Share

12.2 | ไม่ปกติ

last update Last Updated: 2026-01-25 10:42:38

“คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่สตูดิโอนั่น” หญิงสาวถามพลางเอนศีรษะซบไหล่กว้างของสามีผู้ที่ตามปกป้องเธอตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันจนกระทั่งถึงวันนี้

               “ผมติดเครื่องติดตามไว้ที่รถคุณตั้งแต่วันที่คุณแอบขับรถออกไปหาซินดี้ครั้งแรกแล้ว

               “ครั้งแรก? ครั้งไหนคะ?”

               “ตอนที่คุณความจำเสื่อมอยู่ไง”

               “อ๋อใช่...วันนั้นพอฉันกลับมาเราก็ทะเลาะกัน” ว่าแล้วเธอก็หันมามองเขาตาเขียว “คุณน่ะร้ายกาจที่สุด ตัวเองเป็นคนผิดแท้ๆ แต่วันนั้นก็ยังมาดุฉันอีก”

               “คุณนั่นแหละที่เป็นคนผิด แอบไปข้างนอกทั้งที่ผมสั่งห้าม กลับมายังมาโวยวายใส่ผมอีก ผมบอกว่ารักคุณๆๆ คุณก็ไม่เชื่อ ผมก็เลยต้องเสียงดังเข้าข่ม”

               “จะไม่ให้ฉันโวยวายได้ยังไง คุณเล่นโกหกว่าฉันเป็นภรรยาของคุณ จนฉันเสียพรหมจรรย์ที่อุตส่าห์รักษามายี่สิบสี่ปีไปโดยไม่รู้ตัว แถมยังหลอกฉันแต่งงานจดทะเบียนสมรสอีก”

               “ดะ...ดะ...เดี๋ยวนะ” มาร์คัสที่นั่งเอนหลังพิงพนักม้านั่งแบบสบายๆ ดีดตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันแล้วจับต้นแขนทั้งสองข้างของภรรยาสาวไว้แน่นพลางถามด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ “ความทรงจำช่วงนั้นของคุณกลับมาแล้วเหรอ!?”

               เอวารินชะงัก เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจที่อยู่ๆ ก็จำเหตุการณ์ในช่วงความจำเสื่อมได้ “ฉันจำได้แล้ว” หญิงสาวดีใจมากโผเข้ากอดสามีแน่น

               ชายหนุ่มดีใจมากจนพูดอะไรไม่ออก ได้แต่กอดตอบเธอแน่นพอกัน เขาคิดว่าจะต้องอยู่กับความเคลือบแคลงสงสัยของเธอไปตลอดชีวิตเสียแล้ว

               “มาร์คคะ ฉันจำได้แล้วว่าฉันเคยบอกรักคุณจริงๆ คุณไม่ได้โกหก ฉันเคยรักคุณจริงๆ ค่ะมาร์ค” หญิงสาวพร่ำบอกน้ำตาซึม สองแขนเล็กยังโอบกอดสามีไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ในใจอดรู้สึกผิดไม่ได้ที่แอบคิดอยู่ตั้งนานว่าที่เขาไม่ยอมเล่าความจริงให้ฟังเพราะอาจจะมีเรื่องไม่ดี แต่มาถึงตอนนี้เธอรู้แล้วว่า ที่เขาไม่เล่า คงเพราะกลัวโดนเธอโกรธซ้ำสอง เพราะวันนั้นเธอก็ทั้งอาละวาดและตบหน้าเขาอย่างแรงกว่าจะเคลียร์กันได้

               “ใช่ คุณเคยรักผม” เขาจับตัวเธอดันออกห่างนิดหนึ่งแล้วก้มหน้าลงมาสบตาเธอก่อนจะถามเสียงแผ่วเบา “แล้วตอนนี้คุณยังรักผมอยู่หรือเปล่า ตั้งแต่ความทรงจำของคุณกลับมา คุณไม่เคยบอกรักผมเลยนะ”

               “คุณบอกฉันเองนะว่าไม่ต้องบอกรักก็ได้ แค่ให้ร่วมรักทุกวันก็พอ” เธอพูดยิ้มๆ “แล้วตั้งแต่กลับจากฮันนีมูนคุณก็ทำทุกวันเลยนะคะ เมื่อคืนคุณก็ทำ”

               “ถึงยังไงผมก็อยากได้ยินคำว่ารักจากปากคุณให้ชื่นใจนะ”

               เอวารินยิ้มหวานใส่นัยน์ตาอันมีเสน่ห์ล้ำลึกของเขาแล้วบอกอย่างแน่ใจในความรู้สึกของตัวเอง “ฉันรักคุณค่ะมาร์ค วันนี้ฉันไม่สงสัยอะไรในตัวคุณอีกแล้ว”

               “ชื่นใจที่สุดเลย” มาร์คัสยิ้มกว้างด้วยความดีใจแล้วกดจูบหนักๆ ลงบนหน้าผากเกลี้ยงเกลา “เรื่องนี้ถือเป็นข่าวดีที่สุดในชีวิตของผมในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมาเลย”

               “ฉันเคยถามตัวเองนะคะว่าทำไมหลังจากที่กลับจากเกาะแล้วฉันยังอยู่กับคุณต่อ ตอนนั้นฉันตอบตัวเองว่า เพราะคุณดีกับฉันมาก ฉันเลยไม่อยากทำร้ายจิตใจคุณ แต่วันนี้ฉันเจอคำตอบที่แท้จริงแล้วค่ะ” เอวารินช้อนสายตาขึ้นมองสบตากับผู้ชายที่โอบกอดเธอด้วยความรักอยู่เสมอ “ฉันรักคุณค่ะมาร์ค คุณคือรักแรก และรักเดียวของฉัน”

               มาร์คัสยิ้มด้วยความตื้นตันใจพลางกระชับวงแขนกอดเธอแน่นขึ้น “ไม่รู้ว่าคุณจะเชื่อผมหรือเปล่า แต่ผมก็อยากบอกคุณว่า คุณคือรักแรกของผมเหมือนกัน”

               “ฉันเชื่อคุณค่ะ” เธอตอบรับเสียงหวาน

               “หือ...ทำไมเชื่อง่ายจัง”

               “ก็ฉันรักคุณนี่”

               “อืม...เป็นเหตุผลที่ดีมาก” เขาพูดเนิบนาบ สีหน้ายิ้มๆ

               “ฉันอยากจูบคุณจัง” หญิงสาวมองที่ริมฝีปากหยักสวยของสามีแล้วทำท่าเหมือนเปรี้ยวปากอยากกินสุดๆ

               “ตรงนี้ไม่ได้ คนเดินผ่านไปผ่านมาตั้งเยอะ”

               “งั้นไปทำกันในรถนะคะ” เอวารินลุกขึ้นแล้วฉุดมือเขาไปที่รถอย่างกระตือรือร้น “รีบปลดล็อกประตูรถสิคะมาร์ค” เธอเร่งเร้าเมื่อเห็นเขาเอาแต่ยืนมองหน้าเธอแบบงงๆ

               “ครับๆ” ชายหนุ่มปลดล็อกแล้วเปิดประตูรถให้เธอเข้าไปนั่งด้านในแล้วดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้เหมือนเคย

ในจังหวะที่โน้มตัวอยู่เหนือร่างเธอโดยที่ใบหน้าเกือบจะชิดกันนั้น หญิงสาวก็ใช้สองมือประคองใบหน้าเขาเข้ามาใกล้แล้วแนบริมฝีปากจูบอย่างเร่าร้อนเนิ่นนานและไม่มีทีท่าว่าจะถอนจูบออกง่ายๆ จนชายหนุ่มต้องเป็นฝ่ายดันตัวเองออก เพราะถ้ามีใครผ่านมาเห็นเข้าคงไม่ดีแน่

               “นี่คุณอยากขนาดนี้เลยเหรอ” เขาถามยิ้มๆ เพราะคิดว่าเธอแกล้งทำ

               “ไม่รู้ว่าเป็นอะไร แค่เห็นหน้าคุณฉันก็น้ำลายไหลแล้ว” เธอมองหน้าเขาพลางกัดริมฝีปากล่างแบบอยากขย้ำเขาสุดๆ

               “อาการแบบนี้ผมว่าคงต้องแวะไปให้หมอฉีดยาแก้หื่นให้สักเข็มสองเข็มแล้วมั้ง”

               “ถ้ารักษาโรคนี้ต้องฉีดด้วยเข็มของคุณคนเดียวเท่านั้น” เอวารินพูดพลางหลุบตาลงมองความเป็นชายที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้กางเกงของสามี แล้วอยู่ๆ มือที่วางอยู่บนหน้าตักก็ยกขึ้นคว้าหมับเข้าที่สิ่งที่สายตาเธอจับจ้องอยู่อย่างห้ามใจตัวเองไม่ได้

               “ริน!” มาร์คัสเบิกตากว้างด้วยความตกใจก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นเอะใจ เธอออกอาการหื่นหนักขนาดนี้ไม่น่าใช่เรื่องล้อเล่นแล้ว “ที่กองถ่ายโฆษณามีใครเอาอะไรแปลกๆ ให้คุณกินหรือเปล่า!?”

               “มีแค่อาหารกับน้ำดื่มตามปกตินะคะ” เอวารินตอบพลางเลื่อนมือขึ้นไปที่หัวเข็มขัดของมาร์คัสแล้วทำท่าจะปลดมันออก

               ชายหนุ่มจับมือเธอให้หยุด “ผมว่าคุณไม่ปกตินะ คุณต้องไปหาหมอเดี๋ยวนี้” เขาปิดประตูรถแล้วรีบวิ่งขึ้นไปนั่งตรงตำแหน่งคนขับ โดยระหว่างทางที่ขับรถไปโรงพยาบาลเอวารินก็จับมือข้างซ้ายของเขาขึ้นมาดมตลอดทาง

               “แค่ดมมือคุณคงไม่ว่าอะไรใช่มั้ย”

               “ไม่ว่า” มาร์คัสตอบรับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าสีหน้าของเขากลับเคร่งเครียดมากเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมภรรยาของเขาถึงได้เป็นแบบนี้ “แต่ไปถึงโรงพยาบาลแล้วคุณต้องสงบสติอารมณ์นิดนึงนะ”

               “รู้แล้วค่ะ ฉันไม่จับคุณปล้ำกลางโรงพยาบาลหรอกน่า” เธอพูดพึมพำพลางดมมือเขาไม่หยุด “กลิ่นคุณตัวหอมชื่นใจจัง ดมแล้วหายมึนหัวเลย”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   13.2 | แพ้ท้องแทนเมีย (ตอนจบ)

    มาร์คัสพาเอวารินมาตรวจครรภ์ตามที่หมอนัด วันนี้อายุครรภ์ของเธอครบแปดสัปดาห์เต็มแล้ว ทำให้การอัลตราซาวด์เห็นทารกในครรภ์ชัดกว่าตอนห้าสัปดาห์ที่ตรวจครั้งแรกมาก ตอนนั้นเห็นเพียงถุงตั้งครรภ์และจุดขาวๆ ที่อยู่ภายในเท่านั้น “ตัวโตขึ้นเยอะเลย หัวใจเต้นตุ๊บๆ ด้วย คุณพ่อคุณแม่เห็นมั้ยครับ” หมอชี้ที่หน้าจอแสดงผลอัลตราซาวด์ให้เอวารินและมาร์คัสดู “ลำตัวอยู่ตรงนี้ ก้นอยู่ตรงนี้ กลมๆ นี่คือศีรษะ” ว่าที่คุณพ่อและว่าที่คุณแม่จับมือกันแน่นด้วยความตื้นตันใจขณะมองลูกน้อยในครรภ์ผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยม “นั่นเขาดิ้นใช่มั้ยคะคุณหมอ” เอวารินถามอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นเจ้าตัวน้อยในพุงดิ้นดุ๊กดิ๊กนิดหนึ่ง “ใช่ครับ” คุณหมอตอบรับ “เมื่อกี้คุณเห็นมั้ยคะมาร์ค” หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงเขย่ามือสามีที่ยืนอยู่ติดกัน “เห็นครับ” เขาหันมายิ้มให้เธอ “ทีนี้เชื่อหรือยังว่าเมื่อเช้าลูกเตะหน้าผมจริงๆ” “ฉันก็ยังคิดว่าคุณมโนอยู่ดี ลูกตัวนิดเดียว ต่อให้ดิ้นแรงยังไงก็ยังไม่รู้สึกหรอกค่ะ” “ผมรู้สึกจริงๆ ทำไมไม่เชื่อผม”

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   13.1 | พร้อมหรือยังที่รัก - NC

    “ยอมแล้วครับคุณแม่ แต่คุณต้องทำเบาๆ นะ เดี๋ยวลูกตื่น” มาร์คัสพูดยิ้มๆ แล้วพลิกร่างบอบบางในชุดนอนเซ็กซี่ให้นอนลงบนเตียง “ผมจะเสิร์ฟความสุขให้คุณเอง แต่ต่อไปนี้ทำได้อาทิตย์ละครั้งเท่านั้นนะ ตกลงมั้ย” “ความอยากมันห้ามกันได้ที่ไหนคะ ฉันบังคับตัวเองไม่ได้ ว่าจะอยากหรือไม่อยากตอนไหน” “คุณก็ต้องอดทน” เขาถอดชุดนอนของเธอออก เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าเซ็กซี่ เขาเพิ่งสังเกตว่าทรวงอกของเธอขยายใหญ่ขึ้น สะโพกผายออกมากขึ้น แต่หน้าท้องยังคงแบนราบเหมือนเดิม “ฉันจะไม่ทนค่ะ” เอวารินถอดเสื้อยืดชุดนอนของสามีออกอย่างใจร้อน วันนี้เขาบ่ายเบี่ยงเธอมาทั้งวันแล้ว ถ้าไม่ยอมดีๆ เธอก็จะจับปล้ำซะเลย “มาให้จูบซะดีๆ” หญิงสาวเกี่ยวคอสามีลงไปจูบอย่างเร่าร้อน “นี่คุณ ใจเย็นๆ เดี๋ยวผมก็ทับลูกแบนกันพอดี” มาร์คัสหัวเราะร่วนกับความหื่นมากผิดปกติของภรรยาแล้วเบี่ยงตัวพาดทับหน้าอกเธอแบบเฉียงๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการนอนทับหน้าท้องของเธอ “ฉันไม่ทำให้ลูกเจ็บหรอกน่า ฉันก็เป็นห่วงลูกไม่น้อยกว่าคุณเหมือนกัน ลูกจะให้ความร่วมมือกับเราค่ะ เชื่อฉัน” หญิงสาวพูดพึมพ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.3 | ข่าวดีที่รอมานาน

    นายแพทย์วัยกลางคนอ่านรายงานผลการตรวจเลือดและปัสสาวะของเอวารินที่ทางห้องแล็บส่งมาให้อยู่ครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นบอกสองสามีภรรยาที่นั่งลุ้นผลอยู่ตรงหน้า “ไม่พบสารแปลกปลอมในร่างกายคุณรินนะครับ แต่พบอย่างอื่น ไม่แน่ใจว่าคุณสองคนจะทราบแล้วหรือยัง” “ภรรยาผมเป็นอะไรครับหมอ” มาร์คัสรีบถามด้วยความกังวล “คุณรินตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้วครับ” “ฉันท้องเหรอ...” เอวารินหันไปถามสามีสีหน้าอึ้งๆ งงๆ บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ เธอกำลังจะเป็นแม่คนแล้วเหรอ มีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในร่างกายเธอจริงๆ เหรอ “ใช่...คุณท้องแล้ว” ชายหนุ่มดีใจจนน้ำตารื้นขึ้นมาคลอเต็มเบ้า ในที่สุดความพยายามของเขาก็สัมฤทธิ์ผล “เรากำลังจะมีลูกด้วยกันแล้วนะ คุณดีใจมั้ย” “ดีใจมากค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับน้ำตาซึมรับพลางเอามือลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ ลูกมาอยู่ด้วยตั้งห้าสัปดาห์แล้วแต่เธอไม่รู้ตัวเลย“คุณหมอครับ แล้วที่ภรรยาผมมีอาการแปลกๆ นี่ไม่ได้ถูกวางยาแน่นะ” ชายหนุ่มถามอ้อมๆ แต่นายแพทย์ผู้มีประสบการณ์สูงก็เข้าใจว่าเขาหมายถึงยาปลุกเซ็กซ์

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.2 | ไม่ปกติ

    “คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่สตูดิโอนั่น” หญิงสาวถามพลางเอนศีรษะซบไหล่กว้างของสามีผู้ที่ตามปกป้องเธอตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันจนกระทั่งถึงวันนี้ “ผมติดเครื่องติดตามไว้ที่รถคุณตั้งแต่วันที่คุณแอบขับรถออกไปหาซินดี้ครั้งแรกแล้ว “ครั้งแรก? ครั้งไหนคะ?” “ตอนที่คุณความจำเสื่อมอยู่ไง” “อ๋อใช่...วันนั้นพอฉันกลับมาเราก็ทะเลาะกัน” ว่าแล้วเธอก็หันมามองเขาตาเขียว “คุณน่ะร้ายกาจที่สุด ตัวเองเป็นคนผิดแท้ๆ แต่วันนั้นก็ยังมาดุฉันอีก” “คุณนั่นแหละที่เป็นคนผิด แอบไปข้างนอกทั้งที่ผมสั่งห้าม กลับมายังมาโวยวายใส่ผมอีก ผมบอกว่ารักคุณๆๆ คุณก็ไม่เชื่อ ผมก็เลยต้องเสียงดังเข้าข่ม” “จะไม่ให้ฉันโวยวายได้ยังไง คุณเล่นโกหกว่าฉันเป็นภรรยาของคุณ จนฉันเสียพรหมจรรย์ที่อุตส่าห์รักษามายี่สิบสี่ปีไปโดยไม่รู้ตัว แถมยังหลอกฉันแต่งงานจดทะเบียนสมรสอีก” “ดะ...ดะ...เดี๋ยวนะ” มาร์คัสที่นั่งเอนหลังพิงพนักม้านั่งแบบสบายๆ ดีดตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันแล้วจับต้นแขนทั้งสองข้างของภรรยาสาวไว้แน่นพลางถามด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ “ความทรงจำ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.1 | โกรธไม่ลง

    ผู้กำกับที่นั่งอยู่หลังมอนิเตอร์สั่งเช็กกล้อง เช็กไฟแล้วตะโกน บรีฟเอวารินกับลีโออีกครั้งก่อนเริ่มการถ่ายทำ “คุณลีโอ คุณรินพร้อมนะครับ สตอรี่ของเราคือถึงจะเมกเลิฟในรถกันอย่างเร่าร้อน แต่พอลงมาเสื้อผ้าก็ยังเรียบกริบอยู่เพราะน้ำยารีดผ้าเรียบฟลายไฮท์ เดี๋ยวผมขอถ่ายช็อตกอดจูบกันในรถก่อนนะ” เอวารินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ “แต่ที่คุยกันไว้ก่อนหน้านี้คือทะเลาะกันในรถแล้วมีการดึงทึ้งเสื้อผ้ากันไม่ใช่เหรอ ทำไมกลายเป็นแบบนี้” นางแบบสาวกระดากอายเกินกว่าจะพูดคำว่า ‘เมกเลิฟ’ ต่อหน้าผู้ชายทั้งสตูดิโอ “ทะเลาะกันผมว่าธรรมดาไป เมกเลิฟอิมแพคกว่า ผมอยากให้เป็นกระแสไวรัลด้วย สินค้าจะได้ติดตลาดเร็วๆ” ผู้กำกับตะโกนตอบแล้วย้อนถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “คุณรินมีปัญหาอะไรหรือเปล่า แค่นี้ถ่ายไม่ได้เหรอ ไม่มืออาชีพเลย” เอวารินพยายามจะไม่เรื่องมากเพราะถือว่ามันเป็นงาน เธอต้องแสดงความเป็นมืออาชีพให้ทุกเห็น และอีกอย่างคงเป็นการถ่ายแบบหลบมุมกล้อง ไม่น่าจะเปลืองตัวเท่าไรนัก “ฉันถ่ายได้ค่ะ” ผู้กำกับยิ้มพอใจแล้วสั่งทุกคนเตรียมพร้อม “ผมขอกอดจริง จูบจริงนะ ปากประ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   11.4 | มาตามเมีย

    หลังกลับจากฮันนีมูน เอวารินก็ถูกมาร์คัสสั่งให้เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน โดยห้ามไม่ให้ติดต่อกับเพื่อนทุกคนไม่เว้นแม้แต่ซินดี้ เพื่อนรุ่นพี่ที่เธอสนิทด้วยมากที่สุด เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ เพราะหลังจากโทนี่ส่งหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดทั้งหมดของเซบัสเตียนให้ตำรวจแล้ว มันก็หลบหนีการจับกุมไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามันยังหลบอยู่ในประเทศไทยหรือหนีออกนอกประเทศไปแล้ว แต่เมื่อมีงานใหญ่เข้ามา เอวารินจึงต้องหนีออกไปทำงานโดยไม่ให้ผู้เป็นสามีรู้ “รินแอบมารับงานถ่ายโฆษณาอย่างนี้คุณมาร์คไม่ว่าเอาเหรอ”ซินดี้ถามเอวารินที่นั่งอยู่ในห้องแต่งตัวก่อนเริ่มงานถ่ายโฆษณาทางทีวีตัวแรกในชีวิต ซึ่งงานนี้เธอไปแคสต์ทิ้งไว้เป็นเดือนตั้งแต่ก่อนความจำเสื่อม “กลับจากเกาะ รินก็ถูกสั่งให้อยู่แต่ในบ้านมาเป็นเดือนแล้วนะพี่ซินดี้ บางทีรินก็สงสัยนะว่ารินเป็นเมียหรือเป็นนักโทษกันแน่” “เพราะแกเป็นเมียไง คุณมาร์คถึงได้ห่วงแกขนาดนี้” “แต่เค้าก็ต้องปล่อยให้รินออกมาใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง ไม่ใช่วันๆ เอาแต่...” นางแบบสาวอายเกินกว่าจะกล้าเล่าต่อหน้าช

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status