LOGIN#ย้อนอดีต#
*บ้านแยมสมัยเด็ก..อำเภอเหลามาจะฟัง* "พ่อคะแม่คะ หนูมีอะไรจะบอกค่ะ" แยมกล่าวเรียกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาจนซ้อนกับลมหายใจ เธอยืนหงอยอยู่ตรงหน้าโทรทัศน์ เหม่อมองพื้นกระเบื้องอย่างคนใจลอย ซึ่งคุณพ่อกับคุณแม่กำลังดูละครหลังข่าวอยู่ ทั้งสองหันมามองหน้าลูกสาวพร้อมกัน คุณพ่อขยับแว่นเล็กน้อย จนแสงสะท้อนจากจอแก้วผ่านเลนส์สายตาเตรียมรอฟัง ส่วนคุณแม่ลดช้อนข้าวต้มภายในมือลงอย่างสนใจ "หนูไม่ได้ไปทำรายงานที่บ้านเพื่อนจริงๆ ค่ะ" เธอสารภาพเสียงดังลั่นภายในห้องรับแขก ดวงตาเหลือบต่ำมองพื้นเหมือนเด็กทำผิด ไม่กล้าสบสายตาผู้ให้กำเนิดทั้งสองคน "อ้าว! แล้วลูกสาวไปไหนมาจ้ะ" ลิ้นจี่เอ่ยถามกลับทันที เสียงท่านไม่ดุเลยสักนิดแต่แฝงไปด้วยความอยากรู้จริงจัง "หนูไปเฝ้ายูโรมาค่ะ! เขาไม่สบาย แล้วก็...เอ่อ...เราทั้งสองคน กำลังคบกันอยู่ค่ะ" แยมเม้มริมฝีปากลังเลก่อนจะพูดออกไปในที่สุด ผู้ปกครองทั้งสองต่างนั่งเงียบไปชั่วครู่ มีเพียงเสียงละครที่ดังแว่วๆ จากจอโทรทัศน์ท่ามกลางความเงียบ คอยกดดันจนแยมอยากจะกลายเป็นฝุ่นหายไปจากตรงนั้น คุณพ่อกระแอมไอหนึ่งทีราวกับส่งสัญญาณ แล้วหันมองหน้าคุณแม่อย่างรวดเร็ว "เด็กคนนั้น..ใช่ยูโรไหม พ่อเคยเห็นตอนมารับลูกหน้าบ้าน หนูเคยบอกว่าเป็นเพื่อนสนิทที่โรงเรียนนี่นา" ขวานกล่าวด้วยน้ำเสียงยานคางพร้อมเลิกคิ้วสูง แยมพยักหน้ารัวๆ รู้สึกหัวใจเต้นแรงกว่าตอนสอบวัดผลการเรียนระดับประเทศเสียอีก "เฮ้อ~ แม่รู้นะว่าแยมมีอะไรปิดบังมาตลอด แต่แม่ก็หวังว่าแยมจะกล้าบอกกันตรงๆ แบบนี้..." ลิ้นจี่ถอนหายใจเล็กน้อย แต่แววตาไม่ได้มีความดุ เธอยิ้มหวานออกมาเบาๆ เพราะรู้สึกภูมิใจเกี่ยวกับการยอมรับผิดอย่างจริงใจของลูกสาวตน "หนูขอโทษค่ะที่ต้องโกหก ตอนแรกก็แค่จะไปดูแลเขาเฉยๆ แม้ว่า..เขาจะแกล้งป่วยนะคะ แล้วก็งอแงเหมือนเด็กน้อย ไม่ให้แยมกลับบ้านเลย แต่พวกเราไม่ได้เกินเลยต่อกันนะคะ อยู่ภายใต้สายตาของคุณพ่อคุณแม่เขาตลอดค่ะ" แยมกล่าวอธิบาย "แกล้งป่วย" ขวานเลิกคิ้วถามพร้อมใช้ฝ่ามือลูบคลำคางตัวเอง แยมจึงพยักหน้าตอบรับ "ใช่ค่ะพ่อ! แกล้งไอจนตาแดงบ้าง โทรมาบอกว่าจะตายแล้ว แต่พอหนูไปถึงทุกครั้ง กลับกินข้าวได้ตั้งสามจาน!" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอยืนกอดอกตัวเองอย่างหงุดหงิด คุณพ่อกับคุณแม่หลุดหัวเราะออกมาพร้อมกัน ราวกับเห็นเป็นเรื่องสนุกสนานเสียอย่างนั้น "พ่อนึกว่าเขาจะเป็นเด็กเกเร คงจะมีนิสัยนิ่งๆ หยิ่งๆ เสียอีกนะ" ขวานกล่าวติดตลกกับความเจ้าเล่ห์ของแฟนลูกสาว "อืม... หนูคิดว่าคบกับเขาแล้วจะไหวไหมล่ะลูก" ลิ้นจี่รีบเสริมทันควัน "หนูไม่แน่ใจว่าจะเปลี่ยนเขาได้ไหม แต่หนูเชื่อว่าเขาอยากจะเปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นค่ะ" แยมเงยใบหน้าขึ้นพร้อมแสดงสีหน้าแน่วแน่ "เขาเริ่มพยายามอ่านหนังสือกับหนูวันละนิด ถึงแม้ว่าจะขี้บ่น! แต่ก็ไม่ได้แอบหนีเรียนเหมือนช่วงก่อนหน้านั้น แถมยังจดเลคเชอร์สวยกว่าหนูอีกค่ะ" แยมเล่าให้ฟังต่อพร้อมรอยยิ้มหวาน ราวกับภาคภูมิใจในตัวยูโรมากขึ้น "รู้มั้ย! แม่แอบดีใจอยู่เหมือนกัน" ลิ้นจี่กล่าวพร้อมหัวเราะเบาๆ "เพราะอะไรเหรอคะ" แยมรีบถามด้วยความใคร่รู้ "เพราะทางครอบครัวของยูโร เขาให้คนมาถามเพื่อนบ้านถึงประวัติลูกอยู่หลายรอบแล้ว พวกป้าข้างบ้านหลังติดกัน แอบเล่าให้แม่ฟังว่า.. มีคนใส่สูทแต่งตัวดูดีมีฐานะมาสืบเรื่อง.. แยมมีการเรียนและนิสัยเป็นยังไงด้วยนะ" ลิ้นจี่กล่าวด้วยซุ่มเสียงไพเราะเสนาะหู "หา!!!" แยมทำตาโตใส่อย่างไม่เชื่อ "ครอบครัวยูโรเขาก็คงอยากให้ลูกชายเปลี่ยนแปลงล่ะมั้ง แล้วเขาคงเล็งเห็นว่า.. หนูอาจจะเป็นคนช่วยดึงยูโรกลับสู่ทางที่ดีได้น่ะ" ขวานพยักหน้าเชื่องช้าแสดงสีหน้าจริงจังเสียอย่างนั้น "แล้ว...พ่อกับแม่ไม่โกรธหนูเหรอคะ" แยมรีบถามต่ออย่างตื่นเต้น คุณแม่จึงเดินเข้ามาลูบเส้นผมแยมอย่างเบามือ "ไม่โกรธหรอกลูก!!! แม่แค่กลัวว่าลูกจะเหนื่อยต่างหาก ต้องคอยมานั่งคิดหาวิธีรับมือกับยูโรน่ะสิ แต่ถ้าหนูเลือกแล้วจงเดินไปให้สุดทางเลยนะ แม่จะเป็นกำลังใจให้อยู่ตรงนี้เสมอ" ลิ้นจี่กล่าวพร้อมส่งรอยยิ้มหวาน "แต่ถ้าเกิดเรื่องอะไรไม่ดีขึ้นมา ต้องรีบฟ้องพ่อกับแม่ด้วยนะ ใครจะมารังแกลูกสาวของพ่อไม่ได้ทั้งนั้น หนูเข้าใจไหม" พ่อรีบกล่าวเสริม "เข้าใจค่ะ!!! หนูรักพ่อกับแม่ที่สุดเลย~" แยมกล่าวด้วยเสียงเจื้อยแจ้วยิ้มกว้างทั้งน้ำตาคลอ วิ่งเข้าไปโผกอดผู้ให้กำเนิดทั้งสองทันที *บ้านยูโรสมัยเด็ก..อำเภอเหลามาจะฟัง* ยูโรนอนเอกเขนกบนโซฟาตัวยาวภายในห้องนั่งเล่น เขาทำหน้ามุ่ยใส่จอโทรทัศน์ที่ไม่มีอะไรน่าสนใจ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไว้บนฝ่ามือ เตรียมกดส่งข้อความไปหาแยมรัวๆ เหมือนตั้งใจก่อกวนเธอเสียอย่างนั้น (แยม แฟนเธอเป็นหวัดอีกแล้ว) (ไม่มีคนมาป้อนข้าว แฟนเธอกินไม่ลงเลย T.T) (พรุ่งนี้จะเปิดเทอมแล้ว อย่าทิ้งแฟนหนีไปไหนนะ) ดีนาร์เดินผ่านเข้ามาภายในห้องนั่งเล่น โคมไฟห้อยระย้าส่องสว่างระยิบระยับ ยังไม่เท่าแสงจอโทรศัพท์ของลูกชายตน เธอแอบเหล่มองข้อความบนหน้าจอของลูกรัก ก่อนจะหัวเราะเบาๆ อย่างสนุกสนาน "อาการไข้หวัดแบบนี้~ คงจะหายยากหน่อยนะลูกรัก โดยเฉพาะโรค..ขาดหนูแยมไม่ได้นี่น่ะ" ดีนาร์กล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส คล้ายจะหยอกล้อลูกชาย "แม่! อย่ามาแซวผมสิ!" ยูโรกล่าวอย่างเขินอาย ใบหน้าแดงเป็นปื้นลามไปถึงใบหูแล้ว เขารีบกดปิดหน้าจอมาแนบอกทันที "หึ~ ปล่อยให้มีคนมากำราบไอ้เจ้ายูโรซะบ้าง! เผื่อจะเป็นผู้เป็นคนเหมือนลูกชายบ้านอื่นเขาน่ะคุณ~" เปโซกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นธรรมชาติ ยิ้มหวานอย่างสนุกสนานตามภรรยาสุดที่รัก "เมื่อก่อนพ่อก็ไม่ใช่ย่อยนิครับ~ โดนแม่กำราบจนเป็นอย่างนี้ ผมไปหาซื้อขนมและของขวัญให้แฟนดีกว่า~" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงร่าเริง วิ่งขึ้นห้องนอนเปลี่ยนชุดเตรียมพร้อมออกจากบ้าน "ไอ้ลูกคนนี้! มันได้ใครมากันนะ" เปโซกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "ได้คุณมานั่นแหละค่ะ พวกเราไปงานเลี้ยงสังสรรค์กันเถอะ ปล่อยเด็กน้อยให้เขามีความรักต่อไปค่ะ ถึงเขาจะดื้อรั้นแต่รู้ขอบเขตดีอยู่แล้ว" ดีนาร์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล บอกสามีเธอว่าไม่ต้องเป็นห่วงเกินความจำเป็น รีบจูงมือสามีเดินไปขึ้นรถยนต์ทันที เพราะใกล้จะไปสายแล้วยามนี้ * 6 เดือนผ่านไป.. * * โรงเรียน ××× * ยูโรยื่นกระดาษวัดผลระดับการเรียนของเทอมนี้มาอวดแยม เขายังติดระดับท็อปภายในห้องตนอีกด้วย หากเปรียบเทียบจากเมื่อก่อนคอยแก้ศูนย์มากกว่าสิบตัว ต้องนับถือว่าเขามาได้ไกลมาก หลังจากอาจารย์ประจำห้องได้ประกาศภายในคาบเรียน เขาแสดงความทะเล้นใส่ไม่ยอมหยุดจนน่าหมั่นไส้ "ไม่เสียแรงเปล่าที่คอยติวให้นายทุกวันเลยนะ เอาค่าจ้างสอนพิเศษมาด้วย" แยมแกล้งทวงเงินจากเขาพร้อมยิ้มกว้าง ยื่นฝ่ามือเล็กแบออกทันที "ได้สิ! จะเอากี่หมื่นเหรอเดี๋ยวเราไปบอกแม่ เตรียมตัวจ่ายให้เธอเลย" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง ล้วงโทรศัพท์ภายในกระเป๋ากางเกงเตรียมกดหาคุณแม่อย่างรวดเร็ว แยมรีบคว้ามากดวางสายได้ทันเวลา "คนซื่อบื่อ! ฉันกำลังล้อนายเล่นอยู่ต่างหากล่ะ!" แยมกล่าวเสียงดังพร้อมขมวดคิ้วแสดงหน้าบึ้งตึงใส่ "หึ~ ฉันก็แกล้งเธอกลับเหมือนกันแหละ เบอร์โทรออกเมื่อกี้เป็นของเธอต่างหาก ยัยขี้แย" ยูโรกล่าวพร้อมยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ "คนนิสัยไม่ดี! สรุปจะไปกินปิ้งย่างไหม บรรเจิดคงได้โต๊ะนานแล้ว" เธอกล่าวถามอย่างสงสัย เพราะเลิกเรียนนานแล้วแต่เขาพึ่งปรากฏตัว "ไปเถอะครับ คุณแฟน~" เขาตอบกลับ ก่อนจะคว้ากระเป๋านักเรียนของแยมไปถือครองให้เอง เวลาแห่งความรักได้ผ่านเลยไปเข้าสู่ช่วงหลายเดือน ยูโรและแยมคบกันนานจนคนภายในรั้วโรงเรียนต่างรู้กันทั่ว ซึ่งวันนี้เป็นวันเกิดของยูโรจึงนัดฉลองกันหน่อย สถานที่เป็นร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง (ต่อความเดิมจากบทที่ 4) *หน้าร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง* ทั้งคู่เดินจับมือหยอกล้อกันระหว่างทางเดินเตรียมตัวจะกลับบ้าน หยุดยืนรอคนขับรถยนต์ส่วนตัวของยูโร เพื่อมาแวะรับตรงบริเวณป้ายรถเมล์ สาเหตุเพราะลูกน้องเขาจะได้เห็นพวกเราง่ายกว่าตรงจุดอื่น จังหวะเดียวกันนั้นเอง เห็นเรไรกำลังวิ่งหนีวัยรุ่นผู้ชายกลุ่มหนึ่งอยู่ แยมจึงกระตุกแขนยูโรทันที "นายไปช่วยเรไรให้หน่อยจะได้ไหม" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงร้อนรน เพราะเพื่อนรักตนกำลังถูกคนรังแกต่อหน้า "เธอยืนรอเราอยู่ตรงนี้ อย่าไปไหนนะ" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเอาจริงเอาจัง วิ่งเข้าไปหาเรไรอย่างรวดเร็ว จู่ๆ บรรเจิดกลับปรากฏตัวอยู่ด้านข้าง เขาคว้าข้อมือแยมพาวิ่งไปแอบซ่อนตรงบริเวณเสาลานจอดรถ "นายยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ แยกกันเกือบเป็นชั่วโมงแล้วนะ" แยมกระซิบถามบรรเจิดอย่างสงสัย "เราไปเดินเลือกซื้อของขวัญวันเกิดให้ยูโรมาน่ะสิ กำลังเตรียมตัวจะกลับบ้านเลย เมื่อกี้เห็นยืนกันสองคนว่าจะแวะไปทักทาย แต่ยังไม่ทันได้พูดคุยสักนิด เห็นไอ้ยูโรวิ่งไปช่วยเรไรแล้วน่ะ จึงลากเธอมาซ่อนกลัวจะมีอันตรายเอาน่ะสิ!" บรรเจิดกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "แต่ยูโรบอกให้เรายืนรอตรงป้ายรถเมล์นะ หากเขาไม่เจอต้องกังวลมากแน่เลย พวกเรากลับไปรอตรงที่เดิมกันเถอะ อีกไม่นานคนขับรถยนต์ก็มารับยูโรแล้วด้วย จะได้มีคนช่วยเหลืออีกแรง" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงร้อนรน เหงื่อไหลออกมาตามหน้าผากเพราะเป็นห่วงยูโร "ตรงนี้เป็นสถานที่ลับน่ะ เวลาเจอพวกอริมักจะมาแอบกัน มันย่อมรู้อยู่แล้ว ไม่ต้องเครียดจนเกินเหตุหรอก" บรรเจิดกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม จึงนั่งซ่อนตัวอยู่นานเพียงแค่ไม่กี่นาที เห็นยูโรจูงมือเรไรมาด้วยก็โล่งใจทันที ปัญหาก่อนหน้าคลี่คลายลงก็จริง แต่พบเรื่องเหนือความคาดหมายเข้า*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*แยมนั่งทำตารางบัญชีรายจ่ายประจำเดือน อยู่แถวบริเวณโซฟาตัวยาว สองนิ้วเรียวเล็กกดแป้นพิมพ์บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพา เธอหันมองภายในห้องเพื่อหาคนหยิบของให้ เจอยูโรนั่งตรวจบิลสินค้าอยู่บนโต๊ะเอกสาร"คุณสามี! รบกวนหยิบแฟลชไดรฟ์ในลิ้นชักฝั่งขวาให้หน่อยค่ะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสและรอยยิ้มหวาน"ได้สิ!" เขาตอบกลับทันควัน พร้อมเปิดลิ้นชักหยิบสิ่งของที่ภรรยาต้องการ แต่สายตาคมกริบเหลือบเห็นปืนหนึ่งกระบอก เขาจึงคว้ามาถามเธออย่างสงสัย"ขอบคุณมากนะคะ..." เธอกล่าวยังไม่ทันจบ เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยประโยคถัดมา"พกของแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย? ถึงว่า..วันแรกที่เราเจอกันด้วยความบังเอิญ เธอถึงไม่รู้สึกกลัวหรือคิดป้องกันตัวเองเลยสักนิด"เขาเลิกคิ้วรอฟังคำตอบจากเธอ แต่แยมกลับขมวดคิ้วจ้องวัตถุอันตราย ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นและคิดถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ด้วยหัวใจเต้นตุบตับราวกับเป็นประสบการณ์ที่เธอจำได้ไม่เคยลืม#ย้อนอดีต#หลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่ต่างประเทศ หญิงสาวเลือกตั๋วเที่ยวบินกลับร้านด้วยหัวใจแตกสลายอีกครั้ง เพราะคุณลุงและคุณป้าผู้เป็นครอบครัวที่เหลืออยู่บนโลก ได้ลาจากด้วยโรคภัยไข้เจ็บเ
#ย้อนกลับไปหนึ่งวันก่อนเกิดเหตุ..#*ร้านคาราโอเกะ*แสงไฟนีออนสีม่วงอมชมพู กำลังหมุนเลื้อยตามบนผนังร้านคาราโอเกะ คล้ายดั่งเจ้างูยักษ์กับเจ้างูเล็กกำลังเคลื่อนไหว เสียงหัวเราะของผู้หญิงดังอยู่เป็นระยะ เหมือนน้ำหวานเคลือบคมมีดเอาไว้แยมยืนนิ่งตรงบริเวณมุมหนึ่งของร้าน.. ไม่ใช่ฐานะลูกค้าแต่เป็นฐานะคนเลือกเหยื่อ เธอมองโต๊ะตัวหนึ่งอย่างไม่วางตา ทุกคนไร้ซึ่งความหมายเมื่อผ่านสายตาเธอชายวัยกลางคน สวมเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมเพียงแค่สองเม็ดอย่างผ่อนคลาย พุงยื่นเล็กน้อยตามอายุชายขี้เมา มือหนึ่งถือแก้วเหล้า ส่วนอีกมือโอบเอวผู้หญิงอย่างเคยชิน ดวงตาเขาวาววับไม่ใช่เพราะแสงไฟ แต่เพราะความมั่นใจว่า..ตัวเองยังเหนือกว่าใครบนโลก"ผู้ชายแบบนี้.. ไม่ต้องผลักไสก็พร้อมล้มอยู่แล้ว" แยมกล่าวพึมพำเบาๆส่วนยูโรยืนพิงเสาอยู่ไม่ไกลมากนัก เขาไม่ได้ห้ามหรือเร่งเธอให้รีบกลับร้าน เขาแค่มองภรรยาของตัวเอง ซึ่งกำลังอยู่ภายใต้โหมด..เจ้าหนี้ทวงแค้นโหดแยมเดินไปที่บาร์ก่อนจะนั่งลงอย่างนวยนาด เธอเลือกสั่งน้ำอัดลมธรรมดาไม่ใช่เหล้า เพราะเธอต้องการสติครบทุกวินาทีต่อแผนการ ผู้หญิงร้านคาราโอเกะคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ มีผิวกายขาวจั๊วะและแ
*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*"พี่ยอด! ช่วยไปส่งของที่ตลาดกับร้านคาราโอเกะหน่อยสิ"แพนด้าเอ่ยขอความช่วยเหลือจากคนรัก หลังจากตรวจสอบสินค้าและทำใบเสร็จเรียบร้อย แต่เพราะลูกน้องฝ่ายขนส่งไม่พอ ทำให้สาวน้อยต้องกุมขมับ"พี่ติดบิลอื่นอยู่น่ะสิ ต้องแวะอีกเจ็ดแห่งเลยด้วย น่าจะไปส่งไม่ทันแน่เลย ทำยังไงดีล่ะ?"ยอดกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพราะเขาแยกร่างไม่ได้จริงๆ ก่อนจะยืนเท้าสะเอวขมวดคิ้วมองสินค้าสองชุดใหญ่นี้"เดี๋ยวกูไปส่งของกับเมียเอง มึงไปทำหน้าที่ตนเองเถอะ ขับรถอย่ารีบมากเน้นความปลอดภัยด้วย เข้าใจไหม?" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมก่อนจะเดินมาใกล้พร้อมกับแยม"แพนด้าฝากดูแลร้านด้วยนะ เจ๊จะจัดการส่วนนี้แทนเอง" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส"ครับเฮีย! งั้น..ผมไปล่ะ!""ค่ะเจ๊! หนูจะไปตรวจสอบบิลของวันพรุ่งนี้ต่อ""แผนกยกสินค้าจัดการด้วย!" ยูโรกล่าวสั่งทันทีลูกน้องทั้งสองจึงเข้าสู่โหมดทำงานอื่นตามหน้าที่ต่อไป.."คงต้องรับสมัครพนักงานเพิ่มแล้วแหละ!" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยหลังจากยูโรลงทุนร่วมกัน ลูกค้าก็มีปริมาณมากยิ่งขึ้น เพราะตัวเลือกของสินค้ามีหลากหลาย ทำให้กิจการรุ่งเรืองกว่าเมื่อก่อนเข้
เหมือนว่าจะจบแค่ตรงนี้.. แต่ทว่าคนเจ้าเล่ห์กลับพลิกร่างกายเธอนอนคว่ำแทน คนด้านหลังจับลำแข็งเขื่อนจ่อร่องสวาทอีกครั้ง ก่อนจะสอดใส่เข้าลึกจนสุดลำอวบเด้ง ความจุกเริ่มแผ่ซ่านทั่วเรือนร่างคนด้านหน้า ฝ่ามือเล็กจึงกำผ้าปูที่นอนระบายอารมณ์ "ลึกจัง!" แยมร้องครวญครางจนร่างกายสั่นสะท้าน "หืม..ถึงใจดีไหมครับ คุณภรรยา! ฮึก!" ยูโรโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูเธอทันที ร่างกำยำกระหน่ำแทงท่อนรักถี่ยิบอย่างบ้าคลั่ง ไล่แตะคว้านชนผนังโพรงนุ่มลึก จุกจนต้องปวดหน่วงตรงท้องน้อย ความรุนแรงถาโถมไม่หยุดหย่อน ใบหน้าร่างบางต้องบิดเบี้ยวเสียวกระสันหนักขึ้น คนดิบเถื่อนควงสะโพกกระทุ้งร่องสวาท ราวกับเป็นแม่เหล็กดึงดูดคุณภาพดี ร่องรักคนบอบบางขมิบรัดลำอวบอ้วนทุกครั้งที่โดนกระแทก ฝ่ามือหนาขยับแถวบริเวณเอวคอดกิ่วจับจนแน่นถนัด พร้อมเสียดสีโพรงเนื้อเยื่ออย่างไร้ความปราณี "กรี๊ด! เสียวเกินไปแล้ว!" แยมกล่าวด้วยเสียงกระเส่า "แตกออกมาสิ! ถึงยังไงก็ต้องโดนตอกยันสว่างอยู่ดีแหละ" เขากดเสียงต่ำพร่ำบอกเธอ "อา..ขอพักหน่อย ไม่ได้เหรอ.." เธอทักท้วงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "อะไรกัน..ไหนบอกจะชดเชย?" เขากล่าวอย่างเย้ยหยัน ความซาบซ่านแล
ดวงตากลมโตแอบเหล่มอง เพราะกล่องกระดาษวางอยู่ตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว หลังจากเปิดทำให้เธอตะโกนใส่เขาทันที"ไอ้บ้านี่!!!""เธอ..ไม่ชอบมันเหรอ?""ฉันค้นหาสินค้าชิ้นนี้ภายในอินเทอร์เน็ตตั้งนาน..""ทำไมเป็นคนไร้สาระได้ขนาดนี้นะ!!!""พวกเรายังไม่ทันได้เข้าหอกันดีๆ เลยนะแยม!" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย เขาก้มหน้ามองพื้นคุกเข่าต่อหน้าเธอทันที"ฉันขอโทษ..อย่าน้อยใจกันสิ! หลายเดือนก่อนพวกเราเจอมรสุมกันนี่นา กว่าจะจัดการทุกอย่างได้ลงตัว ทำให้ล่วงเลยเวลาจนละเลยความรู้สึกของนาย แต่ว่าตอนนี้ยังไม่สายหรอกเนอะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อนดวงหน้าหวานส่งยิ้มแย้ม ฝ่ามือเล็กสัมผัสแผงอกล่ำอย่างเชื่องช้า สายตาหยาดเยิ้มทำให้อารมณ์ยูโรผ่อนคลายลง เขากลับเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ต่อเธอเสียอย่างนั้น"ถ้าอย่างนั้น..ชุดนี้เธอต้องสวมนะ!" เขากล่าวเสียงอ่อนเสียงหวาน ฝ่ามือหนาดึงชายเสื้อเธอราวกับเป็นเด็กน้อย คล้ายว่าจะขัดกับอุปนิสัยของเขาที่ผู้อื่นเห็นมากอยู่"ก็ได้! เลิกดึงชายเสื้อสักที! ส่วนงานค่อยไปทำต่อพรุ่งนี้แทน ขอไปอาบน้ำก่อนนะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอวิ่งเข้าห้องน้ำพร้อมชุดนอนลายลูกไม้สีดำ ซึ่งมันเป็นข
ยูโรไม่ได้บอกจุดหมายปลายทาง เขาแค่บอกให้แยม เตรียมตัวและออกจากเมืองตั้งแต่เช้าตรู่ รถยนต์แล่นผ่านถนนโล่งมีต้นไม้ขนาบตลอดทาง เสียงเพลงเบาๆ คลอไปกับแสงแดดอ่อนของเช้าวันใหม่ แยมพิงกระจกมองดูทิวทัศน์ที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากบ้านเรือนกลายเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี โดยไม่ถามอะไรสักคำ.. เธอไม่มีแรงจะถามและยูโรก็ไม่เร่งให้เธอพูด จนกระทั่งรถจอดสนิทตรงเนินเขาเล็กๆ เธอมองเห็นอ่างเก็บน้ำทอดยาวสุดสายตา ลมเย็นพัดเอื่อยจนกระทบดวงหน้าสวย กลิ่นหญ้าชื้นยามเช้าทำให้หัวใจที่อัดแน่นของแยมคลายลงอย่างประหลาด "ลงมาเถอะ" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เขายังเปิดประตูให้เธอก่อนเสมอ แยมก้าวลงจากรถยนต์ทันที ความเงียบที่นี่ไม่น่าอึดอัด มันเป็นความเงียบที่ไม่ถาม ไม่ตัดสิน และไม่คาดหวังอะไร.. ยูโรปูเสื่อผืนเล็กใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาวางกระติกน้ำกับถุงกระดาษ ซึ่งเต็มไปด้วยขนมทานเล่นเยอะแยะ ทุกอย่างคล้ายจะดูธรรมดา…แต่คนพามาคงตั้งใจอยู่ไม่น้อยเลย "ที่นี่ไม่มีใครรู้จักเธอ" เขาพูดขึ้นขณะนั่งลง "ไม่มีข่าวซุบซิบ ไม่มีอดีต ไม่มีใครเรียกร้องคำอธิบายด้วย" แยมยืนหลับตาพริ้มฟังเขาอย่างใส่ใจ ลมพัดผมเธอปลิวปะหน้า ดวงตาที่เคยแห้งกลับร้อนผ







