Share

บทที่ 6 ยังไม่คุ้นเคย

last update Tanggal publikasi: 2026-03-09 22:08:41

“เลือกผ้า” เขายังจำสิ่งที่แม่บอกเขาก่อนออกจากบ้านได้ ว่าให้พาเธอไปซื้อผ้ากลับมาตัดเสื้อผ้าชุดใหม่

เสี่ยวอวี่ไม่ได้ขาดแคลนเสื้อผ้า พ่อแม่ของเธอเป็นคนชอบแต่งตัว ทุก ๆ ปี พ่อกับแม่จะคอยส่งเสื้อผ้าใหม่มาให้เธอใส่เสมอ ตรงกันข้าม ซิงโจวกลับขาดแคลนเสื้อผ้าใส่ เสื้อเชิ้ตแขนสั้นกับกางเกงผ้าสีดำที่ดูสะอาดสะอ้าน ไม่มีรอยปะใด ๆ ที่เขาใส่อยู่ตอนนี้ เป็นชุดเดียวที่ยังดูเรียบร้อยที่สุดของเขา

ปกติออกไปทำงานที่ทุ่งเขาไม่กล้าหยิบชุดนี้มาใส่ วันนี้...เขามาจดทะเบียนสมรสกับเธอถึงได้หยิบมาใส่ เสี่ยวอวี่กลับไม่มีคูปองผ้า เธอล้วงเอาลูกอมกำหนึ่ง ก่อนจะยื่นให้พนักงานขาย ก่อนจะเอ่ยถามว่ามีผ้าที่ไม่ต้องใช้คูปองซื้อขายไหม ? ผ้าที่ซื้อได้โดยไม่ต้องใช้คูปอง มักเป็นผ้าที่มีตำหนิ ราคาก็จะถูกกว่าหน่อย ปกติแล้ว ถ้าไม่รู้จักคนในร้าน ไม่มีทางซื้อได้

เสี่ยวอวี่เป็นคนปากหวานช่างพูดช่างจาก เอ่ยชมพนักงานร้านไม่กี่คำก็ทำให้พนักงานขายอารมณ์ดีใจหยิบม้วนผ้ามาให้เธอเลือกอยู่หลายสี เธอเลือกผ้าสีเทากับสีดำมา ซื้อแค่ไม่กี่หลา หลังจากนั้น ก็ได้ซื้อเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันเพิ่มอีกไม่กี่อย่าง ซิงโจวเห็นผ้าที่เธอเลือกก็ขมวดคิ้วแน่น

ซิงโจวแอบคิดในใจ ผ้าลายดอกไม้พวกนั้นเหมาะกับเธอมากกว่าสีมืดทึบพวกนี้เสียอีก ทว่า...ด้วยนิสัยและการฝึกฝนอย่างเข้มงวดมาตั้งแต่ยังเด็ก ทำให้เขาเติบโตขึ้นมาโดยรู้เพียงอย่างเดียวว่าต้องเชื่อฟังคำสั่งเท่านั้น ถ้าพูดมากเกินไป โทษเบาก็แค่ถูกทำโทษ โทษหนักถึงตาย

ซิงโจวก้มหน้าต่ำ เขาไม่อยากมองผ้าลายดอกไม้พวกนั้น เพราะกลัวจะถูกทำโทษ หลังจากที่ซื้อของทุกอย่างเสร็จ เสี่ยวอวี่ให้เขาเป็นคนถือของแทน ข้าง ๆ สหกรณ์คือร้านถ่ายรูป เธอไม่พูดอะไร จูงมือเขาเข้าไปในร้านถ่ายรูปทันที อยากจะถ่ายรูปในยุคนี้ไม่ยุ่งยากอะไรเลย เจ้าของร้านกดถ่ายครั้งเดียวก็เสร็จแล้ว

ซิงโจวไม่ชินเมื่อต้องใกล้ชิดกับคนอื่น เสี่ยวอวี่ชี้ไปที่รูปถ่ายหน้าร้าน ก่อนจะพูดกับเขาว่า

“ฝูซิง นั่งนิ่ง ๆ นะ รอหนึ่งอาทิตย์ รูปถ่ายของเราสองคนจะตั้งอยู่ที่หน้าร้าน ในอนาคต พอเราอายุมากขึ้น เราก็จะได้เห็นว่าตอนเรายังหนุ่มยังสาวเป็นยังไง”

เมื่อชาติที่แล้ว ตอนที่ถูกอาจารย์แทงทะลุหัวใจ อายุเขาเพิ่งจะ 20 และตอนนี้ เขาก็อายุ 20 เหมือนเดิม กฎหมายสมรสในยุคนี้ก็ยังไม่แก้ไข ผู้ชายอายุ 20 ส่วนผู้หญิงอายุ 18 ก็สามารถจดทะเบียนสมรสได้แล้ว เสี่ยวอวี่เมื่อก่อนป่วยเป็นโรคหัวใจมาตั้งแต่กำเนิด มีชีวิตอยู่ได้ไม่นานก็ต้องจากทุกคนไป

ชาตินี้...เธอได้มาอยู่ในร่างปราศจากโรคภัย ก็อยากจะใช้ชีวิตอยู่กับซิงโจวไปจนแก่เฒ่า จะพาเขามาถ่ายรูปที่นี่ทุกปี จะได้มีรูปเก็บไว้ดูตอนที่พวกเขาถึงวัยชรา ซิงโจวไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้ว่าถ่ายรูปคืออะไร สิ่งที่เขาเข้าใจคือ...

ทุกคนเรียกมันว่ากล้องถ่ายรูป ซึ่งเป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่สามารถบันทึกรูปร่างของมนุษย์ลงบนกระดาษพิเศษได้ คู่บ่าวสาวที่แต่งงานกันจะมาที่นี่ เพื่อบันทึกดวงวิญญาณของคนสองคนให้อยู่ในภาพถ่ายเดียวกัน ที่นี่ไม่เรียกว่าเหมือนยุคที่เขาจากมา แต่เรียกว่าแต่งงาน

อาจารย์ของเขาเคยกำชับว่า คนอย่างพวกเขาที่เป็นทหารพลีชีพหรือหน่วยตายแทนนั้น ห้ามมีอารมณ์ความรู้สึกอย่างเด็ดขาด ห้ามมีครอบครัวหรือสหายคนสนิท และห้ามมีพันธะผูกพันใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น เขาจึงไม่ได้รับอนุญาตให้แต่งงาน

ซิงโจวจำได้ว่า มีครั้งหนึ่งเขาเคยเก็บลูกสุนัขที่ได้รับบาดเจ็บมาได้ตัวหนึ่ง เขาเลี้ยงดูมันอย่างเงียบ ๆ คิดว่าจะไม่มีใครรู้เรื่องนี้ จนกระทั่งสุนัขตัวนั้นหายดี เขาก็เริ่มรู้สึกผูกพันกับมัน ทว่า...อาจารย์กลับลงมือจัดการสุนัขตัวนั้นต่อหน้าต่อเขาอย่างไร้ความปรานี

ร่างกำยำลุกพรวด สีหน้าของซิงโจวพลันซีดเผือด ก่อนจะรีบวิ่งออกจากร้านถ่ายรูปไป เจ้าของร้านยังไม่ทันจะได้กดถ่าย เห็นอย่างนั้นถึงกับทำตัวไม่ถูก จึงรีบเอ่ยถาม

“เขาเป็นอะไร ? ยังอยากถ่ายไหม ?”

“ต้องขอโทษด้วยนะพี่ เราไม่ถ่ายแล้วค่ะ” ขอโทษเจ้าของร้านเสร็จ เธอก็รีบวิ่งตามซิงโจวไป

ซิงโจวไม่ได้วิ่งไปไหนไกล เขาวิ่งออกมารอเธอที่หน้าร้าน เสี่ยวอวี่วิ่งตามมาก็เห็นพี่ชายคนโตของเขา ‘เย่จินซาน’ กำลังเดินมา สีหน้าแลดูเป็นกังวลมาก

“พี่ใหญ่ พี่มาทำอะไรที่นี่คะ ? ฉันกับฝูซิงกำลังจะกลับค่ะ” จินซานเห็นทั้งสองเดินออกมาจากร้านถ่ายรูปก็ประหลาดใจมาก เขาจึงเอ่ยถาม

“จดทะเบียนกันเสร็จแล้วเหรอ ?”

“เสร็จแล้วค่ะ” ว่าแล้ว...เสี่ยวอวี่ก็ได้ยื่นใบทะเบียนสมรสให้จินซานดู พอจินซานเห็นทะเบียนสมรสแล้ว เขาถึงรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย

“แล้ว...เรื่องพวกค้ามุนษย์อะไรนั่นเป็นยังไงกันแน่ ?” แม่บอกให้เขามาที่อำเภอให้มาตามหาน้องชาย

เขากับน้องชายอีกคน ‘เย่อินซาน’ รีบวิ่งไปที่บ้านผู้ใหญ่บ้านยืมจักรยานปั่นมาที่อำเภอทันที พอมาถึงที่อำเภอ เขาก็สอบถามไปทั่ว แต่...กลับได้ยินผู้คนพูดกันว่า วันนี้...มีเรื่องแปลกเกิดขึ้น มีเจ้าสาวคนหนึ่งคิดอยากจะขายสามีโง่ๆ ของตัวเองให้กับกลุ่มพวกค้ามนุษย์

นอกเหนือจากนี้ก็ไม่มีใครรู้รายละเอียดอะไรเพิ่มเติมอีก อินซานกลัวมาก จึงปั่นจักรยานกลับไปรายงานแม่ จินซานอยู่ที่อำเภอเพื่อสืบถามต่อ หาทางอยู่นานกว่าจะหาสถานีตำรวจเจอ ตำรวจที่สถานีบอกว่า คู่สามีภรรยาหนุ่มสาวคู่นั้นพากลุ่มพวกค้ามนุษย์มาที่นี่แล้ว พอจัดการทุกอย่างเสร็จ ก็ได้ไปจดทะเบียนสมรสกันแล้ว

ตำรวจบอกให้เขาไปตามหาที่สำนักงานกิจการพลเรือนดู มาถึงสำนักงานกิจการพลเรือนก็ไม่เจอใครเลย พอเดินออกมาข้างนอกก็เจอพวกเขาอยู่ตรงหน้าร้านถ่ายรูปพอดี

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทส่งท้าย ความสุขและรอยยิ้ม

    วันรุ่งขึ้น ซิงโจวกลับไปที่ศาลเจ้าอีกครั้ง เขาเห็นแค่ร่างของเหลียงฝูที่นอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้น ร่างของเหลียงฝูเริ่มแข็งตัวแล้ว คาดคะเนเวลาที่เสียชีวิต เหลียงฝูคงมาที่นี่หลังจากที่พวกเขาออกไปจากที่นี่ ไม่รู้ว่าวิญญาณของเหลียงฝูนั้นล่องลอยไปอยู่ที่ไหน ซิงโจวเดินออกมาจากตรงนั้นอย่างเงียบ ๆสามวันต่อมา ชาวบ้านก็ได้พบศพของเหลียงฝูที่ศาลเจ้า ก็รีบลงจากเขาไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจก็รีบไปหาครอบครัวเหลียงเพื่อสอบถามดู เทียนตงร้องไห้ฟูมฟาย บอกว่าตนไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้ว่าพี่ชายไปทำอะไรอยู่ที่ศาลเจ้านั่น ในใจของเทียนตนแม้จะรู้สึกเศร้าโศก แต่...หล่อนกลับรู้สึกโล่งอกมากกว่า ในที่สุด...ก็ไม่มีใครบังคับให้หล่อนอยู่ที่ลั่วเฉิงอีกต่อไปคนเป็น ๆ หายตัวไป เสี่ยวอวี่อยากจะแจ้งความคนหาย เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ก่อนหน้านี้เธอได้เตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว พนักงานในร้านก็เป็นพยานว่าเถ้าแก่เนี้ยเกาเดินทางไปดูที่ทำเลเพื่อขยายสาขาร้านบะหมี่ เหตุผลนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สงสัยอะไร ทั้งครอบครัวต่างก็โศกเศร้าแต่...มีแค่ซิงโจวกับเสี่ยวอวี่เท่านั้นที่รู้ความจริงว่าเรื่องราวเป็นมายังไง แต่...พวกเขาก็ยังคงกังวล กังว

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 90 ต้องไปแล้ว

    แต่...เกาเฟินยังห่วงทุกคนที่อยู่ที่นี่อยู่ จึงพูดกับทุกคนว่า “แต่ว่า...อวี่เอ๋อร์กำลังท้องอยู่ แม่อยากจะกลับไปคิดดูอีกที”“จะคิดอะไรอีกเล่า ทางนี้ไม่มีอะไรให้ลูกต้องห่วงเลยอาเฟิน แม่ยังแข็งแรงดี ร่างกายแม่ดีกว่าเมื่อก่อนมากแล้ว แม่ดูแลหลานกับเหลนของแม่ได้สบาย ลูกลองคิดดูสิอาเฟิน อาจิ่งอยู่ที่นั่นคนเดียวน่าสงสารแค่ไหน อาจิ่งเฝ้ารอลูกอยู่ตลอดเวลา แม่จะบอกอะไรให้นะ แม่รู้จักลูกชายของแม่ดี ถึงแม้จะอยู่ที่อื่นอยู่บนโลกนี้ เรื่องความรักน่ะ อาจิ่งรักใครรักจริง รักฝังใจไม่แบ่งใจให้ผู้หญิงคนอื่นหรอก ถ้าลูกไม่ยอมไปอยู่กับอาจิ่งที่นั่น ลูกชายแม่จะต้องเสียใจมากแน่ ๆ เกิดในอนาคตอวี่เอ๋อร์ไม่ฝันถึงอาจิ่งอีกจะทำยังไง ? เราก็จะไม่รู้ว่าอาจิ่งจะใช้ชีวิตต่อจากนี้ยังไง ? ถึงตอนนั้นลูกต้องเสียใจมากแน่ ๆ อาเฟิน เชื่อแม่เถอะนะ ไปอยู่กับอาจิ่งที่นั่นเถอะ ฝากดูแลอาจิ่งแทนแม่ด้วย”คำพูดของย่าโจวได้ปัดเป่าความลังเลสุดท้ายของเกาเฟินออกไปจนหมดสิ้น สุดท้าย...เกาเฟินก็ตัดสินใจที่จะไปอยู่กับหวงจิ่งที่นั่น..........เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เสี่ยวอวี่ใกล้คลอดแล้ว ซิงโจวจึงรีบพาเธอมาที่โรงพยาบาล ไม่นาน...พี่ชายกับพี่ส

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 89 เบาะแสสำคัญ

    เกาเฟินพาเสี่ยวอวี่กลับมาพักที่บ้าน ไม่ลืมกำชับให้พักผ่อนเยอะ ๆ ร่างกายจะได้แข็งแรง จากนั้น...ก็โทรศัพท์ไปที่ทีมโบราณคดีบอกให้ซิงโจวรีบกลับมาที่บ้าน เกาเฟินไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปแจ้งข่าวดีให้กับย่าโจวด้วย พอวางสายจากย่าโจว กำลังหมุนตัวจะกลับออกไปก็บังเอิญนึกได้ว่ายังไม่ได้โทรไปแจ้งข่าวดีให้กับพี่ชายกับพี่สะใภ้ของลูกสะใภ้ทราบด้วยซิงโจวทราบข่าวก็รีบตรงดิ่งมาที่บ้านทันที พอมาถึงเขาก็เห็นเสี่ยวอวี่กำลังนั่งอาบแดดอยู่บนเก้าอี้เอน เขาเดินไปนั่งยอง ๆ ลงตรงหน้าเธอ ก่อนจะเอาหูแนบท้องแบนราบของเธอ หวังอยากจะได้ยินเสียงหัวใจดวงน้อย ๆ สักหน่อย“คุณ ~ ตอนนี้ยังไม่ได้ยินเสียงหัวใจลูกหรอกค่ะ”“ผมได้ยินเสียงหัวใจคุณแล้ว มันแตกต่างจากปกติมาก”“คุณนี่จริง ๆ เลยนะ ฉันท้อง ก็ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดา” เสี่ยวอวี่ดึงเก้าอี้เล็ก ๆ มาให้เขานั่ง พลางพูดกับเขาว่า“วันนี้...ฉันเดินผ่านสหกรณ์ บังเอิญได้ยินเทียนตงคุยโทรศัพท์กับเหลียงฝู ฉันว่าเหลียงฝูต้องเดาออกแน่ ๆ เลยค่ะ ว่ากุนซือข้างกายองค์ชายสิบเอ็ดคือพ่อของคุณที่ทะลุมิติไปอยู่ที่นั่น”ซิงโจวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกให้เธอพักผ่อนไม่ต้องคิดมาก เขาจะจัดการเรื่องนี้

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 88 เจ้าตัวน้อยมาแล้ว

    เสี่ยวอวี่ตื่นขึ้นมารู้สึกร่างกายอ่อนเปลี้ยเพลียแรงจนไม่อยากลุกไปไหน นึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่อลหม่านกันเกือบทั้งคืน เธอก็รีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคุมร่างไว้มิดชิดด้วยความเขินอาย ไม่ได้ลุกไปกินข้าว แม่สามีก็ไม่ได้มารบกวนเธอ ใกล้เที่ยง...ซิงโจวก็ได้นำมันเผาหอมกรุ่นเข้ามาให้“อวี่เอ๋อร์ คุณบ่นว่าอยากกินมันเผาไม่ใช่เหรอ ?” ทั้งสองมองหน้ากันแล้วอมยิ้มเสี่ยวอวี่รีบลุกจากเตียงไปล้างหน้าแปรงฟันเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วทั้งสองก็ไปนั่งกินมันเผาด้วยกันใต้ชายคาบ้าน ซิงโจวแอบหยิกแก้มขาวนวลเธอเบา ๆ ด้วย เกาเฟินยืนมองอยู่ข้างหลังพลางอมยิ้มไปด้วย แค่นี้จริง ๆ ที่ตนอยากจะเห็น ยืนมองอยู่ครู่หนึ่งก็หมุนตัวเดินกลับเข้าครัวไปทำอาหารกลางวันต่อก่อนหน้านี้ซิงโจวกับเสี่ยวอวี่ก็ดีต่อกัน แต่...รู้สึกว่ามันยังมีช่องว่างบางอย่างอยู่ระหว่างลูก ๆ สองคน ตอนนี้...ทุกอย่างราบรื่น ดีทุกอย่าง ลูกทั้งสองเข้าหอกันแล้ว ความสัมพันธ์ก็ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นไปอีก มื้อเที่ยงวันนี้ ตนต้องทำอาหารอร่อย ๆ บำรุงลูกทั้งสองสักหน่อยแล้วในช่วงเดือนอ้าย เสี่ยวอวี่กลับไปที่เมืองหยุนซินไปเยี่ยมพี่ชายกับพี่สะใภ้ เธอถามพี่สะใภ้ว่าอยากจะเปิดร้านบะหมี่เกาจี้

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 87 ได้เข้าหอสักที

    เกาเฟินสับเนื้อหมูติดมันติดเนื้อให้ละเอียด เทเครื่องเทศลงไป นวดกับแป้งแล้วปั้นเป็นลูกชิ้น เถาฮวาก่อไฟในครัวอุ่นน้ำมันในกระทะ เกาเฟินปั้นลูกชิ้นไปพลางพูดไปด้วยว่า“หาเงินไว้เยอะ ๆ แล้วซื้อบ้านในเมืองสักหลัง ซื้อบ้านไว้ไม่ขาดทุนหรอก ดีที่สุดคือซื้อในเมืองใหญ่ ต้นไม้ย้ายที่ก็รอด คนย้ายที่ก็จะรุ่งเรือง อย่าไปกลัว ก็แค่ย้ายบ้านไปเปิดร้านบะหมี่ในเมืองเอง”“ค่ะแม่ ฉันจะเชื่อฟังแม่” หลังจากที่คืนเงินให้แม่เสร็จ เถาฮวาก็กลับบ้านไป ระหว่างทาง ก็เจอกับซิ่วห่าว“พี่ไปหาแม่มาเหรอ ?”“อืม พี่เอาเงินทุนไปคืนแม่น่ะ”“แม่รับเงินนั่นจริง ๆ เหรอ ?” แม่สามีมีร้านที่ลั่วเฉิง มีร้านที่ปักกิ่ง มีบ้านไม่รู้กี่หลัง หลายปีมานี้แม่สามีหาเงินได้เยอะมากแน่ ๆ เงินทุนให้ลูกชายยืมไปตั้งตัว ทำไมต้องเอาคืนด้วยก็ไม่รู้“ทำไมจะไม่รับล่ะ ?” เถาฮวาคลี่ยิ้ม แล้วจงใจพูดเสียงดังว่า“ตอนนั้น...เราเขียนสัญญากู้ยืมนี่นา ปีนี้...เราทั้งสองครอบครัวหาเงินได้ไม่น้อยเลยนะ บ้านเธอไม่ถึงกับจ่ายไม่ไหวหรอกมั้ง ใกล้ตรุษจีนแล้ว อย่าทำให้แม่โกรธเลยนะ”อินซานเตรียมเอาเงินไปคืนให้แม่เหมือนกัน ปีนี้...ร้านบะหมี่ของเขาที่สถานีรถไฟหาเงินได้ไม่น

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 86 ตามติดยิ่งกว่าปลิง

    เทียนตงกลับบ้านไปหาเหลียงฝู หลายปีมานี้ กลอุบายของพี่ชายเหี้ยมโหดขึ้นเรื่อย ๆ ปีที่แล้วก็ได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงงาน แล้วหล่อนก็ได้เล่าให้พี่ชายฟังว่า ร้านอาหารเล็ก ๆ ของเสี่ยวอวี่ทำเงินได้มาก แต่…พี่ชายก็ไม่ได้รังเกียจที่เสี่ยวอวี่ทำมาค้าขาย และเสี่ยวอวี่ยังขยายร้านอีกหลายแห่ง ทำเงินไม่น้อยเลย หลายปีมานี้ พี่ชายก็คอยดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย แต่…หล่อนไม่อยากไปฝึกงานที่ลั่วเฉิงจริง ๆ“พี่ พี่อยากให้ฉันไปที่ลั่วเฉิงจริง ๆ เหรอ ? มันคุ้มค่าเหรอ ? ตอนนี้…ฝูซิงมีฐานะร่ำรวยแล้ว หาเงินได้เยอะกว่าเราเสียอีก เสี่ยวอวี่ไม่หย่ากับเขาหรอกค่ะ”เหลียงฝูหัวเราะ ชาติที่แล้วหลังจากตัดสินใจติดตามองค์ชายสาม เพื่อสร้างชื่อเสียงและอำนาจ เขาไม่เคยกลัวหรือหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อยทตอนนี้ก็เช่นกัน เขายังคงรักผู้หญิงที่ยื่นข้าวกล่องให้เขากินในยามที่เขาลำบากยากจนที่สุด ต่อให้ต้องตายก็จะไม่ปล่อยมือเธอเด็ดขาด“คนเราต้องมีเป้าหมาย เมื่อกำหนดเป้าหมายแล้วจะละทิ้งความตั้งใจไม่ได้ เพราะถ้าสูญเสียเป้าหมายไป ชีวิตก็ไร้ความหมาย”เทียนตงรู้ว่าเป้าหมายที่พี่ชายพูดถึงก็คือเสี่ยวอวี่ แต่…หล่อนก็ไม่เข้าใจอยู่ดี พี่ชายหล่อนมีทุกอย

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 4 หยกวิเศษ

    “คุณตำรวจคะ ฉันกับฝูซิงรีบไปจดทะเบียนสมรสค่ะ พวกเรา...ไปได้หรือยังคะ ?”เจ้าหน้าที่ตำรวจหัวเราะเบา ๆ พลางพยักหน้า ก่อนจะเอ่ยกำชับเสี่ยวอวี่ว่า“รีบไปเถอะ แต่...ครั้งหน้าถ้าเจอคนแปลกหน้าอีก อย่าไว้ใจพวกเขา เข้าใจไหม ?”เจ้าหน้าที่ตำรวจมองทั้งคู่ด้วยสายตาอบอุ่นแฝงความเอ็นดู สาวน้อยหน้าตาน่ารักกับหนุ่

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 3 คนแปลกประหลาด

    เสี่ยวอวี่คิดในใจ ซิงโจวเพิ่งหลุดมาจากยุคโบราณได้ไม่นาน เขายังคงพยายามปรับตัวให้เข้ากับโลกใหม่นี้อยู่ ตอนนี้…เขามาจากอดีต ส่วนเธอ...มาจากอนาคต ศตวรรษที่ 21 ในชีวิตก่อน เสี่ยวอวี่เป็นหญิงสาวที่เกิดมาพร้อมโรคหัวใจร้ายแรง หมอบอกว่าเธออาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 25 ปี ยิ่งช่วงหลัง ๆ ความฝันประหลาดนั้นยิ่ง

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 2 เขาเท่านั้นที่จะช่วยเธอได้

    ซิงโจวเป็นคนที่มีภาวะบกพร่องด้านการสื่อสาร หรือที่ในยุคปัจจุบันเรียกกันว่า…ออทิสติก แต่…ในขณะเดียวกัน เขาก็มีพรสวรรค์พิเศษระดับอัจฉริยะ ความสามารถทางการเรียนรู้ของเขาเกินกว่าคนทั่วไปหลายเท่าในยุคสมัยของเขา การฝึกฝนเป็นเรื่องโหดร้ายถึงขั้นเอาชีวิตเข้าแลก เขาไม่เคยพูดคุยกับใครนอกจากอาจารย์ที่ฝึกเขา

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 1 ฝันที่กลายเป็นจริง

    เมื่อคืน…ก่อนนอน ‘เซี่ยเสี่ยวอวี่’ ตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอน 6 โมงเช้า แต่…เสียงปลุกกลับไม่ดัง เธอถูกแรงเขย่าของใครคนหนึ่งปลุกให้ตื่น หญิงวัยกลางคนตรงหน้า ใบหน้าแหลม ดวงตาคมเรียว ดูท่าทางค่อนข้างเฉียบกราด แนะนำตัวเองด้วยเสียงห้วนว่า“ฉันชื่อ ‘หวังสี่เนียง’ ผู้ชายที่เธอพามานั่นมันโง่ เอาไปขายให้เหมืองถ่า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status