แชร์

6.3 | ง้อเมีย

ผู้เขียน: ณิวาริน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-25 10:18:16

“ฉันสั่งแล้วใช่มั้ยว่าให้ดูแลคุณรินให้ดี อย่าปล่อยให้ออกไปข้างนอก” มาร์คัสโมโหเกรี้ยวกราดใส่บรรดาลูกน้อง คนขับรถและสาวใช้ที่ยืนเรียงแถวหน้ากระดานก้มหน้างุดอยู่ตรงหน้า

“คุณผู้หญิงบอกว่านายอนุญาตแล้วผมก็เลยไม่กล้าขัดครับ” คนขับรถบอกเสียงอ่อยและได้รับการสนับสนุนจากบรรดาคนรับใช้และบอดี้การ์ดทุกคนที่โดนหลอกเช่นเดียวกัน เธอเล่นเอาชื่อเจ้านายจอมโหดมาขู่ซะขนาดนั้น ใครจะกล้าขัด

มาร์คัสได้แต่กัดฟันกรอดทั้งโมโหทั้งเป็นห่วง ยิ่งคนร้ายที่เขาไปซัดมันมาจนหมอบยอมเปิดปากแล้วว่าเป็นคนของกำธรที่ส่งมาสะกดรอยตามดูว่าเอวารินพักอยู่ที่ไหนเขาก็ยิ่งร้อนรน เพราะรู้ว่าหลังจากสะกดรอยตามจนรู้ที่อยู่แล้วกำธรต้องส่งคนมาลักพาตัวเธอไปแน่นอน

ที่เขามั่นใจเพราะกำธรมีประวัติทำแบบนี้กับดาราและนางแบบที่ไม่ยอมเขาแต่โดยดีมาหลายครั้งแล้ว แต่ไม่มีใครกล้าเอาเรื่องเพราะกลัวอิทธิพลนักการเมืองใหญ่

“ออกไปตามหาคุณรินให้เจอภายในครึ่งชั่วโมง ถ้าไม่เจอฉันจัดการเรียงตัวแน่ ไป๊!!!” มาร์คัสตวาดลั่น บรรดาลูกน้องพากันวิ่งออกไปแทบไม่ทัน

“ฉันกลับมาแล้วค่ะ”

เสียงของเอวารินที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังทำให้มาร์คัสหันขวับมาทันที และเมื่อเห็นภรรยากลับมาอย่างปลอดภัยเขาก็รีบก้าวยาวๆ เข้าไปสวมกอดเธอไว้แน่นด้วยความโล่งอก “ผมเป็นห่วงคุณแทบแย่ คุณหายไปไหนมา”

               “ไปหาเพื่อนมาค่ะ” เธอตอบเสียงเรียบ แววตาเย็นชา สองแขนที่เคยยกขึ้นกอดตอบเขาอยู่เสมอทิ้งแข็งอยู่ข้างลำตัว

               “เพื่อนเหรอ!?” มาร์คัสชะงักกึกแล้วถอยตัวออกมามองหน้าเธอด้วยแววตานิ่งอึ้ง

               เธอจำทุกอย่างได้แล้วเหรอ!?

เอวารินมองสบตามาร์คัสด้วยสีหน้านิ่งๆ ในหัวสมองครุ่นคิดสับสนไม่รู้ว่าจะเชื่อใครดีระหว่างซินดี้และผู้ชายแสนดีที่ยืนอยู่ตรงหน้า

ซินดี้บอกว่าเธอไม่เคยมีแฟน เกิดมาไม่เคยคบใคร วันๆ คิดแต่เรื่องทำงานเก็บเงินและหาทางก้าวไปเป็นนางแบบระดับโลกให้ได้เท่านั้น แถมยังหวงพรหมจรรย์ยิ่งกว่าชีวิต จะไม่ยอมนอนกับผู้ชายหน้าไหนถ้าไม่ได้รัก และซินดี้ก็มั่นใจมากว่าเธอไม่เคยรู้จักมาร์คัสมาก่อนแน่นอน

ส่วนมาร์คัสก็บอกว่าเธอเป็นภรรยาของเขา เธอร่วมรักกับเขาหลายครั้งด้วยความเต็มใจเพราะเชื่อสนิทใจว่าเขาคือสามีของเธอจริงๆ แต่วันนี้ความเชื่อนั้นกำลังถูกสั่นคลอน พร้อมกับคำถามมากมายที่ผุดขึ้นในหัว

เขาคือสามีของเธอจริงหรือเปล่า?

เธอรักเขาจริงๆ หรือรักเพราะคิดว่าเขาเป็นสามี?

เธอเสียตัวให้ผู้ชายที่เธอไม่รู้จักมาก่อนจริงเหรอ?

ทำไมเธอเชื่อใจคนง่ายอย่างนี้?

ทำไมถึงได้โง่อย่างนี้?

หญิงสาวกำมือที่ทิ้งอยู่ข้างลำตัวแน่นจนตัวสั่น สับสนจนน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

“ร้องไห้ทำไม” มาร์คัสรวบร่างบางเข้ามากอดปลอบใจ “คุณออกไปเจอใครมากันแน่ กลับมาถึงได้เป็นแบบนี้”

เอวารินพูดอะไรไม่ออก เอาแต่ซบหน้าร้องไห้อยู่กับอกเขา ตอนแรกเธอจะไม่กลับมาที่คฤหาสน์หลังนี้แล้ว แต่พอคิดถึงอ้อมกอดที่อบอุ่นและกลิ่นกายที่คุ้นเคยของเขาก็ทำให้เธอต้องหักพวงมาลัยเลี้ยวรถออกจากซอยคอนโดฯ แล้วกลับมาที่นี่...กลับมาหาผู้ชายแสนดีคนนี้

“เล่าให้ผมฟังสิว่าคุณออกไปเจออะไรมา” เขาบอกเสียงเข้มขรึมกว่าที่เคย

“ฉันจะเล่า แต่คุณต้องตอบคำถามฉันก่อน” เธอดันตัวออกจากอ้อมกอดแล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาแบบจริงจังก่อนจะยิงคำถามที่ทำให้เขาแทบหงายหลัง “คุณเป็นสามีของฉันจริงหรือเปล่า”

เขานิ่งไปอึดใจก่อนตอบหนักแน่น “จริงครับ ตอนนี้ผมเป็นสามีคุณอย่างถูกต้องทั้งทางพฤตินัยและทางนิตินัย แต่ถ้าคุณยังไม่แน่ใจ เราขึ้นไปทำกันเดี๋ยวนี้เลย คุณจะได้หายสงสัย” พูดจบเขาก็ช้อนตัวเธอขึ้นมาอุ้มแล้วพาเดินขึ้นบันไดวนตรงไปยังห้องนอนที่อยู่ชั้นบนทันที

มาร์คัสวางร่างบางลงบนเตียงแล้วถอดเสื้อสูทโยนลงพื้นแบบไม่แคร์ราคาที่แพงเวอร์ของมันเลย ความกลัวที่จะต้องสูญเสียเธอไปทำให้เขาเริ่มควบคุมตัวเองไม่อยู่ เขาไม่รู้ว่าจะรั้งเธอไว้ได้ยังไงนอกจากย้ำให้เธอแน่ใจอีกครั้งว่าเขาคือสามีของเธอ

               “ไม่นะมาร์ค เราต้องคุยกันก่อน” เธอดันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วยกสองมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากแก้มแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อรวบรวมความเข้มแข็ง จิตใต้สำนึกบอกว่าเธอไม่เคยอ่อนแอหรือร้องไห้ให้ใครเห็นแบบนี้ เอวารินตัวจริงต้องพร้อมเผชิญหน้ากับทุกปัญหา

               “ทำไปคุยไปก็ได้” เขาปลดเนกด์ทออกจากคอแล้วถอดเสื้อเชิ้ตสีขาวออกจากตัวอย่างรวดเร็วก่อนจะปีนขึ้นเตียงไปรวบตัวเธอมากอดก่อนจะซุกไซ้ที่ซอกคออย่างร้อนรน

               “คุยกันก่อนค่ะ” เอวารินเอนตัวหนีพร้อมกับยกมือยันอกเขาไว้ “ฉันกลับมาที่นี่เพราะฉันเชื่อใจคุณ ฉันอยากฟังความจริงจากปากคุณ”

               “ความจริงก็คือตอนนี้ผมเป็นสามีคุณอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว”

               “แล้วก่อนที่ฉันจะความจำเสื่อมล่ะ เราเป็นอะไรกัน”

               มาร์คัสชะงัก ไม่อยากโกหก แต่ถ้าพูดความจริงก็ไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

               “บอกความจริงฉันมาค่ะมาร์ค” เธอจ้องหน้าเขาจริงจังเอาเรื่อง

               ชายหนุ่มนิ่งคิดอยู่นานมาก มือไม้เย็นเฉียบ ใจสั่น นี่มันอาการของคนกลัวเมียชัดๆ และในที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะยอมรับความจริงแบบลูกผู้ชาย ในเมื่อกล้าทำก็ต้องกล้ารับ ถ้าพูดไปแล้วเธอจะโกรธหรือจะเกลียด เขาก็คงทำอะไรไม่ได้นอกจาก...ง้อเมีย!

               “คุณอยากให้ผมพูดความจริงแน่นะ” เขาถามย้ำอีกครั้งเผื่อเธอจะเปลี่ยนใจแต่ก็ไม่

               “ค่ะ...ฉันอยากฟังความจริงจากปากคุณ” ลึกๆ เอวารินก็แอบคาดหวังว่าความจริงที่กำลังจะได้ฟังจะไม่ทำให้เธอเจ็บปวดเสียใจ

               แต่ทันทีที่มาร์คัสสารภาพทุกอย่างจนหมดเปลือก มือเล็กที่กำไว้แน่นตลอดเวลาที่เขาเล่าก็คลายออกแล้วยกขึ้นตบหน้าเขาอย่างแรงจนหน้าหัน ซีกแก้มขาวจัดขึ้นรอยฝ่ามือแดงเป็นปื้นครบทั้งห้านิ้ว

               “เลว!” เอวารินต่อว่าเขาเสียงดังลั่นพร้อมกับร้องไห้โฮออกมาอย่างสุดกลั้น “คุณทำลายชีวิตฉัน ทำแบบนี้กับฉันทำไม”

               “ผมขอโทษ” มาร์คัสขบกรามแน่น โดนตบที่หน้าแต่กลับเจ็บที่หัวใจมากกว่า เจ็บที่ทำให้เธอต้องเสียใจ เจ็บที่ตัวเองเป็นสาเหตุของน้ำตาบนแก้มเธอ

               “ขอโทษแล้วสิ่งที่ฉันเสียไปมันจะกลับคืนมาได้มั้ย” เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน เขาจะกอดปลอบเธอก็สะบัดตัวหนี ไม่ยอมให้เขาแตะต้องเนื้อตัว

               “อย่าเป็นแบบนี้สิริน ผมรักคุณนะ”

               เขาขยับตัวเข้าใกล้ เธอถอยหนี เขาจึงต้องยอมอยู่นิ่ง ไม่อยากให้เธอรู้สึกว่ากำลังถูกคุกคาม ทั้งที่อยากเช็ดน้ำตาให้แทบขาดใจ

               “เราแทบจะไม่รู้จักกันเลย คุณจะรักฉันได้ยังไง!” เธอตวาดเสียงดังลั่น

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   13.2 | แพ้ท้องแทนเมีย (ตอนจบ)

    มาร์คัสพาเอวารินมาตรวจครรภ์ตามที่หมอนัด วันนี้อายุครรภ์ของเธอครบแปดสัปดาห์เต็มแล้ว ทำให้การอัลตราซาวด์เห็นทารกในครรภ์ชัดกว่าตอนห้าสัปดาห์ที่ตรวจครั้งแรกมาก ตอนนั้นเห็นเพียงถุงตั้งครรภ์และจุดขาวๆ ที่อยู่ภายในเท่านั้น “ตัวโตขึ้นเยอะเลย หัวใจเต้นตุ๊บๆ ด้วย คุณพ่อคุณแม่เห็นมั้ยครับ” หมอชี้ที่หน้าจอแสดงผลอัลตราซาวด์ให้เอวารินและมาร์คัสดู “ลำตัวอยู่ตรงนี้ ก้นอยู่ตรงนี้ กลมๆ นี่คือศีรษะ” ว่าที่คุณพ่อและว่าที่คุณแม่จับมือกันแน่นด้วยความตื้นตันใจขณะมองลูกน้อยในครรภ์ผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยม “นั่นเขาดิ้นใช่มั้ยคะคุณหมอ” เอวารินถามอย่างตื่นเต้นเมื่อเห็นเจ้าตัวน้อยในพุงดิ้นดุ๊กดิ๊กนิดหนึ่ง “ใช่ครับ” คุณหมอตอบรับ “เมื่อกี้คุณเห็นมั้ยคะมาร์ค” หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงเขย่ามือสามีที่ยืนอยู่ติดกัน “เห็นครับ” เขาหันมายิ้มให้เธอ “ทีนี้เชื่อหรือยังว่าเมื่อเช้าลูกเตะหน้าผมจริงๆ” “ฉันก็ยังคิดว่าคุณมโนอยู่ดี ลูกตัวนิดเดียว ต่อให้ดิ้นแรงยังไงก็ยังไม่รู้สึกหรอกค่ะ” “ผมรู้สึกจริงๆ ทำไมไม่เชื่อผม”

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   13.1 | พร้อมหรือยังที่รัก - NC

    “ยอมแล้วครับคุณแม่ แต่คุณต้องทำเบาๆ นะ เดี๋ยวลูกตื่น” มาร์คัสพูดยิ้มๆ แล้วพลิกร่างบอบบางในชุดนอนเซ็กซี่ให้นอนลงบนเตียง “ผมจะเสิร์ฟความสุขให้คุณเอง แต่ต่อไปนี้ทำได้อาทิตย์ละครั้งเท่านั้นนะ ตกลงมั้ย” “ความอยากมันห้ามกันได้ที่ไหนคะ ฉันบังคับตัวเองไม่ได้ ว่าจะอยากหรือไม่อยากตอนไหน” “คุณก็ต้องอดทน” เขาถอดชุดนอนของเธอออก เผยให้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าเซ็กซี่ เขาเพิ่งสังเกตว่าทรวงอกของเธอขยายใหญ่ขึ้น สะโพกผายออกมากขึ้น แต่หน้าท้องยังคงแบนราบเหมือนเดิม “ฉันจะไม่ทนค่ะ” เอวารินถอดเสื้อยืดชุดนอนของสามีออกอย่างใจร้อน วันนี้เขาบ่ายเบี่ยงเธอมาทั้งวันแล้ว ถ้าไม่ยอมดีๆ เธอก็จะจับปล้ำซะเลย “มาให้จูบซะดีๆ” หญิงสาวเกี่ยวคอสามีลงไปจูบอย่างเร่าร้อน “นี่คุณ ใจเย็นๆ เดี๋ยวผมก็ทับลูกแบนกันพอดี” มาร์คัสหัวเราะร่วนกับความหื่นมากผิดปกติของภรรยาแล้วเบี่ยงตัวพาดทับหน้าอกเธอแบบเฉียงๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการนอนทับหน้าท้องของเธอ “ฉันไม่ทำให้ลูกเจ็บหรอกน่า ฉันก็เป็นห่วงลูกไม่น้อยกว่าคุณเหมือนกัน ลูกจะให้ความร่วมมือกับเราค่ะ เชื่อฉัน” หญิงสาวพูดพึมพ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.3 | ข่าวดีที่รอมานาน

    นายแพทย์วัยกลางคนอ่านรายงานผลการตรวจเลือดและปัสสาวะของเอวารินที่ทางห้องแล็บส่งมาให้อยู่ครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าขึ้นบอกสองสามีภรรยาที่นั่งลุ้นผลอยู่ตรงหน้า “ไม่พบสารแปลกปลอมในร่างกายคุณรินนะครับ แต่พบอย่างอื่น ไม่แน่ใจว่าคุณสองคนจะทราบแล้วหรือยัง” “ภรรยาผมเป็นอะไรครับหมอ” มาร์คัสรีบถามด้วยความกังวล “คุณรินตั้งครรภ์ได้ห้าสัปดาห์แล้วครับ” “ฉันท้องเหรอ...” เอวารินหันไปถามสามีสีหน้าอึ้งๆ งงๆ บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรกันแน่ เธอกำลังจะเป็นแม่คนแล้วเหรอ มีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในร่างกายเธอจริงๆ เหรอ “ใช่...คุณท้องแล้ว” ชายหนุ่มดีใจจนน้ำตารื้นขึ้นมาคลอเต็มเบ้า ในที่สุดความพยายามของเขาก็สัมฤทธิ์ผล “เรากำลังจะมีลูกด้วยกันแล้วนะ คุณดีใจมั้ย” “ดีใจมากค่ะ” หญิงสาวพยักหน้ารับน้ำตาซึมรับพลางเอามือลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ ลูกมาอยู่ด้วยตั้งห้าสัปดาห์แล้วแต่เธอไม่รู้ตัวเลย“คุณหมอครับ แล้วที่ภรรยาผมมีอาการแปลกๆ นี่ไม่ได้ถูกวางยาแน่นะ” ชายหนุ่มถามอ้อมๆ แต่นายแพทย์ผู้มีประสบการณ์สูงก็เข้าใจว่าเขาหมายถึงยาปลุกเซ็กซ์

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.2 | ไม่ปกติ

    “คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่สตูดิโอนั่น” หญิงสาวถามพลางเอนศีรษะซบไหล่กว้างของสามีผู้ที่ตามปกป้องเธอตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกันจนกระทั่งถึงวันนี้ “ผมติดเครื่องติดตามไว้ที่รถคุณตั้งแต่วันที่คุณแอบขับรถออกไปหาซินดี้ครั้งแรกแล้ว “ครั้งแรก? ครั้งไหนคะ?” “ตอนที่คุณความจำเสื่อมอยู่ไง” “อ๋อใช่...วันนั้นพอฉันกลับมาเราก็ทะเลาะกัน” ว่าแล้วเธอก็หันมามองเขาตาเขียว “คุณน่ะร้ายกาจที่สุด ตัวเองเป็นคนผิดแท้ๆ แต่วันนั้นก็ยังมาดุฉันอีก” “คุณนั่นแหละที่เป็นคนผิด แอบไปข้างนอกทั้งที่ผมสั่งห้าม กลับมายังมาโวยวายใส่ผมอีก ผมบอกว่ารักคุณๆๆ คุณก็ไม่เชื่อ ผมก็เลยต้องเสียงดังเข้าข่ม” “จะไม่ให้ฉันโวยวายได้ยังไง คุณเล่นโกหกว่าฉันเป็นภรรยาของคุณ จนฉันเสียพรหมจรรย์ที่อุตส่าห์รักษามายี่สิบสี่ปีไปโดยไม่รู้ตัว แถมยังหลอกฉันแต่งงานจดทะเบียนสมรสอีก” “ดะ...ดะ...เดี๋ยวนะ” มาร์คัสที่นั่งเอนหลังพิงพนักม้านั่งแบบสบายๆ ดีดตัวขึ้นมาอย่างกะทันหันแล้วจับต้นแขนทั้งสองข้างของภรรยาสาวไว้แน่นพลางถามด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ “ความทรงจำ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   12.1 | โกรธไม่ลง

    ผู้กำกับที่นั่งอยู่หลังมอนิเตอร์สั่งเช็กกล้อง เช็กไฟแล้วตะโกน บรีฟเอวารินกับลีโออีกครั้งก่อนเริ่มการถ่ายทำ “คุณลีโอ คุณรินพร้อมนะครับ สตอรี่ของเราคือถึงจะเมกเลิฟในรถกันอย่างเร่าร้อน แต่พอลงมาเสื้อผ้าก็ยังเรียบกริบอยู่เพราะน้ำยารีดผ้าเรียบฟลายไฮท์ เดี๋ยวผมขอถ่ายช็อตกอดจูบกันในรถก่อนนะ” เอวารินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ “แต่ที่คุยกันไว้ก่อนหน้านี้คือทะเลาะกันในรถแล้วมีการดึงทึ้งเสื้อผ้ากันไม่ใช่เหรอ ทำไมกลายเป็นแบบนี้” นางแบบสาวกระดากอายเกินกว่าจะพูดคำว่า ‘เมกเลิฟ’ ต่อหน้าผู้ชายทั้งสตูดิโอ “ทะเลาะกันผมว่าธรรมดาไป เมกเลิฟอิมแพคกว่า ผมอยากให้เป็นกระแสไวรัลด้วย สินค้าจะได้ติดตลาดเร็วๆ” ผู้กำกับตะโกนตอบแล้วย้อนถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “คุณรินมีปัญหาอะไรหรือเปล่า แค่นี้ถ่ายไม่ได้เหรอ ไม่มืออาชีพเลย” เอวารินพยายามจะไม่เรื่องมากเพราะถือว่ามันเป็นงาน เธอต้องแสดงความเป็นมืออาชีพให้ทุกเห็น และอีกอย่างคงเป็นการถ่ายแบบหลบมุมกล้อง ไม่น่าจะเปลืองตัวเท่าไรนัก “ฉันถ่ายได้ค่ะ” ผู้กำกับยิ้มพอใจแล้วสั่งทุกคนเตรียมพร้อม “ผมขอกอดจริง จูบจริงนะ ปากประ

  • รสสวาทมาเฟียร้าย   11.4 | มาตามเมีย

    หลังกลับจากฮันนีมูน เอวารินก็ถูกมาร์คัสสั่งให้เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน โดยห้ามไม่ให้ติดต่อกับเพื่อนทุกคนไม่เว้นแม้แต่ซินดี้ เพื่อนรุ่นพี่ที่เธอสนิทด้วยมากที่สุด เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ เพราะหลังจากโทนี่ส่งหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำความผิดทั้งหมดของเซบัสเตียนให้ตำรวจแล้ว มันก็หลบหนีการจับกุมไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้ว่ามันยังหลบอยู่ในประเทศไทยหรือหนีออกนอกประเทศไปแล้ว แต่เมื่อมีงานใหญ่เข้ามา เอวารินจึงต้องหนีออกไปทำงานโดยไม่ให้ผู้เป็นสามีรู้ “รินแอบมารับงานถ่ายโฆษณาอย่างนี้คุณมาร์คไม่ว่าเอาเหรอ”ซินดี้ถามเอวารินที่นั่งอยู่ในห้องแต่งตัวก่อนเริ่มงานถ่ายโฆษณาทางทีวีตัวแรกในชีวิต ซึ่งงานนี้เธอไปแคสต์ทิ้งไว้เป็นเดือนตั้งแต่ก่อนความจำเสื่อม “กลับจากเกาะ รินก็ถูกสั่งให้อยู่แต่ในบ้านมาเป็นเดือนแล้วนะพี่ซินดี้ บางทีรินก็สงสัยนะว่ารินเป็นเมียหรือเป็นนักโทษกันแน่” “เพราะแกเป็นเมียไง คุณมาร์คถึงได้ห่วงแกขนาดนี้” “แต่เค้าก็ต้องปล่อยให้รินออกมาใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง ไม่ใช่วันๆ เอาแต่...” นางแบบสาวอายเกินกว่าจะกล้าเล่าต่อหน้าช

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status