LOGIN*ร้านคาราโอเกะ*
แสงไฟนีออนดวงสีชมพูม่วงกะพริบระยิบระยับ เสียงดนตรีจากห้องข้างๆ ดังลอดมาเป็นจังหวะ ยูโรนั่งอยู่ตรงมุมเคาน์เตอร์บาร์แก้ววิสกี้ในมือแทบไม่เคยว่าง เขาคอยรินซ้ำจนของเหลวสีทองขลุกขลิกเกือบล้นขอบแก้ว ภายในหัวใจของเขา.. ยังคงวนเวียนกับภาพแยมกำลังยืนหัวเราะเคียงข้างบรรเจิด หรือว่าเธอไม่เห็นความหมายของการรอคอยที่เราทำมาตลอดเลย เขาเอาแต่นั่งตัดพ้อตัวเองอยู่ซ้ำๆ หญิงสาวรูปร่างเพรียวบางหน้าตาดีคนหนึ่ง เธอสวมชุดกระโปรงสีทองแบบกระชับลำตัว เดินเข้ามานั่งอยู่ตรงด้านข้างเขา กลิ่นน้ำหอมแสนหวานช่างเย้ายวนราวกับกลิ่นไวน์เก่าแก่ "ยูโร! ไม่ได้เจอกันตั้งนาน!" น้ำเสียงสดใสเอ่ยทักทายคนนั่งสับสน เธอกำลังเท้าคางมองแววตาเป็นประกาย เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะจำได้ "เรไร" อดีตเพื่อนสนิทของแยมสมัยเรียนมัธยม พวกเธอทั้งสองเคยไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ และยังเคยเป็นแฟนเก่าของเขาด้วยเช่นกัน "อืม!" ยูโรตอบเสียงแหบแสนจะแผ่วเบาเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ "นายมานั่งดื่มคนเดียว แต่ทำไมหน้าตาบึ้งตึงเชียว" เรไรหัวเราะน้อยๆ มือเรียวแตะไหล่เขาเป็นเชิงหยอกล้อ ยูโรไม่ได้ผลักไสเพราะเคยพูดคุยปรับความเข้าใจกันแล้ว เพียงปล่อยให้เธอเทเหล้าเพิ่มลงภายในแก้วของเขาต่อไป แสงไฟสลัวสะท้อนบนดวงตาคมที่หม่นลงตามลมหายใจขุ่นมัว เขาหยิบแก้วขึ้นมาจิบอีกครั้ง ราวกับจะล้างความคิดวนเวียนอันยุ่งเหยิงนี้ออกทิ้ง ถ้าหากแยมสนุกกับบรรเจิดจริง เราจะเป็นแค่คนรอที่ไร้ความหมายหรือเปล่านะ เขายังคงคิดตัดพ้อไม่เลิก เสียงเปิดประตูดังขึ้นอีกครั้ง แยมยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นพยายามกวาดสายตามองหาเขา ใบหน้าเธอซีดขาวจากการวิ่งตามหายูโรมาหลายแห่งหน จนสุดท้ายได้รับเบาะแสว่าเขาอยู่ที่นี่ ภาพที่เห็นตรงหน้าราวกับมีดกรีดกลางหัวใจ ยูโรนั่งเคียงข้างหญิงสาวที่เธอรู้จักเป็นอย่างดี "เรไร" เพื่อนรักสมัยเรียนที่เคยสาบานว่าจะไม่ปิดบังกัน มือของเรไรพาดอยู่บนไหล่เขา ขณะยูโรหลุบตามองแก้วเหล้าบนฝ่ามืออย่างไม่ละสายตา "ยูโร…" เสียงเธอแทบไม่ออกพ้นจากลำคอ น้ำตาคลอเบ้าอย่างห้ามไม่อยู่ "แยม…" ยูโรเงยใบหน้าขึ้นมองอย่างเชื่องช้า ตาคมพร่าเลือนจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ เหมือนเขากำลังสับสนปนน้อยใจคลุกเคล้ากันเสียอย่างนั้น "แยม…ดีใจจังที่ได้เจอกันอีกครั้ง" เรไรกล่าวชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง แต่เธอยังคงฝืนยิ้มบางๆ คล้ายจะแสดงความเป็นมิตรออกมา ซึ่งเหมือนการเสแสร้งแกล้งทำน่าจะเหมาะกว่า "แต่ฉันไม่ได้รู้สึกดีใจ.. กับคนที่เคยแกล้งแสดงเป็นเพื่อนรักกันมานานหรอกนะ" แยมกล่าวทั้งที่แววตามีแต่ไฟแค้นภายในอดีต "ซึ่งการที่เอาช็อกโกแลตของคนอื่นมาให้ แล้วบอกว่าเป็นของตัวเองก็น่ารังเกียจพอสมควร ไหนจะเคยมีความสัมพันธ์กับแฟนเพื่อนสนิทก็ยิ่งไม่ควรสักนิด หึ!" แยมกล่าวพร้อมคว้าแอลกอฮอล์สีแดงสดเทราดศีรษะเรไร จนยูโรต้องสะดุ้งโหยงตามกับการกระทำอันดิบเถื่อนนี้ แยมรีบถอยหลังออกไปแค่เพียงหนึ่งก้าวเท่านั้น ความเจ็บแปลบแล่นผ่านทรวงอกได้แต่เพียงคิดอยู่ภายในใจ นี่หรือ..คือภาพที่เราตามหามาหลายชั่วโมงด้วยความเป็นห่วง หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเธอพยายามสะกดกลั้นน้ำตาอยู่ "ขอโทษนะยูโร…แยมคงมาผิดเวลาเอง!" เธอกระซิบเสียงสั่น ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินหนีออก "เดี๋ยวก่อนสิแยม…" ยูโรพยายามลุกตามแต่ร่างกายหนักอึ้งเพราะฤทธิ์สุรา มือที่เอื้อมไปแทบไม่ทันได้คว้าข้อมือเธอ แยมรีบก้าวออกจากร้านคาราโอเกะ สายตาร้อนผ่าวและหัวใจเต้นแรงจนแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ แสงไฟนีออนด้านนอกสาดสีฉูดฉาดลงบนพื้นทางเดินที่เงียบงัน เธอกอดตัวเองแน่น เสียงหัวเราะของเรไรกับภาพสายตาพร่าเลือนของยูโร มันยังคงสะท้อนอยู่ภายในหัวใจดวงน้อย เราแค่ติดธุระที่ร้านเพราะลูกค้า… แต่เขากลับ… ทุกย่างก้าวที่เดินห่างออกจากร้าน เต็มไปด้วยความเจ็บปวดผสมความสับสน รักที่เหมือนจะเริ่มลงตัวแล้วกลับต้องพังทลาย เพียงเพราะช่วงเวลาพลาดพลั้งเพียงเสี้ยวเดียว แยมเดินพาร่างอันสั่นเทาออกมาพร้อมหัวใจที่แตกละเอียด จากเสียงเพลงภายในร้านที่ยังคงก้องสะท้อนอยู่ในหู ได้แปรเปลี่ยนเป็นเพียงเสียงลมหายใจสะอื้นของตนเท่านั้น หยาดน้ำใสอุ่นรินไหลผ่านแก้มป่องเธอกำสองมือเล็กจนแน่น ราวกับบีบความรู้สึกทั้งมวลให้หายไปพร้อมกัน "เจ๊แยม!!" เสียงคุ้นหูดังมาจากอีกฝั่งของถนน เป็นแพนด้าลูกน้องสาวคนสนิทจอมซื่อบื้อ เธอวิ่งปรี่เข้ามาอย่างร้อนรนจนแทบสะดุดขอบฟุตปาธ แต่ก็ยังฝืนลากร่างกายมาหยุดอยู่ตรงหน้าแยมทันที "เจ๊จะไปไหนคะ" เธอถามพลางยืนเท้าสะเอวหอบแฮกๆ ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยความเป็นห่วง เพราะสถานการณ์ภายในร้านสาวน้อยได้เห็นเองทั้งหมด "เจ๊กำลังจะกลับบ้านน่ะสิ! ไม่อยากอยู่ที่นี่ต่ออีกแล้ว!" แยมตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา พร้อมยกฝ่ามือเช็ดคราบน้ำตาป้อยๆ เธอเตรียมตัวจะเดินไปที่รถยนต์อย่างว่องไว "ไม่ได้นะ! เจ๊จะหนีไปแบบนี้ไม่ได้!" แพนด้ากล่าวคัดค้านเสียงแข็ง เธอรีบยื่นแขนยาวขวางแยมเอาไว้ทันที "แพนด้า!!" แม้แยมจะส่งเสียงเชิงดุเล็กน้อยแต่กลับพยายามฝืนยิ้มจางๆ ซึ่งดวงตาคู่สวยยังคงพร่าเลือนด้วยหยาดน้ำใส "ไม่! หนูไม่ยอมให้เจ๊ทำแบบนี้!" แพนด้ารีบส่ายหน้าปฏิเสธ น้ำเสียงเธอสั่นเครือเต็มไปด้วยทั้งความโกรธและความหวังดี "เจ๊แยมที่หนูรู้จัก! จะไม่มีวันยอมแพ้ให้กับอุปสรรคใดภายในชีวิตเด็ดขาด เจ๊รักเฮียยูโรมากขนาดนั้น ทำไมถึงไม่รู้จักพาเขากลับมาด้วยกัน มันเป็นเพราะอะไรกันแน่คะ ถึงได้ยอมปล่อยมือเขาไปง่ายดายเช่นนี้" แพนด้ากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น หวังเพียงได้เตือนสติเจ้านายสุดที่รักของตนเอง "หนูไม่รู้หรอกนะ เมื่อก่อนพวกเจ๊เคยมีเรื่องบาดหมางอะไรกัน แต่ถ้าหากเป็นหนู... คงจะไม่มีวันปล่อยมือคนรักให้แก่คนอื่นแน่ หากเขาไม่ได้เต็มใจที่จะไปเอง!" แพนด้ากัดริมฝีปากแน่น เสียงสะท้อนกลางถนนภายในยามค่ำคืน กลับเต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือนของความเป็นจริง คำพูดเหล่านั้นเหมือนแรงสะกิดแทงลึกลงกลางอก แยมยืนนิ่งไปชั่วขณะ ภาพยูโรนั่งเหม่อข้างเรไรสะท้อนซ้ำอยู่ภายในหัว แต่ระหว่างความเจ็บปวดกับความรัก เธอย่อมรู้ดีกว่าใครว่าหัวใจของเขา มันไม่เคยอยากจากเธอไปจริงๆ แม้เพียงสักครั้ง "ขอบใจมากเลยนะแพนด้า ขอบใจที่ยังเชื่อมั่นในตัวเจ๊อยู่!" แยมสูดลมหายใจเข้าลึกพยายามเรียกสติตัวเองกลับคืนมา เธอยืนเช็ดคราบน้ำตาออกจนหมด แล้วเงยใบหน้าสวยขึ้นอย่างเชื่องช้า ดวงตาเปล่งประกายพร้อมความมุ่งมั่นกลับมาอีกครั้ง "หนูไม่ใช่คนเก่งอะไรหรอกค่ะ แต่หนูรู้ว่า..รักแท้! มันไม่ควรจะจบลงด้วยความเข้าใจผิดต่อกันจาก..คนอื่น!" แพนด้ากล่าวด้วยโทนเสียงปกติ เธอยิ้มหวานให้ทั้งที่น้ำเค็มคลอเบ้าตา เมื่อก่อนเป็นสาวน้อยที่ไม่เคยสนใจใคร แต่มาตอนนี้กลับรู้สึกเป็นห่วงเจ้านายตนเอง คล้ายจะเป็นเรื่องที่หาได้ยากมากพอสมควร แยมพยักหน้าตอบ ก่อนจะหันหลังกลับไปทางร้านคาราโอเกะอีกครั้ง รองเท้าส้นเตี้ยกระทบพื้นทางเดินดังอย่างมั่นคงทุกย่างก้าว สองมือเล็กกำจนแน่นเรียกกำลังใจตนเองให้ฮึกเหิมอีกครั้ง เมื่อประตูถูกเปิดออก แสงไฟสีชมพูม่วงสาดลงบนเรือนผมของเธอ แยมเดินตรงเข้าไปโดยไม่สนใจกับเสียงพูดคุย หรือแม้กระทั่งสายตาผู้คนภายในร้านอีกต่อไป เธอตัดสินใจจะพายูโรกลับบ้าน ไม่ว่าต้องเผชิญกับอะไรข้างหน้าอีกก็ตาม คนมีอาการเมาจากแอลกอฮอล์เงยหน้าขึ้นเห็นเธออีกครั้ง คราวนี้... แยมไม่ได้มาพร้อมน้ำตา แต่พร้อมหัวใจที่แน่วแน่จะพาเขากลับไปด้วยกัน ฝ่ามือเล็กสัมผัสกับฝ่ามือหนาออกแรงดึงเล็กน้อย จนร่างกายสูงใหญ่เซถลาเข้าไปโอบกอดร่างบางแทน "ผมช่วยเจ๊เองครับ!" ยอดวิ่งเข้ามาหาทั้งคู่ก่อนจะช่วยพยุงร่างกายลูกพี่ตนไว้ แยมพยักหน้าตอบกลับเธอไม่สนใจเรไรที่เอาแต่นั่งนิ่งเฉย เมื่อถึงรถยนต์จึงแยกย้ายกันกลับบ้าน เพราะยอดต้องแวะไปส่งแพนด้า ไหนจะต้องพาใหญ่มาเอารถมอเตอร์ไซค์ของเจ้านายตนอีก*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*แยมนั่งทำตารางบัญชีรายจ่ายประจำเดือน อยู่แถวบริเวณโซฟาตัวยาว สองนิ้วเรียวเล็กกดแป้นพิมพ์บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพา เธอหันมองภายในห้องเพื่อหาคนหยิบของให้ เจอยูโรนั่งตรวจบิลสินค้าอยู่บนโต๊ะเอกสาร"คุณสามี! รบกวนหยิบแฟลชไดรฟ์ในลิ้นชักฝั่งขวาให้หน่อยค่ะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสและรอยยิ้มหวาน"ได้สิ!" เขาตอบกลับทันควัน พร้อมเปิดลิ้นชักหยิบสิ่งของที่ภรรยาต้องการ แต่สายตาคมกริบเหลือบเห็นปืนหนึ่งกระบอก เขาจึงคว้ามาถามเธออย่างสงสัย"ขอบคุณมากนะคะ..." เธอกล่าวยังไม่ทันจบ เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยประโยคถัดมา"พกของแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย? ถึงว่า..วันแรกที่เราเจอกันด้วยความบังเอิญ เธอถึงไม่รู้สึกกลัวหรือคิดป้องกันตัวเองเลยสักนิด"เขาเลิกคิ้วรอฟังคำตอบจากเธอ แต่แยมกลับขมวดคิ้วจ้องวัตถุอันตราย ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นและคิดถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ด้วยหัวใจเต้นตุบตับราวกับเป็นประสบการณ์ที่เธอจำได้ไม่เคยลืม#ย้อนอดีต#หลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่ต่างประเทศ หญิงสาวเลือกตั๋วเที่ยวบินกลับร้านด้วยหัวใจแตกสลายอีกครั้ง เพราะคุณลุงและคุณป้าผู้เป็นครอบครัวที่เหลืออยู่บนโลก ได้ลาจากด้วยโรคภัยไข้เจ็บเ
#ย้อนกลับไปหนึ่งวันก่อนเกิดเหตุ..#*ร้านคาราโอเกะ*แสงไฟนีออนสีม่วงอมชมพู กำลังหมุนเลื้อยตามบนผนังร้านคาราโอเกะ คล้ายดั่งเจ้างูยักษ์กับเจ้างูเล็กกำลังเคลื่อนไหว เสียงหัวเราะของผู้หญิงดังอยู่เป็นระยะ เหมือนน้ำหวานเคลือบคมมีดเอาไว้แยมยืนนิ่งตรงบริเวณมุมหนึ่งของร้าน.. ไม่ใช่ฐานะลูกค้าแต่เป็นฐานะคนเลือกเหยื่อ เธอมองโต๊ะตัวหนึ่งอย่างไม่วางตา ทุกคนไร้ซึ่งความหมายเมื่อผ่านสายตาเธอชายวัยกลางคน สวมเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมเพียงแค่สองเม็ดอย่างผ่อนคลาย พุงยื่นเล็กน้อยตามอายุชายขี้เมา มือหนึ่งถือแก้วเหล้า ส่วนอีกมือโอบเอวผู้หญิงอย่างเคยชิน ดวงตาเขาวาววับไม่ใช่เพราะแสงไฟ แต่เพราะความมั่นใจว่า..ตัวเองยังเหนือกว่าใครบนโลก"ผู้ชายแบบนี้.. ไม่ต้องผลักไสก็พร้อมล้มอยู่แล้ว" แยมกล่าวพึมพำเบาๆส่วนยูโรยืนพิงเสาอยู่ไม่ไกลมากนัก เขาไม่ได้ห้ามหรือเร่งเธอให้รีบกลับร้าน เขาแค่มองภรรยาของตัวเอง ซึ่งกำลังอยู่ภายใต้โหมด..เจ้าหนี้ทวงแค้นโหดแยมเดินไปที่บาร์ก่อนจะนั่งลงอย่างนวยนาด เธอเลือกสั่งน้ำอัดลมธรรมดาไม่ใช่เหล้า เพราะเธอต้องการสติครบทุกวินาทีต่อแผนการ ผู้หญิงร้านคาราโอเกะคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ มีผิวกายขาวจั๊วะและแ
*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*"พี่ยอด! ช่วยไปส่งของที่ตลาดกับร้านคาราโอเกะหน่อยสิ"แพนด้าเอ่ยขอความช่วยเหลือจากคนรัก หลังจากตรวจสอบสินค้าและทำใบเสร็จเรียบร้อย แต่เพราะลูกน้องฝ่ายขนส่งไม่พอ ทำให้สาวน้อยต้องกุมขมับ"พี่ติดบิลอื่นอยู่น่ะสิ ต้องแวะอีกเจ็ดแห่งเลยด้วย น่าจะไปส่งไม่ทันแน่เลย ทำยังไงดีล่ะ?"ยอดกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพราะเขาแยกร่างไม่ได้จริงๆ ก่อนจะยืนเท้าสะเอวขมวดคิ้วมองสินค้าสองชุดใหญ่นี้"เดี๋ยวกูไปส่งของกับเมียเอง มึงไปทำหน้าที่ตนเองเถอะ ขับรถอย่ารีบมากเน้นความปลอดภัยด้วย เข้าใจไหม?" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมก่อนจะเดินมาใกล้พร้อมกับแยม"แพนด้าฝากดูแลร้านด้วยนะ เจ๊จะจัดการส่วนนี้แทนเอง" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส"ครับเฮีย! งั้น..ผมไปล่ะ!""ค่ะเจ๊! หนูจะไปตรวจสอบบิลของวันพรุ่งนี้ต่อ""แผนกยกสินค้าจัดการด้วย!" ยูโรกล่าวสั่งทันทีลูกน้องทั้งสองจึงเข้าสู่โหมดทำงานอื่นตามหน้าที่ต่อไป.."คงต้องรับสมัครพนักงานเพิ่มแล้วแหละ!" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยหลังจากยูโรลงทุนร่วมกัน ลูกค้าก็มีปริมาณมากยิ่งขึ้น เพราะตัวเลือกของสินค้ามีหลากหลาย ทำให้กิจการรุ่งเรืองกว่าเมื่อก่อนเข้
เหมือนว่าจะจบแค่ตรงนี้.. แต่ทว่าคนเจ้าเล่ห์กลับพลิกร่างกายเธอนอนคว่ำแทน คนด้านหลังจับลำแข็งเขื่อนจ่อร่องสวาทอีกครั้ง ก่อนจะสอดใส่เข้าลึกจนสุดลำอวบเด้ง ความจุกเริ่มแผ่ซ่านทั่วเรือนร่างคนด้านหน้า ฝ่ามือเล็กจึงกำผ้าปูที่นอนระบายอารมณ์ "ลึกจัง!" แยมร้องครวญครางจนร่างกายสั่นสะท้าน "หืม..ถึงใจดีไหมครับ คุณภรรยา! ฮึก!" ยูโรโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูเธอทันที ร่างกำยำกระหน่ำแทงท่อนรักถี่ยิบอย่างบ้าคลั่ง ไล่แตะคว้านชนผนังโพรงนุ่มลึก จุกจนต้องปวดหน่วงตรงท้องน้อย ความรุนแรงถาโถมไม่หยุดหย่อน ใบหน้าร่างบางต้องบิดเบี้ยวเสียวกระสันหนักขึ้น คนดิบเถื่อนควงสะโพกกระทุ้งร่องสวาท ราวกับเป็นแม่เหล็กดึงดูดคุณภาพดี ร่องรักคนบอบบางขมิบรัดลำอวบอ้วนทุกครั้งที่โดนกระแทก ฝ่ามือหนาขยับแถวบริเวณเอวคอดกิ่วจับจนแน่นถนัด พร้อมเสียดสีโพรงเนื้อเยื่ออย่างไร้ความปราณี "กรี๊ด! เสียวเกินไปแล้ว!" แยมกล่าวด้วยเสียงกระเส่า "แตกออกมาสิ! ถึงยังไงก็ต้องโดนตอกยันสว่างอยู่ดีแหละ" เขากดเสียงต่ำพร่ำบอกเธอ "อา..ขอพักหน่อย ไม่ได้เหรอ.." เธอทักท้วงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "อะไรกัน..ไหนบอกจะชดเชย?" เขากล่าวอย่างเย้ยหยัน ความซาบซ่านแล
ดวงตากลมโตแอบเหล่มอง เพราะกล่องกระดาษวางอยู่ตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว หลังจากเปิดทำให้เธอตะโกนใส่เขาทันที"ไอ้บ้านี่!!!""เธอ..ไม่ชอบมันเหรอ?""ฉันค้นหาสินค้าชิ้นนี้ภายในอินเทอร์เน็ตตั้งนาน..""ทำไมเป็นคนไร้สาระได้ขนาดนี้นะ!!!""พวกเรายังไม่ทันได้เข้าหอกันดีๆ เลยนะแยม!" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย เขาก้มหน้ามองพื้นคุกเข่าต่อหน้าเธอทันที"ฉันขอโทษ..อย่าน้อยใจกันสิ! หลายเดือนก่อนพวกเราเจอมรสุมกันนี่นา กว่าจะจัดการทุกอย่างได้ลงตัว ทำให้ล่วงเลยเวลาจนละเลยความรู้สึกของนาย แต่ว่าตอนนี้ยังไม่สายหรอกเนอะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อนดวงหน้าหวานส่งยิ้มแย้ม ฝ่ามือเล็กสัมผัสแผงอกล่ำอย่างเชื่องช้า สายตาหยาดเยิ้มทำให้อารมณ์ยูโรผ่อนคลายลง เขากลับเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ต่อเธอเสียอย่างนั้น"ถ้าอย่างนั้น..ชุดนี้เธอต้องสวมนะ!" เขากล่าวเสียงอ่อนเสียงหวาน ฝ่ามือหนาดึงชายเสื้อเธอราวกับเป็นเด็กน้อย คล้ายว่าจะขัดกับอุปนิสัยของเขาที่ผู้อื่นเห็นมากอยู่"ก็ได้! เลิกดึงชายเสื้อสักที! ส่วนงานค่อยไปทำต่อพรุ่งนี้แทน ขอไปอาบน้ำก่อนนะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอวิ่งเข้าห้องน้ำพร้อมชุดนอนลายลูกไม้สีดำ ซึ่งมันเป็นข
ยูโรไม่ได้บอกจุดหมายปลายทาง เขาแค่บอกให้แยม เตรียมตัวและออกจากเมืองตั้งแต่เช้าตรู่ รถยนต์แล่นผ่านถนนโล่งมีต้นไม้ขนาบตลอดทาง เสียงเพลงเบาๆ คลอไปกับแสงแดดอ่อนของเช้าวันใหม่ แยมพิงกระจกมองดูทิวทัศน์ที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากบ้านเรือนกลายเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี โดยไม่ถามอะไรสักคำ.. เธอไม่มีแรงจะถามและยูโรก็ไม่เร่งให้เธอพูด จนกระทั่งรถจอดสนิทตรงเนินเขาเล็กๆ เธอมองเห็นอ่างเก็บน้ำทอดยาวสุดสายตา ลมเย็นพัดเอื่อยจนกระทบดวงหน้าสวย กลิ่นหญ้าชื้นยามเช้าทำให้หัวใจที่อัดแน่นของแยมคลายลงอย่างประหลาด "ลงมาเถอะ" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เขายังเปิดประตูให้เธอก่อนเสมอ แยมก้าวลงจากรถยนต์ทันที ความเงียบที่นี่ไม่น่าอึดอัด มันเป็นความเงียบที่ไม่ถาม ไม่ตัดสิน และไม่คาดหวังอะไร.. ยูโรปูเสื่อผืนเล็กใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาวางกระติกน้ำกับถุงกระดาษ ซึ่งเต็มไปด้วยขนมทานเล่นเยอะแยะ ทุกอย่างคล้ายจะดูธรรมดา…แต่คนพามาคงตั้งใจอยู่ไม่น้อยเลย "ที่นี่ไม่มีใครรู้จักเธอ" เขาพูดขึ้นขณะนั่งลง "ไม่มีข่าวซุบซิบ ไม่มีอดีต ไม่มีใครเรียกร้องคำอธิบายด้วย" แยมยืนหลับตาพริ้มฟังเขาอย่างใส่ใจ ลมพัดผมเธอปลิวปะหน้า ดวงตาที่เคยแห้งกลับร้อนผ







