Share

ยามเมื่อใจ เพรียกหาเพียงเจ้า
ยามเมื่อใจ เพรียกหาเพียงเจ้า
Penulis: moonlight -mini

บทที่ 1

Penulis: moonlight -mini
last update Tanggal publikasi: 2025-06-12 02:24:33

บทที่ 1

เสียงฝีเท้าของแม่ทัพโจวดังก้องไปทั่วโถงทางเดินของตระกูลโจว หลังจากเขาไปเข้าเฝ้าฝ่าบาทเสร็จก็เร่งตรงกลับมาที่จวนเพราะรู้ว่าข่าวที่เขาจะต้องเปลี่ยนตัวกับแม่ทัพจางที่จะกลับมาจากชายแดนเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บคงถึงหูภรรยาที่รักแล้ว

เมื่อก้าวเข้าเรือนใหญ่ ซ่งอวี้หลินผู้เป็นภรรยาของเขาก็สะอื้นเสียงดังขึ้นจนแม่ทัพโจวต้องเร่งวางของทุกอย่างในมือและเข้าไปประคองนาง

หญิงสาวนั่งร้องห่มร้องไห้อยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักสีเข้ม ข้างกายมีผ้าเช็ดหน้าอีกสองผืนที่เปื้อนคราบน้ำตาแล้ววางเอาไว้ และในมือก็ยังมีอีกผืนราวกับจะบอกเขาว่านางนั่งร้องไห้เช่นนี้มานานหลายชั่วยามแล้ว

เขากังวลใจที่ภรรยาที่รักจะเสียใจ แต่เพราะแต่งงานและอยู่ร่วมกันมานานหลายสิบปีจึงมองออกว่า ที่เป็นอยู่ฮูหยินของเขาคงแค่แสดงเพียงเท่านั้น ถึงกระนั้นเขาก็ต้องปลอบนางเหมือนทุกครั้งที่เขาและบุตรชายจะต้องออกไปรบ

“หลินเอ๋อร์...มิใช่เจ้าก็รู้อยู่แล้วหรือว่า การแต่งเข้ามาในตระกูลโจวย่อมต้องเผชิญกับเรื่องเช่นนี้ ข้าเป็นแม่ทัพ ต่อไปบุตรชายของเราก็จักต้องเป็นมิต่าง วันนี้พวกเขาได้ออกศึกก็ถือเป็นการเรียนรู้” โจวหยางเฉิงอธิบายกับภรรยา แม้น้ำเสียงจะดูจริงจังแต่ก็ยังแฝงความอ่อนโยนเอาไว้

และถึงแม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่พูดเรื่องเหล่านี้แต่เขาก็ต้องพูด ต่อให้จะร้อยหรือพันครั้งเพราะเขาเข้าใจความรู้สึกของหญิงคนรัก แต่จะทำเช่นไรได้ ทุกอย่างล้วนเป็นอย่างที่เขาอธิบาย

ยามนี้บ้านเมืองกำลังมีภัย หากไม่ใช่ตระกูลโจวแล้วจะยังมีใครไปเป็นกำลังหลักได้อีก ขนาดแม่ทัพจางที่เป็นคนพื้นที่ก็ยังบาดเจ็บจนต้องส่งตัวมารักษาที่เมืองหลวง แสดงว่าศึกครั้งนี้คงจะร้ายแรงไม่ใช่น้อย ฉะนั้นฝ่าบาทมีพระราชโองการให้แม่ทัพใหญ่อย่างเขาไปดูแลนั่นก็ถูกต้องแล้ว

“ท่านพี่” ซ่งอวี้หลินเงยหน้าขึ้นมองสามี ดวงตาของนางแดงก่ำแม้จะพยายามแสดงให้ชายคนรักเห็นว่ากังวล แต่ความจริงในใจของนางก็มิได้กังวลน้อยไปกว่าที่แสดงเลย

“ข้าย่อมรู้อยู่แล้วเรื่องที่ท่านว่า เพียงแต่ครั้งนี้ท่านพี่พาลูกของเราไปหมดทุกคน แม้แต่อี้หลงที่ยังเด็กนักท่านก็ยังจะพาไปด้วย...มิเห็นหรือว่าเขายังเด็กมาก อายุก็เพิ่งจะได้เพียงสิบสามปีเท่านั้น”

โจวหยางเฉิงกุมมือภรรยาเอาไว้แน่นและบีบเบา ๆ ราวกับบอกให้นางตั้งใจฟังเขาให้ดี

“เจ้าอย่าได้ดูแคลนบุตรชายของเจ้าไป อี้หลงแม้อายุจะยังน้อยแต่เขาก็เป็นลูกชายของข้าและเจ้า เป็นสายเลือดของตระกูลโจว ความกล้าหาญและความสามารถของเขาย่อมไม่เป็นรองใคร ตอนข้าออกศึกครั้งแรกก็อายุประมาณนี้ พี่ชายของเขาทั้งสองก็มิต่างกัน หากเขาจะอยู่รอดต่อไปก็ต้องเรียนรู้ ไม่มีเวลาใดเหมาะสมไปกว่านี้อีกแล้ว” ซ่งอวี้หลินถอนหายใจ

“แต่เขายังจับดาบไม่มั่นคง มือเล็ก ๆ นั่นจะสู้รบได้อย่างไร ท่านพี่ไม่สงสารเขาบ้างหรือ” ซ่งอวี้หลินพูดไปก็สะอื้นไป ถึงแม้นางจะเป็นหญิงมีอายุแล้ว แต่หากอ้อนสามีก็มิถือว่าผิดอันใด

แม่ทัพโจวหายใจเข้าลึก สายตาของคนเป็นแม่ทำให้ภรรยาของเขามองผิดมองพลาดไปหมด

แม้อวี้หลินจะบอกว่ามือเล็ก ๆ นั้นไร้แรงแต่เขากลับรู้สึกว่าในบรรดาพี่น้องอี้หลงนั้นมีไหวพริบและเก่งกาจกว่าพี่ชายทั้งสองนักในเรื่องการต่อสู้ และเขาก็มั่นใจด้วยว่าต่อไปอีกฝ่ายจะต้องเป็นแม่ทัพที่ดีได้แน่ ๆ แต่คงยากที่จะทำให้คนรักของเขารับฟังในตอนนี้

เมื่อไม้แข็งไม่ได้ผลโจวหยางเฉิงจึงใช้ไม้อ่อนกับภรรยา “หลินเอ๋อร์ เจ้าคิดว่าข้าไม่เจ็บปวดหรือ ทุกครั้งที่พวกเราพ่อลูกก้าวเท้าออกจากจวน ข้าก็รู้สึกเหมือนมีคนจ้องจะควักหัวใจของข้าออกไป

แต่หน้าที่ตระกูลโจวของพวกเรา คือการปกป้องบ้านเมือง

และในหน้าที่หัวหน้าครอบครัวข้าเองก็ต้องปกป้องบุตรชายและเจ้า เจ้าคิดว่าข้าจะยอมให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับพวกเขาหรือ”

“ข้าเข้าใจ...เพียงแต่...ข้ากลัว” อวี้หลินพิงไปที่อกแกร่งของสามี เขาแข็งแรงและแข็งแกร่งนางรู้ แต่วันเวลาผ่านไป สามีของนางก็เริ่มมีอายุ นางมั่นใจมาตลอดว่าเขาจะดูแลลูก ๆ และนางได้ แต่พอได้ฟังข่าวการศึกที่หนักหน่วงก็ทำให้อดไม่ได้ที่จะกังวล

“หากสูญเสียใครคนใดคนหนึ่งไป ข้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร”

“ข้ารับปากเจ้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกของเรา” คำของสามีราวกับสิ่งที่นางต้องการจะได้ยิน ซ่งอวี้หลินปาดน้ำตาแล้วยิ้มออกมา

“เรื่องนั้นท่านพี่มิต้องรับปากข้าหรอก ข้ารู้ว่าท่านเก่งกาจพอจะดูแลลูกได้ เพียงแต่ข้าอยากพาอี้หลงไปผูกดวงกับซินแส ขอให้ท่านดูชะตาของเขาเสียหน่อย อย่างน้อย ๆ ข้าก็จะได้สบายใจขึ้น”

แม่ทัพโจวเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมาอย่างรู้ทัน เขาลืมไปได้อย่างไร ตอนพี่ชายของอี้หลงอวี้หลินก็ทำเช่นนี้

“หลินเอ๋อร์ เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่ได้เชื่อในเรื่องเหล่านี้”

“ข้ารู้ว่าท่านพี่ไม่เชื่อ แต่ข้าเชื่อนี่เจ้าคะ ขอร้องเถอะเจ้าค่ะ เพียงแค่ไปให้คลายความกังวลของข้าก็เท่านั้น ไหนท่านบอกว่ายินดีจะทำทุกอย่าง”

“ก็ได้ วันพรุ่งข้าจะจัดการให้”

“ขอบคุณเจ้าค่ะ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ยามเมื่อใจ เพรียกหาเพียงเจ้า   บทที่ 29

    บทที่ 29ในเรือนเก่าของหว่านเอ๋อร์ แสงแดดยามบ่ายส่องลอดผ่านหน้าต่างไม้เก่าที่เปิดไว้ให้ลมพัดผ่าน อี้หลงเดินสำรวจรอบ ๆ ด้วยความสนใจ เขาลูบมือไปตามกรอบหน้าต่างที่มีรอยถลอกเล็ก ๆ ก่อนจะหันไปมองหว่านเอ๋อร์ที่กำลังหยิบจับของบางอย่างอยู่กลางห้อง “นี่หรือ...คือที่ที่เจ้าคุ้นเคยตั้งแต่เด็ก” หว่านเอ๋อร์พยักหน้า “ข้ามักชอบนั่งมองออกไปที่นอกหน้าต่างในยามค่ำ กลางวันก็มักจะอ่านหนังสือที่ตรงนี้ หรือไม่ก็ออกไปนั่งอ่านที่ศาลากลางสวน” หว่านเอ๋อร์บอกพร้อมทั้งลูบมือไปตามขอบหน้าต่างเก่าที่บางวันนางก็สะกิดมันเบา ๆ เมื่อความรู้สึกล่องลอยไปแสนไกล “เจ้าคงคิดถึงที่นี่มาก” หว่านเอ๋อร์พยักหน้า “ข้าอยู่มาตั้งแต่เด็ก จะไม่คิดถึงได้อย่างไร ที่นี่มีความทรงจำมากมาย ล้วนเป็นเรื่องดี ๆ ทั้งนั้น”อี้หลงยิ้มและขยับตัวเข้าไปใกล้หญิงสาว เขาเอื้อมมือไปแตะแก้มของอีกฝ่ายเบา ๆ ก่อนจะมองเข้าไปในดวงตาสวยราวกับจะบอกใบ้อะไรบางอย่าง "หว่านเอ๋อร์ หากที่นี่มีแต่ความทรงจำดี ๆ ของเจ้า เช่นนั้นข้าขอเป็นอีกหนึ่งความทรงจำดี ๆ ของเจ้าที่นี่จะได้หรือไม่" หว่านเอ๋อร์มองชายหนุ่มด้วยสายตาสงสัย แต่เพียงไม่นานนางก็ต้องเริ่มขืนตัวเมื่อรู้สึก

  • ยามเมื่อใจ เพรียกหาเพียงเจ้า   บทที่ 28

    บทที่ 28"อาเฟยหลง ช้า ๆ หน่อยสิหลานยาย ยายแก่แล้ว วิ่งตามเจ้าไม่ทันหรอกนะ" หว่านเอ๋อร์ที่พาบุตรชายมาเยี่ยมพ่อแม่ของนางอดยิ้มออกมาไม่ได้เมื่อเห็นเฟยหลงที่อายุกำลังย่างเข้าขวบที่สามวิ่งเล่นหยอกล้อกับตายายของเขา "แต่ข้ายังตามเฟยหลงทันนะ” คหบดีหลี่รีบเอ่ยแย้งภรรยา พร้อมทั้งกึ่งเดินกึ่งวิ่งและพยายามไล่ตามจับหลานชายที่ดูเหมือนจะอยากเล่นไล่จับ เฟยหลงหัวเราะคิกคักก่อนจะซุกหน้ากับอกของท่านยายของเขา "ท่านตาช้า จับข้าไม่ทันหรอกขอรับ" ทุกคนในสวนของจวนหลี่หัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ รวมถึงมารดาของอี้หลงที่นั่งมองหลานชายตัวเองด้วยสายตาเอ็นดู "เด็กคนนี้ ช่างเจื้อยแจ้วเหมือนแม่ของเขาไม่มีผิด" ซ่งอวี้หลินเองก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำของมารดาของหว่านเอ๋อร์ “แต่ข้าไม่เห็นรู้สึกว่าหว่านเอ๋อร์จะเจื้อยแจ้วเลยนะท่านแม่” อี้หลงเอ่ยออกมา“นั่นเพราะนางยังไม่ค่อยอ้อนเจ้าน่ะสิ ใช่หรือไม่หว่านเอ๋อร์” หญิงสาวที่เป็นแม่คนแล้วแต่ก็ยังเขินอายก้มหน้านิ่งเพราะเป็นอย่างที่ว่าจริง ๆ เวลาที่นางอยู่กับอี้หลงจะค่อนข้างเก็บปากเก็บคำไม่เหมือนเวลาอยู่กับบรรดาพ่อแม่ทั้งหลาย“จริงหรือหว่านเอ๋อร์” อี้หลงหันมาถามภรรยาและก็ได้คำตอ

  • ยามเมื่อใจ เพรียกหาเพียงเจ้า   บทที่ 27

    บทที่ 27"เอาไว้หาโอกาสพาลูกของเราไปให้ซินแสตรวจดวงชะตาดีหรือไม่” อี้หลงพูดขึ้นด้วยสีหน้ายิ้ม ๆ พลางอุ้มเฟยหลงที่กำลังหัวเราะอย่างสดใส หว่านเอ๋อร์เหลือบมองสามีอย่างขบขัน คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อยราวกับถามว่านี่พูดจริงหรือ “ท่านพี่คิดจะทำเช่นนั้นจริง ๆ หรือเจ้าคะ ข้าคิดว่าท่านพี่ล้อเล่นเสียอีก มิใช่ว่าท่านพี่ไม่เชื่อเรื่องดวงชะตาหรอกหรือ" อี้หลงยิ้มแล้วขยับเข้ามาใกล้คนรัก "ก็ไม่เชื่อทั้งหมด ยิ่งก่อนหน้านี้ยิ่งไม่เชื่อ แต่เมื่อมาเจอเจ้า" อี้หลงตอบแล้วก็ยิ้มออกมา “ตอนนี้เรียกว่าข้างมงายกว่าท่านแม่อีก ลองดูก็ไม่เสียหายอะไรไม่ใช่หรือ เผื่อซินแสจะทำนายอะไรดี ๆ ให้เฟยหลง แล้วก็...บางทีข้าก็อยากรู้เรื่องของเราเหมือนกัน"หว่านเอ๋อร์ส่ายหน้าอย่างเอ็นดูพลางหัวเราะเบา ๆ กับท่าทางของสามีนักรบที่ครั้งหนึ่งนางเคยคิดว่าเขาเป็นคนที่ดูจะจริงจังกว่านี้ "ข้าว่าท่านพี่คงอยากได้คำยืนยันจากฟ้าเบื้องบนว่าข้าคือภรรยาที่ถูกกำหนดมาแล้วมากกว่าใช่หรือไม่”“ข้าจะต้องให้ใครมายืนยันอีก ต่อให้ตอนนี้ฟ้าบอกว่าข้ากับเจ้าไม่เหมาะสมข้าก็ไม่เชื่อแล้ว แต่ข้าก็แค่คิดว่าคำทำนายก็เป็นการนำทางที่ดีไม่ใช่น้อย เพราะมันทำให้ข้าม

  • ยามเมื่อใจ เพรียกหาเพียงเจ้า   บทที่ 26

    บทที่ 26"กังวลเรื่องอะไรอยู่หรือ" หว่านเอ๋อร์เงียบไปก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นน้อย ๆ "ท่านพี่จะไม่ต้องไปจริง ๆ ใช่หรือไม่" อี้หลงพยักหน้า “ข้าไปขอกับฝ่าบาทแล้ว พระองค์เข้าใจดี อีกอย่างคงคิดจะหาตำแหน่งให้ท่านพี่รองอยู่กระมัง เจ้ามิต้องกังวลใจไป” “พี่รองจะไม่โกรธใช่หรือไม่” อี้หลงส่ายหน้า “ไม่หรอก พี่รองไม่โกรธหรอก เขาได้เป็นหัวหน้าราชองครักษ์แล้ว บางทีคงอยากได้ตำแหน่งอะไรที่ใหญ่กว่านั้น บรรดาทหารก็รักท่านพี่ หากครั้งก่อนไม่ต้องติดตามมาอารักขาท่านพ่อบางทีคนที่ได้ตำแหน่งแม่ทัพครานั้นอาจจะเป็นท่านพี่ก็ได้” หว่านเอ๋อร์ได้ฟังก็รู้สึกสบายใจขึ้น “เป็นเช่นนั้นก็ดี เพราะหากท่านพี่ไปจริง ๆ กลับมาลูกของเราคงโตไปแล้ว หรือไม่...ถ้าข้าเกิดเป็นอะไรระหว่างคลอด..." ไม่ทันที่หว่านเอ๋อร์จะพูดจบ อี้หลงก็ยื่นหน้าเข้ามาจูบเบา ๆ ที่ริมฝีปากของนาง เขาหยุดหญิงสาวจากคำพูดที่ไม่เป็นมงคล "อย่าพูดอะไรแบบนั้น ข้าไม่มีวันปล่อยให้เจ้าหรือบุตรของเราต้องเจอกับอะไรที่เลวร้ายเด็ดขาด มิใช่ว่ากว่าจะมีเขาพวกเราต้องผ่านอะไรมามากมาย”“ท่านพี่ ข้ารักท่าน” อยู่ ๆ หว่านเอ๋อร์ก็พูดออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาคนฟังอ

  • ยามเมื่อใจ เพรียกหาเพียงเจ้า   บทที่ 25

    บทที่ 25วันเวลาผ่านไปนานนับปี ทั้งสองใช้ชีวิตแบบสามีภรรยาทั่วไป อี้หลงยังคงดูแลหว่านเอ๋อร์เป็นอย่างดี เขาเป็นสามีที่ซื่อสัตย์และมั่นคงต่อหญิงสาว ส่วนหว่านเอ๋อร์ก็ทำหน้าที่ภรรยาอย่างไม่บกพร่อง ทั้งคู่ต่างเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน แม้หว่านเอ๋อร์จะไม่ได้เอ่ยถึงความรู้สึกให้ชัดเจน แต่อี้หลงก็ยังคงชัดเจนกับความรู้สึกของตัวเองเสมอมา ส่วนหว่านเอ๋อร์นั้นดูเหมือนจะมีความสุขกับชีวิตตอนนี้จนไม่ได้เอ่ยบอกกับชายหนุ่มถึงความรู้สึกที่เปลี่ยนไปในใจของตน หญิงสาวไม่ได้คิดถึงเรื่องที่อยากจะเอาคืนอีกฝ่ายอีกแล้ว เพราะมันไม่ได้รบกวนจิตใจอีกแล้ว“ท่านแม่สอนให้ข้าทำอาหารที่ท่านพี่ชอบ” หว่านเอ๋อร์ยกจานอาหารมาให้กับสามีของตนด้วยรอยยิ้ม “ข้าไม่ยักรู้มาก่อนว่าท่านแม่จำได้ว่าข้าชอบอะไร” หญิงสาวมองหน้าชายหนุ่มอย่างไม่พอใจ“แม่ทุกคนย่อมจำได้อยู่แล้วว่าลูกของตัวเองชอบอะไร ลองชิมดูหน่อยไหมเจ้าคะ แต่ข้าไม่รับประกันว่ามันจะอร่อยนะ ข้าไม่ค่อยได้ทำอาหารมากนัก แม้ท่านแม่จะสอนแต่ข้าชอบอ่านตำรามากกว่า”พออยู่ด้วยกันนานวันทั้งสองก็สนิทสนมกลายเป็นคู่ชีวิตที่สมบูรณ์แบบในสายตาของทุกคน ความผูกพันและความเข้าใจค่อย ๆ สั่งสมและเพ

  • ยามเมื่อใจ เพรียกหาเพียงเจ้า   บทที่ 24

    บทที่ 24เสียงประตูเรือนเปิดออกในยามดึก พร้อมกับเงาร่างของโจวอี้หลงที่เดินเข้ามา แม้จะเป็นการปะทะที่หนักหน่วงแต่ก็จบอย่างรวดเร็วเพราะมันเกิดขึ้นเพียงแค่เพราะความไม่พอใจจากคนกลุ่มหนึ่งที่เสียเปรียบทางการค้าก็เท่านั้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ทำให้บรรดาคนที่ออกไปจัดการบาดเจ็บกันเล็กน้อย รวมถึงตัวของอี้หลงด้วย ใบหน้าของเขามีร่องรอยของการปะทะ และแขนข้างหนึ่งของเขาก็มีคราบเลือดจาง ๆ รวมถึงที่หน้าอกแกร่งด้วยหว่านเอ๋อร์ที่นั่งรออยู่รีบลุกขึ้นทันทีที่เห็นชายหนุ่ม "ท่านบาดเจ็บ เกิดอะไรขึ้นหรือ เป็นอะไรมากหรือเปล่า ให้ข้าเรียกหมอหรือไม่" หว่านเอ๋อร์เร่งตรวจดูร่างกายของสามีและพาอีกฝ่ายมานั่งอยู่บนเตียง ใบหน้าของนางซีดเผือดด้วยความกังวล"ข้าไม่เป็นไร แค่รอยข่วนเล็กน้อยเท่านั้น" อี้หลงพยายามยิ้มปลอบ แต่เขากลับสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมือของหว่านเอ๋อร์จับไปโดนตรงที่เป็นแผล หว่านเอ๋อร์เร่งถอดเสื้อของชายหนุ่มออก "เล็กน้อยอะไร ท่านมีเลือดออกขนาดนี้!" แม้ปากจะบ่นแต่ในตากลับมีน้ำใสคลออยู่ มือที่ค่อย ๆ ถอดเสื้อออกเริ่มสั่นไหว แต่หญิงสาวก็พยายามควบคุมมันเมื่อเสื้อหลุดออกก็เผยให้เห็นบาดแผลที่ไหล่พาดลงมาถึงหน้าอกและ

  • ยามเมื่อใจ เพรียกหาเพียงเจ้า   บทที่ 2

    บทที่ 2ห้องโถงใหญ่ที่ตกแต่งด้วยผ้าปักอักษรจีนที่ดูเหมือนยันต์ยากจะอ่าน และกลิ่นของกำยานที่ค่อนข้างเฉพาะตัวทำให้ใครก็ตามที่เข้ามาหาซินแสเฒ่าในที่แห่งนี้ก็มักจะมีกลิ่นประหลาดนี่ติดตัวออกไปและมันก็เป็นสิ่งที่โจวอี้หลงไม่ชอบเลยสักนิด เขามองไปทั่ว ๆ และพบกับซินแสเฒ่านั่งลูบเคราอยู่หลังโต๊ะไม้ใหญ่กลางห

  • ยามเมื่อใจ เพรียกหาเพียงเจ้า   บทที่ 23

    บทที่ 23 หว่านเอ๋อร์มองห่อยาในมือใบหน้าแดงก่ำ แม้จะกลับมาที่เรือนแล้วแต่นางก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับห่อยาที่ได้รับมาจากท่านแม่ดี “ข้าจะต้มยาให้เอง เจ้าจะได้ไม่ต้องลำบาก" แม้น้ำเสียงของชายหนุ่มฟังดูเหมือนไม่มีอะไรแต่หญิงสาวกลับรู้สึกตะขิดตะขวงใจไม่น้อย ก่อนจะปล่อยห่อยาในมือให้อีกฝ่ายไปหว่านเอ๋อร์

  • ยามเมื่อใจ เพรียกหาเพียงเจ้า   บทที่ 21

    บทที่ 21"เจ้าอ่านอะไรอยู่หรือ" อี้หลงถามภรรยาของเขาพลางชะโงกหน้าไปดูตำราในมือของหว่านเอ๋อร์ "ตำราพฤกษาน่ะเจ้าค่ะ ข้าชอบอ่านเรื่องพวกนี้ ท่านไม่เคยรู้หรือ เล่มนี้ท่านแม่ของท่านก็เป็นคนซื้อมาฝากข้า" "ข้ารู้" อี้หลงยิ้ม ที่จริงถ้าจะพูดให้ถูกเขาเพิ่งรู้เมื่อไม่นานมานี่เอง "ข้าแค่อยากหาเรื่องคุยกับเจ

  • ยามเมื่อใจ เพรียกหาเพียงเจ้า   บทที่ 18

    บทที่ 18จูหลิงยิ้ม "เจ้าจะคิดแบบนั้นก็ได้ แต่จากที่ข้าได้ยินพวกขุนนางพูดกัน เขาเป็นคนไปขอให้ฝ่าบาทพระราชทานงานสมรสให้ด้วยตัวเองเลย เขาดูจริงใจไม่น้อยเลยนะ แล้วถ้าไม่คิดอะไรจริงจังกับเจ้าเขาคงไม่ทำเรื่องแบบนี้ หรือพูดแบบนั้นหรอก" หว่านเอ๋อร์ขมวดคิ้ว "เจ้าก็เข้าข้างเขาอีกคนแล้ว ข้าคิดว่าเขาแค่รู้สึ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status