LOGIN
*อำเภออย่ามาซุย*
เป็นสถานที่อัดแน่นเต็มไปด้วยบทสนทนา หากไม่ว่าร้ายหรือติฉินนินทาผู้อื่นคงไม่ใช่ชุมชนแห่งนี้ เพราะเรื่องชาวบ้านคืองานถนัดของพวกเขาทั้งหลาย "ตายแล้วแก~ แม่หนูแยมเอาอีกแล้วเนี่ย!!!" หญิงวัยกลางคนเตรียมซุบซิบกับเพื่อนบ้าน เธอวิ่งมาแต่ไกลโพ้นราวกับเรียกประชุมด่วนเสียอย่างนั้น เธอสวมเสื้อคอกระเช้าลายดอกไม้และผ้าถุงสีดำสนิท "คราวนี้เป็นผัวบ้านไหนอีกล่ะ!!!" หญิงวัยกลางคนรีบตอบกลับ เธอกำลังก้มหน้ารดน้ำต้นไม้ต้องแหงนใบหน้าอย่างสนใจทันควัน เธอสวมเสื้อแขนยาวลายสก็อตและผ้าถุงสีน้ำตาล เหมือนว่าจะคาดการณ์หัวข้อเรื่องจากคนที่พูดถึงได้แล้ว เพราะแต่ไหนแต่ไรไม่เคยพ้นเรื่องเหล่านี้จริงๆ "เมื่อกี้ฉันดูไม่ค่อยชัดน่ะสิ!!! พวกเราไปกันเถอะ เดี๋ยวตกข่าวไม่ทันคนอื่นพอดี" หญิงวัยกลางคนกล่าวอย่างกระตือรือร้น "อีแค่เด็กกำพร้า!!! แถมยังเป็นเมียน้อยผัวป้าตัวเองอีก หากไม่ร่ำรวยเงินทองใครจะอยากดูกัน หึ~" หญิงวัยกลางคนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบพร้อมเดินไปปิดก๊อกน้ำ เธอใช้ฝ่ามือเปียกชุ่มมาเช็ดผ้าถุงตัวเองแต่ก็วิ่งตามเพื่อนไปด้วยกัน ชาวบ้านละแวกใกล้ร้านขายของชำแห่งหนึ่ง กำลังยืนเฝ้ามองเหตุการณ์สาวปากร้ายโวยวายอยู่ตามเคย แม้เธอจะมีรูปโฉมงดงามเป็นเลิศจนเลื่องชื่อ และยังเป็นที่หมายปองบรรดาผู้ชายมากแค่ไหน หากแต่ปากร้ายเกินทน ทำให้ผู้คนพากันใจฝ่อไม่กล้าคิดจีบเธอ ดวงตากลมโตช่างสุกสกาวคล้ายจะใสซื่อบริสุทธิ์ ริมฝีปากสีชมพูหวานระเรื่อพร้อมกับรูปร่างอรชรเหมือนจะไร้พิษสง แต่เมื่อได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วดังแว่วเปรียบดั่งลำโพงวัด ทำให้ใครๆ ต้องรู้สึกหวาดผวาผู้หญิงอย่างเธอ "สรุปจะยอมจ่ายเงินไหม ไอ้โรคจิต!!!" แยมยืนเท้าสะเอวตะคอกใส่ผู้ชายรุ่นราวคราวพ่อได้ ส่วนมืออีกข้างถือไม้เบสบอลพาดบริเวณหัวไหล่คิดเอาเรื่องอย่างจริงจัง "หนูแยม!!! มันไม่มากไปเหรอจ๊ะ แค่สัมผัสเพียงเล็กน้อยจะคิดเงินพี่เสียอย่างนั้น พวกมึงจะยืนมุงดูหาอะไรกันนักหนาวะ ไม่มีงานการทำหรือยังไง" เฒ่าหัวงูกล่าวตะคอกเสียงดังลั่น เขายืนเท้าสะเอวจ้องเขม็งหมู่ชาวบ้าน "หยุดเลยนะ!!! ใครเขาอยากจะกินเผือกก็ปล่อยเขาไปสิ!!! ส่วนลุงถ้าไม่จ่ายวันนี้ได้หัวแตกแน่บอกเลย!!" แยมยังคงเจ้าคิดเจ้าแค้นไม่ยอมเลิกราง่าย เพราะไม่ยอมเสียผลประโยชน์ไปแม้เพียงเล็กน้อย จังหวะเดียวกันชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งผมยาวสลวย ได้ปรายหางตาอันคมกริบมองภาพตรงหน้าพร้อมกระตุกยิ้มมุมปากอย่างสนุกสนาน ปกติเขาไม่ค่อยสนใจการทะเลาะวิวาทของชาวบ้านสักเท่าไร แต่ครั้งนี้ดันมาเจอคนสวยขนาดที่ว่าไม่สามารถละสายตาได้ "เฮียไม่สนใจลูกหนี้พยศเก่งแบบนี้เหรอ" ยอดรีบกล่าวถามเจ้านายตนทันที เขาเป็นหนุ่มล่ำบึกบึนสีผิวเข้ม สวมเสื้อสีเขียวตองอ่อนราวกับแสงไฟนีออน "มึงโง่เหรอ~ ช่วยแหกตาดูหน่อย!!! เธอขาดแคลนเงินทุนตรงไหน กิจการใหญ่โตขนาดนี้!!!" ยูโรกระแทกเสียงใส่ลูกน้อง ที่ชอบแสดงเหมือนจะหวังดีกับธุรกิจแต่กลับลืมไตร่ตรองอยู่เสมอ "แต่เฮียชอบผู้หญิงแบบนั้นไม่ใช่เหรอครับ สวยโหดมีฐานะ แม้ชื่อเสียงจะไม่ค่อยดี คงไม่มีผลกระทบอะไรหรอก ถ้าไม่ยอมเป็นลูกหนี้ก็ให้มาเป็นเจ๊พวกเราสิ!!!" ใหญ่รีบเอ่ยสวน เพื่อไม่ให้ลูกพี่เอาเรื่องน้องชายตนเอง เขาเป็นหนุ่มล่ำบึกบึนสีผิวคล้ำ สวมแว่นตาแฟชั่นของเด็กน้อย "อืม!!! น่าสนใจอยู่ หึ~" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่พอได้ยินลูกน้องตนยุแยง ทำให้เขาต้องเอ่ยปากแถมยังเดินมาปรากฏตัวฝ่าฝูงชน "ตีมันให้ตายไปเลย!!! ไอ้ห่านี่ไม่มีปัญญาจ่ายเงินให้เธอหรอกนะ" ยูโรก้าวเท้ายาวพร้อมลูกน้องประกบข้างสองคน บ่งบอกว่าตนเป็นหัวโจกแก๊งนี้ "ทำไมล่ะ!!!" แยมรีบเบือนใบหน้ามาสบสายตาเขา เธอเอาแต่จ้องเขม็งอย่างคนไม่สบอารมณ์ "ถ้ามันมีปัญญาจ่ายเงินเธอจริง คงไม่มานั่งติดหนี้ฉันอยู่หรอกนะ" ยูโรตอบกลับพร้อมพูดจายียวนเสียอย่างนั้น แม้ว่าจะกวนอารมณ์อยู่ไม่น้อย แต่ทว่าประโยคของเขากลับทำให้เธอมีสติฉุกคิดได้บ้าง "ไม่มีก็หัวแตกซะไอ้เฒ่าหัวงู!!!!" แยมตวาดใส่และยกแขนเตรียมใช้ไม้เบสบอลลงแรงบนศีรษะคนมีอายุ แต่เธอต้องหยุดชะงักลงเพราะเสียงแหลมราวกับปรอทแตกตะโกนลั่น "อย่านะ!!! หนูแยมใจเย็นก่อน~" หญิงวัยกลางคนเร่งฝีเท้ามาใกล้พร้อมยกมือพนม เธอสวมเสื้อคอกระเช้าลายดอกไม้และผ้าถุงสีดำสนิท "อ้าว!!! เป็นไอ้สามีเวรแกเองเหรอเนี่ย" เพื่อนบ้านหญิงวัยกลางคนรีบกล่าวออกมา เธอสวมเสื้อแขนยาวลายสก็อตและผ้าถุงสีน้ำตาล กำลังยืนกอดอกพร้อมยกยิ้มอย่างสนุกสนาน "แกนะ!!! ไปมั่วเด็กร้านคาราโอเกะก็แล้วไปเถอะ!!! มายุ่งกับหนูแยมทำไมกัน!!" เธอโวยวายพร้อมดึงใบหูเฒ่าหัวงูบิดทันที "หนูแยมจ๊ะ!!! ไม่เอาเรื่องไอ้แก่นี่จะได้ไหม ถือซะว่าทำบุญทำทานคนใกล้ลงโลงศพอย่างมัน!!!" เธอยังคงกล่าวขอร้องจนแยมต้องรู้สึกหงุดหงิด "มันแต๊ะอั๋งหนูก่อนนะคะป้า!!!! จะไม่เอาเรื่องแล้วก็ได้ค่ะ!!!" แยมเตรียมหมุนลำตัวเดินเข้าร้านตนเอง แต่ทว่าสองขาเรียวเล็กต้องหยุดนิ่งเฉย เพราะได้ยินเสียงพูดของคนลามกจกเปรตเข้าหู "บั้นท้ายสาวสวยมันช่างหอมหวานเหลือเกิน~ ฮึ่ย!!!" เฒ่าหัวงูกล่าวยกฝ่ามือหนาสูดดมอย่างหื่นกระหาย ทั้งที่เป็นช่วงกลางวันแสกๆ แต่รอบตัวกลับมีดวงดาววิบวับจนตัวเองสลบหมอบคาพื้นดินลูกรัง "สมควรโดนแล้ว ไอ้เวรนี่!!! ป้ารีบเอาผัวไปเก็บเลยนะคะ หากยังปล่อยเพ่นพ่านมาใกล้หนูอีก ระวังจะได้เตรียมจองเมรุเผาศพค่ะ" คนสวยกล่าวพร้อมเดินเชิดใบหน้าเข้าร้านตน ท่ามกลางเสียงโห่ร้องชาวบ้านอย่างสนุกสนาน ราวกับไม่อยากให้เรื่องจบง่ายแค่เพียงเท่านี้ สองสามีภรรยาที่เหมือนจะรักใคร่กันดี ต้องรีบแบกคู่เวรคู่กรรมกลับบ้านโดยเร็ว กลัวสาวสวยจะเอาเรื่องต่อ ด้วยสถานะภาพทางการเงินไม่เอื้ออำนวย จะฝืนสู้ก็ไม่ใช่เรื่อง แต่ร่างสูงโปร่งที่ยืนยิ้มกว้างอย่างเบิกบานใจ เพราะนิสัยสาวสวยดันสะกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาเสียดื้อๆ "เฮียยูโร!!! ปล่อยเธอไปได้อย่างไรกันครับ หว่านล้อมให้มาเป็นลูกหนี้เราดีไหม แม้วันนี้ธุรกิจยังมั่นคง..แต่อนาคตใครจะรู้ได้ล่ะครับ!!!" ยอดยังคงกล่าวถามอีกรอบ "หน้าตาเอย~ นิสัยเอย~ กูว่าเฮียยูโรคงอยากได้เป็นเมียมากกว่านะ ไอ้ยอด!!!" ใหญ่เอ่ยสวนทันควันเหมือนเดาใจลูกพี่ได้ "อย่าทำมาเป็นรู้ดีนักนะ พวกมึงสองคนไปเก็บดอกเก็บหนี้ตามบ้านเรือนได้แล้ว อย่าให้กูต้องไล่เตะก้านคอนะเว้ย!!!" ยูโรกล่าวเสียงดังลั่น เขาพยายามกลบเกลื่อนความรู้สึกอยู่ จนลูกน้องทั้งสองคนยกนิ้วจิ้มอุดรูหูกันแทบไม่ทัน "ครับเฮียยูโร~ ไอ้ยอดวิ่งเร็ว!!!" ใหญ่กล่าวพร้อมวิ่งหนีไปไกลโพ้น "ยังจะยืนอึ้งอีก!!! วันนี้มึงอยากกินข้าวไหม ไอ้ใหญ่มันวิ่งไปตรงโน้นแล้ว!!!" ยูโรกระแทกเสียงใส่ เขาส่งสายตาแทบจะกินเลือดกินเนื้อลูกน้องอีกคน "ครับเฮียยูโร!!! ไอ้ใหญ่รอกูด้วย!!!" ยอดตะโกนไล่หลังพี่ชายตน เมื่อไล่ลูกน้องคนสนิททั้งสองไปจนหมด เขาก็เดินเร็วเข้าร้านขายของชำอย่างไม่ลังเล หลังได้พบสาวสวยเขาก็รู้สึกอยากทำความรู้จัก แม้จะไม่มีทางได้เธอมาเป็นลูกหนี้ดั่งใจหวัง แต่ทว่าอยากสานสัมพันธ์ระหว่างพวกเราสักหน่อย เพราะร้านของเธอเรียกว่าใหญ่สุดในอำเภอเลยด้วยซ้ำ สถานะภาพทางการเงินย่อมคล่องตัวพอสมควร จึงเป็นเรื่องยากที่จะหว่านล้อมให้เธอมาใช้บริการเงินกู้ (*หมายเหตุคำว่า.."ซุย" : เป็นศัพท์ภาษาวัยรุ่นกล่าวถึงประมาณว่า.. อย่าขี้โม้ หรือ อย่าพูดมากในสิ่งที่ไม่ใช่ความจริง)*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*แยมนั่งทำตารางบัญชีรายจ่ายประจำเดือน อยู่แถวบริเวณโซฟาตัวยาว สองนิ้วเรียวเล็กกดแป้นพิมพ์บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพา เธอหันมองภายในห้องเพื่อหาคนหยิบของให้ เจอยูโรนั่งตรวจบิลสินค้าอยู่บนโต๊ะเอกสาร"คุณสามี! รบกวนหยิบแฟลชไดรฟ์ในลิ้นชักฝั่งขวาให้หน่อยค่ะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสและรอยยิ้มหวาน"ได้สิ!" เขาตอบกลับทันควัน พร้อมเปิดลิ้นชักหยิบสิ่งของที่ภรรยาต้องการ แต่สายตาคมกริบเหลือบเห็นปืนหนึ่งกระบอก เขาจึงคว้ามาถามเธออย่างสงสัย"ขอบคุณมากนะคะ..." เธอกล่าวยังไม่ทันจบ เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยประโยคถัดมา"พกของแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย? ถึงว่า..วันแรกที่เราเจอกันด้วยความบังเอิญ เธอถึงไม่รู้สึกกลัวหรือคิดป้องกันตัวเองเลยสักนิด"เขาเลิกคิ้วรอฟังคำตอบจากเธอ แต่แยมกลับขมวดคิ้วจ้องวัตถุอันตราย ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นและคิดถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ด้วยหัวใจเต้นตุบตับราวกับเป็นประสบการณ์ที่เธอจำได้ไม่เคยลืม#ย้อนอดีต#หลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่ต่างประเทศ หญิงสาวเลือกตั๋วเที่ยวบินกลับร้านด้วยหัวใจแตกสลายอีกครั้ง เพราะคุณลุงและคุณป้าผู้เป็นครอบครัวที่เหลืออยู่บนโลก ได้ลาจากด้วยโรคภัยไข้เจ็บเ
#ย้อนกลับไปหนึ่งวันก่อนเกิดเหตุ..#*ร้านคาราโอเกะ*แสงไฟนีออนสีม่วงอมชมพู กำลังหมุนเลื้อยตามบนผนังร้านคาราโอเกะ คล้ายดั่งเจ้างูยักษ์กับเจ้างูเล็กกำลังเคลื่อนไหว เสียงหัวเราะของผู้หญิงดังอยู่เป็นระยะ เหมือนน้ำหวานเคลือบคมมีดเอาไว้แยมยืนนิ่งตรงบริเวณมุมหนึ่งของร้าน.. ไม่ใช่ฐานะลูกค้าแต่เป็นฐานะคนเลือกเหยื่อ เธอมองโต๊ะตัวหนึ่งอย่างไม่วางตา ทุกคนไร้ซึ่งความหมายเมื่อผ่านสายตาเธอชายวัยกลางคน สวมเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมเพียงแค่สองเม็ดอย่างผ่อนคลาย พุงยื่นเล็กน้อยตามอายุชายขี้เมา มือหนึ่งถือแก้วเหล้า ส่วนอีกมือโอบเอวผู้หญิงอย่างเคยชิน ดวงตาเขาวาววับไม่ใช่เพราะแสงไฟ แต่เพราะความมั่นใจว่า..ตัวเองยังเหนือกว่าใครบนโลก"ผู้ชายแบบนี้.. ไม่ต้องผลักไสก็พร้อมล้มอยู่แล้ว" แยมกล่าวพึมพำเบาๆส่วนยูโรยืนพิงเสาอยู่ไม่ไกลมากนัก เขาไม่ได้ห้ามหรือเร่งเธอให้รีบกลับร้าน เขาแค่มองภรรยาของตัวเอง ซึ่งกำลังอยู่ภายใต้โหมด..เจ้าหนี้ทวงแค้นโหดแยมเดินไปที่บาร์ก่อนจะนั่งลงอย่างนวยนาด เธอเลือกสั่งน้ำอัดลมธรรมดาไม่ใช่เหล้า เพราะเธอต้องการสติครบทุกวินาทีต่อแผนการ ผู้หญิงร้านคาราโอเกะคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ มีผิวกายขาวจั๊วะและแ
*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*"พี่ยอด! ช่วยไปส่งของที่ตลาดกับร้านคาราโอเกะหน่อยสิ"แพนด้าเอ่ยขอความช่วยเหลือจากคนรัก หลังจากตรวจสอบสินค้าและทำใบเสร็จเรียบร้อย แต่เพราะลูกน้องฝ่ายขนส่งไม่พอ ทำให้สาวน้อยต้องกุมขมับ"พี่ติดบิลอื่นอยู่น่ะสิ ต้องแวะอีกเจ็ดแห่งเลยด้วย น่าจะไปส่งไม่ทันแน่เลย ทำยังไงดีล่ะ?"ยอดกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพราะเขาแยกร่างไม่ได้จริงๆ ก่อนจะยืนเท้าสะเอวขมวดคิ้วมองสินค้าสองชุดใหญ่นี้"เดี๋ยวกูไปส่งของกับเมียเอง มึงไปทำหน้าที่ตนเองเถอะ ขับรถอย่ารีบมากเน้นความปลอดภัยด้วย เข้าใจไหม?" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมก่อนจะเดินมาใกล้พร้อมกับแยม"แพนด้าฝากดูแลร้านด้วยนะ เจ๊จะจัดการส่วนนี้แทนเอง" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส"ครับเฮีย! งั้น..ผมไปล่ะ!""ค่ะเจ๊! หนูจะไปตรวจสอบบิลของวันพรุ่งนี้ต่อ""แผนกยกสินค้าจัดการด้วย!" ยูโรกล่าวสั่งทันทีลูกน้องทั้งสองจึงเข้าสู่โหมดทำงานอื่นตามหน้าที่ต่อไป.."คงต้องรับสมัครพนักงานเพิ่มแล้วแหละ!" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยหลังจากยูโรลงทุนร่วมกัน ลูกค้าก็มีปริมาณมากยิ่งขึ้น เพราะตัวเลือกของสินค้ามีหลากหลาย ทำให้กิจการรุ่งเรืองกว่าเมื่อก่อนเข้
เหมือนว่าจะจบแค่ตรงนี้.. แต่ทว่าคนเจ้าเล่ห์กลับพลิกร่างกายเธอนอนคว่ำแทน คนด้านหลังจับลำแข็งเขื่อนจ่อร่องสวาทอีกครั้ง ก่อนจะสอดใส่เข้าลึกจนสุดลำอวบเด้ง ความจุกเริ่มแผ่ซ่านทั่วเรือนร่างคนด้านหน้า ฝ่ามือเล็กจึงกำผ้าปูที่นอนระบายอารมณ์ "ลึกจัง!" แยมร้องครวญครางจนร่างกายสั่นสะท้าน "หืม..ถึงใจดีไหมครับ คุณภรรยา! ฮึก!" ยูโรโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูเธอทันที ร่างกำยำกระหน่ำแทงท่อนรักถี่ยิบอย่างบ้าคลั่ง ไล่แตะคว้านชนผนังโพรงนุ่มลึก จุกจนต้องปวดหน่วงตรงท้องน้อย ความรุนแรงถาโถมไม่หยุดหย่อน ใบหน้าร่างบางต้องบิดเบี้ยวเสียวกระสันหนักขึ้น คนดิบเถื่อนควงสะโพกกระทุ้งร่องสวาท ราวกับเป็นแม่เหล็กดึงดูดคุณภาพดี ร่องรักคนบอบบางขมิบรัดลำอวบอ้วนทุกครั้งที่โดนกระแทก ฝ่ามือหนาขยับแถวบริเวณเอวคอดกิ่วจับจนแน่นถนัด พร้อมเสียดสีโพรงเนื้อเยื่ออย่างไร้ความปราณี "กรี๊ด! เสียวเกินไปแล้ว!" แยมกล่าวด้วยเสียงกระเส่า "แตกออกมาสิ! ถึงยังไงก็ต้องโดนตอกยันสว่างอยู่ดีแหละ" เขากดเสียงต่ำพร่ำบอกเธอ "อา..ขอพักหน่อย ไม่ได้เหรอ.." เธอทักท้วงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "อะไรกัน..ไหนบอกจะชดเชย?" เขากล่าวอย่างเย้ยหยัน ความซาบซ่านแล
ดวงตากลมโตแอบเหล่มอง เพราะกล่องกระดาษวางอยู่ตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว หลังจากเปิดทำให้เธอตะโกนใส่เขาทันที"ไอ้บ้านี่!!!""เธอ..ไม่ชอบมันเหรอ?""ฉันค้นหาสินค้าชิ้นนี้ภายในอินเทอร์เน็ตตั้งนาน..""ทำไมเป็นคนไร้สาระได้ขนาดนี้นะ!!!""พวกเรายังไม่ทันได้เข้าหอกันดีๆ เลยนะแยม!" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย เขาก้มหน้ามองพื้นคุกเข่าต่อหน้าเธอทันที"ฉันขอโทษ..อย่าน้อยใจกันสิ! หลายเดือนก่อนพวกเราเจอมรสุมกันนี่นา กว่าจะจัดการทุกอย่างได้ลงตัว ทำให้ล่วงเลยเวลาจนละเลยความรู้สึกของนาย แต่ว่าตอนนี้ยังไม่สายหรอกเนอะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อนดวงหน้าหวานส่งยิ้มแย้ม ฝ่ามือเล็กสัมผัสแผงอกล่ำอย่างเชื่องช้า สายตาหยาดเยิ้มทำให้อารมณ์ยูโรผ่อนคลายลง เขากลับเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ต่อเธอเสียอย่างนั้น"ถ้าอย่างนั้น..ชุดนี้เธอต้องสวมนะ!" เขากล่าวเสียงอ่อนเสียงหวาน ฝ่ามือหนาดึงชายเสื้อเธอราวกับเป็นเด็กน้อย คล้ายว่าจะขัดกับอุปนิสัยของเขาที่ผู้อื่นเห็นมากอยู่"ก็ได้! เลิกดึงชายเสื้อสักที! ส่วนงานค่อยไปทำต่อพรุ่งนี้แทน ขอไปอาบน้ำก่อนนะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอวิ่งเข้าห้องน้ำพร้อมชุดนอนลายลูกไม้สีดำ ซึ่งมันเป็นข
ยูโรไม่ได้บอกจุดหมายปลายทาง เขาแค่บอกให้แยม เตรียมตัวและออกจากเมืองตั้งแต่เช้าตรู่ รถยนต์แล่นผ่านถนนโล่งมีต้นไม้ขนาบตลอดทาง เสียงเพลงเบาๆ คลอไปกับแสงแดดอ่อนของเช้าวันใหม่ แยมพิงกระจกมองดูทิวทัศน์ที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากบ้านเรือนกลายเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี โดยไม่ถามอะไรสักคำ.. เธอไม่มีแรงจะถามและยูโรก็ไม่เร่งให้เธอพูด จนกระทั่งรถจอดสนิทตรงเนินเขาเล็กๆ เธอมองเห็นอ่างเก็บน้ำทอดยาวสุดสายตา ลมเย็นพัดเอื่อยจนกระทบดวงหน้าสวย กลิ่นหญ้าชื้นยามเช้าทำให้หัวใจที่อัดแน่นของแยมคลายลงอย่างประหลาด "ลงมาเถอะ" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เขายังเปิดประตูให้เธอก่อนเสมอ แยมก้าวลงจากรถยนต์ทันที ความเงียบที่นี่ไม่น่าอึดอัด มันเป็นความเงียบที่ไม่ถาม ไม่ตัดสิน และไม่คาดหวังอะไร.. ยูโรปูเสื่อผืนเล็กใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาวางกระติกน้ำกับถุงกระดาษ ซึ่งเต็มไปด้วยขนมทานเล่นเยอะแยะ ทุกอย่างคล้ายจะดูธรรมดา…แต่คนพามาคงตั้งใจอยู่ไม่น้อยเลย "ที่นี่ไม่มีใครรู้จักเธอ" เขาพูดขึ้นขณะนั่งลง "ไม่มีข่าวซุบซิบ ไม่มีอดีต ไม่มีใครเรียกร้องคำอธิบายด้วย" แยมยืนหลับตาพริ้มฟังเขาอย่างใส่ใจ ลมพัดผมเธอปลิวปะหน้า ดวงตาที่เคยแห้งกลับร้อนผ







