LOGINบรรเจิดมองตามแผ่นหลังของแยม จนน้ำตาไหลซึมออกมา พลางคิดอยู่ภายในใจอีกครั้ง.. หากไม่เดินทางผิดจะมีโอกาสได้รักกับเธอไหม ทุกย่างก้าวของเขาที่เดินตามเจ้าหน้าที่ ทำให้หวนนึกถึงอดีตพร้อมกับรอยยิ้มทั้งน้ำตา
แม้เขาจะไม่รู้ว่าความรักต่อ "แยม" มันเกิดขึ้นตอนไหน เป็นสิ่งที่บรรเจิดทบทวนตัวเองอยู่เสมอ หากให้เล่าความจริงทั้งหมด คงต้องเริ่มจากตอนนั้น.. #ย้อนอดีต# *โรงเรียน×××* ใกล้ถึงเวลาเลิกเรียน จู่ๆ ฝนก็เทลงมาหนักอย่างกะทันหัน เหล่าพวกนักเรียนกำลังยืนหลบฝนกันอยู่ สายตาอันคมกริบเหลือบมองสาวผมเปียอย่างไม่ได้ตั้งใจ เธอกำลังนั่งทำการบ้านตรงโต๊ะม้าหินใต้อาคาร "ไหนเอาตังค์มาให้ไถหน่อยสิ!" รุ่นพี่มัธยมชั้นปีที่หก ออกแรงผลักรุ่นน้องมัธยมชั้นปีที่สี่ หลังชนกำแพงปูนซีเมนต์อย่างแรง เป็นภาพเหตุการณ์ปกติของทุกโรงเรียน จึงไม่ค่อยใส่ใจอะไรมาก เพราะไอ้พวกรุ่นพี่เวรมันไม่ได้มาหาเรื่องตนเอง "ผมไม่มีหรอกครับ เหลือแค่ค่ารถกลับบ้าน วันนี้ให้ไม่ได้จริงๆ ครับ" น้องมัธยมชั้นปีที่สี่ ตอบด้วยอาการเลิ่กลั่ก เขาคงหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย เพราะพฤติกรรมเป็นเด็กเรียนไม่ใช่เด็กเกเรแต่อย่างใด "ค่ารถขากลับบ้านเอง ราคาตั้งเป็นร้อยเลยหรือวะ แค่สิบยี่สิบให้ไม่ได้เนี่ย" รุ่นพี่มัธยมชั้นปีที่หก ล้วงกระเป๋ากางเกงนักเรียนน้องมัธยมชั้นปีที่สี่ ออกมาถือเคลื่อนไหวตรงใบหน้าเหมือนแกล้งเขา "ไม่ได้จริงครับพี่! อย่าให้ผมเดือดร้อนเลยครับ พรุ่งนี้ผมจะเตรียมเอามาให้แทน" น้องมัธยมชั้นปีที่สี่ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือราวกับเป็นเด็กผู้หญิงเสียอย่างนั้น แต่ไอ้รุ่นพี่กลับไร้เหตุผลชกหน้ารุ่นน้อง พร้อมคว้าแบงก์ร้อยไปไม่ยอมคืน มันผลักร่างกายของรุ่นน้องกระแทกชนยัยผมเปีย จนล้มกองข้างเก้าอี้ม้าหินอ่อน เมื่อรุ่นพี่เหล่านั้น.. หนีหายไปแถมยังไม่เอ่ยขอโทษเธอด้วยซ้ำ จึงเดินเข้าไปหาเพื่อจะช่วยเหลือ แต่ได้ยินบทสนทนาระหว่างพวกเขาพอดี "เอาเงินพี่ไปเถอะ เป็นค่ารถกลับบ้านน่ะ พรุ่งนี้อย่าลืมเอามาคืนล่ะ!" ยัยผมเปียบอกรุ่นน้องที่เอาแต่กอดเข่าร้องไห้ "ขอบคุณมากครับ พี่ชื่ออะไร อยู่ปีอะไรห้องไหนเหรอครับ" รุ่นน้องกล่าวถามอย่างรวดเร็ว ยกมือปาดน้ำตามองหน้ายัยผมเปียอย่างตั้งใจ "พี่ชื่อแยมค่ะ อยู่มัธยมปีห้าห้องสอง" เธอกล่าวพร้อมยิ้มหวาน รุ่นน้องได้รับเงินก็รีบยกมือไหว้ขอบคุณ ซึ่งฝนหยุดตกจึงขอกลับบ้านไปทันที ยัยผมเปียนั่งลงทำหน้าเบะน้ำตาไหลคลอ เหมือนจะได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อศอกตอนล้มลง "เก็บของไปห้องพยาบาลกันเถอะ เดี๋ยวเราไปส่งเธอเอง!" บรรเจิดกล่าวด้วยน้ำเสียงปกติ รีบช่วยเก็บหนังสือสองสามเล่มพร้อมปากกา แต่อีกฝ่ายกลับดึงเข้าหาตนเองฉับพลัน เธอมองค้อนใส่เสียอย่างนั้น "นายเองก็เป็นคนใจร้ายเหมือนไอ้พวกรุ่นพี่นั่น ไม่ต้องคิดมาช่วยเราหรอก เราเห็นนายแอบมองรุ่นน้องคนนั้นอยู่นานแล้ว ใจดำชะมัด!" ยัยผมเปียรีบกล่าวอย่างโมโห "บางเรื่องต่อให้มีน้ำใจก็ไม่ควรยุ่งนะครับ เธอน่ะเจ็บตัวแล้วยังจะพูดเยอะอีก ไปกันได้แล้วเดี๋ยวห้องพยาบาลปิด" บรรเจิดกล่าวคะยั้นคะยอ "เราจะฟ้องคุณครู!" ยัยผมเปียกล่าวเสียงดังลั่น จนต้องรีบปิดปากเธอกลัวไอ้พวกนั้นมาได้ยินเข้า "เราอยู่ปีเดียวกับเธอห้องเก้า เธอฟังเรานะ หากครูลงโทษรุ่นพี่พวกนั้นเข้าจริงๆ คนที่ซวยคือไอ้รุ่นน้องนั่น รู้ไหม?" บรรเจิดกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง แต่ยิ่งทำให้ยัยผมเปียร้องไห้หนัก จนต้องเอามือที่ปิดปากเธอออก "ฮื่อๆ ทำไมต้องดุกันด้วย ฉันกลัวนะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ จนเขาต้องยกมือลูบหลังปลอบโยน ก่อนจะแสดงสีหน้าเหวอทันที "เลิกร้องไห้เถอะ ยัยขี้แยเอ๋ย!" บรรเจิดกล่าวด้วยน้ำเสียงร้อนรน เพราะนักเรียนที่เดินผ่านไปมาล้วนคิดว่าเขารังแกผู้หญิงหมดแล้ว "ฮึก! ถ้าฉันไม่ฟ้องครู จะเอาตังค์จากไหนกลับบ้านล่ะ" เธอกล่าวพร้อมซูดน้ำมูกเข้าโพรงจมูก "เอาจากฉันไป! นอกจากจะเป็นยัยขี้แยยังเป็นยัยโง่อีกนะ!" บรรเจิดกล่าวอย่างคนหัวเสีย รีบล้วงกระเป๋าเอาแบงก์พันให้เธอทันที เก็บอุปกรณ์การเรียนและลากเธอไปห้องพยาบาล "ฉันไม่ฟ้องครูแล้วก็ได้! พรุ่งนี้จะเอามาคืนให้นะ แต่ขากลับจะเอาไปแตกเป็นแบงก์ย่อยให้ก่อน นายให้มาตั้งเยอะแล้วนายจะกลับยังไง" เธอถามอย่างสงสัยเอียงคอมองเขาอยู่นาน "เรามีอีกใบ! คราวหน้าใครพูดจาไม่ดี เธอก็อย่ามัวร้องไห้แบบนี้รู้ไหม เถียงคืนหรือวิ่งหนีแทน แต่ถ้าจะให้ดีห้ามยุ่งเรื่องคนอื่น" บรรเจิดกล่าวด้วยน้ำเสียงเอาจริงเอาจัง "ฉันไม่ได้อยากยุ่ง แต่เห็นแล้วมันอดสงสารไม่ได้น่ะ ขอบคุณมากนะที่ทำแผลให้เรา" เธอกล่าวพร้อมยิ้มหวานจนเผลอยิ้มตาม เมื่อเธอเดินจากไปไกลนอกรั้วโรงเรียนได้สักพัก กลับไม่รู้ว่าเพื่อนซี้มันแอบดูอยู่นานแล้ว "ใครวะ" ยูโรวิ่งมาพาดแขนบนหัวไหล่ถาม "เป็นยัยขี้แยน่ะ! ใจดีแต่โง่ไปหน่อย เจ็บแผลแต่ไม่มีใครพามาห้องพยาบาล เห็นแล้วสงสารเลยอาสามาส่งแทนน่ะสิ" บรรเจิดกล่าวพร้อมหัวเราะเบาๆ "อืม.. ยังคงเอกลักษณ์ พ่อเทพบุตรต่อผู้หญิงไม่เปลี่ยน แบบนั้นคงไม่ใช่สเปกมึงหรอกกูรู้! ต้องเป็นยัยเรไรดาวประจำโรงเรียนสวยอึ๋ม หึ~" ยูโรกล่าวเชิงหยอกล้อเพื่อนรัก "ไร้สาระ! กูจะโสดให้ผู้หญิงเสียดายเล่น" บรรเจิดกล่าวเสียงดัง เขาเตรียมวิ่งหนีเพื่อนซี้ไปไกล เหมือนดั่งเช่นเคยทุกวันที่กลับบ้าน แต่คล้ายว่ายูโรกลับมีพฤติกรรมแปลกไปตั้งแต่ได้พบเธอ ส่วนหัวใจของบรรเจิดก็ปลิวว่อนไปอยู่กับแยม โดยที่เขายังไม่ทันรู้ตัวเลยด้วยซ้ำ แต่เพราะรู้ใจตัวเองช้า.. ทำให้เขาพลาดโอกาสสนิทกับแยม *ช่วงเย็นของอีกวัน* บริเวณหน้าตึกเรียนเก่าค่อนข้างเงียบสงบ แสงแดดอ่อนๆ ละลายไล่ไปตามกำแพงซีดจาง แยมกำลังถือซองเล็กจิ๋ว เดินตรงไปหาบรรเจิดที่ยืนพิงต้นไม้รออยู่ "เอานี่… เงินของนาย!" แยมยื่นซองคืนให้ด้วยน้ำเสียงสุภาพปนเกรงใจ บรรเจิดยิ้มบาง รับไว้โดยไม่พูดอะไรมากนัก ทว่าเสียงหัวเราะหยันเบาๆ ดังแทรกขึ้นมาจากทางด้านข้าง "อ้าว… เดี๋ยวนี้มึงปล่อยเงินกู้แล้วเหรอวะ ไอ้บรรเจิด?" แยมชะงักเล็กน้อยดวงตาเบิกโพลง หันไปเห็นร่างสูงใหญ่ของยูโรเดินออกมาจากมุมเงา ใบหน้าคมสันฉายรอยยียวนชัดเจน ปฏิกิริยาของแยมแค่แวบเดียวก็รู้แล้วว่าเธอ.. ไม่ชอบขี้หน้าไอ้เพื่อนซี้ "ไม่ใช่โว้ย! แค่วันนั้น..มีคนนั่งร้องไห้กลับบ้านไม่ได้ จึงช่วยเหลือไปเท่านั้นเอง" บรรเจิดส่ายหน้าปฏิเสธพัลวัน ทั้งที่สองคนรู้เรื่องราวดี แต่อยากแกล้งแซวเธอเล่นเพียงเท่านั้น แยมเม้มปากแน่น แก้มขึ้นสีแดงระเรื่อ เพราะรู้ว่าเขาหมายถึงใคร.. "ยังไงก็…ขอบคุณนายด้วยนะ" เธอหันไปพูดกับบรรเจิด แล้วแสดงท่าทางจะเดินหนีออกมา ราวกับอยากจะตัดบทแค่เพียงสั้นๆ แต่ยังไม่ทันก้าวพ้นไปได้ไกลมากนัก ร่างสูงโปร่งของยูโรก็พุ่งมาขวางหน้า พร้อมกับดึงกระเป๋าถือจากมือเธอไปอย่างรวดเร็ว "ไม่ตลก! เอาคืนมานะ!" แยมร้องเสียงหลง รีบเอื้อมมือจะคว้า แต่เขากลับชูขึ้นสูงราวกับเด็กผู้ชายแกล้งเพื่อน ยูโรยักคิ้วพร้อมยกกระเป๋าเหวี่ยงเบาๆ อยู่ภายในฝ่ามือหนาเหมือนตั้งใจยั่วเธอ "อยากได้คืนใช่มั้ย?" "ใช่สิ! ของฉันนะไอ้บ้า!" เธอโวยวายพลางยืนเขย่ง แต่ก็เอื้อมไม่ถึงสักที ริมฝีปากหยักยกยิ้มเล็กน้อย เขาโน้มตัวลงกระซิบเสียงทุ้มใกล้ใบหูเธอ "ถ้าอยากได้คืน… ก็กลับบ้านพร้อมกันสิ!" หัวใจแยมเต้นโครมครามทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างไปชั่วขณะ รู้สึกได้ทั้งความโกรธและความร้อนวูบภายในอก เธออยากเถียงกลับ แต่เมื่อสบเข้ากับแววตาคมคู่นั้นกลับพูดไม่ออก บรรเจิดที่ยืนมองอยู่ไกลๆ ถึงกับหลุดหัวเราะคิกคัก ก่อนจะหันหน้าหนี ปล่อยให้เพื่อนตัวดี.. จัดการเรื่องของหัวใจกับสาวที่เขาแอบแคร์อยู่เอง เพราะเขาติดธุระกะทันหันจึงต้องรีบกลับบ้าน*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*แยมนั่งทำตารางบัญชีรายจ่ายประจำเดือน อยู่แถวบริเวณโซฟาตัวยาว สองนิ้วเรียวเล็กกดแป้นพิมพ์บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพา เธอหันมองภายในห้องเพื่อหาคนหยิบของให้ เจอยูโรนั่งตรวจบิลสินค้าอยู่บนโต๊ะเอกสาร"คุณสามี! รบกวนหยิบแฟลชไดรฟ์ในลิ้นชักฝั่งขวาให้หน่อยค่ะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสและรอยยิ้มหวาน"ได้สิ!" เขาตอบกลับทันควัน พร้อมเปิดลิ้นชักหยิบสิ่งของที่ภรรยาต้องการ แต่สายตาคมกริบเหลือบเห็นปืนหนึ่งกระบอก เขาจึงคว้ามาถามเธออย่างสงสัย"ขอบคุณมากนะคะ..." เธอกล่าวยังไม่ทันจบ เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยประโยคถัดมา"พกของแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย? ถึงว่า..วันแรกที่เราเจอกันด้วยความบังเอิญ เธอถึงไม่รู้สึกกลัวหรือคิดป้องกันตัวเองเลยสักนิด"เขาเลิกคิ้วรอฟังคำตอบจากเธอ แต่แยมกลับขมวดคิ้วจ้องวัตถุอันตราย ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นและคิดถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ด้วยหัวใจเต้นตุบตับราวกับเป็นประสบการณ์ที่เธอจำได้ไม่เคยลืม#ย้อนอดีต#หลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่ต่างประเทศ หญิงสาวเลือกตั๋วเที่ยวบินกลับร้านด้วยหัวใจแตกสลายอีกครั้ง เพราะคุณลุงและคุณป้าผู้เป็นครอบครัวที่เหลืออยู่บนโลก ได้ลาจากด้วยโรคภัยไข้เจ็บเ
#ย้อนกลับไปหนึ่งวันก่อนเกิดเหตุ..#*ร้านคาราโอเกะ*แสงไฟนีออนสีม่วงอมชมพู กำลังหมุนเลื้อยตามบนผนังร้านคาราโอเกะ คล้ายดั่งเจ้างูยักษ์กับเจ้างูเล็กกำลังเคลื่อนไหว เสียงหัวเราะของผู้หญิงดังอยู่เป็นระยะ เหมือนน้ำหวานเคลือบคมมีดเอาไว้แยมยืนนิ่งตรงบริเวณมุมหนึ่งของร้าน.. ไม่ใช่ฐานะลูกค้าแต่เป็นฐานะคนเลือกเหยื่อ เธอมองโต๊ะตัวหนึ่งอย่างไม่วางตา ทุกคนไร้ซึ่งความหมายเมื่อผ่านสายตาเธอชายวัยกลางคน สวมเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมเพียงแค่สองเม็ดอย่างผ่อนคลาย พุงยื่นเล็กน้อยตามอายุชายขี้เมา มือหนึ่งถือแก้วเหล้า ส่วนอีกมือโอบเอวผู้หญิงอย่างเคยชิน ดวงตาเขาวาววับไม่ใช่เพราะแสงไฟ แต่เพราะความมั่นใจว่า..ตัวเองยังเหนือกว่าใครบนโลก"ผู้ชายแบบนี้.. ไม่ต้องผลักไสก็พร้อมล้มอยู่แล้ว" แยมกล่าวพึมพำเบาๆส่วนยูโรยืนพิงเสาอยู่ไม่ไกลมากนัก เขาไม่ได้ห้ามหรือเร่งเธอให้รีบกลับร้าน เขาแค่มองภรรยาของตัวเอง ซึ่งกำลังอยู่ภายใต้โหมด..เจ้าหนี้ทวงแค้นโหดแยมเดินไปที่บาร์ก่อนจะนั่งลงอย่างนวยนาด เธอเลือกสั่งน้ำอัดลมธรรมดาไม่ใช่เหล้า เพราะเธอต้องการสติครบทุกวินาทีต่อแผนการ ผู้หญิงร้านคาราโอเกะคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ มีผิวกายขาวจั๊วะและแ
*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*"พี่ยอด! ช่วยไปส่งของที่ตลาดกับร้านคาราโอเกะหน่อยสิ"แพนด้าเอ่ยขอความช่วยเหลือจากคนรัก หลังจากตรวจสอบสินค้าและทำใบเสร็จเรียบร้อย แต่เพราะลูกน้องฝ่ายขนส่งไม่พอ ทำให้สาวน้อยต้องกุมขมับ"พี่ติดบิลอื่นอยู่น่ะสิ ต้องแวะอีกเจ็ดแห่งเลยด้วย น่าจะไปส่งไม่ทันแน่เลย ทำยังไงดีล่ะ?"ยอดกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพราะเขาแยกร่างไม่ได้จริงๆ ก่อนจะยืนเท้าสะเอวขมวดคิ้วมองสินค้าสองชุดใหญ่นี้"เดี๋ยวกูไปส่งของกับเมียเอง มึงไปทำหน้าที่ตนเองเถอะ ขับรถอย่ารีบมากเน้นความปลอดภัยด้วย เข้าใจไหม?" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมก่อนจะเดินมาใกล้พร้อมกับแยม"แพนด้าฝากดูแลร้านด้วยนะ เจ๊จะจัดการส่วนนี้แทนเอง" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส"ครับเฮีย! งั้น..ผมไปล่ะ!""ค่ะเจ๊! หนูจะไปตรวจสอบบิลของวันพรุ่งนี้ต่อ""แผนกยกสินค้าจัดการด้วย!" ยูโรกล่าวสั่งทันทีลูกน้องทั้งสองจึงเข้าสู่โหมดทำงานอื่นตามหน้าที่ต่อไป.."คงต้องรับสมัครพนักงานเพิ่มแล้วแหละ!" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยหลังจากยูโรลงทุนร่วมกัน ลูกค้าก็มีปริมาณมากยิ่งขึ้น เพราะตัวเลือกของสินค้ามีหลากหลาย ทำให้กิจการรุ่งเรืองกว่าเมื่อก่อนเข้
เหมือนว่าจะจบแค่ตรงนี้.. แต่ทว่าคนเจ้าเล่ห์กลับพลิกร่างกายเธอนอนคว่ำแทน คนด้านหลังจับลำแข็งเขื่อนจ่อร่องสวาทอีกครั้ง ก่อนจะสอดใส่เข้าลึกจนสุดลำอวบเด้ง ความจุกเริ่มแผ่ซ่านทั่วเรือนร่างคนด้านหน้า ฝ่ามือเล็กจึงกำผ้าปูที่นอนระบายอารมณ์ "ลึกจัง!" แยมร้องครวญครางจนร่างกายสั่นสะท้าน "หืม..ถึงใจดีไหมครับ คุณภรรยา! ฮึก!" ยูโรโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูเธอทันที ร่างกำยำกระหน่ำแทงท่อนรักถี่ยิบอย่างบ้าคลั่ง ไล่แตะคว้านชนผนังโพรงนุ่มลึก จุกจนต้องปวดหน่วงตรงท้องน้อย ความรุนแรงถาโถมไม่หยุดหย่อน ใบหน้าร่างบางต้องบิดเบี้ยวเสียวกระสันหนักขึ้น คนดิบเถื่อนควงสะโพกกระทุ้งร่องสวาท ราวกับเป็นแม่เหล็กดึงดูดคุณภาพดี ร่องรักคนบอบบางขมิบรัดลำอวบอ้วนทุกครั้งที่โดนกระแทก ฝ่ามือหนาขยับแถวบริเวณเอวคอดกิ่วจับจนแน่นถนัด พร้อมเสียดสีโพรงเนื้อเยื่ออย่างไร้ความปราณี "กรี๊ด! เสียวเกินไปแล้ว!" แยมกล่าวด้วยเสียงกระเส่า "แตกออกมาสิ! ถึงยังไงก็ต้องโดนตอกยันสว่างอยู่ดีแหละ" เขากดเสียงต่ำพร่ำบอกเธอ "อา..ขอพักหน่อย ไม่ได้เหรอ.." เธอทักท้วงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "อะไรกัน..ไหนบอกจะชดเชย?" เขากล่าวอย่างเย้ยหยัน ความซาบซ่านแล
ดวงตากลมโตแอบเหล่มอง เพราะกล่องกระดาษวางอยู่ตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว หลังจากเปิดทำให้เธอตะโกนใส่เขาทันที"ไอ้บ้านี่!!!""เธอ..ไม่ชอบมันเหรอ?""ฉันค้นหาสินค้าชิ้นนี้ภายในอินเทอร์เน็ตตั้งนาน..""ทำไมเป็นคนไร้สาระได้ขนาดนี้นะ!!!""พวกเรายังไม่ทันได้เข้าหอกันดีๆ เลยนะแยม!" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย เขาก้มหน้ามองพื้นคุกเข่าต่อหน้าเธอทันที"ฉันขอโทษ..อย่าน้อยใจกันสิ! หลายเดือนก่อนพวกเราเจอมรสุมกันนี่นา กว่าจะจัดการทุกอย่างได้ลงตัว ทำให้ล่วงเลยเวลาจนละเลยความรู้สึกของนาย แต่ว่าตอนนี้ยังไม่สายหรอกเนอะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อนดวงหน้าหวานส่งยิ้มแย้ม ฝ่ามือเล็กสัมผัสแผงอกล่ำอย่างเชื่องช้า สายตาหยาดเยิ้มทำให้อารมณ์ยูโรผ่อนคลายลง เขากลับเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ต่อเธอเสียอย่างนั้น"ถ้าอย่างนั้น..ชุดนี้เธอต้องสวมนะ!" เขากล่าวเสียงอ่อนเสียงหวาน ฝ่ามือหนาดึงชายเสื้อเธอราวกับเป็นเด็กน้อย คล้ายว่าจะขัดกับอุปนิสัยของเขาที่ผู้อื่นเห็นมากอยู่"ก็ได้! เลิกดึงชายเสื้อสักที! ส่วนงานค่อยไปทำต่อพรุ่งนี้แทน ขอไปอาบน้ำก่อนนะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอวิ่งเข้าห้องน้ำพร้อมชุดนอนลายลูกไม้สีดำ ซึ่งมันเป็นข
ยูโรไม่ได้บอกจุดหมายปลายทาง เขาแค่บอกให้แยม เตรียมตัวและออกจากเมืองตั้งแต่เช้าตรู่ รถยนต์แล่นผ่านถนนโล่งมีต้นไม้ขนาบตลอดทาง เสียงเพลงเบาๆ คลอไปกับแสงแดดอ่อนของเช้าวันใหม่ แยมพิงกระจกมองดูทิวทัศน์ที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากบ้านเรือนกลายเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี โดยไม่ถามอะไรสักคำ.. เธอไม่มีแรงจะถามและยูโรก็ไม่เร่งให้เธอพูด จนกระทั่งรถจอดสนิทตรงเนินเขาเล็กๆ เธอมองเห็นอ่างเก็บน้ำทอดยาวสุดสายตา ลมเย็นพัดเอื่อยจนกระทบดวงหน้าสวย กลิ่นหญ้าชื้นยามเช้าทำให้หัวใจที่อัดแน่นของแยมคลายลงอย่างประหลาด "ลงมาเถอะ" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เขายังเปิดประตูให้เธอก่อนเสมอ แยมก้าวลงจากรถยนต์ทันที ความเงียบที่นี่ไม่น่าอึดอัด มันเป็นความเงียบที่ไม่ถาม ไม่ตัดสิน และไม่คาดหวังอะไร.. ยูโรปูเสื่อผืนเล็กใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาวางกระติกน้ำกับถุงกระดาษ ซึ่งเต็มไปด้วยขนมทานเล่นเยอะแยะ ทุกอย่างคล้ายจะดูธรรมดา…แต่คนพามาคงตั้งใจอยู่ไม่น้อยเลย "ที่นี่ไม่มีใครรู้จักเธอ" เขาพูดขึ้นขณะนั่งลง "ไม่มีข่าวซุบซิบ ไม่มีอดีต ไม่มีใครเรียกร้องคำอธิบายด้วย" แยมยืนหลับตาพริ้มฟังเขาอย่างใส่ใจ ลมพัดผมเธอปลิวปะหน้า ดวงตาที่เคยแห้งกลับร้อนผ






![ชีวิตนี้ฉันขอชดใช้ ด้วยลมหายใจสุดท้าย [SM] NC25++](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
