เข้าสู่ระบบ
ท่ามกลางสายฝนที่รินรดดั่งฟ้ารั่ว ทั่วจวนสกุลไป๋กลับคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่ไหลนองผสมปนเปไปกับน้ำฝนที่หลั่งไหลลงมาไม่ขาดสาย
“อึก!!” ร่างหนาที่มีบาดแผลเต็มตัวกำลังหายใจรวยรินของไป๋เหวินหลง แม่ทัพแห่งเปียนจิ้ง…บุตรชายคนโตของจวนสกุลไป๋ “อย่า…” ร่างบอบบางของน้องสาวคนสุดท้องที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ ถูกทหารชุดดำกำลังจับนางให้คุกเข่ามองดูทุกคนตายช้าๆ เสียงกรีดร้องของไป๋รั่วซีที่โดนอุดปากด้วยผ้าหยาบๆ บาดใจพี่ชายเหลือเกิน “ห่วงนางหรือ? เหตุใดเจ้าต้องห่วงกัน…ไม่นานนางก็ตามเจ้าไปอยู่แล้ว น่าเสียดาย…น่าเสียดายที่นางเปลี่ยนแซ่ไม่ทัน!!“ ดวงตากลมโตที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา ส่ายหน้าขอร้องให้พี่ชายอย่าทิ้งนางไป “เหวินหลงเจ้าคิดหรือว่า…เพียงแค่เจ้ามีความรักจะทำให้เจ้าเป็นรองศัตรูได้งั้นหรือ หึ!! ข้าจะบอกให้เอาบุญหากวันนี้ข้าไม่ส่งเม่ยหลินไปหลอกล่อเจ้า ข้าจะได้ขึ้นเป็นใหญ่ในตำแหน่งแม่ทัพผู้ปราบกบฏได้อย่างไร!!” “จื่อซวนเหตุใดเจ้าจึง ใจร้ายเช่นนี้!!” “เพราะว่า….เจ้าไม่ควร…เป็นคนโปรดของรัชทายาทอย่างไรหล่ะ เพราะอีกไม่นาน ใต้หล้าแห่งนี้จะต้องเปลี่ยนรัชทายาทคนใหม่ คนที่…มีข้าเป็นผู้สนับสนุนและจากนั้นอำนาจทั้งหมดก็จะอยู่ในมือข้า!!” ฉึบ!! ”อึก!!“ คมดาบที่อาบด้วยเลือดพรากลมหายใจของพี่ชายนางไปแล้ว ”อื้ออออออ“ แม้จะเปล่งเสียงกรีดร้องออกมาเท่าไหร่ก็ไม่สามารถระบายความเจ็บปวดที่อยู่ในใจนางได้ รองเท้าผ้าสีดำสนิทเดินตรงเข้ามาหานางช้าๆ แววตาคมกริบก้มลงมามองนางชิดใกล้ ”ไป๋ รั่ว ซี นามของเจ้าแปลว่า…แสงอรุณแรกงั้นหรือ“ มือหยาบกระด้างบีบปลายคางของนางจนเจ็บ ”ข้าเคยต้องการแสงอรุณนั้น แต่เจ้ากลับ…ปฏิเสธจะแต่งงานกับข้าเพียงเพราะอยากท่องยุทธภพ หึ!! การเลือกของเจ้ามันโง่เง่าสิ้นดี!!“ แววตาเหี้ยมโหดไม่ทำนางกลัว ในใจกลับคิดให้เขาลงมือกับนางเสียที!! ”หากวันนี้เจ้ายอมแต่งเข้าจวนแม่ทัพหยางของข้า คนในครอบครัวเจ้าอาจจะยังมีชีวิตรอด แต่…ก็ยกเว้นพี่ชายเจ้าไว้สักคน เพราะว่า…หากเขายังอยู่รัชทายาทจะแข็งแกร่งจนใครก็โค่นไม่ได้!! เจ้าก็รู้…ศึกชิงอำนาจหน่ะมันเหลือใครไว้ไม่ได้หรอก!!“ มือเล็กกำแน่นจนข้อมือขาวซีด นางมองเขาด้วยแววตาเกลียดชังที่สุด บุรุษใจอำมหิตผู้นี้คือสหายคนสนิทของพี่ชาย คือรองแม่ทัพที่ร่วมเป็นร่วมตายกับพี่ชายของนางมายาวนาน นางเคยคิดว่า การที่นางไม่แต่งงานกับคนดีๆเช่นเขา เพราะนางมีความฝันและไม่ควรดึงรั้งเขาไว้เพียงเพราะความเหมาะสมที่ผู้ใหญ่เห็น แต่ใครเลยจะคิด รองแม่ทัพหยางจื่อซวนผู้นี้ ทะเยอทะยานมักใหญ่ใฝ่สูงเกินคน!! พรึบ มือหนาดึงผ้าอุดปากนางอยู่โยนทิ้งอย่างไม่ใยดี ”เจ้าคง…อยากจะอ้อนวอนข้าใช่หรือไม่“ นางยกยิ้มมุมปากก่อนจะถมน้ำลายลงพื้น “ถุย!!” “ข้าหรือจะอ้อนวอน จื่อซวนหากจะฆ่าเจ้าก็รีบฆ่าเสียเถิด แต่ว่า…ก่อนจะพรากลมหายใจข้าไป ข้าขอถามสิ่งที่ค้างคาใจอีกหน่อย” ใบหน้าบึ้งตึงยอมพยักหน้าให้คนของตนเอง ปล่อยมือจากการจับกุมนางเอาไว้ สตรีร่างเล็กสบัดข้อมือเล็กน้อยคลายความเมื่อยขบ ”พี่สาวของข้า…นางอยู่ที่ใด!!“ ก่อนหน้านี้พี่สาวนางริอาจปีนขึ้นเตียงรัชทายาทปีศาจ ทั้งที่เป็นสตรีซื่อบื่อ จะเอาความคิดพวกนี้มาจากไหน!! ไป๋รั่วซีหาคำตอบมาตลอด แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมของรองแม่ทัพชั่วผู้นี้ก็เข้าใจทันที…เขามีส่วนกับเรื่องนี้แน่นอน!! ”สตรีที่โง่งมจนเทิดทูลความรักเช่นนั้น เจ้าคิดว่าถูกชาวเมืองเหยียดหยามและด่าทอเรื่องเป็นสตรีหยำฉ่า กล้ายั่วยวนรัชทายาท จะกล้ามีชีวิตอยู่ต่อหรือ ข้าก็แค่มอบผ้าขาวให้นาง1ผืน นางก็ยินดีรับมันไปแต่โดยดี เห็นหรือไม่…ตั้งแต่ต้นจนจบนางมีแต่ความโง่เขลาและเป็นได้แค่หุ่นเชิดที่รอรับคำสั่งจากข้าเท่านั้น!!“ ไป๋รั่วซียกยิ้มขื่น นางหัวเราะในลำคอ ก่อนจะทนไม่ไหวแหงนหน้าขึ้นหัวเราะกลางสายฝน หัวเราะจนดังลั่นลานจวนสกุลไป๋ที่มีแต่ศพคนในจวนนอนตายเกลื่อนกลาดดูน่ากลัวพิลึก ”ฮ่าๆ ฮ่าๆ ฉลาด ฮ่าๆ ฉลาดจริงๆ“ ทหารชั่วทั้งหลายกำดาบแน่น หยางจื่อซวนขบฟันจนกรามโหนกนูน ”เจ้าหัวเราะอะไร!!“ ”นายท่านมิใช่ว่าแม่นางน้อยไป๋ผู้นี้วิปลาศไปแล้วหรือขอรับ!!“ข่าวเรื่องในราชสำนักเรื่องลือกันจนไกลถึงเป่ยโจว จนทั้งคู่ต้้งมาเยี่ยมเยียนวังหลวงแห่งนี้“เหตุใดสายพระเนตรจึงเฉียบคมนักเพคะ” ไป๋รั่วซีและห่าวหรานที่วันนี้พาองค์ชายน้อยมาเยี่ยมเฉิงไทเฟยที่เมืองหลวง ฮองเฮาหว่านหรงที่ทราบข่าวรีบส่งจดหมายเชิญให้เข้าไปพำนักในวังหลวงทันที ตอนนี้ทั้งสี่คนจึงนั่งจิบน้ำชากันอยู่ในสวนหลวง“เพราะท่านพี่สอนข้าเสมอว่า…แค่เพราะเราดีกับคนอื่นอย่าคิดว่าคนอื่นจะดีกับเรา การล้างบางครั้งนี้เป็นการหว่านแหที่ได้ปลาตัวใหญ่มา ทั้งๆที่ข้าคิดว่าไม่มีขุนนางที่ทำตัวเป็นปลวกแทะไม้แล้วแท้ๆ” ฮ่องเต้ซีอวิ๋นที่อุ้มหลานน้อยตอบอย่างชัดเจน“ขุนนางพวกนี้กระทำมาตั้งแต่เสด็จพ่อขึ้นครองบัลลังก์ใหม่ๆ ดีที่ฝ่าบาทไหวพระองค์ทัน มิเช่นนั้นเมืองหลวงต้องเกิดวิกฤตขาดแคลนอาหาร” ห่าวหรานชื่นชมพระปรีชาของฮ่องเต้ซีอวิ๋นไม่น้อย “นั่นสิ หากไม่ใช่เพราะพ่อค้าเกลือที่ประมูลใบค้าเกลือมาอย่างถูกต้องฆ่าตัวตาย ข้าคงโง่งมอยู่นาน”“เอาเถอะอย่างไรก็ผ่านไปแล้ว จากนี้จะมีแต่ขุนนางที่เข้ามาด้วยการสอบวัดระดับอย่างถูกต้อง การทำงานที่ดี คือการใช้คนเป็น ฝ่าบาททรงมีพระปรีชามากจริงๆ” การลื้อระบบขุนนางใหม่ ทำให้ระเบียบที่
สีหน้าของเสนาบดีฝ่ายซ้ายและพรรคพวกเปลี่ยนสีทันที ความตกใจฉายชัดขึ้นในแววตาเมื่อถูกกระชากหน้ากากกลางท้องพระโรง ทว่าพวกมันยังคงกัดฟันเถียงเสียงแข็ง "ฮองเฮาตรัสเช่นนี้โปรดมีหลักฐาน! การที่พระองค์ทรงกระทำการตามอำเภอใจโดยไม่มีพระพักตร์ขององค์ฮ่องเต้มาประทับยืนยัน ถือเป็นความผิดมหันต์! หากฝ่าบาททรงสิ้นพระชนม์ไปแล้วหรือเกิดเหตุอันใดขึ้น พระองค์ต้องรับผิดชอบต่อแผ่นดิน!""ใครบอกพวกเจ้าว่า... ฝ่าบาททรงสิ้นพระชนม์แล้ว?" สุรเสียงทรงอำนาจอีกสายหนึ่งดังแทรกขึ้นอย่างเฉียบขาด ราวกับสายฟ้าฟาดผ่ากลางท้องพระโรง ทันใดนั้น ประตูทองคำบานใหญ่ก็เปิดออกพร้อมกับแสงตะวันยามเช้าที่สาดส่องเข้ามา อาภรณ์สีทองปักลายมังกรสะท้อนประกายระยับ ร่างสูงสง่าคุ้นตาของบุรุษผู้ทรงอำนาจสูงสุดแห่งต้าเซี่ย ‘ฮ่องเต้ซีอวิ๋น’ ก้าวพระบาทเข้ามาด้วยพระวรกายที่แข็งแกร่ง สง่างาม และเปี่ยมด้วยพระบารมีอันน่าเกรงขามอย่างเต็มเปี่ยม!ความเงียบสงัดช็อกขีดสุดเข้าปกคลุมท้องพระโรงในทันที บรรดาขุนนางที่เคยยืนหยัดผยองพากันเบิกตากว้างจนแทบถลน อ้าปากพะงาบๆ สั่นสะท้านไปทั้งร่างราวกับเห็นผีสางในเวลากลางวัน เสนาบดีฝ่ายซ้ายถึงกับเข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับ
นางมองพระสวามีด้วยความรักลึกซึ้งก่อนจะโผลกอดพระองค์แน่น ฮ่องเต้ซีอวิ๋นก็ตอบรับอ้อมกอดนั้นอย่างดี”หลายปีที่หม่อมฉันสะสมสมุนไพร ก็เพื้อเอาไว้ใช้รักษาพระองค์ หากราชสำรักมั่นคง หม่อมฉันจะไปหาท่านหมอเทดา ปรุงยาถอนพิษให้ท่านใหม่“ นิ้วเรียวยาวดั่งรำเทียนเกลี่ยเส้นผมหอมนุ่มออกจากดวงหน้างดงาม”ท่านพี่ห่าวหรานก็คงทรมานไม่แพ้เรา หว่านหรงอย่ากังวลใจเรื่องอาการข้าเลย เรามาช่วยกันทำให้ราชสำนักมั่นคงเถอะ ข้ารอให้เจ้าอุ้มท้องโอรสธิดาให้ข้าไม่ไหวแล้ว“ พระวรกายสูงใหญ่ทอดร่างบางลงนอนบนเตียง ก่อนจะตอบรับรักนางทั้งคืน บางทีนางเป็รผู้นำ บางทีนางก็จอตามเพราะอยากเรียนรู้ ก่อนที่บทรักเร่าร้อนจะจบลง พระสุระเสียงแหบทุ้มกระซิบชิดริมหู”จากนี้บำรุงตัวเองให้มาก ข้าจะเป็นแผ่นฟ้าคุ้มครองเจ้ากับลูกเอง!!“บรรยากาศภายในท้องพระโรงหลวงยามเช้าตรู่ตลบอบอวลไปด้วยความตึงเครียดและคลื่นใต้น้ำที่กำลังซัดสาดเข้าหาบัลลังก์มังกร หลังจากที่ หว่านหรง ทรงสร้างความสั่นสะเทือนให้แก่ราชสำนักด้วยพระราชโองการปลดปล่อยทาสและพระราชทานอิสรภาพให้แก่เหล่าพระสนมเมื่อวันก่อน เหล่าขุนนางอาวุโสและตระกูลขุนนางเก่าที่สูญเสียผลประโยชน์และอำนาจในการ
ภายในลานกว้างหน้าพระราชวังหลวง เหล่าทาส ข้ารับใช้ และนางกำนัลนับพันชีวิตที่เคยใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ถูกเรียกตัวมารวมกัน ณ ที่แห่งนั้น เมื่อประกาศพระราชโองการ”ด้วยราชโองการแห่งฟ้า ฮ่องเต้มีพระบัญชา เนื่องด้วยสุขภาพของฮ่องเต้ซีอวิ๋นในหลายวันมานี้ไม่สู้ดีนัก พระองค์จึงขอร้องให้ฮองเฮาผู้เป็นแม่ของแผ่นดิน ช่วยปลดปล่อยความทุกข์ยากของเหล่าสนมและทาสทั้งหลาย ให้หลุดพ้นจากการถูกจองจำที่ไม่เต็มใจ พร้อมเงินตั้งตัวคนละจำนวนไม่น้อย ทั้งนี้เพื่อเป็นกุศลให้ฝ่าบาทหายประชวรในเร็ววัน จบราชโองการ…“เมื่อคำกล่าวนั้นสิ้นสุดลง เสียงร่ำไห้ด้วยความตื้นตันใจก็ดังระงมไปทั่วบริเวณ หลายคนทรุดตัวลงโขกศีรษะกับพื้นดินด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น ชีวิตที่เคยถูกตราหน้าว่าเป็นทรัพย์สินไร้ค่า บัดนี้กลับได้รับอิสรภาพ มีสิทธิเสรีภาพในการดำเนินชีวิตและสร้างอนาคตของตนเองอย่างสมบูรณ์ในเวลาเดียวกัน ที่ตำหนักฝ่ายใน เหล่าพระสนมและนางสนมกำนัลจำนวนมากที่ถูกกักขังอยู่ในวังหลวงอันเย็นเยียบ ต่างได้รับพระราชโองการพระราชทานอิสรภาพเช่นเดียวกัน หลายคนที่ไม่เคยได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ และต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวอ้างว
ภายหลังเหตุการณ์กวาดล้างขุนนางกังฉินและเครือข่ายค้าเกลือเถื่อนในท้องพระโรงสิ้นสุดลง ความเงียบสงบอันน่าเกรงขามก็แผ่ซ่ายไปทั่วราชสำนักต้าเซี่ย ขุนนางผู้มากเล่ห์เหลี่ยมต่างพากันสงบเสงี่ยมเจียมตัว ไร้ซึ่งเสียงคัดค้านหรือแรงกดดันใดๆ ต่อการสำเร็จราชการของฮองเฮาหว่านหรงอีก ทว่าภายในพระตำหนักส่วนพระองค์ บรรยากาศยังคงปกคลุมด้วยความวิตกกังวล เนื่องจากพระอาการประชวรด้วยพิษร้ายของฮ่องเต้ซีอวิ๋นแม้จะทุเลาลงบ้างจากการขับพิษ แต่พระองค์ก็ยังทรงอ่อนล้าและต้องการเวลาพักฟื้นอย่างต่อเนื่อง“สุดท้ายข่าวก็คุมไม่อยู่ หลุดรอดออกไปจริงๆ”“นั่นสิ นางข้าหลวงต่างไม่ยอมรับว่าเอาไปพูดคุยที่ตลาดเรื่องอาการประชวร” บ่าวรับใช้ที่ทำความสะอาดตำหนักหลวงพูดคุยกันข้างๆฮองเฮา”ฮองเฮาเพคะ เช่นนั้นจะทำอย่างไรดี?“ หว่านหรงไม่ตอบแต่ยกยิ้มบางเบา”ช่างเถอะ ให้เล็ดรอดออกไปบ้าง คนบางกลุ่มมันจะได้ได้ใจหน่อย!!“ยามบ่าย ณ ตำหนักอวลกลิ่นบุปผา หว่านหรงในฉลองพระองค์สีนวลตา ประทับนั่งทอดพระเนตรบันทึกราชการและการกุศลด้วยพระพักตร์ครุ่นคิด แม้พระนางจะทรงกวาดล้างศัตรูภายนอกและควบคุมสถานการณ์ในราชสำนักไว้ได้บ้าง แต่ยังมีบางอย่างที่มั่นใจว่าอี
เมื่อได้ยินคำว่า 'หลักฐานการลักลอบค้าเกลือและยักยอกเสบียง' สีหน้าของเสนาบดีกรมการคลังและพรรคพวกก็เริ่มเปลี่ยนสี เหงื่อกาฬเริ่มผุดพรายเต็มใบหน้า หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว"และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น..." หว่านหรงทรงก้าวลงจากแท่นประทับทีละน้อย พระเนตรจับจ้องไปยังเสนาบดีกรมการคลังราวกับพญาอินทรีมองเหยื่อ "ในบัญชีรายชื่อเครือข่ายค้าเกลือเถื่อนและผู้สั่งการยักยอกเสบียงล็อตใหญ่ที่สุดเมื่อเดือนก่อน... ปรากฏชื่อของ 'คนใกล้ชิด' ในตระกูลของท่านเสนาบดีอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง! ท่านบอกว่าเรากำลังใช้อำนาจตามอำเภอใจงั้นรึ? ผิดแล้ว! เรากำลังใช้ 'หัตถ์เหล็ก' เพื่อกวาดล้างพวกหนอนบ่อนไส้ที่สูบเลือดสูบเนื้อราษฎรต่างหาก!"พรึบ! ขุนนางสมุนคนหนึ่งถึงกับเข่าอ่อนล้มลงไปกองกับพื้นเมื่อหลักฐานลายมือชื่อและตราประทับของตนถูกนำมาเปิดเผยต่อหน้าพระพักตร์ เสนาบดีกรมการคลังหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ อ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ความกดดันที่ตั้งใจจะเอามาใช้เล่นงานฮองเฮากลับย้อนกลับมากลายเป็นดาบสะท้อนตัดคอพวกมันเองจนหมดหนทางดิ้นหนี"ส่วนเรื่องที่พวกท่านสงสัยว่าเหตุใดเราจึงต้องสำเร็จราชการแทน..." หว่านหรงตรัสต่อด้วยน้







