LOGINวันนั้น...มีหมูป่าตัวหนึ่งวิ่งลงมาจากเขา วิ่งไปที่หน่วยผลิต 3 ของหมู่บ้านต้าเหอ มันพุ่งชนชาวบ้านบาดเจ็บ 2 คน ก่อนจะวิ่งไปเหยียบย่ำแปลงพืชผลเสียหายยับเยินไปทั้งแถบ ซิงโจวเป็นคนที่ชกหมูป่าตัวนั้นตายคาที่
แล้วผู้ใหญ่บ้านก็ได้แบ่งเนื้อหมูป่าให้ทุกคน รวมถึงปัญญาชนคนอื่นๆ ด้วย ได้รับส่วนแบ่ง 4 ชั่ง ในบรรดาปัญญาชน เทียนตงกินเนื้อหมูป่าเยอะสุด หล่อนตกใจหันขวับไปดู พอเห็นซิงโจวยืนอยู่ข้างหลังทำหน้าขรึมอยู่ก็ยิ่งกลัว
เทียนตงพึมพำกับตัวเองในใจ ไอ้โง่ซิงโจวชกหมูป่าทีเดียวตาย ไม่รู้ว่าเวลาโกรธจะฆ่าเธอไหมนะ ? หล่อนรีบหลบไปอยู่ข้างหลังพี่ใหญ่ ‘หลิวอวิ๋น’ ก่อนจะตอบกลับ
“เสี่ยวอวี่ เธอนี่ใจร้ายจริง ๆ เลยนะ ฉันมาอยู่ที่นี่กับเธอสองปีแล้ว เธอกลับไม่ยอมแต่งงานกับพี่ชายฉันสักที”
“นี่...ฉันจะบอกอะไรให้นะ ใครอยู่กับใคร ? เราทุกคนคือยุวปัญญาชนที่ทางการส่งมาปฏิบัติหน้าที่ที่นี่ ส่วนพี่ชายเธอน่ะ ฉันไม่สนใจหรอกนะ พี่ชายเธอมันโรคจิต ฉันยอมตายดีกว่าแต่งงานกับพี่ชายเธอ !!”
“เธอกล้าว่าพี่ชายฉันเหรอ ? ฉันจะเขียนจดหมายไปฟ้องพี่ชายฉัน !!”
“เอาเลย รีบเขียนจดหมายไปฟ้องตอนนี้เลย ฉันแต่งงานกับคนที่นี่แล้ว พี่ชายเธอจะทำอะไรฉันได้ ? ปีนั้น...พี่ชายเธอไปแหย่แมวตัวนึง แล้วถูกมันข่วนหน้า พี่ชายเธอโมโหฆ่ามันตายต่อหน้าคนที่เดินผ่าน ปีแรกที่เพิ่งมาอยู่ที่นี่ มีหมาบ้านตัวนึงเห่าพวกเรา มันเห่าอยู่ไม่หยุด คืนนั้น...พี่ชายเธอก็แอบไปฆ่าสุนัขบ้านตัวนั้น แล้วเอาไปทำอาหารกิน แล้วตอนที่พี่ชายเธอทำงานที่โรงงานนะ พี่ชายเธอทะเลาะกับเสี่ยวหลิว ตบตีเสี่ยวหลิวจนเขานอนป่วยติดเตียงไปหลายเดือน เธอบอกฉันมาซิ ถ้าไม่เรียกพี่ชายเธอว่าไอ้โรคจิต แล้วจะให้ฉันเรียกพี่ชายเธอว่าอะไรดีล่ะ ?”
พี่ชายของเทียนตง ‘เหลียงฝู’ อะไรนั่น เขาเป็นพี่ชายลูกพี่ลูกน้องของเทียนตง คุณตาเป็นถึงเลขาธิการโรงงาน เหลียงฝูเป็นคนโหดเหี้ยมอำมหิต พูดน้อย พนักงานในโรงงานพันกว่าคนต่างก็กลัวเขาหมด ปีที่เธออายุเพิ่งจะ 16 ปี เหลียงฝูได้มาสู่ขอเธอที่บ้าน บอกว่าอยากจะหมั้นกับเธอก่อน
ตระกูลเซี่ยสู้ตระกูลเหลียงไม่ได้ จึงทำให้เสี่ยวอวี่เกลียด เหลียงฝูสุดหัวใจ เธอแอบหนีออกจากบ้านมาอยู่ที่ชนบท ที่หมู่บ้านต้าเหอนี้ ผ่านไปไม่นาน อยู่ ๆ เทียนตงก็ปรากฎ เสี่ยวอวี่รู้ว่านี่เป็นฝีมือของเหลียงฝู เขาตั้งใจส่งเทียนตงมาเฝ้าติดตามเธอ
สองปีแรกที่มาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ชีวิตของเธอสงบสุขมาก พออายุครบ 18 ปี เธอก็บรรลุนิติภาวะและมีสิทธิ์แต่งงานได้ เทียนตงจึงใช้ความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเกลี้ยกล่อมให้เธอกลับไปที่เมืองใหญ่ เพราะถ้าเธอไม่กลับ เหลียงฝูก็จะไม่อนุญาตให้หล่อนกลับไปเหมือนกัน เทียนตงไม่ลดละความพยายาม พยายามเกลี้ยกล่อมเสี่ยวอวี่ต่อว่า
“เสี่ยวอวี่ พี่ชายฉันมีวิธีช่วยเธอกลับไปที่เมืองใหญ่นะ เธอแต่งงานกับพี่ชายฉันเถอะนะ ถ้าเธอแต่งกับพี่ชายฉันละก็ เธอจะไม่ลำบาก ไม่ต้องทำงาน นั่งอยู่บ้านเฉยๆ พี่ชายฉันทำงานหาเลี้ยงเธอเอง ชีวิตดีกว่านี้เยอะ”
ทว่า...เสี่ยวอวี่กลับไม่ยอม หันไปเลือกซิงโจวไอ้โง่ของหมู่บ้านต้าเหอแทน ทำให้เหลียงฝูหมดหวังไม่มีโอกาสจะได้แต่งงานกับเธออีก วันนั้น...เทียนตงรีบเข้าไปที่อำเภอโทรหา เหลียงฝู แล้วบอกว่าเสี่ยวอวี่ยอมแต่งงานกับไอ้โง่ดีกว่ากลับไปที่นั่น เหลียงฝูไม่พูดอะไรมาก หัวเราะลั่น ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก
“แต่งงานกับไอ้โง่แล้วไง ? ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต นังนั่นก็ต้องเป็นของฉัน !!”
เทียนตงพยายามเตือนสติเหลียงฝู ไม่ให้เขาก่อเรื่องวุ่นๆ อีก หมู่บ้านต้าเหอขึ้นอยู่กับอำเภอชิงเหอ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสงบเรียบร้อยที่สุด อำนาจของบ้านตระกูลเหลียงยังเอื้อมมาไม่ถึง เทียนตงอยากจะรีบกลับไปที่เมืองใหญ่ แต่...เสี่ยวอวี่ดื้อรั้น ยอมแต่งงานกับไอ้โง่ดีกว่ายอมตามหล่อนกลับไป หล่อนต้องกัดฟันพูดกับเหลียงด้วยความใจเย็นว่า
“พี่ ฉันทำให้นังนั่นเสียงานสอนที่โรงเรียนหมู่บ้านแล้ว ตอนนี้...นังนั่นต้องลงไปทำงานที่ทุ่งแล้ว อ่อนแอขนาดนั้นรับรองว่าทนทำงานหนักไม่ไหวแน่ อีกไม่กี่เดือนนังเสี่ยวอวี่ต้องเปลี่ยนใจ ถึงตอนนั้น นังนั่นหย่าแล้วกลับไปที่นั่น เราจัดการง่ายกว่านะ นังเสี่ยวอวี่แต่งงานกับไอ้โง่ซิงโจว ถ้านังนั่นหย่า ฉันรับรองเลยว่ายังบริสุทธิ์อยู่”
คนอย่างเหลียงฝูกลับไม่สนใจว่าเสี่ยวอวี่จะผ่านมือชายมาแล้วกี่คน เขารีบตอบกลับ
“ต่อให้นังนั่นกลายเป็นศพก็ต้องแต่ง แล้วเอาศพนังนั่นมาฝังรวมกับหลุมศพบรรพบุรุษบ้านเรา”
..........
เสี่ยวอวี่กำลังแจกขนมแต่งงานให้กับเพื่อน ๆ อยู่ เทียนตงก็วิ่งมา
“เสี่ยวอวี่ ฝูซิงทั้งโง่ทั้งดุ ระวังเขาโมโหแล้วตีเธอตายนะ เธอดูสภาพตัวเองสิ ผอมอย่างกับไม้จิ้มฟัน เขาใช้มือเดียวบีบคอเธอก็ตายแล้ว”
“นี่เทียนตง พูดจาดี ๆ เหมือนคนอื่นเขาจะตายหรือไง ? อยู่ต่อหน้าสามีฉันหัดพูดให้มันดี ๆ หน่อย สิ” เสี่ยวอวี่โมโหอยากจะตบเทียนตงสักฉาดสองฉาด
“ก็โง่จริง ๆ นี่ เขาไม่เข้าใจสิ่งที่เรากำลังคุยกันอยู่หรอก เธอลองหันไปดูเขาสิ โกรธไม่เป็นด้วยซ้ำ เอาแต่ทำหน้าขรึม ไม่แสดงสีหน้าใด ๆ เลย ฉันไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าเธอชอบผู้ชายอย่างเขาได้ยังไง ? ทำไมเธอถึงไม่เลือกพี่ชายฉัน ? เธอใจร้ายกับฉันที่สุดเลย”
“ไอ้ต้าหวงหน้าหมู่บ้านก็ชอบเธอเหมือนกัน ทำไมเธอถึงไม่แต่งงานกับมันล่ะ ?”
ปัญญาชนที่กลับมากินข้าวกลางวัน พอได้ยินอย่างนั้นถึงกับหัวเราะลั่น ต้าหวงคือควายใช้ไถนาของหน่วยผลิต ก็จริงอย่างที่เสี่ยวอวี่พูด ความชอบ ความรัก เป็นเรื่องของคนสองคน เสี่ยวอวี่ได้ปฏิเสธบ้านตระกูลเหลียงไปแล้ว แต่...ฝั่งนั้นกลับไม่ยอม กดดันเสี่ยวอวี่จนเธอต้องมาแต่งงานกับคนโง่อย่างซิงโจว
เสี่ยวอวี่ไม่สนใจเทียนตงอีก หยิบลูกอมผลไม้กำใหญ่ยื่นให้หลิวอวิ๋น หลินอวิ๋นเป็นคนที่มาถึงที่นี่ก่อนหน้าหลายปี และดูแลเหล่าปัญญาชนที่มาใหม่เป็นอย่างดี คูปองน้ำตาลของเธอก็เป็นของที่หลิวอวิ๋นสะสมไว้ ไม่กล้าใช้ จึงนำมาให้เธอ
หลิวอวิ๋นเห็นซิงโจวยืนที่หน้าประตูหันหลังให้ทุกคนในห้อง เธอก็รู้สึกเสียดายแทนเสี่ยวอวี่ ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้โรคจิตบ้านตระกูลเหลียงนั่น เสี่ยวอวี่คงไม่ต้องมาแต่งงานกับคนโง่อย่างซิงโจวหรอก แต่...ในเมื่อเสี่ยวอวี่เลือกแล้วเธอก็ต้องอวยพรให้ทั้งคู่ครองรักกันไปจนแก่เฒ่า
“เมื่อคืนไม่รู้ทำไม รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างลื่น ๆ เคลื่อนตัวผ่านลำคอฉันไป” หลินอวิ๋นเอ่ยบอกพลางช่วยเสี่ยวอวี่เก็บของไปด้วย
“ไม่ใช่งูหรอกใช่ไหม ?” ฤดูร้อนมีแมลงเยอะ หมู่บ้านก็อยู่ติดภูเขาด้านหนึ่ง ติดแม่น้ำอีกด้านหนึ่ง ถ้างูน้ำจะเลื้อยผ่านเข้ามาในห้องก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
เสี่ยวอวี่เก็บของเสร็จแล้ว ก็บอกให้เพื่อน ๆ ทุกคนออกไปก่อน จากนั้น...เธอก็ได้เดินไปลากซิงโจวเข้ามาข้างใน
“ฝูซิง ช่วยพี่หลิวที ไปตรวจดูว่าในห้องพี่หลิวมีตัวอะไรไหม ?”
เทียนตงแค่นเสียงหัวเราะดูถูกเหยียดหยาม ในใจแอบคิด ไอ้คนโง่นี่มันจะทำอะไรได้ ? ถ้ามีงูจริง ๆ ก็จับไม่ได้หรอก ไปเรียกหัวหน้าหน่วยผลิตมาตรวจดูให้ละเอียดสบายใจกว่าเยอะ...
ผ่านไปไม่กี่นาที ซิงโจวก็ยืนนิ่งอยู่กับที่ เขายิงก้อนหินขึ้นไปบนหลังคากระเบื้อง ฟังเสียงสะท้อนกลับเพื่อระบุตำแหน่ง พอถึงก้อนที่สาม เขาก็ยิงโดนงูน้ำตัวค่อนข้างยาว งูตัวนั้นตกลงมา ทำเอาปัญญาชนคนอื่นๆ กรีดร้องเสียงดังลั่น เสี่ยวอวี่เองก็ตกใจไม่แพ้กัน เธอกระโดดกอดร่างกำยำไม่ยอมปล่อย
“ฝูซิง ยังมีอีกไหม ?”
“หมดแล้ว หมดสติ” ซิงโจวพูดไม่กี่คำ ก่อนจะแกะมือเล็กขาวเนียนออก แล้วเขาก็รีบถอยห่างจากเสี่ยวอวี่
เสี่ยวอวี่ยิ้มร้าย เธอลืมไปเสียสนิทว่าเขาไม่ชอบให้คนอื่นแตะเนื้อต้องตัวเขา เธอรู้ว่า ซิงโจวรอให้งูตัวนั้นเลื้อยมาตรงตำแหน่งที่นอนของเทียนตงเขาถึงลงมือ แรงที่ใช้ในการโจมตีนั้นแม่นยำ คาดว่าอีกไม่นานงูก็คงจะฟื้นคืนสติ ใครว่าสามีเธอโง่กัน ? เขากำลังช่วยแก้แค้นให้เธอต่างหากล่ะ
วันรุ่งขึ้น ซิงโจวกลับไปที่ศาลเจ้าอีกครั้ง เขาเห็นแค่ร่างของเหลียงฝูที่นอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้น ร่างของเหลียงฝูเริ่มแข็งตัวแล้ว คาดคะเนเวลาที่เสียชีวิต เหลียงฝูคงมาที่นี่หลังจากที่พวกเขาออกไปจากที่นี่ ไม่รู้ว่าวิญญาณของเหลียงฝูนั้นล่องลอยไปอยู่ที่ไหน ซิงโจวเดินออกมาจากตรงนั้นอย่างเงียบ ๆสามวันต่อมา ชาวบ้านก็ได้พบศพของเหลียงฝูที่ศาลเจ้า ก็รีบลงจากเขาไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจก็รีบไปหาครอบครัวเหลียงเพื่อสอบถามดู เทียนตงร้องไห้ฟูมฟาย บอกว่าตนไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้ว่าพี่ชายไปทำอะไรอยู่ที่ศาลเจ้านั่น ในใจของเทียนตนแม้จะรู้สึกเศร้าโศก แต่...หล่อนกลับรู้สึกโล่งอกมากกว่า ในที่สุด...ก็ไม่มีใครบังคับให้หล่อนอยู่ที่ลั่วเฉิงอีกต่อไปคนเป็น ๆ หายตัวไป เสี่ยวอวี่อยากจะแจ้งความคนหาย เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ก่อนหน้านี้เธอได้เตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว พนักงานในร้านก็เป็นพยานว่าเถ้าแก่เนี้ยเกาเดินทางไปดูที่ทำเลเพื่อขยายสาขาร้านบะหมี่ เหตุผลนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สงสัยอะไร ทั้งครอบครัวต่างก็โศกเศร้าแต่...มีแค่ซิงโจวกับเสี่ยวอวี่เท่านั้นที่รู้ความจริงว่าเรื่องราวเป็นมายังไง แต่...พวกเขาก็ยังคงกังวล กังว
แต่...เกาเฟินยังห่วงทุกคนที่อยู่ที่นี่อยู่ จึงพูดกับทุกคนว่า “แต่ว่า...อวี่เอ๋อร์กำลังท้องอยู่ แม่อยากจะกลับไปคิดดูอีกที”“จะคิดอะไรอีกเล่า ทางนี้ไม่มีอะไรให้ลูกต้องห่วงเลยอาเฟิน แม่ยังแข็งแรงดี ร่างกายแม่ดีกว่าเมื่อก่อนมากแล้ว แม่ดูแลหลานกับเหลนของแม่ได้สบาย ลูกลองคิดดูสิอาเฟิน อาจิ่งอยู่ที่นั่นคนเดียวน่าสงสารแค่ไหน อาจิ่งเฝ้ารอลูกอยู่ตลอดเวลา แม่จะบอกอะไรให้นะ แม่รู้จักลูกชายของแม่ดี ถึงแม้จะอยู่ที่อื่นอยู่บนโลกนี้ เรื่องความรักน่ะ อาจิ่งรักใครรักจริง รักฝังใจไม่แบ่งใจให้ผู้หญิงคนอื่นหรอก ถ้าลูกไม่ยอมไปอยู่กับอาจิ่งที่นั่น ลูกชายแม่จะต้องเสียใจมากแน่ ๆ เกิดในอนาคตอวี่เอ๋อร์ไม่ฝันถึงอาจิ่งอีกจะทำยังไง ? เราก็จะไม่รู้ว่าอาจิ่งจะใช้ชีวิตต่อจากนี้ยังไง ? ถึงตอนนั้นลูกต้องเสียใจมากแน่ ๆ อาเฟิน เชื่อแม่เถอะนะ ไปอยู่กับอาจิ่งที่นั่นเถอะ ฝากดูแลอาจิ่งแทนแม่ด้วย”คำพูดของย่าโจวได้ปัดเป่าความลังเลสุดท้ายของเกาเฟินออกไปจนหมดสิ้น สุดท้าย...เกาเฟินก็ตัดสินใจที่จะไปอยู่กับหวงจิ่งที่นั่น..........เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เสี่ยวอวี่ใกล้คลอดแล้ว ซิงโจวจึงรีบพาเธอมาที่โรงพยาบาล ไม่นาน...พี่ชายกับพี่ส
เกาเฟินพาเสี่ยวอวี่กลับมาพักที่บ้าน ไม่ลืมกำชับให้พักผ่อนเยอะ ๆ ร่างกายจะได้แข็งแรง จากนั้น...ก็โทรศัพท์ไปที่ทีมโบราณคดีบอกให้ซิงโจวรีบกลับมาที่บ้าน เกาเฟินไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปแจ้งข่าวดีให้กับย่าโจวด้วย พอวางสายจากย่าโจว กำลังหมุนตัวจะกลับออกไปก็บังเอิญนึกได้ว่ายังไม่ได้โทรไปแจ้งข่าวดีให้กับพี่ชายกับพี่สะใภ้ของลูกสะใภ้ทราบด้วยซิงโจวทราบข่าวก็รีบตรงดิ่งมาที่บ้านทันที พอมาถึงเขาก็เห็นเสี่ยวอวี่กำลังนั่งอาบแดดอยู่บนเก้าอี้เอน เขาเดินไปนั่งยอง ๆ ลงตรงหน้าเธอ ก่อนจะเอาหูแนบท้องแบนราบของเธอ หวังอยากจะได้ยินเสียงหัวใจดวงน้อย ๆ สักหน่อย“คุณ ~ ตอนนี้ยังไม่ได้ยินเสียงหัวใจลูกหรอกค่ะ”“ผมได้ยินเสียงหัวใจคุณแล้ว มันแตกต่างจากปกติมาก”“คุณนี่จริง ๆ เลยนะ ฉันท้อง ก็ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดา” เสี่ยวอวี่ดึงเก้าอี้เล็ก ๆ มาให้เขานั่ง พลางพูดกับเขาว่า“วันนี้...ฉันเดินผ่านสหกรณ์ บังเอิญได้ยินเทียนตงคุยโทรศัพท์กับเหลียงฝู ฉันว่าเหลียงฝูต้องเดาออกแน่ ๆ เลยค่ะ ว่ากุนซือข้างกายองค์ชายสิบเอ็ดคือพ่อของคุณที่ทะลุมิติไปอยู่ที่นั่น”ซิงโจวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกให้เธอพักผ่อนไม่ต้องคิดมาก เขาจะจัดการเรื่องนี้
เสี่ยวอวี่ตื่นขึ้นมารู้สึกร่างกายอ่อนเปลี้ยเพลียแรงจนไม่อยากลุกไปไหน นึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่อลหม่านกันเกือบทั้งคืน เธอก็รีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคุมร่างไว้มิดชิดด้วยความเขินอาย ไม่ได้ลุกไปกินข้าว แม่สามีก็ไม่ได้มารบกวนเธอ ใกล้เที่ยง...ซิงโจวก็ได้นำมันเผาหอมกรุ่นเข้ามาให้“อวี่เอ๋อร์ คุณบ่นว่าอยากกินมันเผาไม่ใช่เหรอ ?” ทั้งสองมองหน้ากันแล้วอมยิ้มเสี่ยวอวี่รีบลุกจากเตียงไปล้างหน้าแปรงฟันเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วทั้งสองก็ไปนั่งกินมันเผาด้วยกันใต้ชายคาบ้าน ซิงโจวแอบหยิกแก้มขาวนวลเธอเบา ๆ ด้วย เกาเฟินยืนมองอยู่ข้างหลังพลางอมยิ้มไปด้วย แค่นี้จริง ๆ ที่ตนอยากจะเห็น ยืนมองอยู่ครู่หนึ่งก็หมุนตัวเดินกลับเข้าครัวไปทำอาหารกลางวันต่อก่อนหน้านี้ซิงโจวกับเสี่ยวอวี่ก็ดีต่อกัน แต่...รู้สึกว่ามันยังมีช่องว่างบางอย่างอยู่ระหว่างลูก ๆ สองคน ตอนนี้...ทุกอย่างราบรื่น ดีทุกอย่าง ลูกทั้งสองเข้าหอกันแล้ว ความสัมพันธ์ก็ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นไปอีก มื้อเที่ยงวันนี้ ตนต้องทำอาหารอร่อย ๆ บำรุงลูกทั้งสองสักหน่อยแล้วในช่วงเดือนอ้าย เสี่ยวอวี่กลับไปที่เมืองหยุนซินไปเยี่ยมพี่ชายกับพี่สะใภ้ เธอถามพี่สะใภ้ว่าอยากจะเปิดร้านบะหมี่เกาจี้
เกาเฟินสับเนื้อหมูติดมันติดเนื้อให้ละเอียด เทเครื่องเทศลงไป นวดกับแป้งแล้วปั้นเป็นลูกชิ้น เถาฮวาก่อไฟในครัวอุ่นน้ำมันในกระทะ เกาเฟินปั้นลูกชิ้นไปพลางพูดไปด้วยว่า“หาเงินไว้เยอะ ๆ แล้วซื้อบ้านในเมืองสักหลัง ซื้อบ้านไว้ไม่ขาดทุนหรอก ดีที่สุดคือซื้อในเมืองใหญ่ ต้นไม้ย้ายที่ก็รอด คนย้ายที่ก็จะรุ่งเรือง อย่าไปกลัว ก็แค่ย้ายบ้านไปเปิดร้านบะหมี่ในเมืองเอง”“ค่ะแม่ ฉันจะเชื่อฟังแม่” หลังจากที่คืนเงินให้แม่เสร็จ เถาฮวาก็กลับบ้านไป ระหว่างทาง ก็เจอกับซิ่วห่าว“พี่ไปหาแม่มาเหรอ ?”“อืม พี่เอาเงินทุนไปคืนแม่น่ะ”“แม่รับเงินนั่นจริง ๆ เหรอ ?” แม่สามีมีร้านที่ลั่วเฉิง มีร้านที่ปักกิ่ง มีบ้านไม่รู้กี่หลัง หลายปีมานี้แม่สามีหาเงินได้เยอะมากแน่ ๆ เงินทุนให้ลูกชายยืมไปตั้งตัว ทำไมต้องเอาคืนด้วยก็ไม่รู้“ทำไมจะไม่รับล่ะ ?” เถาฮวาคลี่ยิ้ม แล้วจงใจพูดเสียงดังว่า“ตอนนั้น...เราเขียนสัญญากู้ยืมนี่นา ปีนี้...เราทั้งสองครอบครัวหาเงินได้ไม่น้อยเลยนะ บ้านเธอไม่ถึงกับจ่ายไม่ไหวหรอกมั้ง ใกล้ตรุษจีนแล้ว อย่าทำให้แม่โกรธเลยนะ”อินซานเตรียมเอาเงินไปคืนให้แม่เหมือนกัน ปีนี้...ร้านบะหมี่ของเขาที่สถานีรถไฟหาเงินได้ไม่น
เทียนตงกลับบ้านไปหาเหลียงฝู หลายปีมานี้ กลอุบายของพี่ชายเหี้ยมโหดขึ้นเรื่อย ๆ ปีที่แล้วก็ได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงงาน แล้วหล่อนก็ได้เล่าให้พี่ชายฟังว่า ร้านอาหารเล็ก ๆ ของเสี่ยวอวี่ทำเงินได้มาก แต่…พี่ชายก็ไม่ได้รังเกียจที่เสี่ยวอวี่ทำมาค้าขาย และเสี่ยวอวี่ยังขยายร้านอีกหลายแห่ง ทำเงินไม่น้อยเลย หลายปีมานี้ พี่ชายก็คอยดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย แต่…หล่อนไม่อยากไปฝึกงานที่ลั่วเฉิงจริง ๆ“พี่ พี่อยากให้ฉันไปที่ลั่วเฉิงจริง ๆ เหรอ ? มันคุ้มค่าเหรอ ? ตอนนี้…ฝูซิงมีฐานะร่ำรวยแล้ว หาเงินได้เยอะกว่าเราเสียอีก เสี่ยวอวี่ไม่หย่ากับเขาหรอกค่ะ”เหลียงฝูหัวเราะ ชาติที่แล้วหลังจากตัดสินใจติดตามองค์ชายสาม เพื่อสร้างชื่อเสียงและอำนาจ เขาไม่เคยกลัวหรือหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อยทตอนนี้ก็เช่นกัน เขายังคงรักผู้หญิงที่ยื่นข้าวกล่องให้เขากินในยามที่เขาลำบากยากจนที่สุด ต่อให้ต้องตายก็จะไม่ปล่อยมือเธอเด็ดขาด“คนเราต้องมีเป้าหมาย เมื่อกำหนดเป้าหมายแล้วจะละทิ้งความตั้งใจไม่ได้ เพราะถ้าสูญเสียเป้าหมายไป ชีวิตก็ไร้ความหมาย”เทียนตงรู้ว่าเป้าหมายที่พี่ชายพูดถึงก็คือเสี่ยวอวี่ แต่…หล่อนก็ไม่เข้าใจอยู่ดี พี่ชายหล่อนมีทุกอย
เสี่ยวอวี่เห็นซิงโจวกำลังเหม่อ เธอก็เขย่าแขนเขาเบา ๆ พลางเอ่ยว่า“คุณ ~ อาหารอยู่ในถ้วยของคุณ นั่นหมายความว่าเป็นของคุณแล้ว รีบกินได้แล้ว”ตั้งแต่เล็กจนโต เขาได้กินไข่ไก่นับครั้งได้ อยู่ที่สนามฝึกซ้อมมีคนอยู่หลายร้อยคน ข้าวโพดชุบแป้งทอดที่ขึ้นราอยู่ในตะกร้าไม้ถูกโยนลงมาจากข้างบน ใครแย่งได้ก็มีกิน ใ
เสี่ยวอวี่ถามด้วยความประหลาดใจว่า “พี่ใหญ่ ทำไมแม่ถึงรู้ว่ามีกลุ่มพวกค้ามนุษย์ด้วยล่ะคะ ?”จินซานเอ่ยตอบด้วยความซื่อตรง ตรงไปตรงมาว่า “ก็พี่สะใภ้รองของเธอน่ะสิ ฝันเห็น ฝันเห็นว่า...ว่าเธอตามกลุ่มพวกค้ามนุษย์ไปเพราะอยากจะขายฝูซิงให้กับคนพวกนั้น”เสี่ยวอวี่แอบคิดในใจ มือทองอยู่ที่พี่สะใภ้รองแน่ ๆ ดูเ
“เลือกผ้า” เขายังจำสิ่งที่แม่บอกเขาก่อนออกจากบ้านได้ ว่าให้พาเธอไปซื้อผ้ากลับมาตัดเสื้อผ้าชุดใหม่เสี่ยวอวี่ไม่ได้ขาดแคลนเสื้อผ้า พ่อแม่ของเธอเป็นคนชอบแต่งตัว ทุก ๆ ปี พ่อกับแม่จะคอยส่งเสื้อผ้าใหม่มาให้เธอใส่เสมอ ตรงกันข้าม ซิงโจวกลับขาดแคลนเสื้อผ้าใส่ เสื้อเชิ้ตแขนสั้นกับกางเกงผ้าสีดำที่ดูสะอาดสะอ
ซิ่วห่าวกลับไปที่ห้อง ก่อนจะเปิดตู้หยิบเอากล่องไม้เล็กมาดู สิ่งที่เห็นทำให้ซิ่วห่าวหน้าชาวูบ หยกที่เมื่อคืนยังเปล่งแสงระยิบระยับ ตอนนี้...กลับแตกละเอียดกลายเป็นผงสีขาวฟุ้ง เศษผงเกาะติดอยู่เต็มชุดเสื้อผ้าใหม่เพียงชุดเดียวของหล่อน ซิ่วห่าวรีบหยิบเอาเสื้อผ้าชุดนั้นออกมาปัด แต่...ยิ่งปัดก็ยิ่งเปรอะเปื้







