หน้าหลัก / โรแมนติก / รสสวาทมาเฟียร้าย / 13.2 | แพ้ท้องแทนเมีย (ตอนจบ)

แชร์

13.2 | แพ้ท้องแทนเมีย (ตอนจบ)

ผู้เขียน: ณิวาริน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-25 10:45:58

มาร์คัสพาเอวารินมาตรวจครรภ์ตามที่หมอนัด วันนี้อายุครรภ์ของเธอครบแปดสัปดาห์เต็มแล้ว ทำให้การอัลตราซาวด์เห็นทารกในครรภ์ชัดกว่าตอนห้าสัปดาห์ที่ตรวจครั้งแรกมาก ตอนนั้นเห็นเพียงถุงตั้งครรภ์และจุดขาวๆ ที่อยู่ภายในเท่านั้น

               “ตัวโตขึ้นเยอะเลย หัวใจเต้นตุ๊บๆ ด้วย คุณพ่อคุณแม่เห็นมั้ยครับ” หมอชี้ที่หน้าจอแสดงผลอัลตราซาวด์ให้เอวารินและมาร์คัสดู “ลำตัวอยู่ตรงนี้ ก้นอยู่ตรงนี้ กลมๆ นี่คือศีรษะ”

               ว่าที่คุณพ่อและว่าที่คุณแม่จับมือกันแน่นด้วยความตื้นตันใจขณะมองลูกน้อยในครรภ์ผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยม

               “นั่นเขาดิ้นใช่มั้ยคะคุณหมอ” เอวารินถามอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นเจ้าตัวน้อยในพุงดิ้นดุ๊กดิ๊กนิดหนึ่ง

               “ใช่ครับ” คุณหมอตอบรับ

               “เมื่อกี้คุณเห็นมั้ยคะมาร์ค” หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงเขย่ามือสามีที่ยืนอยู่ติดกัน

               “เห็นครับ” เขาหันมายิ้มให้เธอ “ทีนี้เชื่อหรือยังว่าเมื่อเช้าลูกเตะหน้าผมจริงๆ”

               “ฉันก็ยังคิดว่าคุณมโนอยู่ดี ลูกตัวนิดเดียว ต่อให้ดิ้นแรงยังไงก็ยังไม่รู้สึกหรอกค่ะ”

               “ผมรู้สึกจริงๆ ทำไมไม่เชื่อผม” คนเป็นพ่อยังคงยืนยัน

               “เชื่อก็ได้ค่ะ คุณจะได้สบายใจ” เอวารินตอบเอาใจสามี

มาร์คัสโอบเอวเอวารินเดินมาตามทางเดินในโรงพยาบาลเพื่อจะออกไปขึ้นรถที่จอดอยู่ลานจอดรถหน้าอาคาร

               “ท้องคุณปกติดีไม่มีปัญหาในการเดินทาง คุณเตรียมตัวไว้เลยนะ อีกสักพักเราจะกลับนิวยอร์กกัน”

               “คุณไม่รอให้ตำรวจจับเซบัสเตียนได้ก่อนแล้วเหรอคะ”

               “แค่ผมรู้ว่ามันเป็นคนฆ่าเจสันผมก็พอใจแล้ว เรื่องล่าตัวมันมาดำเนินคดีก็ปล่อยให้ตำรวจจัดการไป ตอนนี้ผมเป็นห่วงงานที่โน่น แล้วก็เป็นห่วงคุณด้วย”

               “ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย เป็นห่วงฉันทำไมคะ”

               “ถ้าเซบัสเตียนมันยังลอยนวลอยู่ คุณก็ยังไม่ปลอดภัย”

               “ไปอยู่ที่โน่นแล้วฉันจะปลอดภัยเหรอคะ”

               “นิวยอร์กเป็นถิ่นผม ผมดูแลคุณได้ดีกว่าที่นี่แน่นอน” สายตาของชายหนุ่มเห็นแสงแดดยามบ่ายที่หน้าตึกจัดจ้าจึงหันมาบอกภรรยาอย่างเอาใจใส่ “คุณยืนรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวผมไปเอารถมารับ”

               “เดินไปพร้อมกันก็ได้ค่ะ รถจอดอยู่แค่นี้เอง” เอวารินมองไปที่รถซึ่งจอดอยู่ที่ลานจอดรถโล่งกว้างข้างตึก

               “แดดมันร้อน คุณรอผมอยู่ตรงนี้แหละ” พูดจบเขาก็รีบก้าวยาวๆ ฝ่าเปลวแดดที่ร้อนเปรี้ยงออกไป

จังหวะที่มาร์คัสกำลังขับรถเข้าไปรับเอวาริน มีรถตู้ติดฟิล์มดำสนิทคันหนึ่งขับปาดหน้าเข้าไปจอดตรงหน้าภรรยาของเขา แล้วชายฉกรรจ์สวมหมวกแก๊ปกับแว่นตาดำอำพรางใบหน้าที่อยู่ในรถก็เปิดประตูออกมากระชากตัวเธอขึ้นรถตู้ไปต่อหน้าต่อตา

“ริน!!!” ชายหนุ่มช็อกสุดขีด รีบขับรถตามรถตู้คันนั้นไป เขามั่นใจว่าพวกมันต้องเป็นคนของเซบัสเตียน และทันใดนั้นก็มีข้อความส่งมาจากเบอร์โทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยว่า ‘รอรับศพลูกเมียมึงได้เลย!’

               มาร์คัสเงยหน้าขึ้นมาจากการอ่านข้อความในโทรศัพท์มือถือ รถตู้ที่จับตัวเอวารินไปก็หายไปจากสายตาแล้ว

               “แม่งเอ้ย! หายไปไหนแล้ววะ!” มือใหญ่ที่กำพวงมาลัยรถแน่นเย็นเฉียบด้วยความเป็นห่วงและกลัวมากว่าภรรยาและลูกในท้องจะเป็นอะไรไป

“มาร์คคะ...มาร์ค...มาร์ค...”

               เสียงเรียกที่คุ้นหูปลุกให้มาร์คัสค่อยๆ ลืมตาขึ้น และเมื่อเห็นหน้าเจ้าของเสียงเขาก็ผวาลุกขึ้นจากเตียงคนไข้แล้วกอดเธอไว้แน่น “ริน...คุณปลอดภัยดีใช่มั้ย แล้วลูกล่ะ ลูกเป็นยังไงบ้าง”

               “ฉันกับลูกปลอดภัยดีค่ะ คุณนั่นแหละที่เป็น” เอวารินพูดพลางใช้ปลายนิ้วเช็ดเหงื่อเม็ดบางที่ผุดขึ้นตามไร้ผมบริเวณหน้าผากให้สามี

               “ผมเป็นอะไร” เขาถามพลางมองไปรอบตัว ถึงได้เห็นว่าตอนนี้ตัวเองนอนอยู่บนเตียงคนไข้ในโรงพยาบาล “ผมมานอนอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”

               “คุณเป็นลมค่ะ”

               “เป็นลม?” ไม่อยากเชื่อเลยว่าผู้ชายตัวโตที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างเขาจะเป็นลมได้ “คุณไม่ได้ถูกคนร้ายจับตัวไปเหรอ”

               “เปล่าค่ะ” เอวารินตอบด้วยรอยยิ้ม ตอนเขาหมดสติ เขาเอาแต่ละเมอเรียกหาเธอ บอกว่าจะไปช่วยเธอกับลูกให้ได้ “คุณแค่ฝันไปค่ะ”

               “ฝันเหรอ?”

               “ค่ะคุณฝัน ฉันกับลูกปลอดภัยดี ไม่ได้ถูกใครจับตัวไปทั้งนั้น”

มาร์คัสเป่าปากอย่างโล่งอกที่ทุกอย่างเป็นแค่ความฝัน

               “หมอบอกว่าร่างกายคุณอ่อนเพลียมาก คงเพราะแพ้ท้องแทนฉันหนักมากไปหน่อย แล้วก็กินแต่สตรอว์เบอร์รี่แทนข้าวทุกวัน พอออกไปเจอแดดร้อนจัดๆ ก็เลยเป็นลม”

               “ผมว่ามีอีกอย่างนึงนะที่ทำให้ผมเพลียหนักขนาดนี้”

               “อะไรคะ”

               “ก็คุณไง” เขารั้งตัวภรรยาสาวให้นั่งลงที่ขอบเตียงแล้วโอบเธอไว้ด้วยวงแขนทั้งสองข้าง “ผมโดนเมียที่กำลังท้องปล้ำทุกคืนจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนก็เลยหมดสภาพแบบนี้”

               “น่าสงสารจังเลย แบบนี้ต้องจูบปลอบใจซะหน่อยแล้ว”

               มาร์คัสรีบแทรกปลายนิ้วเข้ามากั้นกลางระหว่างริมฝีปากเธอและเขา “คุณจะปล้ำผมที่เตียงคนไข้ในโรงพยาบาลแบบนี้ไม่ได้นะ”

“ไม่ปล้ำหรอกค่ะ แค่จูบ ขอจูบทีนึงนะคะ นะๆๆ” เธอดึงนิ้วเขาออกแล้วแนบริมฝีปากจูบเขาอย่างนุ่มนวลอ่อนหวานจนพอใจจึงถอนใบหน้าออกมาแล้วยิ้มให้เขาอย่างอารมณ์ดี

               “คุณนี่หื่นไม่เลือกสถานที่เลยจริงๆ” เขาว่ายิ้มๆ

               “อ้อ..มาร์คะ” เอวารินเพิ่งนึกถึงเรื่องสำคัญได้ “ตอนที่คุณหมดสติอยู่ โทนี่โทร. มาบอกว่าตามตัวเซบัสเตียนเจอที่อิตาลีนะคะ แต่เขาพยายามหลบหนีการจับกุมแล้วก็ยิงสู้ตำรวจ ก็เลยโดนวิสามัญไปแล้ว”

               “จบเรื่องกันสักที” เขาระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก “ถ้ามันยังอยู่ ผมคงนอนหลับไม่สนิท”

               “อย่างนี้เราก็กลับนิวยอร์กกันได้เลยใช่มั้ยคะ”

               “รอให้ผมหายแพ้ท้องก่อนนะ ผมคงเดินทางไกลตอนนี้ไม่ไหว” ชายหนุ่มที่เคยมาดเข้มอยู่เสมอยิ้มแหยอย่างหมดสภาพ เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า อาการแพ้ท้องจะทรมานขนาดนี้

กลางดึก มหานครนิวยอร์ก สี่ปีต่อมา

               “มาร์ทิส มาร์ลิน เลิกเล่นกันได้แล้วลูก ได้เวลานอนแล้ว แล้วนี่แด๊ดดี้อยู่ไหนคะ” เอวารินเปิดประตูเข้ามาในห้องนอนของลูกชายวัยสามขวบและลูกสาววัยสองขวบแล้วถามหาคนที่อาสาจะมาเล่านิทานกล่อมลูกนอนแต่กลับปล่อยให้ลูกๆ เล่นกันจนเลยเวลานอนมามากขนาดนี้

               “อยู่โน่นน...” เด็กน้อยทั้งสองคนตอบประสานเสียงแล้วพากันชี้ไปทางหมอนและผ้าห่มที่กองรวมกันเป็นภูเขาอยู่บนเตียงนอนเด็ก

ทันใดนั้น มาร์คัสในชุดมาสคอตหมาป่าก็กระโดดออกมาจากใต้กองผ้าห่มแล้ววิ่งไล่จับลูกสาวและลูกชายไปรอบห้องนอน

               “เด็กคนไหนที่ไม่ยอมนอน หมาป่าจะจับกินไม่ให้เหลือแม้แต่กระดูกเลย” คนเป็นพ่อวิ่งตามไปรวบตัวลูกทั้งสองคนมากอดไว้ในอ้อมอกแล้วฟัดที่พุงเด็กน้อยทั้งสองเหมือนหมาป่าขย้ำลูกแกะ

               “จั๊กกะจี้...แด๊ดดี้...หยุด...ค่ะๆๆๆ” เด็กหญิงมาร์ลินวัยสองขวบหัวเราะไปพูดไปอย่างสดใส

               มาร์คัสหยุดฟัดแล้วถามลูกทีละคนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “หมาป่าจะไม่กินลูกแกะ ถ้าลูกแกะยอมไปนอน ตกลงมั้ยครับ”

               “ตกลงครับ” เด็กชายมาร์ทิสวัยสามขวบตอบอย่างว่าง่าย

               “มาร์ลินละคะ จะยอมไปนอนหรือยังคะ” เมื่อคุยกับลูกสาว เขาก็ปรับโทนเสียงให้นุ่มลงอีกหนึ่งเท่าตัวโดยอัตโนมัติ

               “ยังค่ะ” เด็กหญิงตอบเสียงใส

               “อ้าว...ทำไมอย่างนั้นล่ะคะลูก” คราวนี้คนเป็นแม่เดินเข้ามาใกล้แล้วนั่งลงตรงหน้าคุณพ่อและลูกทั้งสองคน

               “มาร์ลินอยากฟังนิทานอีก”

               “อยากฟังเรื่องอะไรคะ” เอวารินถามลูกสาวอย่างใจเย็น

               “ลิตเติ้ลเมอร์เมดค่ะ”

               “ตกลงค่ะ แต่ต้องเป็นพรุ่งนี้นะคะ วันนี้คุณแม่เตรียมชุดนางเงือกให้แด๊ดดี้ไม่ทัน”

               “โอเคค่ะ” เด็กหญิงตัวน้อยทำนิ้วมือเป็นสัญลักษณ์โอเคอย่างน่าเอ็นดู

               “ถ้างั้นก็ไปนอนกันได้แล้วนะคะ” เอวารินอุ้มลูกสาวมานอนที่เตียง ส่วนมาร์คัสก็อุ้มลูกชายตามมานอนที่เตียงเดียวกัน

               เด็กทั้งสองและคุณพ่อแอบแหย่กันในความมืด แต่พอคุณแม่กระแอมเสียงต่ำเพียงแค่ครั้งเดียว ทั้งสามคนก็นอนนิ่งทันที

               “หลับตาเร็วลูก แล้วอย่าเล่นกันนะ เดี๋ยวโดนนางฟ้าสาปให้เป็นก้อนหิน” มาร์คัสกระซิบบอกลูก ไม่นาน เด็กๆ ก็หลับสนิทอยู่ในอ้อมกอดของพ่อและแม่ที่นอนขนาบอยู่คนละด้าน

               เมื่อนางฟ้าเห็นว่าเจ้าตัวเล็กทั้งสองคนหลับกันหมดแล้วจึงเอื้อมมือไปสะกิดสามีที่กำลังจะหลับตามลูก

               “มาร์คคะ”

               “ครับ...” ชายหนุ่มยกศีรษะขึ้นมาตอบรับอย่างงัวเงีย

               “กลับห้องกันค่ะ” หญิงสาวกระซิบเสียงเบา กลัวลูกตื่น

               “แหม...นึกว่าวันนี้จะไม่ได้ทำซะแล้ว” มาร์คัสพูดด้วยแววตาเป็นประกาย หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง แล้วรีบก้าวลงจากเตียงมาอุ้มภรรยากลับไปที่ห้องนอนของตัวเองซึ่งอยู่ติดกับห้องนอนของลูกๆ

เขานึกขอบคุณพระเจ้าที่ประทานผู้หญิงที่แสนดีคนนี้มาให้ เธอเป็นซุปเปอร์วูแมนสำหรับเขาเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่แม่หรือหน้าที่ภรรยา เธอก็ทำได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องแถมเธอยังสัญญาว่าปีนี้จะยอมมีลูกคนที่สามให้เขา หลังจากที่ขอพักมาสองปีเต็ม เพราะฉะนั้นเขาจะตั้งใจปั้นให้สุดฝีมือเผื่อจะได้ลูกแฝดสมใจ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   13.2 | แพ้ท้องแทนเมีย (ตอนจบ)

    มาร์คัสพาเอวารินมาตรวจครรภ์ตามที่หมอนัด วันนี้อายุครรภ์ของเธอครบแปดสัปดาห์เต็มแล้ว ทำให้การอัลตราซาวด์เห็นทารกในครรภ์ชัดกว่าตอนห้าสัปดาห์ที่ตรวจครั้งแรกมาก ตอนนั้นเห็นเพียงถุงตั้งครรภ์และจุดขาวๆ ที่อยู่ภายในเท่านั้น “ตัวโตขึ้นเยอะเลย หัวใจเต้นตุ๊บๆ ด้วย คุณพ่อคุณแม่เห็นมั้ยครับ” หมอชี้ที่หน้าจอแสดงผลอัลตราซาวด์ให้เอวารินและมาร์คัสดู “ลำตัวอยู่ตรงนี้ ก้นอยู่ตรงนี้ กลมๆ นี่คือศีรษะ” ว่าที่คุณพ่อและว่าที่คุณแม่จับมือกันแน่นด้วยความตื้นตันใจขณะมองลูกน้อยในครรภ์ผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยม “นั่นเขาดิ้นใช่มั้ยคะคุณหมอ” เอวารินถามอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นเจ้าตัวน้อยในพุงดิ้นดุ๊กดิ๊กนิดหนึ่ง “ใช่ครับ” คุณหมอตอบรับ “เมื่อกี้คุณเห็นมั้ยคะมาร์ค” หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงเขย่ามือสามีที่ยืนอยู่ติดกัน “เห็นครับ” เขาหันมายิ้มให้เธอ “ทีนี้เชื่อหรือยังว่าเมื่อเช้าลูกเตะหน้าผมจริงๆ” “ฉันก็ยังคิดว่าคุณมโนอยู่ดี ลูกตัวนิดเดียว ต่อให้ดิ้นแรงยังไงก็ยังไม่รู้สึกหรอกค่ะ” “ผมรู้สึกจริงๆ ทำไมไม่เชื่อผม”

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   13.1 | พร้อมหรือยังที่รัก - NC

    “ยอมแล้วครับคุณแม่ แต่คุณต้องทำเบาๆ นะ เดี๋ยวลูกตื่น” มาร์คัสพูดยิ้มๆ แล้วพลิกร่างบอบบางในชุดนอนเซ็กซี่ให้นอนลงบนเตียง “ผมจะเสิร์ฟความสุขให้คุณเอง แต่ต่อไปนี้ทำได้อาทิตย์ละครั้งเท่านั้นนะ ตกลงมั้ย” “ความอยากมันห้ามกันได้ที่ไหนคะ ฉันบังคับตัวเองไม่ได้ ว่าจะอยากหรือไม่อยากตอนไหน” “คุณก็ต้องอดทน” เขาถอดชุดนอนของเธอออก เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าเซ็กซี่ เขาเพิ่งสังเกตว่าทรวงอกของเธอขยายใหญ่ขึ้น สะโพกผายออกมากขึ้น แต่หน้าท้องยังคงแบนราบเหมือนเดิม “ฉันจะไม่ทนค่ะ” เอวารินถอดเสื้อยืดชุดนอนของสามีออกอย่างใจร้อน วันนี้เขาบ่ายเบี่ยงเธอมาทั้งวันแล้ว ถ้าไม่ยอมดีๆ เธอก็จะจับปล้ำซะเลย “มาให้จูบซะดีๆ” หญิงสาวเกี่ยวคอสามีลงไปจูบอย่างเร่าร้อน “นี่คุณ ใจเย็นๆ เดี๋ยวผมก็ทับลูกแบนกันพอดี” มาร์คัสหัวเราะร่วนกับความหื่นมากผิดปกติของภรรยาแล้วเบี่ยงตัวพาดทับหน้าอกเธอแบบเฉียงๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการนอนทับหน้าท้องของเธอ “ฉันไม่ทำให้ลูกเจ็บหรอกน่า ฉันก็เป็นห่วงลูกไม่น้อยกว่าคุณเหมือนกัน ลูกจะให้ความร่วมมือกับเราค่ะ เชื่อฉัน” หญิงสาวพูดพึมพ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.3 | ข่าวดีที่รอมานาน

    นายแพทย์วัยกลางคนอ่านรายงานผลการตรวจเลือดและปัสสาวะของเอวารินที่ทางห้องแล็บส่งมาให้อยู่ครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นบอกสองสามีภรรยาที่นั่งลุ้นผลอยู่ตรงหน้า “ไม่พบสารแปลกปลอมในร่างกายคุณรินนะครับ แต่พบอย่างอื่น ไม่แน่ใจว่าคุณสองคนจะทราบแล้วหรือยัง” “ภรรยาผมเป็นอะไรครับหมอ” มาร์คัสรีบถามด้วยความกังวล “คุณรินตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้วครับ” “ฉันท้องเหรอ...” เอวารินหันไปถามสามีสีหน้าอึ้งๆ งงๆ บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ เธอกำลังจะเป็นแม่คนแล้วเหรอ มีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในร่างกายเธอจริงๆ เหรอ “ใช่...คุณท้องแล้ว” ชายหนุ่มดีใจจนน้ำตารื้นขึ้นมาคลอเต็มเบ้า ในที่สุดความพยายามของเขาก็สัมฤทธิ์ผล “เรากำลังจะมีลูกด้วยกันแล้วนะ คุณดีใจมั้ย” “ดีใจมากค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับน้ำตาซึมรับพลางเอามือลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ ลูกมาอยู่ด้วยตั้งห้าสัปดาห์แล้วแต่เธอไม่รู้ตัวเลย“คุณหมอครับ แล้วที่ภรรยาผมมีอาการแปลกๆ นี่ไม่ได้ถูกวางยาแน่นะ” ชายหนุ่มถามอ้อมๆ แต่นายแพทย์ผู้มีประสบการณ์สูงก็เข้าใจว่าเขาหมายถึงยาปลุกเซ็กซ์

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.2 | ไม่ปกติ

    “คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่สตูดิโอนั่น” หญิงสาวถามพลางเอนศีรษะซบไหล่กว้างของสามีผู้ที่ตามปกป้องเธอตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันจนกระทั่งถึงวันนี้ “ผมติดเครื่องติดตามไว้ที่รถคุณตั้งแต่วันที่คุณแอบขับรถออกไปหาซินดี้ครั้งแรกแล้ว “ครั้งแรก? ครั้งไหนคะ?” “ตอนที่คุณความจำเสื่อมอยู่ไง” “อ๋อใช่...วันนั้นพอฉันกลับมาเราก็ทะเลาะกัน” ว่าแล้วเธอก็หันมามองเขาตาเขียว “คุณน่ะร้ายกาจที่สุด ตัวเองเป็นคนผิดแท้ๆ แต่วันนั้นก็ยังมาดุฉันอีก” “คุณนั่นแหละที่เป็นคนผิด แอบไปข้างนอกทั้งที่ผมสั่งห้าม กลับมายังมาโวยวายใส่ผมอีก ผมบอกว่ารักคุณๆๆ คุณก็ไม่เชื่อ ผมก็เลยต้องเสียงดังเข้าข่ม” “จะไม่ให้ฉันโวยวายได้ยังไง คุณเล่นโกหกว่าฉันเป็นภรรยาของคุณ จนฉันเสียพรหมจรรย์ที่อุตส่าห์รักษามายี่สิบสี่ปีไปโดยไม่รู้ตัว แถมยังหลอกฉันแต่งงานจดทะเบียนสมรสอีก” “ดะ...ดะ...เดี๋ยวนะ” มาร์คัสที่นั่งเอนหลังพิงพนักม้านั่งแบบสบายๆ ดีดตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันแล้วจับต้นแขนทั้งสองข้างของภรรยาสาวไว้แน่นพลางถามด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ “ความทรงจำ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.1 | โกรธไม่ลง

    ผู้กำกับที่นั่งอยู่หลังมอนิเตอร์สั่งเช็กกล้อง เช็กไฟแล้วตะโกน บรีฟเอวารินกับลีโออีกครั้งก่อนเริ่มการถ่ายทำ “คุณลีโอ คุณรินพร้อมนะครับ สตอรี่ของเราคือถึงจะเมกเลิฟในรถกันอย่างเร่าร้อน แต่พอลงมาเสื้อผ้าก็ยังเรียบกริบอยู่เพราะน้ำยารีดผ้าเรียบฟลายไฮท์ เดี๋ยวผมขอถ่ายช็อตกอดจูบกันในรถก่อนนะ” เอวารินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ “แต่ที่คุยกันไว้ก่อนหน้านี้คือทะเลาะกันในรถแล้วมีการดึงทึ้งเสื้อผ้ากันไม่ใช่เหรอ ทำไมกลายเป็นแบบนี้” นางแบบสาวกระดากอายเกินกว่าจะพูดคำว่า ‘เมกเลิฟ’ ต่อหน้าผู้ชายทั้งสตูดิโอ “ทะเลาะกันผมว่าธรรมดาไป เมกเลิฟอิมแพคกว่า ผมอยากให้เป็นกระแสไวรัลด้วย สินค้าจะได้ติดตลาดเร็วๆ” ผู้กำกับตะโกนตอบแล้วย้อนถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “คุณรินมีปัญหาอะไรหรือเปล่า แค่นี้ถ่ายไม่ได้เหรอ ไม่มืออาชีพเลย” เอวารินพยายามจะไม่เรื่องมากเพราะถือว่ามันเป็นงาน เธอต้องแสดงความเป็นมืออาชีพให้ทุกเห็น และอีกอย่างคงเป็นการถ่ายแบบหลบมุมกล้อง ไม่น่าจะเปลืองตัวเท่าไรนัก “ฉันถ่ายได้ค่ะ” ผู้กำกับยิ้มพอใจแล้วสั่งทุกคนเตรียมพร้อม “ผมขอกอดจริง จูบจริงนะ ปากประ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   11.4 | มาตามเมีย

    หลังกลับจากฮันนีมูน เอวารินก็ถูกมาร์คัสสั่งให้เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน โดยห้ามไม่ให้ติดต่อกับเพื่อนทุกคนไม่เว้นแม้แต่ซินดี้ เพื่อนรุ่นพี่ที่เธอสนิทด้วยมากที่สุด เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ เพราะหลังจากโทนี่ส่งหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดทั้งหมดของเซบัสเตียนให้ตำรวจแล้ว มันก็หลบหนีการจับกุมไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามันยังหลบอยู่ในประเทศไทยหรือหนีออกนอกประเทศไปแล้ว แต่เมื่อมีงานใหญ่เข้ามา เอวารินจึงต้องหนีออกไปทำงานโดยไม่ให้ผู้เป็นสามีรู้ “รินแอบมารับงานถ่ายโฆษณาอย่างนี้คุณมาร์คไม่ว่าเอาเหรอ”ซินดี้ถามเอวารินที่นั่งอยู่ในห้องแต่งตัวก่อนเริ่มงานถ่ายโฆษณาทางทีวีตัวแรกในชีวิต ซึ่งงานนี้เธอไปแคสต์ทิ้งไว้เป็นเดือนตั้งแต่ก่อนความจำเสื่อม “กลับจากเกาะ รินก็ถูกสั่งให้อยู่แต่ในบ้านมาเป็นเดือนแล้วนะพี่ซินดี้ บางทีรินก็สงสัยนะว่ารินเป็นเมียหรือเป็นนักโทษกันแน่” “เพราะแกเป็นเมียไง คุณมาร์คถึงได้ห่วงแกขนาดนี้” “แต่เค้าก็ต้องปล่อยให้รินออกมาใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง ไม่ใช่วันๆ เอาแต่...” นางแบบสาวอายเกินกว่าจะกล้าเล่าต่อหน้าช

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status