LOGIN"...แต่ตัวพี่ยังเบียดผมไม่หยุดเลยนะเคท"
เขาเลิกเรียกฉันว่าพี่หน้าตาเฉย ฉันชะงักไปนิดกับท่าทีที่เริ่มเปลี่ยนไป แต่ก็ไม่ยอมถอย มือที่คล้องคอเขาอยู่เลื่อนขึ้นไปสอดนิ้วเข้าท้ายทอย ขยุ้มผมสั้นของเขา บังคับให้เงยหน้าขึ้นมาสบตา
"ก็ตัวนายแน่นดีนี่..." ฉันยิ้มมุมปาก
"ไม่ชอบเหรอ?"
ปราณจ้องตาฉันนิ่ง สายตาดูเอาเรื่องขึ้นมาทันที เขาไม่ตอบเป็นคำพูด แต่เลื่อนมืออีกข้างขึ้นมารวบเอวฉันไว้แน่น แล้วหมุนตัวสลับที่
จังหวะที่ปราณหมุนตัวฉัน หลังฉันก็เซไปชนเข้ากับอกใครบางคนด้านหลังเต็มแรง
กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยแตะจมูกทันที... บอส
มือภัทรคว้าต้นแขนฉันไว้เพื่อพยุง แต่แรงบีบหนักจนเจ็บ ฉันหันกลับไปสบตาเขาตรง ๆ สายตาดุในความมืดดูหงุดหงิดชัดเจน
"เล่นอะไรกัน"
ฉันเลิกคิ้ว ยิ้มรับหน้าตาเฉย
"เต้นค่ะ... นึกว่าบอสติดคุยกับผู้ใหญ่อยู่ซะอีก"
"ปราณ!"
เสียงแหลมดังแทรกขึ้นมาทันที ปูเป้เดินฝ่าคนเข้ามายืนข้างบอส ยิ้มฝืน ๆ ที่พยายามคุมไว้หลุดทันทีที่เห็นมือน้องชายยังวางคาอยู่ตรงสะโพกฉัน
"มาทำอะไรตรงนี้ เมาแล้วเหรอ ถึงได้มายุ่งไม่เลือก?" ปูเป้พูดรัวเร็วเสียงห้วน สายตามองฉันตั้งแต่หัวจดเท้า
"ปล่อยเลขาพี่ภัทรได้แล้ว เสียมารยาท"
ปราณไม่ถอย เขายิ้มมุมปาก มือที่จับสะโพกฉันแทนที่จะปล่อย กลับเลื่อนมาดึงเอวฉันเข้าไปชิดตัวเขาแน่นกว่าเดิม
"ไม่ได้เมาครับ..." ปราณสวนเสียงเรียบ แต่สายตากลับมองข้ามไปจ้องหน้าพี่เขยตรง ๆ
"...แล้วคนนี้ผมไม่ได้ไปยุ่ง พี่เคทเขาเต็มใจเต้นกับผมเอง"
บรรยากาศรอบตัวอึดอัดขึ้นมาทันที ปูเป้หน้าตึง ส่วนบอสยืนนิ่ง กัดฟันแน่น สายตาเขาจ้องมือปราณที่แตะตัวฉันอยู่เหมือนอยากจะหักทิ้ง
ฉันแอบสะใจ... อาการของสองคนตรงหน้ามันคุ้มค่าจริง ๆ แต่ฉันไม่คิดจะยืนแช่อยู่ตรงนั้นให้ซวยไปด้วย
"ขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะคะ..." ฉันมองหน้าปราณแล้วยิ้มหวาน ก่อนจะดันตัวเองออกจากตัวเขา
"...เดี๋ยวเหงื่อออกไปมากกว่านี้"
ฉันเดินตัดหน้าบอสออกไป ปล่อยให้สามคนข้างหลังยืนเคลียร์กันเองกลางร้าน
ฉันยืนทาปากอยู่หน้ากระจก พอประตูเปิด ปูเป้ก็เดินเข้ามาคนเดียว เธอหยุดยืนข้างฉัน หยิบตลับแป้งขึ้นมาเปิด
"ขยันจังนะคะคุณเคท" ปูเป้มองฉันผ่านกระจก พูดเสียงเรียบ
"งานแต่งเจ้านายแท้ ๆ ยังอุตส่าห์ไปบริการยันน้องชายเจ้าสาว"
ฉันเม้มปาก เช็กความเรียบร้อย แล้วมองสบตาเธอผ่านกระจก
"อะไรช่วยได้ก็ช่วยค่ะ... ยิ่งเป็นน้องปราณ เคทยิ่งเต็มใจ"
ปูเป้ตบตลับแป้งปิดเสียงดัง เธอหันมามองหน้าฉันตรง ๆ รอยยิ้มแบบเมื่อกี้หายไป
"อย่าคิดว่ากูไม่รู้… ว่ามึงจะทำอะไร" ปูเป้พูดเสียงต่ำ
"จะใช้น้องกูมาปั่นประสาทใช่ไหม?"
ฉันยืนพิงขอบอ่างล้างหน้า กอดอกมองเธอ
"ถ้ารู้ทัน... แล้วมึงตามเข้ามาทำไมคะ?" ฉันยิ้มมุมปาก
"กลัวเหรอ?"
"กูไม่จำเป็นต้องกลัวเลขาอย่างมึง" ปูเป้ขยับเข้ามายืนประชิด
"ปราณมันน้องกู... มันคนละระดับกัน อย่าสะเออะมาเทียบ"
ฉันหัวเราะในคอ ขยับเข้าไปใกล้เธออีกนิด
"ระดับอย่างกู มันแบบไหนวะ?" ฉันกดเสียงนิ่งสนิท
"แบบเดียวกับตอนที่มึงอยู่อเมริกา แล้วเปลี่ยนผู้ชายไม่ซ้ำหน้าแทบทุกอาทิตย์... แบบนั้นป่ะ?"
"อีเคท... มึง!" ปูเป้กัดฟันพูด จ้องหน้าฉันตาเขม็ง
"แล้วที่ว่าท้องเนี่ย..." ฉันไม่ปล่อยให้เธอได้พักหายใจ พลางก้มมองหน้าท้องเธอค้างไว้สองวิ ก่อนจะเงยกลับขึ้นมาสบตา
"...แน่ใจเหรอคะว่าลูกบอสจริง ๆ ไม่ใช่ไปพลาดกับใครที่นู่น แล้วมาจับเขาเป็นพ่อเด็ก?"
หน้าปูเป้ซีดลงทันที ท่าทีมั่นใจเมื่อกี้พังไม่เป็นท่า
"พูดบ้าอะไร หุบปากเดี๋ยวนี้!"
"ตรวจดีเอ็นเอ เดี๋ยวก็รู้ค่ะ" ฉันยิ้มหวาน เก็บลิปสติกลงกระเป๋า
"ขอตัวนะคะคุณปูเป้... คุณก็รีบออกไปคุมผัวเถอะค่ะ ก่อนที่เขาจะตาสว่าง"
ฉันเดินชนไหล่เธอออกไป ทิ้งให้ปูเป้ยืนหน้าชาอยู่คนเดียว ทันทีที่ก้าวพ้นประตูห้องน้ำ ฉันก็เกือบชนเข้ากับคนที่ยืนพิงกำแพงรออยู่
ปราณยืนกอดอก มองฉันด้วยสายตาเหมือนรู้ทันทุกอย่าง
"เคลียร์จบแล้วเหรอครับ?"
"แล้วคิดว่าไงล่ะ?" ฉันเลิกคิ้ว
ปราณดันตัวออกจากกำแพง ก้าวเข้ามาขวางทางไว้ ยิ้มมุมปาก
"ดูท่าทางพี่กำลังอารมณ์ดี... ไปต่อกันที่อื่นไหม?"
ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ตอบ ปราณก็มองข้ามไปด้านหลังฉัน เสียงส้นสูงกระทบพื้นดังรัว ปูเป้เดินตามออกมาจากห้องน้ำ หน้าซีดเผือด ไม่เหลือมาดเจ้าสาวเลยสักนิด เธอมองฉันอย่างเอาเรื่อง ก่อนจะหันไปเห็นน้องชายตัวเองที่ยืนอยู่ข้างหน้าฉัน
"ปราณ" ปูเป้เรียกเสียงแข็ง
"ตามพี่มา"
เธอหันหลังเดินกลับเข้าไปในงานทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบ
ปราณมองตามพี่สาว รอยยิ้มเล่น ๆ เมื่อกี้หายไป เปลี่ยนเป็นสายตานิ่งเรียบ เขารู้ทันทีว่าพี่สาวตัวเองหลุด
เขาก้มลงมาสบตาฉัน แววตาจริงจังขึ้นเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง
"ไว้เจอกันครับ พี่เคท"
เขาพูดแค่นั้น แล้วเดินตามปูเป้ไปติด ๆ
"งานน่ะ... หนักแน่ครับพี่เคท"เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ กัดติ่งหูฉันเบาๆ แล้วกระซิบ"...โดยเฉพาะกะดึกบนเตียง เตรียมใจไว้เลยว่าผมใช้พี่คุ้มแน่"ฉันขนลุกไปทั้งตัว แต่เอี้ยวตัว สองมือยกขึ้นคล้องคอเขาไว้ นิ้วสอดเข้าไปในผมตรงท้ายทอย ดึงให้เขาก้มลงมามองหน้าใกล้จนจมูกแทบจะชนกัน"เด็กเวร... หน้าเลือดขนาดนี้ คิดจะใช้งานพี่ยันเช้า ต้องจ่ายโอทีด้วยนะ"ฉันยิ้มมุมปาก จงใจยั่วกลับสายตาเขาเปลี่ยนเป็นดุขึ้นทันที เขาเลื่อนมือลงมาบีบสะโพกฉันแน่น รั้งตัวฉันให้แนบชิดกับเขาจนแทบไม่เหลือช่องว่าง"ใครบอกว่าพี่เป็นคนทำงาน..." เสียงเขาแหบลง กัดฟันพูดเหมือนพยายามข่มอารมณ์"ตลอดทั้งคืนผมจะจัดการเองหมด... พี่มีหน้าที่แค่นอนครางรับเงินเดือนไปก็พอ"พูดยังไม่ทันขาดคำ ปราณก็ไม่ปล่อยให้ฉันได้เถียง เขากดจูบลงมาทันที จูบหนักๆ แบบเอาแต่ใจ จนความเย็นของลมรอบตัวทำอะไรไม่ได้อีก….สนามบินสุวรรณภูมิตอนนี้คนเยอะมาก ปราณชะงักฝีเท้า แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกหาคนที่ปั่นป่วนชีวิตเราไม่เลิก"เออ พี่เป้..." เสียงเขานิ่งมาก แต่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกทีปลายสายน่าจะเงียบ หรือไม่ก็เตรียมตั้งรับ เพราะหลังจากเรื่องวันนั้น พี่สาวเขาคง
"คุณปราณไม่ได้มาวุ่นวายครับ... เขาคือตัวแทนที่มีอำนาจตัดสินใจคนเดียวของกองทุนเราในดีลนี้"มิสเตอร์แอนเดอร์สันพูดแทรกขึ้นมาทั้งห้องเงียบกริบขึ้นมาทันทีภัทรหน้าซีดเผือด เขามองสลับไปมาระหว่างตัวแทนกองทุนกับเด็กหนุ่มวัยยี่สิบสี่ที่เขาเคยมองข้ามมาตลอดปราณไม่ได้มีท่าทีตกใจอะไร เขาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเบาๆ ขยับตัวนั่งหลังตรง ประสานมือไว้บนโต๊ะ สายตามองหน้าพี่เขยที่กำลังเหวออย่างใจเย็น"พี่คิดว่าบอร์ดที่อเมริกาจะยอมปล่อยเงินร้อยล้านให้โปรเจกต์พี่ง่ายๆ โดยไม่มีคนการันตีเหรอครับ?" เสียงของปราณนิ่งมาก ไม่ได้เยาะเย้ย แต่กดดันจนอีกฝ่ายแทบพูดไม่ออก"เงินลงทุนก้อนนี้... มันเป็นกองทุนส่วนตัวในชื่อผม"ภัทรยืนนิ่งไปเลย เส้นเลือดที่ขมับปูดขึ้นมา หายใจติดขัดเหมือนคนพูดอะไรไม่ออก"เป็นไปไม่ได้... ทำไมฉันไม่เคยรู้เรื่องนี้" ภัทรเค้นเสียงออกมาปราณกระตุกยิ้มมุมปากนิดเดียว สายตาเรียบเฉยจนดูเย็นชา"พี่ก็ลองกลับไปถามเมียพี่ดูสิครับ..."เขาเว้นจังหวะ แล้วเลื่อนสายตามามองฉันที่ยืนอยู่ข้างหลังภัทรแวบหนึ่ง ปราณเคาะนิ้วลงบนแฟ้มเอกสาร หันไปพยักหน้าให้คุณแอนเดอร์สันนิดเดียว"คุณแอนเดอร์สันกับผมดูตัวเลขทั้งหมดแล้วครั
"พอเถอะปราณ..." ฉันตัดบทหน้านิ่ง "ที่ผ่านมาที่บอกว่าคบกัน... ลึก ๆ นายก็รู้ว่ามันแค่เซ็กส์แก้เหงา ไม่ใช่ความรักด้วยซ้ำ"ฉันยิ้มเยาะตัวเอง นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้"แค่ความอยากเอาชนะ แค่หลง หรือไม่ก็แค่ถูกใจเรื่องบนเตียงเท่านั้นแหละ... ตอนนี้นายเล่นพอแล้วก็กลับบ้านไปเถอะ พี่จะทำงาน"ฉันหยุดพูด สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดอารมณ์ พยายามคุมเสียงไม่ให้สั่น"การที่นายเข้ามาในชีวิตพี่... ตอนแรกพี่คิดว่ามันคือกำไร เหมือนได้โชคสองชั้นที่ไม่ต้องลงทุนอะไร... แต่รู้ไหมตอนนี้พี่รู้สึกยังไง?"ฉันมองหน้าเขาตรง ๆ ไม่หลบตา"มันกลายเป็นหนี้เสียก้อนใหญ่ไปแล้วปราณ... การที่พี่ต้องมานั่งรอแชตที่นายไม่เคยส่งมา การที่พี่คิดถึงนายจนเสียงาน มันทำให้พี่คุมตัวเองไม่ได้เลย"ฉันลุกขึ้นยืน ขาแทบไม่มีแรงก้าว"ความสัมพันธ์บ้านี่มันกำลังทำให้ชีวิตพี่พัง... พี่ไม่เหลืออะไรให้เสียแล้ว"ฉันเกลียดตัวเองในตอนนี้ที่สุด... เกลียดที่ปล่อยให้ผู้ชายคนนี้เข้ามาทำให้ชีวิตที่อุตส่าห์จัดระบบไว้ดี ๆ พังไม่เป็นท่า"พอเถอะปราณ... พี่ไม่เอาแล้ว" ฉันตัดบทแล้วหันหลังให้"ออกไปเหอะ กลับไปอยู่ในที่ของนาย แล้วปล่อยให้พี่กลับไปใช้ชีวิตคนเดียวแ
สุดท้าย... ฉันก็เลือกทางที่เซฟที่สุดเรื่องเงินกับหน้าที่การงาน ฉันตัดสินใจตอบตกลงย้ายตามบอสไปเป็นเลขาฯ ที่บริษัทพ่อปูเป้คนอย่างเคทไม่เคยรอโชคชะตา และไม่เสียเวลามานั่งร้องไห้ให้สิ่งที่เสียไปแล้ว ในเมื่อความรักเป็นเรื่องที่คุมไม่ได้ ฉันก็แค่ตัดทิ้ง ฉันเริ่มจัดระเบียบชีวิตตัวเองใหม่ ตัดขาดทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขา ลบแอปที่เคยใช้คุย ปิดการแจ้งเตือนทั้งหมดที่จะทำให้ฟุ้งซ่านจนเสียงานการไม่เอาความรู้สึกมาปน คือวิธีป้องกันตัวเองที่ดีที่สุดวันแรกของการทำงานในตึกใหม่ที่ใหญ่และหรูหรากว่าเดิม ฉันใส่สูทสีเข้มเรียบกริบ แต่งหน้าจัดเต็มจนดูนิ่งสนิทเหมือนเดิม แต่พอเปิดประตูเข้าไปในที่ทำงานใหม่ บรรยากาศรอบตัวก็กดดันจนแทบหายใจไม่ออกบอสในฐานะซีอีโอคนใหม่เริ่มใช้งานฉันหนักกว่าเดิม เขาเรียกใช้ฉันแทบทุกสิบนาทีเพื่อโชว์คนอื่นในบอร์ด ส่วนปูเป้ก็ขยันเดินมาที่โต๊ะฉันบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ คอยสั่งงานจุกจิกที่ไม่ใช่หน้าที่ฉัน ทั้งหมดก็แค่ตั้งใจจะบอกให้รู้ว่าที่นี่คือที่ของเธอ"คุณเคทคะ ช่วยสรุปยอดค่าใช้จ่ายส่วนตัวของเป้ให้หน่อยนะคะ พอดีเป้ยุ่งมาก"ปูเป้วางกองบิลลงบนโต๊ะฉัน แล้วยิ้มเยาะ"อ้อ ลืมไป ที่นี่เราทำงานกันแบบ
หนึ่งเดือนเต็มที่เขาหายไปอยู่อีกซีกโลก...เวลาที่ต่างกันสิบกว่าชั่วโมงทำให้เราคุยกันแค่วันละไม่กี่ประโยค ฉันตัดความฟุ้งซ่านด้วยการทำงานลากยาวจนดึกทุกวัน พยายามบอกตัวเองว่ากลับมานิ่งได้เหมือนเดิมแล้ว ทั้งที่ลึก ๆ ยังรู้สึกโหวงจนน่าหงุดหงิด"สวัสดีค่ะคุณเคท"เสียงของปูเป้ดังขึ้นพร้อมกับที่เธอควงแขนภัทรเดินเข้ามาในห้องทำงาน ท้องเธอเริ่มโตขึ้นชัดเจน นิ้วนางข้างซ้ายใส่แหวนเพชรเม็ดโตจนสะดุดตาฉันลุกขึ้นยืนตามหน้าที่ ยื่นแฟ้มรายงานให้ภัทร"เอกสารสรุปยอดไตรมาสนี้ค่ะบอส ส่วนฝ่ายบัญชีฝากถามเรื่องกำหนดการเซ็นอนุมัติงบก่อนบอสจะลงไปดูไซต์งานสัปดาห์หน้า"ยังไม่ทันที่ภัทรจะรับ ปูเป้ก็ยื่นมือมาดึงแฟ้มไปตัดหน้า เธอเปิดดูผ่าน ๆ ก่อนจะเหลือบมองฉันแล้วยิ้มมุมปาก"งานเป๊ะเหมือนเดิมเลยนะคะคุณเคท... ถึงว่า พี่ภัทรถึงอยากหนีบคุณเคทตามไปอยู่ด้วยที่บริษัทคุณพ่อ"ฉันชะงัก หันไปมองหน้าภัทรทันที เขาดูเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด"เป้... พี่บอกแล้วไงว่าเรื่องนี้พี่จะคุยกับเคทเอง" ภัทรตัดบท ดึงแฟ้มกลับมาถือไว้ "เป้ไปรอที่รถก่อนเถอะ"ปูเป้ไม่สนใจ เธอยกมือลูบท้องตัวเอง มองฉันด้วยสายตาดูถูก"คนตัวคนเดียวอย่างคุณเคท วิ
จังหวะนั้นเอง ภัทรกับปูเป้ก็เดินกลับมาที่โต๊ะ ภัทรดูเครียดจัด ส่วนปูเป้ยังคงพยายามยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นปราณไม่ยอมปล่อยมือฉัน เขาวางแก้วไวน์ลงโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืนทันทีแบบไม่ไว้หน้าใคร"อ้าว จะไปไหน" ปูเป้ถามขึ้นมา ปราณเหลือบมองพี่สาว ก่อนจะหันไปจ้องหน้าภัทรตรง ๆ สายตาคู่นั้นดูเอาเรื่องแบบไม่มีเกรงใจ"ไม่อยู่แล้วครับ... แถวนี้กลิ่นไม่ค่อยดี"เขายิ้มมุมปาก มองภัทรตั้งแต่หัวจดเท้าด้วยสายตาดูถูก"กลิ่นพวกคนขี้แพ้ที่ชอบใช้กำลังลับหลัง..."ภัทรหน้าตึงขึ้นทันที กำหมัดแน่นแต่ทำอะไรไม่ได้ปราณไม่รอให้ใครพูดต่อ เขากุมมือฉันไว้แน่น ดึงให้ฉันลุกขึ้นยืนข้างเขา"กลับเถอะเคท... อยู่นานกว่านี้เดี๋ยวมีเรื่อง"หลังคืนที่มีเรื่องกันหน้าห้องน้ำ ทุกอย่างก็กลับมาเงียบ ต่างคนต่างอยู่เหมือนพักรบชั่วคราว แต่ฉันไม่ได้ชะล่าใจ พร้อมรับมือตลอดเวลาตลอดหนึ่งเดือนเต็มที่เชียงใหม่ ปราณดูแลฉันดีมาก เขาบินมาหาฉันทุกครั้งที่ว่างจากตรวจงานที่โรงงานหรือเข้าประชุมที่กรุงเทพฯความอบอุ่น เซ็กส์ที่เข้ากันได้ดีจนน่ากลัว และการตามใจแบบกวน ๆ ของเขา ค่อย ๆ พังกำแพงที่ฉันตั้งไว้ทีละนิด... และมันเริ่มส่งผลกับสิ่งที่ฉันมั่นใจท







