Share

บทที่ 8 ไม่มีทางเอาชนะได้

last update Last Updated: 2026-01-30 19:52:01

“คุณนี่ฉลาดจริง ๆ เลยนะเจียวหมิง เงิน 1200 หยวนนี้คุณสามารถหาคืนได้นิ แต่ฉันนี่สิ หย่ากับคุณไปแล้วแต่ต้องทนกับคำครหา ชีวิตต่อจากนี้ของฉันจะเป็นอย่างไรนั้นคุณน่าจะรู้ดี ฉันต้องการเงินชดเชย 1200 หยวน ไม่มีลด 1200 หยวนคือ 1200 หยวน!”

เจียวหมิงเห็นซื่อหงไม่ยอมอ่อนข้อก็ยิ่งเดือดมากกว่าเดิม คิดเห็นจดหมายกำลังอยู่ที่เธอ เขาก็ไม่กล้าทำอะไร ได้แต่ตบไปที่โต๊ะที่อยู่ตรงหน้าเพื่อระบายอารมณ์

“ซื่อหง!! ทำไมเธอถึงหน้าด้านหน้าทนแบบนี้!! ถ้าเธอไม่ยอมฉันก็จะไม่หย่ากับเธอ!!”

“เหอเจียวหมิง เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว คุณไม่มีสิทธิ์มีเสียงว่าจะหย่าหรือไม่? ฉันคนเดียวเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์มีเสียงในเรื่องนี้ ถ้าคุณไม่ยอมหย่ากับฉัน ฉันจะนำจดหมายนี้ไปที่เขต ถึงตอนนั้นคุณกับโม่วหลีได้ถูกไล่ออกจากงานแน่ ต้องอับอายขายขี้หน้าไปตลอดชีวิต ต้องทนกับคำดูถูกของชาวบ้าน ตอนนี้ฉันไม่ได้แค่สามารถนำจดหมายนี้ไปที่เขตนะ ฉันยังสามารถนำจดหมายไปให้สามีของโม่วหลีที่เป็นทหารได้ด้วย คุณคือคนที่ทำลายความสุขของคนอื่น ถ้าให้ทหารตามสืบเรื่องของคุณ คุณคิดว่าคุณจะรอดหรือเจียวหมิง? คิดหรือ...ว่าคุณจะยังทำงานอยู่ที่เมืองนี้ได้”

คำพูดของซื่อหงเหมือนดั่งไฟสุมทรวง ทำให้เจียวหมิงโกรธจนขาดสติ เขายกมือขึ้นเหนือศีรษะหวังจะตบสั่งสอนเธอสักหน่อย แต่ก็ต้องหยุดการกระทำนั้นไว้

“หยางซื่อหง!! เธอช่างกล้า?!!” เมื่อคราที่ซื่อหงเพิ่งจะแต่งงานเข้ามาอยู่ในเรือนหลังนี้ได้ไม่นาน เจียวหมิงเคยลงไม้ลงมือทำร้ายเธออยู่บ่อยครั้ง เพราะบทเรียนเมื่อคราก่อน ทำให้ซื่อหงรู้ได้และรีบหลบ เธอขยับเข้าไปใกล้เขา สายตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นจ้องมองอีกฝ่าย

“เจียวหมิง ถ้าวันนี้คุณลงมือทำร้ายฉันเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้วละก็ พรุ่งนี้ฉันจะนำจดหมายรักของคุณไปให้หัวหน้าของคุณที่โรงงาน ถึงตอนนั้นฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคุณยังจะรักษาตำแหน่งและชื่อเสียงของคุณไว้ได้หรือไม่? ”

คำพูดของซื่อหงทำให้เจียวหมิงแทบอยากจะกระโจนเข้าไปบีบคอเธอเสีย ซื่อหงเมื่อก่อนนอกจากจะมีใบหน้าที่สะสวยแล้ว ยังจิตใจดีไม่เคยพูดจาแบบนี้กับเขามาก่อน ไม่คิดว่าผู้หญิงอย่างเธอเวลาได้ร้ายแล้วจะน่ากลัวมากขนาดนี้ มือหนากำหมัดแน่น นัยน์ตาเรียวคมจ้องใบหน้าเรียวสวยเป็นเดือดเป็นแค้น

“ฉันกับเธอใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันมานาน ฉันเลี้ยงเธอมาอย่างดี ชีวิตสุขสบายที่ใคร ๆ ก็อิจฉา เธออยากจะได้อะไรฉันก็ซื้อให้ เธอมีหน้ามีตา แม้ว่าเธอจะไม่เหมาะกับฉันก็ตาม แต่ตอนนี้เธอกลับเอาเรื่องจดหมายมาขู่ฉันอย่างนั้นหรือ? ”

ซื่อหงได้ยินอีกฝ่ายพูดแบบนั้นก็ส่งเสียงหัวเราะดังลั่นบ้าน ถ้าคนในบ้านเหอไม่เอารัดเอาเปรียบเธอจนเกินไป ไม่พูดเอาแต่ได้แบบนี้เธอก็คงไม่ทำแบบนี้หรอก เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว เธอจะไม่อดไม่ทนอีกต่อไป เธอจะไม่ยอมเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว

“นี่ไม่ได้เรียกว่าขู่ คุณกับฉันแต่งงานกันมา 3 ปีก็จริง 3 ปีมานี้ฉันทำงานอะไรบ้างคุณก็น่าจะรู้ดี ผู้คนที่นี่ต่างก็รู้เห็นกันหมด ฉันไม่เคยทำผิดต่อคุณ แต่...คุณกลับนอกใจฉันไปมีชู้ คุณทำผิดต่อฉันก่อนนะ เงินชดเชยนั่นแน่นอนว่าฉันควรจะได้รับมัน”

ซื่อหงอ่านเนื้อหาในจดหมายนั้นแล้ว ถ้าหาวิธีเปิดเผยจดหมายรักของเขาได้จะทำให้เขาถูกไล่ออกจากงาน ถ้าทำอย่างนั้นเธออาจจะไม่ได้เงินค่าชดเชยก้อนนั้น แต่...ถ้าเจียว หมิงไม่ยอมรับข้อเสนอของเธอ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องทนอีก ต่อให้สูญเสียทุกอย่างไปแล้วไม่ได้อะไรติดตัวไปก็ตาม เธอจะลากเขาลงนรกให้ได้!

“ถ้าคุณไม่อยากถูกไล่ออกจากงาน ไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องอับอายนี้ของคุณ เราควรจะคุยกันดี ๆ แล้วหาทางออกนะ แต่ถ้าคุณคิดว่าฉันเอารัดเอาเปรียบคุณเกินไป ถึงตอนนั้นคุณอย่าได้หาว่าฉันใจร้ายกับคุณก็แล้วกัน”

เสียงที่ไพเราะก่อนหน้านี้ตอนนี้ทำไมถึงได้เยือกเย็นน่ากลัวเช่นนี้ เจียวหมิงรู้ว่าตัวเองทำผิดอย่างร้ายแรง ตอนนี้เขาก็เป็นแค่พนักงานขั้น 4 ขยันทำงานอีกสักสองสามปีอาจจะได้เลื่อนขั้น ถึงตอนนั้นเงินค่าแรงเขาก็จะได้เพิ่มมากขึ้น ถ้าอดทนอีกสักนิดเขาจะได้เชิดหน้าชูตาในสังคมนี้ ถ้าเกิดซื่อหงเปิดเผยเรื่องนี้แล้วละก็ ตัวเขาเองที่จะเสียเปรียบ

ซื่อหงรู้จุดอ่อนของเขาถึงไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวเขาแบบนี้ เจียวหมิงไม่ได้กลัวเธอ แต่เขากลัวที่จะถูกไล่ออกจากงาน กลัวจะอับอายขายขี้หน้าและที่สำคัญเขากลัวสามีของโม่วหลี ลึก ๆ แล้วเจียวหมิงก็ยังมีความรู้สึกผิดต่อซื่อหงอยู่ เขาไม่รู้ว่าเพราะเธอหึงโม่วหลีหรือไม่ถึงได้ขอหย่ากับตน ถ้าเธออยากจะหย่ากับเขานัก เขาก็จะหย่า เป็นโอกาสที่ดีที่จะทำให้เขาได้ครองคู่กับโม่วหลี

เจียวหมิงไม่เชื่อหรอกว่าคนอย่างซื่อหงหลังจากที่หย่ากับเขาแล้วจะได้ดิบได้ดี ถ้าแต่งงานใหม่ก็เป็นได้แค่แม่เลี้ยงเท่านั้นแหละ ก็เป็นทาสคอยรับใช้คนอื่นอยู่ดีไม่ใช่หรือ? คิดได้แบบนั้น...เจียวหมิงก็รู้สึกดีขึ้นมาหน่อย แต่...ถ้าเขายอมหย่าจะต้องใช้เงินมากถึง 1200 หยวน คิดเห็นจำนวนเงินที่ต้องชดเชยให้ซื่อหงแล้ว เขาก็ปวดใจไม่น้อย หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่นาน เจียวหมิงก็ถอนหายใจแรง ก่อนจะเอ่ยบอกกับซื่อหงว่า

“ฉันหย่ากับเธอได้ แต่ตอนนี้ฉันไม่มีเงินมากขนาดนั้น ให้เวลาฉันหน่อย ฉันจะหาวิธีหาเงิน 1200 หยวนนั้นมาให้เธอ”

เจียวหมิงทำงานกับรัฐ ถ้าพวกเขาสองคนหย่ากันจะต้องไปที่เขตลงนามประทับตรา พวกเขาถึงจะได้ใบหย่ามา จัดการเรื่องนี้จะต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 วัน ซื่อหงเองก็ไม่อยากกดดันเขามาก แต่เธอเองก็ไม่อยากให้เรื่องนี้มันยืดเยื้อนาน จึงได้พูดออกไปตรง ๆ

“ฉันไม่เชื่อหรอกว่าคนในบ้านคุณจะไม่มีเงินมากกว่า 600 หยวน พรุ่งนี้เอาเงินนั่นมาให้ฉันก่อนครึ่งหนึ่ง ส่วนที่เหลือ...ก่อนจะไปลงนามหย่าค่อยเอามาให้ฉันก็ได้ แต่...คุณจำไว้นะ ว่าคุณหนีฉันไม่พ้นหรอก”

“นี่เธอ!!” เห็นสีหน้า แววตาของซื่อหงที่มองมาแล้ว เจียวหมิงได้แต่ข่มอารมณ์โกรธของตัวเองไว้

“เธอรีบใช้เงินขนาดนั้นเลยหรือ? ”

“อืม ฉันรีบใช้เงินนั่น แต่ดูเหมือนคนที่รีบร้อนก็คือคุณนะไม่ใช่ฉัน อย่างไรเสีย...แม่คุณก็รออุ้มหลานชายอยู่ไม่ใช่หรือ? รีบ ๆ จัดการเรื่องนี้ซะสิ”

เจียวหมิงกัดฟันดังกรอด ตอนนี้เขารีบร้อนจริง ๆ ยังไงเรื่องหย่าก็ยืดเยื้อมานานเป็นปีแล้ว ทางด้านโม่วหลีก็ได้ขอหย่ากับสามีแล้วด้วย ถ้าสองวันต่อจากนี้อยู่ ๆ ซื่อหงเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมา เขาจะไม่เสียเปรียบหรือ?

“ได้ เรื่องเงินพรุ่งนี้ฉันอาจจะหาเงินมาให้เธอก่อนครึ่งหนึ่ง แต่มีข้อแม้...เธอจะต้องคืนจดหมายนั่นมาส่วนหนึ่ง เรื่องที่เราคุยกันในวันนี้เธอก็เก็บเงียบให้ดีล่ะ ถ้าเธอเปิดเผยเรื่องนี้ให้คนอื่นรู้ เธอก็อย่าหาว่าฉันใจร้ายกับเธอ จำไว้!!” แน่นอนว่าซื่อหงจะไม่มีความคิดเห็นใด ๆ

“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะ ฉันจะไม่บอกใคร” คุยกันเสร็จ เจียวหมิงก็เดินออกมาจากห้อง

อยู่ข้างนอกคนในบ้านเหอได้ยินบทสนทนาระหว่างพวกเขาสองคนหมด เฟยเทียนคาดไม่ถึงจริง ๆ ตอนนี้หล่อนรู้ได้แล้วว่าทำไมซื่อหงถึงได้พูดถึงชื่อโม่วหลี ที่แท้เรื่องก็เป็นแบบนี้นี่เอง แต่...เฟยเทียนคือแม่ของเจียวหมิง หล่อนคิดว่าลูกชายของหล่อนไม่ได้ทำอะไรผิด ใครบอกซื่อหงมีลูกให้ลูกชายหล่อนไม่ได้เอง ถ้าซื่อหงมีลูกให้ลูกชายหล่อนได้ เจียวหมิงคงไม่ออกไปหาผู้หญิงคนอื่นแบบนั้น

ลูกชายหล่อนไม่ผิด ถ้าเป็นเมื่อ 50 ปีก่อน ผู้ชายสามารถมีภรรยาได้มากกว่า 2 คน แต่...ซื่อหงกับเอาเรื่องนี้มาขู่ลูกชายของหล่อน เมื่อนึกถึงบทสนทนาเมื่อครู่ที่ซื่อหงขู่เอาเงินจากลูกชายของตน เฟยเทียนก็โกรธมากอยากจะผลักประตูเข้าไปตบสั่งสอนซื่อหงสักหน่อย ถ้าเจียวเจี๋ยไม่ห้ามไว้ป่านนี้หล่อนคงได้ตบใบหน้าสวย ๆ ของซื่อหงไปแล้ว

เห็นเจียวหมิงหน้าดำหน้าแดงเดินออกมาจากห้อง เฟยเทียนไม่สนใจเรื่องเมื่อครู่อีก ไม่สนใจว่าผู้หญิงที่ชื่อโม่วหลีนั้นเป็นใคร หล่อนรีบลากเจียวหมิงมาที่เรือนใหญ่

“หมิงเอ๋อร์ลูก ลูกเสียสติไปแล้วหรือ? ทำไมถึงได้ยอมนังนั่นแบบนั้น”

เงิน 1200 หยวนไม่ต่างจากพรากชีวิตของหล่อนไป ตอนนี้พวกเขาจะไปหาเงินมาจากไหนมากถึง 1200 หยวนมาให้ซื่อหงกัน จะไปขโมยเงินของคนอื่นก็ไม่อาจทำได้ คิดแค่ว่าจะต้องสูญเงินมากถึง 1200 หยวน เฟยเทียนก็เดือดสมองแทบระเบิดแล้ว

“จริงด้วย ซื่อหงอยู่ที่นี่ทำได้มากสุดก็แค่ขู่พวกเรา ซื่อหงกำลังทำผิดอย่างร้ายแรง ทำไมพี่ถึงได้ยอมที่จะจ่ายค่าชดเชยมากถึง 1200 หยวนก็ไม่รู้”

นึกถึงเรื่องเมื่อครู่แล้ว เจียวหมิงก็เดือดไม่ต่างจากทุกคน เขาคิดว่าจะจ่ายค่าชดเชยให้เธอแค่ 200 หยวนเท่านั้น ส่วนเงินที่เหลือก็จะเก็บไว้แต่งงานกับโม่วหลี ใครจะไปคิดว่าซื่อหงจะรีดไถเงินจากเขามากขนาดนี้ ไม่พอยังนำจดหมายรักของเขามาขู่เขาอีก

“ทำผิดร้ายแรงแล้วจะทำอะไรซื่อหงได้ ผมไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยแล้วเรื่องนี้มันจบหรือ? อีกอย่าง...จดหมาย 3 ฉบับนั่นก็อยู่ที่ซื่อหงหมด”

“ซื่อหงก็แค่เอาเรื่องนั้นมาขู่ลูก” เจียวเจี๋ยรู้สึกว่าลูกชายของตนอ่อนแอเกินไป สามีของโม่วหลีเป็นทหารก็จริง พวกเขาไม่ควรแตะต้อง แต่...ซื่อหงเป็นใคร? ก็แค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ก็แค่ขู่ทำร้ายร่างกาย ถ้าซื่อหงไม่ยอมก็ลงมือทำร้ายร่างกายจริง ๆ แค่นี้ก็จัดการได้แล้ว

“เดี๋ยวพ่อจะไปแย่งจดหมายนั้นคืนมา พ่อไม่เชื่อหรอกว่าพ่อจะแย่งมาไม่ได้”

“พ่อ อย่าไป” เจียวหมิงคิดเห็นสีหน้าและแววตาของซื่อหงแล้ว เขาโกรธจนอยากจะบีบคอเธอให้ตาย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้

“จดหมายนั่นไม่ได้อยู่ที่ซื่อหง ผมเห็นซื่อหงสามารถทำได้ทุกอย่าง ถ้าเราแตะต้องซื่อหงแม้แต่ปลายเล็บ ถึงตอนนั้นเธอนำจดหมายไปให้หัวหน้าผมแล้วละก็ ชีวิตของผมได้จบเห่แน่”

ถ้าสามีของโม่วหลีรู้เรื่องนี้แล้วละก็ ถูกผู้ชายคนนั้นทำร้ายแล้วปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปก็ถือว่าโชคดีไป แต่สิ่งที่เจียวหมิงกลัวที่สุดคือ...กลัวว่าสามีของโม่วหลีจะนำตัวเขาไปที่สถานีตำรวจ ถึงตอนนั้นเขาก็ไม่อาจทำอะไรได้

ตั้งแต่ที่เจียวหมิงได้ทำงานเป็นพนักงานขับรถที่เขต ได้เลื่อนตำแหน่ง เฟยเทียนชินกับการที่ถูกคนอื่นเอาใจเอ่ยชม ไม่เคยโกรธใครมากขนาดนี้มาก่อน หล่อนเองก็ไม่กล้าโยนความผิดให้กับโม่วหลี ได้แต่โยนความผิดและความแค้นที่ซื่อหงแทน ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ เฟยเทียนก็ส่งเสียงร้องไห้

“ตระกูลเหอของเราอับโชคจริง ๆ เลยที่ต้องมาเจอกับลูกสะใภ้แบบนี้ แม่บอกกับลูกแล้วไม่ใช่หรือ? แม่ไม่อยากให้ลูกแต่งงานกับนังนั่นตั้งแรกน่ะ แต่ลูกกลับไม่เชื่อฟังแม่ดื้นรั้นที่จะแต่งงานกับนังนั่นให้ได้ ตอนนี้เป็นอย่างไร? เห็นแล้วใช่ไหม? ลูกชายคนเดียวก็มีให้เราไม่ได้ เรื่องนั้นแม่ไม่ติดใจอะไรแล้ว แต่...ดูสิ่งที่นังนั่นทำกับเราตอนนี้สิ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (1)
goodnovel comment avatar
Piyapattra Samungkun
โม่หลีทำไมใฝ่ต่ำจังมีสามีเป็นนายทหารยศสูงแต่ดันทิ้งสามีมาเลือกแค่พนักงานขับรถในบริษัทหรือนางไม่รู้ว่าสามีมียศระดับไหนสมน้ำหน้าเหมาะสมกับเจียวหมิงผีเน่ากับโรงผุ
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทส่งท้าย คอยอยู่เคียงข้างกันและกัน

    15 ปีต่อมา“พ่อครับ แม่ครับ ผมสอบติดแล้วครับ ผมจะได้ไปเรียนที่ปักกิ่งแล้ว ~ ”จางหมิ่นเด็กชายอ้วนท้วนในตอนนั้นกลายเป็นหนุ่มเต็มวัยในวัย 20 เขาวิ่งเข้ามาในร้านพร้อมกับกระดาษใบหนึ่ง“พี่จางหมิ่น พี่สอบติดมหาลัยชื่อดังจริง ๆ เหรอคะ ? ” ซูฮวากำลังตรวจสมุดรายได้อยู่ ได้ยินพี่ชายเพียงคนเดียวของเธอบอกว่าตนสอบติดมหาลัยชื่อดังได้ก็ดีใจมาก เธอรีบวางปากกาในมือลง ก่อนจะวิ่งไปแย่งเอากระดาษในมือของพี่ชายมาดู“พี่สอบติดมหาลัยจริง ๆ ด้วย สอบได้ตั้ง 475 คะแนนแน่ะ สอบได้คะแนนเยอะกว่าแม่ซะอีก”“แน่นอนอยู่แล้ว เพราะพี่เก่งไง เธอว่าพี่เก่งใช่ไหม ?”“พี่ชายของฉันเก่งและใจดีที่สุดเลยค่ะ ยินดีด้วยนะคะพี่จางหมิ่น เดี๋ยวเย็นนี้ฉันจะทำอาหารอร่อย ๆ ให้พี่ทานนะคะ”“พ่อกับแม่ล่ะอยู่ไหน ?” จางหมิ่นกวาดสายตามองดูรอบ ๆ ร้านก็ไม่เห็นใคร“พ่อกับแม่ตรวจงานอยู่ในครัวน่ะ พี่รีบไปหาพ่อกับแม่สิ”“เสียงดังอะไรกัน ? ทะเลาะกันอีกแล้วหรือ ?” มู่เหยียนเดินออกมาจากในครัวด้วยสีหน้าที่นิ่งขรึม จางหมิ่นเห็นพ่อกับแม่เดินมาก็รีบวิ่งเข้าไปหา“พ่อครับ ผมสอบติดมหาลัยชื่อดังแล้ว”“อืม แล้วยังไง ?”“พ่อไม่ดีใจเหรอครับ ?” จางหมิ่นทำหน้างุนง

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 133 หน้าที่ของลูก

    “พ่อคะ แม่คะ พี่ซื่อหงเขาไม่อยากให้พ่อกับแม่ตามไปวอแวพี่เขาอีก พ่อกับแม่รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าได้ไปเจอพี่เขาเลยนะ ปล่อยให้พี่เขาได้ใช้ชีวิตตามที่พี่เขาต้องการเถอะค่ะ พี่เขาลำบากมามากแล้ว ให้พี่เขาได้มีความสุขบ้าง”“แกคิดว่าฉันไม่ลำบากเลยหรือ ?ฉันลำบากมากกว่าจะเลี้ยงดูแกกับพี่สาวแกโตได้ แกสองคนกลับไม่คิดที่จะตอบแทนบุญคุณฉันกับพ่อแก พวกแกหายหน้าหายตาไปนานหลายปี ไม่คิดที่จะกลับมาเหยียบที่นี่เลย เงินสักหยวนก็ไม่ส่งกลับมา แกรู้บ้างไหมว่าฉันกับพ่อแกลำบากแค่ไหน อดมื้อกินมื้อบางวันก็ไม่มีข้าวให้กิน ดูชีวิตของพวกแกสองคนตอนนี้สิกลับสุขสบาย มีเสื้อผ้าสวย ๆ ให้ใส่ แกเคยย้อนกลับมามองดูพ่อกับแม่ของตัวเองบ้างไหม ซื่อหลิน !!”ฮุ่ยหนิงต่อว่าลูกสาวคนเล็กด้วยความอัดอั้นใจ หลายปีที่ผ่านมาตนพยายามที่จะหาที่อยู่ หมายเลขโทรศัทพ์เพื่อติดต่อหาพวกเขา แต่...ชาวบ้านที่นี่ไม่มีใครรู้หนังสือ ถามไปก็ไม่ได้ข่าวอะไร หมายเลขโทรศัพท์ที่ได้มา ตนโทรไปแค่ครั้งเดียว ซื่อหงก็ไม่ยอมรับสาย พอรู้ว่าเป็นตนโทรไป ซื่อหงก็วางสายใส่ไม่ยอมคุยด้วยซื่อหลินกลับมาคราวนี้กลับอยากจะได้ทะเบียนบ้านไป ลูกสาวทั้งสองที่ตนหวังจะฝากชีวิตไว้กลับท

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 132 จุดจบของแต่ละคน

    ซื่อหงได้ยินแบบนั้นก็ประหลาดใจมาก ไม่คิดว่าอดีตแม่สามีของเธอจะมีจุดจบเช่นนี้ พอย้อนกลับไปคิดดู...เธอก็ไม่แปลกใจที่อดีตแม่สามีของเธอจะมีจุดจบแบบนั้น อดีตแม่สามีเคยทำอะไรไว้กับทุกคนบ้างเธอรู้ดีกว่าใคร แต่...การจากไปของอดีตแม่สามี ทำให้เธอหดหู่ใจอย่างบอกไม่ถูก ตั้งแต่วันที่เจียวหมิงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวไป บ้านเหอตกต่ำลงทุกวันเมื่อปีก่อน...เธอได้ยินซื่อหลินบอกว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งตัวเจียวหมิงไปทำงานที่เหมือง ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะได้กลับออกมา นี่คงจะเป็นเหตุผลที่ทำให้อดีตแม่สามีของเธอล้มป่วย เฟยเทียนรับความจริงนี้ไม่ได้ ไม่ยอมทานข้าวทานปลา คิดว่าตนทำแบบนี้แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสงสารปล่อยตัวเจียวหมิงให้ออกมาดูแลตนแต่...ความเป็นจริงแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้สนใจเลยว่าเฟยเทียนจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ก่อนที่เฟยเทียนจะสิ้นใจตาย เฟยเทียนยังสาปแซ่งให้ซื่อหงทำมาหากินไม่ขึ้น ชีวิตพังพินาศเหมือนกับพวกเขา แต่...ดูเหมือนคำสาปแซ่งจะย้อนกลับเข้าตัวเฟยเทียน เพราะวันที่เฟยเทียนจากโลกนี้ไป ไม่มีชาวบ้านคนไหนแวะมาที่บ้านเหอเลยสักคนชาวบ้านตีตัวออกห่าง ต่างก็สาปส่งเฟยเทียนกันหมด ถ้าเฟยเทียนไม่เอารั

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 131 เศรษฐีคนใหม่

    หลายปีต่อมา...เจ้าแฝดหน้าหงิกหน้างอหลบอยู่ในมุมห้อง ซื่อหงพยายามเรียกแค่ไหนเจ้าแฝดก็ไม่ยอมโผล่หน้าออกมา วันนี้เป็นวันแรกที่เจ้าแฝดต้องไปเรียน แต่...เจ้าแฝดกลับไม่ยอมให้ความร่วมมือ เอาแต่หลบอยู่ในห้อง ใครเข้าไปเกลี้ยกล่อมก็ไม่ยอมเดินออกมาจากห้อง เพราะเจ้าแฝดกลัวว่าพ่อกับแม่จะทิ้งพวกเขาที่โรงเรียน“ผมไม่อยากไปเรียนฮะ ที่โรงเรียนไม่มีของอร่อยให้ผมกับน้องกิน พ่อกับแม่ไม่รักพวกเราแล้ว”“หนูก็ไม่อยากไปเรียนค่ะแม่ หนูอยากอยู่ที่บ้านกับย่า” ให้ตายยังไงเจ้าแฝดก็ไม่ยอมไปโรงเรียนซื่อหงได้ยินแบบนั้นได้แต่ส่ายหน้าไปมาด้วยความจนใจ ปีนี้เจ้าแฝดอายุได้ 5 ขวบแล้ว ถึงวัยที่ต้องไปเรียนเหมือนเด็กคนอื่น ๆ เขา โรงเรียนที่เด็ก ๆ จะต้องไปเรียนอยู่ใกล้ ๆ กับที่เธออยู่พอดี เมื่อวานเจ้าแฝดรู้ว่าพ่อกับแม่จะให้พวกเขาไปเรียน เจ้าแฝดงอแงไม่ยอมนอน ต้องพามานอนด้วยเจ้าแฝดถึงยอมนอนแต่โดยดี“ที่โรงเรียนมีของอร่อย มีเพื่อนใหม่ มีของเล่นด้วยนะคะ แม่รู้ว่าพวกหนูกลัวอะไร แม่สัญญาว่าพอถึงเวลาเลิกเรียนแม่กับพ่อจะไปรับนะคะ”“ไม่เอา ผมไม่ไป ผมจะอยู่ที่บ้านกับย่า ฮือ ๆ~ ” เจ้าจางหมิ่นแฝดพี่ร้องไห้เสียงดังไม่ยอมออกมาจากห้อง ผู้เ

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 130 วางแผนอนาคตไว้หมดแล้ว

    ซื่อหงได้ยินสิ่งที่แม่สามีเล่า เธอก็แปลกใจไม่น้อย แต่...เธอก็ไม่ได้สนใจ เพราะสิ่งที่บ้านหยางต้องเจอเป็นผลของการกระทำของพวกเขาเอง สิ่งที่เธอให้ความสำคัญในตอนนี้มีแค่เรื่องกิจการแล้วก็ลูก ๆ เท่านั้น ซื่อหงไม่ได้ถามอะไรมาก เปลี่ยนเรื่องคุยแทน“แล้ว...เรื่องร้านเป็นอย่างไรบ้างคะ ?พี่มู่หยางบอกไหมคะว่าต้องใช้เวลานานเท่าไรถึงจะซ่อมแซมร้านเสร็จ ?”“ร้านเราหาได้แล้ว มู่หยางบอกว่าซ่อมแซมร้านไม่เกิน 7 วัน หนูอย่าเป็นกังวลไปเลยนะ ระยะเวลาที่รอมู่หยางซ่อมแซมร้าน แม่จะช่วยสอนงานหนิงซวนเอง”“ค่ะแม่ ฝากแม่ดูแลร้านทางนู่นแทนฉันด้วยนะคะ ต้องการเงินเท่าไรให้รีบโทรมาบอกฉัน”หลังจากที่วางสาย...รั่วซีก็รีบกลับไปที่บ้านเตรียมตัวสอนงานให้กับหนิงซวน ทางด้านซื่อหง...หลังจากที่คุยกับแม่เสร็จ เธอก็รีบพาเจ้าแฝดไปที่ร้าน เห็นลูกค้าภายในร้านแวะเวียนมากินบะหมี่ที่ร้านแล้ว เธอก็รู้สึกดีไม่น้อย ตอนนี้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางหมดแล้ว ผู้คนแถวนี้เริ่มรู้จักร้านบะหมี่เธอมากขึ้น ทางสื่อเองก็เริ่มให้ความสนใจกับกิจการของเธอซื่อหงคิดว่า...เธอจะไม่มีทางหยุดอยู่แค่นี้ เธออยากจะเปิดร้านอาหารเพิ่ม อยากจะปูทางให้ลูก ๆ ได้สานต่อกิจ

  • ยุค 70 ไม่เป็นแล้วนางเอกขอเป็นนางร้ายแทน   บทที่ 129 เปิดร้านบะหมี่ที่อำเภอ

    เด็ก ๆ พอรู้ว่าซือซือจะกลับไปที่บ้านหลิว พวกเขาก็ไม่อยากจะตามหล่อนกลับไปที่นั่นอีก รั่วซีเห็นซือซือเดินออกจากบ้านไป ก็ลอบถอนหายใจแรง ตนเกือบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ปีใหม่ปีนี้พวกเขาจะได้มีความสุขด้วยกันจริง ๆ สักที แม้ว่าเด็ก ๆ จะไม่มีแม่คอยอยู่ข้าง ๆ แต่...อย่างน้อย เด็ก ๆ ก็ไม่ต้องไปทนลำบากที่บ้านหลิวหนิงซวนกับซือซือแต่งเข้ามาอยู่ในบ้านหลี่มานานหลายปี หนิงซวนไม่อยากจะเชื่อว่าซือซือจะเป็นคนแบบนั้น ไม่รู้ว่าความคิดนั้นเข้ามาครอบงำซือซือตั้งแต่เมื่อไร หรือว่าเป็นเพราะข่าวลือของซื่อหง ถึงได้ทำให้ซือซือเปลี่ยนไปเป็นคนละคน พอนึกถึงซื่อหงแล้ว หนิงซวนพลันนึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมา“แม่คะ เราควรจะบอกให้ซื่อหงรู้ดีไหมคะ ?ให้ซื่อหงมาเปิดร้านบะหมี่ที่นี่ดีไหมคะแม่ ? ฉันกับมู่หยางจะเป็นคนงานให้กับซื่อหงเองค่ะ”ตอนนี้...ทางรัฐได้จัดสรรแบ่งที่ดินให้ชาวนาอย่างพวกเขาแล้ว พวกเขาไม่ต้องลำบากไปงานหนักที่ทุ่งอีก ขอแค่แต่ละปีพวกเขาปลูกข้าวตามจำนวนที่รัฐกำหนดไว้ก็พอ ผู้คนที่นี่เริ่มออกไปทำงานหาเงินที่เมืองหยางเฉิงกันแล้ว แต่...พวกเขากลับไม่ได้ออกไปไหนเลย เอาแต่อุดอู้อยู่แต่ในหมู่บ้านนี้ หนิงซวนเห็นชาวบ้านเริ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status