Share

องค์ชายสาม

last update Tanggal publikasi: 2024-11-25 15:31:32

ภายในจวนเมฆาหิมะ แสงแดดส่องผ่านรั้วสูงที่ปกคลุมด้วยเงาหิมะ หวังกู้หย่งขมวดคิ้วขณะตั้งสมาธิจดจ่อกับเป้าหมายข้างหน้า

องค์ชายสาม หวังกู้หย่ง เป็นชายหนุ่มที่งามสง่าราวกับเทพเซียน รูปร่างสูงโปร่งและสง่างาม ผิวพรรณขาวกระจ่างตัดกับดวงตาคมเข้มลึกซึ้งซึ่งมักแฝงความเย็นชา สันจมูกโด่งเป็นเส้นตรงรับกับใบหน้าได้รูปที่เฉียบคม ทุกครั้งที่เขายิ้มหรือแม้แต่สบตาเพียงชั่วครู่ มักสะกดสายตาของผู้คนรอบข้างให้หยุดนิ่งด้วยความน่าเกรงขามและเสน่ห์อันทรงพลัง

เขาดึงสายธนูให้ตึง มองไปยังเป้าที่อยู่ไกล ทันใดนั้น เสียงของเหว่ยเฟิง องครักษ์ประจำตัวดังขึ้นอย่างนอบน้อม

“องค์ชาย…ว่ากันว่าคุณหนูจางฟื้นขึ้นมาแล้ว ทุกคนคิดว่านางจะต้องตาย แต่นางกลับฟื้นขึ้นมาอย่างไม่มีใครคาดคิด เราจะทำอย่างไรต่อดีพ่ะย่ะค่ะ?”

หวังกู้หย่งลดธนูลง แววตาคมกริบของเขาสะท้อนความเย็นชาที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“ฟื้นมางั้นหรือ? หากเสด็จพ่อบอกให้ข้าแต่งกับนาง ข้าก็ต้องแต่ง… จะให้ทำอย่างไร ยกเลิกการแต่งงานให้ถูกเนรเทศหรือถูกสั่งประหารงั้นหรือ”

เขายักไหล่เล็กน้อยอย่างไม่สนใจ “ถ้าต้องแต่งงานกันก็แต่งนางเข้ามาก่อน แล้วค่อยว่ากันทีหลังว่าจะจัดการนางอย่างไร”

เหว่ยเฟิงพยักหน้าเบาๆ แต่ยังมององค์ชายด้วยความกังวล

“กระหม่อมแค่กลัวว่าเรื่องนี้จะทำให้พระองค์…”

หวังกู้หย่งตวัดสายตามามองเหว่ยเฟิง ทำให้องค์รักษ์หนุ่มเงียบลงไปในทันที เขาหันกลับไปจับคันธนูอีกครั้ง

“ข้าเกลียดคนแซ่จาง ไม่ว่านางจะฟื้นมาหรือไม่ข้าได้ใส่ใจไม่ นางก็เป็นได้แค่เพียงตัวหมากในแผนการของเสด็จพ่อก็เท่านั้นเอง”

หวังกู้หย่งหวนคิดไปถึงแม่ทัพใหญ่ ผู้ที่เป็นดั่งอาจารย์ที่เขาเคารพเทิดทูนดุจบิดา ภาพที่แม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นนอนเสียชีวิตอย่างปริศนาและถูกโยงไปยังตระกูลจางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความแค้นที่บ่มเพาะจากเหตุการณ์ในครั้งนั้นได้ฝังรากลึกอยู่ในใจของเขาจนยากที่จะปล่อยวาง

“แต่หากเป็นความประสงค์ของฝ่าบาท องค์ชายจะต้องใช้ชีวิตร่วมกับคุณหนูจางในฐานะพระชายา…”

หวังกู้หย่งยิงธนูออกไปอย่างแรง เสียงธนูแหวกอากาศดังก้อง เสียดแทงเป้าหมายอย่างเต็มแรงราวกับว่าคุณหนูจางคนนั้นเป็นเป้านิ่งที่อยู่ตรงหน้า

“ใช้ชีวิตร่วมกันงั้นหรือ?” เขาหัวเราะอย่างเย้ยหยัน “ข้าจะเป็นเพียงพระสวามีแต่งและอยู่กับนาง ความรักจากข้าอย่าหวังเลยว่านางจะได้รับมัน”

จางเหม่ยอิงยืนมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกด้วยความหลงใหลราวกับว่าเธอเพิ่งเคยเห็นใบหน้าอันงดงามของตัวเองเป็นครั้งแรก...

เส้นผมดำขลับยาวสลวยล้อมรอบใบหน้าเรียวเล็ก ผิวพรรณขาวนวล แก้มแดงระเรื่อราวกับกลีบกุหลาบ ดวงตาคู่งาม และจมูกโด่งรับกับริมฝีปากที่แต่งแต้มด้วยรอยยิ้มสดใส

จางเหม่ยอิงหมุนตัวอย่างรวดเร็วไปมา ยิ้มยกมุมปากยกขึ้นอย่างพอใจก่อนจะเริ่มสำรวจเรือนร่างที่มีความอ่อนช้อยในชุดฮั่นฝูเต็มยศ

หงเอ๋อร์และหลิวกงหยวนได้แต่มองดูนายของตนด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งประหลาดใจและกังวลใจ พวกเขาไม่เคยเห็นคุณหนูจางในท่าทีเช่นนี้มาก่อน เหมือนว่าเธอได้กลายเป็นคนใหม่ ไม่ใช่คุณหนูที่สงบเสงี่ยมเรียบร้อยเช่นเคย

หลังจากตรวจสอบข้าวของในห้องอย่างละเอียด จางเหม่ยอิงก็พบผ้าแพรผืนหนึ่งที่มีกลิ่นบางอย่างที่คุ้นเคย

“กลิ่นเมล็ดผิงกั่ว?” ตอนที่เรียนมหาวิทายาลัยเคยค้นเจอว่ามันเป็นสารประกอบเดียวกันกับไซยาไนด์ในยุคปัจจุบัน หญิงสาวขมวดคิ้วด้วยความสงสัยทันที แล้วมันมาอยู่ที่ห้องนี้ได้อย่างไรกัน?

“ไม่คิดมาก่อนเลยว่าในยุคนี้จะมีการใช้เมล็ดผิงกั่ว… ใครกันที่นำมันมาใช้ หรือว่านี้คือการฆาตกรรม ร่างเดิมของข้าไม่ได้ป่วยตาย?”

จางเหม่ยอิงสวมบทบาทเป็นนิติเวชสาวและเริ่มต้นสืบหาต้นตอด้วยความรู้ด้านนิติวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ในหัว เธอสังเกตเห็นว่ากลิ่นนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ที่ผ้าแพรเท่านั้น แต่มันยังติดอยู่ตามสิ่งของอื่นๆ ในห้อง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับหรือแม้แต่กาน้ำชา ซึ่งชี้ให้เห็นว่าผู้ที่อยู่ในร่างเดิมอาจจะสัมผัสกับพิษนี้หลายครั้งจนสะสมเข้าไปในร่างกาย ค่อยออกอาการป่วยและเสียชีวิตในท้ายที่สุด

“พิษจากเมล็ดผิงกั่วนั้นจะไม่ทำให้เหยื่อตายในทันที แต่จะทำให้ร่างกายอ่อนแอ หายใจลำบาก และหัวใจเต้นเร็ว ก่อนจะนำไปสู่ความตายอย่างช้าๆ…”

เธอพึมพำเบาๆ พร้อมเดินสำรวจไปรอบห้องอย่างระมัดระวัง ด้วยรู้ดีว่าเบาะแสที่มีอยู่นี้อาจจะเป็นกุญแจสำคัญในการไขคดีการตายของร่างเดิม

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
Natharinee Pornthongochai
น่าจะเป็นคนใกล้ตัวละนะ แถมมีอยู่เต็มห้องเลยน่ะ
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • ย้อนชะตาเพื่อรักนิรันดร์   ข้าอยากบอกรักเจ้า

    จางเหม่ยอิงหัวเราะเบาๆ “ท่านพี่ ข้าเพียงทำหน้าที่ของข้า ประชาชนเหล่านี้คือรากฐานของบ้านเมือง หากพวกเขาสุขสงบ บ้านเมืองของเราก็จะมั่นคงนะเจ้าคะ”หวังกู้หย่งยิ้ม พลางเอื้อมมือจับมือนาง “เจ้าเป็นดั่งเพชรน้ำงามในชีวิตข้า อิงเอ๋อร์ ข้าภูมิใจในตัวเจ้ามาก”ยามเช้าของฤดูใบไม้ผลิ ดอกเหมยแดงเบ่งบานสะพรั่งรอบลานพระราชวัง แสงแดดอ่อนสาดส่องลงมาทำให้หยดน้ำค้างที่เกาะตามกลีบดอกดูระยิบระยับ หวังกู้หย่งกำลังนั่งอยู่ที่ศาลาริมบ่อน้ำในสวนหลวง เขาแต่งกายเรียบง่าย แต่ท่าทางที่สุขุมและแววตาแน่วแน่ยังคงแสดงถึงความสง่างามขององค์ชายผู้มีบทบาทสำคัญในราชสำนักจางเหม่ยอิงเดินเข้ามาพร้อมกับถาดชาที่ถือไว้ในมือ นางสวมชุดสีฟ้าอ่อนปักลายดอกเหมยที่สะท้อนความเรียบง่ายแต่สง่างาม นางวางถาดชาไว้บนโต๊ะไม้ก่อนจะนั่งลงข้างเขา“ท่านพี่ เหตุใดจึงมานั่งตรงนี้แต่เช้าเจ้าคะ?” นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางยื่นถ้วยชาที่เพิ่งชงให้เขาหวังกู้หย่งรับถ้วยชามา ก่อนจะยิ้มบางๆ “ข้ามาผ่อนคลายความคิด เจ้าไม่ต้องห่วงไป ข้าเพียงอยากชมดอกไม้บาน” เขาหันมามองนาง สายตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน “แต่เจ้าล่ะ มีธุระสิ่งใดหรือถึงมาหาข้าแต่เช้า?”“ข้า

  • ย้อนชะตาเพื่อรักนิรันดร์   เวลาผ่านไป

    ความทรงจำในวันนั้นยังคงชัดเจนในใจของอาจารย์หวัง แม้เวลาจะผ่านไปนาน แต่ภาพของจางเหม่ยอิงในห้องเรียนวิทยาศาสตร์นิติวิทยาศาสตร์ยังคงตราตรึง รอยยิ้มของเธอที่มุมปากขณะตั้งใจฟัง หรือแววตาที่เป็นประกายทุกครั้งที่เธอเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ คือภาพที่ไม่มีวันเลือนหายจากใจเขา...ในมโนภาพของเขา ภาพของหญิงสาวที่เคยเป็นลูกศิษย์คนโปรดและเป็นรักเดียวในหัวใจปรากฏขึ้น เธอยืนยิ้มอยู่ใต้ต้นซากุระในวันที่ดอกไม้เบ่งบานเต็มที่ ในชุดฮั่นฝูสีฟ้าอ่อนปักลายดอกเหมยของเธอพลิ้วไหวไปตามสายลม ใบหน้าของจางเหม่ยอิงเปล่งประกายด้วยรอยยิ้มที่งดงามจนทำให้หัวใจเขาสั่นไหว ข้างๆ เธอนั้นมีชายคนหนึ่งสวมชุดจีนยุคโบราณสีน้ำเงินเข้มยืนอยู่ คนๆ นั้นมีหน้าตาที่เหมือนเขามากจนอดคิดไม่ได้ว่าบางที่เราอาจจะได้เจอกันแล้วในชาติภพใดชาติภพหนึ่ง"เหม่ยอิง… หากชาติหน้าหรือมีสักชาติภพที่เรามีโอกาส ผมขอให้ได้รักและอยู่เคียงข้างเธอ…"เสียงเครื่องวัดหัวใจในห้องดังเป็นเสียงยาว ทันทีที่ดวงตาของอาจารย์หวังปิดลงอย่างสงบ ใบหน้าของเขาเปื้อนรอยยิ้มบางๆ ราวกับว่าเขาได้พบกับจางเหม่ยอิงในฝันสุดท้าย ความทรงจำและความปรารถนาอันแรงกล้าของเขากลายเป็นส่วนหนึ่งของห้วงน

  • ย้อนชะตาเพื่อรักนิรันดร์   สำนึกผิด

    ไม่กี่วันต่อมา ผิงชิงเสียเองก็ขอเข้าพบจางเหม่ยอิงเป็นครั้งสุดท้าย นางดูเหนื่อยล้าและเศร้าหมองเป็นอย่างมาก น้ำเสียงที่เคยเปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่งกลับแปรเปลี่ยนเป็นเสียงที่แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ“เหม่ยอิง... ข้า... ข้าขอโทษ” นางเริ่มพูด ดวงตาของนางหลุบต่ำ “สิ่งที่ข้าทำ มันไม่มีข้อแก้ตัวใดๆ แต่ข้าหวังว่าเจ้าจะยอมให้อภัย”จางเหม่ยอิงมองนางด้วยความนิ่งสงบ ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ “ข้าให้อภัยเจ้า ผิงชิงเสีย... เพราะข้าเชื่อว่าในตัวเจ้ายังน่าจะมีความดีเหลืออยู่บ้าง อย่าง้นอยเจ้าก็หวังดีและไม่เคยคิดร้ายต่อองค์ชาย”ดวงตาของผิงชิงเสียเริ่มมีน้ำตา “ขอบคุณ... ขอบคุณมาก แต่ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะไปถือศีลที่อารามหลวง เพื่อไถ่บาปทั้งหมดที่ข้าได้ทำไว้” จากนั้นไม่นานผิงชิงเสียก็เดินทางไปยังอารามแห่งหนึ่งเพื่อไถ่บาปโดยไม่มีกำหนดกลับเมืองหลวงในห้องพักผู้ป่วยที่เงียบสงัด อาจารย์หวังเซินเจี๋ยในวัย 80 ปีนอนอยู่บนเตียงสีขาวสะอาด ดวงตาของเขาปิดสนิท ร่างกายซูบผอม ผิวซีดเซียวจากโรคที่กัดกร่อนพละกำลังของเขามานานหลายปี ใบหน้าที่เคยดูสง่างามบัดนี้เต็มไปด้วยรอยลึกแห่งกาลเวลาท่ามกลางเสียงเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ

  • ย้อนชะตาเพื่อรักนิรันดร์   ปรับความเข้าใจ

    ในห้องนอนอันแสนสงบภายในตำหนักที่กว้างใหญ่ จางเหม่ยอิงกำลังบรรจงใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นบิดหมาดเช็ดตัวให้กับคนรักของนางอย่างอ่อนโยน“หวังกู้หย่ง...ท่านพี่” นางเอ่ยเรียกชื่อของเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและแผ่วเบาสักสักจางเหม่ยอิงได้ยินถึงเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่กำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ ดวงตาคู่งามเหลือบมองไปยังประตูด้วยความสงสัยไม่นานนัก ประตูเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงของตวนเฟิงที่ยืนอยู่“กระหม่อมต้องขออภัยที่มารบกวน แต่กระหม่อมมีเรื่องสำคัญที่อยากเรียนให้พระชายาทราบพ่ะย่ะค่ะ” “พูดมาเถอะ ตวนเฟิง” “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น กระหม่อมคิดว่าพระชายาควรทราบความจริง... เรื่องที่องค์ชายปกป้องแม่นางผิงชิงเสีย... แท้จริงแล้วมันไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านเข้าใจพ่ะย่ะค่ะ”ดวงตาของจางเหม่ยอิงเบิกกว้างเล็กน้อย แต่ยังคงนั่งนิ่งสงวนท่าที “หากไม่ใช่ แล้วเหตุใดเขาจึงต้องปกป้องนาง แทนที่จะเป็นข้า?”“องค์ชายไม่ได้ปกป้องผิงชิงเสีย แต่เพราะองค์ชายเองทรงทราบตั้งแต่ต้นว่าผิงชิงเสียไม่ได้เป็นคนร้ายตัวจริง”ตวนเฟิงพยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงจริงจัง หมายอยากจะช่วยให้นายของตนได้ปรับความเข้าใจซึ่งกันและกัน“คนที่อยู่เบื้องหลังการลอบว

  • ย้อนชะตาเพื่อรักนิรันดร์   แสงสุดท้าย

    แสงยามเช้าค่อยๆ สาดส่องผ่านหน้าต่างห้องพัก กระทบกับผิวซีดของหวังกู้หย่งที่นอนแน่นิ่งบนเตียง ร่างสูงใหญ่ที่ครั้งหนึ่งเคยเปี่ยมไปด้วยพลังบัดนี้ดูอ่อนแอและเปราะบาง ผ้าพันแผลสีขาวที่ซึมไปด้วยเลือดสีดำประปรายบ่งบอกถึงการต่อสู้อันดุเดือดที่เขาได้เผชิญเพื่อปกป้องจางเหม่ยอิงจางเหม่ยอิงนั่งเฝ้าไข้อยู่ข้างเตียงอย่างใกล้ชิดหลังจากที่ได้รู้ว่ามีดสั้นของหลิวกงหยวนเล่มนั้นอาบยาพิษ จ้องมองใบหน้าที่ไร้สีเลือดของหวังกู้หย่ง น้ำตาที่พยายามสะกดกลั้นเอ่อล้นอีกครั้ง ราวกับหัวใจของนางถูกบีบรัดจนแทบแตกสลาย“เหตุใดท่านถึงโง่เขลาถึงเพียงนี้...ท่านรู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้วข้านั้นไม่ได้ต้องการสิ่งใด นอกจากให้ท่านมีชีวิตอยู่ต่อไป...”นางเอื้อมมือเรียวบางไปจับมือหนาที่บัดนี้ไร้เรี่ยวแรงของเขา หวังกู้หย่งไม่ตอบสนอง ไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจหนักหน่วงของคนที่กำลังทุกข์ทรมาน เขานิ่งราวกับไม่มีชีวิต ดวงตาของเขาปิดสนิท ราวกับจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทราที่ไม่มีจุดจบหงเอ๋อร์ที่มีผ้าพันแผลพันรอบศีรษะนั้นทนไม่ไหวอีกต่อไป นางก้าวเข้ามาพร้อมจับไหล่ของจางเหม่ยอิงเบาๆ“พระชายาเพคะ...ท่านต้องพักผ่อนบ้าง ท่านอยู่ตรงนี้ทั้งคืนแล้ว เดี๋ย

  • ย้อนชะตาเพื่อรักนิรันดร์   ปกป้องนาง

    “ออกมาเดี๋ยวนี้ จางเหม่ยอิง! ข้ารู้ว่าเจ้าซ่อนอยู่แถวนี้!”เสียงของหลิวกงหยวนดังก้องกังวานไปทั่ว พร้อมกับมีดสั้นที่สะท้อนแสงจันทร์วูบวาบอยู่ในมือของเขา ไม่คาดคิดมาก่อนว่าคนที่อ่อนแอมาตั้งแต่กำเนิดอย่างจางเหม่ยอิงจะวิ่งหนีเขาได้รวดเร็วขนาดนี้ทางด้านของจางเหม่ยอิงนั้นกำลังปรับลมหายใจให้เบาลงแม้ว่าร่างกายจะสั่นสะท้านไปด้วยความกังวล พลางคิดหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่สิ้นหวังนี้ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้น ร่างสูงสง่าร่างหนึ่งก้าวออกมาจากความมืดจางเหม่ยอิงหันขวับไปตามเสียง ใจของนางที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังเริ่มสั่นคลอน ดวงตาของนางเบิกกว้าง เมื่อเสียงหนึ่งดังขึ้น เสียงที่นางรู้จักดี... เสียงที่เป็นทั้งความสิ้นหวังและแสงสว่างในเวลาเดียวกัน“หลิวกงหยวน! หยุดเดี๋ยวนี้!”หลิวกงหยวนชะงัก ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นองค์ชาย “องค์ชายสาม...”หวังกู้หย่งพุ่งตัวทะยานเข้าไปขวางหลิวกงหยวน ดวงตาของเขาวาวโรจน์ราวกับเปลวไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง“เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงคิดทำร้ายพระชายาของข้า!”เขายกแขนขึ้นคว้าข้อมือของหลิวกงหยวนที่ถือมีดไว้แน่น แรงกดที่เพิ่มขึ้นจากมือของหวังกู้หย่งทำให้ห

  • ย้อนชะตาเพื่อรักนิรันดร์   ความจริง

    จางเหม่ยอิงหน้าแดงจนถึงใบหู ความใกล้ชิดและคำพูดของเขาทำให้นางหมดคำจะโต้เถียง นางเพียงเบือนหน้าหนีอย่างขัดเขินหวังกู้หย่งช้อนตัวจางเหม่ยอิงขึ้นอย่างนุ่มนวลและนำพาร่างบางเข้าสู่ห้องนอน ที่แม้จะเงียบสงบแต่กลับอบอวลไปด้วยความรู้สึกที่ร้อนแรงเกินห้ามใจจางเหม่ยอิงในอ้อมอกเขาได้แต่หลับตาลง สูดลมหายใจลึกเพื

  • ย้อนชะตาเพื่อรักนิรันดร์   ยิงเกาทัณฑ์

    หวังกู้หย่งเลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูขบขันเล็กน้อย "ข้าจะมาหาพระชายาของข้า จำเป็นต้องมีธุระอันใดด้วยหรือ?""ไม่เพคะ""ข้าเพียงแต่ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างจากบ่าวไพร่ว่าฝีมือการยิงเกาทัณฑ์ของพระชายานั้นยอดเยี่ยม ข้าเลยอยากมาชื่นชมด้วยตาของตัวเองเสียหน่อย"จางเหม่ยอิงยิ้มบางๆ พลางส่ายหน

  • ย้อนชะตาเพื่อรักนิรันดร์   ชายารอง

    บรรยากาศในท้องพระโรงเต็มไปด้วยความตึงเครียด สายตาของขุนนางทั้งหลายต่างจับจ้องไปที่หวังกู้หย่งซึ่งยืนสง่างามตรงหน้าบัลลังก์ทองคำโดยมีฮ่องเต้ประทับอยู่บนที่นั่งสูงสุดในเวลานี้ “ผิงจื่อหลง” พี่ชายของผิงชิงเสียซึ่งดำรงตำแหน่งแม่ทัพบูรพา มีผลงานโดดเด่นด้านการศึกจนขุนนางหลายฝ่ายเห็นพ้องกันว่าสมควรให้ผิงชิ

  • ย้อนชะตาเพื่อรักนิรันดร์   ตลาดมืด

    เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ พรรคพวกของพ่อค้ากลับมาพร้อมข้อมูลที่ค้นพบ พวกเขากระซิบรายงานเบาๆ ข้างหูพ่อค้าคนกลางซึ่งพยักหน้ารับด้วยท่าทีพอใจ ก่อนที่เขาจะเดินมายังหน้าของจางเหม่ยอิงในชุดบุรุษและหงเอ๋อร์ที่ช่วยยืนระวังหลังให้“ข้อมูลที่ข้ารวบรวมมา สอดคล้องกับสิ่งที่ท่านคาดการณ์ไว้ทุกประการ ผ้าแพรผืนนั้นถูกซื้อโด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status