LOGINอูหม่าจือชะงักไปครู่หนึ่ง ทว่าต่อมาเขาก็เข้าใจในเจตนาของหลิงอวี๋เขานั้นได้ให้สัตย์ปฏิญาณไว้ว่า จะมิเป็นศัตรูกับสำนักเซียนแพทย์ไปชั่วชีวิตทว่าการรับหลิงอวี๋เป็นลูกศิษย์ก็มิได้หมายความว่าจะเป็นศัตรูกับสำนักเซียนแพทย์หากว่าหลิงอวี๋ไปแข่งชิงตำแหน่งเจ้าสำนัก และได้เป็นเจ้าสำนักสำนักเซียนแพทย์ขึ้นมา ก็ถือว่าตัวเขาได้บ่มเพาะบุคลากรล้ำค่าให้แก่สำนักเซียนแพทย์อูหม่าจือลังเลเพียงชั่วครู่ ก่อนระเบิดเสียงหัวเราะฮ่า ๆ ออกมาเขาหัวเราะอย่างสำราญใจยิ่ง ราวกับเรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกฮึกเหิมเป็นที่สุดเขาหัวเราะจนน้ำตาถึงกับไหล แม้เซียวหลินเทียนจะมองมิเห็น ทว่าก็สามารถสัมผัสได้ถึงความฮึกเหิมดีใจของอูหม่าจือจากน้ำเสียงหัวเราะได้“ดี... ดี ข้ารับเจ้าเป็นศิษย์!”อูหม่าจือหัวเราะเสร็จ ก็ปาดน้ำตาพลางกล่าวว่า “ในอดีตสำนักเซียนแพทย์ข่มเหงรังแกกันเกินทน ยามข้าจะแยกตัวออกจากสำนักยังใช้ชีวิตของฮูหยินข้ามาบีบบังคับให้ข้าต้องสาบานต่อหน้าธารกำนัล”“ชั่วชีวิตนี้ข้าได้แต่รู้สึกว่าเรื่องนี้คือความอัปยศที่สุดในชีวิต ทว่ากลับหรือไม่โอกาสได้ล้างอายเสียที”“หากเจ้าสามารถเป็นเจ้าสำนักสำนักเซียนแพทย์ได้ นั่นก็ค
ขณะที่หลิงอวี๋กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น หนานซวงซึ่งมิอาจข่มใจไหวจึงเอ่ยถามขึ้นว่า “ท่านผู้อาวุโสอูหม่า ท่านล่วงรู้ได้อย่างไรว่าชิงหมิงถูกลอบทำร้ายเจ้าคะ?”อูหม่าจือกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “เพราะชิงหมิงได้ฝ่าฟันไปจนถึงด่านสุดท้ายแล้ว ข้าได้เห็นอักษรที่นางสลักไว้บนพื้นก่อนสิ้นใจ”“นางจารึกไว้ว่า นางขอสาปแช่งเซวียนหยวนหัว หากนางหวนคืนกลับมาได้เมื่อใด นางจะทำลายล้างสำนักเซียนแพทย์ให้ย่อยยับ!”“ข้าได้ตรวจสอบโครงกระดูกของชิงหมิงแล้ว พบว่านางสิ้นชีพเพราะถูกพิษ!”“ตัวนางเองคือนารีผู้เลิศล้ำด้วยวิชาพิษ จะเป็นไปได้อย่างไรที่ถูกวางยาพิษโดยที่นางมิรู้ตัว!”“ความเป็นไปได้เพียงหนึ่งเดียว คือเซวียนหยวนหัวเป็นผู้ลงมือวางยาด้วยตนเอง เพราะเขาคือบุรุษที่นางรักสุดหัวใจ นางมิอาจคาดฝันว่าเซวียนหยวนหัวจะอำมหิตลงมือสังหารนางได้ เช่นนี้นางจึงมิได้ระแวดระวังตัว!”อูหม่าจือส่ายหน้าพลางกล่าวว่า “พวกเจ้าคงคาดคิดมิถึงว่า พิษที่ชิงหมิงได้รับนั้นแท้จริงแล้วคือพิษที่นางคิดค้นขึ้นมาด้วยตนเอง เฉกเช่นหมอกพิษที่น้องเซียวกล่าวถึงเมื่อครู่นี้!”“นี่คือสิ่งที่ชิงหมิงบังเอิญค้นพบโดยมิได้ตั้งใจ แม้แต่ตัวนางเองก็ยังมิอาจปร
หลิงหว่านหวนรำลึกถึงความหลัง ยามที่หลิงอวี๋มีใจปฏิพัทธ์ต่อเซียวหลินเทียน นางทำทุกวิถีทางโดยมิได้คำนึงถึงสิ่งใดเพื่อให้ได้ออกเรือนกับเขาผลลัพธ์กลับกลายเป็นที่รังเกียจของผู้คน แม้แต่เซียวหลินเทียนเองก็มิได้โปรดปรานนางทว่าหลิงอวี๋กลับอาศัยความเพียรพยายามของตน มุมานะบากบั่นก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว จนสามารถกอบกู้เกียรติยศ ช่วงชิงความนับถือจากผู้คน และครอบครองหัวใจของเซียวหลินเทียนได้ในที่สุดกว่าที่หลิงอวี๋จะมีวันนี้ได้ ความเหนื่อยยากที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังนั้นจะมีผู้ใดล่วงรู้บ้าง!ยกตัวอย่างเพียงสมุนไพรที่นางท่องจำเมื่อครู่นี้เถิด หากมิใช่เพราะต้องการรักษาดวงตาของเซียวหลินเทียนให้หายดี นางหรือจะสามารถจดจำสมุนไพรมากมายเพียงนี้ได้ภายในชั่วระยะเวลาอันสั้น?อูหม่าจือฟังด้วยความตั้งใจ พลางทอดสายตามองหลิงอวี๋อย่างครุ่นคิดเมื่อหลิงอวี๋ท่องจนจบ เขาก็ตกอยู่ในห้วงภวังค์หลิงอวี๋เองก็มิได้รบกวนเขา เพียงนั่งรอคอยอยู่อย่างเงียบงันเนิ่นนานผ่านไป อูหม่าจือจึงถอนหายใจออกมา แล้วเอ่ยขึ้นว่า “พิจารณาจากสมุนไพรที่เจ้ากล่าวมา ผนวกกับรูปแบบการหลอมโอสถของเจี่ยงชิงแล้ว เจี่ยงชิงผู้นี้ เห็นทีคงจะเป็นคนของส
วันต่อมา เมื่อคณะของหลิงอวี๋ตื่นนอนและก้าวเท้าพ้นจากกระโจมที่พักก็พบว่าด้านนอกมีข้าวสารและผักสดวางเตรียมไว้ให้โม่ถงที่ยืนเฝ้ารออยู่ด้านข้างเอ่ยขึ้นว่า “ฮูหยินหลิง เดิมทีพวกท่านเดินทางมาไกล พวกข้าสมควรดูแลต้อนรับพวกท่าน”“ทว่า ณ ที่แห่งนี้มีเพียงข้าและอาจารย์ พวกเราล้วนมิถนัดงานครัว คงต้องรบกวนพวกท่านดูแลตนเองแล้ว!”“โรงครัวอยู่ทางด้านโน้น พวกท่านสามารถใช้งานได้ตามสะดวก!”“รอจนพวกท่านกินอาหารเสร็จเรียบร้อย อาจารย์ของข้าจึงจะออกมาพบ!”หลิงหว่านได้ยินดังนั้นจึงกล่าวว่า “เช่นนั้นข้าจะไปทำอาหารเองเจ้าค่ะ!”นางเรียกเผยอวี้ให้มาช่วยยกผักสดไปยังโรงครัว จากนั้นจึงร่วมมือกับจั่วชิวและคนอื่น ๆ ลงมือปรุงอาหารให้แก่ทุกคนหลิงอวี๋และเซียวหลินเทียนไม่มีธุระอันใด จึงพากันเดินไปดูอาการของเจ้าสิงโตขนขาวทั้งสองเดินไปถึงบริเวณมิไกลจากถ้ำนัก ก็เห็นเจ้าสิงโตขนขาวกำลังเดินกะเผลกวนเวียนอยู่แถวปากถ้ำบาดแผลภายนอกของมันสมานกันดีแล้ว ทว่าอาการบอบช้ำภายในยังคงต้องใช้เวลาพักฟื้นอีกสักระยะครั้นเจ้าสิงโตขนขาวเห็นหลิงอวี๋ มันก็ส่งเสียงร้องคำรามแผ่วเบา ก่อนจะวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาใช้หัวขนาดมหึมาของมันดันที่ท่
หลิงอวี๋รอคอยอยู่ครู่หนึ่ง ผลการตรวจสอบก็ปรากฏขึ้นสิ่งที่ทำให้นางรู้สึกโล่งใจก็คือ มิรู้ว่าอูหม่าจือให้สิงโตขนขาวกินสมุนไพรชนิดใดเข้าไป เนื้องอกนั้นจึงมิได้ลุกลามเลวร้ายลง อีกทั้งยังเป็นเนื้องอกชนิดที่มิอันตราย“โรคนี้ข้ารักษาได้!”หลิงอวี๋กล่าวด้วยความมั่นใจดวงตาของโม่ถงพลันสว่างวาบขึ้น พลางกล่าวว่า “ฮูหยินหลิง ท่านต้องการสมุนไพรใดก็โปรดเอ่ยปากมาเถิด ข้าจะไปเสาะหามาให้ท่านจนครบอย่างแน่นอน!”หลิงอวี๋แย้มยิ้มน้อย ๆ “ข้ามีสมุนไพรพร้อมแล้ว เจ้าเพียงช่วยเป็นลูกมือข้า ขยับตะเกียงน้ำมันพวกนั้นเข้ามาใกล้ ๆ เถิด!”ภายในถ้ำแสงสลัวรางเกินไป หลิงอวี๋มิอาจลงมือผ่าตัดให้สิงโตขนขาวได้โดยสะดวกเผยอวี้และโม่ถงจึงช่วยกันปลดตะเกียงน้ำมันลงมา แล้วนำไปแขวนไว้ในบริเวณที่สิงโตขนขาวนอนหมอบอยู่หลิงอวี๋หยิบยาสลบชนิดรุนแรงออกมา พลางส่งยิ้มให้สิงโตขนขาวแล้วเอ่ยว่า “เสี่ยวไป๋ เจ้าจงนอนหลับให้สบายเถิด ประเดี๋ยวตื่นขึ้นมาอาการเจ็บป่วยก็จะหายแล้ว!”สิงโตขนขาวกะพริบดวงตาสีฟ้านั้นปริบ ๆ พลางจ้องมองหลิงอวี๋ด้วยความฉงนหลิงอวี๋มิรอช้า นางฉีดตัวยาสลบเข้าสู่ร่างกายของสิงโตขนขาวทันทีเพียงครู่เดียวสิงโตขนขาวก
หนานซวงและหลิงหว่านถูกรั้งให้อยู่ภายนอกถ้ำหลิงอวี๋เดินตามโม่ถงเข้าไปด้านใน ส่วนเผยอวี้คอยเป็นดวงตาให้เซียวหลินเทียน ประคองเขาเดินลึกเข้าไปพร้อมกันยิ่งล่วงลึกเข้าไป กลิ่นคาวเหม็นเน่าก็ยิ่งคละคลุ้งรุนแรง ทว่าเผยอวี้และคนอื่น ๆ ต่างอมยาเม็ดที่หลิงอวี๋มอบให้ไว้ในปาก กลิ่นเหล่านี้จึงมิได้ส่งผลกระทบอันใดต่อพวกเขาครั้นก้าวเข้ามาถึงด้านใน โม่ถงจึงใช้คบเพลิงจุดตะเกียงน้ำมันที่แขวนอยู่บนผนังทั้งสี่ด้านเผยอวี้พลันต้องตกตะลึง เมื่อพบสิงโตขนขาวตัวมหึมานอนหมอบอยู่ในมุมหนึ่งสิงโตขนขาวตัวนี้งดงามยิ่งนัก บนศีรษะขนาดใหญ่นั้นมีดวงตาคู่หนึ่งที่สุกสกาวดั่งพลอยไพลินดวงตาคู่นั้นกำลังจ้องมองพวกเขาด้วยความระแวดระวังในขณะเดียวกัน สิงโตขนขาวก็พยายามพยุงกายลุกขึ้น อยู่ในท่าทางเตรียมพร้อมที่จะกระโจนเข้าใส่ได้ทุกเมื่อ“เสี่ยวไป๋ ข้าเชิญหมอมาให้เจ้าแล้ว ให้นางช่วยตรวจดูอาการเจ้าสักหน่อยเถิด...”โม่ถงเดินเข้าไปใกล้ พลางลูบไล้ขนของสิงโตขาวไปตามแนวขนสิงโตขนขาวเห็นเซียวหลินเทียนและคนอื่น ๆ ยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มันจึงค่อย ๆ เอนกายลงนอน“ฮูหยินหลิง ท่านเข้ามาเถิด!”โม่ถงกวักมือเรียกหลิงอวี๋หลิงอวี







