Share

บทที่ 8 เป็นห่วง

last update Tanggal publikasi: 2026-03-09 22:09:08

เสี่ยวอวี่เห็นซิงโจวกำลังเหม่อ เธอก็เขย่าแขนเขาเบา ๆ พลางเอ่ยว่า

“คุณ ~ อาหารอยู่ในถ้วยของคุณ นั่นหมายความว่าเป็นของคุณแล้ว รีบกินได้แล้ว”

ตั้งแต่เล็กจนโต เขาได้กินไข่ไก่นับครั้งได้ อยู่ที่สนามฝึกซ้อมมีคนอยู่หลายร้อยคน ข้าวโพดชุบแป้งทอดที่ขึ้นราอยู่ในตะกร้าไม้ถูกโยนลงมาจากข้างบน ใครแย่งได้ก็มีกิน ใครแย่งไม่ได้ก็อด ต่อมา...เมื่อผู้คนลดน้อยลงไปเรื่อย ๆ ถึงจะได้กิน และตอนนั้นก็จะได้กินมันเทศ ไม่ก็ซาลาเปาแป้งสาลี

กระทั่งเหลือเพียงไม่กี่สิบคน นาน ๆ ครั้งถึงจะได้ลิ้มรสไข่ไก่ แต่...ไข่ไก่นั้นก็ไม่ได้หอมอร่อยเหมือนตอนนี้ เสี่ยวอวี่บอกว่า ไข่ไก่อยู่ในถ้วยข้าวของเขาแล้ว นั่นก็หมายความว่าไข่ไก่นี้เป็นของเขา ซิงโจวจึงเริ่มคีบอาหารกิน ก้มหน้าก้มตากินข้าวที่หุงกับมันเทศซึ่งโปะเต็มไปด้วยไข่เจียว

ซิ่วห่าวมองด้วยสายตาที่ดูถูกเหยียดหยาม กิน กิน เอาแต่จะกินอย่างเดียว กินคนเดียวแต่เหมือนกินอยู่สองคน ไม่กลัวอาหารจะติดคอตายหรือไง ? ซิ่วห่าวเริ่มสงสัยขึ้นมาอีกครั้ง ไอ้โง่คนนี้น่ะมองยังไงก็ไม่เหมือนคนมีวาสนาใหญ่หลวงเลยสักนิด บางที...หล่อนอาจจะฟังผิดไปก็ได้

หลังจากที่กินข้าวเสร็จ ซิ่วห่าวก็ได้หยิบเอาผ้ามาเช็ดปาก แล้วพูดขึ้นว่า

“แม่ ยังไงเสี่ยวอวี่ก็ไม่ต้องออกไปทำงานที่ทุ่ง ให้เสี่ยวอวี่ล้างจานแทนนะ”

ตอนนี้...เสี่ยวอวี่เธอปวดมือจริง ๆ ไม่ได้แสร้งทำ เธอพลิกมือขาว ๆ ขึ้นมา ตรงข้อมือและฝ่ามือยังคงมีรอยเชือกที่รัดจนแดงก่ำเป็นรอยอยู่เลย

“แม่คะ วันนี้หนูเกือบถูกกลุ่มค้ามนุษย์พวกนั้นจับไปขายแล้วค่ะ มือหนูถูกคนพวกนั้นจับมัด รอมือหนูหายดีก่อนแล้วหนูค่อยมาช่วยงานบ้านได้ไหมคะ ?”

เกาเฟินมองดูดี ๆ แล้ว ข้อมือของเสี่ยวอวี่นั้นแดงจริง ๆ เธอไม่ได้โกหก มือขาวเนียนตอนนี้บวมแดงไปหมดแล้ว เสี่ยวอวี่ก็เป็นคุณหนูที่อ่อนแอจริง ๆ นั่นแหละ อย่าว่าแต่ลงไปทำงานที่ทุ่งเลย จะมีแรงจับเชือกหรือเปล่าก็ไม่รู้

“ซิ่วห่าว ไปล้างจานเถอะ” ซิ่วห่าวไม่พอใจ รีบตอบกลับว่า

“แม่ หนูต้องไปทำงานนะ ไปช้าจะถูกหักแต้มแรงงานนะแม่”

“รู้ว่าจะถูกหักแต้มยังไม่ไปล้างจานอีก มัวชักช้าอยู่ได้” ซิ่วห่าวโมโหจนพูดอะไรไม่ออก แต่งสะใภ้ใหม่ก็เหมือนไม่แต่ง ปล่อยให้ซิงโจวอยู่เป็นโสดไปตลอดชีวิตไม่ดีกว่าเหรอ ? อย่างน้อยก็ไม่ต้องหาเลี้ยงลูกคุณหนูอย่างเสี่ยวอวี่ และตอนนั้นเอง สะใภ้ใหญ่บ้านเย่ที่กำลังท้องอยู่ก็ได้พูดขึ้นมาว่า

“แม่ เดี๋ยวฉันล้างจานเอง” เกาเฟินปวดหัวไม่รู้จะพูดอะไร ครอบครัวลูกชายคนโตเชื่องเหมือนดิน ตีจนไม้หักก็ไม่ยอมปริปากร้อง

ลูกชายรองของเกาเฟินตอนแรกก็ดีอยู่หรอก พอแต่งงานมีครอบครัวแล้ว ถูกภรรยาเป่าหูอะไรๆ ก็ไม่อยากทำ ขี้เกียจตัวเป็นขน ส่วนลูกชายคนเล็กแข็งแรง ขยันขันแข็ง ทำงานเก่ง แต่...นิสัยกลับแปลกคน ลูกสะใภ้คนเล็กกลับเป็นหญิงงามตัวเล็กที่อ่อนแอราวกับตะเกียงที่เจอพายุ เจอลมหน่อยก็ดับแล้ว เลี้ยงดูยากเสียเหลือเกิน

ทุกคนเป็นแบบนี้ครอบครัวเย่ก็ยิ่งลำบาก เสี่ยวอวี่แจกลูกอมให้หลาน ๆ คนละ 1 กำ ก่อนจะถือถุงลูกอมเดินไปหาแม่สามี จากนั้น...ก็ได้ล้วงลูกอมให้แม่สามี

“แม่คะ กินขนมก่อนค่ะ วันนี้...ให้ฝูซิงพักครึ่งวันได้ไหมคะ ? หนูอยากจะให้เขาไปช่วยหนูขนของจากที่พักมาที่บ้านค่ะ”

“ไปเถอะๆ” เกาเฟินโบกมือไล่ เสี่ยวอวี่ถือถุงขนมเดินไปหาซิงโจว แล้วพูดกับเขาว่า

“ฝูซิง เราไปแจกขนมแต่งงานให้กับชาวบ้านกันเถอะ” ซิ่วห่าวเหลือบตามองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม แต่...ก็ไม่ได้พูดอะไร

ซิ่วห่าวแอบคิด เสี่ยวอวี่กลัวคนอื่นไม่รู้หรือไงว่าแต่งงานกับไอ้โง่ คิดอะไรอยู่ไม่รู้ถึงได้ไปแจกขนมแต่งงานให้ชาวบ้าน เสี่ยวอวี่นี่โง่กว่าไอ้โง่ซิงโจวนั่นเสียอีก !

ซิงโจวลุกขึ้นยืน แล้วมองไปที่จอบที่วางอยู่ตรงมุมกำแพง หลายวันที่อยู่ที่นี่ทำให้เขารู้ว่า ถ้าอยากมีชีวิตรอดก็ต้องทำงานถึงได้อาหารมากิน ถ้าไม่ทำงานก็จะถูกหักแต้มแรงงาน พอสิ้นปีก็จะได้อาหารมาน้อย ถ้าไม่มีแต้มแรงงานก็จะอดตาย เขาหันไปมองหน้าเสี่ยวอวี่ ร่างบอบบางอย่างนั้น ลมพัดผ่านก็ปลิวแล้ว ถ้าเธอไม่ได้กินข้าวหนึ่งมื้อ เธอได้ตายจริง ๆ แน่

“ทำงาน ตอนเย็นค่อยไปขนของ” เกาเฟินได้ยินอย่างนั้น กลัวว่านิสัยใจคอของลูกชายตนจะทำให้เสี่ยวอวี่เบื่อหน่าย จึงรีบพูดขึ้นว่า

“ฝูซิง วันนี้...ลูกเพิ่งไปจดทะเบียนสมรสกับเสี่ยวอวี่มา พัก 1 วันนะ ไม่ต้องออกไปทำงานหรอก แม่ไปคุยกับหัวหน้าหน่วยแล้ว หัวหน้าหน่วยไม่หักแต้มแรงงานลูกหรอก”

เกาเฟินแอบคิดในใจ ไม่ทำงานย่อมถูกหักแต้มอยู่แล้ว แต่...ตนก็ไม่อยากบอกให้ลูกชายรู้ความจริงแล้วเสี่ยวอวี่ไม่ได้รู้สึกเสียใจหรือเบื่อหน่ายเขาเลยสักนิด เพราะเธอเข้าใจสิ่งที่เขาบอก ถ้าไม่มีข้าวกิน เธอก็จะอดตาย เขาไม่อยากให้เธอลำบากถึงได้บอกว่าจะออกไปทำงาน

เขาเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในโลกเลย จากนั้น...พวกเขาสองคนไปที่เขตที่พักของยุวปัญญาชน ตอนนี้...จุดรวมพลของหมู่บ้านต้าเหอยังมีคนเหลืออยู่ 10 กว่าคน 6 คนอยู่รวมกันในห้องเดียว เตียงนอนจะเป็นเตียง 2 ชั้นขนาดใหญ่ ทันทีที่มาถึง เสี่ยวอวี่ก็ได้ยินเสียงของใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้นว่า

“ชาวบ้านต้าเหอ ใครๆ ก็รู้ว่าฝูซิงทั้งโง่ทั้งดุ คราวก่อน...เป็นฝีมือเขานั่นแหละ หมัดเดียวฆ่าหมูป่าได้ ผู้ชายน่ากลัวอย่างนั้น แถมยังโง่อีก ไม่รู้ว่าเสี่ยวอวี่คิดอะไรอยู่ถึงได้ไปแต่งงานกับผู้ชายอย่างนั้นได้ก็ไม่รู้ เสี่ยวอวี่ตัดสินใจเลือกคู่ชีวิตเอง ถ้าเกิดวันใดวันนึงเสี่ยวอวี่ถูกผู้ชายคนนั้นฆ่าตาย ฉันไม่ช่วยหรอกนะ”

ฟังจากน้ำเสียงแล้วน่าจะเป็น ‘เหลียงเทียนตง’ เสี่ยวอวี่ที่ได้ยินอีกฝ่ายหาว่าสามีเธอโง่ อารมณ์โกรธก็ปะทุ ซิงโจวเขาไม่ได้โง่ เขาแค่มีความบกพร่องทางการสื่อสารเท่านั้นเอง สามีเธอฉลาดกว่าคนอื่นในหมู่บ้านนี้เสียอีก

เสี่ยวอวี่ถีบประตูเดินเข้าไปข้างใน ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุดแสนจะโมโห

“เหลียงเทียนตง คำพูดเมื่อกี้ที่เธอพูด เธอไม่รู้สึกละอายบ้างเหรอ ? เธอได้กินเนื้อหมูป่านั่นไหม ? แน่จริงก็อ้วกเนื้อหมูป่านั่นออกมาสิ แล้วค่อยไปนินทาว่าร้ายคนอื่นเขา !!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทส่งท้าย ความสุขและรอยยิ้ม

    วันรุ่งขึ้น ซิงโจวกลับไปที่ศาลเจ้าอีกครั้ง เขาเห็นแค่ร่างของเหลียงฝูที่นอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้น ร่างของเหลียงฝูเริ่มแข็งตัวแล้ว คาดคะเนเวลาที่เสียชีวิต เหลียงฝูคงมาที่นี่หลังจากที่พวกเขาออกไปจากที่นี่ ไม่รู้ว่าวิญญาณของเหลียงฝูนั้นล่องลอยไปอยู่ที่ไหน ซิงโจวเดินออกมาจากตรงนั้นอย่างเงียบ ๆสามวันต่อมา ชาวบ้านก็ได้พบศพของเหลียงฝูที่ศาลเจ้า ก็รีบลงจากเขาไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจก็รีบไปหาครอบครัวเหลียงเพื่อสอบถามดู เทียนตงร้องไห้ฟูมฟาย บอกว่าตนไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้ว่าพี่ชายไปทำอะไรอยู่ที่ศาลเจ้านั่น ในใจของเทียนตนแม้จะรู้สึกเศร้าโศก แต่...หล่อนกลับรู้สึกโล่งอกมากกว่า ในที่สุด...ก็ไม่มีใครบังคับให้หล่อนอยู่ที่ลั่วเฉิงอีกต่อไปคนเป็น ๆ หายตัวไป เสี่ยวอวี่อยากจะแจ้งความคนหาย เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ก่อนหน้านี้เธอได้เตรียมการไว้เรียบร้อยแล้ว พนักงานในร้านก็เป็นพยานว่าเถ้าแก่เนี้ยเกาเดินทางไปดูที่ทำเลเพื่อขยายสาขาร้านบะหมี่ เหตุผลนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สงสัยอะไร ทั้งครอบครัวต่างก็โศกเศร้าแต่...มีแค่ซิงโจวกับเสี่ยวอวี่เท่านั้นที่รู้ความจริงว่าเรื่องราวเป็นมายังไง แต่...พวกเขาก็ยังคงกังวล กังว

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 90 ต้องไปแล้ว

    แต่...เกาเฟินยังห่วงทุกคนที่อยู่ที่นี่อยู่ จึงพูดกับทุกคนว่า “แต่ว่า...อวี่เอ๋อร์กำลังท้องอยู่ แม่อยากจะกลับไปคิดดูอีกที”“จะคิดอะไรอีกเล่า ทางนี้ไม่มีอะไรให้ลูกต้องห่วงเลยอาเฟิน แม่ยังแข็งแรงดี ร่างกายแม่ดีกว่าเมื่อก่อนมากแล้ว แม่ดูแลหลานกับเหลนของแม่ได้สบาย ลูกลองคิดดูสิอาเฟิน อาจิ่งอยู่ที่นั่นคนเดียวน่าสงสารแค่ไหน อาจิ่งเฝ้ารอลูกอยู่ตลอดเวลา แม่จะบอกอะไรให้นะ แม่รู้จักลูกชายของแม่ดี ถึงแม้จะอยู่ที่อื่นอยู่บนโลกนี้ เรื่องความรักน่ะ อาจิ่งรักใครรักจริง รักฝังใจไม่แบ่งใจให้ผู้หญิงคนอื่นหรอก ถ้าลูกไม่ยอมไปอยู่กับอาจิ่งที่นั่น ลูกชายแม่จะต้องเสียใจมากแน่ ๆ เกิดในอนาคตอวี่เอ๋อร์ไม่ฝันถึงอาจิ่งอีกจะทำยังไง ? เราก็จะไม่รู้ว่าอาจิ่งจะใช้ชีวิตต่อจากนี้ยังไง ? ถึงตอนนั้นลูกต้องเสียใจมากแน่ ๆ อาเฟิน เชื่อแม่เถอะนะ ไปอยู่กับอาจิ่งที่นั่นเถอะ ฝากดูแลอาจิ่งแทนแม่ด้วย”คำพูดของย่าโจวได้ปัดเป่าความลังเลสุดท้ายของเกาเฟินออกไปจนหมดสิ้น สุดท้าย...เกาเฟินก็ตัดสินใจที่จะไปอยู่กับหวงจิ่งที่นั่น..........เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เสี่ยวอวี่ใกล้คลอดแล้ว ซิงโจวจึงรีบพาเธอมาที่โรงพยาบาล ไม่นาน...พี่ชายกับพี่ส

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 89 เบาะแสสำคัญ

    เกาเฟินพาเสี่ยวอวี่กลับมาพักที่บ้าน ไม่ลืมกำชับให้พักผ่อนเยอะ ๆ ร่างกายจะได้แข็งแรง จากนั้น...ก็โทรศัพท์ไปที่ทีมโบราณคดีบอกให้ซิงโจวรีบกลับมาที่บ้าน เกาเฟินไม่ลืมที่จะโทรศัพท์ไปแจ้งข่าวดีให้กับย่าโจวด้วย พอวางสายจากย่าโจว กำลังหมุนตัวจะกลับออกไปก็บังเอิญนึกได้ว่ายังไม่ได้โทรไปแจ้งข่าวดีให้กับพี่ชายกับพี่สะใภ้ของลูกสะใภ้ทราบด้วยซิงโจวทราบข่าวก็รีบตรงดิ่งมาที่บ้านทันที พอมาถึงเขาก็เห็นเสี่ยวอวี่กำลังนั่งอาบแดดอยู่บนเก้าอี้เอน เขาเดินไปนั่งยอง ๆ ลงตรงหน้าเธอ ก่อนจะเอาหูแนบท้องแบนราบของเธอ หวังอยากจะได้ยินเสียงหัวใจดวงน้อย ๆ สักหน่อย“คุณ ~ ตอนนี้ยังไม่ได้ยินเสียงหัวใจลูกหรอกค่ะ”“ผมได้ยินเสียงหัวใจคุณแล้ว มันแตกต่างจากปกติมาก”“คุณนี่จริง ๆ เลยนะ ฉันท้อง ก็ต้องตื่นเต้นเป็นธรรมดา” เสี่ยวอวี่ดึงเก้าอี้เล็ก ๆ มาให้เขานั่ง พลางพูดกับเขาว่า“วันนี้...ฉันเดินผ่านสหกรณ์ บังเอิญได้ยินเทียนตงคุยโทรศัพท์กับเหลียงฝู ฉันว่าเหลียงฝูต้องเดาออกแน่ ๆ เลยค่ะ ว่ากุนซือข้างกายองค์ชายสิบเอ็ดคือพ่อของคุณที่ทะลุมิติไปอยู่ที่นั่น”ซิงโจวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกให้เธอพักผ่อนไม่ต้องคิดมาก เขาจะจัดการเรื่องนี้

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 88 เจ้าตัวน้อยมาแล้ว

    เสี่ยวอวี่ตื่นขึ้นมารู้สึกร่างกายอ่อนเปลี้ยเพลียแรงจนไม่อยากลุกไปไหน นึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่อลหม่านกันเกือบทั้งคืน เธอก็รีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคุมร่างไว้มิดชิดด้วยความเขินอาย ไม่ได้ลุกไปกินข้าว แม่สามีก็ไม่ได้มารบกวนเธอ ใกล้เที่ยง...ซิงโจวก็ได้นำมันเผาหอมกรุ่นเข้ามาให้“อวี่เอ๋อร์ คุณบ่นว่าอยากกินมันเผาไม่ใช่เหรอ ?” ทั้งสองมองหน้ากันแล้วอมยิ้มเสี่ยวอวี่รีบลุกจากเตียงไปล้างหน้าแปรงฟันเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วทั้งสองก็ไปนั่งกินมันเผาด้วยกันใต้ชายคาบ้าน ซิงโจวแอบหยิกแก้มขาวนวลเธอเบา ๆ ด้วย เกาเฟินยืนมองอยู่ข้างหลังพลางอมยิ้มไปด้วย แค่นี้จริง ๆ ที่ตนอยากจะเห็น ยืนมองอยู่ครู่หนึ่งก็หมุนตัวเดินกลับเข้าครัวไปทำอาหารกลางวันต่อก่อนหน้านี้ซิงโจวกับเสี่ยวอวี่ก็ดีต่อกัน แต่...รู้สึกว่ามันยังมีช่องว่างบางอย่างอยู่ระหว่างลูก ๆ สองคน ตอนนี้...ทุกอย่างราบรื่น ดีทุกอย่าง ลูกทั้งสองเข้าหอกันแล้ว ความสัมพันธ์ก็ยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นไปอีก มื้อเที่ยงวันนี้ ตนต้องทำอาหารอร่อย ๆ บำรุงลูกทั้งสองสักหน่อยแล้วในช่วงเดือนอ้าย เสี่ยวอวี่กลับไปที่เมืองหยุนซินไปเยี่ยมพี่ชายกับพี่สะใภ้ เธอถามพี่สะใภ้ว่าอยากจะเปิดร้านบะหมี่เกาจี้

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 87 ได้เข้าหอสักที

    เกาเฟินสับเนื้อหมูติดมันติดเนื้อให้ละเอียด เทเครื่องเทศลงไป นวดกับแป้งแล้วปั้นเป็นลูกชิ้น เถาฮวาก่อไฟในครัวอุ่นน้ำมันในกระทะ เกาเฟินปั้นลูกชิ้นไปพลางพูดไปด้วยว่า“หาเงินไว้เยอะ ๆ แล้วซื้อบ้านในเมืองสักหลัง ซื้อบ้านไว้ไม่ขาดทุนหรอก ดีที่สุดคือซื้อในเมืองใหญ่ ต้นไม้ย้ายที่ก็รอด คนย้ายที่ก็จะรุ่งเรือง อย่าไปกลัว ก็แค่ย้ายบ้านไปเปิดร้านบะหมี่ในเมืองเอง”“ค่ะแม่ ฉันจะเชื่อฟังแม่” หลังจากที่คืนเงินให้แม่เสร็จ เถาฮวาก็กลับบ้านไป ระหว่างทาง ก็เจอกับซิ่วห่าว“พี่ไปหาแม่มาเหรอ ?”“อืม พี่เอาเงินทุนไปคืนแม่น่ะ”“แม่รับเงินนั่นจริง ๆ เหรอ ?” แม่สามีมีร้านที่ลั่วเฉิง มีร้านที่ปักกิ่ง มีบ้านไม่รู้กี่หลัง หลายปีมานี้แม่สามีหาเงินได้เยอะมากแน่ ๆ เงินทุนให้ลูกชายยืมไปตั้งตัว ทำไมต้องเอาคืนด้วยก็ไม่รู้“ทำไมจะไม่รับล่ะ ?” เถาฮวาคลี่ยิ้ม แล้วจงใจพูดเสียงดังว่า“ตอนนั้น...เราเขียนสัญญากู้ยืมนี่นา ปีนี้...เราทั้งสองครอบครัวหาเงินได้ไม่น้อยเลยนะ บ้านเธอไม่ถึงกับจ่ายไม่ไหวหรอกมั้ง ใกล้ตรุษจีนแล้ว อย่าทำให้แม่โกรธเลยนะ”อินซานเตรียมเอาเงินไปคืนให้แม่เหมือนกัน ปีนี้...ร้านบะหมี่ของเขาที่สถานีรถไฟหาเงินได้ไม่น

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 86 ตามติดยิ่งกว่าปลิง

    เทียนตงกลับบ้านไปหาเหลียงฝู หลายปีมานี้ กลอุบายของพี่ชายเหี้ยมโหดขึ้นเรื่อย ๆ ปีที่แล้วก็ได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการโรงงาน แล้วหล่อนก็ได้เล่าให้พี่ชายฟังว่า ร้านอาหารเล็ก ๆ ของเสี่ยวอวี่ทำเงินได้มาก แต่…พี่ชายก็ไม่ได้รังเกียจที่เสี่ยวอวี่ทำมาค้าขาย และเสี่ยวอวี่ยังขยายร้านอีกหลายแห่ง ทำเงินไม่น้อยเลย หลายปีมานี้ พี่ชายก็คอยดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย แต่…หล่อนไม่อยากไปฝึกงานที่ลั่วเฉิงจริง ๆ“พี่ พี่อยากให้ฉันไปที่ลั่วเฉิงจริง ๆ เหรอ ? มันคุ้มค่าเหรอ ? ตอนนี้…ฝูซิงมีฐานะร่ำรวยแล้ว หาเงินได้เยอะกว่าเราเสียอีก เสี่ยวอวี่ไม่หย่ากับเขาหรอกค่ะ”เหลียงฝูหัวเราะ ชาติที่แล้วหลังจากตัดสินใจติดตามองค์ชายสาม เพื่อสร้างชื่อเสียงและอำนาจ เขาไม่เคยกลัวหรือหวั่นไหวเลยแม้แต่น้อยทตอนนี้ก็เช่นกัน เขายังคงรักผู้หญิงที่ยื่นข้าวกล่องให้เขากินในยามที่เขาลำบากยากจนที่สุด ต่อให้ต้องตายก็จะไม่ปล่อยมือเธอเด็ดขาด“คนเราต้องมีเป้าหมาย เมื่อกำหนดเป้าหมายแล้วจะละทิ้งความตั้งใจไม่ได้ เพราะถ้าสูญเสียเป้าหมายไป ชีวิตก็ไร้ความหมาย”เทียนตงรู้ว่าเป้าหมายที่พี่ชายพูดถึงก็คือเสี่ยวอวี่ แต่…หล่อนก็ไม่เข้าใจอยู่ดี พี่ชายหล่อนมีทุกอย

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 5 จดทะเบียนสมรส

    ซิ่วห่าวกลับไปที่ห้อง ก่อนจะเปิดตู้หยิบเอากล่องไม้เล็กมาดู สิ่งที่เห็นทำให้ซิ่วห่าวหน้าชาวูบ หยกที่เมื่อคืนยังเปล่งแสงระยิบระยับ ตอนนี้...กลับแตกละเอียดกลายเป็นผงสีขาวฟุ้ง เศษผงเกาะติดอยู่เต็มชุดเสื้อผ้าใหม่เพียงชุดเดียวของหล่อน ซิ่วห่าวรีบหยิบเอาเสื้อผ้าชุดนั้นออกมาปัด แต่...ยิ่งปัดก็ยิ่งเปรอะเปื้

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 4 หยกวิเศษ

    “คุณตำรวจคะ ฉันกับฝูซิงรีบไปจดทะเบียนสมรสค่ะ พวกเรา...ไปได้หรือยังคะ ?”เจ้าหน้าที่ตำรวจหัวเราะเบา ๆ พลางพยักหน้า ก่อนจะเอ่ยกำชับเสี่ยวอวี่ว่า“รีบไปเถอะ แต่...ครั้งหน้าถ้าเจอคนแปลกหน้าอีก อย่าไว้ใจพวกเขา เข้าใจไหม ?”เจ้าหน้าที่ตำรวจมองทั้งคู่ด้วยสายตาอบอุ่นแฝงความเอ็นดู สาวน้อยหน้าตาน่ารักกับหนุ่

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 3 คนแปลกประหลาด

    เสี่ยวอวี่คิดในใจ ซิงโจวเพิ่งหลุดมาจากยุคโบราณได้ไม่นาน เขายังคงพยายามปรับตัวให้เข้ากับโลกใหม่นี้อยู่ ตอนนี้…เขามาจากอดีต ส่วนเธอ...มาจากอนาคต ศตวรรษที่ 21 ในชีวิตก่อน เสี่ยวอวี่เป็นหญิงสาวที่เกิดมาพร้อมโรคหัวใจร้ายแรง หมอบอกว่าเธออาจมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 25 ปี ยิ่งช่วงหลัง ๆ ความฝันประหลาดนั้นยิ่ง

  • ยุค 80 ฉันคือภรรยาตัวร้ายของมือสังหาร   บทที่ 2 เขาเท่านั้นที่จะช่วยเธอได้

    ซิงโจวเป็นคนที่มีภาวะบกพร่องด้านการสื่อสาร หรือที่ในยุคปัจจุบันเรียกกันว่า…ออทิสติก แต่…ในขณะเดียวกัน เขาก็มีพรสวรรค์พิเศษระดับอัจฉริยะ ความสามารถทางการเรียนรู้ของเขาเกินกว่าคนทั่วไปหลายเท่าในยุคสมัยของเขา การฝึกฝนเป็นเรื่องโหดร้ายถึงขั้นเอาชีวิตเข้าแลก เขาไม่เคยพูดคุยกับใครนอกจากอาจารย์ที่ฝึกเขา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status