Share

บทที่ 7 มีคนคิดร้าย

last update Last Updated: 2026-03-09 22:08:54

เสี่ยวอวี่ถามด้วยความประหลาดใจว่า “พี่ใหญ่ ทำไมแม่ถึงรู้ว่ามีกลุ่มพวกค้ามนุษย์ด้วยล่ะคะ ?”

จินซานเอ่ยตอบด้วยความซื่อตรง ตรงไปตรงมาว่า “ก็พี่สะใภ้รองของเธอน่ะสิ ฝันเห็น ฝันเห็นว่า...ว่าเธอตามกลุ่มพวกค้ามนุษย์ไปเพราะอยากจะขายฝูซิงให้กับคนพวกนั้น”

เสี่ยวอวี่แอบคิดในใจ มือทองอยู่ที่พี่สะใภ้รองแน่ ๆ ดูเหมือนว่าพี่สะใภ้รองจะไม่อยากให้ซิงโจวแต่งงานสินะ คิดไปคิดมาก็อาจจะจริง ซิงโจวเก่งขนาดนั้น งานทุกอย่างในบ้านเขาเป็นคนทำหมด และยังทำแต้มแรงงานได้เยอะสุดในหน่วยผลิตด้วย

ขยันขันแข็ง พูดน้อย ไม่ใช้จ่ายอะไร ไม่สิ้นเปลือง ถ้าซิงโจวไม่แต่งงาน ก็ไม่ต่างอะไรกับแรงงานฟรีของตระกูลเย่ ตอนนี้...มีเธออยู่ตรงนี้แล้ว เธอจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมารังแกเขาอีก ระหว่างทางกลับ พวกเขาสองคนนั่งรถไถกลับไปที่หมู่บ้าน

เสี่ยวอวี่ได้ยินเสียงอึกทึกวุ่นวายดังมาจากหน้าบ้านตระกูลเย่แต่หน้าหมู่บ้านแล้ว เกาเฟินได้ยินลูกชายรองมาแจ้งข่าวแล้ว แต่...ในใจก็ยังไม่อยากเชื่อ ยังไงซะมันก็เป็นแค่ความฝัน ไม่เกิดขึ้นจริงหรอก เสี่ยวอวี่มาอยู่ชนบท 2 ปี สอนหนังสือมา 2 ปีเต็ม แม้แต่ไก่ก็ยังไม่กล้าฆ่า เธอคงไม่กล้าค้ามนุษย์หรอก

“เสี่ยวอวี่ไม่มีทางทำอย่างนั้นหรอก” แต่...สำหรับซิ่วห่าวแล้ว หล่อนกลับคิดว่า เสี่ยวอวี่ได้ไปตามหาพวกกลุ่มค้ามนุษย์แล้วจริงๆ ซึ่งแสดงว่าคำพูดของหยกนั้นเป็นเรื่องจริง

ซิงโจวมีวาสนาใหญ่หลวง เขาไม่เป็นอะไรเลย แต่...เสี่ยว อวี่กลับถูกพวกค้ามนุษย์จับตัวไป ถ้าเป็นอย่างนั้น ซิงโจวก็จะเป็นของบ้านตระกูลเย่ตลอดไป ซิ่วห่าวเอ่ยขึ้นว่า

“แม่คะ ในความฝันของหนู ฝูซิงไม่เป็นอะไรเลย มีแต่เสี่ยว อวี่ที่น่าสงสาร ถูกพวกค้ามนุษย์จับตัวไป ถือเป็นการรับกรรมที่คิดจะขายฝูซิงของเรา”

ทันทีที่พูดจบ เสียงหวานๆ ของเสี่ยวอวี่ก็ดังมาจากคันนา พร้อมกับความร่าเริงว่า

“แม่คะ หนูกับฝูซิงจดทะเบียนสมรสกันเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ”

พวกเขาสองคนจดทะเบียนสมรสกันเสร็จก็กลับมาที่หมู่บ้าน ผู้คนที่มารวมตัวกันดูความวุ่นวายก็พากันสลายตัวไป สรุปแล้วมันก็เป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดกัน เพื่อนบ้านที่ชื่อ ‘ฮวาจือ หลาน’ ซึ่งเมื่อก่อนเคยทะเลาะเรื่องไข่ไก่กับซิ่วห่าวมาก่อนก็เบะปากพูดกับเกาเฟินว่า

“กลางวันคิดอะไรอยู่ กลางคืนก็จะฝันถึงสิ่งนั้นน่ะสิ นี่ป้า...ดูท่า ลูกสะใภ้รองของป้าไม่อยากให้ฝูซิงแต่งงานจริง ๆ สินะ” ซิ่วห่าวสวนกลับไปว่า

“เธอ !! พูดจาเหลวไหล !! อย่ามาทำลายความสัมพันธ์ในครอบครัวฉันนะ !!”

เกาเฟินจ้องหน้าลูกสะใภ้รองเขม็ง ก่อนจะตวาดเสียงดังลั่นว่า

“เงียบ ! รีบไปอุ่นกับข้าวซะ !” อาหารเย็นชืดหมดแล้ว แต่...ไข่เจียวที่แม่สามีทำก็ยังหอมน่ากินอยู่

บ้านตระกูลเย่มีปากท้องมากกว่า 10 ข้าวสารไม่พอกิน จึงต้องผสมมันเทศลงไปหุงกับข้าวเพิ่ม ในความฝัน เสี่ยวอวี่รู้ดีว่าบ้านเย่ใช้ชีวิตกันยังไง เธอรู้จักทุกคนดี ทำให้รับมือกับสถานการณ์ในตอนนี้ได้

“แม่คะ ไข่เจียวหอมมากเลยค่ะ”

“อยากกินก็รีบไปกินเถอะ วันนี้หนูกับฝูซิงไปจดทะเบียนสมรสกันมา แม่ถึงได้ทำเมนูนั้นเพิ่มให้หนูกิน” เกาเฟินเอ่ยบอกด้วยสีหน้าจริงจัง

“แม่ดีกับหนูที่สุดเลยค่ะ” เสี่ยวอวี่ฉีกยิ้มหวาน เกาเฟินแอบคิดในใจ ตนไม่ได้ดีอะไรเลย

ไม่มีค่าสินสอดให้ ไม่ได้จัดงานแต่ง มีแค่ไข่เจียวจานเล็ก ๆ เสี่ยวอวี่กลับรู้สึกดีใจมีความสุขอย่างนั้นเหรอ ? ลูกชายกับลูกสะใภ้ตนนี่ ไร้เดียงสากันทั้งคู่ เกิดวันใดวันนึงตนจากโลกใบนี้ไป ไม่มีคนคอยปกป้องอีก จะไม่ถูกพวกพี่ชายกับพี่สะใภ้รังแกจนตายไปเลยเหรอ ?

ซิงโจวก้มหน้าเงียบ ไม่พูดอะไรสักคำ แล้วก็ไม่หยิบตะเกียบขึ้นมาคีบอาหารด้วย แม้ข้าวจะเต็มถ้วย แต่...ในถ้วยข้าวของเขากลับมีแต่มันเทศ ดูเยอะกว่าเมล็ดข้าวเสียอีก พอคีบ ๆ คุ้ย ๆ ดูไปสองสามตะเกียบ เห็นข้างล่างมีแต่มันเทศเต็มไปหมด ส่วนถ้วยข้าวของพี่ชายใหญ่กับพี่ชายรองนั้น มีข้าวกว่าครึ่งถ้วย

ซึ่ง...เป็นฝีมือของซิ่วห่าว หล่อนเป็นคนตักข้าวนี้ให้ซิงโจว แค่นี้ก็รู้แล้วว่าซิ่วห่าวตั้งใจรังแกสามีเธอชัด ๆ เสี่ยวอวี่ไม่สนใจ รีบหยิบเอาจานไข่เจียวขึ้นมา แล้วแบ่งไข่เจียวครึ่งหนึ่งคีบใส่ในถ้วยของซิงโจว ส่วนไข่ที่เหลือ เธอได้แบ่งให้เด็ก ๆ คนละนิดละหน่อย ไข่เจียวหนึ่งจานถูกแบ่งจนหมดเกลี้ยง

ซิ่วห่าวไม่พอใจมาก เพราะบนโต๊ะอาหารมีแค่จานไข่เจียวที่เป็นของคาวที่อร่อยที่สุด หล่อนไม่ได้กินไข่ไก่มาเดือนกว่าแล้ว ด้วยความไม่พอใจ ซิ่วห่าวจึงหันไปพูดกับแม่สามีว่า

“แม่คะ เสี่ยวอวี่กินไข่เจียวคนเดียวหมดเลย ยังไม่มีใครได้กินเลยนะคะ”

“แม่บอกแล้วไม่ใช่เหรอ ? เพราะวันนี้ฉันกับฝูซิงเพิ่งไปจดทะเบียนสมรสกันมา และไข่เจียวนี่คืออาหารที่แม่ทำให้ฉันกับฝูเซิงกิน ไม่เห็นหรือไงว่าฉันแบ่งไข่เจียวให้ต้าจู้ เอ้อร์จู้ แล้วก็เสี่ยวเอ้อร์ด้วยน่ะ พี่โตแล้ว อย่าบอกนะว่าพี่จะแย่งไข่เจียวเด็ก ๆ กิน”

ซิ่วห่าวแอบบ่นในใจ แล้วทำไมซิงโจวถึงได้กินไข่เจียวตั้งครึ่งจาน ซิงโจวหยุดชะงักไป ไข่เจียวครึ่งจานอยู่ในถ้วยของเขากองพูน เขายังไม่ได้คีบกินแม้แต่คำเดียว เอาแต่ก้มหน้าจ้องมองไข่เจียวในถ้วยข้าวอยู่แบบนั้น เพราะนำไข่เจียวมาอุ่นซ้ำ ต้นหอมที่โรยอยู่ข้างบนจึงเหี่ยวไป แต่...กลิ่นหอมก็ยังคงหอมฟุ้งชวนให้น้ำลายไหล

เกาเฟินเห็นอย่างนั้นรู้สึกปวดร้าวในใจ ลูกชายโง่ของตนเอาแต่ก้มหน้าก้มตาทำงาน ไม่เคยได้กินของดีๆ เลยสักครั้ง เกาเฟินหันไปมองซิ่วห่าว ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า

“ก็แค่ไข่เจียวเอง จะอะไรนักหนา ทุกคนก็เคยกินกันแล้วไม่ใช่เหรอ ?” อินซานหยิกที่ขาภรรยาทีหนึ่ง ก่อนจะพูดกับภรรยาว่า

“รีบกินข้าวเถอะ เดี๋ยวจะไปทำงานไม่ทัน” ตอนนี้...ยังอยู่ในช่วงระบบส่วนรวม กำหนดเวลาพักทานข้าวกลางวันชัดเจน ใครกินช้าแล้วไปทำงานไม่ทัน หัวหน้าหน่วยผลิตจะหักแต้มแรงงานของคนคนนั้น

เสี่ยวอวี่กินข้าวที่หุงกับมันเทศไปพลางคิดไปพลางว่า วัตถุดิบที่นี่สะอาดปราศจากสารเคมี กินแล้วก็รู้สึกหอมอร่อยดี แต่...ถ้าให้กินอาหารที่ไม่ใช้น้ำมันทอดแบบนี้ทุกวัน คนเราจะทนได้ยังไงกัน

ตอนนี้...เข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว ชายหญิงต่างก็ต้องใช้แรงงานหนักกลางทุ่งกันทั้งนั้น เนื้อสัตว์ก็ไม่มี ไข่ไก่ถือว่าเป็นอาหารที่แพงที่สุดแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 10 ย้ายมาอยู่ด้วยกัน

    เสี่ยวอวี่หันไปพูดกับหลิวอวิ๋นว่า “พี่หลิว งูน้ำน่ะไม่มีพิษหรอกค่ะ หาไม้มาเขี่ยมันออกไปข้างนอกนะ แล้วซื้อยาไล่แมลงมาโรยรอบ ๆ งูก็ไม่เลื้อยเข้ามาแล้ว”“ได้ ๆ เดี๋ยวพี่จะรีบไปซื้อ” หลิวอวิ๋นเข็นจักรยานออกไป แล้วหันมาพูดกับเทียนตงว่า“รีบเอางูนั่นไปปล่อยนะ เอาไปปล่อยไกล ๆ เลย อย่าให้มันฟื้นล่ะ เดี๋ยวจะหาไม่เจอ ระวังมันจะมุดเข้าไปอยู่ในผ้าห่มเธอนะเทียนตง” เทียนตงได้ยินอย่างนั้นก็เกือบปล่อยโฮ“ฉันกลัว เสี่ยวอวี่ เธอบอกไอ้โง่ของเธอนำงูตัวนี้ไปทิ้งที” เสี่ยวอวี่ชำเลืองตามอง เธอไม่คิดจะช่วย คนตระกูลเหลียงนี่บ้ากันหมดทุกคนเลยหรือไง ? เธอไม่ช่วยหรอกนะ..........เสี่ยวอวี่ขนข้าวของทั้งหมดของเธอมาที่ห้องของซิงโจว จินซานกับอินซานต่างก็แต่งงานมีครอบครัว มีลูกกันแล้ว ห้องหลัก 2 ห้องที่อยู่ด้านหน้าจึงแบ่งให้ 2 ครอบครัวนี้อยู่ เดินออกทางประตูหลังของห้องหลักไป ก็จะเป็นห้องเล็ก 2 ห้องที่ด้านหลังบ้าน ซึ่งต่อเติมขึ้นมาภายหลังห้องหนึ่งเป็นห้องของเกาเฟิน อีกห้องเป็นของซิงโจว แม้ว่าห้องด้านหลังจะเล็กไปหน่อย แต่...มันก็ยังดีกว่าต้องนอนร่วมเตียงกับปัญญาชนคนอื่น ๆ ที่ห้องพักนั่น อีกอย่าง...ซิงโจวอยู่ที่นี่ อย

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 9 รู้เห็นทุกอย่าง

    วันนั้น...มีหมูป่าตัวหนึ่งวิ่งลงมาจากเขา วิ่งไปที่หน่วยผลิต 3 ของหมู่บ้านต้าเหอ มันพุ่งชนชาวบ้านบาดเจ็บ 2 คน ก่อนจะวิ่งไปเหยียบย่ำแปลงพืชผลเสียหายยับเยินไปทั้งแถบ ซิงโจวเป็นคนที่ชกหมูป่าตัวนั้นตายคาที่แล้วผู้ใหญ่บ้านก็ได้แบ่งเนื้อหมูป่าให้ทุกคน รวมถึงปัญญาชนคนอื่นๆ ด้วย ได้รับส่วนแบ่ง 4 ชั่ง ในบรรดาปัญญาชน เทียนตงกินเนื้อหมูป่าเยอะสุด หล่อนตกใจหันขวับไปดู พอเห็นซิงโจวยืนอยู่ข้างหลังทำหน้าขรึมอยู่ก็ยิ่งกลัวเทียนตงพึมพำกับตัวเองในใจ ไอ้โง่ซิงโจวชกหมูป่าทีเดียวตาย ไม่รู้ว่าเวลาโกรธจะฆ่าเธอไหมนะ ? หล่อนรีบหลบไปอยู่ข้างหลังพี่ใหญ่ ‘หลิวอวิ๋น’ ก่อนจะตอบกลับ“เสี่ยวอวี่ เธอนี่ใจร้ายจริง ๆ เลยนะ ฉันมาอยู่ที่นี่กับเธอสองปีแล้ว เธอกลับไม่ยอมแต่งงานกับพี่ชายฉันสักที”“นี่...ฉันจะบอกอะไรให้นะ ใครอยู่กับใคร ? เราทุกคนคือยุวปัญญาชนที่ทางการส่งมาปฏิบัติหน้าที่ที่นี่ ส่วนพี่ชายเธอน่ะ ฉันไม่สนใจหรอกนะ พี่ชายเธอมันโรคจิต ฉันยอมตายดีกว่าแต่งงานกับพี่ชายเธอ !!”“เธอกล้าว่าพี่ชายฉันเหรอ ? ฉันจะเขียนจดหมายไปฟ้องพี่ชายฉัน !!”“เอาเลย รีบเขียนจดหมายไปฟ้องตอนนี้เลย ฉันแต่งงานกับคนที่นี่แล้ว พี่ชายเธอจะทำอะไ

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 8 เป็นห่วง

    เสี่ยวอวี่เห็นซิงโจวกำลังเหม่อ เธอก็เขย่าแขนเขาเบา ๆ พลางเอ่ยว่า“คุณ ~ อาหารอยู่ในถ้วยของคุณ นั่นหมายความว่าเป็นของคุณแล้ว รีบกินได้แล้ว”ตั้งแต่เล็กจนโต เขาได้กินไข่ไก่นับครั้งได้ อยู่ที่สนามฝึกซ้อมมีคนอยู่หลายร้อยคน ข้าวโพดชุบแป้งทอดที่ขึ้นราอยู่ในตะกร้าไม้ถูกโยนลงมาจากข้างบน ใครแย่งได้ก็มีกิน ใครแย่งไม่ได้ก็อด ต่อมา...เมื่อผู้คนลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ ถึงจะได้กิน และตอนนั้นก็จะได้กินมันเทศ ไม่ก็ซาลาเปาแป้งสาลีกระทั่งเหลือเพียงไม่กี่สิบคน นาน ๆ ครั้งถึงจะได้ลิ้มรสไข่ไก่ แต่...ไข่ไก่นั้นก็ไม่ได้หอมอร่อยเหมือนตอนนี้ เสี่ยวอวี่บอกว่า ไข่ไก่อยู่ในถ้วยข้าวของเขาแล้ว นั่นก็หมายความว่าไข่ไก่นี้เป็นของเขา ซิงโจวจึงเริ่มคีบอาหารกิน ก้มหน้าก้มตากินข้าวที่หุงกับมันเทศซึ่งโปะเต็มไปด้วยไข่เจียวซิ่วห่าวมองด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยาม กิน กิน เอาแต่จะกินอย่างเดียว กินคนเดียวแต่เหมือนกินอยู่สองคน ไม่กลัวอาหารจะติดคอตายหรือไง ? ซิ่วห่าวเริ่มสงสัยขึ้นมาอีกครั้ง ไอ้โง่คนนี้น่ะมองยังไงก็ไม่เหมือนคนมีวาสนาใหญ่หลวงเลยสักนิด บางที...หล่อนอาจจะฟังผิดไปก็ได้หลังจากที่กินข้าวเสร็จ ซิ่วห่าวก็ได้หยิบเอาผ้ามาเช็ด

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 7 มีคนคิดร้าย

    เสี่ยวอวี่ถามด้วยความประหลาดใจว่า “พี่ใหญ่ ทำไมแม่ถึงรู้ว่ามีกลุ่มพวกค้ามนุษย์ด้วยล่ะคะ ?”จินซานเอ่ยตอบด้วยความซื่อตรง ตรงไปตรงมาว่า “ก็พี่สะใภ้รองของเธอน่ะสิ ฝันเห็น ฝันเห็นว่า...ว่าเธอตามกลุ่มพวกค้ามนุษย์ไปเพราะอยากจะขายฝูซิงให้กับคนพวกนั้น”เสี่ยวอวี่แอบคิดในใจ มือทองอยู่ที่พี่สะใภ้รองแน่ ๆ ดูเหมือนว่าพี่สะใภ้รองจะไม่อยากให้ซิงโจวแต่งงานสินะ คิดไปคิดมาก็อาจจะจริง ซิงโจวเก่งขนาดนั้น งานทุกอย่างในบ้านเขาเป็นคนทำหมด และยังทำแต้มแรงงานได้เยอะสุดในหน่วยผลิตด้วยขยันขันแข็ง พูดน้อย ไม่ใช้จ่ายอะไร ไม่สิ้นเปลือง ถ้าซิงโจวไม่แต่งงาน ก็ไม่ต่างอะไรกับแรงงานฟรีของตระกูลเย่ ตอนนี้...มีเธออยู่ตรงนี้แล้ว เธอจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมารังแกเขาอีก ระหว่างทางกลับ พวกเขาสองคนนั่งรถไถกลับไปที่หมู่บ้านเสี่ยวอวี่ได้ยินเสียงอึกทึกวุ่นวายดังมาจากหน้าบ้านตระกูลเย่แต่หน้าหมู่บ้านแล้ว เกาเฟินได้ยินลูกชายรองมาแจ้งข่าวแล้ว แต่...ในใจก็ยังไม่อยากเชื่อ ยังไงซะมันก็เป็นแค่ความฝัน ไม่เกิดขึ้นจริงหรอก เสี่ยวอวี่มาอยู่ชนบท 2 ปี สอนหนังสือมา 2 ปีเต็ม แม้แต่ไก่ก็ยังไม่กล้าฆ่า เธอคงไม่กล้าค้ามนุษย์หรอก“เสี่ยวอวี่ไม่มีทา

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 6 ยังไม่คุ้นเคย

    “เลือกผ้า” เขายังจำสิ่งที่แม่บอกเขาก่อนออกจากบ้านได้ ว่าให้พาเธอไปซื้อผ้ากลับมาตัดเสื้อผ้าชุดใหม่เสี่ยวอวี่ไม่ได้ขาดแคลนเสื้อผ้า พ่อแม่ของเธอเป็นคนชอบแต่งตัว ทุก ๆ ปี พ่อกับแม่จะคอยส่งเสื้อผ้าใหม่มาให้เธอใส่เสมอ ตรงกันข้าม ซิงโจวกลับขาดแคลนเสื้อผ้าใส่ เสื้อเชิ้ตแขนสั้นกับกางเกงผ้าสีดำที่ดูสะอาดสะอ้าน ไม่มีรอยปะใด ๆ ที่เขาใส่อยู่ตอนนี้ เป็นชุดเดียวที่ยังดูเรียบร้อยที่สุดของเขาปกติออกไปทำงานที่ทุ่งเขาไม่กล้าหยิบชุดนี้มาใส่ วันนี้...เขามาจดทะเบียนสมรสกับเธอถึงได้หยิบมาใส่ เสี่ยวอวี่กลับไม่มีคูปองผ้า เธอล้วงเอาลูกอมกำหนึ่ง ก่อนจะยื่นให้พนักงานขาย ก่อนจะเอ่ยถามว่ามีผ้าที่ไม่ต้องใช้คูปองซื้อขายไหม ? ผ้าที่ซื้อได้โดยไม่ต้องใช้คูปอง มักเป็นผ้าที่มีตำหนิ ราคาก็จะถูกกว่าหน่อย ปกติแล้ว ถ้าไม่รู้จักคนในร้าน ไม่มีทางซื้อได้เสี่ยวอวี่เป็นคนปากหวานช่างพูดช่างจาก เอ่ยชมพนักงานร้านไม่กี่คำก็ทำให้พนักงานขายอารมณ์ดีใจหยิบม้วนผ้ามาให้เธอเลือกอยู่หลายสี เธอเลือกผ้าสีเทากับสีดำมา ซื้อแค่ไม่กี่หลา หลังจากนั้น ก็ได้ซื้อเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันเพิ่มอีกไม่กี่อย่าง ซิงโจวเห็นผ้าที่เธอเลือกก็ขมวดคิ้วแน่นซิง

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 5 จดทะเบียนสมรส

    ซิ่วห่าวกลับไปที่ห้อง ก่อนจะเปิดตู้หยิบเอากล่องไม้เล็กมาดู สิ่งที่เห็นทำให้ซิ่วห่าวหน้าชาวูบ หยกที่เมื่อคืนยังเปล่งแสงระยิบระยับ ตอนนี้...กลับแตกละเอียดกลายเป็นผงสีขาวฟุ้ง เศษผงเกาะติดอยู่เต็มชุดเสื้อผ้าใหม่เพียงชุดเดียวของหล่อน ซิ่วห่าวรีบหยิบเอาเสื้อผ้าชุดนั้นออกมาปัด แต่...ยิ่งปัดก็ยิ่งเปรอะเปื้อนซิ่วห่าวกัดริมฝีปากแน่น พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ในใจกลับสั่นสะท้าน หยกที่แตกเป็นผงแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องดีแน่ มันเหมือนลางร้ายบอกเหตุบางอย่างที่กำลังจะมาถึง หล่อนเดินออกมาจากห้อง ก่อนจะเปรยกับแม่สามีด้วยน้ำเสียงแผ่ว ๆ ว่า“แม่ หนูว่าฝูซิงแต่งกับเสี่ยวอวี่ต้องไม่ดีแน่ ๆ แม่ก็รู้นี่คะ ปัญญาชนที่หมู่บ้านเรายื่นหนังสือกลับเมืองใหญ่กันหมดแล้ว เสี่ยวอวี่เองก็คงยื่นหนังสือกลับเมืองใหญ่แล้วเหมือนกัน ยังไง เสี่ยวอวี่ก็ต้องกลับเมืองใหญ่นะแม่”“ก็ดีน่ะสิ จะได้พาฝูซิงไปอยู่ที่นั่นด้วยเลย”“ไม่ง่ายอย่างนั้นหรอกค่ะ ผู้หญิงอย่างเสี่ยวอวี่ไม่ชอบฝูซิงหรอก ไม่มีผู้หญิงคนไหนชอบคนโง่อย่างเขาหรอกแม่ แม่ดูปัญญาชนที่หมู่บ้านข้าง ๆ เราสิคะ เพราะอยากจะกลับเมืองใหญ่ ถึงกับทิ้งลูกตัวเอง ยังขอหย่ากับแม่ของลูกด้วย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status