LOGINวันนั้น...มีหมูป่าตัวหนึ่งวิ่งลงมาจากเขา วิ่งไปที่หน่วยผลิต 3 ของหมู่บ้านต้าเหอ มันพุ่งชนชาวบ้านบาดเจ็บ 2 คน ก่อนจะวิ่งไปเหยียบย่ำแปลงพืชผลเสียหายยับเยินไปทั้งแถบ ซิงโจวเป็นคนที่ชกหมูป่าตัวนั้นตายคาที่
แล้วผู้ใหญ่บ้านก็ได้แบ่งเนื้อหมูป่าให้ทุกคน รวมถึงปัญญาชนคนอื่นๆ ด้วย ได้รับส่วนแบ่ง 4 ชั่ง ในบรรดาปัญญาชน เทียนตงกินเนื้อหมูป่าเยอะสุด หล่อนตกใจหันขวับไปดู พอเห็นซิงโจวยืนอยู่ข้างหลังทำหน้าขรึมอยู่ก็ยิ่งกลัว
เทียนตงพึมพำกับตัวเองในใจ ไอ้โง่ซิงโจวชกหมูป่าทีเดียวตาย ไม่รู้ว่าเวลาโกรธจะฆ่าเธอไหมนะ ? หล่อนรีบหลบไปอยู่ข้างหลังพี่ใหญ่ ‘หลิวอวิ๋น’ ก่อนจะตอบกลับ
“เสี่ยวอวี่ เธอนี่ใจร้ายจริง ๆ เลยนะ ฉันมาอยู่ที่นี่กับเธอสองปีแล้ว เธอกลับไม่ยอมแต่งงานกับพี่ชายฉันสักที”
“นี่...ฉันจะบอกอะไรให้นะ ใครอยู่กับใคร ? เราทุกคนคือยุวปัญญาชนที่ทางการส่งมาปฏิบัติหน้าที่ที่นี่ ส่วนพี่ชายเธอน่ะ ฉันไม่สนใจหรอกนะ พี่ชายเธอมันโรคจิต ฉันยอมตายดีกว่าแต่งงานกับพี่ชายเธอ !!”
“เธอกล้าว่าพี่ชายฉันเหรอ ? ฉันจะเขียนจดหมายไปฟ้องพี่ชายฉัน !!”
“เอาเลย รีบเขียนจดหมายไปฟ้องตอนนี้เลย ฉันแต่งงานกับคนที่นี่แล้ว พี่ชายเธอจะทำอะไรฉันได้ ? ปีนั้น...พี่ชายเธอไปแหย่แมวตัวนึง แล้วถูกมันข่วนหน้า พี่ชายเธอโมโหฆ่ามันตายต่อหน้าคนที่เดินผ่าน ปีแรกที่เพิ่งมาอยู่ที่นี่ มีหมาบ้านตัวนึงเห่าพวกเรา มันเห่าอยู่ไม่หยุด คืนนั้น...พี่ชายเธอก็แอบไปฆ่าสุนัขบ้านตัวนั้น แล้วเอาไปทำอาหารกิน แล้วตอนที่พี่ชายเธอทำงานที่โรงงานนะ พี่ชายเธอทะเลาะกับเสี่ยวหลิว ตบตีเสี่ยวหลิวจนเขานอนป่วยติดเตียงไปหลายเดือน เธอบอกฉันมาซิ ถ้าไม่เรียกพี่ชายเธอว่าไอ้โรคจิต แล้วจะให้ฉันเรียกพี่ชายเธอว่าอะไรดีล่ะ ?”
พี่ชายของเทียนตง ‘เหลียงฝู’ อะไรนั่น เขาเป็นพี่ชายลูกพี่ลูกน้องของเทียนตง คุณตาเป็นถึงเลขาธิการโรงงาน เหลียงฝูเป็นคนโหดเหี้ยมอำมหิต พูดน้อย พนักงานในโรงงานพันกว่าคนต่างก็กลัวเขาหมด ปีที่เธออายุเพิ่งจะ 16 ปี เหลียงฝูได้มาสู่ขอเธอที่บ้าน บอกว่าอยากจะหมั้นกับเธอก่อน
ตระกูลเซี่ยสู้ตระกูลเหลียงไม่ได้ จึงทำให้เสี่ยวอวี่เกลียด เหลียงฝูสุดหัวใจ เธอแอบหนีออกจากบ้านมาอยู่ที่ชนบท ที่หมู่บ้านต้าเหอนี้ ผ่านไปไม่นาน อยู่ ๆ เทียนตงก็ปรากฎ เสี่ยวอวี่รู้ว่านี่เป็นฝีมือของเหลียงฝู เขาตั้งใจส่งเทียนตงมาเฝ้าติดตามเธอ
สองปีแรกที่มาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ชีวิตของเธอสงบสุขมาก พออายุครบ 18 ปี เธอก็บรรลุนิติภาวะและมีสิทธิ์แต่งงานได้ เทียนตงจึงใช้ความพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเกลี้ยกล่อมให้เธอกลับไปที่เมืองใหญ่ เพราะถ้าเธอไม่กลับ เหลียงฝูก็จะไม่อนุญาตให้หล่อนกลับไปเหมือนกัน เทียนตงไม่ลดละความพยายาม พยายามเกลี้ยกล่อมเสี่ยวอวี่ต่อว่า
“เสี่ยวอวี่ พี่ชายฉันมีวิธีช่วยเธอกลับไปที่เมืองใหญ่นะ เธอแต่งงานกับพี่ชายฉันเถอะนะ ถ้าเธอแต่งกับพี่ชายฉันละก็ เธอจะไม่ลำบาก ไม่ต้องทำงาน นั่งอยู่บ้านเฉยๆ พี่ชายฉันทำงานหาเลี้ยงเธอเอง ชีวิตดีกว่านี้เยอะ”
ทว่า...เสี่ยวอวี่กลับไม่ยอม หันไปเลือกซิงโจวไอ้โง่ของหมู่บ้านต้าเหอแทน ทำให้เหลียงฝูหมดหวังไม่มีโอกาสจะได้แต่งงานกับเธออีก วันนั้น...เทียนตงรีบเข้าไปที่อำเภอโทรหา เหลียงฝู แล้วบอกว่าเสี่ยวอวี่ยอมแต่งงานกับไอ้โง่ดีกว่ากลับไปที่นั่น เหลียงฝูไม่พูดอะไรมาก หัวเราะลั่น ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นเยือก
“แต่งงานกับไอ้โง่แล้วไง ? ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต นังนั่นก็ต้องเป็นของฉัน !!”
เทียนตงพยายามเตือนสติเหลียงฝู ไม่ให้เขาก่อเรื่องวุ่นๆ อีก หมู่บ้านต้าเหอขึ้นอยู่กับอำเภอชิงเหอ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสงบเรียบร้อยที่สุด อำนาจของบ้านตระกูลเหลียงยังเอื้อมมาไม่ถึง เทียนตงอยากจะรีบกลับไปที่เมืองใหญ่ แต่...เสี่ยวอวี่ดื้อรั้น ยอมแต่งงานกับไอ้โง่ดีกว่ายอมตามหล่อนกลับไป หล่อนต้องกัดฟันพูดกับเหลียงด้วยความใจเย็นว่า
“พี่ ฉันทำให้นังนั่นเสียงานสอนที่โรงเรียนหมู่บ้านแล้ว ตอนนี้...นังนั่นต้องลงไปทำงานที่ทุ่งแล้ว อ่อนแอขนาดนั้นรับรองว่าทนทำงานหนักไม่ไหวแน่ อีกไม่กี่เดือนนังเสี่ยวอวี่ต้องเปลี่ยนใจ ถึงตอนนั้น นังนั่นหย่าแล้วกลับไปที่นั่น เราจัดการง่ายกว่านะ นังเสี่ยวอวี่แต่งงานกับไอ้โง่ซิงโจว ถ้านังนั่นหย่า ฉันรับรองเลยว่ายังบริสุทธิ์อยู่”
คนอย่างเหลียงฝูกลับไม่สนใจว่าเสี่ยวอวี่จะผ่านมือชายมาแล้วกี่คน เขารีบตอบกลับ
“ต่อให้นังนั่นกลายเป็นศพก็ต้องแต่ง แล้วเอาศพนังนั่นมาฝังรวมกับหลุมศพบรรพบุรุษบ้านเรา”
..........
เสี่ยวอวี่กำลังแจกขนมแต่งงานให้กับเพื่อน ๆ อยู่ เทียนตงก็วิ่งมา
“เสี่ยวอวี่ ฝูซิงทั้งโง่ทั้งดุ ระวังเขาโมโหแล้วตีเธอตายนะ เธอดูสภาพตัวเองสิ ผอมอย่างกับไม้จิ้มฟัน เขาใช้มือเดียวบีบคอเธอก็ตายแล้ว”
“นี่เทียนตง พูดจาดี ๆ เหมือนคนอื่นเขาจะตายหรือไง ? อยู่ต่อหน้าสามีฉันหัดพูดให้มันดี ๆ หน่อย สิ” เสี่ยวอวี่โมโหอยากจะตบเทียนตงสักฉาดสองฉาด
“ก็โง่จริง ๆ นี่ เขาไม่เข้าใจสิ่งที่เรากำลังคุยกันอยู่หรอก เธอลองหันไปดูเขาสิ โกรธไม่เป็นด้วยซ้ำ เอาแต่ทำหน้าขรึม ไม่แสดงสีหน้าใด ๆ เลย ฉันไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าเธอชอบผู้ชายอย่างเขาได้ยังไง ? ทำไมเธอถึงไม่เลือกพี่ชายฉัน ? เธอใจร้ายกับฉันที่สุดเลย”
“ไอ้ต้าหวงหน้าหมู่บ้านก็ชอบเธอเหมือนกัน ทำไมเธอถึงไม่แต่งงานกับมันล่ะ ?”
ปัญญาชนที่กลับมากินข้าวกลางวัน พอได้ยินอย่างนั้นถึงกับหัวเราะลั่น ต้าหวงคือควายใช้ไถนาของหน่วยผลิต ก็จริงอย่างที่เสี่ยวอวี่พูด ความชอบ ความรัก เป็นเรื่องของคนสองคน เสี่ยวอวี่ได้ปฏิเสธบ้านตระกูลเหลียงไปแล้ว แต่...ฝั่งนั้นกลับไม่ยอม กดดันเสี่ยวอวี่จนเธอต้องมาแต่งงานกับคนโง่อย่างซิงโจว
เสี่ยวอวี่ไม่สนใจเทียนตงอีก หยิบลูกอมผลไม้กำใหญ่ยื่นให้หลิวอวิ๋น หลินอวิ๋นเป็นคนที่มาถึงที่นี่ก่อนหน้าหลายปี และดูแลเหล่าปัญญาชนที่มาใหม่เป็นอย่างดี คูปองน้ำตาลของเธอก็เป็นของที่หลิวอวิ๋นสะสมไว้ ไม่กล้าใช้ จึงนำมาให้เธอ
หลิวอวิ๋นเห็นซิงโจวยืนที่หน้าประตูหันหลังให้ทุกคนในห้อง เธอก็รู้สึกเสียดายแทนเสี่ยวอวี่ ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้โรคจิตบ้านตระกูลเหลียงนั่น เสี่ยวอวี่คงไม่ต้องมาแต่งงานกับคนโง่อย่างซิงโจวหรอก แต่...ในเมื่อเสี่ยวอวี่เลือกแล้วเธอก็ต้องอวยพรให้ทั้งคู่ครองรักกันไปจนแก่เฒ่า
“เมื่อคืนไม่รู้ทำไม รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างลื่น ๆ เคลื่อนตัวผ่านลำคอฉันไป” หลินอวิ๋นเอ่ยบอกพลางช่วยเสี่ยวอวี่เก็บของไปด้วย
“ไม่ใช่งูหรอกใช่ไหม ?” ฤดูร้อนมีแมลงเยอะ หมู่บ้านก็อยู่ติดภูเขาด้านหนึ่ง ติดแม่น้ำอีกด้านหนึ่ง ถ้างูน้ำจะเลื้อยผ่านเข้ามาในห้องก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
เสี่ยวอวี่เก็บของเสร็จแล้ว ก็บอกให้เพื่อน ๆ ทุกคนออกไปก่อน จากนั้น...เธอก็ได้เดินไปลากซิงโจวเข้ามาข้างใน
“ฝูซิง ช่วยพี่หลิวที ไปตรวจดูว่าในห้องพี่หลิวมีตัวอะไรไหม ?”
เทียนตงแค่นเสียงหัวเราะดูถูกเหยียดหยาม ในใจแอบคิด ไอ้คนโง่นี่มันจะทำอะไรได้ ? ถ้ามีงูจริง ๆ ก็จับไม่ได้หรอก ไปเรียกหัวหน้าหน่วยผลิตมาตรวจดูให้ละเอียดสบายใจกว่าเยอะ...
ผ่านไปไม่กี่นาที ซิงโจวก็ยืนนิ่งอยู่กับที่ เขายิงก้อนหินขึ้นไปบนหลังคากระเบื้อง ฟังเสียงสะท้อนกลับเพื่อระบุตำแหน่ง พอถึงก้อนที่สาม เขาก็ยิงโดนงูน้ำตัวค่อนข้างยาว งูตัวนั้นตกลงมา ทำเอาปัญญาชนคนอื่นๆ กรีดร้องเสียงดังลั่น เสี่ยวอวี่เองก็ตกใจไม่แพ้กัน เธอกระโดดกอดร่างกำยำไม่ยอมปล่อย
“ฝูซิง ยังมีอีกไหม ?”
“หมดแล้ว หมดสติ” ซิงโจวพูดไม่กี่คำ ก่อนจะแกะมือเล็กขาวเนียนออก แล้วเขาก็รีบถอยห่างจากเสี่ยวอวี่
เสี่ยวอวี่ยิ้มร้าย เธอลืมไปเสียสนิทว่าเขาไม่ชอบให้คนอื่นแตะเนื้อต้องตัวเขา เธอรู้ว่า ซิงโจวรอให้งูตัวนั้นเลื้อยมาตรงตำแหน่งที่นอนของเทียนตงเขาถึงลงมือ แรงที่ใช้ในการโจมตีนั้นแม่นยำ คาดว่าอีกไม่นานงูก็คงจะฟื้นคืนสติ ใครว่าสามีเธอโง่กัน ? เขากำลังช่วยแก้แค้นให้เธอต่างหากล่ะ
เสี่ยวอวี่หันไปพูดกับหลิวอวิ๋นว่า “พี่หลิว งูน้ำน่ะไม่มีพิษหรอกค่ะ หาไม้มาเขี่ยมันออกไปข้างนอกนะ แล้วซื้อยาไล่แมลงมาโรยรอบ ๆ งูก็ไม่เลื้อยเข้ามาแล้ว”“ได้ ๆ เดี๋ยวพี่จะรีบไปซื้อ” หลิวอวิ๋นเข็นจักรยานออกไป แล้วหันมาพูดกับเทียนตงว่า“รีบเอางูนั่นไปปล่อยนะ เอาไปปล่อยไกล ๆ เลย อย่าให้มันฟื้นล่ะ เดี๋ยวจะหาไม่เจอ ระวังมันจะมุดเข้าไปอยู่ในผ้าห่มเธอนะเทียนตง” เทียนตงได้ยินอย่างนั้นก็เกือบปล่อยโฮ“ฉันกลัว เสี่ยวอวี่ เธอบอกไอ้โง่ของเธอนำงูตัวนี้ไปทิ้งที” เสี่ยวอวี่ชำเลืองตามอง เธอไม่คิดจะช่วย คนตระกูลเหลียงนี่บ้ากันหมดทุกคนเลยหรือไง ? เธอไม่ช่วยหรอกนะ..........เสี่ยวอวี่ขนข้าวของทั้งหมดของเธอมาที่ห้องของซิงโจว จินซานกับอินซานต่างก็แต่งงานมีครอบครัว มีลูกกันแล้ว ห้องหลัก 2 ห้องที่อยู่ด้านหน้าจึงแบ่งให้ 2 ครอบครัวนี้อยู่ เดินออกทางประตูหลังของห้องหลักไป ก็จะเป็นห้องเล็ก 2 ห้องที่ด้านหลังบ้าน ซึ่งต่อเติมขึ้นมาภายหลังห้องหนึ่งเป็นห้องของเกาเฟิน อีกห้องเป็นของซิงโจว แม้ว่าห้องด้านหลังจะเล็กไปหน่อย แต่...มันก็ยังดีกว่าต้องนอนร่วมเตียงกับปัญญาชนคนอื่น ๆ ที่ห้องพักนั่น อีกอย่าง...ซิงโจวอยู่ที่นี่ อย
วันนั้น...มีหมูป่าตัวหนึ่งวิ่งลงมาจากเขา วิ่งไปที่หน่วยผลิต 3 ของหมู่บ้านต้าเหอ มันพุ่งชนชาวบ้านบาดเจ็บ 2 คน ก่อนจะวิ่งไปเหยียบย่ำแปลงพืชผลเสียหายยับเยินไปทั้งแถบ ซิงโจวเป็นคนที่ชกหมูป่าตัวนั้นตายคาที่แล้วผู้ใหญ่บ้านก็ได้แบ่งเนื้อหมูป่าให้ทุกคน รวมถึงปัญญาชนคนอื่นๆ ด้วย ได้รับส่วนแบ่ง 4 ชั่ง ในบรรดาปัญญาชน เทียนตงกินเนื้อหมูป่าเยอะสุด หล่อนตกใจหันขวับไปดู พอเห็นซิงโจวยืนอยู่ข้างหลังทำหน้าขรึมอยู่ก็ยิ่งกลัวเทียนตงพึมพำกับตัวเองในใจ ไอ้โง่ซิงโจวชกหมูป่าทีเดียวตาย ไม่รู้ว่าเวลาโกรธจะฆ่าเธอไหมนะ ? หล่อนรีบหลบไปอยู่ข้างหลังพี่ใหญ่ ‘หลิวอวิ๋น’ ก่อนจะตอบกลับ“เสี่ยวอวี่ เธอนี่ใจร้ายจริง ๆ เลยนะ ฉันมาอยู่ที่นี่กับเธอสองปีแล้ว เธอกลับไม่ยอมแต่งงานกับพี่ชายฉันสักที”“นี่...ฉันจะบอกอะไรให้นะ ใครอยู่กับใคร ? เราทุกคนคือยุวปัญญาชนที่ทางการส่งมาปฏิบัติหน้าที่ที่นี่ ส่วนพี่ชายเธอน่ะ ฉันไม่สนใจหรอกนะ พี่ชายเธอมันโรคจิต ฉันยอมตายดีกว่าแต่งงานกับพี่ชายเธอ !!”“เธอกล้าว่าพี่ชายฉันเหรอ ? ฉันจะเขียนจดหมายไปฟ้องพี่ชายฉัน !!”“เอาเลย รีบเขียนจดหมายไปฟ้องตอนนี้เลย ฉันแต่งงานกับคนที่นี่แล้ว พี่ชายเธอจะทำอะไ
เสี่ยวอวี่เห็นซิงโจวกำลังเหม่อ เธอก็เขย่าแขนเขาเบา ๆ พลางเอ่ยว่า“คุณ ~ อาหารอยู่ในถ้วยของคุณ นั่นหมายความว่าเป็นของคุณแล้ว รีบกินได้แล้ว”ตั้งแต่เล็กจนโต เขาได้กินไข่ไก่นับครั้งได้ อยู่ที่สนามฝึกซ้อมมีคนอยู่หลายร้อยคน ข้าวโพดชุบแป้งทอดที่ขึ้นราอยู่ในตะกร้าไม้ถูกโยนลงมาจากข้างบน ใครแย่งได้ก็มีกิน ใครแย่งไม่ได้ก็อด ต่อมา...เมื่อผู้คนลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ ถึงจะได้กิน และตอนนั้นก็จะได้กินมันเทศ ไม่ก็ซาลาเปาแป้งสาลีกระทั่งเหลือเพียงไม่กี่สิบคน นาน ๆ ครั้งถึงจะได้ลิ้มรสไข่ไก่ แต่...ไข่ไก่นั้นก็ไม่ได้หอมอร่อยเหมือนตอนนี้ เสี่ยวอวี่บอกว่า ไข่ไก่อยู่ในถ้วยข้าวของเขาแล้ว นั่นก็หมายความว่าไข่ไก่นี้เป็นของเขา ซิงโจวจึงเริ่มคีบอาหารกิน ก้มหน้าก้มตากินข้าวที่หุงกับมันเทศซึ่งโปะเต็มไปด้วยไข่เจียวซิ่วห่าวมองด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยาม กิน กิน เอาแต่จะกินอย่างเดียว กินคนเดียวแต่เหมือนกินอยู่สองคน ไม่กลัวอาหารจะติดคอตายหรือไง ? ซิ่วห่าวเริ่มสงสัยขึ้นมาอีกครั้ง ไอ้โง่คนนี้น่ะมองยังไงก็ไม่เหมือนคนมีวาสนาใหญ่หลวงเลยสักนิด บางที...หล่อนอาจจะฟังผิดไปก็ได้หลังจากที่กินข้าวเสร็จ ซิ่วห่าวก็ได้หยิบเอาผ้ามาเช็ด
เสี่ยวอวี่ถามด้วยความประหลาดใจว่า “พี่ใหญ่ ทำไมแม่ถึงรู้ว่ามีกลุ่มพวกค้ามนุษย์ด้วยล่ะคะ ?”จินซานเอ่ยตอบด้วยความซื่อตรง ตรงไปตรงมาว่า “ก็พี่สะใภ้รองของเธอน่ะสิ ฝันเห็น ฝันเห็นว่า...ว่าเธอตามกลุ่มพวกค้ามนุษย์ไปเพราะอยากจะขายฝูซิงให้กับคนพวกนั้น”เสี่ยวอวี่แอบคิดในใจ มือทองอยู่ที่พี่สะใภ้รองแน่ ๆ ดูเหมือนว่าพี่สะใภ้รองจะไม่อยากให้ซิงโจวแต่งงานสินะ คิดไปคิดมาก็อาจจะจริง ซิงโจวเก่งขนาดนั้น งานทุกอย่างในบ้านเขาเป็นคนทำหมด และยังทำแต้มแรงงานได้เยอะสุดในหน่วยผลิตด้วยขยันขันแข็ง พูดน้อย ไม่ใช้จ่ายอะไร ไม่สิ้นเปลือง ถ้าซิงโจวไม่แต่งงาน ก็ไม่ต่างอะไรกับแรงงานฟรีของตระกูลเย่ ตอนนี้...มีเธออยู่ตรงนี้แล้ว เธอจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมารังแกเขาอีก ระหว่างทางกลับ พวกเขาสองคนนั่งรถไถกลับไปที่หมู่บ้านเสี่ยวอวี่ได้ยินเสียงอึกทึกวุ่นวายดังมาจากหน้าบ้านตระกูลเย่แต่หน้าหมู่บ้านแล้ว เกาเฟินได้ยินลูกชายรองมาแจ้งข่าวแล้ว แต่...ในใจก็ยังไม่อยากเชื่อ ยังไงซะมันก็เป็นแค่ความฝัน ไม่เกิดขึ้นจริงหรอก เสี่ยวอวี่มาอยู่ชนบท 2 ปี สอนหนังสือมา 2 ปีเต็ม แม้แต่ไก่ก็ยังไม่กล้าฆ่า เธอคงไม่กล้าค้ามนุษย์หรอก“เสี่ยวอวี่ไม่มีทา
“เลือกผ้า” เขายังจำสิ่งที่แม่บอกเขาก่อนออกจากบ้านได้ ว่าให้พาเธอไปซื้อผ้ากลับมาตัดเสื้อผ้าชุดใหม่เสี่ยวอวี่ไม่ได้ขาดแคลนเสื้อผ้า พ่อแม่ของเธอเป็นคนชอบแต่งตัว ทุก ๆ ปี พ่อกับแม่จะคอยส่งเสื้อผ้าใหม่มาให้เธอใส่เสมอ ตรงกันข้าม ซิงโจวกลับขาดแคลนเสื้อผ้าใส่ เสื้อเชิ้ตแขนสั้นกับกางเกงผ้าสีดำที่ดูสะอาดสะอ้าน ไม่มีรอยปะใด ๆ ที่เขาใส่อยู่ตอนนี้ เป็นชุดเดียวที่ยังดูเรียบร้อยที่สุดของเขาปกติออกไปทำงานที่ทุ่งเขาไม่กล้าหยิบชุดนี้มาใส่ วันนี้...เขามาจดทะเบียนสมรสกับเธอถึงได้หยิบมาใส่ เสี่ยวอวี่กลับไม่มีคูปองผ้า เธอล้วงเอาลูกอมกำหนึ่ง ก่อนจะยื่นให้พนักงานขาย ก่อนจะเอ่ยถามว่ามีผ้าที่ไม่ต้องใช้คูปองซื้อขายไหม ? ผ้าที่ซื้อได้โดยไม่ต้องใช้คูปอง มักเป็นผ้าที่มีตำหนิ ราคาก็จะถูกกว่าหน่อย ปกติแล้ว ถ้าไม่รู้จักคนในร้าน ไม่มีทางซื้อได้เสี่ยวอวี่เป็นคนปากหวานช่างพูดช่างจาก เอ่ยชมพนักงานร้านไม่กี่คำก็ทำให้พนักงานขายอารมณ์ดีใจหยิบม้วนผ้ามาให้เธอเลือกอยู่หลายสี เธอเลือกผ้าสีเทากับสีดำมา ซื้อแค่ไม่กี่หลา หลังจากนั้น ก็ได้ซื้อเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันเพิ่มอีกไม่กี่อย่าง ซิงโจวเห็นผ้าที่เธอเลือกก็ขมวดคิ้วแน่นซิง
ซิ่วห่าวกลับไปที่ห้อง ก่อนจะเปิดตู้หยิบเอากล่องไม้เล็กมาดู สิ่งที่เห็นทำให้ซิ่วห่าวหน้าชาวูบ หยกที่เมื่อคืนยังเปล่งแสงระยิบระยับ ตอนนี้...กลับแตกละเอียดกลายเป็นผงสีขาวฟุ้ง เศษผงเกาะติดอยู่เต็มชุดเสื้อผ้าใหม่เพียงชุดเดียวของหล่อน ซิ่วห่าวรีบหยิบเอาเสื้อผ้าชุดนั้นออกมาปัด แต่...ยิ่งปัดก็ยิ่งเปรอะเปื้อนซิ่วห่าวกัดริมฝีปากแน่น พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ในใจกลับสั่นสะท้าน หยกที่แตกเป็นผงแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องดีแน่ มันเหมือนลางร้ายบอกเหตุบางอย่างที่กำลังจะมาถึง หล่อนเดินออกมาจากห้อง ก่อนจะเปรยกับแม่สามีด้วยน้ำเสียงแผ่ว ๆ ว่า“แม่ หนูว่าฝูซิงแต่งกับเสี่ยวอวี่ต้องไม่ดีแน่ ๆ แม่ก็รู้นี่คะ ปัญญาชนที่หมู่บ้านเรายื่นหนังสือกลับเมืองใหญ่กันหมดแล้ว เสี่ยวอวี่เองก็คงยื่นหนังสือกลับเมืองใหญ่แล้วเหมือนกัน ยังไง เสี่ยวอวี่ก็ต้องกลับเมืองใหญ่นะแม่”“ก็ดีน่ะสิ จะได้พาฝูซิงไปอยู่ที่นั่นด้วยเลย”“ไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกค่ะ ผู้หญิงอย่างเสี่ยวอวี่ไม่ชอบฝูซิงหรอก ไม่มีผู้หญิงคนไหนชอบคนโง่อย่างเขาหรอกแม่ แม่ดูปัญญาชนที่หมู่บ้านข้าง ๆ เราสิคะ เพราะอยากจะกลับเมืองใหญ่ ถึงกับทิ้งลูกตัวเอง ยังขอหย่ากับแม่ของลูกด้วย







