Share

บทที่ 6 ยังไม่คุ้นเคย

last update Last Updated: 2026-03-09 22:08:41

“เลือกผ้า” เขายังจำสิ่งที่แม่บอกเขาก่อนออกจากบ้านได้ ว่าให้พาเธอไปซื้อผ้ากลับมาตัดเสื้อผ้าชุดใหม่

เสี่ยวอวี่ไม่ได้ขาดแคลนเสื้อผ้า พ่อแม่ของเธอเป็นคนชอบแต่งตัว ทุก ๆ ปี พ่อกับแม่จะคอยส่งเสื้อผ้าใหม่มาให้เธอใส่เสมอ ตรงกันข้าม ซิงโจวกลับขาดแคลนเสื้อผ้าใส่ เสื้อเชิ้ตแขนสั้นกับกางเกงผ้าสีดำที่ดูสะอาดสะอ้าน ไม่มีรอยปะใด ๆ ที่เขาใส่อยู่ตอนนี้ เป็นชุดเดียวที่ยังดูเรียบร้อยที่สุดของเขา

ปกติออกไปทำงานที่ทุ่งเขาไม่กล้าหยิบชุดนี้มาใส่ วันนี้...เขามาจดทะเบียนสมรสกับเธอถึงได้หยิบมาใส่ เสี่ยวอวี่กลับไม่มีคูปองผ้า เธอล้วงเอาลูกอมกำหนึ่ง ก่อนจะยื่นให้พนักงานขาย ก่อนจะเอ่ยถามว่ามีผ้าที่ไม่ต้องใช้คูปองซื้อขายไหม ? ผ้าที่ซื้อได้โดยไม่ต้องใช้คูปอง มักเป็นผ้าที่มีตำหนิ ราคาก็จะถูกกว่าหน่อย ปกติแล้ว ถ้าไม่รู้จักคนในร้าน ไม่มีทางซื้อได้

เสี่ยวอวี่เป็นคนปากหวานช่างพูดช่างจาก เอ่ยชมพนักงานร้านไม่กี่คำก็ทำให้พนักงานขายอารมณ์ดีใจหยิบม้วนผ้ามาให้เธอเลือกอยู่หลายสี เธอเลือกผ้าสีเทากับสีดำมา ซื้อแค่ไม่กี่หลา หลังจากนั้น ก็ได้ซื้อเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันเพิ่มอีกไม่กี่อย่าง ซิงโจวเห็นผ้าที่เธอเลือกก็ขมวดคิ้วแน่น

ซิงโจวแอบคิดในใจ ผ้าลายดอกไม้พวกนั้นเหมาะกับเธอมากกว่าสีมืดทึบพวกนี้เสียอีก ทว่า...ด้วยนิสัยและการฝึกฝนอย่างเข้มงวดมาตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้เขาเติบโตขึ้นมาโดยรู้เพียงอย่างเดียวว่าต้องเชื่อฟังคำสั่งเท่านั้น ถ้าพูดมากเกินไป โทษเบาก็แค่ถูกทำโทษ โทษหนักถึงตาย

ซิงโจวก้มหน้าต่ำ เขาไม่อยากมองผ้าลายดอกไม้พวกนั้น เพราะกลัวจะถูกทำโทษ หลังจากที่ซื้อของทุกอย่างเสร็จ เสี่ยวอวี่ให้เขาเป็นคนถือของแทน ข้าง ๆ สหกรณ์คือร้านถ่ายรูป เธอไม่พูดอะไร จูงมือเขาเข้าไปในร้านถ่ายรูปทันที อยากจะถ่ายรูปในยุคนี้ไม่ยุ่งยากอะไรเลย เจ้าของร้านกดถ่ายครั้งเดียวก็เสร็จแล้ว

ซิงโจวไม่ชินเมื่อต้องใกล้ชิดกับคนอื่น เสี่ยวอวี่ชี้ไปที่รูปถ่ายหน้าร้าน ก่อนจะพูดกับเขาว่า

“ฝูซิง นั่งนิ่ง ๆ นะ รอหนึ่งอาทิตย์ รูปถ่ายของเราสองคนจะตั้งอยู่ที่หน้าร้าน ในอนาคต พอเราอายุมากขึ้น เราก็จะได้เห็นว่าตอนเรายังหนุ่มยังสาวเป็นยังไง”

เมื่อชาติที่แล้ว ตอนที่ถูกอาจารย์แทงทะลุหัวใจ อายุเขาเพิ่งจะ 20 และตอนนี้ เขาก็อายุ 20 เหมือนเดิม กฎหมายสมรสในยุคนี้ก็ยังไม่แก้ไข ผู้ชายอายุ 20 ส่วนผู้หญิงอายุ 18 ก็สามารถจดทะเบียนสมรสได้แล้ว เสี่ยวอวี่เมื่อก่อนป่วยเป็นโรคหัวใจมาตั้งแต่กำเนิด มีชีวิตอยู่ได้ไม่นานก็ต้องจากทุกคนไป

ชาตินี้...เธอได้มาอยู่ในร่างปราศจากโรคภัย ก็อยากจะใช้ชีวิตอยู่กับซิงโจวไปจนแก่เฒ่า จะพาเขามาถ่ายรูปที่นี่ทุกปี จะได้มีรูปเก็บไว้ดูตอนที่พวกเขาถึงวัยชรา ซิงโจวไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้ว่าถ่ายรูปคืออะไร สิ่งที่เขาเข้าใจคือ...

ทุกคนเรียกมันว่ากล้องถ่ายรูป ซึ่งเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่สามารถบันทึกรูปร่างของมนุษย์ลงบนกระดาษพิเศษได้ คู่บ่าวสาวที่แต่งงานกันจะมาที่นี่ เพื่อบันทึกดวงวิญญาณของคนสองคนให้อยู่ในภาพถ่ายเดียวกัน ที่นี่ไม่เรียกว่าเหมือนยุคที่เขาจากมา แต่เรียกว่าแต่งงาน

อาจารย์ของเขาเคยกำชับว่า คนอย่างพวกเขาที่เป็นทหารพลีชีพหรือหน่วยตายแทนนั้น ห้ามมีอารมณ์ความรู้สึกอย่างเด็ดขาด ห้ามมีครอบครัวหรือสหายคนสนิท และห้ามมีพันธะผูกพันใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น เขาจึงไม่ได้รับอนุญาตให้แต่งงาน

ซิงโจวจำได้ว่า มีครั้งหนึ่งเขาเคยเก็บลูกสุนัขที่ได้รับบาดเจ็บมาได้ตัวหนึ่ง เขาเลี้ยงดูมันอย่างเงียบ ๆ คิดว่าจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้ จนกระทั่งสุนัขตัวนั้นหายดี เขาก็เริ่มรู้สึกผูกพันกับมัน ทว่า...อาจารย์กลับลงมือจัดการสุนัขตัวนั้นต่อหน้าต่อเขาอย่างไร้ความปรานี

ร่างกำยำลุกพรวด สีหน้าของซิงโจวพลันซีดเผือด ก่อนจะรีบวิ่งออกจากร้านถ่ายรูปไป เจ้าของร้านยังไม่ทันจะได้กดถ่าย เห็นอย่างนั้นถึงกับทำตัวไม่ถูก จึงรีบเอ่ยถาม

“เขาเป็นอะไร ? ยังอยากถ่ายไหม ?”

“ต้องขอโทษด้วยนะพี่ เราไม่ถ่ายแล้วค่ะ” ขอโทษเจ้าของร้านเสร็จ เธอก็รีบวิ่งตามซิงโจวไป

ซิงโจวไม่ได้วิ่งไปไหนไกล เขาวิ่งออกมารอเธอที่หน้าร้าน เสี่ยวอวี่วิ่งตามมาก็เห็นพี่ชายคนโตของเขา ‘เย่จินซาน’ กำลังเดินมา สีหน้าแลดูเป็นกังวลมาก

“พี่ใหญ่ พี่มาทำอะไรที่นี่คะ ? ฉันกับฝูซิงกำลังจะกลับค่ะ” จินซานเห็นทั้งสองเดินออกมาจากร้านถ่ายรูปก็ประหลาดใจมาก เขาจึงเอ่ยถาม

“จดทะเบียนกันเสร็จแล้วเหรอ ?”

“เสร็จแล้วค่ะ” ว่าแล้ว...เสี่ยวอวี่ก็ได้ยื่นใบทะเบียนสมรสให้จินซานดู พอจินซานเห็นทะเบียนสมรสแล้ว เขาถึงรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย

แล้ว...เรื่องพวกค้ามุนษย์อะไรนั่นเป็นยังไงกันแน่ ?” แม่บอกให้เขามาที่อำเภอให้มาตามหาน้องชาย

เขากับน้องชายอีกคน ‘เย่อินซาน’ รีบวิ่งไปที่บ้านผู้ใหญ่บ้านยืมจักรยานปั่นมาที่อำเภอทันที พอมาถึงที่อำเภอ เขาก็สอบถามไปทั่ว แต่...กลับได้ยินผู้คนพูดกันว่า วันนี้...มีเรื่องแปลกเกิดขึ้น มีเจ้าสาวคนหนึ่งคิดอยากจะขายสามีโง่ๆ ของตัวเองให้กับกลุ่มพวกค้ามนุษย์

นอกเหนือจากนี้ก็ไม่มีใครรู้รายละเอียดอะไรเพิ่มเติมอีก อินซานกลัวมาก จึงปั่นจักรยานกลับไปรายงานแม่ จินซานอยู่ที่อำเภอเพื่อสืบถามต่อ หาทางอยู่นานกว่าจะหาสถานีตำรวจเจอ ตำรวจที่สถานีบอกว่า คู่สามีภรรยาหนุ่มสาวคู่นั้นพากลุ่มพวกค้ามนุษย์มาที่นี่แล้ว พอจัดการทุกอย่างเสร็จ ก็ได้ไปจดทะเบียนสมรสกันแล้ว

ตำรวจบอกให้เขาไปตามหาที่สำนักงานกิจการพลเรือนดู มาถึงสำนักงานกิจการพลเรือนก็ไม่เจอใครเลย พอเดินออกมาข้างนอกก็เจอพวกเขาอยู่ตรงหน้าร้านถ่ายรูปพอดี

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 10 ย้ายมาอยู่ด้วยกัน

    เสี่ยวอวี่หันไปพูดกับหลิวอวิ๋นว่า “พี่หลิว งูน้ำน่ะไม่มีพิษหรอกค่ะ หาไม้มาเขี่ยมันออกไปข้างนอกนะ แล้วซื้อยาไล่แมลงมาโรยรอบ ๆ งูก็ไม่เลื้อยเข้ามาแล้ว”“ได้ ๆ เดี๋ยวพี่จะรีบไปซื้อ” หลิวอวิ๋นเข็นจักรยานออกไป แล้วหันมาพูดกับเทียนตงว่า“รีบเอางูนั่นไปปล่อยนะ เอาไปปล่อยไกล ๆ เลย อย่าให้มันฟื้นล่ะ เดี๋ยวจะหาไม่เจอ ระวังมันจะมุดเข้าไปอยู่ในผ้าห่มเธอนะเทียนตง” เทียนตงได้ยินอย่างนั้นก็เกือบปล่อยโฮ“ฉันกลัว เสี่ยวอวี่ เธอบอกไอ้โง่ของเธอนำงูตัวนี้ไปทิ้งที” เสี่ยวอวี่ชำเลืองตามอง เธอไม่คิดจะช่วย คนตระกูลเหลียงนี่บ้ากันหมดทุกคนเลยหรือไง ? เธอไม่ช่วยหรอกนะ..........เสี่ยวอวี่ขนข้าวของทั้งหมดของเธอมาที่ห้องของซิงโจว จินซานกับอินซานต่างก็แต่งงานมีครอบครัว มีลูกกันแล้ว ห้องหลัก 2 ห้องที่อยู่ด้านหน้าจึงแบ่งให้ 2 ครอบครัวนี้อยู่ เดินออกทางประตูหลังของห้องหลักไป ก็จะเป็นห้องเล็ก 2 ห้องที่ด้านหลังบ้าน ซึ่งต่อเติมขึ้นมาภายหลังห้องหนึ่งเป็นห้องของเกาเฟิน อีกห้องเป็นของซิงโจว แม้ว่าห้องด้านหลังจะเล็กไปหน่อย แต่...มันก็ยังดีกว่าต้องนอนร่วมเตียงกับปัญญาชนคนอื่น ๆ ที่ห้องพักนั่น อีกอย่าง...ซิงโจวอยู่ที่นี่ อย

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 9 รู้เห็นทุกอย่าง

    วันนั้น...มีหมูป่าตัวหนึ่งวิ่งลงมาจากเขา วิ่งไปที่หน่วยผลิต 3 ของหมู่บ้านต้าเหอ มันพุ่งชนชาวบ้านบาดเจ็บ 2 คน ก่อนจะวิ่งไปเหยียบย่ำแปลงพืชผลเสียหายยับเยินไปทั้งแถบ ซิงโจวเป็นคนที่ชกหมูป่าตัวนั้นตายคาที่แล้วผู้ใหญ่บ้านก็ได้แบ่งเนื้อหมูป่าให้ทุกคน รวมถึงปัญญาชนคนอื่นๆ ด้วย ได้รับส่วนแบ่ง 4 ชั่ง ในบรรดาปัญญาชน เทียนตงกินเนื้อหมูป่าเยอะสุด หล่อนตกใจหันขวับไปดู พอเห็นซิงโจวยืนอยู่ข้างหลังทำหน้าขรึมอยู่ก็ยิ่งกลัวเทียนตงพึมพำกับตัวเองในใจ ไอ้โง่ซิงโจวชกหมูป่าทีเดียวตาย ไม่รู้ว่าเวลาโกรธจะฆ่าเธอไหมนะ ? หล่อนรีบหลบไปอยู่ข้างหลังพี่ใหญ่ ‘หลิวอวิ๋น’ ก่อนจะตอบกลับ“เสี่ยวอวี่ เธอนี่ใจร้ายจริง ๆ เลยนะ ฉันมาอยู่ที่นี่กับเธอสองปีแล้ว เธอกลับไม่ยอมแต่งงานกับพี่ชายฉันสักที”“นี่...ฉันจะบอกอะไรให้นะ ใครอยู่กับใคร ? เราทุกคนคือยุวปัญญาชนที่ทางการส่งมาปฏิบัติหน้าที่ที่นี่ ส่วนพี่ชายเธอน่ะ ฉันไม่สนใจหรอกนะ พี่ชายเธอมันโรคจิต ฉันยอมตายดีกว่าแต่งงานกับพี่ชายเธอ !!”“เธอกล้าว่าพี่ชายฉันเหรอ ? ฉันจะเขียนจดหมายไปฟ้องพี่ชายฉัน !!”“เอาเลย รีบเขียนจดหมายไปฟ้องตอนนี้เลย ฉันแต่งงานกับคนที่นี่แล้ว พี่ชายเธอจะทำอะไ

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 8 เป็นห่วง

    เสี่ยวอวี่เห็นซิงโจวกำลังเหม่อ เธอก็เขย่าแขนเขาเบา ๆ พลางเอ่ยว่า“คุณ ~ อาหารอยู่ในถ้วยของคุณ นั่นหมายความว่าเป็นของคุณแล้ว รีบกินได้แล้ว”ตั้งแต่เล็กจนโต เขาได้กินไข่ไก่นับครั้งได้ อยู่ที่สนามฝึกซ้อมมีคนอยู่หลายร้อยคน ข้าวโพดชุบแป้งทอดที่ขึ้นราอยู่ในตะกร้าไม้ถูกโยนลงมาจากข้างบน ใครแย่งได้ก็มีกิน ใครแย่งไม่ได้ก็อด ต่อมา...เมื่อผู้คนลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ ถึงจะได้กิน และตอนนั้นก็จะได้กินมันเทศ ไม่ก็ซาลาเปาแป้งสาลีกระทั่งเหลือเพียงไม่กี่สิบคน นาน ๆ ครั้งถึงจะได้ลิ้มรสไข่ไก่ แต่...ไข่ไก่นั้นก็ไม่ได้หอมอร่อยเหมือนตอนนี้ เสี่ยวอวี่บอกว่า ไข่ไก่อยู่ในถ้วยข้าวของเขาแล้ว นั่นก็หมายความว่าไข่ไก่นี้เป็นของเขา ซิงโจวจึงเริ่มคีบอาหารกิน ก้มหน้าก้มตากินข้าวที่หุงกับมันเทศซึ่งโปะเต็มไปด้วยไข่เจียวซิ่วห่าวมองด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยาม กิน กิน เอาแต่จะกินอย่างเดียว กินคนเดียวแต่เหมือนกินอยู่สองคน ไม่กลัวอาหารจะติดคอตายหรือไง ? ซิ่วห่าวเริ่มสงสัยขึ้นมาอีกครั้ง ไอ้โง่คนนี้น่ะมองยังไงก็ไม่เหมือนคนมีวาสนาใหญ่หลวงเลยสักนิด บางที...หล่อนอาจจะฟังผิดไปก็ได้หลังจากที่กินข้าวเสร็จ ซิ่วห่าวก็ได้หยิบเอาผ้ามาเช็ด

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 7 มีคนคิดร้าย

    เสี่ยวอวี่ถามด้วยความประหลาดใจว่า “พี่ใหญ่ ทำไมแม่ถึงรู้ว่ามีกลุ่มพวกค้ามนุษย์ด้วยล่ะคะ ?”จินซานเอ่ยตอบด้วยความซื่อตรง ตรงไปตรงมาว่า “ก็พี่สะใภ้รองของเธอน่ะสิ ฝันเห็น ฝันเห็นว่า...ว่าเธอตามกลุ่มพวกค้ามนุษย์ไปเพราะอยากจะขายฝูซิงให้กับคนพวกนั้น”เสี่ยวอวี่แอบคิดในใจ มือทองอยู่ที่พี่สะใภ้รองแน่ ๆ ดูเหมือนว่าพี่สะใภ้รองจะไม่อยากให้ซิงโจวแต่งงานสินะ คิดไปคิดมาก็อาจจะจริง ซิงโจวเก่งขนาดนั้น งานทุกอย่างในบ้านเขาเป็นคนทำหมด และยังทำแต้มแรงงานได้เยอะสุดในหน่วยผลิตด้วยขยันขันแข็ง พูดน้อย ไม่ใช้จ่ายอะไร ไม่สิ้นเปลือง ถ้าซิงโจวไม่แต่งงาน ก็ไม่ต่างอะไรกับแรงงานฟรีของตระกูลเย่ ตอนนี้...มีเธออยู่ตรงนี้แล้ว เธอจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมารังแกเขาอีก ระหว่างทางกลับ พวกเขาสองคนนั่งรถไถกลับไปที่หมู่บ้านเสี่ยวอวี่ได้ยินเสียงอึกทึกวุ่นวายดังมาจากหน้าบ้านตระกูลเย่แต่หน้าหมู่บ้านแล้ว เกาเฟินได้ยินลูกชายรองมาแจ้งข่าวแล้ว แต่...ในใจก็ยังไม่อยากเชื่อ ยังไงซะมันก็เป็นแค่ความฝัน ไม่เกิดขึ้นจริงหรอก เสี่ยวอวี่มาอยู่ชนบท 2 ปี สอนหนังสือมา 2 ปีเต็ม แม้แต่ไก่ก็ยังไม่กล้าฆ่า เธอคงไม่กล้าค้ามนุษย์หรอก“เสี่ยวอวี่ไม่มีทา

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 6 ยังไม่คุ้นเคย

    “เลือกผ้า” เขายังจำสิ่งที่แม่บอกเขาก่อนออกจากบ้านได้ ว่าให้พาเธอไปซื้อผ้ากลับมาตัดเสื้อผ้าชุดใหม่เสี่ยวอวี่ไม่ได้ขาดแคลนเสื้อผ้า พ่อแม่ของเธอเป็นคนชอบแต่งตัว ทุก ๆ ปี พ่อกับแม่จะคอยส่งเสื้อผ้าใหม่มาให้เธอใส่เสมอ ตรงกันข้าม ซิงโจวกลับขาดแคลนเสื้อผ้าใส่ เสื้อเชิ้ตแขนสั้นกับกางเกงผ้าสีดำที่ดูสะอาดสะอ้าน ไม่มีรอยปะใด ๆ ที่เขาใส่อยู่ตอนนี้ เป็นชุดเดียวที่ยังดูเรียบร้อยที่สุดของเขาปกติออกไปทำงานที่ทุ่งเขาไม่กล้าหยิบชุดนี้มาใส่ วันนี้...เขามาจดทะเบียนสมรสกับเธอถึงได้หยิบมาใส่ เสี่ยวอวี่กลับไม่มีคูปองผ้า เธอล้วงเอาลูกอมกำหนึ่ง ก่อนจะยื่นให้พนักงานขาย ก่อนจะเอ่ยถามว่ามีผ้าที่ไม่ต้องใช้คูปองซื้อขายไหม ? ผ้าที่ซื้อได้โดยไม่ต้องใช้คูปอง มักเป็นผ้าที่มีตำหนิ ราคาก็จะถูกกว่าหน่อย ปกติแล้ว ถ้าไม่รู้จักคนในร้าน ไม่มีทางซื้อได้เสี่ยวอวี่เป็นคนปากหวานช่างพูดช่างจาก เอ่ยชมพนักงานร้านไม่กี่คำก็ทำให้พนักงานขายอารมณ์ดีใจหยิบม้วนผ้ามาให้เธอเลือกอยู่หลายสี เธอเลือกผ้าสีเทากับสีดำมา ซื้อแค่ไม่กี่หลา หลังจากนั้น ก็ได้ซื้อเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันเพิ่มอีกไม่กี่อย่าง ซิงโจวเห็นผ้าที่เธอเลือกก็ขมวดคิ้วแน่นซิง

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 5 จดทะเบียนสมรส

    ซิ่วห่าวกลับไปที่ห้อง ก่อนจะเปิดตู้หยิบเอากล่องไม้เล็กมาดู สิ่งที่เห็นทำให้ซิ่วห่าวหน้าชาวูบ หยกที่เมื่อคืนยังเปล่งแสงระยิบระยับ ตอนนี้...กลับแตกละเอียดกลายเป็นผงสีขาวฟุ้ง เศษผงเกาะติดอยู่เต็มชุดเสื้อผ้าใหม่เพียงชุดเดียวของหล่อน ซิ่วห่าวรีบหยิบเอาเสื้อผ้าชุดนั้นออกมาปัด แต่...ยิ่งปัดก็ยิ่งเปรอะเปื้อนซิ่วห่าวกัดริมฝีปากแน่น พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ในใจกลับสั่นสะท้าน หยกที่แตกเป็นผงแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องดีแน่ มันเหมือนลางร้ายบอกเหตุบางอย่างที่กำลังจะมาถึง หล่อนเดินออกมาจากห้อง ก่อนจะเปรยกับแม่สามีด้วยน้ำเสียงแผ่ว ๆ ว่า“แม่ หนูว่าฝูซิงแต่งกับเสี่ยวอวี่ต้องไม่ดีแน่ ๆ แม่ก็รู้นี่คะ ปัญญาชนที่หมู่บ้านเรายื่นหนังสือกลับเมืองใหญ่กันหมดแล้ว เสี่ยวอวี่เองก็คงยื่นหนังสือกลับเมืองใหญ่แล้วเหมือนกัน ยังไง เสี่ยวอวี่ก็ต้องกลับเมืองใหญ่นะแม่”“ก็ดีน่ะสิ จะได้พาฝูซิงไปอยู่ที่นั่นด้วยเลย”“ไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกค่ะ ผู้หญิงอย่างเสี่ยวอวี่ไม่ชอบฝูซิงหรอก ไม่มีผู้หญิงคนไหนชอบคนโง่อย่างเขาหรอกแม่ แม่ดูปัญญาชนที่หมู่บ้านข้าง ๆ เราสิคะ เพราะอยากจะกลับเมืองใหญ่ ถึงกับทิ้งลูกตัวเอง ยังขอหย่ากับแม่ของลูกด้วย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status