LOGIN*อาคารสองชั้นสุดหรู*
เสียงเครื่องยนต์จอดนิ่งและดับสนิทลงท่ามกลางความมืดมิด แยมเปิดประตูฝั่งคนขับออกมายืนเท้าสะเอวมองอย่างชั่งใจ หัวคิ้วคนสวยขมวดมุ่นเธอเบะปากราวกับโมโหยูโรอยู่ไม่น้อย แต่ทว่าสองขาเรียวเล็กกลับเดินไปเปิดประตูฝั่งผู้โดยสาร เธอแบกร่างกายอันหนาเตอะของชายขี้เมาออกมาทันที "เอามา!" แยมตะโกนเสียงดังลั่นพร้อมแสดงสีหน้าโกรธเคือง เธอยื่นฝ่ามือเล็กแบออกอยู่ตรงหน้าเขา แต่กลับโดนอีกฝ่ายเอาคางมาเกยแทน "จะเอาหัวใจของผมเหรอครับคนสวย~" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงยานคางเขายิ้มหวานอย่างกวนอารมณ์ "นายอยากตายมากนักเหรอ ฉันเป็นใครกันแน่ นายช่วยลืมตาดูหน่อยเถอะนะ" แยมสวนกลับทันควัน เพราะคิดว่าเขายังเอาแต่คิดถึงสาวร้านคาราโอเกะอีก "คุณเป็น..ภรรยาของผมน่ะสิ!" ยูโรยิ้มแป้นตาแทบปิด เตรียมจะยกฝ่ามือหนาลูบละไล้ดวงหน้าเห่อร้อนของเธอ แต่แยมเลือกที่จะผลักเขานอนลงกับพื้นปูนซีเมนต์แทน "ส่งกุญแจมาสักที! ยุงกัดจะตายอยู่แล้วเนี่ย!" แยมตวาดใส่แก้เขินอาย เธอยืนเม้มริมฝีปากแน่นพร้อมกอดอกตนเอง หวังเพียงให้ดวงใจเต้นอย่างสงบลง เขารีบล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วส่งให้เธออย่างว่าง่าย เมื่อประตูบานเล็กถูกเปิดออกแยมจึงลากยูโรเข้ามานั่งรอบนโซฟา ก่อนจะเดินไปกดล็อกลูกบิดประตูทันที "ห้องนอนของนายอยู่ตรงไหน" แยมนั่งยองแล้วถามเขาอีกครั้ง แต่แฝงไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์คล้ายจะมันเขี้ยวคนมึนงง "ชั้นสองห้องแรกนับจากทางเข้าหน้าบ้าน อึก! เจ็บนะยัยบ้า!" ยูโรตอบพร้อมโวยวายหลังจากโดนแยมหยิกที่บริเวณเอวหนา เขายกมือลูบคลำผิวเนื้อตรงช่วงนั้นอยู่ซ้ำๆ "สมน้ำหน้า! รีบลุกขึ้นมาจะพยุงนายไปส่ง ฉันง่วงจะตายอยู่แล้วเนี่ย" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นพร้อมพาเขาเดินขึ้นบันได เสียงประตูห้องนอนเปิดกว้าง คนสวยรีบแบกร่างอันหนาใหญ่ด้วยลมหายใจเฮือกสุดท้าย ก่อนจะทิ้งคนเมาลงบนเตียงพร้อมนอนหอบหายใจอยู่ด้านข้าง เพราะอากาศระหว่างเดินมาห้องนอนมันช่างร้อนระอุ จึงเอื้อมมือไปหยิบรีโมตคอนโทรลเครื่องปรับอากาศมาเปิด และคิดจะหลับตาพริ้มพักผ่อนสักครู่แต่ทว่ากลับเผลอหลับไป *ช่วงเวลา 11:45น.* แสงแดดลอดผ่านผ้าม่านมู่ลี่จนกระทบสายตาคนบนเตียงทั้งคู่ ลมหายใจอุ่นร้อนของใครบางคน ซึ่งกำลังเป่ารดบนศีรษะมาโดยไม่ขออนุญาต หญิงสาวขยี้ดวงตาเพราะเสียงเรียกจากคนที่เธอนอนกอดอยู่ "แยม..." เสียงทุ้มเรียกชื่อเธอเบาๆ เหมือนกลัวจะปลุกให้ฝันดีของเธอจางหายไป หญิงสาวที่ยังคงนอนกอดรัดเขาแน่นอยู่บนเตียง เริ่มขยับเขยื้อนเรือนร่างพร้อมบิดขี้เกียจ เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองอย่างเหม่อลอย เพราะคิดว่าตนเองกำลังเพ้อฝันอยู่มากกว่าความเป็นจริง "แม้ว่าจะกำลังหลับฝันอยู่..แต่นายก็อย่ามายุ่งเหอะ! ฉันจะนอนต่ออีกหน่อย!" เสียงเธออู้อี้จากลำคอตอบเขาและยังคงหลับตาพริ้มเพรา สัมผัสนุ่มนวลบนพวงแก้มป่องทำให้แยมเบิกตาโพลงโตทันที "มันใกล้จะเที่ยงแล้ว เธอช่วยลุกขึ้นไปอาบน้ำและกินข้าวก่อน อยากจะนอนพักผ่อนต่อก็ไม่เป็นไรหรอก" เสียงทุ้มต่ำรีบอธิบายทั้งที่เธอยังเอาแต่มองเขาไม่เลิก "อืม!" แยมตอบกลับพร้อมลุกขึ้นยืนตรง เร่งฝีเท้าไปเข้าห้องน้ำอย่างว่องไว ราวกับระบบอัตโนมัติของหุ่นยนต์เสียอย่างนั้น จนทำให้ยูโรต้องนั่งอมยิ้มหวานมองตามแผ่นหลังคนตัวเล็ก เธอเร่งรีบปิดประตูห้องน้ำคล้ายเชื่อฟังเขาเป็นอย่างดี หลังจากแยมได้อาบน้ำเป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง ประตูห้องน้ำจึงเปิดออกช้าๆ เธอนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนสีขาว ก่อนจะก้าวย่างออกมาพร้อมชะโงกหน้ามองหายูโร เหมือนเธอจะไม่เห็นแม้แต่เงาของเขาเลยด้วยซ้ำ จึงยืนถอนหายใจอย่างโล่งอกทันที เมื่อเล็งเห็นตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ เธอจึงเปิดหาเลือกชุดที่พอเหมาะจะเปลี่ยนได้ แต่มีเพียงแค่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำตัวใหญ่เท่านั้น เธอนั่งเช็ดกลุ่มเส้นผมที่ชุ่มน้ำจนแห้งสนิท เหม่อมองเงาตัวเองภายในกระจก พร้อมกับคำถามมากมายซึ่งอัดอั้นตันใจ เสียงประตูห้องนอนถูกเปิดออก นัยน์ตากลมโตจ้องค้างเพียงชั่วขณะหนึ่ง ปรากฏเป็นยูโรใส่ผ้ากันเปื้อนเดินถือจานอาหารมาเสิร์ฟ ได้เพียงแต่นึกสงสัยว่าคุณชายอย่างเขา ไปหัดเรียนทำอาหารมาตั้งแต่ตอนไหน "มากินก๋วยเตี๋ยวลุยสวนของโปรดเธอกัน" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงร่าเริง และรอยยิ้มหวานของเขาทำให้ลืมความโกรธไปจนหมดสิ้น "นี่นายเป็นคนทำเหรอ" "ใช่สิ!" "กินได้จริงเหรอ ถึงแม้ว่าหน้าตาของอาหาร อาจจะดูน่ารับประทานมากก็ตามเถอะ!" แยมมองอย่างเลิ่กลั่ก เพราะเธอไม่ค่อยมั่นใจฝีมือการทำอาหารของเขา "ให้ไอ้ยอดแวะไปซื้อมาให้น่ะ แต่เราเป็นคนจัดจานเองนะ" ยูโรกล่าวอย่างกลบเกลื่อนความเขินอายของตน "เห็นนายใส่ผ้ากันเปื้อน ฉันก็ตกใจหมดเลยเนี่ย ถ้าเรื่องการใช้เงินและใช้คนฉันไม่เถียง แต่หากมันเป็นงานอดิเรกของนายคือการทำอาหาร ฉันคิดว่า..มันเป็นเรื่องน่าหนักใจอยู่พอสมควร" "ไม่ขนาดนั้นหรอกมั้ง~" "ก็ช่วงวัยเด็ก.. ตอนที่ฉันตกลงคบกับนายวันแรกยังจำได้อยู่ไหม แค่บอกว่าอยากกินก๋วยเตี๋ยวลุยสวน นายก็วิ่งแจ้นเข้าครัวไปสั่งแม่บ้านให้ทำ แต่ดันอยากมีส่วนร่วมด้วยอีก!" "เพราะใช้มีดหั่นวัตถุดิบแค่ไม่กี่วินาทีเอง ต้องแตกตื่นพาไปส่งโรงพยาบาลกัน โดนหมอเย็บบนฝ่ามือไปตั้งกี่เข็ม จนคุณลุงคุณป้าสั่งห้ามเด็ดขาดเรื่องการฝึกทำอาหาร" แยมกล่าวด้วยน้ำร้อนรน ภาพเหตุการณ์วันนั้นยังฉายชัดอยู่เลย "อุ๊ย! เธอยังจำวันแรกที่เป็นแฟนกันได้ด้วยเหรอเนี่ย" "คบกันวันแรกต้องพาไปส่งโรงพยาบาล ใครเขาจะไปลืมได้ลงกัน หึ!" "ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีอยู่นะ" "อะไรนะ เรื่องดีอย่างนั้นเหรอ" "เพราะมันเป็นความทรงจำที่เธอไม่เคยลืมน่ะสิ" แยมเอาแต่ยืนนิ่งเงียบไม่ตอบโต้ต่อบทสนทนา แววตากลับสั่นไหวเล็กน้อยเต็มไปด้วยม่านน้ำใสบดบังอยู่ เธอกำลังรู้สึกถึงความคาดหวังและผิดหวังในขณะเดียวกัน ภาพสะท้อนเกี่ยวกับเรื่องราวที่ขุ่นเคืองใจทั้งอดีตและปัจจุบันทับซ้อน ราวกับคอยย้ำเตือนถึงความเจ็บปวดอยู่เสมอ "แยม..ฉันขอโทษนะ เรื่องของเรไรตั้งแต่อดีตจนถึงล่าสุด" เขาสัมผัสฝ่ามือเล็กมากอบกุมถ่ายทอดความจริงใจต่อเธอ สายตาจ้องมองอย่างลึกซึ้งคล้ายอยากจะสะกดเวลาให้หยุดนิ่ง เหมือนเป็นประโยคจากเขาที่เธอตั้งใจรอฟังมานานอยู่หลายปี "อดีตฉันผิดจริงที่ไม่บอกให้เธอรู้ถึงความสัมพันธ์แสนยุ่งเหยิง ณ ช่วงเวลาที่เราคบกันเป็นแฟน แต่เธอไม่ให้โอกาสได้อธิบายเลยสักครั้ง ส่วนเรื่องเมื่อคืนเรไรเข้ามาใกล้เองนะ เรไรได้สารภาพความจริงทั้งหมดแล้ว มันถึงเวลาที่เราควรจะจบปัญหาค้างคากัน" "หลายปีที่ผ่านมา ฉันทั้งสำนึกผิดและทบทวนตัวเองอยู่ตลอด มันไม่มีวันไหนจะลืมเธอได้เลย ทุกความทรงจำมันยังคงฝังลึกอยู่ภายในหัวใจดวงนี้เสมอ เธอเองก็รู้ว่า..ฉันมันปากไม่ดี พูดจาให้ไพเราะเหมือนไอ้บรรเจิดไม่เป็น" เขายกฝ่ามือเล็กมาทาบบริเวณหน้าอกซ้ายของตน ราวกับอยากให้เธอรับรู้จังหวะการเต้นหัวใจของเขา เมื่อแยมยังไม่กล่าวอะไรเลยทำให้เขาต้องน้ำตาคลอเบ้าแทน "ครั้งนี้เธอไม่เลือกบรรเจิดอีกได้ไหม ขอโทษที่ไม่เอาไหนจริงๆ เรากลับมาคบกันได้หรือเปล่า ฉันไม่อยากเสียเธอไปอีกแล้ว" ยูโรก้มหน้าลงมองพื้นกระเบื้องห้องไม่กล้าคาดหวังเลยสักนิด เพราะผู้หญิงตรงหน้านี้เป็นแยม สิ่งที่เธอกระทำมักเหนือทุกสิ่งที่เขาจะสามารถควบคุมได้ "อืม" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย ฝ่ามือเล็กสัมผัสข้างแก้มคนตัวโตอย่างอ่อนโยน ราวกับปลอบประโลมเขาให้รู้สึกดี "ขอบคุณที่คอยอยู่ข้างกันนะแยม" ยูโรกล่าวพร้อมโอบกอดร่างบางจนแน่น คล้ายว่าเขากลัวเธอจะหนีหาย "ฉันหายใจไม่ออก ไอ้บ้านี่!" แยมตะโกนเสียงดังลั่นห้อง "ว่าแต่..เธอหายไปไหนตั้งนานหลายปีเหรอ ขนาดสั่งให้คนตามสืบยังไม่พบร่องรอยเลยด้วยซ้ำ" ยูโรกล่าวถามพร้อมปล่อยเธอให้เป็นอิสระจากอ้อมกอด "ไปอาศัยอยู่ต่างประเทศน่ะ" "ไปเรียนต่อที่ประเทศอื่นเหรอ แล้วคุณลุงคุณป้าสบายดีไหม" "พวกเขาทั้งสี่คนเสียชีวิตหมดแล้วตอนนี้ ช่วงที่หายตัวไปนั้น พ่อกับแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ คุณลุงกับคุณป้ารับฉันไว้เป็นลูกบุญธรรมน่ะ มรดกทุกคนจึงอยู่ที่ฉันอย่างที่เห็น" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาสีหน้าหม่นหมองอย่างเห็นได้ชัด "ฉันเสียใจด้วยนะ ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ ที่เธอเปลี่ยนนิสัยจากเดิม คงเป็นเพราะเจอเรื่องเจ็บปวดสาหัสมาเยอะสินะ ต่อไปนี้เธอจะต้องมีความสุขมากแน่เลย" ยูโรกล่าวพร้อมยิ้มกว้างอย่างมีความสุข "ทำไม" "เพราะเธอกำลังมีแฟนทั้งหล่อและรักเธอมากน่ะสิ!" "กินอาหารได้แล้ว ปวดท้องจะแย่!" แยมกล่าวพร้อมเดินไปนั่งตรงโซฟาตักก๋วยเตี๋ยวลุยสวนเข้าปาก ดวงหน้าของเธอแดงก่ำมีความเขินอาย ราวกับย้อนเวลากลับไปช่วงวัยเด็ก ยูโรเห็นภาพตรงหน้าก็คิดว่าเป็นเพียงแค่ความฝันฉากหนึ่ง เขาทรมานมาตั้งนานหลายปีวันแห่งความสุขก็ได้ปรากฏ "กินแค่คนเดียว เดี๋ยวได้อ้วนตายหรอก!" เขากล่าวพร้อมเอื้อมมือไปจับช้อนตั้งท่าจะแย่งอาหารบนจาน "ไม่ให้กินหรอก หึ!" เธอกล่าวบอกพร้อมหอบจานนั้นอย่างทะนุถนอม คล้ายว่ากลัวคนอย่างเขาจะมาแย่งไปกินจริงๆ เหตุการณ์ทั้งหมดมีพยานรับรู้อยู่ตรงหน้าประตูห้องถึงสามคน ลูกน้องคนสนิทของยูโรทั้งยอดกับใหญ่ และแพนด้าลูกน้องของแยม ทั้งสามคนยืนยิ้มหวานราวกับดีใจที่เจ้านายได้มีความสุขสักที*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*แยมนั่งทำตารางบัญชีรายจ่ายประจำเดือน อยู่แถวบริเวณโซฟาตัวยาว สองนิ้วเรียวเล็กกดแป้นพิมพ์บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพา เธอหันมองภายในห้องเพื่อหาคนหยิบของให้ เจอยูโรนั่งตรวจบิลสินค้าอยู่บนโต๊ะเอกสาร"คุณสามี! รบกวนหยิบแฟลชไดรฟ์ในลิ้นชักฝั่งขวาให้หน่อยค่ะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสและรอยยิ้มหวาน"ได้สิ!" เขาตอบกลับทันควัน พร้อมเปิดลิ้นชักหยิบสิ่งของที่ภรรยาต้องการ แต่สายตาคมกริบเหลือบเห็นปืนหนึ่งกระบอก เขาจึงคว้ามาถามเธออย่างสงสัย"ขอบคุณมากนะคะ..." เธอกล่าวยังไม่ทันจบ เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยประโยคถัดมา"พกของแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย? ถึงว่า..วันแรกที่เราเจอกันด้วยความบังเอิญ เธอถึงไม่รู้สึกกลัวหรือคิดป้องกันตัวเองเลยสักนิด"เขาเลิกคิ้วรอฟังคำตอบจากเธอ แต่แยมกลับขมวดคิ้วจ้องวัตถุอันตราย ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นและคิดถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ด้วยหัวใจเต้นตุบตับราวกับเป็นประสบการณ์ที่เธอจำได้ไม่เคยลืม#ย้อนอดีต#หลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่ต่างประเทศ หญิงสาวเลือกตั๋วเที่ยวบินกลับร้านด้วยหัวใจแตกสลายอีกครั้ง เพราะคุณลุงและคุณป้าผู้เป็นครอบครัวที่เหลืออยู่บนโลก ได้ลาจากด้วยโรคภัยไข้เจ็บเ
#ย้อนกลับไปหนึ่งวันก่อนเกิดเหตุ..#*ร้านคาราโอเกะ*แสงไฟนีออนสีม่วงอมชมพู กำลังหมุนเลื้อยตามบนผนังร้านคาราโอเกะ คล้ายดั่งเจ้างูยักษ์กับเจ้างูเล็กกำลังเคลื่อนไหว เสียงหัวเราะของผู้หญิงดังอยู่เป็นระยะ เหมือนน้ำหวานเคลือบคมมีดเอาไว้แยมยืนนิ่งตรงบริเวณมุมหนึ่งของร้าน.. ไม่ใช่ฐานะลูกค้าแต่เป็นฐานะคนเลือกเหยื่อ เธอมองโต๊ะตัวหนึ่งอย่างไม่วางตา ทุกคนไร้ซึ่งความหมายเมื่อผ่านสายตาเธอชายวัยกลางคน สวมเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมเพียงแค่สองเม็ดอย่างผ่อนคลาย พุงยื่นเล็กน้อยตามอายุชายขี้เมา มือหนึ่งถือแก้วเหล้า ส่วนอีกมือโอบเอวผู้หญิงอย่างเคยชิน ดวงตาเขาวาววับไม่ใช่เพราะแสงไฟ แต่เพราะความมั่นใจว่า..ตัวเองยังเหนือกว่าใครบนโลก"ผู้ชายแบบนี้.. ไม่ต้องผลักไสก็พร้อมล้มอยู่แล้ว" แยมกล่าวพึมพำเบาๆส่วนยูโรยืนพิงเสาอยู่ไม่ไกลมากนัก เขาไม่ได้ห้ามหรือเร่งเธอให้รีบกลับร้าน เขาแค่มองภรรยาของตัวเอง ซึ่งกำลังอยู่ภายใต้โหมด..เจ้าหนี้ทวงแค้นโหดแยมเดินไปที่บาร์ก่อนจะนั่งลงอย่างนวยนาด เธอเลือกสั่งน้ำอัดลมธรรมดาไม่ใช่เหล้า เพราะเธอต้องการสติครบทุกวินาทีต่อแผนการ ผู้หญิงร้านคาราโอเกะคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ มีผิวกายขาวจั๊วะและแ
*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*"พี่ยอด! ช่วยไปส่งของที่ตลาดกับร้านคาราโอเกะหน่อยสิ"แพนด้าเอ่ยขอความช่วยเหลือจากคนรัก หลังจากตรวจสอบสินค้าและทำใบเสร็จเรียบร้อย แต่เพราะลูกน้องฝ่ายขนส่งไม่พอ ทำให้สาวน้อยต้องกุมขมับ"พี่ติดบิลอื่นอยู่น่ะสิ ต้องแวะอีกเจ็ดแห่งเลยด้วย น่าจะไปส่งไม่ทันแน่เลย ทำยังไงดีล่ะ?"ยอดกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพราะเขาแยกร่างไม่ได้จริงๆ ก่อนจะยืนเท้าสะเอวขมวดคิ้วมองสินค้าสองชุดใหญ่นี้"เดี๋ยวกูไปส่งของกับเมียเอง มึงไปทำหน้าที่ตนเองเถอะ ขับรถอย่ารีบมากเน้นความปลอดภัยด้วย เข้าใจไหม?" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมก่อนจะเดินมาใกล้พร้อมกับแยม"แพนด้าฝากดูแลร้านด้วยนะ เจ๊จะจัดการส่วนนี้แทนเอง" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส"ครับเฮีย! งั้น..ผมไปล่ะ!""ค่ะเจ๊! หนูจะไปตรวจสอบบิลของวันพรุ่งนี้ต่อ""แผนกยกสินค้าจัดการด้วย!" ยูโรกล่าวสั่งทันทีลูกน้องทั้งสองจึงเข้าสู่โหมดทำงานอื่นตามหน้าที่ต่อไป.."คงต้องรับสมัครพนักงานเพิ่มแล้วแหละ!" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยหลังจากยูโรลงทุนร่วมกัน ลูกค้าก็มีปริมาณมากยิ่งขึ้น เพราะตัวเลือกของสินค้ามีหลากหลาย ทำให้กิจการรุ่งเรืองกว่าเมื่อก่อนเข้
เหมือนว่าจะจบแค่ตรงนี้.. แต่ทว่าคนเจ้าเล่ห์กลับพลิกร่างกายเธอนอนคว่ำแทน คนด้านหลังจับลำแข็งเขื่อนจ่อร่องสวาทอีกครั้ง ก่อนจะสอดใส่เข้าลึกจนสุดลำอวบเด้ง ความจุกเริ่มแผ่ซ่านทั่วเรือนร่างคนด้านหน้า ฝ่ามือเล็กจึงกำผ้าปูที่นอนระบายอารมณ์ "ลึกจัง!" แยมร้องครวญครางจนร่างกายสั่นสะท้าน "หืม..ถึงใจดีไหมครับ คุณภรรยา! ฮึก!" ยูโรโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูเธอทันที ร่างกำยำกระหน่ำแทงท่อนรักถี่ยิบอย่างบ้าคลั่ง ไล่แตะคว้านชนผนังโพรงนุ่มลึก จุกจนต้องปวดหน่วงตรงท้องน้อย ความรุนแรงถาโถมไม่หยุดหย่อน ใบหน้าร่างบางต้องบิดเบี้ยวเสียวกระสันหนักขึ้น คนดิบเถื่อนควงสะโพกกระทุ้งร่องสวาท ราวกับเป็นแม่เหล็กดึงดูดคุณภาพดี ร่องรักคนบอบบางขมิบรัดลำอวบอ้วนทุกครั้งที่โดนกระแทก ฝ่ามือหนาขยับแถวบริเวณเอวคอดกิ่วจับจนแน่นถนัด พร้อมเสียดสีโพรงเนื้อเยื่ออย่างไร้ความปราณี "กรี๊ด! เสียวเกินไปแล้ว!" แยมกล่าวด้วยเสียงกระเส่า "แตกออกมาสิ! ถึงยังไงก็ต้องโดนตอกยันสว่างอยู่ดีแหละ" เขากดเสียงต่ำพร่ำบอกเธอ "อา..ขอพักหน่อย ไม่ได้เหรอ.." เธอทักท้วงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "อะไรกัน..ไหนบอกจะชดเชย?" เขากล่าวอย่างเย้ยหยัน ความซาบซ่านแล
ดวงตากลมโตแอบเหล่มอง เพราะกล่องกระดาษวางอยู่ตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว หลังจากเปิดทำให้เธอตะโกนใส่เขาทันที"ไอ้บ้านี่!!!""เธอ..ไม่ชอบมันเหรอ?""ฉันค้นหาสินค้าชิ้นนี้ภายในอินเทอร์เน็ตตั้งนาน..""ทำไมเป็นคนไร้สาระได้ขนาดนี้นะ!!!""พวกเรายังไม่ทันได้เข้าหอกันดีๆ เลยนะแยม!" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย เขาก้มหน้ามองพื้นคุกเข่าต่อหน้าเธอทันที"ฉันขอโทษ..อย่าน้อยใจกันสิ! หลายเดือนก่อนพวกเราเจอมรสุมกันนี่นา กว่าจะจัดการทุกอย่างได้ลงตัว ทำให้ล่วงเลยเวลาจนละเลยความรู้สึกของนาย แต่ว่าตอนนี้ยังไม่สายหรอกเนอะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อนดวงหน้าหวานส่งยิ้มแย้ม ฝ่ามือเล็กสัมผัสแผงอกล่ำอย่างเชื่องช้า สายตาหยาดเยิ้มทำให้อารมณ์ยูโรผ่อนคลายลง เขากลับเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ต่อเธอเสียอย่างนั้น"ถ้าอย่างนั้น..ชุดนี้เธอต้องสวมนะ!" เขากล่าวเสียงอ่อนเสียงหวาน ฝ่ามือหนาดึงชายเสื้อเธอราวกับเป็นเด็กน้อย คล้ายว่าจะขัดกับอุปนิสัยของเขาที่ผู้อื่นเห็นมากอยู่"ก็ได้! เลิกดึงชายเสื้อสักที! ส่วนงานค่อยไปทำต่อพรุ่งนี้แทน ขอไปอาบน้ำก่อนนะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอวิ่งเข้าห้องน้ำพร้อมชุดนอนลายลูกไม้สีดำ ซึ่งมันเป็นข
ยูโรไม่ได้บอกจุดหมายปลายทาง เขาแค่บอกให้แยม เตรียมตัวและออกจากเมืองตั้งแต่เช้าตรู่ รถยนต์แล่นผ่านถนนโล่งมีต้นไม้ขนาบตลอดทาง เสียงเพลงเบาๆ คลอไปกับแสงแดดอ่อนของเช้าวันใหม่ แยมพิงกระจกมองดูทิวทัศน์ที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากบ้านเรือนกลายเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี โดยไม่ถามอะไรสักคำ.. เธอไม่มีแรงจะถามและยูโรก็ไม่เร่งให้เธอพูด จนกระทั่งรถจอดสนิทตรงเนินเขาเล็กๆ เธอมองเห็นอ่างเก็บน้ำทอดยาวสุดสายตา ลมเย็นพัดเอื่อยจนกระทบดวงหน้าสวย กลิ่นหญ้าชื้นยามเช้าทำให้หัวใจที่อัดแน่นของแยมคลายลงอย่างประหลาด "ลงมาเถอะ" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เขายังเปิดประตูให้เธอก่อนเสมอ แยมก้าวลงจากรถยนต์ทันที ความเงียบที่นี่ไม่น่าอึดอัด มันเป็นความเงียบที่ไม่ถาม ไม่ตัดสิน และไม่คาดหวังอะไร.. ยูโรปูเสื่อผืนเล็กใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาวางกระติกน้ำกับถุงกระดาษ ซึ่งเต็มไปด้วยขนมทานเล่นเยอะแยะ ทุกอย่างคล้ายจะดูธรรมดา…แต่คนพามาคงตั้งใจอยู่ไม่น้อยเลย "ที่นี่ไม่มีใครรู้จักเธอ" เขาพูดขึ้นขณะนั่งลง "ไม่มีข่าวซุบซิบ ไม่มีอดีต ไม่มีใครเรียกร้องคำอธิบายด้วย" แยมยืนหลับตาพริ้มฟังเขาอย่างใส่ใจ ลมพัดผมเธอปลิวปะหน้า ดวงตาที่เคยแห้งกลับร้อนผ







