เข้าสู่ระบบ*วันสิ้นปี..ช่วงเช้า*
ความคึกคักก่อนวันสำคัญซึ่งตรงกับวันสิ้นปี อากาศเริ่มเย็นลงกว่าทุกเดือนเล็กน้อย ผู้คนเดินเข้าออกร้านไม่ขาดสาย เสียงหัวเราะและเสียงอวยพรวันปีใหม่ ยังคงดังสลับกับเสียงเครื่องคิดเงินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ แพนด้ายืนพิงอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ชำระเงิน เธอมองตามแผ่นหลังแยมซึ่งเดินตรวจงานไม่หยุด ทั้งที่ร่องรอยความอ่อนล้าปรากฏจนเด่นชัด และใต้ตาดำคล้ำอย่างปิดไม่มิด "เจ๊!!!" เสียงเรียกจากแพนด้าทำให้แยมชะงัก ก่อนจะหันกลับมาพร้อมรอยยิ้มบาง ราวกับคนอ่อนแรงจนแทบทนฝืนไม่ไหว "อะไรแพนด้า~ ยังขาดตรงไหนอีกเหรอ" แยมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย แพนด้าได้ฟังถึงกับส่ายหน้าทันควัน เธอสูดลมหายใจยาวเหมือนตัดสินใจบางอย่าง "ไม่ขาดอะไรแล้วค่ะ แต่เจ๊…พอเถอะนะ ควรกลับไปพักผ่อนได้แล้ว" "นี่มันวันสิ้นปีเลยนะ งานยังไม่เรียบร้อยสักหน่อย จะให้เจ๊ทิ้งร้านและลูกน้องต้องมาเหนื่อยเกิน มันคงจะดูไม่ดีใช่ไหมล่ะ?" แยมเลิกคิ้วถามสาวน้อย "หนูรู้ค่ะ แต่พรุ่งนี้..เป็นวันมงคลสมรสแล้วนะคะ เจ๊จะฝืนตัวเองทำไม ถ้าเหนื่อยจนหน้าซีดในงานขึ้นมา งานกร่อยแน่ๆ เฮียยูโรคงไม่พอใจพวกหนูแน่!" แพนด้ารีบเอ่ยขัดเจ้านายทันที น้ำเสียงจริงจังยิ่งกว่าทุกครั้ง ชื่อของเจ้าบ่าวทำให้แยมหลุดหัวเราะ "กะจะ..โยนความผิดมาให้เจ๊เฉยเลย" "หนูพูดจริงนะคะ สัปดาห์หนึ่งมีเจ็ดวัน.. เจ๊มาทำงานโดยไม่หยุดไปแล้วตั้งเจ็ดวัน!!!" แพนด้ากล่าวย้ำพร้อมยกนิ้วมือโชว์เจ้านาย จนแยมต้องเบะปากเพราะโดนตำหนิข้อหาขยันเกินเหตุ "งานแต่งมีแค่ครั้งเดียวในชีวิต เจ๊ต้องสวยและสดใส ไม่ใช่ยืนยิ้มแห้งทั้งที่แทบจะยืนไม่ไหวค่ะ หนูรักเจ๊นะถึงได้พูดเตือนน่ะ แม้ว่าคนอื่นจะกลัวโดนหักเงินเดือนก็ตาม.." แยมยืนเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะทอดสายตามองไปรอบร้าน ราวกับพยายามจดจำทุกภาพตรงหน้าเอาไว้ เมื่อเห็นลูกค้าเริ่มทยอยเดินออกจึงรู้สึกโล่งใจทันที "แพนด้า…ขอบใจนะ!!" แยมกล่าวด้วยรอยยิ้มแสนหวาน เธอรู้สึกดีใจมากที่ได้อบรมลูกน้องคนนี้มากับมือ "ถ้าอย่างงั้น..ตกลงนะคะ เจ๊กลับบ้านไปพักผ่อนร่างกาย เดี๋ยวที่เหลือหนูจัดการเอง ลุงอนุชิตก็อยู่ถ้ามีปัญหาอะไร คงไม่ต้องถึงมือเจ๊หรอกค่ะ" แพนด้ายิ้มกว้าง แยมจึงพยักหน้าอย่างยอมแพ้ "ขอฝากร้านด้วยล่ะ..แม่สาวน้อย~" คนสวยคว้ากระเป๋าสะพายใบใหญ่ และเก็บทรัพย์สินมีค่าออกจากตู้เซฟนิรภัย เพราะเป็นวันสิ้นปี.. เธอต้องตรวจสอบและทำบัญชีรวม แถมเตรียมตัวแจกโบนัสให้ลูกน้องภายในร้านอีก แม้แยมจะรู้สึกไม่ค่อยดีที่ทิ้งร้านไป แต่มีคุณลุงอนุชิตและแพนด้าอยู่ ย่อมไม่เกิดเรื่องร้ายขึ้นมาแน่ เพราะทั้งคู่เปรียบเสมือนมือซ้ายขวาของตน แยมก้าวเดินออกจากร้าน ท่ามกลางคำอวยพรปีใหม่ของลูกน้องทุกคน เสียงประตูปิดลงพร้อมความรู้สึกโล่งอกของแพนด้า… แต่ลึกๆ กลับรู้สึกไหววูบอย่างบอกไม่ถูก ดวงตาที่กระตุกไม่ยอมหยุดตั้งแต่ออกจากบ้าน ทำให้แพนด้ากังวลมากกว่าทุกวัน เธอกดโทรศัพท์แจ้งเฮียยูโรให้กลับไปเป็นเพื่อนด้วย เพราะหัวใจยังไม่รู้สึกถึงความสงบสักที *วันสิ้นปี..ช่วงกลางคืน* ความเงียบปกคลุมราวกับซ่อนบางอย่างเอาไว้ เวลาเกือบจะเที่ยงคืนตรง แพนด้ากลับถึงบ้านหลังจากปิดร้านเรียบร้อย ส่วนคุณลุงอนุชิตได้เก็บเงินสดกลับไปด้วยตามหน้าที่ กลิ่นอาหารอุ่นๆ ลอยคลุ้งมาจากในครัว "กลับมาดึกเหมือนกันนะ" เสียงทุ้มเรียบดังขึ้น แพนด้าหันไปเจอกฤษฎา พี่ชายแท้ๆ เขานั่งพิงเก้าอี้ตรงบริเวณโต๊ะอาหาร กำลังถือแก้วน้ำอยู่ในมือ สีหน้าเรียบเฉยและอ่านยากเหมือนเคย "ไปทำงานอยู่เมืองหลวงมาซะนานเลยนะคะ ก็..มันเป็นวันสิ้นปีนี่พี่กฤษ ร้านที่หนูทำงานอยู่จึงมีลูกค้าเยอะเป็นพิเศษน่ะ" "เหนื่อยไหม? พี่บอกแล้ว..เดี๋ยวทำงานส่งเธอเรียนเอง แต่ยังจะกลัวพี่ลำบากอีกนะ" "นิดหน่อยเองค่ะ พวกเรามีกันอยู่แค่สองคนนี่นา พ่อกับแม่ก็หนีไปสวรรค์หมด คงต้องลำบากสักนิด ช่วยเหลือกันไปก่อนนะคะ" บทสนทนายังคงดำเนินตามปกติ เพราะทั้งสองคนไม่ได้เจอกันมาเป็นเวลาร่วมปีแล้ว จนกฤษฎาวางแก้วลงเหมือนไม่ตั้งใจ แล้วเอ่ยถามอย่างแนบเนียน ซึ่งครั้งนี้เขาได้รับมอบหมายงานใหญ่ด้วย "แล้ว…ทำไมหนูนอนดึกจัง พรุ่งนี้ไม่ต้องรีบตื่นไปทำงานอีกเหรอ?" เพราะคำถามนี้ของพี่ชาย ฟังแล้วรู้สึกแปลกใจพอสมควร เวลาสนทนาผ่านโทรศัพท์มีแต่ความห่วงใย อย่างเช่น..รักษาสุขภาพด้วยนะ แพนด้าจึงชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนจะหัวเราะเบาๆ และตอบกลับอย่างสบายใจ "พรุ่งนี้ร้านปิดค่ะ มีแต่งานใหญ่ของเจ้านายหนู อาจจะต้องไปเข้าร่วมแสดงความยินดีด้วย หนูเอง..ก็น่าจะกลับบ้านดึกเหมือนกันค่ะ" "อ้อ..งานอะไรล่ะ?" กฤษฎาพยักหน้าก่อนจะเลิกคิ้วถามอีกครั้ง ราวกับสงสัยความเป็นมาของเรื่องราวสำคัญ "งานในฝัน..ของผู้หญิงหลายคนบนโลกใบนี้ค่ะ!!! เจ๊แยมกำลังจะแต่งงานกับเฮียยูโร พิธีการมีตั้งแต่เช้าเลยด้วย" น้ำเสียงแพนด้าเผลออบอุ่น แต่ทว่า..แววตาของกฤษฎากลับไหววูบเล็กน้อย "จริงเหรอ..น่าดีใจกับเจ้านายหนูด้วยนะ" "จริงสิคะ!!! กว่าทั้งคู่จะเดินทางมาถึงวันนี้ได้ ผ่านอะไรกันมาเยอะมาก หนูก็เป็นสักขีพยานรักของพวกเขาด้วยนะคะ" แพนด้ากล่าวต่อโดยไม่ทันสังเกตหน้าตาพี่ชาย "ขอดูรูปหน่อยได้ไหม คนที่ชื่อว่า..ยูโรน่ะ" กฤษฎาคลี่ยิ้มบางๆ แพนด้าเองก็มีความสุขจนไม่ทันได้คิดอะไร หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนหารูปจากงานวันเกิดเจ๊แยม ซึ่งเป็นรูปหมู่ของทุกคนที่ร่วมฉลอง "นี่ค่ะพี่!" จังหวะภาพปรากฏ.. บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะเปลี่ยนไป ปลายนิ้วของกฤษฎาแตะขอบเครื่องแผ่วเบา สายตาทอดมองหน้าจอกลับนิ่งงัน จนเกิดความเงียบแผ่ซ่านทั่วห้อง มันเป็นช่วงเวลายาวนานแพนด้าจึงเริ่มรู้สึกอึดอัด มุมปากของกฤษฎาเผยอยกขึ้นอย่างเชื่องช้า ซึ่งไม่ใช่รอยยิ้มยินดีอะไรนักหนา แต่เป็นรอยยิ้มของคนที่เจอศัตรูเก่าโดยไม่คาดคิด "หึ!" เสียงหัวเราะโทนต่ำหลุดออกมาจากลำคอ "พี่! กำลังยิ้มอะไรอยู่เหรอคะ" แพนด้าขมวดคิ้วถาม เธอยกฝ่ามือเล็กลูบละไล้เกลียวขนบนแขนตน กฤษฎายืนเงียบไม่ตอบกลับ แต่นิ้วโป้งลากผ่านหน้าจอเนิบนาบราวกับลูบคลำผ่านอดีตอยู่ แววตาเขามืดลงและเย็นเยียบจนแพนด้าขนลุกซู่ "ทั้งคู่ยังหน้าตาเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ…" แพนด้าสะดุ้งกับประโยคของพี่ชายอย่างมีเลศนัย "เอ่อ..พี่ว่าอะไรนะคะ?" กฤษฎารีบเงยหน้าขึ้นทันที รอยยิ้มยังคงอยู่แต่ดวงตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งอารมณ์ "เปล่า" เขาคืนโทรศัพท์ให้เธอ ปลายนิ้วเย็นเฉียบสัมผัสโดนมือแพนด้าเพียงแค่เสี้ยววินาที แต่ความเย็นยะเยือกกลับไต่ขึ้นมาตามสันหลังอย่างกะทันหัน จนแพนด้าต้องกลืนน้ำลายก่อนจะถาม "พี่รู้จัก…เจ๊แยมกับเฮียยูโรเหรอคะ" แม้จะไม่ได้คาดหวังคำตอบ แต่สถานการณ์กลับทำให้แพนด้าสงสัยหนัก กฤษฎาแค่นหัวเราะแผ่วเบาเหมือนคนกำลังนึกสนุก "รู้จักสิ! คู่อริสมัยตอนเรียนอยู่มัธยมน่ะ!" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น หัวใจแพนด้ากระตุกฮวบเมื่อได้ยินเหตุผล "คะ…?" กฤษฎานั่งลงเอนหลังพิงเก้าอี้และหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนจะลืมตาขึ้นด้วยแววตาวาววับ "พี่เองก็ไม่คิดเลยว่า… สุดท้ายจะได้กลับมาเจอกันอีกแบบนี้ โลกมันช่างกลมเสียจริงนะ" "พี่กฤษฎา…" แพนด้ารู้สึกถึงลางไม่ดีที่อธิบายไม่ได้ และแอบเป็นห่วงพี่ชายตัวเองอยู่ "รีบไปนอนเถอะ! พรุ่งนี้เป็นวันสำคัญของเจ้านายหนูไม่ใช่เหรอ พี่ไม่ได้เป็นอะไรแค่คิดถึงอดีตน่ะ" เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ค่ะ…ฝันดีนะคะพี่!" แพนด้ารีบพยักหน้าหงึก เธอเดินขึ้นบันไดไปโดยไม่รู้เลยว่า.. เมื่อเสียงประตูห้องนอนปิดลง กฤษฎาเลือกหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา เขาเปิดดูภาพถ่ายเก่าๆ สมัยวัยมัธยม ภาพรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน ความเกลียดชังและชื่อที่ไม่เคยลืม "ยูโร…" รอยยิ้มชั่วร้ายค่อยๆ คลี่ออกมาในคืนสุดท้ายของปี ก่อนวันที่ทุกคนคิดว่าจะเป็นวันแห่งความสุขที่สุด*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*แยมนั่งทำตารางบัญชีรายจ่ายประจำเดือน อยู่แถวบริเวณโซฟาตัวยาว สองนิ้วเรียวเล็กกดแป้นพิมพ์บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพา เธอหันมองภายในห้องเพื่อหาคนหยิบของให้ เจอยูโรนั่งตรวจบิลสินค้าอยู่บนโต๊ะเอกสาร"คุณสามี! รบกวนหยิบแฟลชไดรฟ์ในลิ้นชักฝั่งขวาให้หน่อยค่ะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสและรอยยิ้มหวาน"ได้สิ!" เขาตอบกลับทันควัน พร้อมเปิดลิ้นชักหยิบสิ่งของที่ภรรยาต้องการ แต่สายตาคมกริบเหลือบเห็นปืนหนึ่งกระบอก เขาจึงคว้ามาถามเธออย่างสงสัย"ขอบคุณมากนะคะ..." เธอกล่าวยังไม่ทันจบ เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยประโยคถัดมา"พกของแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย? ถึงว่า..วันแรกที่เราเจอกันด้วยความบังเอิญ เธอถึงไม่รู้สึกกลัวหรือคิดป้องกันตัวเองเลยสักนิด"เขาเลิกคิ้วรอฟังคำตอบจากเธอ แต่แยมกลับขมวดคิ้วจ้องวัตถุอันตราย ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นและคิดถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ด้วยหัวใจเต้นตุบตับราวกับเป็นประสบการณ์ที่เธอจำได้ไม่เคยลืม#ย้อนอดีต#หลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่ต่างประเทศ หญิงสาวเลือกตั๋วเที่ยวบินกลับร้านด้วยหัวใจแตกสลายอีกครั้ง เพราะคุณลุงและคุณป้าผู้เป็นครอบครัวที่เหลืออยู่บนโลก ได้ลาจากด้วยโรคภัยไข้เจ็บเ
#ย้อนกลับไปหนึ่งวันก่อนเกิดเหตุ..#*ร้านคาราโอเกะ*แสงไฟนีออนสีม่วงอมชมพู กำลังหมุนเลื้อยตามบนผนังร้านคาราโอเกะ คล้ายดั่งเจ้างูยักษ์กับเจ้างูเล็กกำลังเคลื่อนไหว เสียงหัวเราะของผู้หญิงดังอยู่เป็นระยะ เหมือนน้ำหวานเคลือบคมมีดเอาไว้แยมยืนนิ่งตรงบริเวณมุมหนึ่งของร้าน.. ไม่ใช่ฐานะลูกค้าแต่เป็นฐานะคนเลือกเหยื่อ เธอมองโต๊ะตัวหนึ่งอย่างไม่วางตา ทุกคนไร้ซึ่งความหมายเมื่อผ่านสายตาเธอชายวัยกลางคน สวมเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมเพียงแค่สองเม็ดอย่างผ่อนคลาย พุงยื่นเล็กน้อยตามอายุชายขี้เมา มือหนึ่งถือแก้วเหล้า ส่วนอีกมือโอบเอวผู้หญิงอย่างเคยชิน ดวงตาเขาวาววับไม่ใช่เพราะแสงไฟ แต่เพราะความมั่นใจว่า..ตัวเองยังเหนือกว่าใครบนโลก"ผู้ชายแบบนี้.. ไม่ต้องผลักไสก็พร้อมล้มอยู่แล้ว" แยมกล่าวพึมพำเบาๆส่วนยูโรยืนพิงเสาอยู่ไม่ไกลมากนัก เขาไม่ได้ห้ามหรือเร่งเธอให้รีบกลับร้าน เขาแค่มองภรรยาของตัวเอง ซึ่งกำลังอยู่ภายใต้โหมด..เจ้าหนี้ทวงแค้นโหดแยมเดินไปที่บาร์ก่อนจะนั่งลงอย่างนวยนาด เธอเลือกสั่งน้ำอัดลมธรรมดาไม่ใช่เหล้า เพราะเธอต้องการสติครบทุกวินาทีต่อแผนการ ผู้หญิงร้านคาราโอเกะคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ มีผิวกายขาวจั๊วะและแ
*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*"พี่ยอด! ช่วยไปส่งของที่ตลาดกับร้านคาราโอเกะหน่อยสิ"แพนด้าเอ่ยขอความช่วยเหลือจากคนรัก หลังจากตรวจสอบสินค้าและทำใบเสร็จเรียบร้อย แต่เพราะลูกน้องฝ่ายขนส่งไม่พอ ทำให้สาวน้อยต้องกุมขมับ"พี่ติดบิลอื่นอยู่น่ะสิ ต้องแวะอีกเจ็ดแห่งเลยด้วย น่าจะไปส่งไม่ทันแน่เลย ทำยังไงดีล่ะ?"ยอดกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพราะเขาแยกร่างไม่ได้จริงๆ ก่อนจะยืนเท้าสะเอวขมวดคิ้วมองสินค้าสองชุดใหญ่นี้"เดี๋ยวกูไปส่งของกับเมียเอง มึงไปทำหน้าที่ตนเองเถอะ ขับรถอย่ารีบมากเน้นความปลอดภัยด้วย เข้าใจไหม?" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมก่อนจะเดินมาใกล้พร้อมกับแยม"แพนด้าฝากดูแลร้านด้วยนะ เจ๊จะจัดการส่วนนี้แทนเอง" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส"ครับเฮีย! งั้น..ผมไปล่ะ!""ค่ะเจ๊! หนูจะไปตรวจสอบบิลของวันพรุ่งนี้ต่อ""แผนกยกสินค้าจัดการด้วย!" ยูโรกล่าวสั่งทันทีลูกน้องทั้งสองจึงเข้าสู่โหมดทำงานอื่นตามหน้าที่ต่อไป.."คงต้องรับสมัครพนักงานเพิ่มแล้วแหละ!" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยหลังจากยูโรลงทุนร่วมกัน ลูกค้าก็มีปริมาณมากยิ่งขึ้น เพราะตัวเลือกของสินค้ามีหลากหลาย ทำให้กิจการรุ่งเรืองกว่าเมื่อก่อนเข้
เหมือนว่าจะจบแค่ตรงนี้.. แต่ทว่าคนเจ้าเล่ห์กลับพลิกร่างกายเธอนอนคว่ำแทน คนด้านหลังจับลำแข็งเขื่อนจ่อร่องสวาทอีกครั้ง ก่อนจะสอดใส่เข้าลึกจนสุดลำอวบเด้ง ความจุกเริ่มแผ่ซ่านทั่วเรือนร่างคนด้านหน้า ฝ่ามือเล็กจึงกำผ้าปูที่นอนระบายอารมณ์ "ลึกจัง!" แยมร้องครวญครางจนร่างกายสั่นสะท้าน "หืม..ถึงใจดีไหมครับ คุณภรรยา! ฮึก!" ยูโรโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูเธอทันที ร่างกำยำกระหน่ำแทงท่อนรักถี่ยิบอย่างบ้าคลั่ง ไล่แตะคว้านชนผนังโพรงนุ่มลึก จุกจนต้องปวดหน่วงตรงท้องน้อย ความรุนแรงถาโถมไม่หยุดหย่อน ใบหน้าร่างบางต้องบิดเบี้ยวเสียวกระสันหนักขึ้น คนดิบเถื่อนควงสะโพกกระทุ้งร่องสวาท ราวกับเป็นแม่เหล็กดึงดูดคุณภาพดี ร่องรักคนบอบบางขมิบรัดลำอวบอ้วนทุกครั้งที่โดนกระแทก ฝ่ามือหนาขยับแถวบริเวณเอวคอดกิ่วจับจนแน่นถนัด พร้อมเสียดสีโพรงเนื้อเยื่ออย่างไร้ความปราณี "กรี๊ด! เสียวเกินไปแล้ว!" แยมกล่าวด้วยเสียงกระเส่า "แตกออกมาสิ! ถึงยังไงก็ต้องโดนตอกยันสว่างอยู่ดีแหละ" เขากดเสียงต่ำพร่ำบอกเธอ "อา..ขอพักหน่อย ไม่ได้เหรอ.." เธอทักท้วงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "อะไรกัน..ไหนบอกจะชดเชย?" เขากล่าวอย่างเย้ยหยัน ความซาบซ่านแล
ดวงตากลมโตแอบเหล่มอง เพราะกล่องกระดาษวางอยู่ตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว หลังจากเปิดทำให้เธอตะโกนใส่เขาทันที"ไอ้บ้านี่!!!""เธอ..ไม่ชอบมันเหรอ?""ฉันค้นหาสินค้าชิ้นนี้ภายในอินเทอร์เน็ตตั้งนาน..""ทำไมเป็นคนไร้สาระได้ขนาดนี้นะ!!!""พวกเรายังไม่ทันได้เข้าหอกันดีๆ เลยนะแยม!" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย เขาก้มหน้ามองพื้นคุกเข่าต่อหน้าเธอทันที"ฉันขอโทษ..อย่าน้อยใจกันสิ! หลายเดือนก่อนพวกเราเจอมรสุมกันนี่นา กว่าจะจัดการทุกอย่างได้ลงตัว ทำให้ล่วงเลยเวลาจนละเลยความรู้สึกของนาย แต่ว่าตอนนี้ยังไม่สายหรอกเนอะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อนดวงหน้าหวานส่งยิ้มแย้ม ฝ่ามือเล็กสัมผัสแผงอกล่ำอย่างเชื่องช้า สายตาหยาดเยิ้มทำให้อารมณ์ยูโรผ่อนคลายลง เขากลับเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ต่อเธอเสียอย่างนั้น"ถ้าอย่างนั้น..ชุดนี้เธอต้องสวมนะ!" เขากล่าวเสียงอ่อนเสียงหวาน ฝ่ามือหนาดึงชายเสื้อเธอราวกับเป็นเด็กน้อย คล้ายว่าจะขัดกับอุปนิสัยของเขาที่ผู้อื่นเห็นมากอยู่"ก็ได้! เลิกดึงชายเสื้อสักที! ส่วนงานค่อยไปทำต่อพรุ่งนี้แทน ขอไปอาบน้ำก่อนนะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอวิ่งเข้าห้องน้ำพร้อมชุดนอนลายลูกไม้สีดำ ซึ่งมันเป็นข
ยูโรไม่ได้บอกจุดหมายปลายทาง เขาแค่บอกให้แยม เตรียมตัวและออกจากเมืองตั้งแต่เช้าตรู่ รถยนต์แล่นผ่านถนนโล่งมีต้นไม้ขนาบตลอดทาง เสียงเพลงเบาๆ คลอไปกับแสงแดดอ่อนของเช้าวันใหม่ แยมพิงกระจกมองดูทิวทัศน์ที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากบ้านเรือนกลายเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี โดยไม่ถามอะไรสักคำ.. เธอไม่มีแรงจะถามและยูโรก็ไม่เร่งให้เธอพูด จนกระทั่งรถจอดสนิทตรงเนินเขาเล็กๆ เธอมองเห็นอ่างเก็บน้ำทอดยาวสุดสายตา ลมเย็นพัดเอื่อยจนกระทบดวงหน้าสวย กลิ่นหญ้าชื้นยามเช้าทำให้หัวใจที่อัดแน่นของแยมคลายลงอย่างประหลาด "ลงมาเถอะ" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เขายังเปิดประตูให้เธอก่อนเสมอ แยมก้าวลงจากรถยนต์ทันที ความเงียบที่นี่ไม่น่าอึดอัด มันเป็นความเงียบที่ไม่ถาม ไม่ตัดสิน และไม่คาดหวังอะไร.. ยูโรปูเสื่อผืนเล็กใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาวางกระติกน้ำกับถุงกระดาษ ซึ่งเต็มไปด้วยขนมทานเล่นเยอะแยะ ทุกอย่างคล้ายจะดูธรรมดา…แต่คนพามาคงตั้งใจอยู่ไม่น้อยเลย "ที่นี่ไม่มีใครรู้จักเธอ" เขาพูดขึ้นขณะนั่งลง "ไม่มีข่าวซุบซิบ ไม่มีอดีต ไม่มีใครเรียกร้องคำอธิบายด้วย" แยมยืนหลับตาพริ้มฟังเขาอย่างใส่ใจ ลมพัดผมเธอปลิวปะหน้า ดวงตาที่เคยแห้งกลับร้อนผ







