Masukนายแพทย์วัยกลางคนอ่านรายงานผลการตรวจเลือดและปัสสาวะของเอวารินที่ทางห้องแล็บส่งมาให้อยู่ครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นบอกสองสามีภรรยาที่นั่งลุ้นผลอยู่ตรงหน้า “ไม่พบสารแปลกปลอมในร่างกายคุณรินนะครับ แต่พบอย่างอื่น ไม่แน่ใจว่าคุณสองคนจะทราบแล้วหรือยัง”
“ภรรยาผมเป็นอะไรครับหมอ” มาร์คัสรีบถามด้วยความกังวล
“คุณรินตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้วครับ”
“ฉันท้องเหรอ...” เอวารินหันไปถามสามีสีหน้าอึ้งๆ งงๆ บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ เธอกำลังจะเป็นแม่คนแล้วเหรอ มีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในร่างกายเธอจริงๆ เหรอ
“ใช่...คุณท้องแล้ว” ชายหนุ่มดีใจจนน้ำตารื้นขึ้นมาคลอเต็มเบ้า ในที่สุดความพยายามของเขาก็สัมฤทธิ์ผล “เรากำลังจะมีลูกด้วยกันแล้วนะ คุณดีใจมั้ย”
“ดีใจมากค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับน้ำตาซึมรับพลางเอามือลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ ลูกมาอยู่ด้วยตั้งห้าสัปดาห์แล้วแต่เธอไม่รู้ตัวเลย
“คุณหมอครับ แล้วที่ภรรยาผมมีอาการแปลกๆ นี่ไม่ได้ถูกวางยาแน่นะ”
ชายหนุ่มถามอ้อมๆ แต่นายแพทย์ผู้มีประสบการณ์สูงก็เข้าใจว่าเขาหมายถึงยาปลุกเซ็กซ์
“คุณแม่ตั้งครรภ์หลายรายมีอารมณ์ทางเพศมากกว่าปกติในช่วงนี้ แต่ก็มีหลายรายที่พอท้องแล้วจะไม่มีอารมณ์ทางเพศเลย เคสของคุณรินนี่ถือเป็นความโชคดีของคุณสามีนะครับ” คุณหมอบอกด้วยรอยยิ้ม
“ภรรยาผมท้องอีกแค่แปดเดือนเอง ผมงดเรื่องบนเตียงไว้ก่อนได้ครับ ผมไม่อยากให้กระทบกระเทือนถึงลูกในท้อง”
“ไม่ได้นะคะมาร์ค” เอวารินพูดโพล่งออกมาอย่างลืมตัว แต่พอเหลือบไปเห็นคุณหมอแอบอมยิ้มก็ยิ้มแหยแบบอายๆ แล้วขยับตัวเข้าไปกระซิบกับสามีให้พอได้ยินกันแค่สองคน “ท้องอีกตั้งแปดเดือน ฉันทนไม่ไหวหรอก แค่ตอนนี้ฉันก็อยากจับคุณปล้ำจะแย่อยู่แล้ว”
“คุณต้องอดทนเพื่อลูกนะ” มาร์คัสเพิ่งเข้าใจกระจ่างแจ้งตอนนี้เองว่า หลายวันที่ผ่านมาที่เอวารินชอบเข้ามานัวเนีย มากอด มาหอมคงเป็นผลมาจากการตั้งครรภ์
“ฉันว่าถามคุณหมอเลยดีกว่ามีได้มั้ย” ว่าแล้วหญิงสาวก็หันขวับมาถามคุณหมอวัยกลางคนอย่างเปิดเผยเพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องน่าอาย และหมอก็คงตอบคำถามนี้กับคนไข้มานับไม่ถ้วนแล้ว “คนท้องมีเซ็กซ์ได้มั้ยคะคุณหมอ”
“ถ้าภาวะครรภ์ปกติก็มีได้ครับ แต่ต้องใช้ความระมัดระวัง และต้องใช้ท่าที่ไม่กดทับหน้าท้องคุณแม่ แต่ถ้ามีภาวะครรภ์ไม่ปกติเช่น รกเกาะต่ำ หมอขอให้งดไว้ก่อน”
“อย่างฉันนี่ถือว่าท้องแบบปกติมั้ยคะ”
“ปกติครับ”
“แปลว่ามีเซ็กซ์ได้ใช่มั้ยคะ”
“ได้ครับ แต่หมอแนะนำให้ไปฝากครรภ์กับหมอสูติฯ และปรึกษาเรื่องนี้กับคุณหมออย่างละเอียดอีกทีเพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และเด็กในท้องนะครับ”
เมื่อได้รับคำยืนยันจากแพทย์ หญิงสาวก็หันไปยิ้มกริ่มให้สามีอย่างผู้ชนะ
มาร์คัสพาเอวารินมาฝากครรภ์ที่แผนกสูตินรีเวชที่โรงพยาบาลเดียวกันเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงพาเธอแวะกินมื้อเย็นก่อนกลับบ้าน และพอจอดรถที่หน้าตึก ชายหนุ่มก็อุ้มภรรยาขึ้นไปบนห้องนอน
“คุณไม่ต้องดูแลฉันเวอร์ขนาดนี้ก็ได้ค่ะมาร์ค ฉันแค่ท้อง ไม่ได้ป่วย” หญิงสาวพูดยิ้มๆ แล้วเดินไปนั่งที่ปลายเตียง
มาร์คัสเดินตามไปนั่งข้างๆ แล้วลูบหน้าท้องเธอแผ่วเบา “ยิ่งคุณท้องผมยิ่งต้องดูแลคุณเป็นพิเศษ”
“ขอบคุณนะคะมาร์ค” เอวารินขยับตัวเข้ามาหอมแก้มสามีอย่างอดใจไม่ไหว “ฉันไม่เคยคิดเลยว่าจะมีใครักและทำเพื่อฉันได้มากขนาดนี้”
“ต่อไปนี้คุณต้องเลิกดื้อได้แล้วนะ แล้วห้ามแอบออกไปข้างนอกคนเดียวอีกเด็ดขาด สถานการณ์ช่วงนี้ยังไม่ปลอดภัย”
“ไม่ปลอดภัยเรื่องอะไรคะ”
“ตำรวจยังตามจับตัวเซบัสเตียนไม่ได้ แล้วยังไม่รู้เลยว่ามันยังซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทยหรือหนีออกนอกประเทศไปแล้ว ผมกลัวว่ามันจะทำกับคุณเหมือนที่มันทำกับเจสัน” มาร์คัสดึงตัวภรรยามากอดไว้แนบอก “ถ้าคุณกับลูกเป็นอะไรไปผมคงมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้”
“ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำให้คุณเป็นห่วงอีก” หญิงสาวพูดพลางเบียดตัวเข้ามาชิดแล้วเริ่มซุกไซ้ปลายจมูกไปที่ซอกคอของสามี
“แน่ะ...เริ่มอีกแล้วนะ” ชายหนุ่มดันไหล่ทั้งสองข้างของภรรยาออกห่างจากตัว
“ทำไมละคะ ขอทำแค่นี้ก็ไม่ได้เหรอ” เธอประท้วงด้วยน้ำเสียงแห้งโหย สีหน้าห่อเหี่ยว
“จะสี่ทุ่มแล้ว คุณต้องไปอาบน้ำนอน” เขาบอกเสียงเข้ม “หมอสั่งให้คุณพักผ่อนเยอะๆ และควรเข้านอนไม่เกินสี่ทุ่ม”
“งั้นก็ไปอาบน้ำพร้อมกันนะคะ ฉันอยากให้คุณช่วยถูหลังให้” เธอออดอ้อนเขาด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ ถ้าเขาไม่ให้ทำในห้องนอน เดี๋ยวค่อยหลอกล่อขอทำในห้องน้ำก็ได้ แต่สุดท้ายแผนการที่แอบคิดไว้ในใจก็พังไม่เป็นท่าเพราะมาร์คัสไม่ให้ความร่วมมือเนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของลูกในท้อง
หลังจากอาบน้ำเสร็จ มาร์คัสก็ทั้งขู่ทั้งปลอบให้เอวารินนอนจนแน่ใจว่าเธอหลับสนิทแล้วจึงย่องออกไปทำงานในห้องทำงานตอนเที่ยงคืน และกลับเข้ามานอนอีกทีตอนตีสอง แต่กลับพบว่าคนที่เขาคิดว่าหลับสนิทไปตั้งนานแล้วนั่งพิงหัวเตียงอ่านอะไรบางอย่างจากไอแพดอยู่อย่างตั้งอกตั้งใจมาก
“อ้าวคุณ ดึกขนาดนี้ตื่นขึ้นมาทำอะไร” ชายหนุ่มขึ้นมานั่งบนเตียงแล้วยื่นหน้าเข้าไปดูที่หน้าจอไอแพดในมือภรรยาแล้วกลั้นขำแทบไม่อยู่ “เซ็กซ์สำหรับคนท้อง จริงจังขนาดนี้เลยเหรอ”
“ไม่ให้ทำก็ไม่ต้องมาขำเลย” เธอต่อว่าอย่างแสนงอนแล้ววางไอ-แพดลงบนโต๊ะหัวเตียงก่อนจะล้มตัวลงนอนหันหลังให้เขา
มาร์คัสยิ้มอย่างเข้าใจดีว่าคนท้องมักจะมีอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้ “อย่างอนสิ ผมเป็นห่วงคุณ เป็นห่วงลูกนะ” เขาสอดตัวเข้ามานอนซ้อนทางด้านหลังภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันแล้วจูบไหล่เนียนอย่างอ่อนโยน
“ตอนที่คุณยังไม่รู้ว่าฉันท้องคุณก็ทำทุกวัน ฉันก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ลูกก็ยังปลอดภัยดีอยู่”
“แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วผมเลยไม่กล้าทำไง ถึงหมอจะบอกว่าทำได้ แต่ผมก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดี”
เอวารินพลิกตัวหันหน้ามามองสบตาเขาด้วยนัยน์ตาเป็นประกายร้อนแรง “ถ้าคุณไม่กล้าทำ เดี๋ยวฉันทำเองก็ได้ โอเคนะคะ”
“ไม่โอเค” มาร์คัสแกล้งยั่วคุณแม่สายหื่น อยากรู้ว่าถ้าถูกขัดใจอีกเธอจะทำยังไง
“ถ้าคุณไม่ให้ความร่วมมือกับฉันดีๆ ฉันก็จะใช้กำลังกับคุณแล้วนะ” หญิงสาวพูดพลางผลักร่างหนาที่นอนตะแคงอยู่ตรงหน้าให้นอนราบลงบนเตียงแล้วพลิกตัวขึ้นคร่อมทับบนตัวเขา
มาร์คัสพาเอวารินมาตรวจครรภ์ตามที่หมอนัด วันนี้อายุครรภ์ของเธอครบแปดสัปดาห์เต็มแล้ว ทำให้การอัลตราซาวด์เห็นทารกในครรภ์ชัดกว่าตอนห้าสัปดาห์ที่ตรวจครั้งแรกมาก ตอนนั้นเห็นเพียงถุงตั้งครรภ์และจุดขาวๆ ที่อยู่ภายในเท่านั้น “ตัวโตขึ้นเยอะเลย หัวใจเต้นตุ๊บๆ ด้วย คุณพ่อคุณแม่เห็นมั้ยครับ” หมอชี้ที่หน้าจอแสดงผลอัลตราซาวด์ให้เอวารินและมาร์คัสดู “ลำตัวอยู่ตรงนี้ ก้นอยู่ตรงนี้ กลมๆ นี่คือศีรษะ” ว่าที่คุณพ่อและว่าที่คุณแม่จับมือกันแน่นด้วยความตื้นตันใจขณะมองลูกน้อยในครรภ์ผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยม “นั่นเขาดิ้นใช่มั้ยคะคุณหมอ” เอวารินถามอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นเจ้าตัวน้อยในพุงดิ้นดุ๊กดิ๊กนิดหนึ่ง “ใช่ครับ” คุณหมอตอบรับ “เมื่อกี้คุณเห็นมั้ยคะมาร์ค” หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงเขย่ามือสามีที่ยืนอยู่ติดกัน “เห็นครับ” เขาหันมายิ้มให้เธอ “ทีนี้เชื่อหรือยังว่าเมื่อเช้าลูกเตะหน้าผมจริงๆ” “ฉันก็ยังคิดว่าคุณมโนอยู่ดี ลูกตัวนิดเดียว ต่อให้ดิ้นแรงยังไงก็ยังไม่รู้สึกหรอกค่ะ” “ผมรู้สึกจริงๆ ทำไมไม่เชื่อผม”
“ยอมแล้วครับคุณแม่ แต่คุณต้องทำเบาๆ นะ เดี๋ยวลูกตื่น” มาร์คัสพูดยิ้มๆ แล้วพลิกร่างบอบบางในชุดนอนเซ็กซี่ให้นอนลงบนเตียง “ผมจะเสิร์ฟความสุขให้คุณเอง แต่ต่อไปนี้ทำได้อาทิตย์ละครั้งเท่านั้นนะ ตกลงมั้ย” “ความอยากมันห้ามกันได้ที่ไหนคะ ฉันบังคับตัวเองไม่ได้ ว่าจะอยากหรือไม่อยากตอนไหน” “คุณก็ต้องอดทน” เขาถอดชุดนอนของเธอออก เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าเซ็กซี่ เขาเพิ่งสังเกตว่าทรวงอกของเธอขยายใหญ่ขึ้น สะโพกผายออกมากขึ้น แต่หน้าท้องยังคงแบนราบเหมือนเดิม “ฉันจะไม่ทนค่ะ” เอวารินถอดเสื้อยืดชุดนอนของสามีออกอย่างใจร้อน วันนี้เขาบ่ายเบี่ยงเธอมาทั้งวันแล้ว ถ้าไม่ยอมดีๆ เธอก็จะจับปล้ำซะเลย “มาให้จูบซะดีๆ” หญิงสาวเกี่ยวคอสามีลงไปจูบอย่างเร่าร้อน “นี่คุณ ใจเย็นๆ เดี๋ยวผมก็ทับลูกแบนกันพอดี” มาร์คัสหัวเราะร่วนกับความหื่นมากผิดปกติของภรรยาแล้วเบี่ยงตัวพาดทับหน้าอกเธอแบบเฉียงๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการนอนทับหน้าท้องของเธอ “ฉันไม่ทำให้ลูกเจ็บหรอกน่า ฉันก็เป็นห่วงลูกไม่น้อยกว่าคุณเหมือนกัน ลูกจะให้ความร่วมมือกับเราค่ะ เชื่อฉัน” หญิงสาวพูดพึมพ
นายแพทย์วัยกลางคนอ่านรายงานผลการตรวจเลือดและปัสสาวะของเอวารินที่ทางห้องแล็บส่งมาให้อยู่ครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นบอกสองสามีภรรยาที่นั่งลุ้นผลอยู่ตรงหน้า “ไม่พบสารแปลกปลอมในร่างกายคุณรินนะครับ แต่พบอย่างอื่น ไม่แน่ใจว่าคุณสองคนจะทราบแล้วหรือยัง” “ภรรยาผมเป็นอะไรครับหมอ” มาร์คัสรีบถามด้วยความกังวล “คุณรินตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้วครับ” “ฉันท้องเหรอ...” เอวารินหันไปถามสามีสีหน้าอึ้งๆ งงๆ บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ เธอกำลังจะเป็นแม่คนแล้วเหรอ มีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในร่างกายเธอจริงๆ เหรอ “ใช่...คุณท้องแล้ว” ชายหนุ่มดีใจจนน้ำตารื้นขึ้นมาคลอเต็มเบ้า ในที่สุดความพยายามของเขาก็สัมฤทธิ์ผล “เรากำลังจะมีลูกด้วยกันแล้วนะ คุณดีใจมั้ย” “ดีใจมากค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับน้ำตาซึมรับพลางเอามือลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ ลูกมาอยู่ด้วยตั้งห้าสัปดาห์แล้วแต่เธอไม่รู้ตัวเลย“คุณหมอครับ แล้วที่ภรรยาผมมีอาการแปลกๆ นี่ไม่ได้ถูกวางยาแน่นะ” ชายหนุ่มถามอ้อมๆ แต่นายแพทย์ผู้มีประสบการณ์สูงก็เข้าใจว่าเขาหมายถึงยาปลุกเซ็กซ์
“คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่สตูดิโอนั่น” หญิงสาวถามพลางเอนศีรษะซบไหล่กว้างของสามีผู้ที่ตามปกป้องเธอตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันจนกระทั่งถึงวันนี้ “ผมติดเครื่องติดตามไว้ที่รถคุณตั้งแต่วันที่คุณแอบขับรถออกไปหาซินดี้ครั้งแรกแล้ว “ครั้งแรก? ครั้งไหนคะ?” “ตอนที่คุณความจำเสื่อมอยู่ไง” “อ๋อใช่...วันนั้นพอฉันกลับมาเราก็ทะเลาะกัน” ว่าแล้วเธอก็หันมามองเขาตาเขียว “คุณน่ะร้ายกาจที่สุด ตัวเองเป็นคนผิดแท้ๆ แต่วันนั้นก็ยังมาดุฉันอีก” “คุณนั่นแหละที่เป็นคนผิด แอบไปข้างนอกทั้งที่ผมสั่งห้าม กลับมายังมาโวยวายใส่ผมอีก ผมบอกว่ารักคุณๆๆ คุณก็ไม่เชื่อ ผมก็เลยต้องเสียงดังเข้าข่ม” “จะไม่ให้ฉันโวยวายได้ยังไง คุณเล่นโกหกว่าฉันเป็นภรรยาของคุณ จนฉันเสียพรหมจรรย์ที่อุตส่าห์รักษามายี่สิบสี่ปีไปโดยไม่รู้ตัว แถมยังหลอกฉันแต่งงานจดทะเบียนสมรสอีก” “ดะ...ดะ...เดี๋ยวนะ” มาร์คัสที่นั่งเอนหลังพิงพนักม้านั่งแบบสบายๆ ดีดตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันแล้วจับต้นแขนทั้งสองข้างของภรรยาสาวไว้แน่นพลางถามด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ “ความทรงจำ
ผู้กำกับที่นั่งอยู่หลังมอนิเตอร์สั่งเช็กกล้อง เช็กไฟแล้วตะโกน บรีฟเอวารินกับลีโออีกครั้งก่อนเริ่มการถ่ายทำ “คุณลีโอ คุณรินพร้อมนะครับ สตอรี่ของเราคือถึงจะเมกเลิฟในรถกันอย่างเร่าร้อน แต่พอลงมาเสื้อผ้าก็ยังเรียบกริบอยู่เพราะน้ำยารีดผ้าเรียบฟลายไฮท์ เดี๋ยวผมขอถ่ายช็อตกอดจูบกันในรถก่อนนะ” เอวารินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ “แต่ที่คุยกันไว้ก่อนหน้านี้คือทะเลาะกันในรถแล้วมีการดึงทึ้งเสื้อผ้ากันไม่ใช่เหรอ ทำไมกลายเป็นแบบนี้” นางแบบสาวกระดากอายเกินกว่าจะพูดคำว่า ‘เมกเลิฟ’ ต่อหน้าผู้ชายทั้งสตูดิโอ “ทะเลาะกันผมว่าธรรมดาไป เมกเลิฟอิมแพคกว่า ผมอยากให้เป็นกระแสไวรัลด้วย สินค้าจะได้ติดตลาดเร็วๆ” ผู้กำกับตะโกนตอบแล้วย้อนถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “คุณรินมีปัญหาอะไรหรือเปล่า แค่นี้ถ่ายไม่ได้เหรอ ไม่มืออาชีพเลย” เอวารินพยายามจะไม่เรื่องมากเพราะถือว่ามันเป็นงาน เธอต้องแสดงความเป็นมืออาชีพให้ทุกเห็น และอีกอย่างคงเป็นการถ่ายแบบหลบมุมกล้อง ไม่น่าจะเปลืองตัวเท่าไรนัก “ฉันถ่ายได้ค่ะ” ผู้กำกับยิ้มพอใจแล้วสั่งทุกคนเตรียมพร้อม “ผมขอกอดจริง จูบจริงนะ ปากประ
หลังกลับจากฮันนีมูน เอวารินก็ถูกมาร์คัสสั่งให้เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน โดยห้ามไม่ให้ติดต่อกับเพื่อนทุกคนไม่เว้นแม้แต่ซินดี้ เพื่อนรุ่นพี่ที่เธอสนิทด้วยมากที่สุด เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ เพราะหลังจากโทนี่ส่งหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดทั้งหมดของเซบัสเตียนให้ตำรวจแล้ว มันก็หลบหนีการจับกุมไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามันยังหลบอยู่ในประเทศไทยหรือหนีออกนอกประเทศไปแล้ว แต่เมื่อมีงานใหญ่เข้ามา เอวารินจึงต้องหนีออกไปทำงานโดยไม่ให้ผู้เป็นสามีรู้ “รินแอบมารับงานถ่ายโฆษณาอย่างนี้คุณมาร์คไม่ว่าเอาเหรอ”ซินดี้ถามเอวารินที่นั่งอยู่ในห้องแต่งตัวก่อนเริ่มงานถ่ายโฆษณาทางทีวีตัวแรกในชีวิต ซึ่งงานนี้เธอไปแคสต์ทิ้งไว้เป็นเดือนตั้งแต่ก่อนความจำเสื่อม “กลับจากเกาะ รินก็ถูกสั่งให้อยู่แต่ในบ้านมาเป็นเดือนแล้วนะพี่ซินดี้ บางทีรินก็สงสัยนะว่ารินเป็นเมียหรือเป็นนักโทษกันแน่” “เพราะแกเป็นเมียไง คุณมาร์คถึงได้ห่วงแกขนาดนี้” “แต่เค้าก็ต้องปล่อยให้รินออกมาใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง ไม่ใช่วันๆ เอาแต่...” นางแบบสาวอายเกินกว่าจะกล้าเล่าต่อหน้าช







