LOGIN#ย้อนอดีต#
*บริเวณลานจอดรถยนต์ร้านอาหารบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง* บรรยากาศช่วงเวลานี้รถยนต์จอดน้อยคันกว่าที่ควรจะเป็น ผู้คนจึงไม่ได้เดินพลุกพล่าน แยมยังคงยืนอึ้งอยู่ไม่ห่างจากเสาปูนต้นใหญ่ ร่างกายเธอแข็งทื่อดุจถูกตรึงด้วยโซ่ตรวน ดวงตาเธอสั่นระริกและหัวใจเต้นเป็นจังหวะเชื่องช้า เมื่อได้เห็นภาพที่ไม่เคยจินตนาการมาก่อน เรไรเพื่อนสาวคนสนิทที่เธอเคยไว้ใจมากที่สุด กำลังเอื้อมแขนไปโอบกอดยูโรแฟนเธอจนแน่น ราวกับพยายามปลอบโยนหรือเรียกหาบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายในอดีต "นายยังจำได้ไหม ตอนนั้นเราสองคนเคยสัญญากันไว้ว่ายังไง" น้ำเสียงนุ่มนวลของเรไรลอดออกมาเบาๆ แต่กลับชัดเจนมากพอจะบาดลึกถึงหัวใจดวงน้อยของแยมได้ "เธอเป็นบ้าอะไรของเธอ!" ยูโรตวาดเสียงดังลั่นลานจอดรถ แม้เขาจะพยายามปัดป้องแขนเรไรออก แต่แยมยังคงมองทั้งคู่อย่างเหม่อลอย "หากเราเลิกกันแล้ว นายต้องคอยดูแลฉันระหว่างที่ฉันไม่มีใคร!" เรไรกระแทกเสียงกลับ ราวกับเธอกำลังโกรธที่ยูโรไม่รักษาคำพูด "หึ! เธอเป็นคนบอกเลิกฉันก่อนเองนะ มาตอนนี้จะทวงคำสัญญาอะไร" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เขายืนกำหมัดแน่นถนัดราวกับฝืนเก็บอารมณ์อยู่ "พอนายใช้งานฉันเสร็จ! คิดจะทิ้งกันเป็นขยะเหรอ! อย่าลืมว่าเราเคยมีอะไรด้วยกันมาก่อนนะ คงต้องไปบอกเรื่องนี้ให้แยมรู้แล้วแหละ" เรไรสวนกลับอย่างไม่ยอม เธอน้ำตาคลอแม้คำพูดจะร้ายกาจอยู่ไม่น้อย ประโยคเหล่านั้น เสียดแทงเหมือนมีดนับพันเล่มจ้วงลึกลงบนกลางอก แยมรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้งคว้าง เธอได้ยินทุกถ้อยคำเกี่ยวกับความลับของพวกเขา ซึ่งถูกปิดบังมาโดยตลอด... ความจริงที่เธอไม่เคยรับรู้ไม่เคยถูกเล่าให้ฟัง และมันกลับถูกเปิดเผยด้วยภาพตรงหน้า คนที่เธอรักหมดใจกับเพื่อนที่เธอเชื่อใจมากที่สุด หัวใจเธอปวดหน่วงจนแทบจะหายใจไม่ออก ความเชื่อใจพังทลายกลายเป็นเศษซาก จนไม่รู้จะประกอบได้จากตรงไหนก่อนดี ดวงตาร้อนผ่าวด้วยหยาดน้ำตาที่ไม่อาจกลั้นไว้ได้อีกต่อไป กัดริมฝีปากจนแน่นเพราะกลัวเสียงสะอื้นดังจนพวกเขารู้ตัว "พวกเขา... ปิดบังฉันมาตลอดอย่างงั้นเหรอ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาทนฟังต่อไม่ไหว ความเจ็บปวดสาหัสนี้ได้แล่นไปทั่วทั้งเรือนร่างฉับพลัน แยมกำหมัดตนเองแน่นจนเล็บจิกบนฝ่ามือ ริมฝีปากบางสั่นระริก เธอแทบอยากจะพุ่งตัวออกไปปรากฏตรงหน้า บอกให้ทั้งคู่รู้ว่าเธอเห็นและได้ยินทุกอย่างแล้ว หัวใจเธอมันกำลังถูกฉีกเป็นชิ้นๆ แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเดินไปเลย บรรเจิดดึงแยมกลับมาซ่อนตรงข้างหลังเสาดังเดิม เขารีบคว้ามือเธอไว้พอให้ร่างเล็กต้องหยุดชะงัก "อย่าพึ่งออกไปเลย... ใจเย็นก่อนนะแยม! อย่าเพิ่งทำอะไรตอนนี้เลย เราว่าคงมีเรื่องเข้าใจผิดกันอยู่นะ" เสียงของบรรเจิดต่ำและสั่น ราวกับรู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าแทบแตกสลายอยู่แล้ว แยมสะบัดหน้าหันไปมองเขานิ่งค้าง น้ำตาเธอเอ่อคลอ ดวงตาเต็มไปด้วยความปวดร้าวและสับสน เธออยากจะตะโกน อยากจะถามว่าทำไมทุกอย่างถึงเป็นแบบนี้ แต่เสียงกลับติดค้างอยู่ในลำคอ มีเพียงหัวใจที่ร้องไห้อย่างหนักหน่วงเกินทน เสียงห้ามของบรรเจิดเหมือนแค่เพียงลมผ่านหู แยมสะบัดมือเขาออกอย่างแรง ก่อนจะวิ่งพุ่งออกไปตรงด้านหน้าทั้งสองคน เพี้ยะ! ฝ่ามือของเธอตบเข้าที่ใบหน้าของยูโรอย่างไม่ลังเล เสียงดังลั่นจนบรรยากาศรอบข้างนิ่งงัน ยูโรหันขวับมองด้วยความตกตะลึง ในขณะที่เรไรชะงัก ดวงตาเบิกกว้างกับภาพที่ไม่คาดคิดเช่นกัน "พวกนายคิดว่าฉันโง่มากเหรอ!" เสียงของแยมสั่นเครือด้วยความโกรธปนเจ็บปวด "ปิดบังฉันมาตลอด! ยังแอบมีอะไรกันอยู่ใช่ไหมเรไร! คนที่ฉันไว้ใจที่สุดกลับแทงข้างหลังฉันแบบนี้เหรอ! ทำไมใจร้ายกันได้ขนาดนี้วะ" แยมตะคอกเสียงดังพร้อมทั้งน้ำตาไหลไม่ยอมหยุด "แยมเธอใจเย็นฟังฉันก่อนนะ!" เรไรพยายามกล่าวอธิบาย พร้อมจะเอื้อมแขนไปจับแยมแต่ถูกสะบัดออกอย่างแรง "เรไร! ตั้งแต่วินาทีนี้ไป! เราไม่ใช่เพื่อนกันอีกต่อไป!" แยมตวัดตามองเฉียบขาดด้วยความเจ็บปวดใจ เธอหอบหายใจแรงยกมือทุบบริเวณหน้าอกตนเอง น้ำตายังคงไหลไม่หยุด ก่อนหันกลับไปสบตายูโรเข้า ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยไฟแค้นและความน้อยใจที่สะสมมานาน "ฮึก! ยูโร... นายรู้เอาไว้เลยนะ ฮึก! ตลอดเวลาที่ผ่านมา... คนที่ฉันรักไม่เคยเป็นนาย แต่เป็นคนอื่นเสมอมา ใครจะไปรักคนตัวใหญ่อย่างนายได้จริง! เพราะบ้านนายรวยต่างหากล่ะ!" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ยูโรชะงักงันเหมือนถูกฟ้าผ่า เพราะไม่คิดว่าเธอจะพูดจารุนแรงได้ขนาดนี้ แยมเอื้อมคว้ามือบรรเจิดที่ยืนอึ้งอยู่ข้างๆ แล้วดึงร่างสูงเข้ามาหาตัวเองก่อนจะเขย่งปลายเท้ายืนต่อหน้าเขา เธอโน้มริมฝีปากประกบจูบลงไปต่อหน้าต่อตายูโรและเรไร น้ำตาไหลรินลงอาบแก้มพร้อมแรงกดจูบที่สั่นสะท้าน บรรเจิดเบิกตาโตเพราะไม่ทันตั้งตัว แต่ก็ไม่ได้ผลักไสเธอออก เขาเพียงปล่อยให้แยมแสดงทุกสิ่งที่หัวใจของเธอ มันกำลังร้องไห้อยู่ในวินาทีนั้น... "แยม!" ยูโรเอ่ยออกมาอย่างตกตะลึง เขากระชากบรรเจิดออกมารัวหมัดหนักใส่ไม่ยั้ง แยมหลับตาปี๋รีบกางแขนยืนขวางเอาไว้ จนเกือบเผลอโดนกำปั้นเขาแล้ว "ทำไมเธอต้องประชดแบบนี้ด้วยวะ!" ยูโรกัดฟันกรอดถามด้วยดวงตาแข็งกร้าว น้ำตาของเขามันเอ่อล้นจนใกล้จะไหลแล้วเช่นกัน "พูดเรื่องจริง! ฉันไม่ได้ประชดขอตัวก่อน!" แยมกล่าวอย่างรวดเร็ว พยุงร่างบรรเจิดที่มุมปากมีเลือดซึมให้ลุกขึ้นยืนพร้อมเดินออกมา ภาพฉากนั้นคือการแก้แค้นและเป็นการประกาศชัดเจน แยมเลือกเดินหนีออกจากความสัมพันธ์ที่เคยผูกพันมาทั้งหมด เธอลบช่องทางการติดต่อพวกเขาทิ้งทั้งหมดอย่างไม่เสียดาย บรรเจิดเป็นคนพาเธอมาส่งที่บ้านแทน ตั้งแต่กลับมาเธอขังตัวเองอยู่ภายในห้องนอน โชคดีคุณพ่อกับคุณแม่ไปเยี่ยมคุณลุงและคุณป้าอีกอำเภอ จึงยังปิดบังเรื่องความรักของแยมกับยูโรเอาไว้ได้อย่างมิดชิด สำคัญสุดคือไม่ต้องไปโรงเรียนอีกแล้ว เหลือแค่เตรียมตัวรอรับใบวุฒิบัตรจบการศึกษามัธยมปลายเท่านั้น จึงมีเวลาเยียวยาหัวใจของตัวเองมากขึ้น แม้ว่าเขาจะมาตะโกนเรียกอยู่บริเวณตรงรั้วหน้าบ้านเป็นประจำ ก็ไม่ได้ทำให้แยมต้องจำเป็นปรากฏตัวอะไร พอผ่านไปได้สองวันเขาเหมือนเลิกพยายาม ด้วยสาเหตุรถยนต์ของคุณพ่อกับคุณแม่ไม่อยู่ เขาคงคิดว่าเธอต้องไม่อยู่บ้านด้วยเช่นกัน*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*แยมนั่งทำตารางบัญชีรายจ่ายประจำเดือน อยู่แถวบริเวณโซฟาตัวยาว สองนิ้วเรียวเล็กกดแป้นพิมพ์บนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพา เธอหันมองภายในห้องเพื่อหาคนหยิบของให้ เจอยูโรนั่งตรวจบิลสินค้าอยู่บนโต๊ะเอกสาร"คุณสามี! รบกวนหยิบแฟลชไดรฟ์ในลิ้นชักฝั่งขวาให้หน่อยค่ะ" เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสและรอยยิ้มหวาน"ได้สิ!" เขาตอบกลับทันควัน พร้อมเปิดลิ้นชักหยิบสิ่งของที่ภรรยาต้องการ แต่สายตาคมกริบเหลือบเห็นปืนหนึ่งกระบอก เขาจึงคว้ามาถามเธออย่างสงสัย"ขอบคุณมากนะคะ..." เธอกล่าวยังไม่ทันจบ เมื่ออีกฝ่ายเอ่ยประโยคถัดมา"พกของแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย? ถึงว่า..วันแรกที่เราเจอกันด้วยความบังเอิญ เธอถึงไม่รู้สึกกลัวหรือคิดป้องกันตัวเองเลยสักนิด"เขาเลิกคิ้วรอฟังคำตอบจากเธอ แต่แยมกลับขมวดคิ้วจ้องวัตถุอันตราย ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่นและคิดถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้น ด้วยหัวใจเต้นตุบตับราวกับเป็นประสบการณ์ที่เธอจำได้ไม่เคยลืม#ย้อนอดีต#หลังจากเรียนจบปริญญาตรีที่ต่างประเทศ หญิงสาวเลือกตั๋วเที่ยวบินกลับร้านด้วยหัวใจแตกสลายอีกครั้ง เพราะคุณลุงและคุณป้าผู้เป็นครอบครัวที่เหลืออยู่บนโลก ได้ลาจากด้วยโรคภัยไข้เจ็บเ
#ย้อนกลับไปหนึ่งวันก่อนเกิดเหตุ..#*ร้านคาราโอเกะ*แสงไฟนีออนสีม่วงอมชมพู กำลังหมุนเลื้อยตามบนผนังร้านคาราโอเกะ คล้ายดั่งเจ้างูยักษ์กับเจ้างูเล็กกำลังเคลื่อนไหว เสียงหัวเราะของผู้หญิงดังอยู่เป็นระยะ เหมือนน้ำหวานเคลือบคมมีดเอาไว้แยมยืนนิ่งตรงบริเวณมุมหนึ่งของร้าน.. ไม่ใช่ฐานะลูกค้าแต่เป็นฐานะคนเลือกเหยื่อ เธอมองโต๊ะตัวหนึ่งอย่างไม่วางตา ทุกคนไร้ซึ่งความหมายเมื่อผ่านสายตาเธอชายวัยกลางคน สวมเสื้อเชิ้ตปลดกระดุมเพียงแค่สองเม็ดอย่างผ่อนคลาย พุงยื่นเล็กน้อยตามอายุชายขี้เมา มือหนึ่งถือแก้วเหล้า ส่วนอีกมือโอบเอวผู้หญิงอย่างเคยชิน ดวงตาเขาวาววับไม่ใช่เพราะแสงไฟ แต่เพราะความมั่นใจว่า..ตัวเองยังเหนือกว่าใครบนโลก"ผู้ชายแบบนี้.. ไม่ต้องผลักไสก็พร้อมล้มอยู่แล้ว" แยมกล่าวพึมพำเบาๆส่วนยูโรยืนพิงเสาอยู่ไม่ไกลมากนัก เขาไม่ได้ห้ามหรือเร่งเธอให้รีบกลับร้าน เขาแค่มองภรรยาของตัวเอง ซึ่งกำลังอยู่ภายใต้โหมด..เจ้าหนี้ทวงแค้นโหดแยมเดินไปที่บาร์ก่อนจะนั่งลงอย่างนวยนาด เธอเลือกสั่งน้ำอัดลมธรรมดาไม่ใช่เหล้า เพราะเธอต้องการสติครบทุกวินาทีต่อแผนการ ผู้หญิงร้านคาราโอเกะคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ มีผิวกายขาวจั๊วะและแ
*ร้านค้าขายปลีกส่งแยมมี่*"พี่ยอด! ช่วยไปส่งของที่ตลาดกับร้านคาราโอเกะหน่อยสิ"แพนด้าเอ่ยขอความช่วยเหลือจากคนรัก หลังจากตรวจสอบสินค้าและทำใบเสร็จเรียบร้อย แต่เพราะลูกน้องฝ่ายขนส่งไม่พอ ทำให้สาวน้อยต้องกุมขมับ"พี่ติดบิลอื่นอยู่น่ะสิ ต้องแวะอีกเจ็ดแห่งเลยด้วย น่าจะไปส่งไม่ทันแน่เลย ทำยังไงดีล่ะ?"ยอดกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพราะเขาแยกร่างไม่ได้จริงๆ ก่อนจะยืนเท้าสะเอวขมวดคิ้วมองสินค้าสองชุดใหญ่นี้"เดี๋ยวกูไปส่งของกับเมียเอง มึงไปทำหน้าที่ตนเองเถอะ ขับรถอย่ารีบมากเน้นความปลอดภัยด้วย เข้าใจไหม?" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมก่อนจะเดินมาใกล้พร้อมกับแยม"แพนด้าฝากดูแลร้านด้วยนะ เจ๊จะจัดการส่วนนี้แทนเอง" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใส"ครับเฮีย! งั้น..ผมไปล่ะ!""ค่ะเจ๊! หนูจะไปตรวจสอบบิลของวันพรุ่งนี้ต่อ""แผนกยกสินค้าจัดการด้วย!" ยูโรกล่าวสั่งทันทีลูกน้องทั้งสองจึงเข้าสู่โหมดทำงานอื่นตามหน้าที่ต่อไป.."คงต้องรับสมัครพนักงานเพิ่มแล้วแหละ!" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยหลังจากยูโรลงทุนร่วมกัน ลูกค้าก็มีปริมาณมากยิ่งขึ้น เพราะตัวเลือกของสินค้ามีหลากหลาย ทำให้กิจการรุ่งเรืองกว่าเมื่อก่อนเข้
เหมือนว่าจะจบแค่ตรงนี้.. แต่ทว่าคนเจ้าเล่ห์กลับพลิกร่างกายเธอนอนคว่ำแทน คนด้านหลังจับลำแข็งเขื่อนจ่อร่องสวาทอีกครั้ง ก่อนจะสอดใส่เข้าลึกจนสุดลำอวบเด้ง ความจุกเริ่มแผ่ซ่านทั่วเรือนร่างคนด้านหน้า ฝ่ามือเล็กจึงกำผ้าปูที่นอนระบายอารมณ์ "ลึกจัง!" แยมร้องครวญครางจนร่างกายสั่นสะท้าน "หืม..ถึงใจดีไหมครับ คุณภรรยา! ฮึก!" ยูโรโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูเธอทันที ร่างกำยำกระหน่ำแทงท่อนรักถี่ยิบอย่างบ้าคลั่ง ไล่แตะคว้านชนผนังโพรงนุ่มลึก จุกจนต้องปวดหน่วงตรงท้องน้อย ความรุนแรงถาโถมไม่หยุดหย่อน ใบหน้าร่างบางต้องบิดเบี้ยวเสียวกระสันหนักขึ้น คนดิบเถื่อนควงสะโพกกระทุ้งร่องสวาท ราวกับเป็นแม่เหล็กดึงดูดคุณภาพดี ร่องรักคนบอบบางขมิบรัดลำอวบอ้วนทุกครั้งที่โดนกระแทก ฝ่ามือหนาขยับแถวบริเวณเอวคอดกิ่วจับจนแน่นถนัด พร้อมเสียดสีโพรงเนื้อเยื่ออย่างไร้ความปราณี "กรี๊ด! เสียวเกินไปแล้ว!" แยมกล่าวด้วยเสียงกระเส่า "แตกออกมาสิ! ถึงยังไงก็ต้องโดนตอกยันสว่างอยู่ดีแหละ" เขากดเสียงต่ำพร่ำบอกเธอ "อา..ขอพักหน่อย ไม่ได้เหรอ.." เธอทักท้วงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "อะไรกัน..ไหนบอกจะชดเชย?" เขากล่าวอย่างเย้ยหยัน ความซาบซ่านแล
ดวงตากลมโตแอบเหล่มอง เพราะกล่องกระดาษวางอยู่ตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว หลังจากเปิดทำให้เธอตะโกนใส่เขาทันที"ไอ้บ้านี่!!!""เธอ..ไม่ชอบมันเหรอ?""ฉันค้นหาสินค้าชิ้นนี้ภายในอินเทอร์เน็ตตั้งนาน..""ทำไมเป็นคนไร้สาระได้ขนาดนี้นะ!!!""พวกเรายังไม่ทันได้เข้าหอกันดีๆ เลยนะแยม!" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย เขาก้มหน้ามองพื้นคุกเข่าต่อหน้าเธอทันที"ฉันขอโทษ..อย่าน้อยใจกันสิ! หลายเดือนก่อนพวกเราเจอมรสุมกันนี่นา กว่าจะจัดการทุกอย่างได้ลงตัว ทำให้ล่วงเลยเวลาจนละเลยความรู้สึกของนาย แต่ว่าตอนนี้ยังไม่สายหรอกเนอะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อนดวงหน้าหวานส่งยิ้มแย้ม ฝ่ามือเล็กสัมผัสแผงอกล่ำอย่างเชื่องช้า สายตาหยาดเยิ้มทำให้อารมณ์ยูโรผ่อนคลายลง เขากลับเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ต่อเธอเสียอย่างนั้น"ถ้าอย่างนั้น..ชุดนี้เธอต้องสวมนะ!" เขากล่าวเสียงอ่อนเสียงหวาน ฝ่ามือหนาดึงชายเสื้อเธอราวกับเป็นเด็กน้อย คล้ายว่าจะขัดกับอุปนิสัยของเขาที่ผู้อื่นเห็นมากอยู่"ก็ได้! เลิกดึงชายเสื้อสักที! ส่วนงานค่อยไปทำต่อพรุ่งนี้แทน ขอไปอาบน้ำก่อนนะ" แยมกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เธอวิ่งเข้าห้องน้ำพร้อมชุดนอนลายลูกไม้สีดำ ซึ่งมันเป็นข
ยูโรไม่ได้บอกจุดหมายปลายทาง เขาแค่บอกให้แยม เตรียมตัวและออกจากเมืองตั้งแต่เช้าตรู่ รถยนต์แล่นผ่านถนนโล่งมีต้นไม้ขนาบตลอดทาง เสียงเพลงเบาๆ คลอไปกับแสงแดดอ่อนของเช้าวันใหม่ แยมพิงกระจกมองดูทิวทัศน์ที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากบ้านเรือนกลายเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี โดยไม่ถามอะไรสักคำ.. เธอไม่มีแรงจะถามและยูโรก็ไม่เร่งให้เธอพูด จนกระทั่งรถจอดสนิทตรงเนินเขาเล็กๆ เธอมองเห็นอ่างเก็บน้ำทอดยาวสุดสายตา ลมเย็นพัดเอื่อยจนกระทบดวงหน้าสวย กลิ่นหญ้าชื้นยามเช้าทำให้หัวใจที่อัดแน่นของแยมคลายลงอย่างประหลาด "ลงมาเถอะ" ยูโรกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เขายังเปิดประตูให้เธอก่อนเสมอ แยมก้าวลงจากรถยนต์ทันที ความเงียบที่นี่ไม่น่าอึดอัด มันเป็นความเงียบที่ไม่ถาม ไม่ตัดสิน และไม่คาดหวังอะไร.. ยูโรปูเสื่อผืนเล็กใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาวางกระติกน้ำกับถุงกระดาษ ซึ่งเต็มไปด้วยขนมทานเล่นเยอะแยะ ทุกอย่างคล้ายจะดูธรรมดา…แต่คนพามาคงตั้งใจอยู่ไม่น้อยเลย "ที่นี่ไม่มีใครรู้จักเธอ" เขาพูดขึ้นขณะนั่งลง "ไม่มีข่าวซุบซิบ ไม่มีอดีต ไม่มีใครเรียกร้องคำอธิบายด้วย" แยมยืนหลับตาพริ้มฟังเขาอย่างใส่ใจ ลมพัดผมเธอปลิวปะหน้า ดวงตาที่เคยแห้งกลับร้อนผ







