ย้อนกลับมาเปลี่ยนชะตาของนางร้าย (ยุค70)

ย้อนกลับมาเปลี่ยนชะตาของนางร้าย (ยุค70)

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-04-25
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
6Bab
772Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ในโลกที่เปี่ยมไปด้วยแสงสีของวงการบันเทิง หยางซูมี่คือชื่อที่ไม่มีใครไม่รู้จัก เธอเป็นนางแบบลูกครึ่งไทย-จีนวัย 25 ปี ที่ครองตำแหน่งท็อปโมเดลของประเทศ ด้วยความงามที่ตราตรึงใจและความมั่นใจที่สะกดทุกสายตา แต่ภายใต้ภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบนั้น ไม่มีใครรู้ว่าเบื้องลึกในหัวใจของเธอเต็มไปด้วยคำถามที่ไร้คำตอบ และความรู้สึกที่โหยหาบางสิ่งที่ไม่อาจอธิบายได้ เมื่อการทำงานที่เหน็ดเหนื่อยสิ้นสุดลง ซูมี่ตัดสินใจเดินทางกลับไปเยี่ยมอากงอาม่าในชนบทของจีน หมู่บ้านเล็กๆ ที่เธอเคยใช้เวลาในวัยเด็ก ความเงียบสงบของสถานที่และความอบอุ่นจากครอบครัวช่วยปลอบประโลมจิตใจที่อ่อนล้า แต่การเดินทางครั้งนี้กลับพาเธอไปสู่จุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต จุดเริ่มต้นของโชคชะตาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ในวันที่เธอไปเยือนวัดโบราณอันเก่าแก่ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง เธอได้พบกับพระชรารูปหนึ่งโดยบังเอิญ ขณะที่เธอยืนอธิษฐานหน้าศาลเจ้า พระรูปนั้นยื่นกำไลหยกขาวเรืองรองให้เธอ พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงลึกลับว่า “ถึงเวลาหวนคืนแล้ว เจ้าจงเตรียมตัวให้พร้อม” คำพูดนั้นดังก้องในจิตใจของซูมี่ แม้เธอไม่เข้าใจความหมายของมัน แต่ความรู้สึกบางอย่างบอกเธอว่าสิ่งนี้จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอตลอดกาล…

Lihat lebih banyak

Bab 1

หยางซูมี่ นางพญารันเวย์

ค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงสีและเสียงดนตรีจากแฟชั่นโชว์ระดับโลก ณ Grand Palais Paris สถานที่จัดงานอันหรูหราซึ่งเหล่าดีไซเนอร์ชั้นนำจากทั่วโลกต่างมารวมตัวกันเพื่อเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ของพวกเขา เวทีที่ประดับด้วยแชนเดอเลียร์คริสตัลส่องประกายระยิบระยับ ราวกับเป็นดินแดนแห่งเทพนิยาย ภายในงาน บรรดาแขกผู้ทรงอิทธิพลในวงการแฟชั่น นักออกแบบระดับโลก และเซเลบริตี้ชั้นนำต่างจับจ้องไปที่รันเวย์

ในขณะที่เสียงดนตรีอันทรงพลังดังกระหึ่มขึ้น และในที่สุด…เธอก็ปรากฏตัว หยางซูมี่ ย่างก้าวออกมาอย่างสง่างาม ดวงตาคมดั่งนิลจับจ้องไปข้างหน้า เสื้อผ้าทอด้วยผ้าไหมสีทองประดับด้วยคริสตัล Swarovski นับร้อยสะท้อนแสงไฟทุกย่างก้าวของเธอ ทำให้เธอดูราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย ชุดราตรีจากแบรนด์ระดับตำนาน “Maison de Lumière” ถูกออกแบบมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ เสียงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปดังระรัว นักข่าวและช่างภาพพากันถ่ายภาพของเธออย่างไม่หยุดหย่อน เสียงกระซิบชื่นชมดังกระหึ่มไปทั่วงาน

“เธอสง่างามจริงๆ …เหมือนนางพญาที่ก้าวออกจากจอภาพยนตร์”

“หยางซูมี่คือราชินีแห่งวงการแฟชั่นของยุคนี้”

“ไม่มีใครเทียบเธอได้เลย”

เธอยิ้มเพียงเล็กน้อย รักษาท่าทางที่สมบูรณ์แบบตลอดการเดินแบบ ทุกอิริยาบถของเธอช่างไร้ที่ติ หลังจากเดินแบบเสร็จ เธอเดินกลับมายังห้องพักส่วนตัวของเธอที่จัดเตรียมไว้โดยผู้จัดงาน Paris Fashion Week ขณะที่เธอถอดรองเท้าส้นสูงและนั่งลงบนโซฟาหรู พลันเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

“ซูมี่!” เสียงของ ลิซ่า ผู้จัดการส่วนตัวของเธอดังขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นปนกังวล เมื่อประตูเปิดออก ลิซ่าก็รีบเดินเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ

“ซูมี่ งานนี้เธอทำได้ยอดเยี่ยมเหมือนเดิม ทุกคนกำลังพูดถึงเธอว่าเป็นไอคอนของยุคนี้ แต่ฉันมีเรื่องต้องบอกเธอ”

หยางซูมี่เงยหน้ามองผู้จัดการของเธอ ดวงตาเรียบนิ่ง “มีอะไรเหรอคะพี่ลิซ่า”

ลิซ่ากัดริมฝีปากเล็กน้อยก่อนจะวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะ “ฉันได้ยินข่าวมาว่า…อลิซาเบธกำลังวางแผนบางอย่างเกี่ยวกับเธอ”

ชื่อที่ถูกกล่าวถึงทำให้ซูมี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะในลำคอ “อลิซาเบธเหรอคะ”

เธอพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “เธอไม่เคยหยุดพยายามขัดขาฉันเลยตั้งแต่เราเข้าวงการพร้อมกัน แต่ก็ไม่เคยทำอะไรสำเร็จเลยสักครั้ง”

“แต่ครั้งนี้มันอาจจะไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ นะ ซูมี่” ลิซ่าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เธออาจจะกำลังวางแผนทำลายเธอในแบบที่เราไม่คาดคิด” ซูมี่ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ เธอวางมันลงอย่างสง่างามแล้วพูดขึ้นว่า

“พี่ลิซ่า ฉันไม่อยากเสียเวลากับเรื่องไร้สาระของเธอคนนั้นหรอกค่ะ ฉันมีงานที่สำคัญกว่าต้องทำ ถ้าเธอคิดว่าเธอจะทำอะไรได้ ก็ปล่อยให้เธอลองดู แต่ขอบอกไว้เลยว่าฉันไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ให้ใครง่ายๆ”

ในขณะเดียวกัน… ณ ห้องวีไอพีสุดหรูของโรงแรม Le Meurice อลิซาเบธ คู่แข่งตลอดกาลของซูมี่ กำลังนั่งดื่มไวน์กับกลุ่มเพื่อนของเธอ ท่ามกลางบรรยากาศอันหรูหรา เธอจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉา บนหน้าจอคือภาพของหยางซูมี่บนรันเวย์ คอมเมนต์ที่เต็มไปด้วยคำชื่นชมและบทความที่ยกย่องเธอว่าเป็น “นางพญาแห่งวงการแฟชั่น” เธอกำแก้วไวน์แน่นก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด

“ดูเธอสิ! หยางซูมี่! ยัยนั่นทำตัวเป็นเจ้าหญิงของวงการ ฉันเบื่อที่จะต้องเห็นหน้าเธอเต็มทุกสื่อไปหมด!”

เพื่อนของเธอที่นั่งข้างๆ พยายามปลอบใจ “แต่เธอก็ต้องยอมรับนะว่า ซูมี่เป็นตัวแม่จริงๆ เธอครบเครื่องทั้งความสวย ความเก่ง และครอบครัวของเธอก็มีอิทธิพลมหาศาล”

อลิซาเบธกัดฟันแน่น “นั่นแหละที่ฉันเกลียดที่สุด! เธอมีทุกอย่างโดยไม่ต้องพยายามอะไรเลย ไม่เหมือนฉันที่ต้องดิ้นรนทุกอย่างมาด้วยตัวเอง!”

เธอสูดลมหายใจลึก ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “แต่ไม่ต้องห่วง…คราวนี้ฉันจะทำให้เธอล้มลงมาจากบัลลังก์ของเธอให้ได้”

ค่ำคืนแห่งข่าวฉาว หลังจากงานแฟชั่นโชว์ผ่านไปสองวัน ซูมี่กำลังนั่งอยู่ในห้องพักหรูของเธอในปารีส ขณะที่กำลังจิบกาแฟ ลิซ่าก็โทรมาหาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก

“ซูมี่! มีข่าวลือแพร่กระจายเกี่ยวกับเธอ! ฉันคิดว่าเป็นฝีมือของอลิซาเบธ!”

ซูมี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ข่าวลืออะไร?”

“มีบทความนิรนามโพสต์บนโซเชียลมีเดียกล่าวหาว่าเธอใช้เส้นสายของครอบครัวในการก้าวขึ้นมาเป็นท็อปโมเดล และบอกว่าเธอไม่ได้มีความสามารถจริงๆ!”

ซูมี่นิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะหัวเราะเบาๆ “คิดจะโจมตีฉันด้วยข่าวลือแบบนี้เหรอ น่าสมเพชจริงๆ”

ลิซ่าพูดอย่างร้อนรน “แต่มันกำลังเป็นกระแสไวรัล คนเริ่มสงสัยเกี่ยวกับเธอแล้วนะ!”

ซูมี่วางแก้วลง ดวงตาของเธอเป็นประกายเย็นชา “อลิซาเบธ… เธอคงลืมไปว่าฉันไม่ใช่คนที่จะถูกทำลายได้ง่ายๆ” เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดโซเชียลมีเดีย และพิมพ์บางอย่าง…

เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้นไม่หยุด หยางซูมี่นั่งอยู่บนโซฟาในคอนโดหรูของเธอ ดวงตาคมไล่อ่านข่าวที่กำลังเป็นไวรัล

“ซูเปอร์โมเดลอันดับหนึ่งแห่งยุค ใช้เส้นสายครอบครัวเพื่อไต่เต้าหรือไม่?”

“หยางซูมี่: นางพญาแห่งรันเวย์ หรือแค่ภาพลวงตาของวงการแฟชั่น?”

“เบื้องหลังความสำเร็จของหยางซูมี่ มีใครคอยหนุนหลังอยู่?”

ซูมี่ยิ้มเย็น มือเรียวแตะไปที่หน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะกดเข้าไปอ่านความคิดเห็นใต้โพสต์หลัก

“ฉันชอบเธอนะ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเธอขึ้นมาเร็วเกินไป”

“ฉันว่าเธอมีฝีมือจริงๆ นะ คนเก่งก็ต้องมีคนสนับสนุนเป็นเรื่องปกติ”

“วงการนี้มีแต่พวกใช้เส้นสายกันทั้งนั้น เธอคงไม่ใช่ข้อยกเว้น” แม้จะมีทั้งเสียงสนับสนุนและเสียงตำหนิ แต่ชัดเจนว่า “ข่าวลือ” นี้กำลังทำให้ภาพลักษณ์ของเธอมัวหมอง เธอถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาลิซ่า

“พี่ลิซ่า ฉันจะให้สัมภาษณ์”

“เธอแน่ใจเหรอ? ถ้าให้สัมภาษณ์ตอนนี้มันอาจจะเป็นการไปกระตุ้นกระแสมากขึ้นนะ”

“แน่ใจสิ ฉันจะไม่ปล่อยให้ใครมาชี้นิ้วตัดสินฉันจากข่าวลือไร้สาระ”

ขณะเดียวกันในอีกฟากของปารีส อลิซาเบธกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่ในห้องส่วนตัวของโรงแรม Plaza Athénée พร้อมกับจิบไวน์อย่างพอใจ ดวงตาสีเขียวมรกตของเธอจับจ้องไปที่ข่าวซุบซิบเกี่ยวกับซูมี่ที่เธอวางแผนให้กระจายไปทั่วโลกออนไลน์

“เธอกำลังจะสูญเสียทุกอย่าง หยางซูมี่… เธอไม่ใช่เจ้าหญิงในเทพนิยาย เธอเป็นแค่ตัวละครที่ฉันกำลังจะลบออกจากเกมนี้”

เพื่อนของเธอที่นั่งข้างๆ หัวเราะเบาๆ “อลิซาเบธ เธอแน่ใจเหรอว่าซูมี่จะพ่ายแพ้ เธอก็เคยล้มเหลวมาก่อนนะ”

อลิซาเบธยิ้มเย็น “ครั้งก่อนฉันประมาท ครั้งนี้ฉันเตรียมตัวมาแล้ว ข่าวลือเป็นแค่จุดเริ่มต้น เดี๋ยวเธอจะได้เห็นว่าฉันมีอะไรมากกว่านั้น”

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและกดส่งข้อความถึงใครบางคน…

สองวันต่อมา ซูมี่ปรากฏตัวในสตูดิโอของรายการข่าวชื่อดัง “Vogue Spotlight” เพื่อให้สัมภาษณ์สดเกี่ยวกับข่าวลือที่เกิดขึ้น เธอปรากฏตัวในชุดสูทสีขาวเรียบหรู ผมของเธอถูกเซ็ตอย่างสมบูรณ์แบบ ใบหน้าของเธอแสดงถึงความสง่างามและความมั่นใจ

พิธีกร: “ซูมี่ ยินดีต้อนรับนะคะ คุณคงได้เห็นข่าวลือที่กำลังแพร่กระจายไปทั่วแล้ว คุณอยากจะพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ไหม?”

ซูมี่ยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงมั่นคง “แน่นอนค่ะ ข่าวลือเป็นเพียงคำพูดของคนที่ไม่กล้าเปิดเผยตัวตน ฉันเชื่อว่าคนที่ติดตามฉันมาโดยตลอดรู้ดีว่าทุกความสำเร็จของฉันไม่ได้ได้มาง่ายๆ”

พิธีกร: “มีบางคนกล่าวหาว่าคุณใช้เส้นสายของครอบครัวเพื่อเข้าสู่วงการแฟชั่น คุณอยากจะตอบกลับคำกล่าวหานี้ไหม?”

ซูมี่ยิ้มเล็กน้อย “ฉันไม่เคยปฏิเสธว่าครอบครัวของฉันมีอิทธิพล แต่ฉันขอถามกลับค่ะว่า ถ้าคนที่ไม่มีความสามารถจะได้รับโอกาสมากมายแบบฉันได้จริงหรือ? ถ้าฉันไม่มีฝีมือจริง ฉันคงไม่สามารถเดินบนรันเวย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และฉันคงไม่ได้รับเลือกให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้” เสียงปรบมือดังขึ้นในห้องส่ง ผู้ชมหลายคนแสดงท่าทางชื่นชมในความมั่นใจของเธอ

พิธีกร: “คุณคิดว่าใครอยู่เบื้องหลังข่าวลือนี้?”

ซูมี่ยิ้มมุมปาก ดวงตาของเธอเป็นประกายเย็นชา “ฉันไม่อยากกล่าวหาคนที่ไม่มีหลักฐานค่ะ แต่มีบางคนที่พยายามจะขัดขาฉันมาตลอด และฉันมั่นใจว่าเธอคนนั้นคงกำลังดูการสัมภาษณ์นี้อยู่”

ขณะเดียวกัน อลิซาเบธที่กำลังนั่งดูการสัมภาษณ์จากโทรศัพท์ของเธอ กำแก้วไวน์แน่นจนเกือบแตก “เธอคิดว่าจะหลุดพ้นไปได้เหรอ? ฉันไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆ หรอก!”

ทันใดนั้น มือถือของเธอดังขึ้น เธอรับสายและได้ยินเสียงปลายสายพูดขึ้นว่า “อลิซาเบธ… ฉันว่าเธอมีปัญหาใหญ่แล้วล่ะ ข่าวกำลังจะพลิกกลับมาหาเธอ”

เธอขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไง?”

“มีคนเริ่มขุดคุ้ยอดีตของเธอและพบว่าเธอเคยใช้วิธีสกปรกเพื่อใส่ร้ายคู่แข่งมาก่อน ดูเหมือนเรื่องนี้จะเริ่มเป็นกระแสแล้ว”

อลิซาเบธหน้าซีด เธอรีบเปิดโซเชียลมีเดียและพบว่าแท็ก #ElizabethExposed กำลังติดเทรนด์

“มีคนขุดหลักฐานว่าอลิซาเบธเคยจ่ายเงินให้บล็อกเกอร์ปล่อยข่าวลือใส่ร้ายคู่แข่ง!”

“ถ้าเธอเล่นเกมนี้เอง เธอก็ต้องรับผลของมันเอง”

“ราชินีปลอมๆ กำลังจะโดนแฉแล้ว” ดวงตาของเธอสั่นระริก “บ้าเอ๊ย… นี่มันไม่ใช่แผนของฉัน!”

หลังจากสัมภาษณ์เสร็จ ซูมี่เดินออกจากสตูดิโอและขึ้นรถลิมูซีนของเธอ ขณะที่เธอนั่งลง ลิซ่าก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงโล่งอก

“ซูมี่ เธอทำได้ยอดเยี่ยมมาก! กระแสตอนนี้กำลังกลับมาหาอลิซาเบธแล้ว”

ซูมี่มองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตาของเธอเป็นประกาย “เธอคิดจะโค่นฉัน… แต่เธอคงลืมไปว่าฉันเป็นใคร”

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและพิมพ์ข้อความลงบนโซเชียลมีเดีย “อย่าคิดว่าเงาของข่าวลือจะบดบังแสงของฉันได้”

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
6 Bab
หยางซูมี่ นางพญารันเวย์
ค่ำคืนที่เต็มไปด้วยแสงสีและเสียงดนตรีจากแฟชั่นโชว์ระดับโลก ณ Grand Palais Paris สถานที่จัดงานอันหรูหราซึ่งเหล่าดีไซเนอร์ชั้นนำจากทั่วโลกต่างมารวมตัวกันเพื่อเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ของพวกเขา เวทีที่ประดับด้วยแชนเดอเลียร์คริสตัลส่องประกายระยิบระยับ ราวกับเป็นดินแดนแห่งเทพนิยาย ภายในงาน บรรดาแขกผู้ทรงอิทธิพลในวงการแฟชั่น นักออกแบบระดับโลก และเซเลบริตี้ชั้นนำต่างจับจ้องไปที่รันเวย์ ในขณะที่เสียงดนตรีอันทรงพลังดังกระหึ่มขึ้น และในที่สุด…เธอก็ปรากฏตัว หยางซูมี่ ย่างก้าวออกมาอย่างสง่างาม ดวงตาคมดั่งนิลจับจ้องไปข้างหน้า เสื้อผ้าทอด้วยผ้าไหมสีทองประดับด้วยคริสตัล Swarovski นับร้อยสะท้อนแสงไฟทุกย่างก้าวของเธอ ทำให้เธอดูราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย ชุดราตรีจากแบรนด์ระดับตำนาน “Maison de Lumière” ถูกออกแบบมาเพื่อเธอโดยเฉพาะ เสียงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปดังระรัว นักข่าวและช่างภาพพากันถ่ายภาพของเธออย่างไม่หยุดหย่อน เสียงกระซิบชื่นชมดังกระหึ่มไปทั่วงาน “เธอสง่างามจริงๆ …เหมือนนางพญาที่ก้าวออกจากจอภาพยนตร์” “หยางซูมี่คือราชินีแห่งวงการแฟชั่นของยุคนี้” “ไม่มีใครเทียบเธอได้เลย” เธอยิ้มเพียงเล็กน้อย รั
Baca selengkapnya
กำไลหยกขาวแห่งชะตา
หลังกลับจากงานปารีสแฟชั่นวีค หยางซูมี่ตัดสินใจใช้ช่วงเวลาหยุดพักจากชีวิตที่วุ่นวาย เดินทางกลับไปยังหมู่บ้านชนบทเล็กๆ ในมณฑลเสฉวน ที่ซึ่งอากงและอาม่าของเธอยังคงอาศัยอยู่ สถานที่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้านของเธอ สถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันอบอุ่นในวัยเด็ก เธอได้บอกพ่อแม่และชวนพี่ชายมาด้วยกัน แต่ก็ไม่มีใครว่างเลย เหตุเพราะเธอชวนกะทันหันเกินไป ไม่สามารถเคลียงานได้ทัน เธอเลยบินเดี่ยวสู่จีนแผ่นดินใหญ่ด้วยตัวคนเดียว จริงๆพี่ลิซ่าอาสามาเป็นเพื่อนด้วย แต่โดนเธอปฎิเสธไปเพราะเกรงใจ นานๆจะได้มีวันหยุดทั้งที ปล่อยให้พี่ลิซ่าเดทกับคุณสามีไปเถอะ การเดินทางสู่ชนบท เมื่อเครื่องบินแตะพื้นดินในมณฑลใกล้บ้านเกิด ซูมี่ออกเดินทางต่อด้วยรถยนต์ ท่ามกลางภูมิประเทศที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ จากเมืองใหญ่สู่ชนบทที่เงียบสงบ ถนนสายเล็กๆ ลัดเลาะไปตามภูเขาสูงที่เต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจี กลิ่นอายของธรรมชาติและเสียงนกร้องทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อรถแล่นเข้าสู่หมู่บ้านเล็กๆ ที่เธอเคยเรียกว่าบ้านในวัยเด็ก ความทรงจำในอดีตก็พลันหลั่งไหลเข้ามา บ้านไม้หลังเก่าที่เธอเคยวิ่งเล่นยังคงตั้งอยู่กลางลานดินกว้าง ที่น
Baca selengkapnya
ตัดสินใจบอกครอบครัว
หลังจากกลับจากประเทศจีน หยางซูมี่รู้สึกว่าหัวใจเธอหนักอึ้ง แม้ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นเพียงเรื่องเหนือธรรมชาติที่ยากจะอธิบาย แต่กำไลหยกขาวที่พระรูปนั้นให้มาทำให้เธอปฏิเสธความจริงไม่ได้ซูมี่นัดพ่อแม่และหยางเหว่ย พี่ชายของเธอ ทานข้าวที่บ้านในค่ำวันหนึ่ง บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น อาหารจีนจานโปรดถูกจัดเรียงเต็มโต๊ะ ทั้งเป็ดย่าง เกี๊ยวน้ำ และผัดหมี่ที่อาม่าทำให้กินตั้งแต่เด็ก“ซูมี่ กลับมาจากจีน ดูเหมือนจะมีเรื่องอะไรในใจนะ” แม่ถามพลางมองหน้าลูกสาวด้วยความเป็นห่วงซูมี่เม้มปาก ก่อนสูดลมหายใจลึก “หนูมีเรื่องสำคัญจะบอกค่ะ… มันอาจฟังดูเหมือนเรื่องแต่ง แต่หนูอยากให้พ่อแม่กับพี่เชื่อหนู”“อะไรกันล่ะ” พ่อมองด้วยสายตาสงสัย แต่เปิดใจฟังซูมี่ดึงกำไลหยกขาวออกมาและวางไว้กลางโต๊ะ “ตอนหนูไปวัดในจีน พระรูปหนึ่งให้กำไลนี้กับหนู แล้วบอกว่าหนูต้อง ‘หวนคืน’ และ… หนูก็พบว่ามันไม่ใช่กำไลธรรมดา”หยางเหว่ยหัวเราะเบาๆ “กำไลมิติ? เดี๋ยวนี้ดูหนังไซไฟเยอะไปหรือเปล่า ”“พี่ ฟังหนูก่อน” ซูมี่เถียงพลางมองหน้าพี่ชายอย่างจริงจัง “ตอนหนูกำลังจะกลับไทย หนูลองใส่ของลงไปในกำไลโดยไม่ตั้งใจ แล้วมัน…หายไป หายไปจริงๆ! เหมือนกำ
Baca selengkapnya
การจากลาแบบคาดไม่ถึง
เสียงเพลงในงานแฟชั่นโชว์ยังคงดังก้อง พร้อมแสงไฟที่วูบวาบจับไปยังนางแบบคนดังที่เดินออกมาจากรันเวย์อย่างสง่างาม “หยางซูมี่” คือชื่อที่ทุกคนพูดถึงในค่ำคืนนี้ เธอคือดวงดาวที่ส่องแสงเหนือใครทั้งในสายตาของผู้ชมและเหล่านักออกแบบ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นเป้าหมายของความอิจฉาริษยา“เธอสมบูรณ์แบบจนเหมือนภาพวาด…” ใครบางคนพึมพำเบาๆ ในฝูงชนในอีกมุมหนึ่งของงาน “อลิซาเบธ” ยืนมองด้วยสายตาเย็นชา หญิงสาวผู้เป็นทั้งคู่แข่งและศัตรูตลอดกาลของซูมี่ เธอคลี่ยิ้มบางๆ ที่ซ่อนความคิดลึกซึ้งไว้เบื้องหลังหลังจบโชว์ เจ้าของงานได้เชิญซูมี่ พร้อมนางแบบและทีมงานคนอื่นๆ เข้าร่วมงานเลี้ยงมื้อค่ำในโรงแรมสุดหรู“คืนนี้นายทุนใหญ่หลายคนอยากพบเธอเป็นการส่วนตัว เธอเป็นเหมือนตัวชูโรงของงานนี้เลยนะซูมี่” ลิซ่า ผู้จัดการส่วนตัวของเธอพูดขึ้นระหว่างที่พวกเขากำลังเดินไปยังห้องจัดเลี้ยงซูมี่พยักหน้ารับ แม้เธอจะยิ้ม แต่ลึกๆ เธอกลับรู้สึกไม่สบายใจ ราวกับมีเงาแห่งอันตรายวนเวียนอยู่รอบตัวลิซ่าอดไม่ได้ที่จะสังเกตถึงสายตาของอลิซาเบธที่จับจ้องมาทางพวกเธอ สีหน้าของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยความอาฆาต“ซูมี่ ฉันว่าเธอควรระวังตัวหน่อยนะ อลิซาเบธดูไม่
Baca selengkapnya
ปุ๊บปั๊บ…รับโชค
หลังจากเหตุการณ์ที่ลู่เฉิงช่วยชีวิตหยางซูมี่จากการตกน้ำ เรื่องนี้ก็แพร่กระจายไปราวกับโรคระบาด ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ ต่างพูดถึงเหตุการณ์นี้ไม่หยุดในขณะที่บ้านหยางสายรองกำลังทำงานในแปลงนาอยู่นั้น ก็ต้องหยุดชะงักลงเพราะได้ยินเสียงชาวบ้านคนหนึ่งพูดถึงเรื่องที่ลู่เฉิงอุ้มซูมี่ที่หมดสติตัวเปียกปอนกลับมาที่บ้าน "แบบนี้เรียกผิดผี ผิดธรรมเนียมแล้ว อย่างไรลูกชายสามบ้านลู่ต้องรับผิดชอบ ถึงซูมี่จะมีนิสัยร้ายกาจขนาดไหนก็ตาม ห้ามปล่อยเรื่องนี้ไปเด็ดขาด" ชาวบ้านอีกคนพูดขึ้นเมื่อมีคนพูดเรื่องนี้มา ทุกคนต่างพากันคิดตาม และพยักหน้าเห็นด้วยและเริ่มพากันพูดเสียงดัง ซู่เม่ยหันไปหาสามีสามีทันที เพื่อขอความคิดเห็น"เรื่องนี้เป็นแค่การช่วยชีวิตซูมี่ด้วยความจำเป็นและบริสุทธิ์ใจ อย่ามาผูกมัดกันด้วยเรื่องนี้เลย" หยางเหวินเทาพูดเพื่อปกป้องลูกและไม่อยากไปผูกมัดลู่เฉิงด้วยเรื่องนี้"ได้อย่างไร แม้จะเป็นการช่วยชีวิตก็เถอะ"อีกคนพูดพร้อมกับมองไปที่บ้านลู่ซึ่งทำงานอยู่ไกลออกไปแน่นอนว่าไม่มีทางได้ยินสิ่งที่ทุกคนพูดส่วนทางลู่เฉิงก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ตัวเขาคิดไว้แล้วว่าการแต่งงานมันต้องมีขึ้นอย่างแน่นอน เขาคิดไว้ว่าแต
Baca selengkapnya
แผนการร้าย
ลู่เฉิงเดินมาหยุดหน้าบ้านของซูมี่ในเช้าวันหนึ่ง เพื่อมาบอกลาซูมี่ก่อนเดินทางกลับค่ายทหาร เขายืนอยู่ที่ลานหน้าบ้าน มองเธอด้วยแววตาอบอุ่น“ฉันคงต้องไปแล้ว” ลู่เฉิงพูด พร้อมยื่นมือมาลูบศีรษะเธอเบาๆ“เดินทางปลอดภัยนะคะ” ซูมี่ตอบพลางส่งรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความห่วงใยหยางหลินที่บังเอิญเดินผ่านมาได้ยินบทสนทนานั้นเต็มสองหู เธอกำหมัดแน่นด้วยความโกรธพลางกัดฟันกรอด“ฉันคิดว่าลู่เฉิงจะอยู่นานกว่านี้… ทำไมเขาต้องรีบกลับค่ายด้วย” หยางหลินพึมพำในใจแต่เมื่อความโกรธเริ่มคลายลง รอยยิ้มร้ายกาจกลับปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ “แต่ช่างเถอะ แผนฉันยังไม่ล่มเสียทีเดียว” เธอคิด ก่อนจะรีบเดินออกไปจากตรงนั้น หยางหลินเดินเลียบถนนในหมู่บ้าน ทิ้งสายตาดูถูกใส่บ้านเรือนที่ดูเก่าคร่ำคร่า จนกระทั่งเธอเดินลึกไปจนถึงท้ายหมู่บ้าน สถานที่ที่ผู้คนไม่อยากยุ่งเกี่ยว เพราะเป็นที่อยู่ของ “ชายพิการขี้เมา” ชื่อว่า “เหลียงฟู่”เหลียงฟู่เป็นชายพิการที่ขาเสียจากอุบัติเหตุ และใช้ชีวิตไปวันๆ ด้วยการดื่มเหล้าจนเมามาย ไม่มีใครในหมู่บ้านให้ความสนใจเขาแม้แต่น้อย หยางหลินหยุดยืนหน้ากระท่อมเก่าๆ ของเหลียงฟู่ เธอตะโกนเรียกเสียงดัง“เหลียงฟู่
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status