Mag-log inวันถัดมา หนุ่มวัยละอ่อนตื่นขึ้นมาในช่วงสาย ๆ ก็เห็นว่าพ่อของตนกำลังนั่งจิมกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์ ดูท่าคงไม่ตั้งใจอ่านหนังสือพิมพ์สักเท่าไหร่ เพราะสายตาของสำรวยเหลือกตามองลูกชายที่แต่งตัวด้วยชุดง่าย ๆ สบาย ๆ แต่กลับดูสดใสมาก มากกว่าปกติ คนเป็นพ่อที่หวงลูกชายเป็นทุนเดิมก็เกิดอยากรู้ขึ้นมา
“วันนี้แต่งตัวน่ารักนะ จะไปไหนเหรอ” ผู้เป็นพ่อเอ่ยปากถาม ไก่เกิดอาการเลิ่กลั่ก เพราะตัวเองอยากไปหาพี่ยาที่คอนโด แต่ดูเหมือนใครบางคนจะรู้ทันเขาเสียแล้ว “ไปหาเพื่อน” “เพื่อนที่ไหน” พ่อของเขายังถามต่อ “เฮ้อ...ไปหาพี่ยาครับ” สุดท้ายแล้ว ไก่ไม่เคยโกหกผู้เป็นพ่อสำเร็จได้สักครั้งก็ตอบออกไปตรง ๆ “แล้วจะไปหาพี่เขาที่ไหน พี่เขาสอนอยู่หรือเปล่า” สำรวยถามลูกชาย “ว่าจะลองไปหาที่คอนโดครับ” ไม่ได้เจอพี่ยานานเพราะตัวเองไปเรียนที่อื่น สิ่งที่เขาทำได้คือการส่องเฟซของพี่ยา และช่องทางไอจีที่นานที่พี่เขาจะลงรูป โดยเฉพาะรูปโชว์ซิกแพคพิงระเบียง แค่นั้นมันก็ทำให้ช่วงล่างเขาแข็ง เขารู้ทันทีว่าตัวเองมีอารมณ์ได้ง่ายเพียงแค่มองรูปคนที่เขารัก “งั้นพ่อไปส่ง” “ไม่เอา หนูไปเองได้ครับพ่อ” “ไม่ได้ พ่อไม่สบายใจถ้าให้ไก่ขับรถไปเอง เกิดมีใครทำร้ายลูกของพ่อระหว่างทางจะทำยังไง” สำรวยไม่ยอมให้ลูกชายไปไหนแบบนั้นคนเดียว แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าลูกชายโตมากแล้ว แต่คนเป็นพ่ออย่างเขาก็อดห่วงไม่ได้ ไม่รู้ว่า เจ้ายาใจ เด็กน้อยที่เขาเคยเห็นแต่เด็กจะเป็นอย่างไร ดูแลลูกเขาดีหรือเปล่า ไม่รู้ว่าพ่อหนุ่มคนนั้นจะรักเจ้าไก่ เหมือนที่ไก่รักเจ้ายาปักใจตั้งแต่เด็ก ความรักของลูก คนเป็นพ่อสนับสนุนเต็มที่ สุดท้ายแล้ว ไก่ต้องยอมให้พ่อมาส่งถึงมหาลัยที่มีอาจารย์ยาใจเป็นผู้สอน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ ดร. ยาใจจะมีคาบสอนหรือเปล่า ไก่รู้เพียงว่าเขาเป็นอาจารย์พิเศษที่สอนที่นี่เป็นครั้งคราวเท่านั้น อยากไปหาพี่เขาที่บ้านแต่ก็ไม่กล้า “กลัวอะไรล่ะลูก เจอพี่เขาก็จีบเลย พี่เขาก็อายุไม่น้อยแล้วนะ ถ้าเกิดมีคนอื่นที่เขาสวยกว่า หล่อกว่า ดูดีกว่าลูกพ่อ หนูจะกินแห้วได้เลยนะครับ” “อื้อ พ่อก็แทนที่จะให้กำลังใจกัน” “อ้าว พ่อก็พูดความจริง พ่อก็เห็นไก่มัวแต่เพ้อถึงพี่เขาอยู่แบบนี้ เมื่อไหร่เราจะได้เจอของจริงล่ะลูก” พ่อลูกเถียงกันไปมา คนพ่อก็ขับรถเบนซ์คันหรูเหมาะสมกับความเป็นเสี่ยสำรวยที่ใคร ๆ ต่างก็เรียกขานพ่อเขาว่าแบบนั้น รถคันหรูจอดหน้าคณะที่คิดว่าดร. ยาใจเป็นอาจารย์สอนที่นี่ ทั้งหมดมันเป็นเพียงข้อสันนิษฐานของเจ้าไก่เท่านั้น คนเป็นพ่อทำหน้าที่แค่มาส่ง พอมาถึงเจ้าไก่ก็รีบปลดเข็มขัดลงจากรถโดยลืมทำสิ่งที่เคยทำเป็นประจำ “ลืมอะไรหรือเปล่าหนู” เสี่ยสำรวยทำเหมือนกำลังเรียกเด็ก ไก่สะดุ้ง เขาไม่ได้ลืม แต่ที่นี่มันสถานที่สาธารณะ สายตากลมโตหรี่ลงมองรอบ ๆ ก็เห็นนักศึกษาที่กำลังนั่งพักผ่อนมองเขาอยู่ ไหนจะรถที่ดูเด่นตา แถมท่าทางพ่อเขาก็เหมือนเสี่ยขนาดนี้ “พ่อ หนูโตแล้วนะ” ไก่แย้ง... แต่ขาก็เดินอ้อมไปที่รถฝั่งคนขับ ก่อนก้มหน้าหอมแก้มพ่อเร็ว ๆ ด้วยความอาย “แค่นั้นแหละ” สำรวยหัวเราะพร้อมลูบหัวลูกชาย “รักพ่อนะครับ” ไก่ไม่ลืมบอกรักพ่อตัวเอง ก่อนรถจะขับเคลื่อนออกไป หนุ่มน้อยตัวขาวถึงขั้นถอนหายใจออกเฮือกใหญ่ พ่อเขารักเขามากเสียจริงเลย“วี้ดวิ้ว...” เสียงโห่ร้องดังแซวหนุ่มน้อยหน้าใส หน้าตาน่ารัก มองอีกมุมก็ดูหล่อ ถูกหนุ่มวิศวะกลุ่มใหญ่แซว พวกนั้นจ้องเขามาได้สักพักตั้งแต่ลงจากรถ และร่ำลาผู้เป็นพ่อแล้ว
เรื่องแบบนี้คิดเหรอว่าไก่จะกลัว ไก่เบนเป้าหมายไปที่กลุ่มพวกนั้นที่แซวเขา ได้โอกาสสั่งสอนพวกนั้นจะได้รู้แล้วว่าไผเป็นไผ (ใครเป็นใคร) “เห้ย ๆ พวกมึง น้องลูกแหง่ เขาเดินมาทางแล้วเว้ย...” ไอ้หนุ่มที่คาดว่าปากหมาที่สุดในกลุ่มพูดขึ้น เมื่อเห็นหนุ่มน้อยหน้าใสเดินเข้ามาใกล้กลุ่มพวกเขา เขาเห็นเด็กหนุ่มที่ออกมาจากรถเบนซ์คันหรูหอมแก้มเสี่ย คาดเดาได้ไม่ยากว่าเป็นเด็กเสี่ยอย่างแน่นอน “ใครแซวเรา” ไก่เท้าเอวมองพวกนั้นอย่างสู้ไม่ถอย ไอ้ไก่เป็นคนไม่ยอมใครอยู่แล้ว “ใครแซว...ไม่มี พวกผมไม่ได้แซวนะครับ” หนึ่งในนั้นส่งเสียงปฏิเสธ ไม่ได้แซวได้ยังไง ร้องเสียงดังขนาดนี้ แล้วก็มีเขาคนเดียวที่เดินผ่านกลุ่มนี้ “ไม่ต้องมาปฏิเสธเลยนะ พวกเด็กบ้า” “พวกมึง ช่วยบอกกูหน่อยสิ ว่าใครแซวไอ้หนุ่มน้อยคนนี้ เด็กตัวแบบนี้ ตัวขาว ๆ เล็ก ๆ แบบนี้ เป็นเด็กเสี่ยแน่นอน ว่าแต่สนใจเป็นเด็กพี่ไหมจ๊ะน้อง” “อ๊ายยย....เราไม่ได้เป็นเด็กเสี่ยนะ นั่นพ่อเราเว้ย...แล้วเราก็อายุเยอะกว่าพวกเธอด้วย เรียนจบแล้ว พวกเธอเถอะยังเรียนไม่จบ” “แหม...ปากเก่งเสียด้วยนะเว้ย” เป้ คนที่ส่งเสียงแซวพ่อหนุ่มคนนี้เป็นคนแรก เริ่มสนุกกับการต่อล้อต่อเถียงคนตัวเล็กที่เท้าเอวเถียงเขาอยู่ตรงนี้ “เห้ย ไอ้เป้ ปล่อยพี่เขาไปเถอะ เลิกกวนตีนได้แล้ว” เด็กเนิร์ดในกลุ่มเอ่ยดังขึ้น เพราะดูทรงไอ้เป้มันจะชอบพี่ตัวเล็ก คนนี้มากเสียด้วย “ขอโทษมาก่อน ไอ้น้อง เดี๋ยวพี่จะปล่อยน้องไป” ไก่เชิดหน้ากอดอกมองเด็กหนุ่มหน้าเถื่อนที่ตัวสูงกว่าเขา เขาไม่ได้อยากมีเรื่องกับคนพวกนี้เสียหน่อย เขามาตามหา ดร.ยาใจ “พี่เหรอ ตัวเล็กขนาดนี้ หมายังเลียตูดถึง...” “เราไม่ได้เตี้ยขนาดนั้นเสียหน่อย” ทำไมใคร ๆ ก็ชอบบอกว่าเตี้ย เขาไม่ได้เตี้ยเสียหน่อย เขาอาจจะผอมบาง แต่ไม่ได้เตี้ย เป้เดินมาหยุดตรงหน้า มองใบหน้าใสกิ๊กไร้รอยสิว แก้มแดงผาด เพราะแดดเริ่มแรง ปลายจมูกรั้นแดงน้อย ๆ มองแล้วน่ารักฉิบหาย น่าหยอกมาก “เป็นกะเทยเหรอ” ไอ้เป้ปากหมาถามไป ผลั๊วะ “มึงนะสิกะเทย” หมัดหนัก ๆ ของคนตัวเล็กกว่าโดนแก้มของไอ้คนปากหมาแรงเท่าที่เขาจะทำได้ เขาทำตามที่พ่อสอนไม่ผิดเพี้ยน ใครมาว่าเขาเป็นกะเทยก็ให้ซัดมันแรง ๆ ต่อให้เขาเป็นกะเทยจริง ๆ ก็ตาม แค่อยากสั่งสอนคนปากหมา “หมัดหนักมาก ฮ่า ๆ”หลังจากอาบน้ำเสร็จยาใจก็ใส่กางเกงนอนออกมาจากห้องน้ำ ผ้ากับผ้าสีขาวพื้นเล็กเช็ดผม อวดกล้ามเนื้อเป็นลอน ๆ ออกมาก็เห็นไก่นอนอยู่บนเตียงอย่างสบายอารมณ์ “ไก่ หลับหรือยัง” ก่อนเผลอหลับไปครู่เดียว ร่างกายรู้สึกเมื่อยล้ามาทั้งวัน ก่อนจะพลิกตัวก็สายตาเบิกโพลง เห็นจะ ๆ ว่ากล้ามของพี่ยาของจริงมันเป็นยังไง ไหนจะไรขนหายวับเข้าไปในกางเกง จนไก่อยากจะรู้เหมือนกันว่าข้างในนั้นมันจะใหญ่ขนาดไหน “อะ แฮ่ม มึงมองอะไรไก่” ยาใจที่รู้ตัวว่าโดนมองก็ส่งเสียงกระแอมในลำคอ ก่อนจะนั่งลงข้างบนเตียง พร้อมกับยื่นผ้าสีขาวให้ไก่ “อะ เช็ดผมให้กูหน่อย” “ครับ” ไก่รับมา พร้อมพยักหน้ารับ หนุ่มน้อยเหมือนคนถูกชักจูงอย่างง่ายดาย ไม่ว่ายาใจจะให้ทำอะไร ไก่ก็เออออไปเสียทุกอย่าง ไก่รับผ้ามาก่อนยื่นตัวและเช็ดผมให้คนที่นั่งอยู่ เพราะไก่ตัวเล็กกว่าพี่ยาเป็นไหน ๆ ก็เลยต้องพยายามนั่งยืดตัวขึ้น แล้วทำการเช็ดผมให้คนพี่ด้วยความเบามือ กว่าพี่จะบอบช้ำ “เป็นไงมาไงถึงได้กลับมาที่นี่ได้ ล่าสุดกูเห็นมึงไปเรียนที่อื่น กูก็มัวแต่ยุ่งเ
“อยากโดนเหมือนกัน” “มึงเนี่ยนะ เลิกพูดยั่วกูหน่อยได้ไหม กูไม่เล่นนะเว้ย” ยาใจคิดอยากจะเอาน้องคนนี้มาเป็นคนแก้ขัดแก้ยากหรอกนะ เขาเห็นมันมาตั้งแต่เด็กจะให้มันมาเป็นเหมือนคนอื่นได้ยังไง ปกติยาใจมักจะพาเด็กที่เขาถูกใจไปเปิดห้อง นอนกันไปแล้วจบกัน แต่ส่วนมากมีแต่เด็กที่ชอบรสนิยมและลีลาของเขาไม่น้อย แต่เขาก็ไม่เคยแล ยาใจไม่เคยคิดจริงใจกับใครสักคน “ไก่ก็ไม่เล่น” “พอเลย เข้าไปนอนให้ห้องให้สร่างเมา แล้วโทร.บอกพ่อสำรวยกับแม่จ่อย ไม่รู้ว่าเป็นห่วงมึงขนาดไหนแล้วตอนนี้” คนตัวโตกว่าเป็นไหน ผลักร่างเล็กของเจ้าไก่เข้าไปในห้อง พอไก่เห็นโซฟาก็เดินตรงดิ่งไปนอนฟุบลงทันที แอ่นตูดงอน ๆ ทำตัวเหมือนนางแมวยั่วสวาท ดร.ยาใจที่เห็นแบบนั้นก็กลืนน้ำลายลงเฮือกใหญ่ ก่อนสะบัดหน้าเรียกสติให้กลับมา ท่องพุทโธ นั่นน้องนะ! เพี๊ยะ! ถึงสมองคิดแบบนั้น แต่ฝ่ามือป๊าบที่ตูดของเจ้าไก่แรง ๆ จนเจ้าตัวถลา ก่อนดร.ยาใจที่มีน้ำอดน้ำทนกัดฟันกรอดเอาไว้ “มึงยั่วกูใช่ไหมไก่” เขาพูดลอดไรฟัน “อื้อ...พี่” ไก่ร้องโอด ไม่ได้ยั
“ไก่ บ้านอยู่ไหนจะขับรถไปส่ง” ยาใจต้องถามเด็กหน้าแดงที่ทำท่าเดินไม่ได้ ไม่รู้ว่าเล่นละคร หรือเมาจริง ที่เขาต้องพามันไปส่งเพราะ เขาไม่รู้ว่า ครอบครัวของไก่ย้ายกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอนไหน พ่อกับแม่เขาไม่เห็นบอกเลย “ไม่เอา จะพักกับพี่” ไก่โวยวาย ลืมตามาข้างหนึ่งแอบมองหน้าคนพี่ทำหน้าไม่สู้ดีเท่าไหร่ แต่ไอ้ไก่ก็ไม่สนหรอก วันนี้ต้องเอาไปอวดพ่อว่าได้นอนห้องพี่ยาแล้ว “ไม่เอา” ยาใจปฏิเสธ ความจริงไม่ใช่ว่าไม่อยากให้ไก่ไปที่ห้องอะไรหรอกนะ แต่ในห้องเขามีสิ่งที่เขาไม่อยากให้เด็กมันเห็นอยู่นะสิ “ทำไมวะ ไหนมึงบอกว่าน้องมึงไอ้ยา หรือจะน้องไปพักห้องกู ช่วงนี้กูก็เหงาอยู่ด้วย” ไอ้หลงคนเดิมเสนอตัว แต่ก็โดนไอ้เพื่อนรักหวงของมองหลงอย่างเอาเรื่อง ตาขวางเชียวนะ “ไม่เว้ย” “เออ เรื่องมาก ก็แค่พาน้องไปนอนพัก เดี๋ยวมึงค่อยพาน้องกลับบ้าน มึงบอกว่ารู้จักน้องมาตั้งแต่เด็ก จะกลัวอะไรวะ หรือว่าห้องมึงมีอะไรที่ไม่อยากให้น้องรู้หรือไง” ไอ้หลงปากหมาเหมือนมันรู้ดีไปหมดเสียทุกอย่าง ที่บอกว่าเจ้าพวกนี้มันต้องแอบไปนอนใต้เตียงเขาจริง ๆ แล้วแห
“เห้ย ไก่มึงกินของหวานก่อนของคาวได้ไงวะ” คนต่อว่าไก่ที่กำลังงับแตงโมอยู่ก็หยิบทิชชูมาเช็ดปากของไก่ การกระทำของดร.ยาใจอยู่ในสายตาของเพื่อนทั้งสองเงยหน้าจากจานอาหารของตัวเองมองเพื่อนอย่างเลิ่กลั่ก ปากบอกว่าเป็นน้อง ไม่คิดอะไร แต่การกระทำกลับตรงกันข้าม “เห้ย...ไหนบอกแค่น้องไงวะ ดูแลเหมือนคนรักเลยว่ะ” หลงเอ่ยปากดักคอเพื่อน “พูดมากอีกแล้วไอ้หลง กูดูแลมันมาแต่เด็ก เลยติดมาต่างหาก” ว่าแบบนั้นก็เอาทิชชูเช็ดปากของคนที่กินแตงโมอย่างเอร็ดอร่อย “เอาแตงมาอีก” “พอแล้ว โตแล้วยังกินเป็นเด็ก ๆ ไปได้” ยาใจหยิบจานแตงโมไปห่าง ๆ จากคนที่กำลังเคี้ยวง่ำ ๆ “เห้ย...ไอ้กิตกูว่ามันไม่ปกติแล้ววะ” เสียงกระซิบกระซาบระหว่างเพื่อนสองคนที่นั่งตรงข้าม มองเพื่อนของพวกเขา และเด็กหนุ่มหน้าใสที่กำลังกินผลไม้อย่างอร่อย เห็นแล้วอยากหยิกแก้ม “ไม่ปกติ” ประกิตกำลังคีบหมูก็ส่ายหน้า “พวกมึงจะนินทากู กูก็อยู่ตรงนี้นะ ให้เกียรติกันด้วยนะครับ” ดร.ยาใจยอมใจไอ้เพื่อนสองตัวที่นินทาเขาระยะเผาขนขนาดนี้ อีกหน่อยมันคงพากันแทรกตัวไปอยู่ใต้เตียงเขาส
“อ้าว ตกลงสองคนนี้เป็นอะไรกัน” คราวนี้เป็นเพื่อนอีกคนอย่างหลงก็เอ่ยทักบ้าง มองหน้าประกิตอย่างรู้กัน ก่อนจะหันขวับมาทางยาใจที่ทำหน้าไม่ถูกต่างจากคนที่กอดแขนแกร่งเอาไว้ ยาใจกลืนน้ำลายลงคอเขาชักไม่แน่ใจแล้วที่เจ้าไก่พูดตอนกลางวันมันไม่ใช่เรื่องล้อเล่น “ไม่ได้เป็นอะไร” เสียงเรียบเฉยนั้นทำให้ไก่ย่นจมูกใส่ “เดี๋ยวก็เป็น...” “ฮิ้ววววว ดร.ยาใจของเราจะมีเมียแล้วเหรอวะ แถมน่ารักเสียด้วย” “ไอ้หลงไม่ใช่” ยาใจอยากจะชกหน้าทะเล้นของเพื่อนคน “ชื่ออะไรละเรา เป็นใคร รู้จักกับไอ้ยาได้ยังไง” ประกิตเป็นคนถามบ้าง หนุ่มน้อยหน้าใสฉีกยิ้มอวดฟันขาว ๆ ก่อนยืดอกแนะนำตัว “ผมชื่อไก่ครับ เป็นน้องชายของพี่ยา ไม่ใช่น้องแท้ เป็นน้องข้างบ้าน ตอนนี้เรียนจบแล้ว เป้าหมายในชีวิตตอนนี้คือ จีบพี่ยาใจครับ” ขณะที่ไก่อธิบายอยู่นั้น คนโดนจีบที่กำลังกินน้ำอัดลมอยู่ถึงกลับสำลักออกมา “แฮ่ก ๆ” “พี่เป็นอะไรครับ” ไก่หันมามองพี่ด้วยความเป็นห่วง เห็นคนพี่หน้าไม่สู้ดีเท่าไหร่ก็เอามือมาลูบท้อง “ไ
ตกเย็น ยาใจสอนนักศึกษาเพลินจนลืมไปว่าตัวเองนัดกับใครบางคนเอาไว้ให้รอเขาอยู่ แถมยาใจยังเผลอตกปากรับคำเพื่อนของเขาเอาไว้อีกว่าจะไปกินหมูกระทะกับเบียร์ร้านเจ๊ต๋อยข้างมอ ตัดภาพมาด้านของไก่ที่นั่งเล่นจนเพลิน เบื่อจะคุยแชทกับเพื่อน กับพ่อแล้วก็มานั่งเล่น เห็นเด็กกลุ่มนั่งเล่นอยู่เป็นกลุ่ม โชคดีคณะวิศวกรรมศาสตร์แห่งนี้ใกล้สวนสาธารณะ ช่วงเย็นมีเด็กมาวิ่งเล่นพร้อมครอบครัว ด้วยความใจดีเป็นทุนเดิม เป็นนางฟ้าของกลุ่มเพื่อน ไก่ก็ไปซื้อไอติมร้านใกล้ ๆ ไปแจกเด็ก ๆ ขณะที่รอ การกระทำดังกล่าวอยู่ในสายตาของเป้ที่เพิ่งออกมาหารถมอเตอร์ไซค์ของตัวเอง เมื่อมีคนจอดรถหน้าคณะเยอะ เขาเลยไม่มีทางเลือกต้องไปจอดไกลออกไป “แปลกคนพิลึก” ปากบอกไปแบบนั้น แต่ขาของไอ้เป้ก็เดินไปหาคนที่กำลังนั่งกินไอติมกับเด็ก ๆ “อ้าว เจอกันอีกแล้วนะครับ” “นายอีกแล้ว” ไก่เงยหน้าขึ้นมามองเห็นเงาสะท้อนของชายร่างใหญ่ “ก็เออ ฉันเอง ว่าแต่เธอมาทำอะไรต้องนี่เนี่ย รวยนักหรือไง ถึงมาแจกขนมเด็ก ๆ ละ..แล้วไม่มีเหลือให้ฉันหน่อยเหรอ” เป้พูดซะยาวเหยียด เพราะอยากกินไอติมข







