Share

สำนึกผิด(1)

last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-04 23:50:20

“น้ำมนต์ครับ หลับให้สบายนะ ไม่ต้องเป็นห่วงคุณพ่อของน้ำมนต์นะ พี่จะดูแลท่านแทนน้ำมนต์เอง พี่รักน้ำมนต์นะคะ”

ประโยคที่เปล่งออกมาจากปากหนาได้รูปใครฟังก็รับรู้ได้ว่าผู้ชายที่กำลังใช้มือแตะที่ฝาโลงนั้นเสียใจแค่ไหน ใบหน้าหล่อคมแต่ก่อนนั้นแทบหายไปจนหมดสิ้นแทบไม่เหลือเค้าเลยสักนิด มีเพียงหนวดเคราที่ขึ้นรุงรัง ใบหน้าตอบลงอย่างเห็นได้ชัด

“ไอ้รัน กูว่ามึงพักสักหน่อยไหม สภาพมึงตอนนี้ไม่ไหวเลยนะเว้ย อีกอย่างหลายวันมานี้มึงไม่เข้าไปที่บริษัทเลย มีงานด่วนเข้ามาตั้งเยอะ ตอนนี้แม่มึงกำลังโมโหด้วย ถ้ารู้ว่ามึงมาคลุกอยู่ที่นี่เกร็งว่าจะเกิดเรื่องเอานะสิ”

ภวิทย์ที่เป็นทั้งเพื่อนในเวลาทั่วไปและเป็นเลขาคู่ใจในเวลางาน เดินเข้ามากระซิบข้างหูเบาๆ ให้ได้ยินกันสองคน เพราะตัวเขาเองไม่รู้จะแก้ตัวกับคนเป็นแม่ของศรัณย์อย่างไร เขาหมดมุกที่จะโกหกแล้ว

“แล้วไง เวลาแบบนี้กูยังต้องสนใจอะไรอีกเหรอวะ”

“มันไม่ใช่แบบนั้น มึงเองก็รู้ว่าป้าศิริณเป็นคนยังไง ถ้าเขามาอาละวาดที่นี่คนที่จะเดือดร้อนก็คือลุงกนก พ่อคุณน้ำมนต์นะ”

ภวิทย์พูดเตือนสติเพื่อนอีกครั้ง แต่มันก็ยังทำศรัณย์ฉุกคิดขึ้นได้บ้าง เขาได้แต่พยักหน้ารับ แล้วบอกกับเพื่อนว่าพรุ่งนี้เขาจะกลับไปเคลียร์งานที่บริษัทแล้วค่อยกลับมาที่วัดอีกครั้งเพื่อร่วมพิธีเผาศพ

เช้าวันใหม่หลังจากที่มัสสิกาทิ้งข้อความและสถานที่ที่ได้นัดกับกรรณวิกาเอาไว้ เธอก็เดินทางมายังคาเฟ่เล็กๆ ที่อยู่ไม่ไกลนัก

กาแฟหอมกรุ่นถูกนำมาเสิร์ฟได้ไม่นาน ร่างระหงของเพื่อนสาวก็เดินเข้ามา แต่สภาพที่เห็นก็ทำเอาเธอตกใจไม่ใช่เล่น

“ตายแล้ววิกา! ทำไมสภาพแกเป็นแบบนี้”

กรรณวิกาเดินเข้ามาในสภาพที่แขนถูกใส่เฝือกอ่อนส่วนตรงหัวก็มีผ้าก๊อซแปะไว้

“ไม่มีอะไรหรอก ก็เมื่อคืนฉันเมามากอ่าเลยเดินตกบันไดบ้าน”

กรรณวิกาย่อตัวนั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามด้วยความยากลำบากจน    มัสสิกาต้องลุกขึ้นช่วยประคอง

“ว่าแต่แกเถอะ เรียกฉันออกมามีอะไร เมื่อคืนก็เพิ่งเจอกัน”

“วิกา คือเมื่อคืนตอนที่ฉันกลับบ้านอ่า ฉันขับรถกลับเองจริงๆ เหรอ คือปกติฉันไม่ขับรถเวลาดื่ม แกก็รู้ใช่ไหม”

“แต่เมื่อคืนแกขับรถกลับเองนะ ฉันเป็นคนเดินไปส่งแกเอง ฉันยังห้ามแกอยู่เลยแต่แกไม่ฟัง เรียกฉันมาถามแค่เนี่ย”

กรรณวิกาย่นคิ้วเล็กน้อยเพราะสงสัย แต่พอเห็นสีหน้าเพื่อนเปลี่ยนเป็นเศร้าลงก็อดแปลกใจไม่ได้

“แกมีอะไรหรือเปล่า ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ”

“วิกา คือเมื่อคืน ฉะ ฉัน ขับรถชนคนตาย”

“หะ”

มัสสิกาบอกเพื่อนด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อย ยิ่งได้ยินคำยืนยันจากเพื่อนว่าเธอเป็นคนขับรถออกมาเองเมื่อคืน ความรู้สึกผิดและความกลัวก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

หยดน้ำใสๆ ค่อยๆ ไหลลงสองแกม มีเพียงเสียงสะอื้นเท่านั้นที่เธอต้องแอบกลั้นไว้ กรรณวิกาทำได้แค่เพียงเอื้อมมืออีกข้างมากุมมือเพื่อน

“ไม่เป็นไรนะมัส แกใจเย็นๆ นะ”

หญิงสาวไม่รู้ว่าจะหาคำปลอบโยนไหนมาพูด เมื่อคืนเพื่อนเธอคงรู้สึกโดดเดี่ยวมากแน่ ๆ เลย เธอเองก็ไม่รู้เรื่อง เพิ่งจะรู้ก็จากปากเพื่อนรักเมื่อครู่นี่เอง

“แล้วเรื่องนี้ พ่อกับแม่แกว่ายังไง”

“พ่อฉัน ท่านโกรธมาก ที่ฉันคอยสร้างแต่ปัญหาได้ไม่หยุดหย่อน ฉันรู้สึกแย่วะ ที่คอยทำให้ครอบครัวเดือดร้อน”

“แกอย่าโทษตัวเองเลยยัยมัส สิ่งสำคัญตอนนี้ที่แกควรทำตอนนี้ก็คือ เยียวยาครอบครัวที่เสียชีวิตซะ ไปแสดงความจริงใจว่าแกรู้สึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ”

นั้นคงเป็นคำแนะนำและวิธีเดียวที่กรรณวิกาจะช่วยได้ มัสสิกาเองก็ได้แต่พยักหน้ารับ

ค่ำคืนสุดท้ายของการสวดอภิธรรมศพของน้ำมนต์ ผู้คนที่รู้จักไม่ว่าจะเป็นญาติมิตรหรือเพื่อนร่วมงานต่างเดินทางมาร่วมฟังพระสวดเป็นคืนสุดท้ายเกือบเต็มศาลา

มัสสิกาที่อยู่ในชุดเดรสสีดำพร้อมกับถือพวงหรีดในมือเดินขึ้นมาบนศาลา สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปที่เธอ หลายคนต่างสงสัยว่าสาวสวยคนนี้เป็นใคร

ศรัณย์ที่นั่งอยู่หน้าโลงศพ เมื่อเหลือบมองและเห็นว่าคนที่มาเป็นใครถึงกับเลือดขึ้นหน้า เขาลุกขึ้นได้ก็ปรี่เข้าไปหาทันที

“ฆาตกรแบบคุณ ยังหน้าด้านมาที่นี่อีกเหรอ!”

เขาตวาดลั่นศาลาท่ามกลางผู้คนที่นั่งอยู่มากมาย ต่างก็ให้ความสนใจว่าเกิดอะไรขึ้น

“ฉันแค่อยากมาเคารพศพแฟนคุณ”

ดวงตากลมหลุบต่ำมองพื้น เพราะเธอหวาดกลัวกับสายตาหลายคู่ที่มองมาเหมือนเธอเป็นคนเลว ตอนนี้ทุกคนคงรู้แล้วว่าเธอเป็นคู่กรณีที่ขับรถชน

“ไม่จำเป็น คุณมาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเลย ผมไม่ต้อนรับขยะสังคมแบบคุณ” เขาเค้นคำพูดผ่านไรฟัน

“แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะคะ ฉันขอโทษ ฉันก็ไม่อยากให้ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้”

“ไม่ตั้งใจ อะไรๆ ก็ไม่ได้ตั้งใจ ก่อนที่คุณจะขับรถ จิตใต้สำนึกมันบอกคุณมั่งไหมว่าคุณกินเหล้ามาไม่สมควรขับรถ”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • รอยชัง มัสสิกา   โอกาสที่รอคอย (จบ)

    บริเวณหน้าบริษัทมัสสิกาให้กรรณวิกามาส่งพร้อมกับอุ้มเจ้าตัวเล็กในอก ก่อนจะหันไปบอกให้เพื่อนกลับไปก่อนได้เลยดวงตาแหงนมองตึกสูงระฟ้าพร้อมกับหยอกเย้าลูกไปด้วยว่าที่นี่แหละที่พ่อของหนูอยู่ เราไปหาพ่อกันนะคะ“อะไรนะ มัสกับลูกรอฉันอยู่เหรอ”หลังจากเลิกประชุมที่เคร่งเครียดหลายชั่วโมง ดวงตาคมเปล่งประกายทันทีที่ภวิทย์บอกว่าคนที่อยู่ในความคิดถึงมาหาเขาถึงที่นี่ แฟ้มงานที่อยู่ในมือถูกโยนกลับไปให้คนเป็นลูกน้องสองขายาวก้าวเร็วกลับไปที่ห้องทำงานแต่พอเปิดประตูเข้าไปกลับพบเจอแต่ความว่างเปล่า“ไหนแกบอกฉันว่ามัสกับลูกมาหาฉันกลับลูกไง” ตาคมตวัดมองคนเป็นลูกน้องที่ยืนทำหน้าเป็นอยู่ไม่ไกล“ใช่ครับ แต่ว่าตอนนี้อยู่แผนกการตลาด”“แล้วทำไมแกไม่บอกฉัน”“เอ้า กำลังจะอ้าปากบอกก็เห็นเดินเอ้าๆ นึกว่าจะรู้ ว่าคุณมัสอยู่ที่ไหน”ภวิทย์ตอบกลับโดยไม่มีท่าทีเกรงกลัว“เดี๋ยวนี้ ปีกกล้าขาแข็ง ย้อนฉันเก่งจังเลยนะ”“จะไล่ออกก็ได้นะ ผมไม่ติด” ภวิทย์แสยะยิ้มมุมปากท้าทายเพราะรู้ดีว่าศรัณย์ไม่กล้าทำ อีกทั้งตอนนี้คนที่ให้ท้ายเขาก็คือมัสสิกา“ไม่ไล่ แกจะทำไม ถ้าฉันไล่แกออก จะมีใครรู้ใจฉันเท่าแกอีก ฉันไม่คุยกับแกแล้ว เสียเวลา ไปหา

  • รอยชัง มัสสิกา   ลืมตาดูโลก

    “หนูมัส คนนั้นสามีหนูจริงๆ เหรอ”ป้านาวบุ้ยหน้าไปทางศรัณย์ที่นั่งคุยอยู่กับลุงชิตและชาวบ้านอยู่ที่โต๊ะหน้าบ้าน หญิงสาวไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรทำได้เพียงแค่พยักหน้าให้ก่อนหน้านี้ที่เธอย้ายมาอยู่ก็มีหลายๆ คนถามถึงพ่อของลูก แต่เธอก็พยายามบ่ายเบี่ยงที่จะตอบมาตลอด จนมีข่าวลือไปทั่วหมู่บ้านว่าเธอท้องไม่มีพ่อ แต่เพราะความดีของพ่อที่ช่วยเหลือชาวบ้านข่าวลือพวกนั้นก็หายไป“ส่วนใหญ่แล้วพืชไร่ที่นี่ส่วนใหญ่ เอาไปขายที่ไหนกันเหรอครับ”ศรัณย์เอ่ยถามชาวบ้านหลังจากที่พวกเขาสาธยายว่าแต่ละฤดูปลูกอะไรบ้าง และก็เห็นว่าบางอย่างบริษัทในเครือของตนสามารถรับซื้อได้“ก่อนหน้านี้ก็จะมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้วเขาเห็นว่ากดราคาของไม่ได้เหมือนแต่ก่อน เพราะคุณกนกมาเจรจาราคาให้ใหม่ ตอนแรกพวกเขาก็ยอม แต่พอตอนนี้ก็พากันหายไป เราก็เลยเดือดร้อนไปด้วย”หนึ่งในชาวบ้านเล่าด้วยสีหน้าไม่สู้ดี หากฟังกลายๆ เขาคงคิดว่าชาวบ้านกำลังคิดโทษกนกที่ทำให้พ่อค้าคนกลางไม่มารับซื้อสินค้า แม้ว่าแต่ก่อนจะโดนกดราคาแต่อย่างน้อยมันก็ขายออกจนหมด“ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ พืชผลบางอย่างผมให้บริษัทในเครือผมเป็นคนรับซื้อโดยตรงโดยให้ร

  • รอยชัง มัสสิกา   พ่อของลูก(ง้อ)

    รถยนต์เคลื่อนตัวมาตามเส้นทางเปลี่ยวที่สองข้างทางมีต้นไม้หลากชนิดปลูกเรียงราย ศรัณย์หันไปมองผู้หญิงที่นั่งเคียงข้างมาเอาแต่ทำหน้าบึ้งไม่พูดไม่จา แต่พอเธอหันออกไปมองนอกหน้าต่างก็พบว่าเป็นทางเข้าบ้านตัวเอง“คุณรู้ได้ยังไงว่าบ้านฉันอยู่ที่นี่” เขาขับรถมาโดยไม่ถามทางเธอสักคำ“ภวิทย์เป็นคนบอก” ชายหนุ่มตอบหน้าตาเฉย ที่เขาให้ภวิทย์ไปส่งกนกก็เพราะแบบนี้อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าบ้านเธออยู่ที่ไหนเมื่อรถจอดมัสสิกากำลังจะเปิดประตูก้าวขาลงแต่มันก็ช้าศรัณย์ที่รีบวิ่งอ้อมมาเปิดประตูให้และประคองเธอลง คราวนี้ปฏิเสธความช่วยเหลือไม่ได้เพราะเธอลงเดินไม่ถนัดจริงๆ“คุณกลับไปได้แล้วค่ะ” เธอออกปากไล่เขาทันทีเมื่อเท้าก้าวเข้ามาถึงบ้าน“ผมไม่กลับ ก็บอกแล้วว่าอยากอยู่ดูแลคุณกับลูก”“ที่ผ่านมาฉันก็ดูแลตัวเองได้ ฉันไม่ติดนะคะที่คุณจะแวะมาเยี่ยมลูกได้ เพราะยังไงคุณก็เป็นพ่อของเขา”ชายหนุ่มยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไรต่อเลยเธอก็ตัดบทด้วยการเดินหันหลังกลับเข้าบ้านไป สงสัยงานนี้จะไม่หมูอย่างที่คิดเลยแฮะ“คุณต้องอดทนให้มากๆ นะคุณศรัณย์ จากที่ผมรู้จักลูกสาวผม เธอเหมือนวลัยมาก ท่าทางใจดีแต่ใจแข็ง คุณต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

  • รอยชัง มัสสิกา   หาจนเจอ

    เป็นไปอย่างที่ศรัณย์คิดไม่มีผิด เมื่อภวิทย์ให้ผู้บริหารฝ่ายโรงพยาบาลนำชื่อของมัสสิกาไปตรวจสอบก็เห็นประวัติการฝากครรภ์จริงๆ อย่างที่ศรัณย์บอก“เรารู้แล้วนะครับว่าคุณมัสสิกาอยู่ที่ไหน”ภวิทย์รีบมารายงานทันทีเมื่อได้รับรายงาน ศรัณย์ลุกขึ้นจากเก้าอี้แสดงความดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เอารถออกเลยไอ้วิทย์ฉันจะไปตามเมียกลับบ้าน”“อ้าว แล้วประชุมผู้บริหารตอนบ่ายละครับ”“เลื่อนไปก่อน ไม่งั้นก็โทรตามปู่ฉันมาประชุมแทนแล้วกัน”ปากสั่งงานลูกน้องแต่มือก็พะวิงกับการหยิบเสื้อสูทมาใส่ด้วยความกระตือรือร้น“เดี๋ยวครับท่านรอง ถ้าคุณใจร้อนไปหาแบบนี้ ไม่กลัวว่าคุณมัสสิกาจะหนีไปอีกเหรอครับ”มือที่ง่วนอยู่กับการใส่เสื้อถึงกับชะงัก เขาหันไปหาเลขาเพื่อนสนิทช้าๆ“จริงด้วย แกมีวิธีง้อผู้หญิงไหมวะ”ภวิทย์ถึงกับพ่นลมหายใจออกมา เขาจะไปรู้ได้ไงว่าต้องง้อยังไง เพราะไม่เคยมีเมียมาก่อน“งั้นเอาแบบนี้ไหมครับ ถ้าอยากรู้ว่าบ้านคุณมัสอยู่ที่ไหนไม่ยากเลยครับ เราไปแอบรอที่โรงพยาบาลวันที่คุณมัสไปตรวจครรภ์ ท่านรองก็แค่สะกดรอยตามไป”“เออ ความคิดนายดี ถ้าฉันเดินดุ่มๆ เข้าไปมีหวังเธอได้หนีฉันไปอีกแน่ ๆ”หลัง

  • รอยชัง มัสสิกา   ค้นข้อมูล(2)

    “หนูมีอะไรจะบอกค่ะ”เธอเอื้อมมือไปจับมือเหี่ยวย่นขึ้นมากุม “มีอะไร ทำไมหน้าดูลังเล”“คือว่า เอ่อ ....” เธอไม่รู้จะเริ่มยังไงดี กนกหรี่ตามองลูกสาว“จะบอกกับพ่อ ว่าท้องใช่ไหม”“ทะ...ทำไมคุณพ่อทราบคะ” เธอเบิกตาขึ้น“พ่อเป็นพ่อคนนะ ทำไมจะไม่รู้ ตั้งแต่วันแรกที่มาถึงลูกเอาแต่อาเจียน ข้าวปลาก็ไม่กิน กินแต่ของหมักของดอง”“มัสขอโทษนะคะ ที่ไม่ได้บอกพ่อตั้งแต่ทีแรก” เป็นครั้งแรกที่มัสสิกาเอ่ยปากเรียกกนกว่าพ่อ จนทำหน้าให้เขาถึงกับน้ำตาคลอดีใจ“ไม่เป็นไรเลยลูก ว่าแต่คุณศรัณย์เขารู้เรื่องนี้ไหม”“ไม่ค่ะ มัสไม่ได้บอกใครเลย เขาเคยบอกว่าไม่อยากมีลูกกับมัส”มัสสิกาฝืนยิ้มทั้งน้ำตา กนกรู้สึกสงสารลูกสาวจับใจและนึกโทษตัวเองที่ตอนนั้นไม่มีความรับผิดชอบที่ทิ้งให้วลัยเผชิญกับเรื่องท้องลูกด้วยตัวเอง ถึงคราวแล้วที่เขาจะชดเชย“ไม่เป็นไรนะลูก อย่างน้อยก็ยังมีพ่อ หลานคนเดียวพ่อช่วยเลี้ยงเอง”กนกโอบกอดลูกสาวแล้วลูบหัวเบาๆ เขารู้ดีว่ามัสสิการักศรัณย์แต่ก็เลือกที่จะเดินจากมาเพราะคิดว่าศรัณย์นั้นไม่ได้รักอีกทั้งอยากปกป้องครอบครัวที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กๆ อีกด้วยหลายเดือนผ่านไปสภาพร่างกายศรัณย์เองก็ไม่ต่างจากซากศพเด

  • รอยชัง มัสสิกา   ค้นข้อมูล(1)

    สวัสดีค่ะ คุณศรัณย์ มัสเองนะคะ ขณะที่คุณได้รับจดหมายนี้ฉันคงไม่อยู่แล้ว ขอโทษนะคะที่ไม่ได้อยู่ลาด้วยตัวเอง ที่ผ่านมาฉันขอโทษสำหรับทุกอย่าง และคิดว่าได้ชดใช้ให้คุณหมดแล้ว หวังว่าคุณคงให้อภัยช่วงเวลาที่ผ่านมาฉันเคยคิดว่าฉันเกลียดคุณ ที่ทนอยู่เพราะอยากชดใช้กับเรื่องที่ผ่านมา แต่นั้นมันก็คือข้ออ้าง มันตรงข้ามกับความรู้สึกตัวเองจริงๆ ฉันรักคุณนะคะ ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้รู้สึกเหมือนกัน มันจึงเป็นอีกเหตุผลที่ฉันต้องไป ใบหย่าฉันวางให้คุณบนโต๊ะแล้ว ไม่ต้องตามหาฉันนะคะ เมื่อถึงเวลาเราคงได้เจอกัน คุณอย่าโกรธอย่าเกลียดฉันเลยนะคะ มัสสิกา....ทุกบรรทัดทุกตัวอักษรศรัณย์อ่านมันด้วยความเจ็บปวด น้ำตาลูกผู้ชายค่อยๆ ไหลออกมา เพราะความแค้นที่คอยบังตาจึงทำให้เขาต้องพบเจอแต่ความเจ็บปวดแบบนี้ แล้วเรื่องอะไรที่เขาจะยอมเสียเธอไปล่ะศรัณย์ตัดสินใจไปหากรรณวิกาที่เป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอทันที“คุณศรัณย์มาหาวิกามีอะไรหรือเปล่าคะ”“คุณรู้ใช่ไหมว่ามัสสิกา เขาไม่ได้อยู่แล้ว”ดวงตาคมปราดมอง หญิงสาวพ่นลมหายใจออกมาแล้วจ้องหน้าเขากลับ“ทราบค่ะ แต่ฉันว่

  • รอยชัง มัสสิกา   สัญญาแต่หนหลัง(1)

    [จริงหรือเปล่าคะ ที่พี่มัสขับรถชนคนตาย”][เมาแล้วขับทำไมคะ][ไม่รู้สึกเสียใจบ้างเหรอคะ ที่ทำลายชีวิตคนคนหนึ่ง][ฉันเคยซื้อของคนแบบนี้ไปได้ยังไง][นั้นก็เรื่องส่วนตัวปะ ขายของไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัว สู้ๆนะคะ][ซื้อของไม่ลง ฆาตกร]ความคิดเห็นจากลูกเพจร้านค้าออนไลน์ที่มัสสิกากำลังไลฟ์ขายของเด้งขึ้นต

  • รอยชัง มัสสิกา   คนผิดที่ไม่ได้รับโทษ(2)

    “ยัยมัส ไปยืนทำอะไรตรงนั้น ทำไมไม่รีบไปขึ้นรถ”ปากพูดแต่เท้าก็เดินเข้าไปหา แต่พอเห็นสภาพเพื่อนเท่านั้นแหละ เธอถึงกับอุทานออกมาด้วยความตกใจ“ตายแล้ว ทำไมตัวแกมีแต่แผลแบบนี้ละ ไอ้รถคันเมื่อกี้มันชนแกแล้วหนีใช่ไหม ฉันจะไปดูกล้องไปแจ้งความจับมัน ในศาลก็ไม่เว้น หนีไปได้ยังไง”“ไม่ต้องวิกา อย่าไป”มัสสิก

  • รอยชัง มัสสิกา   คนผิดที่ไม่ได้รับโทษ(1)

    6 เดือนผ่านไป....ภายในห้องอ่านคำพิพากษา มัสสิกานั่งอยู่ตรงเก้าอี้หน้าบัลลังก์ สองมือกุมเข้าหากัน เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ หญิงสามก้มหน้าลงด้วยความกังวลใจไม่รู้ว่าวันนี้คำตัดสินจะเป็นอย่างไร เธอก็พร้อมรับชะตากรรมหลายเดือนที่ผ่านมาเธอแวะเวียนเข้าไปดูแลคุณกนกที่เป็นพ่อคู่กรณีไม่ได้ขาดพร้อมกับจ่ายเงินค่

  • รอยชัง มัสสิกา   สำนึกผิด(2)

    เรียวนิ้วชี้จิ้มไปที่หน้าผากมัสสิกาจนแทบจะหงายหลัง พวงหรีดที่เธอหิ้วมาหล่นลงพื้นไม่พอ ยังถูกศรัณย์ขว้างมันลงพื้นอีกทุกคนต่างตกใจกับการกระทำของเขาไม่เว้นแม้แต่พระสงฆ์องค์เจ้าที่นั่งสวดอยู่ต้องหยุดลงกลางคันหลายคนไม่เคยเห็นด้านนี้ของศรัณย์มาก่อน เพราะเวลาที่ชายหนุ่มอยู่กับน้ำมนต์เขาดูเป็นคนอบอุ่นและ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status