Share

สำนึกผิด(2)

เรียวนิ้วชี้จิ้มไปที่หน้าผากมัสสิกาจนแทบจะหงายหลัง พวงหรีดที่เธอหิ้วมาหล่นลงพื้นไม่พอ ยังถูกศรัณย์ขว้างมันลงพื้นอีก

ทุกคนต่างตกใจกับการกระทำของเขาไม่เว้นแม้แต่พระสงฆ์องค์เจ้าที่นั่งสวดอยู่ต้องหยุดลงกลางคัน

หลายคนไม่เคยเห็นด้านนี้ของศรัณย์มาก่อน เพราะเวลาที่ชายหนุ่มอยู่กับน้ำมนต์เขาดูเป็นคนอบอุ่นและใจเย็นและแสนดีจนใครๆ ต่างอิจฉาครูฝึกสอนอย่างน้ำมนต์ไม่ได้

“พอเถอะ รัน อย่าทำแบบนี้เพื่อสร้างบาปกรรมผูกติดกันเลย ถือว่าพ่อขอนะ” กนกเดินมาห้ามปราม

“แต่ผู้หญิงคนนี้ทำให้น้ำมนต์ต้องตายนะครับ”

“มันเป็นอุบัติเหตุ ต่อให้เราจงเกลียดจงชังเขาไป ลูกสาวพ่อก็ไม่ฟื้นคืนกลับมาหรอก”

น้ำเสียงแหบพร่าเอื้อนเอ่ยขึ้น มันช่างเป็นประโยคที่ทิ่มแทงความรู้สึกของมัสสิกาได้เป็นอย่างดี ตราบาปครั้งนี้มันได้สร้างความสูญเสียให้กับครอบครัวเขายิ่งนัก

“ไอ้รัน ใจเย็นๆ ออกไปข้างนอกกับกู ขืนอยู่ตรงนี้มึงก็อาละวาดใส่คุณผู้หญิงคนนี้อีก”

ภวิทย์กระตุกแขนเพื่อนให้เดินตามออกไป แม้จะขัดขืนเล็กน้อยแต่ ศรันย์ก็ยอมเดินตามออกไป แต่ทว่าสายตาที่มองทิ้งท้ายมันชั่งดูน่ากลัวสำหรับหญิงสาวยิ่งนัก

กนกพยักหน้าให้มัสสิกาเข้าไปเคารพศพของคนเป็นลูกสาวได้ ก่อนจะเดินนำหน้าไปที่หน้าโลงศพ แล้วดึงธูปออกมาจุดให้

มัสสิกาเงยหน้ามองรูปถ่ายหน้าโลงศพ แล้วได้แต่ขอโทษเธอในใจ

“คุณหน้าตาแบบนี้นี่เอง สวยหวาน ท่าทางดูใจดี แต่ต้องมาจากไปเพราะฉันเป็นต้นเหตุ มัสขอโทษนะคะ หากแลกชีวิตกันได้มัสอยากเป็นคนที่ตายแทนคุณเสียเองมากกว่า

มัสอิจฉาคุณนะคะ ที่มีแฟนที่รักคุณมาก มีพ่อที่น่ารักและแสนจะอบอุ่น แต่มัสก็เป็นคนทำลายทุกอย่างของพวกเขา มัสไม่รู้จะขอโทษหรือทำอะไรให้ได้เพื่อไถ่โทษ แต่มัสขอสัญญานะคะว่าจะดูแลพ่อของคุณและครอบครัวคุณให้ดีที่สุด”

เสียงสะอื้นเบาๆ ดังออกมาจากลำคอ กนกที่นั่งมองจากด้านหลังก็รู้สึกเวทนาอยู่ไม่น้อย ครั้งแรกที่เจอเขาเองก็รู้สึกถูกชะตาอยู่หรอกนะ แต่พอรู้ว่าเด็กผู้หญิงคนนี้คือคนที่พรากแก้วตาดวงใจไป เขาก็ทำใจเอ็นดูได้ไม่ลง

“ปล่อย ฉันบอกให้แกปล่อยฉันไง ไอ้วิทย์”

น้ำเสียงตะคอกดังขึ้นพร้อมกับพยายามสะบัดแขนออกจากภวิทย์

“ฉันจะปล่อย ถ้าแกสัญญาว่าจะไม่กลับเข้าไปโวยวายใส่ผู้หญิงคนนั้นอีก แกต้องสงบสติอารมณ์ก่อนเว้ย”

ศรัณย์ถอนหายใจเบาๆ แล้วพยักหน้าแทนคำตอบ ภวิทย์จึงค่อยๆ คลายข้อมือออก พร้อมกับจ้องมองเพื่อนเพราะกลัวมันอาศัยทีเผลอวิ่งกลับเข้าไปหาเรื่องเขาในงานอีก

“ไม่ต้องจ้องจับผิดฉัน ขนาดนั้นหรอก ฉันไม่ไปฆ่ายัยนั้นหรอก” เขาพูดประชดเพื่อนตัวเองเล็กน้อย

“ฉันว่าแกเองก็อโหสิกรรมให้กับเขาไปเถอะ ดูท่าทางแล้วเขาก็น่าจะสำนึกผิดจริงๆ นะฉันว่า”

“แกก็พูดง่ายดีนี่ ลองให้คนที่ถูกชนเป็นคนที่แกรักดูบ้างไหมล่ะ”

“เอ้า ไอ้นี่ ฉันก็อุตส่าห์บอกด้วยความหวังดี”

“อย่ามาพูดหวังดีแบบนี้ ถ้าไม่อยากตกงาน”

เจอประโยคนี้เข้าไปภวิทย์ถึงกับปิดปากลงทันที แม้จะเป็นเพื่อนสนิทกันแค่ไหน แต่คนอย่างไอ้คุณศรัณย์มันก็ไล่ออกได้ง่ายๆ หากทำเรื่องให้มันไม่พอใจ ก็สมกับฉายาบางแก้วที่พนักงานที่บริษัทมันตั้งให้ ทั้งดุ ทั้งเย็นชา

ทางด้านวิภาที่เดินวนไปวนมาอยู่ภายในห้องรับแขกได้แต่ชะเง้อคอมองออกไปทางประตูบ้าน โดยที่มีพิมุกและมินฑิรานั่งมองอยู่ตรงโซฟา

“นี่คุณ เลิกเดินไปเดินมาสักทีได้ไหมผมเวียนหัว”

“ก็ฉันเป็นห่วงยัยมัสนี่คะ นี้ก็ห้าทุ่มกว่าแล้วยังไม่เห็นกลับมาเลย โทรไปก็ไม่ติด”

วิภาเดินกลับมากระแทกตูดลงที่โซฟา แต่สายตาก็ยังเหลือบไปที่ประตู

“สร้างความเดือดร้อนได้ไม่เว้นแต่ละวัน แค่เรื่องงานผมก็จะบ้าตายอยู่แล้ว ยังจะมาเรื่องยัยมัสอีก”

พิมุกบ่นออกมาด้วยความหนักใจ แล้วถอนหายใจเหมือนเอือมระอาเต็มทน

“คุณพ่อกับคุณแม่ไม่ต้องเถียงกันแล้วค่ะ พี่มัสมาโน้นแล้ว ถ้าไม่มีอะไรแล้วมิณขอไปอ่านหนังสือสอบต่อนะคะ”

มิณฑิราเดินสวนมัสสิกาจะขึ้นบ้านแต่ก็มิวายที่จะชำเลืองมองด้วยหางตาแสดงความไม่พอใจออกมาพร้อมกับเบะปากให้

มัสสิกาเห็นการกระทำดังกล่าวก็ได้แต่ส่ายหัวเบื่อหน่ายไม่ต่างกัน แต่ก็ไม่อยากตอบโต้อะไรมากนัก ยิ่งมองไปยังพ่อกับแม่ที่นั่งมองมาเธอรับรู้ได้ว่าจะต้องเจออะไรบ้าง

“แกหายหัวไปไหนมาทั้งวัน รู้ไหมว่าแม่แกเป็นห่วง กลัวว่าแกจะไปเมาแล้วขับรถชนคนตายที่ไหนอีก”

“มัสไปงานศพคู่กรณีมาค่ะ ตั้งแต่เกิดเรื่องเราไม่ได้ไปกราบศพเลย อีกอย่างคุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ มัสไม่ได้ขับรถไป มัสนั่งแท็กซี่ไปค่ะ”

“ก็ดีจะได้ไม่ต้องมาเดือดร้อนคนที่บ้าน”

“คุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะคะ ว่ามัสจะขอเงินไปจ่ายค่าทำขวัญ มัสไม่ทำให้พ่อกับแม่ต้องเดือดร้อนหรอกค่ะ”

ว่าจบเธอก็เดินหนีขึ้นห้องไป ไม่ใช่ว่าเธอจะปีกกล้าขาแข็งแล้วจะพูดอะไรก็ได้ แต่ประโยคที่พ่อเธอพูดออกมา มัสสิการู้ดีว่าท่านกลัวจะเดือดร้อนเงินจากท่านมาชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด

โชคยังดีที่เธอแอบขายของออนไลน์ตั้งแต่เรียนอยู่ม.ต้น จนถึงปัจจุบันและได้มีการซื้อเงินดิจิตอลไว้ ทำให้ได้กำไรเกือบๆ สามล้าน ซึ่งนั้นก็พอจะจ่ายเป็นค่าเสียหายได้ แต่สิ่งเหล่านี้ที่เธอได้ทำ เธอไม่เคยเล่าให้ครอบครัวฟังเลยสักครั้ง เพราะรู้ดีว่าพวกท่านไม่ได้เห็นดีเห็นงามด้วย มัสสิกาจึงเลือกที่จะให้ท่านเข้าใจผิดๆ ว่าเธอไม่เอาไหนเสียมากกว่า...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รอยชัง มัสสิกา   โอกาสที่รอคอย (จบ)

    บริเวณหน้าบริษัทมัสสิกาให้กรรณวิกามาส่งพร้อมกับอุ้มเจ้าตัวเล็กในอก ก่อนจะหันไปบอกให้เพื่อนกลับไปก่อนได้เลยดวงตาแหงนมองตึกสูงระฟ้าพร้อมกับหยอกเย้าลูกไปด้วยว่าที่นี่แหละที่พ่อของหนูอยู่ เราไปหาพ่อกันนะคะ“อะไรนะ มัสกับลูกรอฉันอยู่เหรอ”หลังจากเลิกประชุมที่เคร่งเครียดหลายชั่วโมง ดวงตาคมเปล่งประกายทันทีที่ภวิทย์บอกว่าคนที่อยู่ในความคิดถึงมาหาเขาถึงที่นี่ แฟ้มงานที่อยู่ในมือถูกโยนกลับไปให้คนเป็นลูกน้องสองขายาวก้าวเร็วกลับไปที่ห้องทำงานแต่พอเปิดประตูเข้าไปกลับพบเจอแต่ความว่างเปล่า“ไหนแกบอกฉันว่ามัสกับลูกมาหาฉันกลับลูกไง” ตาคมตวัดมองคนเป็นลูกน้องที่ยืนทำหน้าเป็นอยู่ไม่ไกล“ใช่ครับ แต่ว่าตอนนี้อยู่แผนกการตลาด”“แล้วทำไมแกไม่บอกฉัน”“เอ้า กำลังจะอ้าปากบอกก็เห็นเดินเอ้าๆ นึกว่าจะรู้ ว่าคุณมัสอยู่ที่ไหน”ภวิทย์ตอบกลับโดยไม่มีท่าทีเกรงกลัว“เดี๋ยวนี้ ปีกกล้าขาแข็ง ย้อนฉันเก่งจังเลยนะ”“จะไล่ออกก็ได้นะ ผมไม่ติด” ภวิทย์แสยะยิ้มมุมปากท้าทายเพราะรู้ดีว่าศรัณย์ไม่กล้าทำ อีกทั้งตอนนี้คนที่ให้ท้ายเขาก็คือมัสสิกา“ไม่ไล่ แกจะทำไม ถ้าฉันไล่แกออก จะมีใครรู้ใจฉันเท่าแกอีก ฉันไม่คุยกับแกแล้ว เสียเวลา ไปหา

  • รอยชัง มัสสิกา   ลืมตาดูโลก

    “หนูมัส คนนั้นสามีหนูจริงๆ เหรอ”ป้านาวบุ้ยหน้าไปทางศรัณย์ที่นั่งคุยอยู่กับลุงชิตและชาวบ้านอยู่ที่โต๊ะหน้าบ้าน หญิงสาวไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรทำได้เพียงแค่พยักหน้าให้ก่อนหน้านี้ที่เธอย้ายมาอยู่ก็มีหลายๆ คนถามถึงพ่อของลูก แต่เธอก็พยายามบ่ายเบี่ยงที่จะตอบมาตลอด จนมีข่าวลือไปทั่วหมู่บ้านว่าเธอท้องไม่มีพ่อ แต่เพราะความดีของพ่อที่ช่วยเหลือชาวบ้านข่าวลือพวกนั้นก็หายไป“ส่วนใหญ่แล้วพืชไร่ที่นี่ส่วนใหญ่ เอาไปขายที่ไหนกันเหรอครับ”ศรัณย์เอ่ยถามชาวบ้านหลังจากที่พวกเขาสาธยายว่าแต่ละฤดูปลูกอะไรบ้าง และก็เห็นว่าบางอย่างบริษัทในเครือของตนสามารถรับซื้อได้“ก่อนหน้านี้ก็จะมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อ แต่ตอนนี้ไม่มีแล้วเขาเห็นว่ากดราคาของไม่ได้เหมือนแต่ก่อน เพราะคุณกนกมาเจรจาราคาให้ใหม่ ตอนแรกพวกเขาก็ยอม แต่พอตอนนี้ก็พากันหายไป เราก็เลยเดือดร้อนไปด้วย”หนึ่งในชาวบ้านเล่าด้วยสีหน้าไม่สู้ดี หากฟังกลายๆ เขาคงคิดว่าชาวบ้านกำลังคิดโทษกนกที่ทำให้พ่อค้าคนกลางไม่มารับซื้อสินค้า แม้ว่าแต่ก่อนจะโดนกดราคาแต่อย่างน้อยมันก็ขายออกจนหมด“ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ พืชผลบางอย่างผมให้บริษัทในเครือผมเป็นคนรับซื้อโดยตรงโดยให้ร

  • รอยชัง มัสสิกา   พ่อของลูก(ง้อ)

    รถยนต์เคลื่อนตัวมาตามเส้นทางเปลี่ยวที่สองข้างทางมีต้นไม้หลากชนิดปลูกเรียงราย ศรัณย์หันไปมองผู้หญิงที่นั่งเคียงข้างมาเอาแต่ทำหน้าบึ้งไม่พูดไม่จา แต่พอเธอหันออกไปมองนอกหน้าต่างก็พบว่าเป็นทางเข้าบ้านตัวเอง“คุณรู้ได้ยังไงว่าบ้านฉันอยู่ที่นี่” เขาขับรถมาโดยไม่ถามทางเธอสักคำ“ภวิทย์เป็นคนบอก” ชายหนุ่มตอบหน้าตาเฉย ที่เขาให้ภวิทย์ไปส่งกนกก็เพราะแบบนี้อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าบ้านเธออยู่ที่ไหนเมื่อรถจอดมัสสิกากำลังจะเปิดประตูก้าวขาลงแต่มันก็ช้าศรัณย์ที่รีบวิ่งอ้อมมาเปิดประตูให้และประคองเธอลง คราวนี้ปฏิเสธความช่วยเหลือไม่ได้เพราะเธอลงเดินไม่ถนัดจริงๆ“คุณกลับไปได้แล้วค่ะ” เธอออกปากไล่เขาทันทีเมื่อเท้าก้าวเข้ามาถึงบ้าน“ผมไม่กลับ ก็บอกแล้วว่าอยากอยู่ดูแลคุณกับลูก”“ที่ผ่านมาฉันก็ดูแลตัวเองได้ ฉันไม่ติดนะคะที่คุณจะแวะมาเยี่ยมลูกได้ เพราะยังไงคุณก็เป็นพ่อของเขา”ชายหนุ่มยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไรต่อเลยเธอก็ตัดบทด้วยการเดินหันหลังกลับเข้าบ้านไป สงสัยงานนี้จะไม่หมูอย่างที่คิดเลยแฮะ“คุณต้องอดทนให้มากๆ นะคุณศรัณย์ จากที่ผมรู้จักลูกสาวผม เธอเหมือนวลัยมาก ท่าทางใจดีแต่ใจแข็ง คุณต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

  • รอยชัง มัสสิกา   หาจนเจอ

    เป็นไปอย่างที่ศรัณย์คิดไม่มีผิด เมื่อภวิทย์ให้ผู้บริหารฝ่ายโรงพยาบาลนำชื่อของมัสสิกาไปตรวจสอบก็เห็นประวัติการฝากครรภ์จริงๆ อย่างที่ศรัณย์บอก“เรารู้แล้วนะครับว่าคุณมัสสิกาอยู่ที่ไหน”ภวิทย์รีบมารายงานทันทีเมื่อได้รับรายงาน ศรัณย์ลุกขึ้นจากเก้าอี้แสดงความดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“เอารถออกเลยไอ้วิทย์ฉันจะไปตามเมียกลับบ้าน”“อ้าว แล้วประชุมผู้บริหารตอนบ่ายละครับ”“เลื่อนไปก่อน ไม่งั้นก็โทรตามปู่ฉันมาประชุมแทนแล้วกัน”ปากสั่งงานลูกน้องแต่มือก็พะวิงกับการหยิบเสื้อสูทมาใส่ด้วยความกระตือรือร้น“เดี๋ยวครับท่านรอง ถ้าคุณใจร้อนไปหาแบบนี้ ไม่กลัวว่าคุณมัสสิกาจะหนีไปอีกเหรอครับ”มือที่ง่วนอยู่กับการใส่เสื้อถึงกับชะงัก เขาหันไปหาเลขาเพื่อนสนิทช้าๆ“จริงด้วย แกมีวิธีง้อผู้หญิงไหมวะ”ภวิทย์ถึงกับพ่นลมหายใจออกมา เขาจะไปรู้ได้ไงว่าต้องง้อยังไง เพราะไม่เคยมีเมียมาก่อน“งั้นเอาแบบนี้ไหมครับ ถ้าอยากรู้ว่าบ้านคุณมัสอยู่ที่ไหนไม่ยากเลยครับ เราไปแอบรอที่โรงพยาบาลวันที่คุณมัสไปตรวจครรภ์ ท่านรองก็แค่สะกดรอยตามไป”“เออ ความคิดนายดี ถ้าฉันเดินดุ่มๆ เข้าไปมีหวังเธอได้หนีฉันไปอีกแน่ ๆ”หลัง

  • รอยชัง มัสสิกา   ค้นข้อมูล(2)

    “หนูมีอะไรจะบอกค่ะ”เธอเอื้อมมือไปจับมือเหี่ยวย่นขึ้นมากุม “มีอะไร ทำไมหน้าดูลังเล”“คือว่า เอ่อ ....” เธอไม่รู้จะเริ่มยังไงดี กนกหรี่ตามองลูกสาว“จะบอกกับพ่อ ว่าท้องใช่ไหม”“ทะ...ทำไมคุณพ่อทราบคะ” เธอเบิกตาขึ้น“พ่อเป็นพ่อคนนะ ทำไมจะไม่รู้ ตั้งแต่วันแรกที่มาถึงลูกเอาแต่อาเจียน ข้าวปลาก็ไม่กิน กินแต่ของหมักของดอง”“มัสขอโทษนะคะ ที่ไม่ได้บอกพ่อตั้งแต่ทีแรก” เป็นครั้งแรกที่มัสสิกาเอ่ยปากเรียกกนกว่าพ่อ จนทำหน้าให้เขาถึงกับน้ำตาคลอดีใจ“ไม่เป็นไรเลยลูก ว่าแต่คุณศรัณย์เขารู้เรื่องนี้ไหม”“ไม่ค่ะ มัสไม่ได้บอกใครเลย เขาเคยบอกว่าไม่อยากมีลูกกับมัส”มัสสิกาฝืนยิ้มทั้งน้ำตา กนกรู้สึกสงสารลูกสาวจับใจและนึกโทษตัวเองที่ตอนนั้นไม่มีความรับผิดชอบที่ทิ้งให้วลัยเผชิญกับเรื่องท้องลูกด้วยตัวเอง ถึงคราวแล้วที่เขาจะชดเชย“ไม่เป็นไรนะลูก อย่างน้อยก็ยังมีพ่อ หลานคนเดียวพ่อช่วยเลี้ยงเอง”กนกโอบกอดลูกสาวแล้วลูบหัวเบาๆ เขารู้ดีว่ามัสสิการักศรัณย์แต่ก็เลือกที่จะเดินจากมาเพราะคิดว่าศรัณย์นั้นไม่ได้รักอีกทั้งอยากปกป้องครอบครัวที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กๆ อีกด้วยหลายเดือนผ่านไปสภาพร่างกายศรัณย์เองก็ไม่ต่างจากซากศพเด

  • รอยชัง มัสสิกา   ค้นข้อมูล(1)

    สวัสดีค่ะ คุณศรัณย์ มัสเองนะคะ ขณะที่คุณได้รับจดหมายนี้ฉันคงไม่อยู่แล้ว ขอโทษนะคะที่ไม่ได้อยู่ลาด้วยตัวเอง ที่ผ่านมาฉันขอโทษสำหรับทุกอย่าง และคิดว่าได้ชดใช้ให้คุณหมดแล้ว หวังว่าคุณคงให้อภัยช่วงเวลาที่ผ่านมาฉันเคยคิดว่าฉันเกลียดคุณ ที่ทนอยู่เพราะอยากชดใช้กับเรื่องที่ผ่านมา แต่นั้นมันก็คือข้ออ้าง มันตรงข้ามกับความรู้สึกตัวเองจริงๆ ฉันรักคุณนะคะ ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้รู้สึกเหมือนกัน มันจึงเป็นอีกเหตุผลที่ฉันต้องไป ใบหย่าฉันวางให้คุณบนโต๊ะแล้ว ไม่ต้องตามหาฉันนะคะ เมื่อถึงเวลาเราคงได้เจอกัน คุณอย่าโกรธอย่าเกลียดฉันเลยนะคะ มัสสิกา....ทุกบรรทัดทุกตัวอักษรศรัณย์อ่านมันด้วยความเจ็บปวด น้ำตาลูกผู้ชายค่อยๆ ไหลออกมา เพราะความแค้นที่คอยบังตาจึงทำให้เขาต้องพบเจอแต่ความเจ็บปวดแบบนี้ แล้วเรื่องอะไรที่เขาจะยอมเสียเธอไปล่ะศรัณย์ตัดสินใจไปหากรรณวิกาที่เป็นเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอทันที“คุณศรัณย์มาหาวิกามีอะไรหรือเปล่าคะ”“คุณรู้ใช่ไหมว่ามัสสิกา เขาไม่ได้อยู่แล้ว”ดวงตาคมปราดมอง หญิงสาวพ่นลมหายใจออกมาแล้วจ้องหน้าเขากลับ“ทราบค่ะ แต่ฉันว่

  • รอยชัง มัสสิกา   สู่ขอคนชัง

    “ไม่แต่งค่ะ ยังไงมัสก็ไม่แต่ง!”“แต่ถ้าแกไม่แต่ง บริษัทพ่อก็ล้ม แล้วลูกน้องพ่อกับครอบครัวเขาอีกล่ะ พ่อจะรับผิดชอบยังไง”พิมุกมองหน้าลูกสาวเหมือนขอความเห็นใจเพื่อช่วยกิจการของครอบครัว“และความสุขของมัสล่ะคะ ใครจะรับผิดชอบ ทุกคนก็รู้ว่าหนูเคยทำอะไรไว้กับตัวเขาบ้าง ถ้าหนูแต่งงานไป พ่อกับแม่คิดว่าเขาจะ

  • รอยชัง มัสสิกา   ทำตามสัญญา(2)

    ไม่นานมิณฑิราก็ยกน้ำดื่มออกมาเสิร์ฟแล้วก็ปลีกตัวออกไปแบบเงียบๆ ปล่อยให้พวกผู้ใหญ่คุยกัน แม้ในใจอยากจะอยู่ฟังเพราะอยากรู้ว่าผู้ใหญ่คุยอะไรกันก็ตาม“คุณลุงมีธุระอะไร หรือเปล่าคะถึงมาหาวิถึงที่นี่”“ก็ไม่มีอะไร ที่ฉันมาก็เพราะว่าจะมาทำตามคำสัญญาที่ฉันเคยให้ไว้กับพ่อของเธอไว้”“สัญญาอะไรคะ” เธอย่นคิ้วน

  • รอยชัง มัสสิกา   ทำตามสัญญา(1)

    “2ปีถ้าแกแต่งงานกับหนูมัสได้2ปี ฉันถึงจะยอมยกหุ้น20% ให้กับแก”ฐากูรว่าพลางวางแก้วกาแฟในมือลงบนโต๊ะอาหารมื้อเช้า ทำเอาศรัณย์ถึงกับตาตื่น“ทำไมละครับ ผมก็ยอมแต่งแล้วไง ทำไมปู่ถึงตั้งเงื่อนไขขึ้นมาอีกทีหลัง”“แกคิดว่าฉันโง่หรือไงเจ้ารัน ฉันเป็นปู่แกไง แกก็คิดแค่จะแต่งงานให้เสร็จๆไป พอได้หุ้นบริษัทแล้

  • รอยชัง มัสสิกา   สัญญาแต่หนหลัง(2)

    “ปู่ครับ ปู่!”ปากร้องตะโกนเรียกหา สายตาก็คอยสอดส่องไปทั่วบริเวณสวนหย่อม เมื่อเห็นชายชรากำลังฮัมเพลงพร้อมกับตัดแต่งกิ่งไม้อยู่ไม่ไกล เขาก็รีบสาวเท้ายาวๆ เข้าไปหา“มีอะไรเจ้ารัน ร้องเรียกปู่มาแต่ไกล”“จะเรื่องอะไรล่ะครับ ที่คุณแม่พูดให้ผมฟังว่าปู่จะยกหุ้นบริษัทให้ใครก็ไม่รู้ถ้าผมไม่ยอมแต่งงาน”เขาทำ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status