกตื่น ของอนุคนโปรด พลันดังแทรกขึ้นเสียก่อน ร่างที่อ่อนเยาว์กว่าภรรยาเอก ก้าวยาว ๆ เข้ามาภายในห้อง“ไสหัวออกไป!”ถงฮูหยิน หันไปตวาดอนุของสามี ด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความชิงชัง หญิงแพศยานี่ คงหาหนทางกดหัวนางเป็นแน่ ในตอนนี้นางไร้บุตรชายสืบสายเลือดแล้ว นังตัวซวยนั่นคนเดียวแท้ ๆ นางไม่น่าจะทนเก็บมันเอาไว้เลย“ท่านพี่ ไยพี่หญิงจึงขับไล่ข้าเช่นนี้ มีเรื่องอันใดกันเจ้าคะ”อนุเจียงเดินเข้าไปหาสามี ก่อนจะเอ่ยถามด้วยเสียง ที่เต็ม
สิบวันถัดมา ณ เมืองหลวง ม้าเร็วที่เดินทางไม่หยุดพัก ได้มาหยุดอยู่หน้าจวนอัครมหาเสนาบดีถง ชายสวมชุดสีเข้ม ได้เหวี่ยงกายลงจากหลังม้า ก่อนจะกระตุกผ้าที่ผูก กล่องไม้ขนาดไม่ไม่ใหญ่มากนัก เขานำกล่องนั้น ถือเดินเข้าไปยังหน้าประตูจวน ก่อนจะจับห่วงเหล็กกระแทกกับประตูสามครั้งเพียงครู่เดียวประตูบานใหญ่ ได้เปิดออกเพียงครึ่ง ชายชราผมขาวโพลน ได้เยี่ยมหน้าออกมามอง ว่าผู้ใดกันมาเคาะเรียก คิ้วหนาสีดอกเลา ขมวดย่นจนชิดกัน เมื่อเห็นชายแปลกหน้า ยืนถือกล่อง ที่มีไอน้ำเกาะอยู่ เหมือนกับมีของเย็นจัดอยู่ด้านใน “ต้องการพบผู้ใด” ชายชราเอ่ยถาม“ข้าเป็นคนส่งของ จากชายแดนตะวันตก นี่สำหรับท่านอัครมหาเสนาบดีถง กับครอบครัว โปรดผู้ชรารับไปเถิด”ชายหนุ่มยื่นส่งกล่องไม้ ให้แก่ชายชรา ซึ่งเขาไม่ต้องเดาว่านี้เป็นใคร เพราะคงมีเพียงพ่อบ้านเท่านั้น ที่จะได้สวมชุดดูดี รองจากเจ้าของบ้าน“นี่คือสิ่งใด”ชายชราเอ่ยถาม เพราะครั้งก่อนที่ของส่งมาจากชายแดน ทำให้คนทั้งจวนแตกตื่นยิ่งนัก“มิใช่สิ่งที่ข้าต้องสอดรู้”ชายหนุ่มตอบกลับเสียงเรียบ แววตาไม่มีคิดจะสอดส่ายไปข้างใน หรืออย่างรู้สิ่งใด นอกเหนือจากหน้าที่ของเขา นั่น
“นางมันคือปีศาจ ฆ่านางให้ได้” ถงเฮ่อถง พูดด้วยเสียงที่อันสั่นเทา ทั้งความเจ็บปวด และความกลัว กำลังตีรวนอยู่ในหัว ถ้าเขาไม่ตายก็กลายเป็นคนไร้ค่า เมื่อคิดถึงการถูกผู้คนหยามเหยียด ถงเฮ่อหลง อกของเขาแทบระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ สองผู้ติดตามที่พุ่งเข้าหาหญิงสาว เวลานี้ต่างก็อยู่ในสภาพที่ไม่สู้ดีนัก เพียงแค่ไม่กี่กระบวนท่า พวกเขาก็รับรู้ได้ทันที ว่าฝีมือของหญิงสาว เหนือกว่าพวกเขาอยู่หลายขั้น เรียกว่าเทียบนางมิติดเลยทีเดียว “ไปฆ่านาง!” ดวงตาที่เริ่มจะพล่าเลือน จากการเสียเลือด มองไปที่น้องสาว ซึ่งยืนมองมาที่นาง และผู้ติดตามที่ยังอยู่กับเขา ด้วยสองคนนั้นแน่นิ่งไป ภายใต้คมอาวุธของนางไปแล้ว ชายหนุ่มไม่อาจขัดคำสั่งได้ เขาลุกขึ้น พุ่งเข้าหาหญิงสาว ด้วยความรวดเร็ว ฉับ! ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้ลงมือ แม้เพียงครึ่งกระบวนท่าเสียด้วยซ้ำ ลมหายใจพลันขาดสะบั้นลง โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าอาวุธของนาง ตวัดใส่ร่างเขาตั้งแต่เอไหร่ “เจ้ามันปีศาจ ถงหว่านเหนียน!” ถงเฮ่อหลงพยายามกระถดถอยหนี จากคนที่ก้าวช้า ๆ มาที่เขาอยู่ในตอนนี้ คนของเขาที่เหลือเล่า ไยไม
“ถงหว่านเหนียน เจ้าไม่มีทางเหนือกว่าข้าไปได้!” ถงเฮ่อหลง ตะโกนก้องด้วยความคับแค้นใจ เมื่อตัวเขา ไม่อาจที่จะเข้าถึงตัวของถงหว่านเหนียนได้เลย มันจะเป็นไปได้อย่างไร ที่ฝีมือนางจะเหนือกว่าเขา หญิงขี้โรคอ่อนแอ ปวกเปียก นี่คือสิ่งที่คนของบิดา คอยรายงานกลับไปให้รับรู้อยู่เสมอแต่วันนี้สิ่งที่เขาเห็น นางไม่เพียงแต่ไม่เจ็บป่วย ทว่านางยังคงมีฝีมือในเชิงยุทธ ในระดับที่ดีอีกด้วย หรือว่าคนของบิดา ได้หลอกลวงพวกเขามาโดยตลอดเหตุผลที่สกุลถงยังไม่เอาชีวิตนาง เพราะยังเป็นช่วงไว้ทุกข์ให้แก่ท่านย่า จึงยังคงไม่อาจลงมือต่อนางได้อย่างโจ่งแจ้ง ด้วยสายตาของหลายคนยังจับจ้องเรื่องของนางอยู่ บุตรสาวที่มีคู่หมายเป็นถึงท่านอ๋องจิ้ง แต่ตอนนี้ครบการไว้ทุกข์สามปีแล้ว ถงหว่านเหนียน ก็ควรติดตามลงไปปรนนิบัติท่านย่าในยมโลก มิสมควรอยู่เป็นภัยให้แก่คนในตระกูล และขัดขวางเส้นทาง ของน้องสาวคนรอง ในการออกเรือน “ถงเฮ่อหลง หึ ๆ เจ้าอยากได้หัวของข้า ก็ต้องมาดูกันว่า ความเร็วของเจ้า จะมีเหนือกว่าข้าสักแค่ไหน” ถงหว่านเหนียน แค่นเสียงหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน มีฝีมือเพียงเท่านี้ คิดจะสู้กับนาง ยังห่างช
“ถงหว่านเนียน! เจ้ากำลังด่าทอข้าอย่างนั้นรึ” ถงเฮ่อหลง ตวาดกลับเสียงกร้าว ใบหน้าของชายหนุ่ม มืดครึ้ม ด้วยความไม่พอใจอย่างที่สุด ยิ่งเห็นแววตาเยาะหยันจากน้องสาว ความเคียดแค้นและชิงชัง ยิ่งทวีคูณมากขึ้นเท่านั้น นางกล้าดีอย่างไร ถึงได้อาจหาญ ด่าทอว่าเขาเป็นสุนัข “ข้าเอ่ยชื่อเจ้าหรือ” หญิงสาว ถามกลับด้วยน้ำ อันเสียงอ่อนโยน ทว่ารอยยิ้มของนางนั้น หาได้เป็นเยี่ยงคำพูดไม่ เพราะทุกอย่างมันล้วนเต็มไปด้วยความขบขัน นี่หรือ...บุตรชายคนโตของสกุลถง โอหังแต่ไร้ สามารถ ลำพองตนแต่ขลาดเขลาเบาปัญญา มิน่าเล่าถึงยังไม่ก้าวหน้าในราชสำนัก หากนางมีบุตรชายเช่นนี้ คงกลั้นใจตายไปแล้ว เทียบไม่ได้กับนางในชีวิตเดิม ยังได้ไม่ถึงขี้เล็บ มาทำพองขนต่อหน้านาง ช่างไม่รู้ที่ตายเอาเสียเลย “หากไม่ใช่ข้าแล้วจะเป็นผู้ใดเล่า ในเมื่อภายในห้องนี้ มีเพียงเจ้ากับข้าเท่านั้น” ถงเฮ่อหลง ตอบกลับด้วยเสียง ที่เต็มไปด้วยโทสะอันคุกรุ่น ยิ่งเห็นท่าทางไม่ยี่หระต่อสิ่งใดของนาง ความชิงชังก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ราวกับทำนบน้ำที่พังทลาย “เช่นนั้น ก็ตามแต่พี่ใหญ่จะคิด ก็แล้วกันเจ้าค่ะ” หญิง
ห้าวันต่อมา ณ กระท่อมชายป่า แว่วใบไม้เสียดสียามสายลมพัดผ่าน ดังแววให้ได้ยินเป็นระยะ กลิ่นอายของธรรมชาติ ทำให้คนที่อาศัยอยู่ใกล้ชายป่า รู้สึกสดชื่นและผ่อนคลายนิ่งนัก ถงหว่านเหนียนนั่งจิบชาอยู่เงียบ ๆ เพียงลำพัง สายตาของนางมองผ่านช่องหน้าต่างบานใหญ่ ออกไปยังสวนดอกไม้ป่าที่นางให้คนปลุกเอาไว้ แขกของนางคงกำลังใกล้จะมาถึงแล้ว นี่ถือเป็นการสละเวลาให้สายเลือดเจ้าของร่าง ก่อนที่นางจะเดินทางเข้าเมืองหลวง เพื่อสะสางเรื่องราวต่าง ๆ ให้มันจบลง ภายหน้าจะได้ไม่ต้องยุ่งยากอีก ชีวิตแบบนี้สิที่นางต้องการ ร่ำรวยและเรียบง่าย แต่ชีวิตในความเป็นจริง มันช่างไม่เป็นอย่างที่วาดฝันเอาไว้เลยสักนิด จบเรื่องหนึ่งก็มีเรื่องหนึ่งวนเวียนเกิดขึ้นมามิเว้นวัน แต่เมื่อยังหายใจอยู่ ก็ไม่อาจปฏิเสธที่จะสู้รบกับชะกรรมได้ “คุณหนู พวกเขามาแล้วเจ้าค่ะ” เสี่ยวไป๋รีบเข้ามารายงาน เมื่อเห็นว่ามีคนมาหยุดยืนอยู่หน้าทางเข้ากระท่อม ท่าทางของผู้มาเยือน ไม่ได้เป็นมิตรสักนิด “เจ้าพาท่านป้าหวงไปเถอะ ทางนี้ข้าจัดการเอง” การแสดงสิ้นสุดลงแล้ว เมื่อเหยื่อมาถึง นักแสดงก้ต้องออกจากที่นี่ เพื







