Masuk“พี่ตองไม่ต้องเดินลงไปส่งหรอก จะเข้าสาขาไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวเตยเดินเข้าไปเอง” ยอดเตยปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากตัว หันหน้าไปหาพี่ชายที่กำลังมองมาทางเธออยู่ แล้วสายตานิ่ง ๆ ที่มองมาทางเธอ คืออะไรกัน
“เดี๋ยวพี่เดินเข้าไปส่ง” พูดจบก็ลงจากรถ ยืนรอแป๊บเดียว ยอดเตยก็เดินมายืนข้างเขาสองพี่น้องถึงเดินเข้าไปในตึก
“ตอง ไอ้ตอง ไอ้ยอดตอง !!!”
สองพี่น้องกำลังจะก้าวขาขึ้นบันได ต้องชะงักหันไปด้านหลัง เห็นกลุ่มผู้ชายสามคน เดินข้ามถนนมาทางพวกเขา ยอดตองคิ้วขมวดมุมปากกระตุกยิก ๆ ไอ้พวกนี้มาทำอะไรที่นี่ไม่ต้องสงสัยให้ยาก
“จมูกดีกันจริง ๆ” ยอดตองพูดเบา ๆ ก่อนจะหันกลับมายืนตัวตรงกอดอกมองเพื่อนตัวเองที่ดูร่าเริงสดใสกว่าปกติ พากันเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มาทางเขา แต่มีคนหนึ่งที่ไม่ยิ้มแฮะ
ยอดเตยยิ้มน้อย ๆ ยกมือขึ้นไหว้สวัสดีเพื่อนพี่ชายทุกคน เว้นไว้คนหนึ่งเพราะเขายังเดินมาไม่ถึง เห็นยืนคุยกับผู้หญิงอยู่อีกฝั่งของถนน เธอเคยเห็นพวกเขาบ้าง เพราะพี่ชายเธอชอบพาเพื่อนมาทำรายงานที่บ้านบ่อย ๆ ปาร์ตีบ้าง เพราะบ้านใกล้มหาวิทยาลัย
คนที่ร้องเรียกพี่ชายเธอคือ พี่บาร์ หนุ่มหล่อพ่อรวยเจ้าของร้านเหล้าหลังมอ
คนถัดมาคือพี่พิทย์ หนุ่มแว่นผิวขาวใสมาแต่ไกล เด็กเรียนเด็กเนิร์ดประจำกลุ่ม เพื่อนบอกเนิร์ด แต่ดูทรงจะฮอตเนิร์ดมากกว่า ใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาว แต่ปลดกระดุมตั้งสองเม็ด
ส่วนสองฝาแฝดประจำกลุ่ม พี่ชีวิน พี่ชีวี หน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะ ตอนนี้ยอดเตยก็ยังแยกไม่ออกคนไหนชีวิน คนไหนชีวี หล่อคู่เลยทีเดียว
ส่วนคนสุดท้ายเดินมาท้ายสุดของกลุ่มเพื่อน มาหยุดยืนอยู่ข้างยอดเตย มือสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกง โครงหน้าเหลี่ยมได้รูป โหนกแก้มสูง สันกรามคมชัด คางแหลมเล็กน้อย ทำให้หน้าดูเด็กหน่อย ๆ ตาสองชั้นโตแต่หางตายาวเรียวดูเฉียบคม นัยน์ตาดำสนิท จมูกโด่ง ปลายจมูกมีไฝเม็ดเล็ก ๆ จาง ๆ ถ้าไม่มองใกล้ ๆ ก็ไม่เห็น ริมฝีปากบนล่างหนารับกันพอดี ผิวเข้มแต่เรียบเนียน
เขาสูงพอ ๆ กับพี่ชายเธอ เผลอ ๆ สูงกว่า ตัวหนาไหล่กว้าง เอวสอบ ขาเรียวยาว หางตาเรียว ๆ นั้นตวัดมองผู้หญิงคนเดียวในวงสนทนา ก่อนหันไปฟังเพื่อนที่ยืนคุยกันอยู่ ยอดเตยนึกหมั่นไส้เขานิด ๆ หล่อมากมั้ง
ธาร ชลธาร ธนเกียรติ์โชคสกุล
ลูกชายคนที่สองของคุณนที และคุณอัมพร ธนเกียรติ์โชคสกุล เจ้าของโรงแรม อะพาร์ตเมนต์ คอนโดมิเนียมในเครือทีเคซีเคกรุป
ชลธารมีพี่ชายหนึ่งคน ชลธี ธนเกียรติ์โชคสกุล ซึ่งเรียนจบด้านบริหารได้หลายปี ตอนนี้ทำงานช่วยพ่อบริหารธุรกิจของที่บ้าน เรียกว่าช่วยจะได้ไหม เรียกว่าขึ้นบริหารแทนยังได้ พอลูกโตหน่อยพ่อก็โยนงานจนลูก ๆ รับไม่ทัน
“นี่ยอดเตยใช่ปะ”
คนถามยิ้มร่าเริงปากจะฉีกถึงรูหูอยู่แล้ว มันรู้ตัวไหมนั่น ยอดตองอยากเอานิ้วจิ้มตามันจริง ๆ ระยิบระยับเหลือเกินไอ้เจ้าเล่ห์นี่
“หืม... พี่บาร์จำเตยไม่ได้เหรอคะ ไม่เจอกันแค่ไม่กี่เดือนเอง”
จะว่าไปเธอไม่ได้เจอพวกพี่เขาเกือบปี เพราะพี่ ๆ ไปฝึกงานพึ่งกลับเข้ามามหาวิทยาลัย
“จำได้น่า พี่ล้อเล่น ใส่ชุดนักศึกษาแล้วดูโตขึ้นเยอะเลยนะเรา” คนดูโตได้แต่ยิ้มบางให้เพื่อนพี่ชาย
“มีปัญหาเรื่องเรียนถามพี่ได้นะ ถ้าถามเรื่องเที่ยวก็ไอ้บาร์ ถามเรื่องงานกิจกรรมกับชมรมก็ชีวินกับชีวี ส่วนจะถามเรื่องอื่น ๆ ก็ถามไอ้ธารมันนะ” ธารหัวคิ้วขมวดหันมองหน้าคนพูด ไอ้ถามเรื่องอื่น ๆ กับเขาแล้วมันเรื่องอะไรล่ะวะ ไอ้พิทย์โยนอะไรยาก ๆ มาให้ตลอด
“ถ้าเกี่ยวกับกิจกรรมโดยตรงก็ถามพี่ได้ แต่ถ้าเกี่ยวกับชมรมก็ไอ้ชีวีเลย”
พี่ชายเคยบอกว่าพี่ชีวินเป็นสมาชิกสโมสรนักศึกษาด้านกิจกรรม มีไม่กี่คนที่ได้เป็น เพราะต้องผ่านการเลือกตั้งจากทางคณะ
ส่วนฝาแฝดอย่างพี่ชีวีก็เป็นประธานชมรม ช่างเป็นสองพี่น้องที่กิจกรรมดี กิจกรรมเก่ง เน้นกิจกรรมจริง ๆ แต่ได้ยินมาว่า เรื่องเรียนก็ไม่น้อยหน้าใครนะ
“คิดเรื่องจะเข้าชมรมไว้รอเลยนะ ยังไงก็ได้เลือกแน่ ๆ ค่อยปรึกษาพี่ว่าอยากเข้าชมรมไหน ยินดีต้อนรับครับ” ประธานชมรมพูดยิ้มบาง ๆ ให้น้องสาวเพื่อน
“ส่วนฉะ...”
“ขอบคุณพี่ ๆ ทุกคนเลยนะคะ เดี๋ยวยังไงเตยติดตรงไหนจะถามอีกที ยังไงวันนี้เตยขอตัวเข้าไปรวมกับเพื่อนในคณะก่อน ไว้เจอกันค่ะ ไว้เจอกันนะ” ยอดเตยบอกยิ้ม ๆ แก้มอิ่ม ๆ มีลักยิ้มน่ามอง พร้อมค้อมหัวบอกเพื่อนพี่ชายเร็ว ๆ
ก่อนจะยื่นมือไปสะกิดแขนพี่ชายตัวเอง เพื่อบอกประโยคหลังแล้วขึ้นบันไดไป ไม่ได้หันกลับมามองคนที่กำลังจะเอ่ยปากพูดกับเธอก่อนหน้านี้เลยสักนิด
ส่วนคนที่โดนตัดบทก่อนจะได้พูด ได้แต่มองตามหลังยัยตัวแสบ ที่เดินตัวปลิวเข้าตึกคณะไปแล้ว ไม่เจอเกือบปีแสบเหมือนเดิม ไม่รู้ยัยยอดเตยอะไรนี่เป็นอะไร ตั้งแง่กับเขาตั้งแต่เขาเริ่มเป็นเพื่อนกับพี่ชายเธอ
“ขอบคุณนะคะ”“เรื่องอะไรครับ”“ทุกเรื่องค่ะ” อยู่ ๆ เขาก็ยื่นมือไปเปิดไฟหัวเตียง จับกรอบรูปมาถือไว้ ใจเธอกลับเต้นรัว ลืมเก็บเขาเห็นแล้ว“เก็บไว้นานรึยัง” ธารยื่นกรอบรูปที่มียอดเตย เขา และกลุ่มเพื่อนมาถามเธอ“เก็บไว้ตั้งแต่ถ่ายค่ะ”“รักพี่ตั้งแต่ตอนนั้นเลยเหรอ” ยอดเตยกลอกตาใส่เขาไปหนึ่งที แต่ก็จริงของเขา เธอรักเขาตั้งแต่ตอนนั้น“ไม่เชิงว่ารัก แค่ชอบ แล้วก็จะเลิกรักตั้งแต่วันนั้นด้วย” ธารพาคนที่เขานอนกอดลุกขึ้นนั่ง เขามองหน้าเธอชัด ๆ ใบหน้าขาวใสที่ไม่ได้แต่งแต้ม ธารอยากรู้เหมือนกันที่ผ่านมาเธอเมินใส่เขามาตลอดเพราะอะไร“ทำไมถึงเลิกชอบพี่ตั้งแต่วันนั้นล่ะครับ”“วันนั้นเตยได้ยินพี่ธารคุยกับพี่พิทย์ ว่าเตยไม่ใช่สเปกเป็นแค่เด็กผมเปียใครจะจีบก็จีบ แต่ไม่ใช่พี่แน่ ๆ” ธารมุมปากกระตุก ตัวเกร็งขึ้นมานิด เหมือนยอดเตยจะมีอารมณ์แต่เป็นอารมณ์โมโหเขา คนตัวโตถึงรีบอธิบายให้เธอฟังเร็ว ๆ“เตยฟังจบไหม” ยอดเตยส่ายหัวทั้งมองหน้าเขาเคือง ๆ ชายหนุ่มถึงได้จูบหน้าผากเธอก่อนจะอธิบายต่อ“ใช่ พี่บอกพิทย์ว่าพี่จะไม่มีทางจีบเตยแน่ ก็ตอนนั้นเตยยั
“ทำไมถึงไม่เชื่อคะ”“เพราะเตยรักพี่” เขาตอบออกมาโดยไม่ต้องคิดอะไรมากเธอรักเขา ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเขา ที่โมโหก็เพราะมันเสื้อใคร ทำไมมาอยู่ในห้องคนรักเขาเท่านั้น ยอดเตยยิ้มทั้งตาทั้งปากก่อนจะเลิกแกล้งคนแก่ขี้ลืม“คนแก่ขี้ลืมจริง เสื้อผ้านี้ จำไม่ได้เหรอคะ เสื้อพี่ธารทั้งนั้น วันที่เตยพาพี่มาบ้านวันแรกไงคะ”“หืม... เสื้อพี่”ธารคิดตามคำพูดยอดเตยถึงได้นึกออก เสื้อผ้าเขาเธอยังเก็บไว้อย่างดีไม่ใช่ตกยุคไปแล้วเหรอ พอพูดกันจนเข้าใจดีแถมโดนยอดเตยค้อนให้วงใหญ่ ว่าเขาไม่เชื่อใจเธอเธอบอกให้เขาไปอาบน้ำจะได้มาพักดึกแล้ว ด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ ก่อนจะหันไปเก็บเสื้อผ้าให้เขา ธารถึงได้รีบไปอาบน้ำแต่งตัวให้เสร็จ จะรีบออกมาง้อเธอ อะไรวะเนี่ย ใครจะไปคิดว่าเป็นเสื้อผ้าตัวเอง ผ่านมาตั้งหลายเดือน ซวยแล้วไอ้ธารธารเดินออกจากห้องน้ำ เห็นยอดเตยนอนห่มผ้าตะแคงข้างให้เขา เธองอนเขาจนหลับไปจริงน่ะเหรอ คนตัวโตค่อย ๆ นั่งลงบนเตียง ยอดเตยแกล้งหลับ แกล้งงอนเขาไปงั้นก่อนที่จะรู้สึกว่าเตียงยวบลงข้างกาย ได้กลิ่นหอมสบู่อ่อน ๆ จากตัวเขา รับรู้ถึงไออุ่นจากด้านหลัง ธารรู้
มะปรางยิ้มบาง ๆ ออกมา หน้าเธอแดงจัดด้วยความเขินอาย เขารอเธอมานานงั้นเหรอ ทุกครั้งที่ไปหาธารจะเห็นสายตาเขา เธอพอรู้ว่าเขาด่าเธอผ่านสายตาจนทำให้มะปรางไม่คิดจะเป็นแม้กระทั่งเพื่อนกับชีวี แต่พอได้มารู้จักจริง ๆ ในหลายเดือนเขาใส่ใจเธอมาก ถึงจะดูปากไม่ตรงกับใจ พูดวกไปวนมา ไม่ยอมรับตรง ๆ เธอกลับรู้สึกดีกับเขาขึ้นทุกวันส่วนชีวินที่โดนแฝดน้องอย่างชีวีแซว เขาทำแค่แสยะยิ้มให้ เกิดมาพร้อมคู่ครองบ้านมึงสิ ยัยคุณหนูนั่นต่อหน้าผู้ใหญ่ก็ดีอยู่หรอก ไม่รู้จะรักหรือจะร้ายสามวันดีสี่วันไข้ อย่ามาทำให้รักแล้วจากไปนะ บอกเลยว่ายากชีวีแฝดน้องที่ออกหลังเขาสามนาที มันรอมะปรางมานาน ยังดูมีความเป็นไปได้กว่าเขา ชีวินคิดอะไรอยู่คนเดียว ก่อนจะได้ยินมะปรางพูดขึ้น“ยินดีด้วยนะคะธาร น้องเตย”“ขอบใจนะ”“ขอบคุณค่ะพี่ปราง” ยอดเตยนั่งพูดคุยทักทายเพื่อนเขาอีกนิด ก่อนจะขอตัวไปโต๊ะเพื่อนตัวเองกว่าจะขอบคุณทุกคนที่มาร่วมยินดีทั้งเพื่อน ทั้งญาติผู้ใหญ่ก็เกือบค่ำ หลังรับประทานอาหารเสร็จทุกคนก็ทยอยกันกลับ ทั้งพ่อแม่และพี่ชายของธาร ส่วนตัวเขาไม่ได้กลับเพราะจะค้างที่นี่ตอนแรกพ่
“ยื่นมือซ้ายให้พี่เขาเถอะลูก” แม่เลี้ยงรวีแตะไหล่ลูกสาวเป็งเชิงบอกยอดเตยยื่นมือเล็กวางบนมือใหญ่ ที่รอรับมือเธออยู่ก่อนแล้ว ธารสวมแหวนลงนิ้วนางข้างซ้ายให้คนตรงหน้า หัวใจทั้งสองคนเต้นแรง ยอดเตยยื่นมือไปหยิบแหวนวงใหญ่สวมใส่นิ้วนางข้างซ้ายให้ชายหนุ่มก่อนที่แม่ของเธอจะกระซิบให้เธอไหว้ขอบคุณพี่เขา ยอดเตยยกมือขึ้นก้มโน้มตัวลงไหว้คนตรงหน้า ธารฉีกยิ้มกว้างรีบยกมือขึ้นมารองมือเธอไว้ อีกมือลูบกลุ่มผมที่จัดทรงอย่างดีของเธอบางเบาช่างภาพเก็บภาพบรรยากาศในงานหมั้นเล็ก ๆ ถ่ายไปยิ้มไป ข้างหลังมีพ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายนั่งบนโซฟา ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันหน้าครบทุกซี่พ่อเลี้ยงหิรัญตาแดงก่ำ ภรรยาได้แต่ตบหลังลูบไหล่ปลอบใจอยู่ข้าง ๆ ลูกสาวเขานี่ จะร้องไห้หน่อยก็คงไม่แปลก แต่ยอดตองบอกทีผมหมั้นพ่อไม่เห็นนั่งน้ำตาไหลแบบนี้เลยผู้เป็นพ่อสวนขึ้นทันทีว่าไหลสิ ทำไมจะไม่ไหล แต่ไม่ได้ไหลเพราะเป็นห่วงลูกชาย ไหลเพราะเป็นห่วงลูกสะใภ้ คิดยังไงมาหมั้นจับจองยอดตองไว้เป็นสามีในอนาคต ยอดตองยิ้มแห้งให้ทุกคน ส่วนคู่หมั้นคนสวยได้แต่ยิ้มน้อย ๆ ให้กับผู้ใหญ่ ทุกคนถึงได้พากันหัวเราะยิ้มแก้มปริกัน
ส่วนวันนี้เป็นวันที่ธาร พิทย์ ยอดตอง บาร์ ชีวี ชีวินและเพื่อนที่จบพร้อมกันกับพวกเขาจะเข้ารับปริญญาบัตร ยอดเตยตื่นแต่เช้าไปรอเขาเข้าพิธีรับปริญญาบัตร ทั้งถือของให้เขา คอยต้อนรับญาติและเพื่อน ๆ ที่มาแสดงความยินดีกับชายหนุ่มเธอยิ้มแย้มแจ่มใสทั้งวัน พอพิธีรับเสร็จ ธารออกจากห้องประชุมใหญ่ เขาอยู่ในชุดสีขาวทั้งตัว สวมทับด้วยชุดครุยสีขาวบาง ๆ มีแถบสีของคณะ หน้าอกติดเข็มกลัดสัญลักษณ์มหาวิทยาลัย เขาดูสง่า ภูมิฐาน โดดเด่น รูปร่างสูงใหญ่ผมที่ถูกเซตไว้อย่างดีเดินไปทางไหนก็มีแต่คนมองกลุ่มพวกเขา พอถ่ายรูปกับเพื่อนและครอบครัวเสร็จ ชายหนุ่มเดินมาหาหญิงสาวที่ยืนยิ้มหวานให้เขาอยู่ ประโยคแรกที่เธอคุยกับเขา ทำเอาความเหนื่อยล้าทั้งหมดหายไป ธารฉีกยิ้มกว้างให้คนตรงหน้า“เหนื่อยไหมคะ วันนี้พี่ธารหล่อที่สุด”“เตยล่ะ เหนื่อยไหมหืม” ถามคนรักทั้งวางมือลงบนแก้มนิ่ม“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ วันนี้เป็นวันสำคัญของพี่ธาร ยินดีด้วยนะคะ” ชายหนุ่มยิ้มกว้าง หัวใจเขาคันยุบยิบ มีความสุขทุกครั้งที่มีเธออยู่ข้างกาย“ขอบคุณครับ พี่ยังไม่ได้ถ่ายรูปกับเตยเลย”“จริงด้วย” ยอดเตยมองซ้า
“พี่ธาร... ว้าย”ยอดเตยพูดได้แค่นั้น ธารรวบตัวอุ้มเธอเข้าห้องน้ำทันที วางเธอลงบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า แยกเรียวขาสวยออกกว้าง ชายหนุ่มเดินไปยืนแทรกอยู่ตรงกลางระหว่างขาเธอเขาโน้มหน้าลงประกบปากจูบเธออยากดูดดื่ม ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าหาเกี่ยวลิ้นเล็กในโพรงปาก มือใหญ่ประคองใบหน้าหวาน นิ้วหัวแม่มือลูบไล้สัมผัสแก้มนวลบางเบายอดเตยยกแขนคล้องลำคอแกร่ง เงยหน้ารับจูบจากคนรัก ตะขอบราถูกปลดด้วยมือเดียวตามเคย มืออีกข้างลูบไล้โลมเล้าลำคอขาวลงมาหน้าอกอวบอิ่ม สัมผัสเอวบาง หน้าท้องแบนราบ จนถึงกลางกายเธอเกร็งตัวนิดเมื่อถูกเขาสัมผัสเธอผ่านเนื้อผ้า บดขยี้จุดอ่อนไหวจนเธอเสียวซ่านไปทั่วตัว ธารยกสะโพกเธอขึ้นทีละข้าง ดึงรั้งอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายเธอออกทั้งที่ปากยังประกบจูบไม่ห่างสอดมือมาแผ่นหลังเธอให้เอนไปด้านหลังสองมือใหญ่จับข้อเท้าเล็กทั้งสองข้างขึ้นวางบนเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า ธารผละถอยออกจากริมฝีปากบาง ไล่จูบตามลำคอขาว ลงมาถึงหน้าอกหน้าใจที่มันช่างพอเหมาะพอเจาะทั้งมือทั้งปากของเขา ชายหนุ่มไม่รอแล้วอ้าปากสัมผัสยอดอก ตวัดลิ้นระรัวทั้งสองข้าง ยอดเตยวางมือไว้ด้านหลังค้ำพยุงตัวเอ
ยืนมองอยู่นานก่อนจะหันไปอุ่นข้าวต้ม ตักใส่ถ้วยรองด้วยจานเดินเอาไปวางไว้ที่โต๊ะ ถึงไปเคาะประตูห้องของคนป่วยก๊อก ก๊อก ก๊อก“กินข้าวไหม อุ่นเสร็จแล้วค่ะ” รออยู่นานก็ไม่ได้ยินเสียงตอบก๊อก ก๊อก ก๊อก“อุ่นข้าวต้มเสร็จแล้วพี่จะกินเลยไหม”“...” เงียบกริบยอดเตย
‘มึงจะบ้าเหรอเจ็บขนาดนี้ นอนลง’ ชีวีกดไหล่เพื่อนเบา ๆ ให้นอนลงที่เตียงตามเดิม ก่อนที่บาร์จะพูดเสริมให้เพื่อนสบายใจ‘เตยโตแล้วนะมึง ไม่ไปรับน้องก็กลับได้ปะ’‘น้องกลับได้ แต่กูดันย้ำกับยอดเตยเมื่อเช้า ว่าจะมารับ อย่าไปไหน เพราะเตยปรับพื้นฐานวันสุดท้าย พรุ่งนี้หยุด ตอนเย็นจะพาไปกินชาบู
เหตุการณ์ก่อนหน้าจากวันนั้นที่ธารกับยอดตองไปหายอดเตยที่สาขาเธอ ผ่านมาเกือบสัปดาห์ ธารแทบไม่ได้เจอหน้ากับยอดเตยเลย เขายุ่งทำโพรเจกต์ ส่วนยอดเตยก็ยุ่งกับการรับน้องปรับพื้นฐานเรื่องคาใจที่เธอเมินเขา ธารไม่ได้ลืมแค่วางเอาไว้ก่อน เขาต้องจัดการกับความรู้สึกยุ่ง ๆ นี้แน่ แต่ยังไม่ใช่ตอนน
“ใช่ แต่โทร.ไม่ติด ไม่รู้แบตฯ หมดรึเปล่า”ยอดเตยบอกเพื่อน ทั้งกดโทร.ออกหาพี่ชายซ้ำ ๆ ก็ไม่ติด วันนี้เลิกค่ำด้วย เพราะวันนี้เป็นวันปรับพื้นฐานวันสุดท้าย เลยทวนเนื้อหานานหน่อยเธอกระวนกระวายใจ ยอดเตยไม่ชอบความมืดเท่าไรนัก นอกจากแพ้รถบัสแล้ว เธอก็ไม่ชอบความมืดที่สุด ทั้งเพื่อนทั้งรุ่นพ







