LOGIN*บ้านยูโรเมืองเหลามาจะฟัง*
แสงแดดยามเช้าสีอ่อน กำลังลอดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามา แตะพื้นหินอ่อนสุดหรูหราภายในบ้านยูโรอย่างแผ่วเบา กลิ่นหอมชาอุ่นๆ ลอยคลุ้งตามทางเดิน บรรยากาศเงียบสงบจนได้ยินเสียงนาฬิกาเดินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ราวกับช่วงเวลาตั้งใจจะเดินช้าลงในเช้าวันนี้ ยูโรยืนตัวตรงอยู่หน้าโต๊ะตัวเล็กข้างหน้าต่าง ก่อนจะหยิบกล่องแก้วสีใสขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ภายในนั้นคือมาริโมะ.. ลักษณะกลมสีเขียวขจีมีเส้นขนแซมเพียงเล็กน้อยราวกับเป็นสิ่งมีชีวิต ขนาดไม่ใหญ่ประมาณห้าเซนติเมตร วางนิ่งอยู่ภายในน้ำใสสะอาด แยมมองมันอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนหัวใจจะเหมือนถูกบีบเบาๆ เพราะเธอเองยังจำความรู้สึกนั้นได้ดีกว่าใคร.. "ของขวัญวันเกิดจากเธอ.. เมื่อห้าปีก่อน!" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่สายตานุ่มลงอย่างเห็นได้ชัด แยมชะงักลงอย่างกะทันหัน เธอไม่คิดว่าเขาจะยังเก็บมันเอาไว้ และไม่เคยคิดด้วยซ้ำ…ว่าเขาจะยังจำได้อยู่ "มันยังอยู่ดีสินะ… ฉันแทบไม่อยากจะเชื่อเลย!" เธอพึมพำอย่างไม่เชื่อสายตา ดวงใจสั่นไหววูบผ่านเรือนร่างราวกับตื้นตันอยู่ "เรา..คอยเฝ้าดูแลมันมาตลอดน่ะ เหมือนเรายังดูแลความทรงจำของเธออยู่เสมอ!" เขาตอบอย่างเถรตรง คำพูดนั้นไม่ได้หวานเลี่ยน..แต่มันจริงเกินคาด จนแยมต้องก้มหน้าลงทันที กลั้นความรู้สึกที่เอ่อล้นขึ้นมาอยู่ภายในอก เธอสูดลมหายใจลึกเฮือกใหญ่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างจริงจังอีกครั้ง "นายรู้ไหม… ทำไมฉันให้อภัยความผิดพลาดในอดีตได้เร็วนัก? ทั้งที่ควรจะทำให้นายเจ็บปวดเหมือนกันมากกว่า?" ยูโรนิ่งไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบของแยม เธอกล่าวราวกับเปิดใจต่อกันมากยิ่งขึ้น ซึ่งเขาเองก็ยืนเกร็งตัวตาม "เพราะฉันรู้ดี! นายได้ลงโทษตัวเองจนทรมานมานานหลายปีแล้ว และความผิดพลาดของพวกเรา…" แยมหยุดชะงักพร้อมกลั้นลมหายใจ ยูโรจ้องค้างอย่างตั้งใจฟังเธอเอ่ยต่อ "มันไม่ใช่แค่ว่า..ใครผิดเพียงคนเดียว แต่มันเป็นความผิดของเราทั้งคู่ ซึ่งมันคนละแบบกัน นั่นคือความจริง" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แต่กลับชัดเจนทุกประโยค ชั่วขณะนั้นเองความเงียบเริ่มเข้ามาแทนที่ มันเงียบสงบ…แต่ไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไร ยูโรหัวเราะเบาๆ อยู่ภายในลำคอ เขาเอื้อมฝ่ามือหนาไปแตะขอบกล่องแก้วนั้น "เธอรู้ไหม… ทำไมฉันถึงตกหลุมรักเธอซ้ำแล้วซ้ำอีก?" แยมมองเขาอย่างสงสัย เพราะ.. ตั้งแต่ครั้งแรกที่คบกันเธอก็เฝ้ารอคำตอบนั้น แต่ยังไม่เคยกล้าพอจะเอ่ยถามเขาเลย "มันเป็นเพราะเธอปากแข็ง..แต่กลับจิตใจดีเสมอ เป็นยัยจอมขี้แย! ที่ชอบทำเหมือนตัวเองแข็งแกร่ง ทั้งที่ความจริงเปราะบางยิ่งกว่าใคร" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเอ็นดู แยมหลบตาแอบอมยิ้มทั้งที่ดวงตาเริ่มร้อนผ่าว เช้าวันนี้.. ทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้กลับมา เป็นตัวเองอีกครั้ง *ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่* ช่วงเย็น.. บรรยากาศช่างครึกครื้นกว่าทุกวัน เสียงเครื่องคิดเลขกับเสียงหัวเราะ และเสียงรถเข็นของเอี๊ยดอ๊าดต่างดังระงม แยมยืนเช็กบัญชีอยู่หน้าเคาน์เตอร์ โดยมีแพนด้านั่งทำหน้าที่ผู้ช่วยข้างๆ อย่างตั้งใจ ยูโรยืนคุยงานกับยอดและใหญ่ไม่ไกลนัก ทุกอย่างดูเป็นปกติ จนกระทั่ง.. พรึ่บ! ไฟทั้งร้านกลับดับลงกะทันหัน "เฮ้ย!" "ไฟดับ?" "ใครมันลืมไปจ่ายค่าไฟกันเนี่ย! เจ๊จะหักเงินเดือนให้เกลี้ยงเลยนะ หืม? ตายแล้ว!!! เจ๊กำลังบอกให้แพนด้าเช็กบิล.." เสียงแตกตื่นดังขึ้นพร้อมกัน แยมถอนหายใจยาวทันที เธอยังไม่ทันเอ่ยจบเลย เสียงร้องเพลงก็ดังขึ้นจากความมืดอีกด้านหนึ่ง สุขสันต์วันเกิด… แยมชะงักหัวใจเหมือนหยุดเต้นไปชั่วขณะ แสงไฟจากเทียนบนเค้กไอศกรีมค่อยๆ ปรากฏขึ้น คนถือเค้กเดินออกมาอย่างเชื่องช้า พร้อมรอยยิ้มกว้างราวกับมีความสุขที่ได้แกล้งเธอ ลูกน้องภายในร้านกว่าสิบชีวิต รวมถึงยอดกับใหญ่และแพนด้าอีก ร้องเพลงเสียงดังอย่างพร้อมเพรียง แม้จะมีจังหวะทำนองโทนเสียงเพี้ยนบ้าง แต่เสี้ยววินาทีนั้นเอง.. กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นจนน่าแปลกประหลาดใจ "วันเกิดฉันเหรอ?" แยมพึมพำอย่างไม่เชื่อสายตา เธอลืมวันพิเศษนี้ไปเสียสนิท เพราะชีวิตวุ่นวายและไม่คิดว่าจะมีใครยังจำได้ หากไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าเหมือนปีก่อน.. ไฟทุกดวงของร้านสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง ยูโรเป็นคนยืนอยู่หลังเค้ก เขายิ้มบางๆ จนแยมต้องเผลออมยิ้มตาม "สุขสันต์วันเกิด..แยม!" ดวงตากับดวงหน้าเธอแดงก่ำอย่างกะทันหัน ความรู้สึกตื้นตันใจและเขินอายจนทำตัวไม่ถูก มันทยอยตีรื้นจนควบคุมอาการตัวเองไม่อยู่ "นี่!!! พวกนายวางแผนกันหมดเลยเหรอ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น น้ำเค็มไหลอาบสองข้างแก้มใส ทั้งรอยยิ้มหวานได้แสดงให้ทุกคนเห็น ฝ่ามือเล็กยกขึ้นมาเช็ดอย่างดีใจ "แน่นอนสิครับเจ๊!" "พวกเราอุตส่าห์นัดกันแกล้งลืมทั้งที ย่อมต้องจัดให้ใหญ่! ตอบแทนความรู้สึกเจ้านายที่สวยและน่ารักสิครับ" เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วร้านค้าขายปลีกส่งแห่งนี้ โต๊ะถูกลากมาชนกันแบบไม่เป็นระเบียบ เตาปิ้งย่างถูกยกออกมา เนื้อย่างส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลบนอากาศ ทุกคนดื่มด่ำการฉลองวันเกิดของแยม และนั่งพูดคุยเล่นกันอย่างสนุกสนาน ไม่มีตำแหน่ง ไม่มีหัวหน้า ไม่มีลูกน้อง มีแค่..คนสำคัญของกันและกัน แยมยืนอยู่ท่ามกลางภาพนั้น ก่อนจะยิ้มหวานทั้งน้ำตา.. นี่คือวันเกิดที่เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความรักที่สุดในช่วงชีวิตของเธอ ยูโรไม่พูดอะไร เขาแค่เพียงดึงเก้าอี้ให้แยมนั่งลงอย่างเงียบๆ ก่อนจะยกเตาปิ้งย่างมาไว้ใกล้ตัวเอง "เธอนั่งพักลงก่อน!!" เสียงเขานุ่มกว่ายามปกติ แยมพยักหน้าอย่างว่าง่ายโดยไม่รู้ตัว เนื้อชิ้นแรกถูกวางลงบนเตา เสียงฉ่าเบาๆ เริ่มดังขึ้นเป็นระยะ ยูโรพลิกมันอย่างชำนาญ เขารอจังหวะสุกพอดี ก่อนจะตัดแบ่งเป็นชิ้นเล็กแล้วยื่นมาตรงหน้าเธอ "อ้าปากสิ!" "อ้า.." ลูกน้องทั้งร้านชะงักนิ่งแทบจะพร้อมกัน ราวกับไม่คาดคิดว่าคนเย็นชาแบบยูโรจะอ่อนโยนเป็น และคนแข็งแกร่งแบบแยมแสดงความน่ารักกับเขาเป็น "เฮ้ย! นี่มันเวอร์ชันพระเอกคลั่งรักยิ่งกว่าผมอีกนะพี่ใหญ่!!!" ยอดถลึงตาโตกล่าวตามภาพตรงหน้า "ผมว่ามดตายไปครึ่งร้านแล้วครับเฮีย~ เหม็นความรักของพวกเขาจริงเลย ให้ตายเถอะ! สงสารคนโสดบ้างได้โปรด.. นี่ก็อีกคู่!" ใหญ่กล่าวพึมพำ แต่น้องชายก็จู๋จี๋กับแพนด้าแฟนสาวทันที "เห็นแค่ตอนพวกเขารักกันน่ะดีแล้วค่ะ!!! ถ้าเจอตอนพวกเขาตีกันพวกเราจะปวดหัวเอานะคะ" แพนด้ากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ใช่..พวกพี่เองก็เห็นด้วย!" ยอดตอบกลับทันควันส่วนใหญ่ก็พยักหน้ารับ และทั้งสามคนนั่งทานเนื้อย่างกันต่อเมื่อความเห็นตรงกัน แยมหน้าแดงระเรื่อจนแทบลามไปถึงใบหูสองข้าง เพราะคู่เธอ..นั่งโต๊ะห่างจากลูกน้องไม่ไกลมากนัก จึงได้ยินชัดเจนทุกประโยค แม้จะแอบกระซิบกระซาบกันอยู่ก็ตามที "นาย…ฉันกินเองได้!!" "รู้!!! แต่วันนี้เราอยากป้อนเธอ" ยูโรตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ไม่ยอมเอามือชักกลับมา คำว่า..อยาก จากปากของเขานั้น ทำเอาหัวใจแยมสั่นวูบเต้นตึกตักไม่ยอมหยุด เธออ้าปากรับเนื้อย่างเข้าไปอย่างยอมแพ้ "อร่อยไหม" "อร่อย…" เธอพยักหน้ารับน้ำตาคลอเบ้าอีกรอบ ยูโรยิ้มบางๆ แล้วปิ้งชิ้นถัดไปต่อทันที หากเป็นตอนสมัยวัยเยาว์เธอต้องทำหน้านี้แทนเขาด้วยซ้ำ "ผมขอสมัครเป็นเจ๊แยมแทนได้ไหมครับ ถ้าเป็นแบบนี้.. ผมยอมลืมวันเกิดตัวเองอีกสิบปีเลย" ยอดโวยวายเสียงดังลั่นร้าน คล้ายอยากเรียกร้องความอ่อนโยนจากยูโรบ้าง ในฐานะลูกน้องคนสนิทและติดตามกันมาหลายปี "ไม่ได้หรอก.. หน้าตามึงมันไม่ผ่านเกณฑ์ไอ้น้องชาย เฮียเลือกเฉพาะเจาะจงเพียงแค่คนเดียวจบนะ!!!" ใหญ่รีบตอบแทนเจ้านายตนเองดั่งรู้ใจ สร้างบรรยากาศเสียงหัวเราะร่วนดังขึ้นอีกครั้ง ยูโรยังคงนั่งปิ้งย่างราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไรทั้งสิ้น เขาทั้งตั้งใจไม่รีบร้อนและไม่พูดเยอะ แต่ทุกครั้งที่เนื้อสุก มือเขาจะยื่นไปหาแยมก่อนเสมอ "ชิ้นนี้..ย่างช้าไปนิด!!!" "อันนี้ไหม้.. เดี๋ยวปิ้งใหม่!!!" "กินผักนี่ด้วยสิ!!! เดี๋ยวเธอจะปวดท้องเอาได้นะ" "นายรู้ไหม… ฉันไม่เคยคิดเลยนะว่าจะมีวันเกิดแบบนี้อีก!!!" แยมมองเขานิ่งๆ ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย เขาชะงักมือลงหลังจากได้ฟัง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาสบตาเธอ "ต่อให้เธอลืม! แต่เราจะจดจำให้แทนทุกปีเอง!" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แยมยิ้มรับทั้งน้ำตา หัวใจดวงน้อยกลับอบอุ่นคล้ายสัมผัสแสงแดดยามเช้าตรู่ จนแทบเหลือล้นยากจะกักเก็บความรู้สึกทั้งหมดได้ "เธอเป็นเมียเรานี่นา ย่อมต้องดูแลแบบนี้แหละ!!" เขาโน้มลำตัวเข้ามาใกล้ กระซิบข้างหูเธอโทนเสียงต่ำ จนแยมแทบสำลักน้ำดื่ม ซึ่งฉากนี้เอง.. บรรดาลูกน้องต้องส่งเสียงโห่แซวดังขึ้นรอบโต๊ะ "ผมขอไปเก็บดอกเบี้ยให้เฮียต่อครับ! มดมันไต่เข้าหูจนทนไม่ไหวแล้วครับ!" ยอดยกมือเหมือนขอเวลานอกออกจากสนาม "ผมขอตามไปช่วยไอ้ยอดมันด้วยคนนะครับ! หากอยู่ต่อ..ผมกลัวอยากจะมีแฟนบ้าง!" ใหญ่ลุกพรวดพราดวิ่งตามยอดทันที "หนูขอไปคิดบัญชีร้านของเดือนนี้ด้วยคนค่ะ! ถ้าอยู่ต่อ..กลัวใจแตกก่อนจบมหาวิทยาลัยแน่!" แพนด้ากล่าวตะกุกตะกักอย่างเขินอาย วิ่งหนีเข้าห้องเก็บเอกสารอย่างว่องไว ยูโรเพียงจับมือแยมเอาไว้ใต้โต๊ะปิ้งย่าง แอบบีบเบาๆ อย่างแนบเนียน เขากลอกตามองบนเพดานร้านเหมือนไม่สนใจใคร คล้ายกับโลกนี้มีแค่พวกเขาอยู่สองคน "เพราะวันนี้.. เราอยากให้เธอเป็นคนสำคัญที่สุดของงานวันเกิดตัวเองต่างหาก!!!" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย ใบหน้าหล่อคมเห่อร้อนจนแดงก่ำ เพราะกำลังเขินอายพฤติกรรมตนเองเช่นกัน บรรยากาศล้อมรอบตัวพวกเขา มีแต่เสียงหัวเราะร่ากันอย่างมีความสุข กลิ่นของควันปิ้งย่างและความวุ่นวาย แต่ภายในความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอ… มันเงียบสงบทางใจจนสัมผัสได้ถึงไออุ่น ยังคงแผ่ซ่านและเต็มไปด้วยความรักลึกซึ้ง ซึ่งไม่จำเป็นต้องพูดออกมาเป็นคำสวยหรู แยมรู้ดีเหลือเกินว่าปีนี้.. เธอไม่ได้แค่ฉลองวันเกิดแสนธรรมดา แต่กำลังร่วมฉลองการได้เขากลับมาอยู่ภายในชีวิตอีกครั้ง มาคอยเดินจับมือ คอยสร้างรอยยิ้มและความสุขด้วยกัน ยิ่งกว่าวันที่เขาเอ่ยปากขอแต่งงานเสียอีก ทุกอย่างเหมือนจะดำเนินชีวิตไปได้ดีมาก หากไม่เกิดเรื่องภายในวันสิ้นปีเสียก่อน ซึ่งวันปีใหม่ยูโรและแยมตั้งใจจะแต่งงานกันอย่างยิ่งใหญ่อยู่แล้ว..*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*แยมนั่งทำตารางบัญชีรายจ่ายประจำเดือน อยู่แถวบริเวณโซฟาตัวยาว สองนิ้วเรียวเล็กกดแป้นพิมพ์บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพา เธอหันมองภายในห้องเพื่อหาคนหยิบของให้ เจอยูโรนั่งตรวจบิลสินค้าอยู่บนโต๊ะเอกสาร"คุณสามี! รบกวนหยิบแฟลชไดรฟ์ในลิ้นชักฝั่งขวาให้หน่อยค่ะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสและรอยยิ้มหวาน"ได้สิ!" เขาตอบกลับทันควัน พร้อมเปิดลิ้นชักหยิบสิ่งของที่ภรรยาต้องการ แต่สายตาคมกริบเหลือบเห็นปืนหนึ่งกระบอก เขาจึงคว้ามาถามเธออย่างสงสัย"ขอบคุณมากนะคะ..." เธอกล่าวยังไม่ทันจบ เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยประโยคถัดมา"พกของแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย? ถึงว่า..วันแรกที่เราเจอกันด้วยความบังเอิญ เธอถึงไม่รู้สึกกลัวหรือคิดป้องกันตัวเองเลยสักนิด"เขาเลิกคิ้วรอฟังคำตอบจากเธอ แต่แยมกลับขมวดคิ้วจ้องวัตถุอันตราย ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นและคิดถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ด้วยหัวใจเต้นตุบตับราวกับเป็นประสบการณ์ที่เธอจำได้ไม่เคยลืม#ย้อนอดีต#หลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่ต่างประเทศ หญิงสาวเลือกตั๋วเที่ยวบินกลับร้านด้วยหัวใจแตกสลายอีกครั้ง เพราะคุณลุงและคุณป้าผู้เป็นครอบครัวที่เหลืออยู่บนโลก ได้ลาจากด้วยโรคภัยไข้เจ็บเ
#ย้อนกลับไปหนึ่งวันก่อนเกิดเหตุ..#*ร้านคาราโอเกะ*แสงไฟนีออนสีม่วงอมชมพู กำลังหมุนเลื้อยตามบนผนังร้านคาราโอเกะ คล้ายดั่งเจ้างูยักษ์กับเจ้างูเล็กกำลังเคลื่อนไหว เสียงหัวเราะของผู้หญิงดังอยู่เป็นระยะ เหมือนน้ำหวานเคลือบคมมีดเอาไว้แยมยืนนิ่งตรงบริเวณมุมหนึ่งของร้าน.. ไม่ใช่ฐานะลูกค้าแต่เป็นฐานะคนเลือกเหยื่อ เธอมองโต๊ะตัวหนึ่งอย่างไม่วางตา ทุกคนไร้ซึ่งความหมายเมื่อผ่านสายตาเธอชายวัยกลางคน สวมเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมเพียงแค่สองเม็ดอย่างผ่อนคลาย พุงยื่นเล็กน้อยตามอายุชายขี้เมา มือหนึ่งถือแก้วเหล้า ส่วนอีกมือโอบเอวผู้หญิงอย่างเคยชิน ดวงตาเขาวาววับไม่ใช่เพราะแสงไฟ แต่เพราะความมั่นใจว่า..ตัวเองยังเหนือกว่าใครบนโลก"ผู้ชายแบบนี้.. ไม่ต้องผลักไสก็พร้อมล้มอยู่แล้ว" แยมกล่าวพึมพำเบาๆส่วนยูโรยืนพิงเสาอยู่ไม่ไกลมากนัก เขาไม่ได้ห้ามหรือเร่งเธอให้รีบกลับร้าน เขาแค่มองภรรยาของตัวเอง ซึ่งกำลังอยู่ภายใต้โหมด..เจ้าหนี้ทวงแค้นโหดแยมเดินไปที่บาร์ก่อนจะนั่งลงอย่างนวยนาด เธอเลือกสั่งน้ำอัดลมธรรมดาไม่ใช่เหล้า เพราะเธอต้องการสติครบทุกวินาทีต่อแผนการ ผู้หญิงร้านคาราโอเกะคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ มีผิวกายขาวจั๊วะและแ
*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*"พี่ยอด! ช่วยไปส่งของที่ตลาดกับร้านคาราโอเกะหน่อยสิ"แพนด้าเอ่ยขอความช่วยเหลือจากคนรัก หลังจากตรวจสอบสินค้าและทำใบเสร็จเรียบร้อย แต่เพราะลูกน้องฝ่ายขนส่งไม่พอ ทำให้สาวน้อยต้องกุมขมับ"พี่ติดบิลอื่นอยู่น่ะสิ ต้องแวะอีกเจ็ดแห่งเลยด้วย น่าจะไปส่งไม่ทันแน่เลย ทำยังไงดีล่ะ?"ยอดกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพราะเขาแยกร่างไม่ได้จริงๆ ก่อนจะยืนเท้าสะเอวขมวดคิ้วมองสินค้าสองชุดใหญ่นี้"เดี๋ยวกูไปส่งของกับเมียเอง มึงไปทำหน้าที่ตนเองเถอะ ขับรถอย่ารีบมากเน้นความปลอดภัยด้วย เข้าใจไหม?" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมก่อนจะเดินมาใกล้พร้อมกับแยม"แพนด้าฝากดูแลร้านด้วยนะ เจ๊จะจัดการส่วนนี้แทนเอง" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส"ครับเฮีย! งั้น..ผมไปล่ะ!""ค่ะเจ๊! หนูจะไปตรวจสอบบิลของวันพรุ่งนี้ต่อ""แผนกยกสินค้าจัดการด้วย!" ยูโรกล่าวสั่งทันทีลูกน้องทั้งสองจึงเข้าสู่โหมดทำงานอื่นตามหน้าที่ต่อไป.."คงต้องรับสมัครพนักงานเพิ่มแล้วแหละ!" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยหลังจากยูโรลงทุนร่วมกัน ลูกค้าก็มีปริมาณมากยิ่งขึ้น เพราะตัวเลือกของสินค้ามีหลากหลาย ทำให้กิจการรุ่งเรืองกว่าเมื่อก่อนเข้
เหมือนว่าจะจบแค่ตรงนี้.. แต่ทว่าคนเจ้าเล่ห์กลับพลิกร่างกายเธอนอนคว่ำแทน คนด้านหลังจับลำแข็งเขื่อนจ่อร่องสวาทอีกครั้ง ก่อนจะสอดใส่เข้าลึกจนสุดลำอวบเด้ง ความจุกเริ่มแผ่ซ่านทั่วเรือนร่างคนด้านหน้า ฝ่ามือเล็กจึงกำผ้าปูที่นอนระบายอารมณ์ "ลึกจัง!" แยมร้องครวญครางจนร่างกายสั่นสะท้าน "หืม..ถึงใจดีไหมครับ คุณภรรยา! ฮึก!" ยูโรโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูเธอทันที ร่างกำยำกระหน่ำแทงท่อนรักถี่ยิบอย่างบ้าคลั่ง ไล่แตะคว้านชนผนังโพรงนุ่มลึก จุกจนต้องปวดหน่วงตรงท้องน้อย ความรุนแรงถาโถมไม่หยุดหย่อน ใบหน้าร่างบางต้องบิดเบี้ยวเสียวกระสันหนักขึ้น คนดิบเถื่อนควงสะโพกกระทุ้งร่องสวาท ราวกับเป็นแม่เหล็กดึงดูดคุณภาพดี ร่องรักคนบอบบางขมิบรัดลำอวบอ้วนทุกครั้งที่โดนกระแทก ฝ่ามือหนาขยับแถวบริเวณเอวคอดกิ่วจับจนแน่นถนัด พร้อมเสียดสีโพรงเนื้อเยื่ออย่างไร้ความปราณี "กรี๊ด! เสียวเกินไปแล้ว!" แยมกล่าวด้วยเสียงกระเส่า "แตกออกมาสิ! ถึงยังไงก็ต้องโดนตอกยันสว่างอยู่ดีแหละ" เขากดเสียงต่ำพร่ำบอกเธอ "อา..ขอพักหน่อย ไม่ได้เหรอ.." เธอทักท้วงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "อะไรกัน..ไหนบอกจะชดเชย?" เขากล่าวอย่างเย้ยหยัน ความซาบซ่านแล
ดวงตากลมโตแอบเหล่มอง เพราะกล่องกระดาษวางอยู่ตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว หลังจากเปิดทำให้เธอตะโกนใส่เขาทันที"ไอ้บ้านี่!!!""เธอ..ไม่ชอบมันเหรอ?""ฉันค้นหาสินค้าชิ้นนี้ภายในอินเทอร์เน็ตตั้งนาน..""ทำไมเป็นคนไร้สาระได้ขนาดนี้นะ!!!""พวกเรายังไม่ทันได้เข้าหอกันดีๆ เลยนะแยม!" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย เขาก้มหน้ามองพื้นคุกเข่าต่อหน้าเธอทันที"ฉันขอโทษ..อย่าน้อยใจกันสิ! หลายเดือนก่อนพวกเราเจอมรสุมกันนี่นา กว่าจะจัดการทุกอย่างได้ลงตัว ทำให้ล่วงเลยเวลาจนละเลยความรู้สึกของนาย แต่ว่าตอนนี้ยังไม่สายหรอกเนอะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อนดวงหน้าหวานส่งยิ้มแย้ม ฝ่ามือเล็กสัมผัสแผงอกล่ำอย่างเชื่องช้า สายตาหยาดเยิ้มทำให้อารมณ์ยูโรผ่อนคลายลง เขากลับเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ต่อเธอเสียอย่างนั้น"ถ้าอย่างนั้น..ชุดนี้เธอต้องสวมนะ!" เขากล่าวเสียงอ่อนเสียงหวาน ฝ่ามือหนาดึงชายเสื้อเธอราวกับเป็นเด็กน้อย คล้ายว่าจะขัดกับอุปนิสัยของเขาที่ผู้อื่นเห็นมากอยู่"ก็ได้! เลิกดึงชายเสื้อสักที! ส่วนงานค่อยไปทำต่อพรุ่งนี้แทน ขอไปอาบน้ำก่อนนะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอวิ่งเข้าห้องน้ำพร้อมชุดนอนลายลูกไม้สีดำ ซึ่งมันเป็นข
ยูโรไม่ได้บอกจุดหมายปลายทาง เขาแค่บอกให้แยม เตรียมตัวและออกจากเมืองตั้งแต่เช้าตรู่ รถยนต์แล่นผ่านถนนโล่งมีต้นไม้ขนาบตลอดทาง เสียงเพลงเบาๆ คลอไปกับแสงแดดอ่อนของเช้าวันใหม่ แยมพิงกระจกมองดูทิวทัศน์ที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากบ้านเรือนกลายเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี โดยไม่ถามอะไรสักคำ.. เธอไม่มีแรงจะถามและยูโรก็ไม่เร่งให้เธอพูด จนกระทั่งรถจอดสนิทตรงเนินเขาเล็กๆ เธอมองเห็นอ่างเก็บน้ำทอดยาวสุดสายตา ลมเย็นพัดเอื่อยจนกระทบดวงหน้าสวย กลิ่นหญ้าชื้นยามเช้าทำให้หัวใจที่อัดแน่นของแยมคลายลงอย่างประหลาด "ลงมาเถอะ" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เขายังเปิดประตูให้เธอก่อนเสมอ แยมก้าวลงจากรถยนต์ทันที ความเงียบที่นี่ไม่น่าอึดอัด มันเป็นความเงียบที่ไม่ถาม ไม่ตัดสิน และไม่คาดหวังอะไร.. ยูโรปูเสื่อผืนเล็กใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาวางกระติกน้ำกับถุงกระดาษ ซึ่งเต็มไปด้วยขนมทานเล่นเยอะแยะ ทุกอย่างคล้ายจะดูธรรมดา…แต่คนพามาคงตั้งใจอยู่ไม่น้อยเลย "ที่นี่ไม่มีใครรู้จักเธอ" เขาพูดขึ้นขณะนั่งลง "ไม่มีข่าวซุบซิบ ไม่มีอดีต ไม่มีใครเรียกร้องคำอธิบายด้วย" แยมยืนหลับตาพริ้มฟังเขาอย่างใส่ใจ ลมพัดผมเธอปลิวปะหน้า ดวงตาที่เคยแห้งกลับร้อนผ







