INICIAR SESIÓNทั้งนายและลูกน้องทำตัวไม่ถูก ร่างที่เปียกโชกทั้งยังมีเลือดไกลอาบศรีษะและมุมปากค่อยๆลุกขึ้นยืน
”แล้วเจ้าเล่า โง่เขลาต่างจากพี่ชายและพี่สาวของข้าตรงไหน!!“ นางจ้องมองใบหน้าของหยางจื่อซวนด้วยแววตาแห่งความชิงชังที่สุดในชีวิต ”อยากรู้หรือว่าข้าหัวเราะอะไร ข้า…ก็กำลังหัวเราะให้ความโงเง่าของเจ้าที่คิดว่าตนเองฉลาดปราดเปลื่องกว่าผู้ใด แต่จริงๆแล้วกลับโง่งมอย่างที่สุดต่างหาก!!“ นางดึงมีดเล่มเล็กที่เหน็บเอวตัวเองอยู่ออกมา “เจ้าหมายความว่าอย่างไร!!” เขามองนางอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ว่าเด็กสาวที่เคยสดใสกลับใจเด็ดพอที่จะหยัดยืนต่อหน้าเขา มือเล็กนั้นจับมีดเอาไว้อย่างมั่นคง “เจ้าคิดว่าการที่เจ้าวางแผนกับองค์ชายเจ็ดเพื่อล้มล้างองค์รัชทายาทนั้นความดีความชอบจะตกอยู่ที่เจ้างั้นหรือ เช่นนั้นวันนี้ข้าจะบอกอะไรให้เจ้าตาสว่างเสียหน่อย” เท้าเปล่าเปลือยก้าวเดินเข้าไปหาบุรุษที่นางเกลียดชังเข้ากระดูกช้าๆ “เด็กในท้องน้องสาวเจ้าเป็นลูกองค์ชายเจ็ด เด็กในท้องพี่สาวเจ้าก็เป็นลูกองค์ชายเจ็ด และที่สำคัญ น้องชายต่างบิดาที่เจ้าคิดว่าแม่เจ้าท้องกับสามีใหม่นั้นก็ลูกองค์ชายเจ็ด แม้แต่สตรีที่เจ้าส่งไปปั่นหัวพี่ชายข้า นางก็…เป็นสตรีข้างเตียงขององค์ชายเจ็ด!!“ นางมองแววตาตื่นตระหนกด้วยความสะใจ!! “จื่อซวน…เจ้ามันก็แค่สุนัขรับใช้ที่ถูกองค์ชายเจ็ดปั่นหัว ส่วนคนที่เจ้าพึ่งลงมือฆ่าเขาด้วยน้ำมือเจ้าเองนั้น…” นางชี้ไปที่พี่ชายที่เป็นคนดีจนลืมระแวงสหายคนสนิท และวันนี้จึงต้องมาตายเพราะถูกหักหลัง “เขาหน่ะ ส่งชื่อเจ้า ขอให้ฝ่าบาทพระราชทานเลื่อนยศให้เจ้าเป็นแม่ทัพน้อยคุมกำลังหนึ่งแสนนาย!!” “ไม่จริง!!” นางไม่ต่อความยาว แต่จ้องหน้าเขานิ่งๆ และเอ่ยทีละคำ “เรือนป่าไผ่ที่เป็นที่พำนักของพี่สาว น้องสาว และมารดาเจ้าหน่ะ มิสงสัยหรือว่าเหตุใด…จึงมีแต่ของราคาแพง แม้ต้องอุ้มท้องอย่างโดดเดียวและถูกชาวบ้านประนามก็ยิ้มรับ เพราะ…แค่เจ้าเป็นหมารับใช้องค์ชายเจ็ดต่อไป พวกนางก็จะสบายเพราะได้ของบรรณาการอย่างไรเล่า มิใช่รับใช้แค่องค์ชาย แต่เจ้ารับใช้พวกนางด้วย!!” ในหัวจื่อซวนนึกย้อมคืนกลับไปวันเวลาก่อนหน้านี้ ไม่ว่าเขาจะเค้นถามอย่างไรก็มิมีผู้ใดปริปากบอก ว่าใครคือพ่อของหลานๆ ซ้ำบางครายามเขาส่งคนไปสืบก็ล้มเหลว แต่ไม่ว่าจะเป็นมารดาหรือพี่น้องของเขาล้วนมีของราคาแพงทั้งเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ พวกนางยังพูดกรอกหูเขาว่า วันข้างหน้าหากช่วยองค์ชายเจ็ดได้ เข้าจะมีอำนาจล้นฟ้า สีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อของเขาทำนางยิ้มเยาะ “คิดได้แล้วหรือ แต่ก็คงสายเกินไปสินะ จื่อซวน…เจ้าหน่ะ…จงอยู่กับความรู้สึกผิดไปจนวิญญาณดับสูบเสียเถอะ!!” ฉึบ “ฮึก!!” มีดเล็กเล็กแทงลงตำแหน่งหัวในของนางพอดิบ พอดี แม้เจ็บปวดเจียนขาดใจแต่ปากนางยังคงยิ้ม แววตาเด็ดขาดมองไปยังหน้าประตูจวน เสียงทหารม้านับหมื่นวิ่งมาจนแผ่นดินสะเทือน “จับตัวรองแม่ทัพหยาง ข้อหากระทำการเกินหน้าที่ ปรักปรำสกุลไป๋ว่าเป็นกบฏ ลากตัวไปลงโทษที่ลานเทียนฟ้า!!” แค่นี้จริงๆคือสิ่งที่นางต้องการ แค่…รัชทายาทปีศาจกลับมาเรียกร้องความยุติธรรมให้ตระกูลไป๋ของนางก็พอ!! “รั่วซี มองข้า!! ข้าสั่ง…ให้เจ้ามองข้า!!” เสียงดุดันไม่ทำให้นางกลัวเช่นวันวาน แต่น้ำตาของเขาต่างหากที่ทำให้นางเจ็บปวด “องค์ชายเจ็ดวางแผนทั้งหมด ช่วย…ล้างมลทินให้สกุลไป๋ด้วย ท่านพี่ของข้า… ซื่อสัตย์กับท่านจนวันตาย เขาแค่โง่เขลาเพราะสตรี!! อึก!!” สายตาคมดุกวาดมองทั่วจวนอวี๋ ศพหลายสิบชีวิตนอนเกลื่อนกลาดไม่มีผู้ใดหลับตาเลยสักคน ยกเว้นสตรีในอ้อมกอดของเขา นางหลับตาอย่างคนคลายกังวล “เหตุใดเจ้าจึงไม่รอข้า!! เหตุใดจึง…มิรอฟังข้าพูดความในใจกับเจ้าก่อน!!” วิญญาณที่ออกจากร่างยืนมองร่างกายใหญ่โตที่ยังกอดนางจมอก น่าเสียดายจริงๆ เสียดายที่นางนั้น…รู้ว่ารักเขาก็สายไปแล้ว พรึบ “ฮึก!!” “ซินซิน เจ้าเหม่ออะไร ข้าถามว่าจวนรองแม่ทัพหยางส่งแม่สื่อมา เจ้าจะรับไมตรีหรือไม่!!” เสียงหวานของมารดาทำนางรีบหันไปมอง ก่อนที่จะพุ่งตรงเข้าไปกอดเต็มรัก “ท่านแม่!! ข้ามิได้ฝันไปงั้นหรือ มิได้…ฝันหรือเจ้าคะ” นางยกมือมารดามาตบลงบนแก้มนวล แม้มารดาจะขืนแรงไว้ แต่ยังพอรู้สึกเจ็บอยู่บ้าง “เอ๊ะ ลูกคนนี้หนิ เจ้าฝันร้ายหรือซินซินของแม่” นางถูกมารดาดึงเข้าไปกอดปลอบ “ใช่!! ท่านแม่ ข้า… ข้าฝันร้ายแน่ๆ” ไป๋รั่วซีรู้แล้วว่าตอนนี้นางได้ย้อนเวลากลับมา ย้อนกลับมาตอนที่หยางจื่อซวนส่งคนมาทาบทามสู่ขอนาง!! “ท่านแม่ข้ามีคนในใจแล้วเจ้าค่ะ ไม่รับไมตรีจากชายอื่น!!”คำพูดนั้นทำนางที่หลับตาลงเพราะความเจ็บลืมตาพึ่ง“ท่าน…หึงหวงข้าหรือ!!” ท่าทางอมยิ้มนิดๆทำเขาวางสีหน้าไม่ถูก“เพ้อเจ้ออะไร!! ข้าแค่คิดว่าหากเจ้าตายใครจะเป็นเสาหลักของจวนไป๋ เจ้าไม่เห็นหรือ พี่ชายกับพี่สาวเจ้า…วิญญาณหลุดออกจากร่างไปแบ้ว!!” นางถอยมานั่งท่าเดิมพร้อมกับหลับตาลงเมื่อสิ่งที่เขาพูดมาเป็นจริงทุกคำ“ข้าเริ่มท้อแล้ว หากกู่ไม่กลับ ข้าจะคัดหางปล่อยวัดให้หมด!!” น้ำเสียงนั้นเด็ดเดี่ยวแต่มุมปากเขากลับกระตุกขึ้นสูง“ว่าแต่…ท่านมาได้อย่างไร?” แม้ถามแต่ยังคงหลับตา นางกลัวใจตัวเอง กลัวจะกระโจนเข้าไปหาเขาและทำตามใจชอบ เพื่อขอบคุณที่เขาแก้แค้นให้คนสกุลไป๋ในชาติที่แล้ว“เมื่อวาน ที่เจ้าบอกว่าให้การบ้านข้าไปทำ…ข้ารู้คำตอบแล้ว” นางไม่ตื่นเต้นเพราะรู้คำตอบอยู่แล้ว ทำเพียงแค่พยักหน้าเท่านั้น“แล้วท่านได้คำตอบหรือยัง”“ยัง” นางถอนหายใจอย่างเหนื่อยอก“เช่นนั้นข้าจะบอกให้…” นางลืมตาและลุกขึ้นนั่งดีๆ แม้ร่างกายเจ็บปวดจนแทบจนแหลกสลายก็วางเฉยไม่ได้“ว่ามาเถอะ!!” นางมองตรงให้เขารับความจริงใจจากนาง“องค์ชายสาม ข้าไม่รู้จุดประสงค์ว่าการเข้าร่วมการกระทำชั่วร้ายนี้เพราะถูกบังคับหรือว่าต้องการสิ่งใด แต่องค
มีดเล่มเล็กลอยลิ่วตามแรงขว้างปาไปปักลงบนหัวไหล่เขาทันที“นังเด็กสกุลไป๋ เจ้าทำบ้าอะไร!! ข้าไม่ยอมโดนจับหรอกโว้ย!!” เขาคำรามด้วยความเจ็บปวด แต่มือยังคงกุมบังเหี่ยนหลังม้าเอาไว้แน่น พร้อมบังคับให้มันทะยานออกไป“ทำให้เจ้าตายทั้งเป็นอย่างไรเล่า!!” นางควบม้าเร่งความเร็วขึ้นไปอีก แววตาของนางมุ่งมั่นจะจัดการเขาให้ได้ ความแค้นนี้นางไม่เก็บเอาไว้อีกแล้ว นางควบมาให้วิ่งออกไปเที่ยบข้างก่อนจะมองเขานิ่ง ด้านหน้ามีหน้าผาอยู่แต่นางไม่สน“จื่อซวน บอกข้ามา เจ้าต้องการอะไร!! แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า!!” ชาตินี้นางต้องมีพยาน ต่อให้นางตาย พี่ชายก็จะจัดการต่อเอง“ข้าไม่บอก!! ข้าจะทำอะไร มันก็ไม่เกี่ยวกับเด็กน้อยอย่างเจ้า!!” เขายังคงท้ายทาย และเพราะนี่คือเฮือกสุดท้ายแล้ว เขาเตรียมวิ่งไปใกล้หน้าผา และตั้งใจจะบังคับม้าให้หักหลบไปอีกทาง เพื่อให้พี่ชายนางที่ตามมาด้านหลังทรงตัวไม่อยู่และอาจตกเหว“หึ!! ก็ไม่ได้อยากรู้นักหรอก ข้าอยากเอาชีวิตเจ้ามากกว่า!!” พูดจบนางเที่ยบมาจนใกล้ก่อนกะระยะสายตา จิตใจแน่วแน่และตั้งมั่นก่อนจะคว้าตัวชายชั่วผู้นั้นเอาไว้มั่นและกระชากลงจากหลังม้าไปพร้อมกัน ตุบ!! ทั้งนางและเขากลิ้งไปตามทางอ
“จิ่งเจา เจ้าจะออกเรือนกับจื่อซวนอยู่ใช่หรือไม่” เหลียงคุนที่เงียบมานาน สุดท้ายเมื่อเห็นบุตรชายยืนก้มหน้าก็ถอนหายใจ เขาคิดว่าบุตรชายก็คงกู่ไม่กลับอีกแล้วเช่นกัน“ท่านพ่อ ข้า…” จิ่งเจาที่อยากจะลองร้องขออีกหนรีบเดินไปหาบิดา แต่ผู้เป็นพ่อกลับใช้ฝ่ามือตบเบาๆที่หลังมือของนาง“หากเจ้าเลือกแล้วพ่อก็จะไม่ขวาง แต่เจ้าจงรู้ไว้ สกุลไป๋คือซากปรักหักพังที่เจ้าทิ้งขว้าง ไปเถอะ ไปตามทางที่เจ้าเลือก” น้ำตานองอาบหน้า หันหน้ามาหาใครทุกคนก็มองนางอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่มีอ้อนวอนให้อยู่อีกแล้ว“ท่านพี่” จิ่งเจาหันไปหาจื่อซวนที่พยายามยืนเงียบที่สุด เขาถอนหายใจก่อนยินยอม“ไปเถอะ!!” ตอนนี้ไม่ต่อความยาวใดๆแล้ว เขาไม่อยากให้เรื่องบางเรื่องมันโผล่ขึ้นมาจากผืนดินที่เขาฝังเอาไว้ คนสองคนที่กำลังจะก้าวเท้าขึ้นรถม้าไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ยอมถอยออกไปตั้งหลัก เหวินหลงที่ยังไม่ได้จัดการอดีตทหารคู่ใจของตัวเองเตรียมเข้าขวาง แค่ร่างสตรีที่อยู่ข้างกายกลับวิ่งไปกระชากแขนจื่อซวนผู้นั้นเอาไว้สุดแรง!!“จื่อซวนท่านจะทิ้งข้าเช่นนี้ไม่ได้!! ท่านจะปล่อยให้ข้าเจอความยากลำบากคนเดียวได้อย่างไร!!”คำพูดนี้ทำทุกคนเบิกตากว้าง มีเพียงรั่วซีที่
น้ำเสียงนั้นเยียบเย็นและเด็ดขาด ”รั่วซี เจ้ามากเกินไป!!“ จิ่งเจาออกหน้าแทนสามี จนลืมตัวหันมาตวาดน้องสาวเสียงดังลั่น“น้องเล็กมากเกินไปงั้นหรือ ? แต่ข้าว่า…เจ้ามากกว่าที่มากเกินไป” ร่างสูงใหญ่ที่เดินออกมาจากมุมนึงมีสีหน้าขึงขัง เขาตรงเข้ามากลางวงสนทนาที่ไม่มีบิดาก่อนตวัดมือขึ้นตบลงบนแก้มของน้องสาวคนรองเพี้ยะ!!“พี่ใหญ่!!”“ท่านแม่ทัพ!!”“พี่ใหญ่!!/เหวินหลง!!” รั่วซีรีบคว้านแขนพี่ชายแต่ไม่ทัน เขาทีบลงบนอกจื่อซวนเต็มแรงพลั่ก!!“อึก!!”“พี่ใหญ่ท่านบ้าไปแล้ว!! ท่านทำร้ายสามีข้าได้ยังไง!!” รั่วซีมองพี่สาวตัวเองด้วยความเดือดดาร ก่อนหน้านี้ปฏิเสธเสียงแข็งแรงไม่มีใจให้จื่อซวน ดึงดันให้นางแต่งงานกับชายผู้นร้ให้ได้!! แต่วันนี้กลับรักเขาเสียเต็ทประดา!!“ข้ารับรายงานจากคนของข้ากับเรื่องเกิดขึ้นเมื่อวานแล้ว มีสักครั้งไหมจิ่งเจา ที่เจ้าจะหวนคิดว่า บิดามารดารักเจ้ามากแค่ไหน!!” ทหารที่ติดตามพี่ชายของนางรีบเข้ามาประจำการพร้อมจัดการหากจื่อซวนคิดอยากลองดี“พี่ใหญ่ท่านจะรู้อะไร!! ในเมื่อท่านอยู่แต่สนามรบ ข้าคิดจะทำอะไรมันก็เรื่องของข้า!!” เหวินหลงที่ได้ยินน้องสาวที่คลานตามกันมาพูดแบบนี้เป็นครั้งแรกกัดฟ
คำถามของมารดาทำนางหายใจไม่ทั่วท้อง เรื่องชั่วของพี่สาวในชาติที่แล้วนางละเว้นไว้ไม่ได้เอ่ยให้มารดาฟัง แม้บิดาจะรู้แต่ท่านก็เงียบเอาไว้ ความไม่สบายใจนี้ไม่อยากส่งต่อไปไหนทั้งนั้น“ไม่รู้จริงๆเจ้าค่ะ นางไม่ได้…ตายพร้อมกับพวกเรา” เรื่องคำพูดที่วัดร้างนางก็ไม่ได้หยิบยกมาพูดให้มารดาไม่สบายใจเช่นกัน“เห้ออออ” เสียงถอนหายใจอย่างปลงตกไม่ทำให้รั่วซีรู้สึกดีขึ้น“สินเดิม แม่แบ่งให้ทุกคนเท่าๆกันคน คนละ150หีบ นั่นของพี่ใหญ่เจ้า นั่นก็ของเจ้า และนี่ก็ของพี่สาวเจ้า แม่จะให้นางไปแค่ครึ่งเดียว หลังนางคลอดแม่ค่อยส่งไปอีกครึ่ง อย่างน้อย…หากนางถึงทางตัน นางก็ยังมีที่ให้ถอยหลังกลับ” เป็นดั่งที่นางคิดมารดาไม่ใช่คนใจร้าย ทั้งยังมีแผนไว้ในใจ“ท่านแม่ หากพี่ใหญ่พาคนกลับมา” นางมั่นใจว่าอย่างไรก็ต้องพามา ในชาติที่แล้วก็เป็นเช่นนี้ และครานั้น จวนไป๋ต้อนรับเม่ยหลินอย่างดี กินนอนที่นี่ รอเข้าพิธีแต่งงาน แต่ไม่นานหลังพี่ชายนางกลับไปชายแดนเปี้ยนจิ้งที่ถูกจู่โจมอย่างรวดเร็ว สตรีผู้นั้นเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เม่ยหลินร้องขอสินเดิมในส่วนของพี่ชาย บอกว่าจะกลับบ้านเดิม ซึ่งนางก็ยอมแต่โดยดี สุดท้ายจึงรู้ว่านางมีลูกกับจื่อซวน
“เจ้าอาจหาญเอ่ยต่อหน้ารัชทายาทว่ามีใจรัก เจ้าเอ่ยปากขอพระราชทานสมรสจากฮองเฮา ฮึก!! เจ้าถูกปีศาจตนใดเข้าสิง!! หรือมโนสำนึกของเจ้ามันถูกหมากินไปแล้ว!!” ไป๋เหลียงคุนเชื่อแล้วว่าข่าวคาวแบบนี้จะไปไวเหมือนไฟลามทุ่งรั่วซีมองความพังพินาจในบ้านด้วยแววตาเจ็บปวด ถึงย้อนเวลากลับมาได้ นางเปลี่ยนเส้นทางชีวิตทุกคนแล้วก็จริง แต่มันเหมือนมีราคาที่ต้องจ่าย บ้านของนางร้อนเป็นไฟไม่เหลือชิ้นดีทีเดียว”พ่อเจ้าถึงจะเป็นพ่่อค้าที่ทำงานรับใช้ราชวงศ์มาหลายสิบปี คุณความดีมีมากมาย พี่ชายเจ้าสละชีวิตตัวเองไปเฝ้าชายแดนเป็นทัพหน้า แต่เจ้า!! หัวใจเจ้า ตัวเจ้าหมกมุ่นอยู่กับเรื่องรักใคร่และความโลภที่…ข้าก็ไม่รู้ว่าเจ้าทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไร!!“ จ้าวซือหอบหายใจแรง”ข้ากับน้องเจ้าเสนอให้เจ้าแต่งงานกับชายที่รักอย่างจื่อซวน แต่เจ้าปฏิเสธบอกว่ามีใจภักดีกับรัชทายาท จนข้าต้องหาคู่ที่เหมาะสมให้เจ้าใหม่ สุดท้าย…เจ้าหลอกพวกเราทั้งหมด!!“ ไม่เคยเลยสักครั้งที่มารดาจะมองนางด้วยสายตาผิดหวังเช่นนี้ จิ่งเจายังคงเกาะขามารดาเอาไว้แน่น และปล่อยเสียงร้องโฮออกมาอย่างไม่อาย”สกุลไป๋ ป่นปี้เพราะเจ้า แม่ไม่รู้หรอกนะ ว่าเจ้าทำเช่นนี้ด้วยเหตุผลอะ







