Share

ยามหิมะร่วงโรย
ยามหิมะร่วงโรย
Author: นิจนิรันดร์

บทที่ 1

Author: นิจนิรันดร์
เขาพูดจบแล้วย่อตัวลงมา วางมือลงบนน่องเธออย่างแผ่วเบาแล้วเริ่มนวดให้เธอ จากนั้นพูดเปลี่ยนเรื่อง “วันนี้เป็นยังไงบ้าง? เจ็บขาไหม?”

เพราะใช้แรงมากเกินไป ทำให้มือคู่สวยแดงเล็กน้อย เส้นเลือดปูดขึ้นมาบนหลังมือ ดูสะดุดตาเป็นอย่างมาก

ฝีมือการนวดและแรงนวดของเขาเป็นมืออาชีพมาก แต่เจียงอี่ฮว่ากลับไม่รู้สึกอะไรเลย

ผ่านไปสักพักก็ยังไม่ได้ยินคำตอบจากเธอ เหลียงซิวหย่วนจึงเงยหน้าขึ้นมา ขณะที่กำลังจะถาม มือถือในกระเป๋าเสื้อก็ดังขึ้น

เขาเอามือถือออกมาดู เมื่อเห็นโน้ตแจ้งเตือน ใบหน้าเขามีรอยยิ้มแห่งความดีใจโดยไม่รู้ตัว

เขาลืมสิ่งที่กำลังจะพูดไปจนหมดสิ้น ลุกขึ้นยืนแล้วพูดทิ้งท้ายก่อนที่จะเดินไปที่ห้องหนังสือ

“ฮว่าฮว่า ฉันมีงานนิดหน่อยต้องไปจัดการ เดี๋ยวฉันมานวดให้นะ”

เจียงอี่ฮว่ายังเงียบเหมือนเดิม มองเขาเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ

เมื่อเขาเดินออกไปจากประตูแล้ว รอยยิ้มของเขาที่เปิดเผยออกมาอย่างชัดเจนเมื่อครู่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเธอ

ถ้าเป็นเรื่องงาน เขาจะยิ้มขนาดนั้นไหม?

ท่าทางดีใจที่ออกมาจากใจขนาดนั้น มีแค่ตอนเจอคนที่ชอบ ถึงจะแสดงออกมาแบบนั้น

เพราะเธอเคยเห็นรอยยิ้มแบบนี้หลายครั้งแล้ว

ตอนมัธยมปลาย ทุกๆ เช้าเธอจะรีบดื่มนมแล้ววิ่งลงไปข้างล่าง เห็นเหลียงซิวหย่วนยิ้มแบบนี้เสมอ เขายิ้มบางๆ แล้วเดินมาหาเธอ เอากระเป๋าหนังสือหนักๆ ของเธอไปถือให้ พาเธอซ้อนท้ายจักรยานไปโรงเรียนด้วยกัน

ตอนนั้นพวกเขาอายุ 18 ปี เป็นวัยที่ไร้เดียงสาและเต็มเปี่ยมไปด้วยความสดใส ในสายตามีแค่กันและกัน

ทั้งสองคนโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก เกิดความหวั่นไหวในใจแล้วก็ตกหลุมรักกัน เหมือนพลอตในนิยายทุกเรื่อง

พวกเขาแอบคบกันโดยที่พ่อแม่และเพื่อนๆ ในโรงเรียนไม่รู้ สัญญาว่าจะพยายามสอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันให้ได้ จากนั้นค่อยเปิดเผยความสัมพันธ์ให้ทุกคนรู้

พวกเขาคอยกระตุ้นเรื่องการเรียน พัฒนาตัวเองไปด้วยกัน ในที่สุดทั้งสองคนก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงด้วยคะแนนเกือบ 700 คะแนน

เดิมทีทุกอย่างควรจะราบรื่นไปได้ด้วยดี

แต่ดันเกิดเรื่องไม่คาดฝัน

หนึ่งวันก่อนเปิดเทอม พวกเขาโดนรถชน ในวินาทีแห่งความเป็นความตาย เจียงอี่ฮว่าผลักเหลียงซิวหย่วนให้พ้นจากอันตรายอย่างไม่ลังเล

วันนั้นเหลียงซิวหย่วนปลอดภัยดี ส่วนเธอสูญเสียขาทั้งสองข้าง

เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ในปีนั้นเธอยังสูญเสียพ่อแม่เพราะอุบัติเหตุเครื่องบินตก เธอไม่สามารถรับเรื่องสะเทือนใจที่เกิดขึ้นติดต่อกันแบบนี้ ทำให้เธอเป็นโรคซึมเศร้าตั้งแต่ตอนนั้น

เหลียงซิวหย่วนปวดใจมาก พอจบมหาวิทยาลัยก็ขอเธอแต่งงานทันที

เขาให้คำมั่นสัญญาอย่างหนักแน่น บอกว่าชีวิตนี้จะไม่มีทางทรยศเธอ

หลังแต่งงานได้สามปี เขาทำอย่างที่พูดมาตลอด

จนกระทั่งเมื่อครึ่งเดือนก่อน เธอเจอไดอารี่ของเขา

ที่แท้คนที่พร่ำบอกรักเธอทุกวันกลับระบายความทุกข์ใจลงในไดอารี่

เขาบอกว่าสาเหตุที่ขอเธอแต่งงาน เพราะสังคมบีบบังคับ ถ้าไม่ทำแบบนี้ ทุกคนต้องรุมด่าเขาแน่นอน

เขาบอกว่าทุกครั้งที่กลับบ้าน ความรู้สึกอึดอัดเหมือนโดนกักขังทำให้เขาแทบขาดใจตาย เขารู้สึกว่าทุกวินาทีที่อยู่ข้างๆ เธอช่างทรมานเหลือเกิน

เขาบอกว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เขายอมไม่ให้เธอช่วยเขาดีกว่า ถึงเขาต้องนั่งรถเข็นไปตลอดชีวิตก็ตาม อย่างน้อยก็ไม่ต้องรู้สึกผิดขนาดนี้

เขาปิดบังเธอเรื่องที่เขาชอบผู้หญิงคนหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นชื่อเย่เสี่ยวเสี่ยว เธอเป็นคนสนุกสนาน งดงามและสดใส เหมือนเจียงอี่ฮว่าตอนยังไม่ประสบอุบัติเหตุมาก

วันต่อมาเธอได้รับข้อความจากเย่เสี่ยวเสี่ยว

“เจียงอี่ฮว่า ฉันได้ยินซิวหย่วนบอกว่าขาเธอไม่มีวันรักษาหายแล้วเหรอ? ไหนๆ พวกเธอสองคนก็รู้จักกันมาหลายปี เธอปล่อยเขาไปได้ไหม?”

“เธอคงไม่รู้สินะ เธอทำให้เขาใช้ชีวิตอย่างทุกข์ทรมานทุกวัน เขาอยากตายใจจะขาด แต่เขาตายไม่ได้ เพราะเขาต้องดูแลเธอ ทั้งๆ ที่ในใจทุกข์แทบตาย ช่างเป็นชีวิตที่น่าเศร้าจริงๆ”

“ถ้าไม่เจอฉัน เขาคงต้องเป็นบ้าเข้าสักวัน เธอไม่รู้สึกผิดสักนิดเลยเหรอ? ฉันสงสารเขามาก ตอนนี้คนที่เขารักคือฉัน เธออย่ายื้อเขาไว้เลย หย่าเถอะ ทำให้เราสองคนสมหวังได้ไหม?”

หลังจากนั้นเธอส่งภาพสุดหวานมาสิบกว่าภาพ

กล้องหันไปทางเหลียงซิวหย่วน

เขากำลังชงกาแฟด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พอเห็นว่าเย่เสี่ยวเสี่ยวกำลังเซลฟี่ เขาก็ขยับเข้ามาชูสองนิ้วใส่กล้องด้วยท่าทางสนิทสนม

เขาแกะกุ้งจานใหญ่ไปวางตรงหน้าเย่เสี่ยวเสี่ยว เช็ดคราบอาหารที่ติดอยู่บนนิ้วให้เธอ

เขาเดินตามรอยเท้าของเย่เสี่ยวเสี่ยวบนหาดทราย ยิ้มร่าแล้วยื่นเปลือกหอยให้เธอเป็นกำมือ

เจียงอี่ฮว่าดูจนถึงรูปสุดท้าย เจ็บปวดหัวใจจนแทบหายใจไม่ออก เรียกว่าเอามีดมาแล่เนื้อเธอเป็นหมื่นชิ้นก็ไม่เกินไป

แต่เธอร้องไห้ไม่ออกแล้ว ในดวงตาหลงเหลือเพียงความว่างเปล่า

เธอไม่ได้ตอบกลับข้อความพวกนี้ แต่เย่เสี่ยวเสี่ยวก็ยังตามรังควานไม่เลิก

หลังจากนั้นเธอส่งภาพใหม่ๆ มาทุกวัน มีลายน้ำระบุวันที่ทุกภาพ

วันที่ 21 พฤศจิกายน พวกเขาเดินเล่นอยู่ในสวนสาธารณะท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็น

วันที่ 26 พฤศจิกายน พวกเขาไปปั้นแจกันดอกไม้ที่สตูดิโอสอนปั้นเซรามิก

วันที่ 1 ธันวาคม พวกเขาไปชมงานแสดงดนตรี พูดคุยเกี่ยวกับดนตรีและเรื่องในอนาคตหลายๆ เรื่อง

......

เวลาที่อยู่ในภาพทุกภาพ สอดคล้องกับเวลาที่เหลียงซิวหย่วนโทรมาบอกว่าทำโอที

แม้แต่วันเกิดของเธอเมื่อวานนี้ เธอรอเขาอยู่ที่บ้านหนึ่งวันหนึ่งคืน แต่เขาก็ไม่กลับมา

และสาเหตุที่เขาไม่กลับบ้าน เพราะไปดูพลุกับเย่เสี่ยวเสี่ยว

ตอนเห็นภาพที่เย่เสี่ยวเสี่ยวส่งมา เธอเอาแต่หัวเราะ หัวเราะจนน้ำตาไหลออกมา

เหลียงซิวหย่วนวัย 17 ปีรักเจียงอี่ฮว่าวัย 17 ปีอย่างสุดหัวใจ

แต่เหลียงซิวหย่วนวัย 25 ปีดันไม่รักเจียงอี่ฮว่าวัย 25 ปีแล้ว

คืนนั้นเธอนั่งอยู่ตรงหน้าต่างทั้งคืน วันต่อมาเธอส่งข้อมูลจำนวนมากให้หน่วยงานการุณยฆาตที่ต่างประเทศ ยื่นเรื่องขอจบชีวิตตัวเอง

เหลียงซิวหย่วน ฉันไม่เหลืออะไรแล้ว ฉันมีแค่นายคนเดียว

แต่นายเห็นฉันเป็นเหมือนภัยอันเลวร้าย

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ฉันคงต้องปล่อยนายไป

แล้วก็ปล่อยตัวฉันไปด้วย
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยามหิมะร่วงโรย   บทที่ 27

    ใบหน้าอีกซีกหนึ่งของเย่เสี่ยวเสี่ยวบวมเป่งขึ้นมาทันทีเธอรู้ว่าตอนนี้เหลียงซิวหย่วนสูญสิ้นความเป็นคนแล้ว ถึงอธิบายขนาดไหนก็เปล่าประโยชน์แต่เธอเจ็บใจ เจ็บใจที่ต้องตายแบบนี้ เจ็บใจที่ต้องตายเพราะคนที่เคยเจอหน้ากันแค่ไม่กี่ครั้งเจอเขาขู่เอาชีวิตแบบนี้ ไม่รู้ว่าเธอไปเอาแรงมาจากไหน สะบัดมือเขาออกแล้วยื้อยุดฉุดกระชากกับเขาเธอกัดเขาพร้อมกับร้องตะโกนเหมือนคนบ้า“เธอฆ่าตัวตายเอง ทำไมฉันต้องตายไปพร้อมกับเธอ! ทำไม! เธอคิดสั้นเอง เธอตัดสินใจเอง เกี่ยวอะไรกับฉัน?”“ฉันแค่บอกความจริงทุกอย่างให้เธอรู้ ถ้าไม่ได้ฉัน เธอคงโดนนายหลอกไปตลอดชีวิต! แค่สูญเสียขาชีวิตเธอก็พังแล้ว ยังมาโดนสามีที่นอกใจหลอกอีก ฮ่าๆๆๆ ชีวิตเธอช่างน่าสงสารจริงๆ!”“ฉันกำลังช่วยเธออยู่ นายเข้าใจไหม! ถ้าไม่ได้ฉัน เธอต้องทรมานต่อไปเรื่อยๆ ต้องฟังคำโกหกน่าขยะแขยงของนายต่อไปเรื่อยๆ ชีวิตแบบนั้นทรมานยิ่งกว่าตายเสียอีก!”แต่ละคำเหมือนลูกธนูแหลมคมแทงทะลุหัวใจเหลียงซิวหย่วนสมองเขาขาวโพลน เหลือเพียงเสียงกรีดร้องของเธอดังวนอยู่ในหัวมือสองข้างที่จับตัวเธอแน่นคลายออก ตกลู่ลงข้างลำตัวอย่างไร้สิ้นเรี่ยวแรงหลังจากเป็นอิสระอีกครั้ง

  • ยามหิมะร่วงโรย   บทที่ 26

    ในรถเงียบอยู่นานมากเหลียงซิวหย่วนเห็นเธอปิดซิปด้วยท่าทางตื่นตระหนก โยนกระเป๋ากลับไปที่เบาะหลังเหมือนมันคือระเบิด เขายกมือขึ้นมากดปุ่มล็อกประตูและหน้าต่างรถ“คุ้นตามากเหรอ?”ตอนเขาพูด น้ำเสียงยังราบเรียบเหมือนเดิม ราวกับกำลังคุยกันว่าจะทำอะไรต่อ ไม่มีความรู้สึกที่ผิดแปลกไปเลยแต่เมื่อเย่เสี่ยวเสี่ยวได้ยินเสียงสัญญาณล็อกประตูรถเธอเริ่มหวาดกลัวขึ้นมาทันทีความรู้สึกเย็นยะเยือกกว่าลมหนาวข้างนอกแผ่ซ่านขึ้นมาตามกระดูกสันหลัง ค่อยๆ พุ่งขึ้นมาที่ท้ายทอยของเธอเธอหดมือหดเท้า ขยับเข้าไปชิดประตูรถ รอยยิ้มบนใบหน้าดูฝืนมาก“ซิวหย่วน นายเป็นอะไรไป เจ็บตาไม่ใช่เหรอ?”เมื่อเห็นว่าเธอยังทำเป็นไม่รู้เรื่อง เหลียงซิวหย่วนยิ้มออกมาเช่นกัน เขาเลียนแบบน้ำเสียงสดใสและไร้เดียงสาของเธอ“ใช่ ฉันเห็นแชตพวกนี้ ฉันก็เลยเจ็บตามาก”“แล้วเธอล่ะ เห็นแชตพวกนี้แล้วรู้สึกเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า? เจ็บตาไหม? หรือเจ็บหัวใจ? หรือเจ็บตรงอื่น?”น้ำเสียงที่เขาเลียนแบบเธอกับรอยยิ้มขนหัวลุกบนใบหน้า ทำให้เย่เสี่ยวเสี่ยวอยากกรี๊ดมากเธอเสแสร้งต่อไปไม่ได้อีกแล้ว สีหน้าหวาดผวาเหมือนเจอผีอย่างไรอย่างนั้น“ซิวหย่วน ฉันไ

  • ยามหิมะร่วงโรย   บทที่ 25

    เย่เสี่ยวเสี่ยวลงมาพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ หลังจากเห็นเหลียงซิวหย่วนที่มารออยู่ด้านล่างนานแล้ว เธอรีบโผไปกอดเขาทันที“ซิวหย่วน ฉันนึกว่านายยังโกรธฉันอยู่ ขอโทษนะ วันนั้นฉันผิดเอง ฉันพูดไม่ดี ขอบคุณที่นายยกโทษให้ฉัน”น้ำหอมกลิ่นฉุนที่อยู่บนผมเธอลอยเข้าจมูกเหลียงซิวหย่วน ทำให้เขาเริ่มคลื่นไส้อีกแล้วแต่เขาไม่พูดอะไรสักคำ พยายามอดกลั้นอาการพะอืดพะอมมือหนึ่งลากกระเป๋าเดินทาง ส่วนอีกมือโอบเอวเธอค่อยๆ เดินไปที่รถเย่เสี่ยวเสี่ยวมองมือเขาที่วางอยู่ตรงเอวตัวเอง เธอแอบดีใจเล็กน้อย ใบหน้าแดงระเรื่อตั้งแต่พวกเขารู้จักกันมาห้าเดือน นี่เป็นครั้งแรกที่เหลียงซิวหย่วนเป็นฝ่ายแตะเนื้อต้องตัวเธอก่อนเธอนึกว่าเขาก้าวข้ามผ่านความเจ็บปวดมาได้แล้ว นึกว่าเขาคิดได้แล้ว นึกว่าเขาตัดสินใจใช้ชีวิตกับเธอแล้ว น้ำเสียงเธอเต็มไปด้วยความดีใจ“ช่วงนี้นายไม่ค่อยได้กินข้าวเหรอ ผอมจนจำไม่ได้แล้วเนี่ย ฉันเห็นแล้วปวดใจมาก”เหลียงซิวหย่วนขานรับแล้วเปิดฝากระโปรงหลังรถเย่เสี่ยวเสี่ยวเป็นห่วงเลยอยากถามอีก แต่ดันปรายตาไปเห็นท้ายรถที่ว่างเปล่า นัยน์ตาเธอฉายแววประหลาดใจ“จะไปเที่ยวไม่ใช่เหรอ? ซิวหย่วน ทำไมนายไม

  • ยามหิมะร่วงโรย   บทที่ 24

    เช้าวันที่ทำพิธีฝังให้เจียงอี่ฮว่า เหลียงซิวหย่วนออกจากบ้านเขาโกนหนวดบนใบหน้า ตัดผมสั้น อาบน้ำ แล้วก็ใส่ชุดดำทั้งตัวเมื่อลงมาข้างล่าง เขาทิ้งขยะที่เก็บมาจากในห้อง เงยหน้ามองห้องที่มีผ้าม่านสีฟ้าที่ชั้นเจ็ดอยู่นานมากเมื่อเห็นแสงแรกของวัน เขาละสายตาออกจากห้องนั้น หยิบกุญแจในกระเป๋าเสื้อ ดึงตุ๊กตาที่ห้อยกุญแจออกมา แล้วโยนกุญแจลงไปในคูน้ำจากนั้นก็เข้าไปในรถ ขับรถมุ่งหน้าไปภูเขาทางใต้เขาไม่รู้ว่าหลุมศพของเจียงอี่ฮว่าอยู่ตรงไหน จึงต้องดูตั้งแต่หลุมศพที่อยู่ด้านล่างสุดเมื่อเขาเดินมาถึงกลางภูเขา เห็นแม่กำลังคำนับอยู่ เขาถึงกับโล่งอกเขาปาดเหงื่อบนหน้าผาก ค่อยๆ เดินเข้าไปหาผู้เป็นแม่แล้วเอ่ยเสียงเบา “แม่”แม่ไม่สนใจเขาเธอนั่งยองๆ แล้วเอาช่อดอกลิลลี่วางไว้หน้าป้ายหลุมศพ แล้วก็เอาผ้าออกมาเช็ดเศษฝุ่นเศษดินที่ติดอยู่บนนั้นเมื่อเช็ดป้ายหลุมศพจนสะอาดหมดจด เธอลุกขึ้นมามองมือที่ว่างเปล่าของเหลียงซิวหย่วน“นายมาทำไม?”เสียงเธอเย็นชามาก เหมือนกำลังถามคนแปลกหน้าที่เดินผ่านมาแต่เหลียงซิวหย่วนไม่แคร์สักนิดตั้งแต่เขาเห็นแม่ เขาก็ไม่ละสายตาจากเธอเลยแต่แม่ไม่มองหน้าเขา จึงไม่รู้ว่าตอน

  • ยามหิมะร่วงโรย   บทที่ 23

    บนกระดาษ 26 แผ่นเป็นข้อความในแชตที่ถูกพรินต์ออกมารูปขาวดำสลับกับตัวอักษรยาวเหยียดสะท้อนอยู่ในดวงตาเหลียงซิวหย่วนข้อความและรูปภาพพวกนี้หลั่งไหลเข้ามาในหัว ดึงความทรงจำมากมายในอดีตที่ถูกลืมไปนานแล้วกลับมาอีกครั้งเขาค่อยๆ ดูทีละแผ่น กวาดตาดูรูปขาวดำเป็นอันดับแรกรูปที่อยู่บนกระดาษทุกแผ่น เป็นรูปที่เหลียงซิวหย่วนคุ้นตามากรูปถ่ายหลายรูปยังอยู่ในมือถือที่เขาไม่ได้เปิดเครื่องมาเป็นเวลานานเมื่อดูรูปหมดแล้ว เขาเริ่มรู้สึกชาและปวดจี๊ดตรงขมับมันไม่เจ็บ แต่ทำให้เขาได้สติขึ้นมาเขาเก็บกระดาษที่หล่นอยู่บนพื้น ลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล แล้วกลับมาเปิดไฟที่ห้องนอนจากนั้นเก็บมือถือที่หล่นอยู่ตรงมุมมาชาร์จแบตแล้วกดปุ่มเปิดเครื่องภาพพักหน้าจอเป็นภาพของเจียงอี่ฮว่า รหัสปลดล็อกหน้าจอคือวันเกิดของเธอส่วนรูปของเจียงอี่ฮว่ากับเหลียงซิวหย่วนที่อยู่ในอัลบั้มสิบกว่ารูป เป็นรูปที่ถ่ายก่อนเดือนกันยายนตั้งแต่เดือนกันยายนก็ไม่มีรูปคู่อีกเลยเพราะสายตาเขามัวแต่มองใครอีกคน กล้องมือถือเขาก็ถ่ายแต่คนคนนั้นเขาซ่อนรูปที่ถ่ายไว้ ต้องใส่รหัสถึงจะเปิดดูได้รหัสคือวันเกิดของเย่เสี่ยวเสี่ยวเมื่อเขาใส่ร

  • ยามหิมะร่วงโรย   บทที่ 22

    ช่วงนี้แม่ของเหลียงซิวหย่วนหาสุสานฝังศพให้เจียงอี่ฮว่าแม้เจียงอี่ฮว่าไม่ได้เหลือเถ้ากระดูกไว้ แต่เธอคิดว่าเจียงอี่ฮว่าตัวคนเดียว ยังไงก็ต้องทำพิธีฝังให้เรียบร้อย เธอจะได้จากไปอย่างสงบเลือกไปเลือกมาได้สักพัก ในที่สุดเธอก็เลือกที่ดินที่หันหน้ารับแสงอาทิตย์บนภูเขาทางใต้ แล้วก็ซื้อที่ดินตรงนี้ไว้เธอรู้ว่าเจียงอี่ฮว่าทำลายข้าวของทุกอย่างก่อนตาย แต่โชคดีตอนที่พวกเขาแต่งงานกัน ลูกสะใภ้คนนี้มอบกำไลให้เธอหนึ่งวงแม่ของเหลียงซิวหย่วนจะเอากำไลวงนี้ฝังลงไปในหลุมศพของเจียงอี่ฮว่า ใช้กำไลนี้ระลึกถึงเธอครั้งนี้เธอมาเอาภาพของเจียงอี่ฮว่าไปอัดเพิ่มหนึ่งใบ เพื่อนำไปติดที่ป้ายหลุมศพช่วงเทศกาลเธอจะได้แวะไปเยี่ยมเจียงอี่ฮว่าที่สุสานคิดไม่ถึงว่าจะบังเอิญรู้ความจริงเรื่องที่เจียงอี่ฮว่าจากโลกนี้ไปในใจเธอเต็มไปด้วยความสับสน ไม่รู้จะรับมือเรื่องนี้ยังไง แล้วก็ไม่อยากเห็นหน้าลูกชายคนนี้อีกหลังจากสงบสติอารมณ์ได้แล้ว เธอเปิดประตูเข้าไปในห้อง ไม่มองเหลียงซิวหย่วนที่ทรุดอยู่บนพื้นสักนิดไม่ได้มาสองสามวัน ห้องรกอีกแล้วเธอไม่ทำความสะอาดห้องให้เขาแล้ว เดินตรงไปที่ห้องนอนเพื่อหารูปถ่ายรูปนั้นเธอหา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status