LOGIN*บ้านยูโรเมืองเหลามาจะฟัง*
ชายหนุ่มหลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว เขาจึงก้าวย่างลงบันไดพร้อมฮัมเพลงคลอตลอดทางเดิน ราวกับมีความสุขจนท่วมท้นแทบเก็บอาการไม่ไหว เหล่าแม่บ้านทำความสะอาดต้องพากันเลิ่กลั่ก มองนายน้อย.. ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวของคฤหาสน์หลังนี้ คล้ายดั่งเป็นคนสองบุคลิก อาจจะเพราะเขาทำตามอำเภอใจแต่เกิด และมักจะเผลอแสดงพฤติกรรมทางด้านอารมณ์รุนแรง ไม่เคยไว้หน้าผู้ใดนอกเสียจากผู้ให้กำเนิดทั้งสองท่านนี้ หนึ่งท่านเปโซผู้เป็นบิดาและท่านดีนาร์ผู้เป็นมารดา แม้ทั้งสองคนจะไม่ค่อยมีเวลาเลี้ยงดูลูกชายสักเท่าไร แต่ทว่า.. การอบรมสั่งสอนและมอบความรักก็ไม่ได้ขาดตกบกพร่องแต่อย่างใด ช่วงวัยเด็กจนถึงวัยเติบโตเป็นผู้ใหญ่ นายน้อยของพวกเขากลับมีคนหนึ่งที่เป็นเจ้าของหัวใจ คือ..คุณแยม ซึ่งทุกคนภายในคฤหาสน์หลังนี้รู้กันดี พรึ่บ!!! เพล้ง!!!! "ขอโทษด้วยค่ะ นายน้อย!!!" สาวรับใช้คนหนึ่งกล่าวอย่างตกใจ ฝ่ามือเล็กที่เดินถือถาดพลาสติกมีแก้ววางอยู่ด้วยอาการสั่นเทา ราวกับกลัวถูกต่อว่าอย่างรุนแรงเหมือนทุกครั้งที่เผลอขัดใจ "ก็ยังไม่ทันแตกสักหน่อย จะกลัวอะไรขนาดนั้น!!! รีบเก็บกวาดก่อนที่พ่อแม่ฉันจะกลับมา ไม่เช่นนั้นเธอโดนหักเงินเดือนแน่!!!" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม ก่อนเขาจะเดินออกไปได้เพียงสองสามก้าวเท่านั้น "ฉันอารมณ์ดีแค่อยากล้อเล่นเอง ฮ่า ๆ อย่าลืมไปแจ้งห้องครัวเตรียมอาหารมื้อเช้าให้สำหรับแยมด้วยนะ" "รับทราบค่ะ!!" เธอตอบกลับพร้อมวิ่งไปหยิบอุปกรณ์ทำความสะอาด เพื่อเก็บกวาดเศษแก้วที่แตกเล็กน้อยบนพื้นกระเบื้องลายหินอ่อน ไม่รู้ว่านายน้อยแกล้งทำเป็นไม่เห็นหรือเปล่า ถึงได้ปล่อยเธอไปอย่างง่ายดาย แสงจากหน้าจอโทรทัศน์สะท้อนบนใบหน้าของยูโร เขาเอนกายนอนอยู่บนโซฟาหนังสุดหรูภายในห้องนั่งเล่น เสียงข่าวดังคลอเป็นพื้นหลัง แต่สมาธิของเขาไม่ได้อยู่กับภาพผู้ประกาศ หากลอยไปไกลกว่านั้น ไกลถึงรอยยิ้มของแยมและคำสัญญาที่เขาอยากทำให้เป็นจริง เสียงประตูหน้าบ้านเปิดออก ยูโรหันไปมองโดยอัตโนมัติ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นคุณพ่อเปโซและคุณแม่ดีนาร์ก้าวเข้ามาพร้อมกัน กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของแม่ลอยมาแตะจมูก ส่วนพ่อถอดสูทพาดพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยล้า "ยินดีต้อนรับ.. กลับมากันแล้วเหรอครับ" ยูโรเอ่ยทักทายน้ำเสียงสดใสกว่ายามปกติ ดีนาร์ยิ้มบางๆ พยักหน้า ก่อนจะหันไปสั่งแม่บ้านให้เตรียมน้ำชา เปโซเพียงพยักหน้ารับคำทักทาย แล้วทรุดตัวลงนั่งตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม สีหน้าครุ่นคิดราวกับมีบางอย่างค้างคาใจ ยูโรรอจังหวะไม่นาน เขาก้าวเข้าไปใกล้คุณแม่ แววตาฉายความจริงจัง "แม่ครับ!!! ยูโรขออะไรอย่างหนึ่งได้ไหม" ดีนาร์ชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเหล่มองลูกชายตน เพราะไม่รู้ว่าไปสร้างเรื่องอะไรมาอีกแล้วหรือเปล่า "มีอะไรเหรอจ๊ะ คุณลูกชาย" "เครื่องเพชรของคุณยาย…ของชิ้นนั้น!!! ที่เป็นมรดกตกทอด ผมอยากเอาไปให้แยมครับ" ยูโรกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ พร้อมเม็ดเหงื่อเปียกชุ่มบนหน้าผาก คำว่า..แยม ทำให้บรรยากาศในห้องเงียบลงทันที ดีนาร์ขมวดคิ้วแววตาวูบไหว เธอหลบสายตาลูกชายก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นจิบช้าๆ เหมือนกำลังคิดหาคำตอบอยู่ "มัน…ไม่จำเป็นหรอกยูโร เจ้าสิ่งของแบบนั้น..เก็บมันเอาไว้ที่บ้านก็ดีอยู่แล้ว" เธอตอบเสียงเรียบพยายามให้ดูเป็นเรื่องเล็กน้อย "ไม่สิครับ!!! มันมีความหมายกับผมมากครับแม่ คุณยายซื้อเก็บให้ไว้เพื่อคนที่ผมรักนี่นา ผมอยากให้แยมน่ะ!!!" ยูโรไม่ยอมถอยง่ายเพราะยังไม่ได้สิ่งที่ต้องการ ดีนาร์ฝืนยิ้มแห้งก่อนจะตอบกลับ "เอาอย่างอื่นแทนไม่ได้เหรอ.." เปโซที่นั่งฟังอย่างเงียบงัน เขาวางถ้วยชาลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงกระทบแผ่วเบาแต่ชัดเจน "ดีนาร์!!! อย่าบ่ายเบี่ยงเลย" เขาเรียกชื่อภรรยาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เธอชะงักหันดวงหน้าสวยไปมองสามี แววตาเต็มไปด้วยความลังเล "ฉันแค่ไม่อยากให้เขาเอาเรื่องเก่าๆ มาผูกมัดตัวเองไว้!!! ถ้าหากไม่ได้รักหนูแยมจริง เกิดแต่งงานขึ้นมาแล้วเลิกรากันอีกหน ฉันจะเอาใบหน้าแสนงดงามไปพบหนูแยมได้อย่างไรกัน" "แม่หมายความว่ายังไงครับ เห็นปกติก็เชียร์ผมให้กลับมาคบกับแยม พอผมจะจริงจัง!!! แม่ก็อยากจะเปลี่ยนใจเสียอย่างนั้น" ยูโรเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นเหมือนรู้ว่าคุณแม่ตั้งใจแกล้ง ดีนาร์จึงเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะส่ายหน้า เปโซถอนหายใจยาวพร้อมทั้งลุกขึ้นยืน เขามองลูกชายด้วยสายตาปะปนทั้งความสงสารและความจริงจัง "ยูโร.. ลูกโตพอที่จะรับความจริงได้แล้วนะ" ยูโรหันไปมองพ่อตนเอง สัญชาตญาณบอกเขาว่าสิ่งที่จะได้ยินไม่ใช่เรื่องเล็กแน่ "ความจริงเรื่องอะไรครับพ่อ!!!" เปโซหันไปมองดีนาร์อีกครั้ง ราวกับขออนุญาตบอกแทน เธอนิ่งสงบอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าช้าๆ น้ำตาคลอไม่รู้ว่าปลื้มปีติหรือเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ "บอกเขาไปเถอะ!!! เรื่องมันควรจบลงตรงนี้" เปโซกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม ดีนาร์หลับตาพริ้มสูดลมหายใจเข้าลึกสุดปอด "เครื่องเพชรของคุณยาย…มันไม่ได้อยู่ที่บ้านแล้วน่ะ อีกอย่างแยม.. เป็นเหมือนดั่งลูกสาวพวกเราด้วยสิ!!!" "สรุปมันอยู่ไหนกันแน่ครับ" เขาถามพร้อมขมวดคิ้วมุ่น เป็นจังหวะเดียวกับที่หัวใจของยูโรร่วงหล่นวูบ เพราะคุณแม่มัวแต่กล่าวอ้อมแอ้มเฉไฉไปเรื่อย ทำให้เมื่อได้รับฟังย่อมชวนรู้สึกน่าอึดอัด "มันอยู่กับแยมต่างหาก" เธอลืมตาขึ้นจ้องมองลูกชายตรงๆ คำตอบนั้นเหมือนสายฟ้าฟาด ยูโรยืนนิ่งรู้สึกเหมือนพื้นใต้เท้าสั่นไหว "ฮะ!! อยู่กับ…แยม?" "แม่ได้มอบมันให้แก่เธอแล้ว ซึ่งเป็นวันที่พาเธอไปทานข้าว หลังจากเยี่ยมอาการยูโรที่โรงพยาบาลนั่นแหละ!!!" ดีนาร์พยักหน้าพร้อมยกฝ่ามือเล็กปิดปากตนเอง แอบหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนานที่ได้แกล้งลูกชายสำเร็จ ส่วนเปโซได้แต่ส่ายหัวแอบอมยิ้มตาม "ทำไม.. แม่ถึงไม่ยอมบอกผมออกมาตั้งแต่แรกล่ะครับ!!!" ยูโรกล่าวพร้อมยกฝ่ามือหนาตีหน้าผากตนเอง ราวกับรู้สึกอยากจะบ้าตายอยู่ตรงนี้ เปโซเดินเข้าไปตบไหล่ลูกชายปลอบโยนเขาเล็กน้อย "บางที.. โชคชะตาก็เล่นตลกจัดวางอะไรไว้ให้เรียบร้อย ก่อนพวกเราจะรู้ตัวอีกนะ" ยูโรมองออกไปทางด้านนอกหน้าต่าง ภาพของแยมผุดขึ้นภายในสมองเขา พร้อมความจริงที่เพิ่งได้รับรู้ เขาสูดลมหายใจลึกก่อนจะยิ้มบางๆ "ถ้าอย่างนั้น.. ผมขอแหวนเพชรมรดกจากคุณย่าก็ได้ครับ" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่หนักแน่น "คุณไปเอาแหวนประจำตระกูลผมมาให้ยูโรเถอะ คงไม่ได้ให้หนูแยมไปใช่ไหม.." ดีนาร์ส่งยิ้มแห้งเป็นคำตอบ ส่วนเปโซหรี่ตามองภรรยาสุดที่รักและยืนมองลูกชายด้วยแววตาภูมิใจ "โชคดีนะ.. ไม่ได้มอบโฉนดบ้านสักแห่งให้เธอด้วย ถ้าไม่ได้มาเป็นลูกสะใภ้จะรับมาเป็นลูกสาวแท้ๆ แล้วใช่ไหมเนี่ย!!!" "โธ่คุณ.. ชุดเครื่องเพชรนั้นพวกเราหารือร่วมกันนี่นา เอะอะจะโทษฉันคนเดียวไม่ได้สักหน่อย อีกอย่างไม่มีแผนไหนที่ฉันลงมือแล้วไม่สำเร็จนี่!!" ครอบครัวต่างหัวเราะร่วนกันสนุกสนาน จนแยมพึ่งเดินลงมาจากบันได ยืนมองพร้อมยิ้มหวานมองภาพตรงหน้า พลันคะนึงหาครอบครัวตนที่ล่วงลับกันไปหมดแล้ว*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*แยมนั่งทำตารางบัญชีรายจ่ายประจำเดือน อยู่แถวบริเวณโซฟาตัวยาว สองนิ้วเรียวเล็กกดแป้นพิมพ์บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพา เธอหันมองภายในห้องเพื่อหาคนหยิบของให้ เจอยูโรนั่งตรวจบิลสินค้าอยู่บนโต๊ะเอกสาร"คุณสามี! รบกวนหยิบแฟลชไดรฟ์ในลิ้นชักฝั่งขวาให้หน่อยค่ะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสและรอยยิ้มหวาน"ได้สิ!" เขาตอบกลับทันควัน พร้อมเปิดลิ้นชักหยิบสิ่งของที่ภรรยาต้องการ แต่สายตาคมกริบเหลือบเห็นปืนหนึ่งกระบอก เขาจึงคว้ามาถามเธออย่างสงสัย"ขอบคุณมากนะคะ..." เธอกล่าวยังไม่ทันจบ เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยประโยคถัดมา"พกของแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย? ถึงว่า..วันแรกที่เราเจอกันด้วยความบังเอิญ เธอถึงไม่รู้สึกกลัวหรือคิดป้องกันตัวเองเลยสักนิด"เขาเลิกคิ้วรอฟังคำตอบจากเธอ แต่แยมกลับขมวดคิ้วจ้องวัตถุอันตราย ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นและคิดถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ด้วยหัวใจเต้นตุบตับราวกับเป็นประสบการณ์ที่เธอจำได้ไม่เคยลืม#ย้อนอดีต#หลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่ต่างประเทศ หญิงสาวเลือกตั๋วเที่ยวบินกลับร้านด้วยหัวใจแตกสลายอีกครั้ง เพราะคุณลุงและคุณป้าผู้เป็นครอบครัวที่เหลืออยู่บนโลก ได้ลาจากด้วยโรคภัยไข้เจ็บเ
#ย้อนกลับไปหนึ่งวันก่อนเกิดเหตุ..#*ร้านคาราโอเกะ*แสงไฟนีออนสีม่วงอมชมพู กำลังหมุนเลื้อยตามบนผนังร้านคาราโอเกะ คล้ายดั่งเจ้างูยักษ์กับเจ้างูเล็กกำลังเคลื่อนไหว เสียงหัวเราะของผู้หญิงดังอยู่เป็นระยะ เหมือนน้ำหวานเคลือบคมมีดเอาไว้แยมยืนนิ่งตรงบริเวณมุมหนึ่งของร้าน.. ไม่ใช่ฐานะลูกค้าแต่เป็นฐานะคนเลือกเหยื่อ เธอมองโต๊ะตัวหนึ่งอย่างไม่วางตา ทุกคนไร้ซึ่งความหมายเมื่อผ่านสายตาเธอชายวัยกลางคน สวมเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมเพียงแค่สองเม็ดอย่างผ่อนคลาย พุงยื่นเล็กน้อยตามอายุชายขี้เมา มือหนึ่งถือแก้วเหล้า ส่วนอีกมือโอบเอวผู้หญิงอย่างเคยชิน ดวงตาเขาวาววับไม่ใช่เพราะแสงไฟ แต่เพราะความมั่นใจว่า..ตัวเองยังเหนือกว่าใครบนโลก"ผู้ชายแบบนี้.. ไม่ต้องผลักไสก็พร้อมล้มอยู่แล้ว" แยมกล่าวพึมพำเบาๆส่วนยูโรยืนพิงเสาอยู่ไม่ไกลมากนัก เขาไม่ได้ห้ามหรือเร่งเธอให้รีบกลับร้าน เขาแค่มองภรรยาของตัวเอง ซึ่งกำลังอยู่ภายใต้โหมด..เจ้าหนี้ทวงแค้นโหดแยมเดินไปที่บาร์ก่อนจะนั่งลงอย่างนวยนาด เธอเลือกสั่งน้ำอัดลมธรรมดาไม่ใช่เหล้า เพราะเธอต้องการสติครบทุกวินาทีต่อแผนการ ผู้หญิงร้านคาราโอเกะคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ มีผิวกายขาวจั๊วะและแ
*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*"พี่ยอด! ช่วยไปส่งของที่ตลาดกับร้านคาราโอเกะหน่อยสิ"แพนด้าเอ่ยขอความช่วยเหลือจากคนรัก หลังจากตรวจสอบสินค้าและทำใบเสร็จเรียบร้อย แต่เพราะลูกน้องฝ่ายขนส่งไม่พอ ทำให้สาวน้อยต้องกุมขมับ"พี่ติดบิลอื่นอยู่น่ะสิ ต้องแวะอีกเจ็ดแห่งเลยด้วย น่าจะไปส่งไม่ทันแน่เลย ทำยังไงดีล่ะ?"ยอดกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพราะเขาแยกร่างไม่ได้จริงๆ ก่อนจะยืนเท้าสะเอวขมวดคิ้วมองสินค้าสองชุดใหญ่นี้"เดี๋ยวกูไปส่งของกับเมียเอง มึงไปทำหน้าที่ตนเองเถอะ ขับรถอย่ารีบมากเน้นความปลอดภัยด้วย เข้าใจไหม?" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมก่อนจะเดินมาใกล้พร้อมกับแยม"แพนด้าฝากดูแลร้านด้วยนะ เจ๊จะจัดการส่วนนี้แทนเอง" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส"ครับเฮีย! งั้น..ผมไปล่ะ!""ค่ะเจ๊! หนูจะไปตรวจสอบบิลของวันพรุ่งนี้ต่อ""แผนกยกสินค้าจัดการด้วย!" ยูโรกล่าวสั่งทันทีลูกน้องทั้งสองจึงเข้าสู่โหมดทำงานอื่นตามหน้าที่ต่อไป.."คงต้องรับสมัครพนักงานเพิ่มแล้วแหละ!" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยหลังจากยูโรลงทุนร่วมกัน ลูกค้าก็มีปริมาณมากยิ่งขึ้น เพราะตัวเลือกของสินค้ามีหลากหลาย ทำให้กิจการรุ่งเรืองกว่าเมื่อก่อนเข้
เหมือนว่าจะจบแค่ตรงนี้.. แต่ทว่าคนเจ้าเล่ห์กลับพลิกร่างกายเธอนอนคว่ำแทน คนด้านหลังจับลำแข็งเขื่อนจ่อร่องสวาทอีกครั้ง ก่อนจะสอดใส่เข้าลึกจนสุดลำอวบเด้ง ความจุกเริ่มแผ่ซ่านทั่วเรือนร่างคนด้านหน้า ฝ่ามือเล็กจึงกำผ้าปูที่นอนระบายอารมณ์ "ลึกจัง!" แยมร้องครวญครางจนร่างกายสั่นสะท้าน "หืม..ถึงใจดีไหมครับ คุณภรรยา! ฮึก!" ยูโรโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูเธอทันที ร่างกำยำกระหน่ำแทงท่อนรักถี่ยิบอย่างบ้าคลั่ง ไล่แตะคว้านชนผนังโพรงนุ่มลึก จุกจนต้องปวดหน่วงตรงท้องน้อย ความรุนแรงถาโถมไม่หยุดหย่อน ใบหน้าร่างบางต้องบิดเบี้ยวเสียวกระสันหนักขึ้น คนดิบเถื่อนควงสะโพกกระทุ้งร่องสวาท ราวกับเป็นแม่เหล็กดึงดูดคุณภาพดี ร่องรักคนบอบบางขมิบรัดลำอวบอ้วนทุกครั้งที่โดนกระแทก ฝ่ามือหนาขยับแถวบริเวณเอวคอดกิ่วจับจนแน่นถนัด พร้อมเสียดสีโพรงเนื้อเยื่ออย่างไร้ความปราณี "กรี๊ด! เสียวเกินไปแล้ว!" แยมกล่าวด้วยเสียงกระเส่า "แตกออกมาสิ! ถึงยังไงก็ต้องโดนตอกยันสว่างอยู่ดีแหละ" เขากดเสียงต่ำพร่ำบอกเธอ "อา..ขอพักหน่อย ไม่ได้เหรอ.." เธอทักท้วงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "อะไรกัน..ไหนบอกจะชดเชย?" เขากล่าวอย่างเย้ยหยัน ความซาบซ่านแล
ดวงตากลมโตแอบเหล่มอง เพราะกล่องกระดาษวางอยู่ตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว หลังจากเปิดทำให้เธอตะโกนใส่เขาทันที"ไอ้บ้านี่!!!""เธอ..ไม่ชอบมันเหรอ?""ฉันค้นหาสินค้าชิ้นนี้ภายในอินเทอร์เน็ตตั้งนาน..""ทำไมเป็นคนไร้สาระได้ขนาดนี้นะ!!!""พวกเรายังไม่ทันได้เข้าหอกันดีๆ เลยนะแยม!" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย เขาก้มหน้ามองพื้นคุกเข่าต่อหน้าเธอทันที"ฉันขอโทษ..อย่าน้อยใจกันสิ! หลายเดือนก่อนพวกเราเจอมรสุมกันนี่นา กว่าจะจัดการทุกอย่างได้ลงตัว ทำให้ล่วงเลยเวลาจนละเลยความรู้สึกของนาย แต่ว่าตอนนี้ยังไม่สายหรอกเนอะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อนดวงหน้าหวานส่งยิ้มแย้ม ฝ่ามือเล็กสัมผัสแผงอกล่ำอย่างเชื่องช้า สายตาหยาดเยิ้มทำให้อารมณ์ยูโรผ่อนคลายลง เขากลับเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ต่อเธอเสียอย่างนั้น"ถ้าอย่างนั้น..ชุดนี้เธอต้องสวมนะ!" เขากล่าวเสียงอ่อนเสียงหวาน ฝ่ามือหนาดึงชายเสื้อเธอราวกับเป็นเด็กน้อย คล้ายว่าจะขัดกับอุปนิสัยของเขาที่ผู้อื่นเห็นมากอยู่"ก็ได้! เลิกดึงชายเสื้อสักที! ส่วนงานค่อยไปทำต่อพรุ่งนี้แทน ขอไปอาบน้ำก่อนนะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอวิ่งเข้าห้องน้ำพร้อมชุดนอนลายลูกไม้สีดำ ซึ่งมันเป็นข
ยูโรไม่ได้บอกจุดหมายปลายทาง เขาแค่บอกให้แยม เตรียมตัวและออกจากเมืองตั้งแต่เช้าตรู่ รถยนต์แล่นผ่านถนนโล่งมีต้นไม้ขนาบตลอดทาง เสียงเพลงเบาๆ คลอไปกับแสงแดดอ่อนของเช้าวันใหม่ แยมพิงกระจกมองดูทิวทัศน์ที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากบ้านเรือนกลายเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี โดยไม่ถามอะไรสักคำ.. เธอไม่มีแรงจะถามและยูโรก็ไม่เร่งให้เธอพูด จนกระทั่งรถจอดสนิทตรงเนินเขาเล็กๆ เธอมองเห็นอ่างเก็บน้ำทอดยาวสุดสายตา ลมเย็นพัดเอื่อยจนกระทบดวงหน้าสวย กลิ่นหญ้าชื้นยามเช้าทำให้หัวใจที่อัดแน่นของแยมคลายลงอย่างประหลาด "ลงมาเถอะ" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เขายังเปิดประตูให้เธอก่อนเสมอ แยมก้าวลงจากรถยนต์ทันที ความเงียบที่นี่ไม่น่าอึดอัด มันเป็นความเงียบที่ไม่ถาม ไม่ตัดสิน และไม่คาดหวังอะไร.. ยูโรปูเสื่อผืนเล็กใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาวางกระติกน้ำกับถุงกระดาษ ซึ่งเต็มไปด้วยขนมทานเล่นเยอะแยะ ทุกอย่างคล้ายจะดูธรรมดา…แต่คนพามาคงตั้งใจอยู่ไม่น้อยเลย "ที่นี่ไม่มีใครรู้จักเธอ" เขาพูดขึ้นขณะนั่งลง "ไม่มีข่าวซุบซิบ ไม่มีอดีต ไม่มีใครเรียกร้องคำอธิบายด้วย" แยมยืนหลับตาพริ้มฟังเขาอย่างใส่ใจ ลมพัดผมเธอปลิวปะหน้า ดวงตาที่เคยแห้งกลับร้อนผ







